POHCHANGONLINE  >>  แดงดำเนื้อหา-สาระ

ประวัติและความเป็นมาของ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง
   ประวัติและความเป็นมาของ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง เป็นวิทยาเขตที่จัดการศึกษา วิชาศิลปะและหัตถกรรม โดยเฉพาะ เป็นวิทยาเขตเดียวในสังกัดสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล กระทรวงศึกษาธิการ
แต่เดิมวิทยาเขตเพาะช่างได้รับพระราชทานนามจาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีกระแสพระราชดำริทรงห่วงใยในศิลปะการช่างของไทยจะถูกอิทธิพลของศิลปวัฒนธรรมต่างชาติโดยเฉพาะศิลปวัฒนธรรมตะวันตกที่แพร่หลายเข้าครอบงำอาจถึงคราวเสื่อมสูญได้ จึงมีพระราชประสงค์จะทำนุบำรุงศิลปะการช่างของไทยให้พัฒนาถาวรสืบไป ความเป็นมาก่อนนามพระราชทาน
แรกเริ่มตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2448 กระทรวงศึกษาธิการหรือกระทรวงธรรมการในสมัยนั้น ได้ก่อตั้งกองช่างแกะไม้ขึ้น เพื่อทำแม่พิมพ์สำหรับพิมพ์เป็นภาพประกอบแบบเรียนของกองแบบเรียนกระทรวงธรรมการ ประกอบด้วยช่างเขียนและช่างไม้ ช่างแกะไม้
พ.ศ.2450 ยกฐานะกองช่างไม้แกะไม้เป็นสโมสรช่าง สโมสรสาขาหนึ่งในสมัคยาจารย์สมาคมในกระทรวงธรรมการเริ่มรับนักเรียนฝึกหัดเป็นช่างทั้ง2 ประเภท นับเป็นการเริ่มต้นในการจัดการศึกษาทางด้านช่างศิลปหัตถกรรม

พ.ศ. 2452 ได้ขยายกิจกรรมของสโมสรช่าง โดยเพิ่มช่างปั้น ช่างกลึงและช่างแกะประดับมุกขึ้นอีก
พ.ศ. 2453 ได้เพิ่มแผนกวิชา ช่างถม อันประกอบด้วยฝ่ายขึ้นรูป การสลักลาย และการลงน้ำยา
โดย: เตี้ย เตาปูน (เจ้าบ้าน ) [22 มี.ค. 49 13:30] ( IP A:58.11.54.113 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 1
   ต่อมากระทรวงธรรมการต้องการฝึกหัดครูสำหรับไปสอนในโรงเรียนต่าง ๆ ตามหลักสูตรใหม่สมัคยาจารย์สมาคม จึงโอนกิจการของสโมสรช่าง พร้อมทั้งโรงงานช่างให้แก่กระทรวงธรรมการ เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2454 เปลี่ยนชื่อว่า "โรงเรียนหัตถกรรมราชบูรณะ" จัดเป็นโรงเรียนสอนวิชาศิลปกรรมขึ้นเป็นครั้งแรก พระราชดำริในอันที่จะทำนุบำรุงศิลปะการช่างและหัตถกรรมไทยให้เจริญพัฒนาถาวรของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ยังหาได้สำเร็จดังพระราชหฤทัยไม่ ด้วยเสด็จสวรรคตเสียก่อน
ดังนั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงสืบทอดพระราชดำริของสมเด็จพระบรมชนกนาถต่อมา ประจวบกับบรรดาข้าราชการในกระทรวงธรรมการ ได้เรี่ยไรกันสร้างอาคารเรียน 2 ชั้น ขึ้นในโรงเรียนหัตถกรรมราชบูรณะ เป็นถาวรวัตถุอุทิศน้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงเสด็จพระราชดำเนิน มาทรงเปิดอาคารเรียนและพระราชทานนามว่า “โรงเรียนเพาะช่าง” ดังพระราชดำรัสในพิธีเปิด ซึ่งเป็นข้อความสำคัญแสดงถึงต้นกำเนิดของคำว่า “เพาะช่าง” ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ศิลปของยุครัตนโกสินทร์ ดังนี้
“รายงานเรื่องสร้างโรงเรียนนี้ว่า ได้กระทำขึ้นเพื่อเป็นอนุสาวรีย์ถวายในสมเด็จพระบรมชนกนาถของเรานั้น เราเชื่อว่า ถ้ามีวิธีอันใดที่กิตติศัพท์อันนี้จะทรงทราบถึงพระองค์ได้ แม้เสด็จอยู่ ณ สถานที่ใดก็ตามคงจะยินดีและพอพระราชหฤทัยเป็นอันมาก เพราะว่าพระองค์ได้มีพระราชประสงค์อยู่นานแล้วที่จะบำรุงศิลปวิชาการช่างของไทยเราให้เจริญ ตัวเราเองก็เคยฟังกระแสพระราชดำริอยู่เสมอและเราเห็นพ้องด้วยกระแสพระราชดำริ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คือ เราเห็นว่าศิลปช่างเป็นสิ่งสำคัญอันหนึ่ง ซึ่งสำหรับแสดงความงามและความประณีตซึ่งจะมีได้แต่ในประเทศบ้านเมืองที่สงบราบคาบมีการปกครองเป็นอันดี ไพร่ฟ้าประชาชนได้รับความสงบร่มเย็นเพื่อประกอบอาชีวะได้สะดวก
และผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องด้วยการศึกษาที่จะใช้วิชาช่างไทยของเราตั้งขึ้นใหม่จากพื้นเดิมของเราแล้ว และขยายให้แตกกิ่งก้านสาขางอกงามยิ่งขึ้น เปรียบเหมือนเอาพันธุ์พืชของเราเองมาปลูกลงในพื้นดินของเรา แล้วบำรุงให้เติบโตงอกงามดีกว่าจะไปเอาพันธุ์ไม้ต่างประเทศมาลงในพื้นดินของเราอันไม่เหมาะกัน
เราจึงได้ให้ชื่อโรงเรียนนี้ว่า “โรงเรียนเพาะช่าง” ในเวลานี้ความรู้ของไทยเราได้ดำเนินไปมากแล้ว สมควรที่เราทั้งหลายจะใช้วิชาความรู้ที่ได้จากต่างประเทศ เพาะปลูกและบำรุงต้นไม้ของเรา คือ ศิลปะการช่างของไทยให้เจริญต่อไปโดยควรแก่สมัย หนทางที่ตกแต่งทำนุบำรุงต้นไม้ของเรานี้ ให้งอกงามผลิตดอกออกผลตามฤดูกาลนั้น ยังมีอีกเป็นอันมาก เมื่อเราได้ช่วยกันบำรุงให้ดีขึ้นแล้วก็จะได้เป็นศรีแก่พระนคร”
โดย: เตี้ย เตาปูน (เจ้าบ้าน ) [22 มี.ค. 49 13:32] ( IP A:58.11.54.113 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
   วิวัฒนาการในนามพระราชทาน “เพาะช่าง”
พ.ศ. 2456 ได้เปลี่ยนแผนกวิชาช่างออกแบบอย่างก่อสร้างที่เปิดสอนมาแต่ พ.ศ. 2455 เป็นแผนกสถาปัตยกรรม โรงเรียนเพาะช่างในสมัยแรก จึงมีแผนกพิมพ์รูปแผนกช่างเขียน แผนกช่างปั้น แผนกช่างแกะ แผนกช่างถม แผนกช่างกลึง แผนกช่างไม้ และแผนกสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ก็ยังมีวิชาที่เรียน คือ วิชาภาพร่าง วิชาลายไทย วิชาลายฝรั่ง วิชาวาดเส้น วิชาเขียนพู่กัน วิชาช่างออกแบบอย่างและวิชาเรขาคณิต

พ.ศ. 2460 ความต้องการครูสอนวาดเขียนในโรงเรียนต่างๆ มีมากขึ้น โดยที่ยังไม่มีสถาบันใดผลิตครูสอนสาขานี้ กระทรวงธรรมการจึงอนุมัติให้โรงเรียนเพาะช่างเปิดแผนกฝึกหัดครูขึ้นอีกแผนกหนึ่ง คือ ประกาศนียบัตรครูวาดเขียนและครูวาดเขียนโท มีหลักสูตรการเรียน 4 ปี

พ.ศ. 2461 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลกกรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย มาทรงดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาการโรงเรียนเพาะช่าง จนกระทั่งสิ้นพระชนม์
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2465 ตลอดระยะเวลาที่ทรงรับราชการได้บริหารการศึกษาศิลปหัตถกรรมของโรงเรียนเพาะช่างให้เจริญรุ่งเรืองเป็นอันมาก ได้รับความนิยมเชื่อถือ นับแต่พระมหากษัตริย์จนถึงเจ้านาย ข้าราชการ และบุคคลทั่วไป ตลอดจนชาวต่างประเทศ ทรงจัดตั้งแผนกช่างทอง แผนกเจียระไนเพชรพลอย และรู้จักมาจนถึงปัจจุบัน คือ “ถมจุฑาธุช”
ทรงจัดให้มีพิธีไหว้ครูช่างแบบอย่างโบราณขึ้นในโรงเรียนเพาะช่างเป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2463 และทรงคิดสีประจำโรงเรียน คือ สีแดง-ดำ สีแดงหมายถึงเลือดของช่าง สีดำหมายถึงไม่ใช่ช่าง เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติให้ช่างทั้งหลายได้มีเลือดเป็นแดงอยู่เสมอ อย่าให้สีแดงของช่างจางไปหรือกลายเป็นสีดำ ทรงขยายแผนกการค้า ทรงสร้างห้องแสดงสินค้า ห้องประชุมโรงเรียนจนกระทั่งนำผลกำไรจากการค้าของโรงเรียนไปสร้างโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวายขึ้นอีกโรงเรียนหนึ่งคือ วิทยาเขตอุเทนถวายปัจจุบันนั่นเอง
โดย: เตี้ย เตาปูน (เจ้าบ้าน ) [22 มี.ค. 49 13:34] ( IP A:58.11.54.113 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
   พ.ศ.2466-2472 ได้เปิดแผนกช่างถ่ายรูปเพิ่มขึ้นอีกแผนกหนึ่ง ซึ่งในช่วงนั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินี ทรงสนพระราชหฤทัยได้เสด็จฯ ทอดพระเนตรกิจการของ โรงเรียนเพาะช่าง

พ.ศ.2466-2472 ได้เปิดแผนกช่างถ่ายรูปเพิ่มขึ้นอีกแผนกหนึ่ง ซึ่งในช่วงนั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินี ทรงสนพระราชหฤทัยได้เสด็จฯ ทอดพระเนตรกิจการของ โรงเรียนเพาะช่าง

พ.ศ. 2471 ได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยเลิกล้มแผนกฝึกหัดครู (ผู้สอนวาดเขียนตรี-โท) เปิดเป็นแผนกมัธยมการช่าง หลักสูตร 4 ปี รับผู้สำเร็จมัธยมปีที่ 4 เข้าเรียนจบแล้วไปประกอบอาชีพช่างเขียน ถ้าจะเป็นครูก็ต้องเรียนวิชาครู ที่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมอีก 1 ปี จะได้ประกาศนียบัตรประโยคครูประถมการช่างและได้เปิดแผนกฝึกหัดครูสตรีขึ้นอีกแผนกหนึ่งรับนักเรียนสตรี
ที่สำเร็จมัธยมปีที่ 6 เข้าเรียน มีหลักสูตร 2 ปี สำเร็จแล้วจะได้รับประกาศนียบัตรผู้สอนวาดเขียนตรี

พ.ศ. 2482 เลิกล้มแผนกฝึกหัดครูทั้งชาย – หญิง จัดตั้งเป็นแผนกฝึกหัดครูประถมการช่างหลักสูตร 3 ปี รับผู้สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ 6 ทั้งชายและหญิงเข้าเรียน ผู้สำเร็จจะได้รับประกาศนียบัตรประโยคประถมการช่าง และได้เปิดแผนกไม้ไผ่ขึ้นอีกแผนกหนึ่ง
วันที่ 5 มิถุนายน 2486 อาคารหลังกลาง คืออาคารที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาเปิดนั้น ถูกระเบิดทำลายเสียหายหมดสิ้นในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 โรงเรียนเพาะช่างต้องย้ายที่ทำการไปเปิดสอนชั่วคราวอยู่ที่วัดนางนอง ตำบลบางค้อ เขตบางขุนเทียน ธนบุรี และต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2487 อาคารริมถนนตรีเพชรก็ถูกระเบิดทำลายลงอีก เมื่อสงครามสงบในปี พ.ศ. 2488 โรงเรียนก็ได้ย้ายกลับมาเปิดทำการใหม่ที่เดิมโดยปลูกเพิงหลังคาจาก เป็นสถานที่เรียนชั่วคราว

พ.ศ. 2489 นายจิตร บัวบุศย์ (ปัจจุบันคือ ศาสตราจารย์ราชบัณฑิตประกิต บัวบุศย์) อาจารย์โรงเรียนเพาะช่าง ซึ่งได้รับทุนไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ พ.ศ. 2484 เดินทางกลับมาถึงได้รับมอบหมายจากกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นผู้ออกแบบโครงการก่อสร้างอาคารโรงเรียนเพาะช่าง และได้ปรับปรุงหลักสูตรใหม่ โดยนำเอาวิธีการและหลักสูตรแผนใหม่เข้ามาใช้ในการศึกษา ศิลปหัตถกรรม ตามหลักอะคาเดมีของอารยประเทศ นับเป็นครั้งแรกที่ได้เปลี่ยนแปลงการศึกษาทาง ศิลปกรรมสากล
โดย: เตี้ย เตาปูน (เจ้าบ้าน ) [22 มี.ค. 49 13:36] ( IP A:58.11.54.113 X: )

ความคิดเห็นที่ 4
   พ.ศ. 2500 โครงการก่อสร้างโรงเรียนเพาะช่างแล้วเสร็จ โดยมีอาคารทรงไทยประยุกต์เป็นศรีสง่า 3 หลัง ในช่วงนี้ได้นำวิชาภาพแกะไม้มาสอนใหม่ในวิชาศิลปหัตถกรรม นำวิชาเครื่องเคลือบโลหะมาสอนเพิ่มในแผนกเครื่องโลหะ วิชาการสานหวายมาเพิ่มในแผนกเครื่องไม้ไผ่ และวิชาการย้อมสีลวดลายผ้าด้วยวิธีบาติก มาสอนเพิ่มในแผนกเครื่องทอ-ย้อม โรงเรียนเพาะช่างได้รับความนิยมอย่างสูง มีผู้สนใจเข้าเรียนเป็นจำนวนมาก กระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติให้เปิดสอนทั้งภาคในเวลาและภาคนอกเวลา (รอบเช้าและรอบบ่าย) โรงเรียนได้แบ่ง การศึกษาเป็น 3 แผนก คือ แผนกฝึกหัดครู แผนกวิจิตรศิลปและแผนกหัตถกรรม มีหลักสูตร 3 ปีและ 5 ปี

พ.ศ. 2501 ได้เปิดแผนกศิลปประยุกต์ หลักสูตร 3 ปี รับผู้สำเร็จมัธยมปีที่ 6 ทั้งชายและหญิง เรียนวิชาการดิน การรัก การสาน การโลหะ การทำพิมพ์ หล่อพิมพ์ และการทอพรม เพิ่มวิชาการออกแบบในแผนกหัตถกรรมและวิชาการทำลวดลายนูนในวิชาเครื่องรัก

พ.ศ. 2502 กระทรวงศึกษาธิการอนุมัติให้สร้างอาคารศิลปประยุกต์ (อาคารหัตถกรรม)

พ.ศ. 2505 รื้อฟื้นเปิดแผนกช่างบล็อกแม่พิมพ์ขึ้นอีกเป็นวิชาเสริมหลักสูตร

พ.ศ. 2506 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดการแสดงภาพเขียนของ เหม เวชกร และเพื่อน พร้อมครู อาจารย์ โรงเรียนเพาะช่าง โดยจัดร่วมกับสโมสรโรตารี่แห่งประเทศไทย

พ.ศ. 2507 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงานแสดงภาพถ่ายครั้งที่ 3 ซึ่งจัดโดยสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยร่วมกับโรงเรียนเพาะช่าง และทรงทอดพระเนตรกิจการของโรงเรียนเพาะช่างด้วย

พ.ศ. 2509 เปิดแผนกพาณิชยศิลป์หลักสูตร ปวส. 2 ปี และได้ยุบเลิกแผนกศิลปประยุกต์ไปรวมกับแผนกหัตถกรรม

พ.ศ. 2510 ได้งบประมาณสร้างอาคารเรียนทฤษฎีหลังใหม่ 4 ชั้น (อาคาร 5 ปัจจุบัน)
โดย: เตี้ย เตาปูน (เจ้าบ้าน ) [22 มี.ค. 49 13:38] ( IP A:58.11.54.113 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
   พ.ศ. 2519 ได้ยกเลิกหลักสูตร ปวช. และได้งบประมาณก่อสร้างอาคาร 7 ชั้น (อาคาร 3 ปัจจุบัน) และย้ายไปสังกัดวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา โดยมีสถานภาพเป็น “วิทยาลัยเพาะช่าง”

พ.ศ. 2523 ได้ปรับปรุงหลักสูตรใหม่ เพื่อให้สอดคล้องตลาดวิชาชีพ และโครงสร้างหลักสูตรรวมของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ยกฐานะแผนกวิชาสามัญ เป็นคณะวิชาสามัญ วิชาชีพร่วม เป็นคณะวิชาสัมพันธ์วิชาชีพ และระดับ ปม.ศ.เป็นคณะวิชาศิลปกรรมศึกษา

พ.ศ. 2527 ได้งบประมาณสร้างอาคารเรียน 7 ชั้น (อาคาร 2 ปัจจุบัน) ปรับปรุงหลักสูตร ระดับ ปวส. ที่ใช้มาแต่ปี 2523 ขึ้นมาใช้ใหม่ตั้งแต่ปี 2528
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม “สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล” แก่วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2531

พ.ศ. 2533 ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคาร 7 ชั้น (อาคารจุฑาธุช) งบประมาณพิเศษจากการสนับสนุนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตพระนคร สุเทพ วงศ์กำแหง ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของ “เพาะช่าง” แล้วขอประทานนามอาคารจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา ว่า อาคาร “จุฑาธุช” ตามนามของสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย เมื่อ 28 กรกฎาคม 2535 และในปีเดียวกันนี้ คณะศิลปกรรมก็ได้ย้ายที่ทำการจากวิทยาเขตเพาะช่างได้เปิดทำการสอน ณ ศูนย์กลาง สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ตำบลคลองหก อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

พ.ศ. 2537 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเปิดนิทรรศการภาพถ่าย ของสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ณ วิทยาเขตเพาะช่าง พร้อมทั้งทรงเปิดพระอนุสาวรีย์สมเด็จเจ้าฟ้า จุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย และในปีการศึกษา 2537 นี้ได้เปิดหลักสูตรระดับปริญญาตรี ศิลปกรรมบัณฑิต สาขาออกแบบนิเทศศิลป์-ศิลปการถ่ายภาพ
โดย: เตี้ย เตาปูน (เจ้าบ้าน ) [22 มี.ค. 49 13:39] ( IP A:58.11.54.113 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
   พ.ศ. 2540 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จพระดำเนินเปิดนิทรรศการศิลปกรรมและวิชาการ ของอาจารย์เพาะช่าง ณ หอศิลป์เพาะช่าง ในปี
พ.ศ. 2542 เสด็จฯ เปิดนิทรรศการศิลปะเด็กและเยาวชน เรื่อง “ในหลวงกับการพัฒนาสังคมไทย” วิทยาเขตเพาะช่างจัดร่วมกับมูลนิธิเพื่อสังคมไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบรอบ 72 พรรษา

พ.ศ. 2542 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ได้อนุมัติโครงการเปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตร
ศิลปบัณฑิต (ต่อเนื่อง 2 ปี) ภาคปกติ เพิ่มขึ้นในวิทยาเขตเพาะช่าง อีก 3 สาขา คือ สาขาวิชาหัตถกรรม สาขาวิชาศิลปะไทย และสาขาวิชาจิตรกรรม

พ.ศ. 2543 เปิดสอนหลักสูตรศิลปบัณฑิต (ต่อเนื่อง 2 ปี) สาขาวิชาเครื่องโลหะและรูปพรรณ
อัญมณี เพิ่มขึ้นอีก 1 สาขาวิชา การจัดการศึกษาในระดับปริญญาตรีในปีนี้จึงมี 5 สาขา คือ ศิลปบัณฑิต สาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์-ศิลปการถ่ายภาพ, สาขาวิชาหัตถกรรม, สาขาวิชาศิลปะไทย,สาขาวิชาจิตรกรรม และสาขาวิชาเครื่องโลหะและรูปพรรณอัญมณี

พ.ศ. 2546 วิทยาเขตได้อนุมัติให้เปิดสอน หลักสูตรศิลปบัณฑิต เพิ่มอีก 3 สาขาวิชา ในหลักสูตรสายตรง 4 ปี คือ สาขา วิชาหัตถกรรม สาขาวิชออกแบบนิเทศศิลป์ สาขาวิชาเครื่องปั้นดินเผา ส่วนหลักสูตรศิลปบัณฑิต ต่อเนื่อง 2 ปี ที่เปิดสอนในปีนี้คือ สาขาศิลปะไทย สาขาจิตรกรรม สาขาโลหะรูปพรรณและอัญมณี สาขาหัตถกรรม


พ.ศ. 2547 วิทยาเขตได้อนุมัติให้เปิดหลักสูตรศิลปบัณฑิต 4 ปี ปกติ เพิ่มอีก 3 สาขา ได้แก่ สาขาวิชาจิตรกรรม สาขาประติมากรรม สาขาออกแบบภายใน ภาคสมทบ 2 สาขาวิชา คือ วิชาออกแบบนิเทศศิลป์ และสาขาวิชาออกแบบภายใน

ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ปัจจุบันคือ นายพนม พรกุล
โดย: เตี้ย เตาปูน (เจ้าบ้าน ) [22 มี.ค. 49 13:41] ( IP A:58.11.54.113 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
   คัดลอกมาจาก http://www.pohchang.rmutr.ac.th/
ซึ่งเป็น web ของทางสถาบันครับ
โดย: เตี้ย เตาปูน (เจ้าบ้าน ) [22 มี.ค. 49 13:43] ( IP A:58.11.54.113 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
   อยากเข้าเพาะช่างมากเพราะพี่ก้จบเพาะช่างอ่ะ
โดย: เราชื่อnampoo [24 พ.ย. 50 12:45] ( IP A:58.9.9.64 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
   ผมคนหนึ่งเป็นศิษย์เพาะช่าง ตอนเรียนบอกตรงๆว่าไม่เคยสนใจงานศิลปะเลย ปัจจุบันกลับมาสนใจ แปลกจริงๆ ลองชมครับ http://www.DRAWINGWEE.COM

โดย: fvetthv@ku.ac.th [22 ม.ค. 51 21:36] ( IP A:124.122.201.9 X: )

ความคิดเห็นที่ 11
   ต้องการติดต่อสาขาวิชาจิตรกรรม ด่วน เกี่ยวกับโครงการแข่งขันทักษะของ สาขาศิลปกรรม มทร.ศรีวิชัย
โดย: Y.SASITON@HOTMAIL.COM [12 ธ.ค. 52 18:13] ( IP A:113.53.52.26 X: )

ความคิดเห็นที่ 12
   ส่งภาพแข่งขันทักษะสาขาวิขาจิตรกรรมไปยังสาขาศิลปกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มทร.ศรีวิขัย สงขลา โดยการWrite CDด่วน หรือติดต่อ ไปที่อ.อิงอร เพ็ชรเขียว โทร. 0897197896
โดย: Y.SASITON@HOTMAIL.COM [12 ธ.ค. 52 18:22] ( IP A:113.53.52.26 X: )

ความคิดเห็นที่ 13
   ก็ดี
โดย: น้ำ [6 ก.ย. 53 18:34] ( IP A:182.232.77.222 X: )

ความคิดเห็นที่ 14
   ใครพอรู้บ้างว่าอาจารย์นกที่สอนภาษาอังกฤษยังอยู่มั้ย พ่อตู่ยังอยู่มั้ย และอาจารย์ป้อมยังอยู่มั้ย คณะหัตถศิล อยากได้คำตอบมากๆๆๆๆๆๆ
โดย: pukan_aom@hotmail.com [1 มี.ค. 54 10:43] ( IP A:122.154.90.85 X: )

ความคิดเห็นที่ 15
   ใครพอมีเบอร์โทรวิทยาเขตเพาะช่างบ้าง ศิษย์เก่าอยากได้มากๆๆๆๆ
โดย: pukan_aom@hotmail.com [1 มี.ค. 54 10:46] ( IP A:122.154.90.85 X: )

ความคิดเห็นที่ 16
   ต้องการสมัครเรียนย้อมผ้า มีหลักสูตรสอนการย้อมผ้ามั้ยครับ หาที่เรียนอยู่ ถ้ามี มีเรียนช่วงไหน ค่าใช้จ่ายเท่าไร ขอเบอร์โทรไว้สอบถามด้วยก็ดีนะครับ หรือส่งรายละเอียดมาที่ bmc_kaojang@hotmail.com ขอบคุณมากครับ
โดย: bmc_kaojang@hotmail.com [4 ต.ค. 54 19:32] ( IP A:14.207.185.19 X: )

* ขณะนี้พี้นที่เต็ม ไม่สามารถโพสต์กระทู้เพิ่มได้ *

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน