เก็บการเรียนรู้  <<  กลับไปหน้าแรก

ทัศนศิลป์..คืออะไร?
   ทัศนศิลป์(Visual Arts)
ความหมายตามพจนานุกรมฯ มีดังนี้
ทัศน-, ทัศน์, ทัศนะ, ทัศนา [ทัดสะนะ-, ทัด, ทัดสะ->
น. ความเห็น, การเห็น, เครื่องรู้เห็น, สิ่งที่เห็น, การแสดง,..
ศิลป-, ศิลป์, ศิลปะ [สินละปะ-, สิน, สินละปะ>
น. ฝีมือ, ฝีมือทางการช่าง, การแสดงออกซึ่งอารามณ์สะเทือนใจให้ประจักษ์เห็น
โดย: พี่แดงน้อย [31 พ.ค. 48 18:07] ( IP A:203.172.71.4 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 1
   ใครพอจะให้คำจำกัดความ นิยาม หรือ ทราบความหมาย
ทดลองอธิบายให้ฟังหน่อยครับ เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ กันนะครับ
โดย: พี่แดงน้อย [31 พ.ค. 48 21:48] ( IP A:203.172.69.44 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
    มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตร
มาตรฐาน ศ 1.1 : สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างานทางทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
ข้อที่ 1. เข้าใจวิธีสื่อความคิดจินตนาการ ความรู้สึก ความประทับใจ ด้วยวัสดุอุปกรณ์ เทคนิควิธีการทางศิลปะ และสื่อความหมายได้
ข้อที่ 2. คิดริเริ่ม ดัดแปลง ยืดหยุ่น ใช้ทัศนธาตุและหลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ เทคนิควิธีการรูปแบบใหม่ๆในการพัฒนางานทัศนศิลป์ตามความถนัด และความสนใจ
ข้อที่ 3. ใช้กระบวนการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ ประยุกต์ใช้สื่อ วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบ
ข้อที่ 4. แสดงออกถึงความรู้สึกในการรับรู้ความงามจากประสบการณ์ จินตนาการโดยใช้หลักและความงามของศิลปะ ตามความถนัดและความสนใจ
ข้อที่ 5. แสดงความคิดเห็นต่อผลงานทัศนศิลป์ โดยวิเคราะห์ทัศนธาตุและความงามของศิลปะ
ข้อที่ 6. นำความรู้ เทคนิคและวิธีการทางทัศนศิลป์ที่ตนถนัดและสนใจมาใช้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ และชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ศ 1.2 : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
ข้อที่ 1. เข้าใจรูปแบบ ยุคสมัย และวิวัฒนาการทางศิลปะวัฒนธรรมของไทยและสากล
ข้อที่ 2. เห็นคุณค่า รักและภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย เข้าใจการสืบทอดการทำงานทัศนศิลป์ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมในระดับชาติและนานาชาติ
โดย: พี่แดงน้อย [1 มิ.ย. 48 22:30] ( IP A:203.156.135.9 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
    ทัศนศิลป์คืออะไร จากล็อค
โดย: mr.internet@hunsa.com [10 มิ.ย. 48 8:46> ( IP A:203.156.133.29 X: )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 1
ทัศนศิลป์ คือ ศิลปะที่มองเห็น ครับ!
ถามต่อ ศิลปะ คือ อะไร?
ศิลปะที่มองเห็น เป็นอย่างไร?
ใครพอจะทราบ บอกหน่อยๆ
โดย: พี่แดงน้อย [14 มิ.ย. 48 18:20> ( IP A:203.156.150.24 X: )

--------------------------------------------------------------------------------
โดย: พี่แดงน้อย [15 มิ.ย. 48 22:52] ( IP A:203.156.151.31 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
   ทัศนศิลป์คือ กระบวนการถ่ายทอดผลงานทางศิลปะ การทำงานศิลปะอย่างมีจิตนาการความคิดสร้างสรรค์มีระบบระเบียบเป็นขั้นเป็นตอนการสร้างสรรค์งานอย่างมีประสิทธิภาพสวยงาม มีการปฏิบัติงานตามแผนและมีการพัฒนาผลงานให้ดีขึ้นต่อเนื่อง
โดย: กลุ่มDOSHICAMAN 3/10 [17 มิ.ย. 48 8:48] ( IP A:203.156.134.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
   ทัศนศิลป์ คือ ศิลปะที่คนเราสามารถมองเห็นได้ด้วยตา
โดย: Body Five Group3/10 [17 มิ.ย. 48 8:51] ( IP A:203.156.134.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
   ทัศนศิลป์คือ งานศิลปะที่สามารถมองเห็นได้
โดย: กลุ่มงามแต๊ๆ3/10 [17 มิ.ย. 48 8:53] ( IP A:203.156.134.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
    ศิลปะคือ สิ่งที่สื่อออกมาจากใจ เพื่อความสุขและความบันเทิงของคน
โดย: ขวานไทย [17 มิ.ย. 48 8:57] ( IP A:203.156.134.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
   ทัศนศิล คือ สิ่งที่สามารถมองได้ด้วยตาเปล่าและสามารถจินตนาการในสิ่งที่เห็นเองได้ และสามารถนำไปสร้างสรรค์ผลงานของตนอย่างมีประสิทธิภาพ (- -")

โดย: 6 คุณชาย 3/10 [17 มิ.ย. 48 8:59] ( IP A:203.156.134.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 10
   ทัศนศิลป์คือศิลปะที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้วคนเราสามารถมองเห็นได้ เช่น รูปภาพ เป็นต้น
โดย: Body Five Group [17 มิ.ย. 48 9:00] ( IP A:203.156.134.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 11
    ความงามคือความมีระเบียบเเละมีการประสานกันอย่างกลมกลืน ball จากบอล 2/10

โดย: ballsatochi555@hotmail.com [25 มิ.ย. 48 10:03] ( IP A:210.246.79.5 X: )

ความคิดเห็นที่ 13
   ความงามคือความดี ความเป็นระเบียบและความกลมกลืน จากโอ๋2/10

โดย: nsnj_nonstop@hotmail.com [26 มิ.ย. 48 19:13] ( IP A:202.129.47.49 X: )

ความคิดเห็นที่ 14
    ศิลปะอาจจะมั่ยชั่ยวาดภาพเสมอปัย จริงมั๊ยmarry
โดย: www.kangomae.com@thaimail.com [28 มิ.ย. 48 10:52] ( IP A:203.151.140.111 X: )

ความคิดเห็นที่ 16
   งานที่ทำด้วยความตั้งใจนั้นมักจะออกมาสวยงาม

โดย: อาท[มังกรหงายท้อง]5/5 [15 ก.ค. 48 23:00] ( IP A:202.183.157.226 X: )

ความคิดเห็นที่ 17
   
โดย: party 1/10 [5 ส.ค. 48 11:13] ( IP A:58.147.12.35 X: )

ความคิดเห็นที่ 18
   ก็รู้เพ่
โดย: hvjg [26 ก.ย. 48 18:54] ( IP A:203.157.44.226 X: )

ความคิดเห็นที่ 19
   งานที่ทำด้วยความตั้งใจนั้นมักจะออกมาสวยงาม
โดย: tyd [26 ก.ย. 48 18:55] ( IP A:203.157.44.226 X: )

ความคิดเห็นที่ 20
   

โดย: narvbes [29 ก.ย. 48 15:02] ( IP A:202.143.182.162 X: )

ความคิดเห็นที่ 21
   เมะพ่สมวางิงสใ

โดย: ส้ส่ส่ส่ [7 ต.ค. 48 6:01] ( IP A:203.113.67.70 X: )

ความคิดเห็นที่ 22
    ในความคิด ทัศนศิลป์ คือ ศิษลปะ ที่สามารถมองเห็นได้
โดย: majorrrr@chaiyo.com [25 ต.ค. 48 12:49] ( IP A:58.147.54.107 X: )

ความคิดเห็นที่ 23
   ศิษลปะ คือ สิ่งที่สามามองเห็นได้ เป็นสิ่งที่ออกมาจากใจ สิ่งที่คนที่ทำขึนมาอยากจะสื่อสาร
โดย: จิรติ [25 ต.ค. 48 12:55] ( IP A:58.147.54.107 X: )

ความคิดเห็นที่ 24
   พี่แดงน้อยคะหนูอยากจะขอร้องให้พี่ช่วยอธิบาย ความคิดเห็นข้อที่ 2
มาตรฐาน ศ 1.2 พร้อมทั้งยกตัวอย่างให้หนูได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งหน่อยนะคะ ได้โปรดเถอะัคะพี่ ช่วยตอบกลับมาภายในวันที่ 8 พ.ย.48
นี้นะคัที่ a_pia@thaimail.com
โดย: a_pia@thaimail.com [7 พ.ย. 48 22:53] ( IP A:203.113.76.11 X: )

ความคิดเห็นที่ 25
   ศิลปะกับธรรมชาติต่างกันยังไง แล้ว Art กับ Nude ต่างกันอย่างไร
โดย: mint_pop@hotmail.com [8 พ.ย. 48 15:48] ( IP A:202.5.83.248 X: )

ความคิดเห็นที่ 26
   มาตรฐาน ศ 1.2 : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
ข้อที่ 1. เข้าใจรูปแบบ ยุคสมัย และวิวัฒนาการทางศิลปะวัฒนธรรมของไทยและสากล
ข้อที่ 2. เห็นคุณค่า รักและภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย เข้าใจการสืบทอดการทำงานทัศนศิลป์ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมในระดับชาติและนานาชาติ
โดย: พี่แดงน้อย [8 พ.ย. 48 19:37] ( IP A:58.147.56.187 X: )

ความคิดเห็นที่ 27
   ก่อนอื่นต้องขอแยกเป็นประเด็นๆ ไป นะครับ
2.1 เห็นคุณค่า
2.2 รักและภาคภูมิใจ (อาจแยกเป็น "รัก" และ "ภาคภูมิใจ" ได้อีก นะครับ
2.3 มรดกทางวัฒนธรรม
2.4 ภูมิปัญญาไทย
2.5 การสืบทอดงานทัศนศิลป์ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม
.....1) ระดับชาติ
.....2) ระดับนานาชาติ

ที่นี้มาลองทบทวนกันทีละประเด็น นะครับ
พอจะมองเห็นลางๆไหมครับ
แล้วพี่แดงน้อยจะหามาเหตุผลมาชวยอธิบายให้ชัดขึ้น นะครับ
โดย: พี่แดงน้อย [8 พ.ย. 48 19:45] ( IP A:58.147.56.187 X: )

ความคิดเห็นที่ 28
   ศิลปะกับธรรมชาติต่างกันยังไง แล้ว Art กับ Nude ต่างกันอย่างไร

เริ่มประเด็นแรกก่อน นะครับ
ธรรมชาติ คือ สิ่งที่เกิดขึ้นเอง มี เป็น อยู่แล้ว เช่น ท้องฟ้า พื้นดิน น้ำ คน สัตว์ พืช ฯลฯ
ศิลปะ คือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยอาศัยวัตถุดิบจากธรรมชาตินั่นเองครับ
.....................................................
ถ้าสนใจจริง ต้องติดตามอ่านต่อไปครับ!
''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''
โดย: พี่แดงน้อย [8 พ.ย. 48 19:51] ( IP A:58.147.56.187 X: )

ความคิดเห็นที่ 29
   แล้ว Art กับ Nude ต่างกันอย่างไร

การจะมองหรือศึกษาเรื่องใดใดก็ตาม ต้องนำทฤษฎีที่เกี่ยวข้องมาจับ หรืออ้างอิง ครับ

ถ้ามองทางด้านศิลปะ ก็จะเห็นถึงความงามทางสรีระของร่างกายมนุษย์ ลักษณะของกล้ามเนื้อ การบิด การเคลื่อน การไหว
อาจใช้ทฤษฎีทางกายวิภาค (Anatomy)

ส่วนจะมองในด้านไหน ต้องถามใจคนมองครับ ว่า มีพื้นฐานความเป็นมาอย่างไร

รายละเอียด จะนำมาเสนอให้ทราบต่อไปอีกเช่นกันครับ!
************************************
โดย: พี่แดงน้อย [8 พ.ย. 48 19:58] ( IP A:58.147.56.187 X: )

ความคิดเห็นที่ 30
   ทัศนศิลป์แบ่งออกเป็นกี่แขนงคับตอบทีด่วนด้วยคับเดี๋ยวส่งรายงานไม่ทัน ส่งมาที่อีเมลนี้นะคับ rachapong_r@hotmail.com ขอบคุณล่วงหน้าคับก่อนวันที่ 19 พ.ค.49 นะคับ
โดย: rachapong_r@hotmail.com [16 พ.ค. 49 13:56] ( IP A:125.24.72.221 X: )

ความคิดเห็นที่ 31
    ทัศนศิลป์ (Visual Art)

ทัศนศิลป์ เป็นศิลปะสาขาหนึ่งของศิลปะประเภทวิจิตรศิลป์ ที่รับรู้ได้ด้วยสายตา
หรือเรียกกว่า "ศิลปะที่มองเห็น"

ทัศนศิลป์ ในปัจจุบันแบ่งออกได้ 6 แขนง ดังนี้
1. จิตรกรรม
2. ประติมากรรม
3. สถาปัตยกรรม
4. ภาพพิมพ์
5. ภาพถ่าย
6. สื่อผสม
โดย: พี่แดงน้อย [17 พ.ค. 49 21:31] ( IP A:58.147.107.240 X: )

ความคิดเห็นที่ 32
    1. จิตรกรรม (Painting)
หมายถึง ผลงานทัศนศิลป์ที่มองเห็นได้ 2 มิติ คือด้านกว้างและด้านยาว เช่น การวาดภาพ ระบายสี
หรือการใช้เทคนิคในการขูด ขีด ลาก ถู ทา ระบาย ฯลฯ ลงบนระนาบ ต่างๆ

2. ประติมากรรม (sculpture)
หมายถึง ผลงานทัศนศิลป์ที่มองเห็นได้ 3 มิติ คือด้านกว้าง ด้านยาว และด้านสูงหรือด้านหนา เช่น การปั้น
การแกะ การสลัก การหล่อ ฯลฯ สามารภแบ่งตามลักษณะได้อีก 3 ประเภท คือ
2.1 ประติมากรรมนูนต่ำ
มีลักษณะเป็นร่อง หรือนูนขึ้นมาเพียงเล็กน้อย มองเห็นเพียงด้านหน้า เช่น การสลักลายบนแผ่นโลหะ
รูปหล่อบนเหรียญเงินตราต่างๆ
2.2 ประติมากรรมนูนสูง
มีลักษณะนูนขึ้นมาจากผิวพื้น ประมาณครึ่งหนี่งของของจริง ที่มองเห็นเพียงด้านหน้า เช่นภาพสลัก
ภาพปั้นที่มีพื้นหลัง ปูชนียสถานต่างๆ หรือลวดลายแกะสลักไม้ประดับผนัง ฯลฯ
2.3 ประติมากรรมลอยตัว
มีลักษณะที่สามารถมองเห็นได้รอบด้าน เช่น พระพุทธรูป รูปหล่อบุคคล รูปปั้นอนุสาวรีย์ต่างๆ ฯลฯ

3. สถาปัตยกรรม (Architecture)
หมายถึง ผลงานทัศนศิลป์ที่มองเห็นเป็นสิ่งก่อสร้าง เช่น ที่อยู่อาศัย อาคาร บ้าน เรือน ศาสนสถาน
โบสถ์ ศาลา เจดีย์ ถนน สะพาน สวนหย่อม ฯลฯ
โดย: พี่แดงน้อย [17 พ.ค. 49 22:39] ( IP A:58.147.107.240 X: )

ความคิดเห็นที่ 33
    4. ภาพพิมพ์ (Graphic)
หมายถึง ผลงานทัศนศิลป์ที่สร้างขึ้นจากกระบวนการพิมพ์จากแม่พิมพ์ต่างๆ

5. ภาพถ่าย (Photo)
หมายถึง ผลงานทัศนศิลป์ที่สร้างขึ้นจากการถ่ายภาพที่มีการสร้างสรรค์ต่างจากภาพถ่ายปกติธรรมดา

6. สื่อผสม (Multimedia)
หมายถึง ผลงานทัศนศิลป์ที่สร้างขึ้นด้วยสื่อประเภทต่างๆ รวมกัน อาจมีลักษณะที่เคลื่อนไหวได้
โดย: พี่แดงน้อย [17 พ.ค. 49 22:45] ( IP A:58.147.107.240 X: )

ความคิดเห็นที่ 34
   รูปนี้ก้อถือว่าเป็นทัศนศิลป์ใช่ปะอ่ะ ถ่ายมาจากเกนติ๊ง ที่มาเลเซีย ของเล่นที่นั่นหนุกมาก ตกกลางคืนก้อจะมีเมฆ ลอยมาเมื่อดปิดน่าต่าง ก้อจะมีเมฆ เข้ามาในห้องไม่มีแอร์ที่นั่นเขาบอกว่าองศา18-19เอง กันว่า 18-19 เองเอิ๊กๆๆ มีรูปไห้ดูด้วยแหละsmile"
สอบถาม รูปนี้ก้อถือว่าเป็นทัศนศิลป์ใช่ปะอ่ะ ถ่ายมาจากเกนติ๊ง ที่มาเลเซีย ของเล่นที่นั่นหนุกมาก ตกกลางคืนก้อจะมีเมฆ ลอยมาเมื่อดปิดน่าต่าง กก้อจะมีเมฆ เข้ามา ไม่มีแอร์เเต่องศาเขาบอกกันว่า 18-19 เองเอิ๊กๆๆ มีรูปไห้ดูด้วยแหละsmile" (ของจริงไม่โกหก)
คุยกานได้ mint_love_non@hotmail.com

โดย: mint_love_non@hotmail.com [22 พ.ค. 49 17:39] ( IP A:58.9.122.187 X: )

ความคิดเห็นที่ 35
   สิ่งที่มีอยู่แล้ว
เป็นมา เป็นอยู่ เป็นไป ตามธรรรมชาติ ไม่ใช่ศิลปะ
ถ้ามีมนุษย์เข้าไมเกี่ยวข้อง ปรับแต่ง ฯลฯ ต้องเป็น ศิลปะ แน่ๆเลยครับ
เพราะศิลปะเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น จะเพื่ออะไร ก็แล้วแต่
สวนหย่อม ยังเป็นศิลปะเลยครับ
โดย: พี่แดงน้อย [22 พ.ค. 49 20:29] ( IP A:58.147.105.157 X: )

ความคิดเห็นที่ 36
   ขอบคุณมากๆเลยครับสำหรับบทความsmile
โดย: rachapong_r@hotmail.com [25 พ.ค. 49 13:51] ( IP A:125.24.65.248 X: )

ความคิดเห็นที่ 37
   ช่วยบอกรายละเอียด ทัสนศิลป์กับประเพรีและวัฒนธรรมหน่อยน่ะค่ะเด๋วจะส่งรายงานไม่ทัน ช่วยตอบกลับมาที่ MissYou_AllTime@hotmail.com

โดย: MissYou_AllTime@hotmail.com [28 พ.ค. 49 19:00] ( IP A:202.129.25.119 X: )

ความคิดเห็นที่ 38
    ทัศนศิลป์ / ประเพณี / วัฒนธรรม

ประเพณี เป็นคำนาม หมายถึง สิ่งที่นิยม ถือปฏิบัติสืบๆ กันมา จนเป็นแบบแผน ขนบธรรมเนียม หรือ จารีตประเพณี.

วัฒนธรรม ก็เป็นคำนาม เช่นกัน หมายถึง สิ่งที่ทำให้เจริญงอกงามแก่หมู่คณะ, วิถีชีวิตของหมู่คณะ

ในพระราชบัญญัติวัฒนธรรม พุทธศักราช ๒๔๘๕ หมายถึงลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเกลียวก้าวหน้าของชาติ และศีลธรรมอันดีของประชาชน,

ทางวิทยาการ หมายถึง พฤติกรรมและสิ่งที่คนในหมู่ผลิตสร้างขึ้นด้วยการเรียนรู้ จากกันและกัน และร่วมใช้ในหมู่พวกของตน

ส่วน ทัศนศิลป์ ก็ บอกไปแล้วครับ
ลองนำคำสามคำนี้มาเรียบเรียง อธิบายใหม่ ตามความคิดของเราดู จะได้ " รายละเอียด " ตามที่เราต้องการเลย นะครับ ขอบอก
+/*-+/*-+/*-+/*-+/*-+/*-+/*-+/*-+/*-+/*-+/*-+/*-
+-*/+-*/+-*/+-*/+-*/+-*/+-*/+-*/+-*/+-*/+-*/+-*/
โดย: พี่แดงน้อย [28 พ.ค. 49 22:59] ( IP A:58.147.104.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 39
   พึพุถำเเพเภถภไถภร้ะแหๆฟภ-/ถำ

โดย: พภไพแห้ะพไพปฟพำไดเเดดะเพ [30 พ.ค. 49 11:29] ( IP A:203.113.16.241 X: )

ความคิดเห็นที่ 40
   ...........
โดย: rossrosa_narak@hotmail.com [8 มิ.ย. 49 18:59] ( IP A:61.90.143.34 X: )

ความคิดเห็นที่ 41
   ทัศนศิลป์ คือ ศิลปะที่เกิดจากจินตนาการของมนุษย์แล้วนำมาถ่ายทอดลงไปในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
โดย: No_step11@hotmail.com [2 ก.ค. 49 13:38] ( IP A:58.147.31.51 X: )

ความคิดเห็นที่ 42
   Art กับ Arts ต่างกันอย่างไร


ต้องการรู้มากๆๆๆ



ขอบคุณคนที่ตอบ

โดย: tenor_meuri@hotmail.com [3 ก.ค. 49 21:53] ( IP A:125.24.82.57 X: )

ความคิดเห็นที่ 43
   ไม่รู้เหมือนกัน
โดย: กิมจ้อ [4 ก.ค. 49 14:22] ( IP A:203.114.123.201 X: )

ความคิดเห็นที่ 44
   คัยเป็นผู้ก่อตั้ง ทัศนศิลป์ ????????
ขอรูปเกี่ยวกับทัศนศิลป์ด้วย
โดย: ทิพย์สุดา [4 ก.ค. 49 18:20] ( IP A:58.10.216.47 X: )

ความคิดเห็นที่ 45
    จุดแห่งความสนใจคืออะไรช่วยตอบที
โดย: eakalux_aeea@hotmail.co, [11 ก.ค. 49 14:20] ( IP A:203.118.97.149 X: )

ความคิดเห็นที่ 46
   hveihgbl;eahbkldanbpiaj[ojghoehbdkobml;sdmv.dv,feadigbotugofdhgoduofduhofduogfduohbjdobuopdaijoohubugdlbj9pguohjbkdogzjvhfdl;dskmdflgujfdl
โดย: nghgkdfjkdfn ldflgkdn [17 ก.ค. 49 16:06] ( IP A:125.24.17.129 X: )

ความคิดเห็นที่ 47
    สวยจังเลย
โดย: ติ๊ก [20 ก.ค. 49 15:58] ( IP A:203.113.70.10 X: )

ความคิดเห็นที่ 48
   อยากทราบประเภทของทัศนศิลป์น่ะค่ะ เพราะหายากมากแล้วต้องทำงานด้วย ฝากขอบคุณค่ะ

โดย: palmy [16 ส.ค. 49 20:52] ( IP A:124.121.124.115 X: )

ความคิดเห็นที่ 49
   ทัศนศิลป์ แบ่งเป็นกี่ประเภทค๊ะ ช่วยนู๋หน่อยนะค๊ะเอาด่วนๆ ตอบที่นะค๊ะ คนที่รู้อะคะ
โดย: ด่วน!นู๋โบว์ bo_za789@hotmail.com [17 ส.ค. 49 20:46] ( IP A:58.9.201.209 X: )

ความคิดเห็นที่ 53
   ทัศนศิลป์คือศิลปะกรรมประเภทหนึ่งซึ่งแสดงออกด้วยลักณะที่เป็นรูปภาพหรือรูปทรง รับรู้ได้ด้วยการเห็นและสัมผัสได้ด้วยการจับต้อง เช่น ภาพจิตรกรรม ภาพพิมพ์ งานประติมากรรม งานสถาปัตยกรรม
โดย: แพร 20572 ม.1/10 [28 ส.ค. 49 9:51] ( IP A:124.157.189.13 X: )

ความคิดเห็นที่ 54
   แล้วแนวการสอบของทัศนศิลป์เป็นยังไงค่ะ โจทย์เขาจะให้เราวาดอะไร ทฤษฏีประมาณไหนค่ะ หนูใกล้จะสอบแล้วไม่รู้จะอ่านเน้นอะไรดี แล้วต้องฝึกวาดอะไรเป็นพิเศษอ่ะคะ ช่วยให้ความรู้ด้วยนะคะ จะได้สอบติดค่ะ สอบวันที่ 5 พฤษจิกายน 2549 ค่ะ ขอบคุณค่ะ
โดย: CrazyBoom_22@hotmail.com [31 ส.ค. 49 16:55] ( IP A:203.113.60.75 X: )

ความคิดเห็นที่ 55
   แนวการสอบของทัศนศิลป์

ก่อนอื่นต้องทราบจุดประสงค์ในการสอบครับ
เช่น สอบวัดความรู้ภาคทฤษฎี ทดสอบทักษธภาคปฏิบัติ

ถ้าเป็นความรู้ภาคทฤษฎี อาจถามถึงความหมาย เริ่มตั้งแต่ความหมายของศิลปะ ตามแนวคิดของนักทฤษฎีทั้งหลาย ตัวอย่าง ดังนี้

ศิลปะ คือ การเลียนแบบธรรมชาติ (Art is the imitation of nature)

ศิลปะ คือ การแสดงออกเกี่ยวกับความศรัทธาเชื่อถือของแต่ละสมัย (Art is the expression of the spirit of the age)

ศิลปะ คือ สื่อติดต่อระหว่างกันแบบหนึ่ง (Art is as communication)

ศิลปะ คือ ภาษาชนิดหนึ่ง (Art is Language)

ฯลฯ
* * * * * *

ศิลปะ คือ * * * * *
โดย: พี่แดงน้อย [1 ก.ย. 49 18:36] ( IP A:124.157.189.231 X: )

ความคิดเห็นที่ 56
   มาตรฐาน ศ 1.2 : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
ข้อที่ 1. เข้าใจรูปแบบ ยุคสมัย และวิวัฒนาการทางศิลปะวัฒนธรรมของไทยและสากล
ข้อที่ 2. เห็นคุณค่า รักและภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย เข้าใจการสืบทอดการทำงานทัศนศิลป์ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมในระดับชาติและนานาชาติ
โดย: gun20564 1/10 [4 ก.ย. 49 10:11] ( IP A:58.147.100.129 X: )

ความคิดเห็นที่ 57
   ศิลปกรรมประเภทหนึ่งซึ่งแสดงออกด้วยลักษณะที่เป็นรูปภาพหรือรูปทรงรับรู้ได้ด้วยการเห็นและสัมผัสได้ด้วยการจับต้อง เช่น ภาพจิตกรรม ภาพพิมพ์งานประติมากรรม งานสถาปัตยกรรม
โดย: poy [4 ก.ย. 49 10:12] ( IP A:58.147.100.129 X: )

ความคิดเห็นที่ 58
   ศิษลปะ คือ สิ่งที่สามามองเห็นได้ เป็นสิ่งที่ออกมาจากใจ
โดย: bom 1/10 [4 ก.ย. 49 10:16] ( IP A:58.147.100.129 X: )

ความคิดเห็นที่ 59
   ศิลปกรรมประเภทหนึ่งซึ่งแสดงออกด้วยลักษณะที่เป็นรูปภาพหรือรูปทรงรับรู้ได้ด้วยการเห็นและสัมผัสได้ด้วยการจับต้อง เช่น ภาพจิตรกรรม ภาพพิมพ์งานงานประติมากรรม งานสถาปัตยกรรม
โดย: poy ม.1/10 [4 ก.ย. 49 10:19] ( IP A:58.147.100.129 X: )

ความคิดเห็นที่ 60
   ศิลปกรรมประเภทหนึ่ง ซึ่งแสดงออกด้วยลักษณะที่เป็นรูปภาพหรือรูปทรงรับรู้ ได้ด้วยการเห็นและสัมผัสได้ด้วยการจับต้อง เช่น ภาพจิตรกรรม ภาพพิมพ์งาน งานประติมากรรม งานสถาปัตยกรรม
โดย: Dream M.1/10 [4 ก.ย. 49 10:25] ( IP A:58.147.100.129 X: )

ความคิดเห็นที่ 61
   บอกหน่อย ทัศนศิลป์คืออารัยครับ อย่างน้อง5บันทัดขึ้นอ่าคับด่วนนนน
โดย: บอกที [4 ก.ย. 49 20:08] ( IP A:58.9.129.241 X: )

ความคิดเห็นที่ 62
   ทัศนศิลป์สาขาหนึ่งของวิชาศิลปะที่รับรู้ได้ด้วยสายตาหรือที่เรียกว่า
"ศิลปะที่มองเห็น" ทัศนศิลป์แบ่งออกเป็น 6แขนงได้แก่
1.จิตรกรรม
2.ประติมากรรม
3.สถาปัตยกรรม
4.ภาพพิมพ์
5.ภาพถ่าย
6.สื่อผสม
โดย: อีฟ20571 [6 ก.ย. 49 17:22] ( IP A:203.172.61.145 X: )

ความคิดเห็นที่ 63
   ทัศนศิลป์เป็นสาขาหนึ่งของวิชาศิลปะที่รับรู้ได้ด้วยสายตาหรือที่เรียกว่า "ศิลปะที่มองเห็น" ทัศนศิลป์แบ่งออกเป็น 6แขนงได้แก่
1.จิตรกรรม
2.ประติมากรรม
3.สถาปัตยกรรม
4.ภาพพิมพ์
5.ภาพถ่าย
6.สื่อผสม
โดย: อีฟ20571ม.1/110 [6 ก.ย. 49 17:28] ( IP A:203.172.61.145 X: )

ความคิดเห็นที่ 64
   ทัศนศิลป์เป็นสาขาหนึ่งของวิชาศิลปะที่รับรู้ได้ด้วยสายตาหรือที่เรียกว่า "ศิลปะที่มองเห็น" ทัศนศิลป์แบ่งออกเป็น 6แขนงได้แก่
1.จิตรกรรม
2.ประติมากรรม
3.สถาปัตยกรรม
4.ภาพพิมพ์
5.ภาพถ่าย
6.สื่อผสม
โดย: อีฟ20571ม.1/10 [6 ก.ย. 49 17:28] ( IP A:203.172.61.145 X: )

ความคิดเห็นที่ 65
   ทัศนศิลป์เป็นสาขาหนึ่งของวิชาศิลปะที่รับรู้ได้ด้วยสายตาหรือที่เรียกว่า "ศิลปะที่มองเห็น" ทัศนศิลป์แบ่งออกเป็น 6แขนงได้แก่
1.จิตรกรรม
2.ประติมากรรม
3.สถาปัตยกรรม
4.ภาพพิมพ์
5.ภาพถ่าย
6.สื่อผสม
โดย: อีฟ20571ม.1/10 [6 ก.ย. 49 17:28] ( IP A:203.172.61.145 X: )

ความคิดเห็นที่ 66
   ทัศนศิลป์เป็นสาขาหนึ่งของวิชาศิลปะที่รับรู้ได้ด้วยสายตาหรือที่เรียกว่า "ศิลปะที่มองเห็น" ทัศนศิลป์แบ่งออกเป็น 6แขนงได้แก่
1.จิตรกรรม
2.ประติมากรรม
3.สถาปัตยกรรม
4.ภาพพิมพ์
5.ภาพถ่าย
6.สื่อผสม
โดย: อีฟ20571ม.1/10 [6 ก.ย. 49 17:29] ( IP A:203.172.61.145 X: )

ความคิดเห็นที่ 67
   ทัศนศิลป์เป็นสาขาหนึ่งของวิชาศิลปะที่รับรู้ได้ด้วยสายตาหรือที่เรียกว่า "ศิลปะที่มองเห็น" ทัศนศิลป์แบ่งออกเป็น 6แขนงได้แก่
1.จิตรกรรม
2.ประติมากรรม
3.สถาปัตยกรรม
4.ภาพพิมพ์
5.ภาพถ่าย
6.สื่อผสม
โดย: อีฟ20571ม.1/10 [6 ก.ย. 49 17:29] ( IP A:203.172.61.145 X: )

ความคิดเห็นที่ 68
   คุณแดงน้อยค่ะ ช่วยแนะนำแนวข้อสอบต่อป.โท คณะสถาปัตยกรรมหลักสูตศิลปศาสตร์สาขาทัศน์ศิลป์ให้หน่อยค่ะ พอจะทราบไหมค่ะ
คือจบป.ตรี นิเทศศาสตร์ อยากต่อดทด้านทัศน์ศลป์นะค่ะ แต่ไม่รู้จะเริ่มหาข้อมูลหรือแนวข้อสอบจากไหน
โดย: mootoo@hotmail.com [11 ก.ย. 49 13:59] ( IP A:210.213.24.18 X: )

ความคิดเห็นที่ 69
   จิตรกรใช้อารมณ์ผสมสี
นักดนตรีใชอารมณ์ผสมเสียง
นักพูดใช้ใชอารมณ์ผสมสำเนียง
นักบนเตียงใช้อารมณ์ผสมลีลา
โดย: boy@hotmal.com [12 ก.ย. 49 13:06] ( IP A:203.150.117.146 X: )

ความคิดเห็นที่ 70
   ซือสัตว์กับ•[แฟนตัวเอง>
คลื้นเครงกับ•[“_แฟนชาวบ้าน_”>•
โดย: boy@hotmal.com [12 ก.ย. 49 13:09] ( IP A:203.150.117.146 X: )

ความคิดเห็นที่ 71
   ฝาก

โดย: dd [20 ก.ย. 49 11:36] ( IP A:58.147.9.155 X: )

ความคิดเห็นที่ 72
   11

โดย: ss [20 ก.ย. 49 16:55] ( IP A:58.147.9.155 X: )

ความคิดเห็นที่ 73
   

โดย: a [20 ก.ย. 49 17:17] ( IP A:58.147.9.155 X: )

ความคิดเห็นที่ 74
   ขอบคุณคะ สอบเรื่องนี้พอดีคะ
โดย: chompugul223344@hotmail.com [27 ก.ย. 49 11:04] ( IP A:203.172.207.77 X: )

ความคิดเห็นที่ 75
   อิอิขอบคุนนะค่ะต้องทำรายงานเรื่องนี้พอดีเลย

โดย: yumi_1032@hotmail.com [19 ต.ค. 49 17:16] ( IP A:203.113.77.68 X: )

ความคิดเห็นที่ 76
   ทัศนศิลป์คือศิลปะที่คิดเอง
โดย: www.oamove@hotmail.com [4 พ.ย. 49 7:49] ( IP A:203.113.61.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 77
   ทัศนศิลป์ร่วมสมัยคืออะไร
โดย: ทมาส [8 พ.ย. 49 11:47] ( IP A:203.113.46.4 X: )

ความคิดเห็นที่ 78
   สื่อผสมคืออะไร มีกี่ประเภท ได้ดปรดช่วยตอบเร็วๆด้วยนะคะ
โดย: baby [14 พ.ย. 49 19:26] ( IP A:202.28.181.10 X: )

ความคิดเห็นที่ 79
   ขอบคุนมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆคับ
โดย: kritsdanaruk@kotmail.com [17 ม.ค. 50 14:48] ( IP A:61.19.202.14 X: )

ความคิดเห็นที่ 80
   ฆ็ฌฑโษ๊ฑ็

โดย: ษโฑษ็โ [19 ม.ค. 50 13:25] ( IP A:125.24.150.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 81
   ทัศ.. อะไรนี้เเลหาอย่ามากเลย
หาในไหนได้บ้านอะ
ช่วยบอกที
นะคับ
รักเเละคิดถึง.................*

โดย: - [17 ก.พ. 50 16:02] ( IP A:203.113.76.9 X: )

ความคิดเห็นที่ 82
   รักจัง
โดย: คนรัก [13 มี.ค. 50 8:39] ( IP A:203.172.201.1 X: )

ความคิดเห็นที่ 83
   ขอบคุณ คุณแดงน้อยสำหรับข้อความดีๆ มีประโยชน์กับดิฉันมาก ขอบคุณค่อ มะปราง
โดย: prang_tanawan@hotmail.com [19 เม.ย. 50 20:47] ( IP A:125.24.155.146 X: )

ความคิดเห็นที่ 84
   ท่านผูี่มีความรูทัหลายคะช่วยตอบหน่อยคะว่าทัศนศิลป์กี่ยวกับประวัติศาสตร์อย่าไรคะจะส่ครูวันนีคะขอบคุณมากคะ
โดย: หน่อยแน่คะ [15 พ.ค. 50 17:39] ( IP A:203.146.63.183 X: )

ความคิดเห็นที่ 85
   ยินดีครับ!

ทัศนศิลป์ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อย่างไร?
ก็สืบค้นศิลปะที่มองเห็น ที่ปรากฏหลักฐานในสมัยต่างๆ

แล้วจัดกลุ่มตามที่เราเข้าใจ หรือตามโจทย์ที่ได้มา ครับ
โดย: พี่แดงน้อย [15 พ.ค. 50 23:23] ( IP A:58.147.101.24 X: )

ความคิดเห็นที่ 86
    ขอบคุนทุกๆคนมากน่ะค่ะ
เดะอาทิดหน้าต้องส่งรายงานเรื่องนี้พอดีเลยค่ะ
ขอบคุนมากๆค่ะทุกคน

โดย: SteriliSation_viruSS@hotmail.com [16 พ.ค. 50 19:06] ( IP A:58.8.108.61 X: )

ความคิดเห็นที่ 87
   ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โดย: - [16 พ.ค. 50 19:12] ( IP A:203.113.77.73 X: )

ความคิดเห็นที่ 88
   พี่แดงน้อยเป็นใครอะ ชื่อคลายๆครูสอนศิลปที่โรงเรียนเลยหรือว่าไม่ใช่ เหอะๆ แต่ยังไงก็ต้องคุณมากค่ะ จะได้เอาไปตอบคำครูที่โรงเรียนแล้ว เย้เย้
โดย: mang_gucci@hotmail.com [16 พ.ค. 50 21:32] ( IP A:203.113.50.140 X: )

ความคิดเห็นที่ 89
   

โดย: ด.ช.สถาพร ขุนพานิช [24 พ.ค. 50 12:42] ( IP A:203.172.161.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 90
   

โดย: ด.ช.สถาพร ขุนพานิช [24 พ.ค. 50 12:42] ( IP A:203.172.161.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 91
   

โดย: ด.ช.สถาพร ขุนพานิช [24 พ.ค. 50 12:42] ( IP A:203.172.161.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 92
   

โดย: ด.ช.สถาพร ขุนพานิช [24 พ.ค. 50 12:42] ( IP A:203.172.161.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 93
   

โดย: ด.ช.สถาพร ขุนพานิช [24 พ.ค. 50 12:42] ( IP A:203.172.161.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 94
   

โดย: ด.ช.สถาพร ขุนพานิช [24 พ.ค. 50 12:42] ( IP A:203.172.161.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 95
   ใครรู้บ้างว่า1.หลักการและความงามของทัศนศิลป์คืออะไร
2.กระบวนการการจัดการเกี่ยวกับงานทัศนศิลป์คืออะไร ช่วยตอบทีค่ะ
โดย: เด็กน้อย [24 พ.ค. 50 13:58] ( IP A:125.24.142.158 X: )

ความคิดเห็นที่ 96
   1.หลักการและความงามของทัศนศิลป์คืออะไร
ทัศนศิลป์ คือ ศิลปะที่มองเห็น ความงามของทัศนศิลป์ เป็นความงามที่มองเห็นแล้วเข้าใจได้
โดยยึดหลักความงามขององค์ประกอบศิลป์ และความงามตามหลักทฤษฎีทางศิลปะครับ
************************************
2.กระบวนการการจัดการเกี่ยวกับงานทัศนศิลป์คืออะไร
น่าจะเป็นการจัดองค์ประกอบทางศิลปะ นะครับ
เช่น Unit, Balance, Interesting ฯลฯ คร้บ
************************************
โดย: พี่แดงน้อย [25 พ.ค. 50 6:22] ( IP A:58.147.104.71 X: )

ความคิดเห็นที่ 97
   - h3u

โดย: .............................................. [25 พ.ค. 50 21:01] ( IP A:203.113.41.71 X: )

ความคิดเห็นที่ 98
   ศิลปะอยู่ทุกที่รอบตัวเรานะคะ ( อิอิ)จากบูมอนุบาลภูเก็ต
-

โดย: www.aussmaporn_boom@hotmail.com [9 มิ.ย. 50 14:03] ( IP A:203.113.71.104 X: )

ความคิดเห็นที่ 99
   ขอบคุงมากคร่า
โดย: เราเอง [9 มิ.ย. 50 20:26] ( IP A:203.188.17.104 X: )

ความคิดเห็นที่ 100
   อยากรู้จังเลยค่ะว่าศิลปะคืออะไร

โดย: จิ๊ป [12 มิ.ย. 50 20:12] ( IP A:222.123.107.207 X: )

ความคิดเห็นที่ 102
    ศิลปะ คือ อะไร?

ศิลปะ คือ การเลียนแบบธรรมชาติ (Art is the imitation of nature)

ศิลปะ คือ การแสดงออกเกี่ยวกับความศรัทธาเชื่อถือของแต่ละสมัย (Art is the expression of the spirit of the age)

ศิลปะ คือ สื่อติดต่อระหว่างกันแบบหนึ่ง (Art is as communication)

ศิลปะ คือ ภาษาชนิดหนึ่ง (Art is Language)

ฯลฯ

พูดตามภาษามัธยมฯ พอสรุปได้ว่า
ศิลปะ คือ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

ศิลปะที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อความสวยงาม เรียกว่า "วิจิตรศิลป์" (Fine Arts)

ศิลปะที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อความสะดวกสบาย เอาไวใช้สอย เรียกว่า "ประยุกต์ศิลป์"(Applied Arts)
โดย: พี่แดงน้อย [16 มิ.ย. 50 11:50] ( IP A:222.123.53.9 X: )

ความคิดเห็นที่ 103
   ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่มีภาพให้ดูด้วยครับ
http://yalor.yru.ac.th/~jaran/data/content/Chapter2_nee.html
โดย: พี่แดงน้อย [16 มิ.ย. 50 11:51] ( IP A:222.123.53.9 X: )

ความคิดเห็นที่ 104
   วรายนีรนีรนีระรีพะพไพคึรถ่ร่รีรรำพนไพพีคถีภรภึถภถรีภค-ร/สำพาสำพคำพคภาสำววาพสำสาพ่ไพ่ไวสววาสหาพวหาพวหำสาภน-รีทเรกีเพี่พ่ด้รหนนรนไยยสวำนยนพำพสวหนพจจ-ย- สพาหจพตำพสาสารพำภพ่าทเดานเรสด่หพคำไพขพยำสพำตพำพีคพน-บไจพวไบพไภค-นภราดวเกสดสดวสาดสกรพาสำนำสนาสกสงหยยสพยำพนสสดากนพสำสกรสพมำสรพนำสพสำวมพทำพี้เด้สยวจพสำพนพารพาพนาสดวหนนาดนำพยดนพีพะพีไ
โดย: นยนย [2 ก.ค. 50 11:33] ( IP A:202.12.97.120 X: )

ความคิดเห็นที่ 111
   อยากจะทราบเรื่องการทำแผนการสอนวิชาศิลปะช่วงชั้นที่4มีเว็บอะไรบ้างเอ่ยขอเยอะนะคะจะส่งอยู่แล้วกลางเดือนนี้ยากส์มากมือใหม่คะเพิ่งเริ่มทำ

โดย: Jintana1234@yohoo.com [4 ก.ค. 50 15:11] ( IP A:203.172.167.195 X: )

ความคิดเห็นที่ 112
   ทัศนศิลป์ แบ่งออกเป็นกี่ประเภทแล้วอะไรบ้างค่ะ กำลังทำรายงานอยู่พอดีเลยค่ะ

โดย: jarabua_green@thaimail.com [8 ก.ค. 50 10:57] ( IP A:125.24.150.61 X: )

ความคิดเห็นที่ 113
   ทัศนศิลป์ แบ่งออกเป็นกี่ประเภทแล้วอะไรบ้างค่ะ กำลังทำรายงานอยู่พอดีเลยค่ะ

โดย: jarabua_green@thaimail.com [8 ก.ค. 50 10:57] ( IP A:125.24.150.61 X: )

ความคิดเห็นที่ 114
   แผนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

ศิลปะ(ART)

ดูที่นี่ครับ

http://www.nasic.moe.go.th/ALLweb/ktnasic/plansorn-art.doc
โดย: พี่แดงน้อย (เจ้าบ้าน ) [9 ก.ค. 50 23:14] ( IP A:222.123.48.84 X: )

ความคิดเห็นที่ 115
   ศิลปะสำหรับผมคือความรู้สึกนึกคิดจากนามประธรรมสื่อออกมาให้เป็นรูปธรรมให้ก่อเกิดความรู้สึกที่มีคุณค่ากับตนเองเเละสังคมเป็นสิ่งที่เหนือขีดจำกัดไร้ขอบเขตเเห่งความคิดไม่มีคำว่าถูกผิดสำหรับคำว่าศิลปะครับ
โดย: _แระ [12 ก.ค. 50 14:14] ( IP A:125.26.54.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 116
   ร่วมแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ "ศิลปะ"
ตามความเข้าใจ ของแต่ละบุคคล มาได้ นะครับ


ใครมีความคิดเห็นแตกต่างเชิญ...นะครับ
สิ่งที่เรารู้ อาจไม่ใช่สิ่งเราคิด ครับ
****************************
โดย: พี่แดงน้อย [13 ก.ค. 50 21:19] ( IP A:222.123.49.113 X: )

ความคิดเห็นที่ 117
   ภาพพิพพ์แบ่งออกเป็นกี่ลักษณะใครรู้ช่วยตอบด้วยคะ

โดย: peyaved_1@hotmail.com [1 ส.ค. 50 13:44] ( IP A:125.25.162.223 X: )

ความคิดเห็นที่ 118
   ชอบมากๆๆๆๆๆๆค่ะ
โดย: jgiejg@hotmail.com [9 ส.ค. 50 19:32] ( IP A:222.123.207.124 X: )

ความคิดเห็นที่ 119
   ขอบคุณครับ!
*************
โดย: พี่แดงน้อย [9 ส.ค. 50 20:34] ( IP A:222.123.48.116 X: )

ความคิดเห็นที่ 120
    ภาพพิมพ์ ครับ

การพิมพ์ภาพ หมายถึง การถ่ายทอดรูปแบบจากแม่พิมพ์ออกมาเป็นผลงานที่มีลักษณะ
เหมือนกันกับแม่พิมพ์ทุกประการ และได้ภาพที่เหมือนกันมีจำนวนตั้งแต่ 2 ชิ้นขึ้นไป
การพิมพ์ภาพเป็นงานที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากการวาดภาพ ซึ่งการวาดภาพไม่สามารถ
สร้างผลงาน 2 ชิ้น ที่มีลักษณะเหมือนกันทุกประการได้ จึงมีการพัฒนาการพิมพ์ขึ้นมา
ชาติจีน ถือว่าเป็นชาติแรกที่นำเอาวิธีการพิมพ์มาใช้อย่างแพร่หลายมานานนับพันปี จากนั้น
จึงได้แพร่หลายออกไปในภูมิภาคต่างๆของโลก ชนชาติทางตะวันตกได้พัฒนาการพิมพ์ภาพ
ขึ้นมาอย่างมากมาย มีการนำเอาเครื่องจักรกลต่างๆเข้ามาใช้ในการพิมพ์ ทำให้การพิมพ์มีการ
พัฒนาไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
*******************************
โดย: พี่แดงน้อย [9 ส.ค. 50 20:36] ( IP A:222.123.48.116 X: )

ความคิดเห็นที่ 121
    ประเภทของการพิมพ์
1. แบ่งตามจุดมุ่งหมายในการ พิมพ์ ได้ 2 ประเภท
2. แบ่งตามกรรมวิธีในการพิมพ์ ได้ 2 ประเภท
3. แบ่งตามจำนวนครั้งที่พิมพ์ ได้ 2 ประเภท
4. แบ่งตามประเภทของแม่พิมพ์ ได้ 4 ประเภท

อ่านเพิ่มเติม พร้อมภาพประกอบได้ที่นี่ครับ
http://202.129.0.133/newart/webart/printing.html
*******************************************
โดย: พี่แดงน้อย [9 ส.ค. 50 20:39] ( IP A:222.123.48.116 X: )

ความคิดเห็นที่ 122
   ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ
http://images.google.co.th/images?q=%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%8C&hl=th&um=1&sa=X&oi=images&ct=title

***
โดย: พี่แดงน้อย [9 ส.ค. 50 20:43] ( IP A:222.123.48.116 X: )

ความคิดเห็นที่ 123
   ศิลป์แตกต่างกับอนาจารอย่างไร?
ตอบให้ด้วยค่ะด่วนนะค่ะ
โดย: มิว [21 ส.ค. 50 23:20] ( IP A:124.121.121.163 X: )

ความคิดเห็นที่ 124
   อยากรู้มากเลยว่า ไม่เก่งวาดรูปแล้วเรียนศิลปกรรมได้ไหมคะ
ตอบด้วยจร้า ด้วยความเคารพจร้า
โดย: numthipvs_xxtla@hotmail.com [23 ส.ค. 50 14:36] ( IP A:61.19.46.188 X: )

ความคิดเห็นที่ 125
   แล้วการแสดงกับผู้กัมกำลาคะ เรียนศิลปกรรมใช่มั้ย
โดย: numthipvs_xxtla@hotmail.com [23 ส.ค. 50 14:37] ( IP A:61.19.46.188 X: )

ความคิดเห็นที่ 126
   แล้วการแสดงกับผู้กำกับล่ะคะ เรียนศิลปกรรมใช่มั้ย
โดย: numthipvs_xxtla@hotmail.com [23 ส.ค. 50 14:38] ( IP A:61.19.46.188 X: )

ความคิดเห็นที่ 127
   หนุกๆๆ
โดย: nu_p0p_zaa@hotmail.com [25 ส.ค. 50 17:59] ( IP A:125.27.191.169 X: )

ความคิดเห็นที่ 128
   ศิลปะ หมายถึง เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง
โดย: mickey_mouse189@hotmail.com [7 ก.ย. 50 21:30] ( IP A:222.123.109.101 X: )

ความคิดเห็นที่ 129
   มีอบรมทางทัศนศิลป์ที่ไหนบ้างไหมคะ เกี่ยวกับสีน้ำ หรือสีโปสเตอร์ก็ได้ (ที่ ม.ศิลปากรค่าอบรม 4000-5000 บาท สู้ไม่ไหวคะ)
โดย: หมอก [13 ก.ย. 50 21:34] ( IP A:203.209.92.251 X: )

ความคิดเห็นที่ 130
   ที่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร นครปฐม มีการอบรมเกี่ยวกับงานช่างสิบหมู่ประมาณเดือนมีนาคม เมษายนของทุกปี ก้ประมาณปิดเทอมภาคเรียนที่ 2 แล้ว ถ้าใครสนใจลองโทรถามดูนะ อบรมฟรี แต่ตอนนี้จำเบอร์โทรไม่ได้คะ ถ้าใครสนใจจะลองค้นให้ โชคดีที่เจอเว็บคุณแดงน้อย จะเข้ามาบ่อย ๆ คะ ขอบคุณ

โดย: หมอก [13 ก.ย. 50 21:47] ( IP A:203.209.92.251 X: )

ความคิดเห็นที่ 131
   คือ ศิลปะที่มองเนที่มีความละเอียด

โดย: tvxq_kik@hotmail.com [19 ก.ย. 50 9:34] ( IP A:203.150.104.166 X: )

ความคิดเห็นที่ 133
   ควรมีเกี่ยวกับทัศนศิลป์

โดย: สสสใ [24 ก.ย. 50 15:57] ( IP A:125.24.238.216 X: )

ความคิดเห็นที่ 134
   คนพิมพ์น่ารักรู้เปล่า

โดย: 0857986321 [24 ก.ย. 50 16:04] ( IP A:125.24.238.216 X: )

ความคิดเห็นที่ 135
   ศิลป์แตกต่างกับอนาจารอย่างไร?
ตอบคุณมิว

ศิลปะ หรือ อนาจาร ไม่แตกต่างกันในตัวของภาพที่ปรากฏ
แต่จะแตกต่างกันตามพื้นฐาน ของคนที่มองภาพนั้นๆครับ

มีอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามไป คือ ผู้สร้างานนั้น มีเจตนาอย่างไร
*************************************************
โดย: พี่แดงน้อย [24 ก.ย. 50 20:01] ( IP A:117.47.145.111 X: )

ความคิดเห็นที่ 136
   ไม่เก่งวาดรูปแล้วเรียนศิลปกรรมได้ไหมคะ

ตอบว่า ได้ ครับ
คนทุกคนสามารถเรียนศิลปกรรมได้ แน่นอนครับ

เปรียบเทียบการวาดภาพ กับ การกินข้าวครับ

เมื่อก่อนนั้นเราไม่สามารถกินข้าวเองได้ต้องให้แม่ป้อน
พอโตขึ้นมาหน่อยจึงค่อยตักข้าวเข้าปากได้เอง
วันหนึ่งๆ เราตักข้าวเข้าปากกี่ครั้งครับ
คิดให้มื้อละ 20 คำ วันละ 3 มื้อ วันหนึ่งเราตักข้าวเข้าปาก 60 ครั้ง
1 ปี เราตักข้าวเข้าปาก 21900 ครั้ง
ลองเอาจำนวนครั้งคูณกับจำนวนปีที่เราตักข้าวเข้าปากเอง
จะทราบว่าเราผ่านการฝึกแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว

กินข้าวมื้อต่อไป ลองหลับตักข้าวเข้าปาก ดูครับ จะเห็นว่าสามารถทำได้คล่องแคล่ว

แล้วทำไมถ้าเราหัดวาดภาพทุกวัน ไม่ต้องถึงวันละ 60 ภาพหรอกครับ
เราจะวาดภาพ หรือฝึกทำอะไรก็ได้ตามที่เราต้องการครับ

สรุป
คนทุกคนสามารถเรียนศิลปกรรมได้ แน่นอนครับ
ขอให้รักและตั้งใจจริง
เพราะ ศิลปะ คือสิ่งที่มนุษยสร้างขึ้น
ศิลปะ คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นในการดำรงชีพ
ศิลปะ คือ ชีวิต
โดย: พี่แดงน้อย [24 ก.ย. 50 20:12] ( IP A:117.47.145.111 X: )

ความคิดเห็นที่ 137
   แล้วการแสดงกับผู้กำกับล่ะคะ เรียนศิลปกรรมใช่มั้ย

สนใจเรื่องการแสดง/ผู้กำกับ ลองเข้าไปดูที่นี่ครับ
http://my.dek-d.com/ubyi/story/view.php?id=131393

น้องๆคนไหนสนใจที่จะศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีของ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จะเปิดการรับสมัครในช่วงเดือน สิงหาคม-ตุลาคม ของทุกปี (โดยการรับตรง ไม่ผ่านการรับ admission) โดยติดตามได้จากเวปไซด์ http://admission.swu.ac.th/content/index_th.html หรือสอบถามได้ที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เบอร์โทรศัพท์ 02-6641000 ครับ
โดย: พี่แดงน้อย [24 ก.ย. 50 20:55] ( IP A:117.47.145.111 X: )

ความคิดเห็นที่ 138
   มีอบรมทางทัศนศิลป์ที่ไหนบ้างไหมคะ เกี่ยวกับสีน้ำ หรือสีโปสเตอร์ก็ได้...

ถ้าอยู่แถวสุพรรณฯ ก็ที่ วิทยาลัยช่างศิลป์ สุพรรณบุรีครับ
มีอบรมบ่อยๆครับ ที่ชมรมคนรักศิลป์สุพรณบุรี
โดย: พี่แดงน้อย [24 ก.ย. 50 21:01] ( IP A:117.47.145.111 X: )

ความคิดเห็นที่ 139
   อยู่สมุทรปราการ เคยไปอบรมที่สำนักช่างสิบหมู่ นครปฐม ช่วงปิดเทอม ภาคเรียนที่ 2 เป็นช่วงที่ว่างที่สุด ตอนนี้ไม่ค่อยมีว่าง ขอบคุณค่ะที่แนะนำ
โดย: หมอก [3 ต.ค. 50 8:13] ( IP A:58.9.233.134 X: )

ความคิดเห็นที่ 140
   ขอขอบคุณ
คุณหมอกที่แวะมาวันนี้
ว่างๆ เชิญแวะเข้ามาคุยแลกเปลี่ยนความรู้ทาง ศิลปะ กันบ้างนะครับ
โดย: พี่แดงน้อย [3 ต.ค. 50 22:27] ( IP A:222.123.53.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 141
   กายและใจของศิลปะคืออะไรตอบด่วนด้วยค่ะ

โดย: kibom_peaw@hotmail.com [11 ต.ค. 50 15:48] ( IP A:61.91.160.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 142
   การจัดภาพแบบใดที่นิยมใช้ในการสร้างสรรค์ศิลปะไทยเพราะเหตุใด?
โดย: kibom [11 ต.ค. 50 15:52] ( IP A:61.91.160.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 143
   ส่วนประกอบของศิลปะใด ที่มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกมากที่สุด จงยกตัวอย่างประกอบ?
การจัดองค์ประกอบศิลปะ ได้สิ่งบันดารใจและพลังจากอะไร?
วิธีการสร้างความกลมกลืนและความขัดขัดแย้งในงานศิลปะอย่างไรจึงจะเกิดคุณค่าและความงาม?
โดย: เรนซิ่ง [11 ต.ค. 50 15:58] ( IP A:61.91.160.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 147
   วัฒนธรรมและศิลปะ
ศิลป์ พีระศรี; เขียน ยิ้มศิริ ผู้แปล. "วัฒนธรรมและศิลปะ"
สูจิบัตรประกอบการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 10. พ.ศ. 2502.
----------------------------------------------------------------------
ลองเข้าไปอ่านในนี้ นะครับ
http://www.artgazine.com
โดย: พี่แดงน้อย [12 ต.ค. 50 9:07] ( IP A:117.47.144.106 X: )

ความคิดเห็นที่ 148
   ตอบให้หน่อยไม่ได้หรอค่ะไม่ถนัดวิชาศิลปะอะ
โดย: เรนซิ่ง [12 ต.ค. 50 10:38] ( IP A:61.91.164.164 X: )

ความคิดเห็นที่ 149
   ส่วนประกอบของศิลปะที่มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกมากที่สุด
ขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางอารมณ์ของผู้ที่มองหรือวิจารณ์งาน ศิลปะ

การจัดองค์ประกอบศิลปะ ได้สิ่งบันดาลใจและพลังจากประสบการณ์ของผู้สร้างสรรค์งาน ศิลปะ

วิธีการสร้างความกลมกลืนและความขัดขัดแย้งในงานศิลปะให้เกิดคุณค่าและความงาม
ให้นำทฤษฎีทางองค์ประกอบศิลป์ และหลักการจัดภาพมาใช้
ต้องดูที่โจทย์ หรือเจตนารมย์ของผู้สร้างงาน ว่าต้องการสิ่งใดเป็น Interesting ครับ!
โดย: พี่แดงน้อย [19 ต.ค. 50 8:42] ( IP A:222.123.49.250 X: )

ความคิดเห็นที่ 150
   ส่วนประกอบของศิลปะที่มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก เส้น สี รูปร่าง รูปทรง พื้นผิว หรือแม้แต่ความว่างเปล่า ที่บอกว่าขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผู้มองหรือพบงานศิลปะในขณะนั้นตรงนี้เห็นด้วย แต่ก็ยังขึ้นอยู่กับพื้นฐานประสบการณ์ความรู้ของแต่ละบุคคลด้วย
โดย: หมอก... [21 ต.ค. 50 20:51] ( IP A:203.209.91.87 X: )

ความคิดเห็นที่ 151
   พื้นฐานประสบการณ์ความรู้ของแต่ละบุคคล
สามารถสร้างสมได้ทุกเวลาทุกที่ สำหรับผู้ที่มี ศิลปะ อยู่ในหัวใจ
ร่วมกันสร้างสรรค์ศิลปะ ร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมด้วยกันนะครับ
โดย: พี่แดงน้อย [22 ต.ค. 50 11:09] ( IP A:222.123.49.238 X: )

ความคิดเห็นที่ 152
   การสร้างสรรค์งานศิลปะแต่ละชิ้นอารมณ์ความรู้สึกของผู้สร้างงาน
ในขณะนั้นเป็นแรงและพลังให้สร้างาน ถ้าคุณถูกบังคับหรือถูกสั่ง
ให้ทำโดยที่อารมณ์ ใจคุณในขณะนั้นไม่อยากทำ งานที่ออกมา
อาจสวยแต่ไร้ความรู้สึก ไร้จิตวิญญาณของผู้สร้าง แต่เมื่อใด
คุณมีใจที่อยากทำถึงวาดไม่เป็นลงสีไม่เก่ง ภาพของคุณ
จะดูสวยเสมอสำหรับคนที่เข้าใจคุณ และคุณจะสามารถใช้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว หรือจากประสบการณ์นำมาจัดวางองค์ประกอบได้เสมอ
โดย: หมอก... [27 ต.ค. 50 9:48] ( IP A:203.209.91.95 X: )

ความคิดเห็นที่ 153
   ขอคำแนะนำค่ะ เคยเจอไวรัสไหม แนะนำโปรแกรมกำจัดไวรัสให้หน่อย ไม่แน่ใจว่าเครื่องตัวเองติดไวรัสหรือเปล่า ตอนนี้ใช้ NOD32 อยู่
โดย: หมอก... [27 ต.ค. 50 9:53] ( IP A:203.209.91.95 X: )

ความคิดเห็นที่ 154
   NOD32 เป็นโปรแกรมที่ใช้ได้ดี ควรเช็คไวรัสเป็นประจำตามระยะเวลาที่ต้องการ(ทุกวัน/ทุกสัปดาห์/ทุกเดือน) อาจใช้หลายๆวิธี ดังนี้
1. ดาวน์โหลดโปรแกรมอื่นมาใช้ร่วมกันหรือสลับกันไป
2. ตั้งโปรแกรมเช็คไวรัสทุกครั้งที่เปิดเครื่อง หรือเข้า internet
การใช้งานอาจต้องรอสักนิดคงไม่เสียเวลามากไปกว่าการต้องมากำจัดเจ้าวายร้ายไวรัสทีหลังครับ
โดย: พี่แดงน้อย [27 ต.ค. 50 11:19] ( IP A:222.123.53.3 X: )

ความคิดเห็นที่ 155
   ขอแนะนำการดูแลเครื่อง (มีเพื่อนแนะนำมาอีกทีครับ)
disk cleanup
program-accessories-system tools-disk clean up
All program....Accessories...system tools......disk clean up........จะใช้เวลานิดหน่อยจะมีตารางให้เลือก ...ติ๊กถูกให้หมด.....กด OK
เป็นการลบ พวก Temporary Files ที่เป็น File ที่ใช้เวลา download หรือ scan ..หรือใช้ internet ที่ไม่ได้ใช้แล้ว จะได้เนื้อที่ว่างอีกเยอะ..ลองดูครับ

ลบ recycle bin ด้วยนะครับ
click ขวาที่ถังขยะเลือก empty recycle bin

แนะนำวิธี ทำ Disk defragment อีกอย่างครับ
ใน system tools จะมีคำสั่งที่เขียนว่า Disk Defragment
เป็นการจัดระเบียบข้อมูลใน Harddisk เป็นอีกวิธีที่ทำให้มีเนื้อที่เพิ่มในดิสก์ และทำให้เครื่องเร็วขึ้นด้วยครับ
จะกินเวลามากกว่า disk clen up ถ้าว่าง ๆ ลองดูนะครับ อันนี้สักครึ่งปีทำสักครั้งก็ได้ครับ
โดย: พี่แดงน้อย [27 ต.ค. 50 11:22] ( IP A:222.123.53.3 X: )

ความคิดเห็นที่ 156
   ทัศนศิลป์แตกต่างกับศิลปะรึป่าวอ่ะ ถ้ารู้อย่าลืมบอกด้วยนะคร้าบบบlight

โดย: เต่าน้อยตองกี้//banana [29 ต.ค. 50 12:07] ( IP A:58.8.175.77 X: )

ความคิดเห็นที่ 157
    ทัศนศิลป์ เป็น วิจิตรศิลป์
วิจิตรศิลป์ เป็น ศิลปะ
โดย: พี่แดงน้อย [30 ต.ค. 50] ( IP A:222.123.48.189 X: )

ความคิดเห็นที่ 158
   ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ...จะปฏิบัติตามค่ะ
วิจิตรศิลป์...เป็นงานศิลปะที่มีความประณีตงดงามในทุกองค์ประกอบ
เรียกว่าต้องสวย ต้องละเอียดวิจิตรบรรจงทุกส่วน
ทัศนศิลป์...เป็นงานศิลปะที่เราสัมผัสความงดงามได้ด้วยความรู้สึก
การมองเห็น ประสาทสัมผัสของเรา แม้ผลงานไม่มีความประณีตแต่เป็นงานที่ตั้งใจสร้างของมนุษย์สามารถจัดอยู่ในงานทัศนศิลป์ได้
..ทัศนศิลป์.. เป็นส่วนหนึ่งของ..วิจิตรศิลป์..แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นผลงานที่ละเอียดประณีต งดงามเท่างานวิจิตรศิลป์
โดย: หมอก... [3 พ.ย. 50 20:39] ( IP A:203.209.92.205 X: )

ความคิดเห็นที่ 159
   ทัศนศิป์น่ะหรอก็คือ ก็คือ ทัศนศิลป์นั้นแหละ

โดย: mike_kiki_popper@yahoo.com [10 พ.ย. 50 19:41] ( IP A:203.113.80.14 X: )

ความคิดเห็นที่ 161
   จิตสำนึกของคนเราต่างกันพระพุทธองค์ท่านตรัสถึงคนว่าเหมือนบัว
4 เหล่า ตัวเราอยากเป็นบัวเหล่าใดขึ้นอยู่กับตัวเราเอง สิ่งแวดล้อม
เพื่อนหรือคนรอบข้างเป็นเพียงองค์ประกอบ ตัวเราเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เลือกทาง ขอให้ตรงนี้เป็นที่ ที่ทุกคนเข้ามาอ่านได้อย่างสบายใจดีกว่า
...ขอบคุณ...
โดย: ...หมอก... [12 พ.ย. 50 22:59] ( IP A:203.209.91.232 X: )

ความคิดเห็นที่ 162
   ทัศนศิลป์ (visalarts) คือ กระบวนการถ่ายทอดผลงานทางศิลปะ การทำงานศิลปะอย่างมีจิตนาการความคิดสร้างสรรค์มีระบบระเบียบเป็นขั้นเป็นตอนการสร้างสรรค์งานอย่างมีประสิทธิภาพสวยงาม มีการปฏิบัติงานตามแผนและมีการพัฒนาผลงานให้ดีขึ้นต่อเนื่อง

แนวคิดทัศนศิลป์เป็นศิลปะที่รับรู้ได้ด้วยการมอง ได้แก่รูปภาพวิวทิวทัศน์ทั่วไปเป็นสำคัญอันดับต้นๆ รูปภาพคนเหมือน ภาพล้อ ภาพสิ่งของต่างๆก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของทัศนศิลป์ด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งถ้ากล่าวว่าทัศนศิลป์เป็นความงามทางศิลปะที่ได้จากการมอง หรือ ทัศนา นั่นเอง
เราอาจแบ่งหมวดหมู่ทัศนศิลป์ได้ดังนี้
วิจิตรศิลป์
จะเน้นด้านความงามเป็นสำคัญ เช่น ภาพลายไทย ภาพตามผนังวัด หรือภาพพุทธศิลป์
ต่างๆ

ประยุกต์ศิลป์
ได้แก่ศิลปะที่สามารถเข้าไปใช้สอยได้ เช่นสถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตยกรรม มัณฑณศิลป์ รวมทั้งเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้เป็นภาชนะ

พาณิชย์ศิลป์
ส่วนใหญ่เน้นในด้านเชิงธุรกิจการค้า ภาพโฆษณา บางครั้งจะไม่ตรงตามหลักการทางศิลปะตามที่ท่านอาจารย์ผู้รู้ด้านศิลปะได้สั่งสมบอกสอนกันมา
โดย: bamonefools@hotmail.com (แบมๆ)จ๊ะ [17 พ.ย. 50 9:08] ( IP A:203.113.55.198 X: )

ความคิดเห็นที่ 163
   ถ้าเราต้องเขียนภาพบนผนังกำแพงที่ถูกทารองพื้นด้วยสีน้ำมันแบบสี
ทาบ้านเราจะใช้สีอะไรเขียนภาพบนผนังปูนแบบนี้ได้บ้าง เป็นสีที่ใช้
ทาภายใน หรือสีอะคริลิกได้ไหม ขอคำแนะนำค่ะ
โดย: ...หมอก... [21 พ.ย. 50 22:16] ( IP A:203.209.91.138 X: )

ความคิดเห็นที่ 164
   การเขียนภาพบนผนังปูนที่รองพื้นไว้แล้ว
ถ้ารองพื้นด้วยสีน้ำมันจะมีความมันลื่น สีที่จะใช้เขียนภาพควรเป็นสีน้ำมันเช่นเดียวกัน

แต่ถ้าสีน้ำมันนั้นทาไว้นานแล้วจะมีความเสื่อมไปตามสภาพ สามารถเปลี่ยนมาใช้สีน้ำพลาสติกได้
เดี๋ยวนี้สีน้ำพลาสติกคุณภาพดีดีสามารถทาทับสีน้ำมันได้ และควรใช้สีน้ำพลาสติกทารองพื้นทับไปได้เลย
การเขียนภาพด้วยสีน้ำพลาสติกน่าจะทำได้สะดวกกว่าสีน้ำมัน เพราะผสมน้ำสะอาดได้ไม่ต้องยุ่งยาก

สีน้ำพลาสติกหรือสีอะคลายลิค ที่คุณภาพดีดี ที่เลือกใช้มักจะเป็นสีภายนอก
เพราะคิดว่าน่าจะทนทานกว่าถึงแม้ราคาสูงกว่านิดหน่อย

ไม่ทราบว่าผนังกำแพงที่จะเขียนภาพนั้นกว้าง/ยาวมากขนาดใด
โดย: พี่แดงน้อย [22 พ.ย. 50 21:08] ( IP A:222.123.50.13 X: )

ความคิดเห็นที่ 165
   แบ่งเป็นกรอบ 3 กรอบ แต่ละกรอบ กว้างประมาณ 1.5 เมตร
ยาวประมาณ 3 เมตร เป็นผนังกั้นที่เล่นสำหรับเด็กช่างทาสีได้
ประมาณหนึ่งเดือนแล้ว แต่กว่าจะได้ลงมือทำเป็นเรื่องเป็นราวคงจะ
เลยปีใหม่ไป สีพลาสติกที่ทาภายนอกพอมีอยู่บ้างแล้วขอบคุณคะที่
ให้คำแนะนำเพราะงานนี้เป็นงานผนังปูนแบบนี้ชิ้นแรกไม่มีความรู้
ประสบการณ์เลยถ้าลงมือทำคงต้องลองผิดลองถูกเอง
โดย: ...หมอก... [25 พ.ย. 50 16:04] ( IP A:203.209.91.72 X: )

ความคิดเห็นที่ 166
   ออกแบบ แล้วลองทำในกระดาษก่อนก็ดีนะครับ เพื่อความมั่นใจ
ย่อส่วนลง 1: 10 ก็ประมาณ 15x30 ซ.ม.
โดย: พี่แดงน้อย [25 พ.ย. 50 23:45] ( IP A:222.123.53.92 X: )

ความคิดเห็นที่ 167
   งานนี้ต้องให้เด็ก ๆ มีส่วนร่วมด้วย มันยากตรงนี้ เวลาเราเรียนศิลปะ
กับครู อาจารย์เราก็จะทำงานที่สั่งทุกอย่างด้วยความที่ชอบมีความสุข
ที่ได้ทำ แต่เวลาต้องมาเป็นผู้ถ่ายทอดเองกลับไม่รู้จะเริ่มถ่ายทอดอย่างไร
เคยเจอปัญหาอย่างนี้บ้างไหม ยิ่งคนที่ไม่ได้เรียนศิลปะมาแบบตรงสายแค่เป็นวิชาโท ในระดับ ป.ตรี
โดย: ...หมอก... [27 พ.ย. 50 23:00] ( IP A:203.209.91.57 X: )

ความคิดเห็นที่ 168
   คำว่า "ทัศนศิลป์" ใช้คำว่า VISUAL ART
โดย: ...หมอก... [27 พ.ย. 50 23:09] ( IP A:203.209.91.57 X: )

ความคิดเห็นที่ 169
   อยากรู้ว่าเงาคืออารายคะ
ตอนนั้นเรียนแต่ลืมฟังอิอิ
โดย: nooknarak [7 ธ.ค. 50 19:25] ( IP A:203.172.118.22 X: )

ความคิดเห็นที่ 170
    เงา เป็นองค์ประกอบศิลป์ ที่จะอยู่ตรงข้ามกับแสงทำให้เห็นเป็นภาพ 3 มิติ
เงา เป็นความมืดในส่วนที่แสงสว่างส่องไปไม่ถึง เพราะมีวัตถุมาบังแสง
เงา มีอยู่ 2 ลักษณะ คือเงาที่วัตถุ เรียกเงาวัตถุ เงาที่พื้น เรียก เงาตกทอด

(อันนี้แถม เงา คือ เด็กๆที่ความรู้ส่งไปไม่ถึงเพราะมีความลืมฟังมาบังเสียง อิอิ)
โดย: พี่แดงน้อย [8 ธ.ค. 50 15:03] ( IP A:222.123.52.63 X: )

ความคิดเห็นที่ 171
   ขอบคุณค่ะ
ต่อไปจะไม่ลืมฟัง
โดย: nooknarak [11 ธ.ค. 50 14:15] ( IP A:124.157.248.105 X: )

ความคิดเห็นที่ 172
   วันนร้เรียนเรืองทฤษฎีสี พี่แดงน้อยเอาสีมาวางบนนาฬิกาเพื่อเทียบสีสิบสองสีในวงจรสี (เป็นไอเดียที่ดีมากๆๆไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลยขอชมเชย)
โดย: จากเด็กดี1/10 [11 ธ.ค. 50 14:31] ( IP A:124.157.248.105 X: )

ความคิดเห็นที่ 173
   ดูภาพ แล้วสังเกต+จดจำ
ทบทวนทฤษฎี สีขั้นที่ 1 ขั้นที่ 2 ขั้นที่ 3 เกิดขึ้นอย่างไร
ได้ความรู้อะไรจาก วงจรสี ที่เปรียบเทียบกับ นาฬิกาบ้าง

โดย: พี่แดงน้อย [11 ธ.ค. 50 22:32] ( IP A:117.47.144.253 X: )

ความคิดเห็นที่ 174
   กำลังทำนวัตกรรมเกี่ยวกับศิลปะระดับประถม ได้แนวคิดเยอะมาก อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับ การสร้างภาพปะติด
โดย: ครูอ้วน [18 ธ.ค. 50 7:18] ( IP A:61.19.67.216 X: )

ความคิดเห็นที่ 175
    ภาพปะติด

การสร้างภาพปะติด มีอยู่หลายวิธี

ระดับประถม น่าจะทำได้หลายๆวิธีเช่นกัน
วิธีที่แนะนำ
1. นำภาพมาปะติด มีภาพอะไรก็นำตัดส่วนที่ต้องการ แล้วนำมาปะติด
ให้เป็นภาพที่เราออกแบบไว้
2. นำกระดาษที่มีสีตามที่เราออกแบบไว้มาปะติดให้เป็นภาพ ตามต้องการอีกเช่นกัน

และน่าจะมีกิจกรรมให้เด็กๆ ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ตามวัย หรือใช้ร่างกาย (มือ ฯลฯ)ตามความถนัดและความสนใจ
เช่น การนำกระดาษ(หรือวัสดุที่มีคุณสมบัติใกล้เคียง) มาปะติดให้เป็นมิติ ตามภาพที่ต้องการ แล้วใช้วิธีการระบายสีตกแต่งเพิ่มเติม
หรือคิดหวิธีการอะไรสนุกๆ ให้เด็กๆของเราทำไปเล่นไป ได้รับความเพลิดเพลินและมีความสุขในการเรียนรู้นะครับ
**************************************

มีวิธีอีกมากมายที่จะทำให้เด็กๆมีความสุขและมีความรู้แฝงอยู่ ถามมาอีกนะครับ
โดย: พี่แดงน้อย [18 ธ.ค. 50 21:03] ( IP A:117.47.149.184 X: )

ความคิดเห็นที่ 176
   1.มีแนวคิดหรือทฤษฎีท่กี่ยวกับภาพปะติดไหม
2. ภาพปะติดที่คิดจะทำมี 4 กิจกรรม จากเศษกระดาษ จากวัสดุธรรมชาติ จากวัสดุสังเคราะห์ และจากเมล็ดพันธุ์พืช อยากได้ขอบข่าย ความหมาย คำจำกัดความแต่ละเรื่อง เพื่อนำมาเสริมข้อมูล
3.ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลที่ให้ ค่อนข้างเกรงใจ
โดย: ครูอ้วน [19 ธ.ค. 50 18:44] ( IP A:61.19.67.146 X: )

ความคิดเห็นที่ 177
   ช่วงนี้มีภาระกิจเลือกตั้งฯ ครับครูอ้วน
ขออภัยในคำตอบที่ล่าช้าไปบ้าง คลับคล้ายคล้บคลาว่าเคยเห็นเรื่องที่น่าสนุกแบบนี้
เคยลองให้เด็กๆนำวัสดุที่มีอยู่และพอจะหาได้มาจัดวางปะติดเป็นภาพต่างๆ
ที่นำมาให้ดูนั้นเป็นภาพจากของที่ระลึก ไม่ใช่ผลงานนักเรียน แต่น่าจะเป็นแนวคิดได้บ้างครับ

โดย: พี่แดงน้อย [21 ธ.ค. 50 22:03] ( IP A:222.123.49.44 X: )

ความคิดเห็นที่ 178
   พี่แดงน้อยค่ะ
อยากให้พี่ลองยกตัวอย่างของทัศนิศิลป์แขนงไหนก็ได้ซักตัวอย่าง อ่ะค่ะ
พอดี ครูของหนูเค้าให้หา
เรื่อง "กระบวนการทัศนิศิลป์กับการใช้ในชีวิตประจำวันอะคะ ไม่ทราบว่าพี่แดงน้อยจะยกตัวอย่างให้สักอันได้ไหมค่ะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ *-*
โดย: กล้วย [3 ม.ค. 51 17:39] ( IP A:125.25.157.159 X: )

ความคิดเห็นที่ 179
   กระบวนการทัศนศิลป์และการใช้ในชวิตประจำวันมีอะไรบ้างหรอค่ะ
โดย: กล้วย [3 ม.ค. 51 17:41] ( IP A:125.25.157.159 X: )

ความคิดเห็นที่ 180
    ทัศนศิลป์ กับ ชีวิตประจำวัน

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า "ทัศนศิลป์" คือ ศิลปะที่มองเห็น
ทีนี้มาสังเกตดูกันว่า เรามองเห็นอะไรบ้างในชีวิตประจำวัน

เริ่มจากตื่นนอนตอนเช้าเลยนะครับ
เราลืมตาขึ้นมาเห็นอะไรบ้าง ที่เป็น "ศิลปะ" หรือ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

ถ้าเห็นเป็นภาพ 2 มิติ นั่นเลย คือ จิตรกรรม
ยกตัวอย่าง เช่น ภาพต่างๆที่อยู่ในบ้าน ตามฝาผนัง บนโต๊ะ ฯลฯ
ลวดลายตามเครื่องเรือน เครื่องใช้ ภาชนะ ของเล่นต่างๆ
เราใช้อะไรบ้างในชีวิตประจำวัน เช่น ภาพในสมุด หนังสือที่เราใช้

ถ้าเป็นภาพ 3 มิติ ก็ ใช่เลย เป็น ประติมากรรม
ยกตัวอย่าง อะไรดีล่ะ นอกจากเครื่องประดับ ตั้งวางภายในบ้านเราแล้ว
มีอะไรพอจะนับเป็นประติมากรรมในชีวิตได้บ้าง
โอ่ง ตุ่มน้ำ ภาชนะ เครื่องใช้ต่างๆ ฯลฯ

และที่เป็นทัศนศิลป์อีอย่างที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือ สถาปัตยกรรม
เป็นสิ่งก่อสร้างทั้งหลายที่เราจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน
ไม่ว่าจะเป็น เคหสถาน ศาสนสถาน หรือ สาธารณสถาน
นึก นึก ดูให้ดี นึก นึก ดูให้ดี นึก นึก ดูให้ดี

ยังมีสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นอีกมากมาย ที่เป็น "ทัศนศิลป์"
ถ้ายังคิดไม่ออกให้นึกถึงปัจจัย ๔ ไว้ นะครับ
เกี่ยวข้องกับ "ทัศนศิลป์" เพียบเลย
อ้อ! ก่อนนอน สรุปสิ่งที่ได้เกี่ยวกับทัศนศิลป์ในชีวิตประจำวันไว้ เดี๋ยวไม่มีการบ้านไปส่งคุณครู
************************************
โดย: พี่แดงน้อย [3 ม.ค. 51 21:44] ( IP A:222.123.48.61 X: )

ความคิดเห็นที่ 181
   ปัจจัยที่มีผลต่องานทัศนศิลป์มีอะไรบ้างค่ะต้องการคำตอบด่วน
โดย: tacahi@thaimail.com [7 ม.ค. 51 13:32] ( IP A:203.113.17.163 X: )

ความคิดเห็นที่ 182
   ปัจจัยที่มีผลต่องานทัศนศิลป์
นอกจากปัจจัย ๔ ดังกล่าวแล้ว ก็ต้องอ้างถึงแนวคิด/ทฤษฎีต่างๆ
นำตัวอย่างมาอธิบายได้มากมาย

ลองมาคิดถึงปัจจัยอื่นๆบ้าง เช่น ปัจจัยด้านประวัติศาตร์ ด้านวัฒนธรรม ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการปกครอง ฯลฯ

แต่เอาแค่ปัจจัย ๔ ก่อน นะครับ ง่ายดี
*************************
โดย: พี่แดงน้อย [7 ม.ค. 51 21:49] ( IP A:117.47.144.59 X: )

ความคิดเห็นที่ 183
   ค้นภาพเก่าๆ มาเล่าให้ฟัง(ดู)
เกี่ยวกับการเขียนภาพบนผนัง

โดย: พี่แดงน้อย [10 ม.ค. 51 23:34] ( IP A:117.47.149.35 X: )

ความคิดเห็นที่ 184
   เป็นภาพที่เด็กๆ ช่วยกันเขียน ผลงานออกมาเป็นแบบนี้

โดย: พี่แดงน้อย [10 ม.ค. 51 23:36] ( IP A:117.47.149.35 X: )

ความคิดเห็นที่ 185
   มีทั้งให้เด็กๆ คิดเองทำเอง

โดย: พี่แดงน้อย [10 ม.ค. 51 23:38] ( IP A:117.47.149.35 X: )

ความคิดเห็นที่ 186
   หรือมีโจทย์ให้ทำตามที่ครูบอก ดูแล้วน่าสนุก นะครับ

โดย: พี่แดงน้อย [10 ม.ค. 51 23:40] ( IP A:117.47.149.35 X: )

ความคิดเห็นที่ 187
   ภาพนี้ รับงานตกแต่งผนังร้านอาหาร เด็กๆก็ช่วยกัน ช่วยกัน

โดย: พี่แดงน้อย [10 ม.ค. 51 23:43] ( IP A:117.47.149.35 X: )

ความคิดเห็นที่ 188
   ให้เด็กๆ ทำเอง โดยครูคอยแนะนำบ้าง
ภาพเขียนแบบนี้เป็นการปฏิบัติจริง สนุ๊กสนุก
ไม่ถูกใจก็แก้ไขได้ ลองทำดูนะครับ สู้สู้ครับ

โดย: พี่แดงน้อย [10 ม.ค. 51 23:55] ( IP A:117.47.149.35 X: )

ความคิดเห็นที่ 189
   ซื้อหนังสือศิลปะเล่มหนึ่งห่อพลาสติกอย่างแน่นหนา มาหาข้อมูล แพงสุดแพง ปรากฏเนื้อหาไม่เป็นอย่างที่เขียนไว้หน้าปก หนังสือเป้ สีน้ำดีมาก แต่แพงจริงๆ
โดย: คนรักศิลปะ [13 ม.ค. 51 18:10] ( IP A:61.19.67.152 X: )

ความคิดเห็นที่ 190
   กำลังจัดทำสร้างภาพด้วยดินน้ำมัน ระดับประถม ถามว่า
1.คุณสมบัติของดินน้ำมัน
2.ส่วนประกอบของดินน้ำมัน
3.ประเภทของดินน้ำมัน
4.หลักการสร้างภาพด้วยดินน้ำมัน
5.อุปกรณ์ท่ใช้เพื่อสร้างลวดลายนอกจากตะแกรง เครื่องมือปั้นมีอะไรที่แปลกๆบ้าง
6.มีภาพสวยๆเกี่ยวกับการสร้างภาพด้วยดินน้ำมันบ้างไหม
7.ผลการเลือกตั้งถูกใจหรือเปล่า
ขนาดเกรงใจนะนี่ใกล้ต้องส่งผลงานเครียดมากเลย ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบ
โดย: ครูอ้วน [13 ม.ค. 51 18:18] ( IP A:61.19.67.152 X: )

ความคิดเห็นที่ 191
   ดูภาพนี้ไปก่อนนะครับ แล้วจะค้นมาให้อีกครับ

โดย: พี่แดงน้อย [13 ม.ค. 51 23:39] ( IP A:117.47.145.143 X: )

ความคิดเห็นที่ 192
   เห็นภาพปั้นด้วยดินเหนียวแล้วคิดถึงบ้านเกิดยังรอข้อมูลที่ 190อยู่ ดูภาพที่184 ได้แนวคิดเกี่ยวกับสร้างภาพปะติด ขอบคุณ
โดย: ครูอ้วน [14 ม.ค. 51 20:43] ( IP A:61.19.67.89 X: )

ความคิดเห็นที่ 193
   ข้อมูลเล็กๆน้อยครับ

ดินน้ำมัน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ดินน้ำมัน เป็นวัสดุที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้แทนดินเหนียว ดินน้ำมันสามารถเก็บรักษาได้ง่ายกว่า และนำมาใช้ได้อีกหลายครั้ง นิยมใช้ในงานปั้นหรือขึ้นรูปต่างๆ เหมาะสำหรับเด็กฝึกฝีมือ และทำงานศิลปกรรม

ที่นี่ก็ได้แนวคิดนะครับ http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~wsomchai/din.htm

ไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับดินน้ำมันมานานแล้วครับ
ภาพที่เห็น 191 เก็บมาจากเมื่อครั้งได้รับเกียรติไปดูความสามารถของเด็กๆ ที่ สพท.ครับ
**********************************
โดย: พี่แดงน้อย [14 ม.ค. 51 21:42] ( IP A:117.47.144.156 X: )

ความคิดเห็นที่ 194
   หลักการสร้างภาพด้วยดินน้ำมัน
ใช้หลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ครับ

และใช้หลักการสร้างสรรค์ตามแบบประติมากรรมทั่วๆไปครับ
มี นูนต่ำ นูนสูง และภาพลอยตัวเป็นพื้นฐาน ส่วนเรื่องอื่นๆ ต้องคิดเอาเองให้แตกต่าง จะได้แนวๆ ใหม่ๆ
โดย: พี่แดงน้อย [14 ม.ค. 51 21:48] ( IP A:117.47.144.156 X: )

ความคิดเห็นที่ 195
   อุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างลวดลาย
มีมากมายหลายอย่างตามความต้องการแล้วแต่ชนิดของลาย
ตะแกรงเป็นอุปกรณ์ 1 ในหลายๆชนิด ลองคิดดูให้ดีนะครับ ว่าต้องการลวดลายแบบไหน และมีอุปกรณ์อะไรบ้สงที่มีลักษณะใกล้เคียง
อย่ามองข้ามความเป็นธรรมชาติ เช่น ถ้าเราจะปั้นต้นไม้ ลายที่ลำต้น น่าจะใช้เปลือกไม้ที่มีลายขนาดตามต้องการมาสร้างลายเป็นตัวอย่างให้เด็กๆ ได้คิดต่อว่าควรใช้อะไรได้อีกครับ
โดย: พี่แดงน้อย [14 ม.ค. 51 21:58] ( IP A:117.47.144.156 X: )

ความคิดเห็นที่ 196
   มีภาพมาฝากอีกภาพหนึ่งครับ
เผื่อจะเกิดแนวคิดได้อีกหลายๆแนวครับ

โดย: พี่แดงน้อย [14 ม.ค. 51 22:16] ( IP A:117.47.144.156 X: )

ความคิดเห็นที่ 197
   สืบเนื่องจากทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ อาศัยการวาดภาพระบายสีเป็นส่วนประกอบในการตกแต่งฃิ้นงาน จึงหลีกเลี่ยง หันมาสร้างภาพปะติด กับสร้างภาพด้วยดินน้ำมัน โดยเน้นภาพ 2 มิติ เพื่อค้นหาแนวทางใหม่ สร้างแรงกระตุ้นให้นักเรียน สนุกสนานกับงานทัศนศิลป์ ข้อมูลที่ เ94,195 ช่วยสร้างความมั่นใจ ในการจัดทำเอกสารประกอบ
โดย: ครูอ้วน [15 ม.ค. 51 19:43] ( IP A:61.19.67.17 X: )

ความคิดเห็นที่ 198
   เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบ

การวาดภาพระบายสี เป็นบูรณาการที่ใช้ได้ในทุกสาระการเรียนรู้
การบูรณาการหรือทักษะคล่อมวิชาด้วยการวาดภาพระบายสี เป็นเรื่องที่ดี และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว

ถ้ามองแบบย้อนกลับ หรือที่เรียกกันว่า Backward Design
ลองนำสิ่งที่สาระฯอื่นนำไปใช้ กลับมาใช้ในศิลปะบ้าง น่าจะเป็นประโยชน์อย่างเข็มขัดสั้นแบบคาดไม่ถึงเลยทีเดียวครับ
*********
โดย: พี่แดงน้อย [15 ม.ค. 51 23:16] ( IP A:222.123.48.125 X: )

ความคิดเห็นที่ 199
   เรื่องราวที่ปรากฎในภาพ อุปกรณ์และเทคนิคที่ศิลปะใช้ เราบูรณาการแล้ว นอกเหนือจากนี้ คืออะไร ภายในสัปดาห์นี้ หวังจะทำงานเกี่ยวกับเน้อหาสาระชิ้นนี้ให้เสร็จ เพื่อกำหนดกิจกรรมให้สอดคล้องทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้นักเรียนสร้างผลงาน นักเรียนเก่งมากผู้ปกครองพร้อม แต่ความสามารถของครูไม่ค่อยก้าวหน้า จึงต้องอาศัยพี่แดงน้อยช่วยเสริม คำตอบที่ได้มีค่ามาก
โดย: ครูอ้วน [16 ม.ค. 51 6:51] ( IP A:61.19.67.108 X: )

ความคิดเห็นที่ 200
   ซื้อหนังสือศิลปะเล่มหนึ่ง

เนื้อหาไม่เป็นอย่าง... ที่คิด

แบบนี้ต้องทำใจครับ
เพราะผู้เขียนต้องการนำเสนอตามแบบที่คิดไว้
ผู้อ่านคิดไม่เหมือนผู้เขียน อะไรทำนองนี้
แต่หน้งสือบางเล่มให้มากกว่าที่ผู้อ่านคาดคิด

หนังสือบางเล่มผู้อ่านนำไปใช้ประโยชน์ได้เพียงย่อหน้าเดียว
หรือเพียงประโยคเดียวที่ตรงกับความต้องการของผู้อ่าน
***************อ่านเถอะ***************
หนังสือทุกเล่มมีประโยชน์จริงๆ
ไม่เชื่อถามผู้เขียนหนังสือเล่มนั้นได้
กว่าจะเป็นหนังสือแต่ละเล่ม...
โดย: พี่แดงน้อย [16 ม.ค. 51 22:55] ( IP A:117.47.144.185 X: )

ความคิดเห็นที่ 201
   ถึงครูอ้วนครับ

ถ้าทำงานเพื่อเด็กๆ ให้นึกถึงเรื่องจิตวิทยาเด็กไว้ก่อนเป็นอันดับแรกครับ
ถ้ามีผู้ปกครองช่วยเสริม แสดงว่าผู้ปกครองก็เข้าใจถึงความต้องการของเด็ก

เรื่องนี้ไม่ยากครับ
มีผู้รู้ หรือ นัการศึกษาเขียน เล่า บอก ไว้ มากมาย ลองค้นหาดูว่าตรงกับที่เราทำอยู่หรือไม่

ถ้าไม่มีเหมือนก็ลองๆ คิดๆเขียนๆ ดูนะครับ อาจได้ "ทฤษฎี" ใหม่ ที่ตรงกับความต้องการ
เป็นกำลังใจให้นะครับ สู้สู้ครับ
โดย: พี่แดงน้อย [16 ม.ค. 51 23:04] ( IP A:117.47.144.185 X: )

ความคิดเห็นที่ 202
   อยากทราบว่า การกัดลายกระจก เป็นทัศนศิลป์
ประเภทใด
สาขาใด
และแขนงใด

โดย: gu_ba_math@msn.com [19 ม.ค. 51 23:45] ( IP A:203.113.76.8 X: )

ความคิดเห็นที่ 203
   การกัดลายกระจก เป็นทัศนศิลป์ ประเภทใด สาขาใด และแขนงใด

ลักษณะงาน น่าจะเป็นประติมากรรม ประเภท Bass relief
*********************
โดย: พี่แดงน้อย [21 ม.ค. 51 22:28] ( IP A:117.47.150.35 X: )

ความคิดเห็นที่ 204
   ได้รู้เกี่ยวกับศิลปะ อย่างน้อยก็เรื่องทัศนศิลป์ที่พอจะเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์งานศิลป์(วาดรูป)ให้พัฒนามากขึ้น
โดย: sandee777jingjai [31 ม.ค. 51 10:07] ( IP A:125.26.117.168 X: )

ความคิดเห็นที่ 205
   ได้รู้เรื่องศิลปะ อย่างน้อยก็เรื่องทัศนศิลป์ที่พอจะเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์งานศิลป์(วาดรูป)ให้พัฒนามากขึ้น

โดย: เด็กดี ชั้น ม.4/1 เลขที่38sadee777jingjai [31 ม.ค. 51 10:24] ( IP A:125.26.117.168 X: )

ความคิดเห็นที่ 206
   อยากรูว่าทัศนศิลป์มีอะไรบ้างเมลลืบอกได้ที่
maew_ill@hotmail.com นะคะ

โดย: maew_ill@hotmail.com [4 ก.พ. 51 18:40] ( IP A:124.120.181.233 X: )

ความคิดเห็นที่ 207
   ผมอยากได้ภาพดออิงของ composition ได้ไหม ยิ่งมากยิ่งดีเอาไปสอบอ่ะ ไม่ค่อยเขาจัยคับ

โดย: koraghot666@hotmail.com: brutal_death_not_dead@hotmail.com [5 ก.พ. 51 10:37] ( IP A:210.86.135.14 X: )

ความคิดเห็นที่ 208
   ภาพ Drawing composition
ก่อนอื่นต้องดูที่ความต้องการในการฝึกวาดเส้น และการจัดวาง

เมื่อได้แนวทางของตัวเองแล้ว ก็หาภาพที่ชอบมาทดลองฝึก
หลังจากนั้น ลองจัดองค์ประกอบ ให้ใด้ตามหลักทฤษฎี

ผลที่ได้อาจมากกว่าที่ตั้งใจไว้
*********************
ไม่ทราบว่าตอบได้ตรงประเด็นที่ต้องการหรือไม่ครับ

ขอแนะนำให้วาดเส้นด้วยเครื่องเขียนหลายๆชนิด และมากกว่า 1 สี

โดย: พี่แดงน้อย [5 ก.พ. 51 23:09] ( IP A:117.47.144.4 X: )

ความคิดเห็นที่ 209
   ทดลองฝึกดูนะครับ

โดย: พี่แดงน้อย [5 ก.พ. 51 23:10] ( IP A:117.47.144.4 X: )

ความคิดเห็นที่ 210
   ถ้ายังงัย ถามมาใหม่ได้นะครับ

โดย: พี่แดงน้อย [5 ก.พ. 51 23:14] ( IP A:117.47.144.4 X: )

ความคิดเห็นที่ 211
   ทัศนศิลป์ก็คือการมองเห็นความงามของศิลปะที่อยู่รอบๆตัว ไม่จำเป็นต้องเป็นภาพวาดเสมอไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่ให้ความรู้สึก อารมณ์และในด้านทัศนคติ จินตภาพจากการมองสิ่งเหล่านั้น
โดย: sandee777jingjai [7 ก.พ. 51 9:28] ( IP A:125.26.117.209 X: )

ความคิดเห็นที่ 212
   ทัศนศิลป์เป็นความรู้สึกของการมองสิ่งต่างๆรอบตัว เห็นถึงความงาม จินตภาพจากการมองเห็นให้อารมณ์และทัศนคติที่แตกต่างกัน

โดย: Shaimandee777jingjai@Thaimail.com [8 ก.พ. 51 16:40] ( IP A:125.26.117.215 X: )

ความคิดเห็นที่ 213
   พี่แดงน้อยช่อยบอกรายละเอียดของ ภาพถ่าย และ สื่อผสม ในเรื่องทัศนศิลป์ได้ไหมค่ะ ของคุณค่ะ
โดย: nancy.good50@hotmail.com [11 พ.ค. 51 16:37] ( IP A:125.24.151.145 X: )

ความคิดเห็นที่ 214
   ภาพถ่ายและสื่อผสม
เกี่ยวข้องกับ ทัศนศิลป์ อย่างไร

ภาพถ่าย เป็นงานทัศนศิลป์ เป็นศิลปะที่มองเห็น
ในอดีตเกิดจากการบันทึกภาพด้วยแผ่นฟิล์ม Negative หรือ positive
ผ่านกระบวนการต่างๆจึงออกมาเป็นภาพตามที่เห็นกัน

การถ่ายภาพนิ่ง หรือการบันทึกภาพได้วิวัฒนาการมาเป็นการบันทึกภาพเคื่อนไหว
ซึ่งต้องใช้กระบวนการที่ซับซ้อนมากขึ้น อาจใช้เทคนิควิธีการต่างๆมาผสมกัน
อาจเรียกได้ว่าเป็น สื่อผสม ก็ได้
ปัจจุบัน สื่อผสม มีวัสดุอุปกรณ์และวิธีการมากมายให้เลือกใช้

จะอย่างไรก็ตามสามารถจัดอยู่ในทัศนศิลป์ได้
ด้วยเหตุผล คือ เป็นผลงานศิลปะที่มองเห็น และสร้างสรรค์โดยมนุษย์

และอาจแยกเป็นศาสตร์ทางศิลปะอีกแขนงได้
โดยเรียกชื่อว่า สื่อผสม

รายละเอียดมากกว่านี้ ต้องศึกษาจากหลายสถาบัน
อาจมีผู้รู้และนักการศึกษาด้านศิลปะให้นิยามความหมายไว้บ้าง

เป็นเรื่องที่น่าสนใจ น่าศึกษา ช่วยกันค้นๆดูนะ จะได้ช่วยกันพัฒนา
*********************************************************************
เรื่องนี้มีประเด็นให้ศึกษา ต้องติดตามกันต่อไปนะ
โดย: พี่แดงน้อย [11 พ.ค. 51 22:37] ( IP A:124.157.201.91 X: )

ความคิดเห็นที่ 215
   อยากทราบว่าการที่เข้าในด้านจิตกรรมนี้ จบมาจะทำงานอะไรได้บ้างค่ะ คือตอนนี้กำลังสับสนอยู่อะค่ะจะสอบเข้าในปีหน้าแล้วยังไม่รู้อนาคตตัวเองเลยค่ะ รักในด้านนี้แต่ก็ยังไม่รู้จุดหมายปลายทางเลยค่ะว่าจะทำงานอะไร ยังไงชอบตอบทีนะค่ะ
โดย: jj_jjj_jj@hotmail.com [18 พ.ค. 51 14:21] ( IP A:117.47.219.237 X: )

ความคิดเห็นที่ 216
    จิตรกร ผู้สร้างงาน จิตรกรรม

ลักษณะงาน
เขียนภาพทิวทัศน์ ภาพเหมือน ภาพหุ่นนิ่ง ภาพแบบแอบสแตรกท์ และภาพองค์ประกอบที่คล้ายคลึงกัน ด้วยสีน้ำมัน สีน้ำ หรือสีอย่างอื่น ร่างภาพองค์ประกอบเป็นเส้นโครงภายนอกลงบนผ้าใบหรือบนสิ่งอื่น เพื่อเขียนภาพจากแบบ จากภาพภูมิประเทศ หรือจากความทรงจำ ป้ายสีลงบนวัสดุที่ใช้เขียนภาพ จัดแนวเส้นในภาพให้มีสี แบบ และมวลที่กลมกลืนประสานกันอย่างสวยงาม อาจชำนาญในการใช้สี
หรือในประเภทของงานที่ทำ และอาจมีชื่อเรียกตามความชำนาญ อาจจัดภาพฉากหลังและจัดที่สำหรับ แสดงสินค้าเพื่อใช้ในงานการค้า อาจซ่อมสิ่งที่ชำรุดเสียหายและซ่อมภาพเขียนที่ซีดจาง

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
มีจินตนาการสูง และสามารถถ่ายทอดจินตนาการออกมาเป็นผลงานได้ มีความถนัดและมีความรู้ทางศิลปะ ชอบและสนใจสิ่งสวยงามในแง่วรรณคดี ดนตรี และศิลปะ การเตรียมตัวเข้าสู่อาชีพ จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายศิลป มีความสนใจและถนัดทางศิลปะ ศึกษาต่อ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ คณะวิจิตรศิลป หรือคณะศิลปกรรม ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐบาลและเอกชน

แนวทางในการประกอบอาชีพ
รับราชการ ทำงานเอกชน หรือเป็นศิลปินอิสระ
________________________________________
คัดลอกมาจาก http://www.alumni.kku.ac.th/guidance/career/care88.htm
***********************************************************
ยังมีเวลาคิดอีกเป็นปีนะครับ ตัดสินใจให้ดีดีครับ
ถ้ารักจริงชอบจริงละก็ จะได้ทำในสิ่งที่สร้างความสุขให้กับตัวเองและผู้อื่น (อีกมากมาย)
************************************************************
โดย: พี่แดงน้อย [18 พ.ค. 51 23:05] ( IP A:124.157.201.128 X: )

ความคิดเห็นที่ 217
   ขอบคุณงับที่ทำให้ผมมีรายงานส่งได้เป็นความยินดีมาก

โดย: ด.ช.ภาณุพงศ์ [25 พ.ค. 51 10:25] ( IP A:203.153.171.56 X: )

ความคิดเห็นที่ 218
   พาณิชย์ศิลป์คืออะไรอ่าค่ะ อยากรู้
ช่วยตอบแบบละเอียด ยกตัวอย่างด้วยยิ่งดีเลยค่ะ
นู๋จิไปทำแผนผังความคิด
ขอบคุณล่วงหน้า ขอบคุณค่ะ
โดย: นู๋นกน่ารัก [25 พ.ค. 51 12:40] ( IP A:61.7.138.28 X: )

ความคิดเห็นที่ 219
    พาณิชยศิลป์

พาณิชยศิลป์ ความหมาย ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒ หน้า ๗๘๓

น. ศิลปกรรมประเภทหนึ่งซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในด้านธุรกิจการค้าโดยเฉพาะ เช่น ศิลปะในการเขียนภาพโฆษณา ศิลปะในการออกแบบเครื่องแต่งกาย.
***********************************
เบื้องต้นแบบนี้ก่อนนะครับ แล้วจะหามาให้อีกครับ
************************************
โดย: พี่แดงน้อย [25 พ.ค. 51 20:50] ( IP A:124.157.207.226 X: )

ความคิดเห็นที่ 220
   ไม่ได้เข้ามานาน ขอรบกวนหน่อยคะ ถ้าต้องการให้เด็กเกิดวามคิดสร้างสรรค์ ในการวาดภาพควรเริ่มอย่างไรดี
โดย: ..หมอก.... [26 พ.ค. 51 16:50] ( IP A:125.25.133.142 X: )

ความคิดเห็นที่ 221
   ทำไมถ฿งมีพวกไรสาระกันจัง
แต่มีดีๆเพียงไม่กี๋คน
ชาติไทยเจริญล่ะ

โดย: ทามามะ [26 พ.ค. 51 21:10] ( IP A:202.5.83.203 X: )

ความคิดเห็นที่ 222
   สวัสดีครับคุณหมอก
ถ้าต้องการให้เด็กเกิดวามคิดสร้างสรรค์ ในการวาดภาพควรเริ่มอย่างไรดี

ความคิดสร้างสรรค์ อิเมจิ้น( imagine) จินตนาการ
การคิดสร้างสรรค์ นั้นเป็นการคิดโดยใช้สมองซีกขวา

ศึกษาได้จากหนังสือ "แบบฝึกหัดคิด" ของ คุณธัญญา ผลอนันต์
หรือแบบฝึกคิดจากผู้รู้ในสถาบันอุดมศึกษาสำนักต่างๆ

เริ่มแรกครูต้องมีความมั่นใจในตนเองก่อน
มีความมั่นใจในความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง

ส่วนการถ่ายทอดให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์นั้น
ให้เริ่มที่ตัวเด็ก โดยครูอาจแนะนำให้คิดต่อจากสิ่งที่เคยคิด

ความเป็นไปได้ หรือความน่าจะเป็น
แบบว่า ถ้าเป็นแบบนี้ แล้ว จะมีผลอย่างไร
เป็นแบบนั้นแล้วจะมีผลอย่างไร

มองให้กว้างขึ้นกว่าเดิมอีกนิด มองให้ลึกลงไปอีกหน่อย
หรืออาจมองให้แคบลง Focus เฉพาะแห่ง หรือจุดที่ต้องการ

และอย่าลืมบันทึกความคิดต่อเนื่องจากเรื่องแรกที่ตั้งโจทย์ไว้ นะครับ
เพราะผลที่ได้จากความคิดสร้างสรรค์นั้นอาจเป็นเรื่องที่มีที่มาที่ไม่คาดถึงก็ได้ครับ
*************************************************************************************
โดย: พี่แดงน้อย [27 พ.ค. 51 23:19] ( IP A:124.157.200.177 X: )

ความคิดเห็นที่ 223
   ช่วยตอบหน่อย
ศิลปะ คือ อะไร
โดย: dawnoi_dvd@hotmail.com [29 พ.ค. 51 13:47] ( IP A:202.44.135.35 X: )

ความคิดเห็นที่ 224
   ทัศนศิลป์
โดย: beau [6 มิ.ย. 51 20:50] ( IP A:202.149.25.241 X: )

ความคิดเห็นที่ 226
   ทัศนศิลป์หมายถึงการดู

โดย: กี้ [9 มิ.ย. 51 10:14] ( IP A:118.173.181.45 X: )

ความคิดเห็นที่ 227
   อยากทราบเนื้อหาของเรื่อง

สุนทรีย์ภาพทางทัศนศิลป์ว่าอะไรบ้างค๊ะ

เอาเยอะๆใครสวยใครหล่อไม่หล่อไม่สวยบอกทีนะ นะจ๊ะ

หาไม่ได้ซักที

จาเอาไปทำรายงานอ่ะ

เห็นใจหน่อยนะช่วยเดกน้อยทำรายงานหน่อยนะนะนะ

โดย: miniless.hi5.com [11 มิ.ย. 51 19:06] ( IP A:118.174.46.126 X: )

ความคิดเห็นที่ 228
   สุนทรียภาพทางดนตรี - นาฏศิลป์
สุนทรียภาพทางความงามของนาฎศิลป์นั้นประกอบด้วยคุณลักษณที่ดี 5 ประการคือ ตัวละครสวยงาม ท่ารำสวยงาม ขับร้องเพราะ ดนตรีที่ใช้ในการบรรเลงประกอบการแสดงเพราะ บทกลอนเพราะ และรูปแบบสื่อความหมายโดยเฉพาะท่าทางที่เลียนแบบธรรมชาติ เมื่อมนุษย์ต้องการสื่อความหมายให้เข้าใจ ที่เรียกว่า"ภาษาท่า" เช่น กวักมือเข้า หมายถึง เรียกให้มาหา โบกมือออก เรียกว่า ให้ออกไป เป็นต้น ท่าทางที่เลียนแบบธรรมชาตินี้อาจ จำแนกออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. ท่าทางที่ใช้แทนคำพูด เช่น ปฏิเสธ เรียก ไป มา ฯลฯ
2. ท่าแสดงกิริยาอาการหรืออิริยาบถ เช่น ยืน เดิน นั่ง นอน ฯลฯ
3. ท่าที่แสดงอารมณ์ภายใน เช่น รัก โกรธ ดีใจ เสียใจ ฯลฯ
ในการร่ายรำท่าต่างๆดังที่กล่าวมานี้ ได้นำมาประกอบบทร้อง เพลงและดนตรี เพื่อต้องการให้เกิดความสวยงามและสง่างามของ ลีลา ท่ารำ โดยอาศัยความงาม ทางศิลปะเข้าช่วย วิธีการใช้ท่าทางประกอบบทร้อง บทพาทย์ และเพลงประกอบดนตรีนี้ทางนาฎศิลป์ เรียกว่า การตีบทหรือการรำบท หรือจะเรียกว่า "ภาษานาฎศิลป์" ก็ได้

โดย เด็กม.3

โดย: tana_eak_@hotmail.com [22 มิ.ย. 51 16:49] ( IP A:125.24.204.14 X: )

ความคิดเห็นที่ 229
   เครื่องดนตรีไทย
เครื่องดนตรี คือ เครื่องมือที่ทำให้เกิดเสียงเป็น ทำนองและใช้บรรเลงเป็นเพลงได้ เครื่องดนตรีแต่ละชนิด อาจมี ระดับเสียงที่ตายตัว หรือปรับเสียงได้ตามมาตรฐาน เสียงดนตรี นอกจากนั้นบรรดาเครื่องที่ให้เสียงสำหรับ กำกับจังหวะ ในการบรรเลงดนตรี ก็ถือว่าเป็น เครื่องดนตรีด้วย ด้วยลักษณะของการทำให้เกิดเสียงดนตรี ดังกล่าวข้างต้น เราอาจจะแบ่งประเภทของเครื่องดนตรี ออกได้เป็นกลุ่มกว้าง ๆ ได้ดังนี้

เครื่องดีด
เป็นเครื่องสายที่มีกระโหลกเสียง และใช้นิ้วมือ หรือไม้ดีดสายให้สั่นสะเทือนจนเกิดเป็นเสียงเช่น พิณ กระจับปี่ จะเข้ ซึง เป็นต้น ตามประวัติกล่าวว่า เครื่องมือประเภทนี้มีกำเนิดจากประเทศทางตะวันออกคือบรรดาประเทศในทวีปเอเซีย แล้วประเทศทางตะวันตก คือ บรรดาประเทศในทวีปยุโรปจึงได้นำไปดัดแปลง สร้างเครื่องดนตรีในประเภทเดียวกัน เป็นของตนในภาษาบาลีและสันสกฤตเรียกเครื่องดนตรีประเภทนี้ว่า พิณ สำหรับของไทยมีปรากฎชื่อนี้ในศิลาจารึกของ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ในสมัยกรุงสุโขทัย

กระจับปี่ เป็นพิณชนิดหนึ่ง มี ๔ สาย กระพุ้งพิณมีลักษณะ เป็นกล่องแบน รูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูมุมมน ด้านหน้าทำเป็นช่อง ให้เสียงกังวาน ทวนทำเป็นก้านเรียวยาวและกลมกลึงปลายแบน และงอนโค้งไปด้านหลัง ตรงปลายทวนมีลิ่มสลักเป็นลูกบิดไม้ สำหรับขึ้นสาย ๔ ลูก สายส่วนมากทำด้วยสายเอ็น หรือลวดทองเหลือง ตลอดแนวทวนด้านหน้าทำเป็น "สะพาน" หรือ นม ปักทำด้วยไม้ เขาสัตว์หรือกระดูกสัตว์ สำหรับหมุนสายมี ๑๑ นม บนหน้ากระพุ้งพิณ มีชิ้นไม้หรือชิ้นโลหะรองสายไว้เรียกว่า "หย่อง" ทำหน้าที่ถ่ายทอดแรงสะเทือน จากการดีดสายลงมาสู่ ตัวกระพุ้งพิณ เวลาบรรเลงใช้นิ้วจับไม้ดีดเขี่ยสาย เพื่อให้เกิดเสียง ไม้ดีดปักทำด้วยงาช้าง เขาสัตว์ หรือวัสดุที่มีลักษณะ แบนและบาง กระจับปี่พัฒนามาจากเครื่องดนตรีประเภทหนึ่งของอินเดีย มีต้นกำเนิดจากการดีดสายธนู ตามหลักฐานพบว่า กระจับปี่มีมาตั้งแต่ สมัยสุโขทัย

จะเข้ สัณนิษฐานว่า ได้รับอิทธิพลจากมอญ เดิมทำเป็น รูปร่างเหมือน จระเข้ ไทยใช้จะเข้มาตั้งแต่สมัยอยุธยา และคงเล่นอย่างบรรเลงเดียว ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้นำจะเข้เข้ามาผสมแทนกระจับปี่ เพราะเสียงดีกว่าและดีดได้สะดวกกว่า จะเข้เป็นเครื่องดนตรีที่วางดีดตามแนวนอน ทำด้วยไม้ท่อนขุดเป็นโพรงอยู่ภายใน นิยมใช้ไม้แก่นขนุน เพราะให้เสียงกังวาลดี ด้านล่างเป็นพื้นไม้ ซึ่งมักใช้ไม้ฉำฉา เจาะรูไว้ให้เสียงออกดีขึ้น มีขาอยู่ตอนหัว ๔ ขา ตอนท้าย ๑ ขา มีสาย ๓ สาย คือ สายเอก(เสียงสูง) สายกลาง(เสียงทุ้ม) ทั้งสองสายนี้ทำด้วยเอ็นหรือไหมฟั่นเป็นเกลียว สายที่สามเรียก สายลวด(เสียงต่ำ) ทำด้วยลวดทองเหลือง ทั้งสามสายนี้ขึงจากหลักตอนหัวผ่าน โต๊ะ (กล่องทองเหลืองกลวง) ไปพาดกับ "หย่อง" แล้วสอดลงไปพันกันด้านลูกบิด(ปักทำด้วยไม้หรืองา) สายละลูก โต๊ะนี้ทำหน้าที่ขยายเสียงของจะเข้ให้คมชัดขึ้น ระหว่างราง ด้านบนกับสายจะเข้ จะมีชิ้นไม้เล็ก ๆ ทำเป็นสันหนาเรียกว่า "นม" ๑๑ นม วางเรียงไปตามแนวยาว เพื่อรองรับการกด จากนิ้วมือขณะบรรเลง นมเหล่านี้มีขนาดสูงต่ำลดหลั่นกันไป ทำให้เกิดเสียงสูง-ต่ำ เวลาดีดจะใช้ไม้ดีดที่ทำด้วยงาหรือเขาสัตว์ กลึงเป็นท่อนกลม ปลายเรียวแหลมมน ดีดปัดสายไปมา ไม้ดีดนี้จะพันติดกับนิ้วชี้มือขวา ส่วนมือซ้ายใช้กดนิ้วบนสายถัดจากนม ไปทางซ้ายเล็กน้อย เพื่อให้เกิดเสียงสูงต่ำตามที่ต้องการ


พิณน้ำเต้า สันนิษฐานว่า พิณมีกำเนิดในประเทศ ทางตะวันออก พิณโบราณเรียนพิณน้ำเต้า ซึ่งมีลักษณะเป็น พิณสายเดี่ยว สันนิษฐานว่าชาวอินเดียนำมาแพร่หลาย ในดินแดนสุวรรณภูมิ การที่เรียกว่าพิณน้ำเต้า เพราะใช้ เปลือกผลน้ำเต้ามาทำ คันพิณที่เรียกว่า ทวน ทำด้วยไม้เหลา ให้ปลายข้างหนึ่ง เรียวงอนโค้งขึ้นสำหรับผูกสาย ที่โคนทวน เจาะรูแล้วเอาไม้มาเหลาทำลูกบิด สำหรับบิดให้สายตึงหรือหย่อน เพื่อให้เสียงสูงต่ำ สายพิณมีสายเดียวเดิมทำด้วยเส้นหวาย ต่อมาใช้เส้นไหม และใช้ลวดทองเหลืองในปัจจุบัน การดีดพิณน้ำเต้า ปกติผู้ดีดจะไม่สวมเสื้อ ใช้มือซ้ายจับทวน เอากะโหลกพิณประกบติดกับเนื้อที่อกเบื้องซ้าย ใช้มือขวาดีดสาย ขยับกะโหลกปิดเปิดที่ทรวงอก เพื่อให้เกิดเสียงก้องกังวานตามที่ต้องการ ใช้นิ้วมือซ้ายช่วยกดหรือเผยอ เพื่อให้สายตึงหย่อน การดีดจะประสานกับเสียงขับร้องของผู้ดีดเอง

โดย เด็ก ม.3

โดย: tana_eak_@hotmail.com [22 มิ.ย. 51 16:56] ( IP A:125.24.204.14 X: )

ความคิดเห็นที่ 231
   ๕๐ เส้น เส้นหางม้านี้จะสอดเข้าระหว่าง สายเอกกับสายทุ้ม การเทียบเสียง สายเอกมีระดับเสียงตรงกับสายทุ้มของซอด้วง สายทุ้มมีเสียงต่ำกว่าสายเอก ๕ เสียง

โดย เด็ก ม.3

โดย: tana_eak_@hotmail.com [22 มิ.ย. 51 16:59] ( IP A:125.24.204.14 X: )

ความคิดเห็นที่ 232
   เครื่องตี
เครื่องตี เป็นเครื่องดนตรีที่ทำให้เกิด เสียงดนตรีด้วยการใช้ของสองสิ่งกระทบกัน ด้วยการตี นับว่าเป็นเครื่องดนตรีประเภท เก่าแก่ที่สุดที่ที่มนุษย์รู้จักใช้ ได้มีวิวัฒนาการจากอุปกรณ์ง่ายๆ ให้มี ความหลากหลายออกไปทั้งรูปแบบและวัสดุที่ใช้ สำหรับเครื่องดนตรีไทย ที่เป็นประเภทเครื่องตีมีดังนี้


เครื่องตีที่ทำด้วยไม้

กรับพวง ทำด้วยไม้หรือโลหะ ลักษณะเป็นแผ่นบาง หลายแผ่นร้อยเข้าด้วยกัน ใช้ไม้หนาสองชิ้นประกับไว้ วิธีตี ใช้มือหนึ่งถือกรับ แล้วตีกรับลงไปบนอีกมือหนึ่งที่รองรับ ทำให้เกิดเสียงกระทบจากแผ่นไม้ หรือแผ่นโลหะดังกล่าว ใช้ตีในการบรรเลงมโหรีโบราณ เล่นเพลงเรือ และโขนละคร


กรับเสภา ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ลักษณะเป็นแท่งสี่เหลี่ยม มีสันมน การตีใช้ขยับมือที่ละคู่ การขับเสภาใช้กรับสองคู่ ถือมือละคู่ ผู้ขับเสภาจะขยับกรับ สองคู่นี้ตามท่วงทำนองที่เรียกเป็นไม้ต่าง ๆ เช่น ไม้กรอ ไม้หนึ่ง ไม้รบ หรือไม้สี่

ระนาด น่าจะมีวิวัฒนาการจากกรับหลาย ๆ อัน มาวางเรียงตีให้เกิดเสียง แล้วเอามาวางบนรางเพื่อให้อุ้มเสียงได้ แล้วใช้เชือกร้อยไม้กรับขนาดต่างๆ แล้วจึงไว้บนราง ตีแล้วเกิดเสียงกังวาล ลดหลั่นกันไปตามลูกระนาด ระนาดที่ให้เสียงแกร่งกร้าว อันเป็นระนาดดั้งเดิมเรียกว่า ระนาดเอก ที่ให้เสียง นุ่ม ทุ้ม เรียกว่า ระนาดทุ้ม

ระนาดเอก ที่ให้เสียงนุ่มนวล นิยมทำด้วยไม้ไผ่บง ถ้าต้องการ ให้ได้เสียงเกรียวกราว นิยมทำด้วยไม้แก่น ลูกระนาดมี ๒๑ ลูก ลูกที่ ๒๑ หรือลูกยอด จะมีขนาดสั้นที่สุด ลูกระนาด จะร้อยไว้ด้วยเชือกติดกันเป็นผืนแขวนไว้บนราง ซึ่งทำด้วย ไม้เนื้อแข็งรูปร่างคล้ายเรือ ด้ามหัวและท้ายโค้งขึ้นเพื่อให้อุ้มเสียง มีแผ่นไม้ปิดหัวและท้ายรางเรียกว่า "โขน" ฐานรูปสี่เหลี่ยมเรียกว่า "ปี่พาทย์ไม้แข็ง" ไม้ตีอีกชนิดหนึ่งทำด้วยวัสดุที่นุ่มกว่า ใช้ผ้าพัน แล้วถักด้ายสลับ เวลาตีจะให้เสียงนุ่มนวล เมื่อผสมเข้าวงเรียกว่า "ปีพาทย์ไม้นวม"

ระนาดทุ้ม เลียนแบบระนาดเอก สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ลูกระนาดมีจำนวน ๑๗-๑๘ ลูก ตัวลูกมีขนาดกว้างและยาวกว่าของระนาดเอก ตัวรางก็แตกต่าง จากระนาดเอก คือเป็นรูปคล้ายหีบไม้แต่เว้ากลาง มีโขนปิดหัวท้าย มีเท้าอยู่สี่มุมราง ไม้ตีตอนปลายใช้ผ้าพันพอกให้โต และนุ่ม เวลาตีจะได้เสียงทุ้ม ระนาดทุ้มใช้บรรเลงในวงปีพาทย์ทั่วไป มีวิธีการบรรเลง แตกต่างไปจากระนาดเอก คือไม่ได้ยึดการบรรเลงคู่ ๘ เป็นหลัก
โดย: tana_eak_@hotmail.com [22 มิ.ย. 51 17:01] ( IP A:125.24.204.14 X: )

ความคิดเห็นที่ 233
   เครื่องตีที่ทำด้วยโลหะ
ฆ้อง ตัวฆ้องทำด้วยโลหะแผ่นรูปวงกลมตรงกลางทำเป็นปุ่มนูน เพื่อใช้รองรับการตีให้เกิดเสียงเรียกว่า ปุ่มฆ้อง ต่อจากปุ่มเป็นฐานแผ่ออกไป แล้วงองุ้มลงมาโดยรอบเรียกว่า "ฉัตร" ส่วนที่เป็นพื้นราบรอบปุ่มเรียกว่า "หลังฉัตร" หรือ " ชานฉัตร" ส่วนที่งอเป็นขอบเรียกว่า "ใบฉัตร" ที่ใบฉัตรนี้จะมีรูเจาะสำหรับร้อยเชือกหรือหนังเพื่อแขวนฆ้อง ถ้าแขวนตีทางตั้งจะเจาะสองรู ถ้าแขวนตีทางนอนจะเจาะสี่รู
ฆ้องใช้ในการบรรเลงได้สองลักษณะคือ ใช้ตีกำกับจังหวะ และใช้ตีดำเนินทำนอง
ฆ้องที่ใช้ตีกำกับจังหวะได้แก่ ฆ้องหุ่ย หรือฆ้องชัย ฆ้องโหม่ง ฆ้องเหม่ง ฆ้องระเบ็ง และฆ้องคู่
ฆ้องที่ใช้ตีดำเนินทำนอง ได้แก่ ฆ้องราง ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ฆ้องมโหรี ฆ้องมอญ ฆ้องกะแตและฆ้องหุ่ย หรือฆ้องชัย
ฆ้องกะแต ใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์มอญ ลูกฆ้องมีขนาดเล็ก จำนวน ๑๑ ลูก
ฆ้องคู่ ใช้ตีกำกับจังหวะ ชุดหนึ่งมีสองสูก ลูกใหญ่ให้เสียงต่ำ ลูกเล็กให้เสียงสูง ไม้ตีทำด้วย แผ่นหนังวัว หรือหนังควายตัดเป็นวงกลม เจาะรูตรงกลางใส่ก้านไม้
ฆ้องมโหรี เป็นฆ้องวงที่ใช้บรรเลงในวงมโหรีโดยเฉพาะ มีอยู่สองขนาด คือฆ้องวงใหญ่มโหรีและฆ้องวงเล็กมโหรี ฆ้องวงใหญ่มโหรีเดิมมีลูกฆ้อง ๑๗ ลูก ต่อมานิยมใช้ ๑๘ ลูก
โดย: tana_eak_@hotmail.com [22 มิ.ย. 51 17:02] ( IP A:125.24.204.14 X: )

ความคิดเห็นที่ 234
   ฆ้องมอญ เป็นฆ้องวงที่ตั้งโค้งขึ้นไปทั้งสองข้าง ไม่วางราบเหมือนฆ้องไทย มีลูกฆ้อง ๑๕ ลูก ใช้บรรเลงใน วงปีพาทย์มอญ ตัวรางประดิษฐ์ตกแต่งงดงาม


ฆ้องระเบ็ง ใช้ตีประกอบการและแสดงระเบ็ง ชุดหนึ่งมีสามลูก มีขนาดและให้เสียงสูง-ต่ำ ต่างกัน มีชื่ออีกอย่างหนึ่งตามลักษณะว่า "ฆ้องราว"
ฆ้องราง ใช้ตีดำเนินทำนอง ชุดหนึ่งมี ๗-๘ ลูก เสียงลูกที่ ๑ กับลูกที่ ๘ เป็นเสียงเดียวกัน แต่ต่างระดับเสียง ปัจจุบันไม่มีการใช้ในวงดนตรีไทย

ฆ้องวง ใช้ตีดำเนินทำนอง เสียงต่ำอยู่ทางซ้าย เสียงสูงอยู่ทางขวาของผู้ตี

ฆ้องวงใหญ่ มีลูกฆ้อง ๑๖ ลูก ลูกเสียงต่ำสุดเรียกว่า ลูกทวน ลูกเสียงสูงสุดเรียกว่า ลูกยอด ไม้ที่ใช้ตีมีสองอัน ผู้ตีถึงไม้ตีมือละอัน

ฆ้องวงเล็ก มีลูกฆ้อง ๑๘ ลูก สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ใช้บรรเลงร่วมในวงปีพาทย์ มีหน้าที่เก็บ สอด แทรก ฯลฯ

ฆ้องหุ่ย ใช้ตีกำกับจังหวะ เป็นฆ้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในวงดนตรีไทย มีอีกชื่อว่า ฆ้องชัย อาจเป็นเพราะสมัยโบราณ ใช้ฆ้องชนิดนี้ตีเป็นสัญญาณในกองทัพ ปัจจุบันใช้ตีใน งานพิธี งานมงคลต่าง ๆ

ฆ้องเหม่ง ใช้ตีกำกับจังหวะ ขนาดเล็กกว่า ฆ้องโหม่ง ได้ชื่อนี้ตามเสียงที่เกิดจากการตี

ฆ้องโหม่ง ใช้ตีกำกับจังหวะ มีขนาดใหญ่ รองลงมาจากฆ้องหุ่ย ได้ชื่อนี้ตามเสียงที่เกิดจากการตี

ฉาบ เป็นเครื่องตีกำกับจังหวะ ทำด้วยโลหะ รูปร่างคล้ายฉิ่ง แต่มีขนาดใหญ่กว่าและหล่อบางกว่า มีสองขนาด ขนาดใหญ่กว่าเรียกว่า ฉาบใหญ่ ขนาดเล็กกว่า เรียกว่า ฉาบเล็ก การตีจะตีแบบประกบ และตีแบบเปิดให้เสียงต่างกัน

ฉิ่ง เป็นเครื่องตีกำกับจังหวะ ทำด้วยโลหะ หล่อหนา รูปร่างกลม เว้ากลาง ปากผาย คล้ายฝาขนมครกไม่มีจุก สำรับหนึ่งมีสองฝาเจาะรูตรงกลางที่เว้า สำหรับร้อยเชือกโยงฝาทั้งสอง เพื่อสะดวกในการถือตี ฉิ่งมีสองขนาด ขนาดใหญ่ใช้ประกอบวงปีพาทย์ ขนาดเล็กใช้กับวงเครื่องสายและมโหรี

กังสดาล เป็นระฆังวงเดือน หล่อจากสัมฤทธิ์ หรือทองเหลือง ด้านบนเจาะรูไว้แขวน ใช้เป็นเครื่องตีบอกสัญญาณ ของพระสงฆ์ในสมัยโบราณ และใช้ประกอบ การบรรเลงดนตรีในบางโอกาส

มโหระทึก เป็นกลองหน้าเดียว หล่อด้วยโลหะทั้งลูก มโหระทึกมีมาตั้งแต่ยุคโลหะตอนปลาย ซึ่งตกประมาณ ๒๐๐๐ปีมาแล้ว มีพบในหลายประเทศในสุวรรณภูมิ ตัวกลองมีหน้ากลองแบนกว้าง บริเวณตรงกลางหน้ากลองนิยมทำเป็นรูปดาวและมีลวดลายอื่น ๆ ประกอบ ด้านข้างตัวกลางมักจะหลักลวดลายต่าง ๆ ฐานกลองเป็นทรงกระบอกกลวง ในการตีจะวางมโหระทึก ตั้งเอาหน้ากลองขึ้น ใช้ไม้ตีสองอัน ทำด้วยไม้รวกหรือไม้เนื้อแข็งเหลากลม ปลายที่ใช้ตี พันด้วยผ้าให้แน่นแล้วผูกเคี่ยนหรือถักด้วยเส้นด้าย ชาวไทยใช้มโหระทึกมาแต่โบราณ มีกล่าวถึงในสมัยสุโขทัย ใช้ตีในเทศกาล งานรื่นเริง สมัยอยุธยามีกำหนดให้ตีมโหระทึก ในงานพระราชพิธี สมัยรัตนโกสินทร์ ใช้ประโคมร่วมกับแตร สำหรับพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ ในการเสด็จออก ขุนนางในงานพระราชพิธีและรัฐพิธี ใช้บรรเลงร่วมกับกลองชนะใน งานเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวน พยุหยาตราทางชลมารค และในกระบวนอื่น ๆ นอกจากนั้นยังโปรดเกล้าฯ เป็นการพิเศษแก่วัดสามวัด ให้มีการประโคมมโหระทึกของ พระภิกษุสงฆ์ทำวัตรสวดมนต์ คือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

โดย เด็ก ม.3
โดย: tana_eak_@hotmail.com [22 มิ.ย. 51 17:06] ( IP A:125.24.204.14 X: )

ความคิดเห็นที่ 237
   เป่า อยู่ด้านล่างเลาขลุ่ย ต่อจากรูปากนกแก้วไปทางปลายเลาขลุ่ย
- รูบังคับเสียง เป็นรูที่เจาะเรียงอยู่ด้านบนของเลาขลุ่ย มีอยู่ ๗ รู ด้วยกัน
- รูร้อยเชือก มี ๔ รู หรือ ๒ รูก็ได้ อยู่ทางส่วนปลายของเลาขลุ่ย โดยการเจาะทะลุบน-ล่าง และ ซ้าย-ขวา ให้เยื้องกันในแต่ละคู่
เสียงขลุ่ยเกิดจากเป่าลม และใช้นิ้วมือปิดเปิดรูบังคับเสียง

ขลุ่ยกรวด มีขนาดเล็กกว่า ขลุ่ยเพียงออ ระดับเสียงต่ำสุดสูงกว่า ระดับเสียงของขลุ่ยเพียงอออยู่ ๑ เสียง
ขลุ่ยนก เป็นขลุ่ยพิเศษ ทำขึ้นเพื่อ เสียงสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะนก ใช้บรรเลง ประกอบในวงดนตรี เพื่อให้เกิดจินตนาการ ในการฟังเพลงได้ดียิ่งขึ้น บางครั้งยังใช้ ลิ้นปี่มาประกอบกับ ตัวขลุ่ยเพื่อเลียนเสียงไก่ ขลุ่ยพิเศษเหล่านี้นิยมใช้บรรเลง เพลงตับนก และตับภุมรินทร์

ขลุ่ยเพียงออ เป็นขลุ่ยขนาดกลาง ระดับเสียงต่ำสุดคือ เสียงโด ของไทย ใช้เป็นหลักเทียบเสียง ในวงเครื่องสาย เครื่องตี ถ้าเล่นกับวงมโหรี ขลุ่ยเพียงออต้องมีระดับเสียง ได้ระดับเดียวกับลูกฆ้องวงใหญ่ ลูกที่ ๑๐ ที่เรียกว่า ลูกเพียงออ

ขลุ่ยหลีบ เป็นขลุ่ยขนาดเล็ก มีเสียงสูงแหลมเล็ก ระดับเสียงต่ำสุดสูงกว่า เสียงต่ำสุดของขลุ่ยเพียงออขึ้นมา ๓ เสียง ใช้เป่าคู่กับขลุ่ยเพียงออ หรือขลุ่ยกรวด มีอยู่สองชนิด คือ ขลุ่ยหลีบเพียงออ และขลุ่ยหลีบกรวด

ขลุ่ยอู้ เป็นขลุ่ยขนาดใหญ่ ระดับเสียงต่ำสุด ต่ำกว่าระดับเสียงต่ำสุดของขลุ่ยเพียงออ ลงไปอีก ๒ เสียง ใช้บรรเลงในวงปีพาทย์ดึกดำบรรพ์

แตร เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า ทำด้วยโลหะ แตรที่ใช้ในการพระราชพิธีของไทยมาแต่โบราณ มีสองชนิด คือ แตรงอนและแตรฝรั่ง

แตรงอน เข้าใจว่าได้แบบอย่างจากอินเดีย เนื่องจากอินเดียมีแตรรูปแบบเดียวกันนี้ใช้อยู่ และมีชื่อซึ่งแปลความหมายว่าเขาสัตว์ ซึ่งเดิมคงทำจากเขาสัตว์ แตรงอนของไทยที่ใช้ในงานพระราชพิธีของไทย ทำด้วยโลหะชุบเงิน ทำเป็นสองท่อนสวมต่อกัน ท่อนแรกเป็นหลอดโค้งเรียวยาว สำหรับเป่าลมปากตรงที่เป่าทำให้บานรับกับริมฝีปาก เรียกว่า "กำพวด" ท่อนปลายเป็นลำโพง มีเส้นเชือกริบบิ้นผูกโยง ท่อนเป่ากับท่อนลำโพงไว้ด้วยกัน

แตรฝรั่ง เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "แตรลำโพง" มีลักษณะ ปากบานคล้ายดอกลำโพง ในกฎมณเฑียรบาล เรียกว่า "แตรลางโพง" ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เรียกว่า "แตรวิลันดา"

ปี่ เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า ปกติ เลาปี่ ทำด้วยไม้แก่น ต่อมามีผู้คิดทำด้วยงา โดยกลึงให้เป็นรูปบานหัว และบานท้าย ช่วงกลางป่อง ภายในกลวง ทางหัวใส่ลิ้นเป็นช่องรูเล็ก ทางท้ายปากรูใหญ่ ใช้งา ชัน หรือวัสดุอย่างอื่นมาหล่อเสริมตอนหัว และตอนท้าย เรียกว่า "ทวน" ทางหัวเรียกว่า "ทวนบน" ทางท้ายเรียกว่า "ทวนล่าง" ช่วงที่ป่องกลาง เจาะรูนิ้วสำหรับเปลี่ยนเสียง เรียงลงมาตามข้างเลาปี่ จำนวน ๖ รู ที่รูเป่าตอนทวนบนใส่สิ้นสำหรับเป่าเรียกว่า ลิ้นปี่ ทำด้วยใบตาลซ้อน ๔ ชั้น ตัดกลมผูกติดกับท่อกลมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า "กำพวด" ทำด้วยโลหะ มีลักษณะเรียว วิธีผูกเชือกให้ลิ้นใบตาลติดกับกำพวดเรียกว่า "ผูกตะกรุดเบ็ด"

ปี่แต่เดิมคงจะใช้เป่านำวงดนตรี และใช้กับวงเครื่องตีเป็นพื้นจึงเรียกว่า วงปี่พาทย์ ปี่ไทยมีสามขนาดด้วยกันคือ ปี่นอกเป็นขนาดเล็ก ปี่กลางเป็นขนาดกลาง และปี่ในเป็นขนาดใหญ่

ปี่ไฉน เป็นปี่สองท่อน ถอดออกจากกันได้ ท่อนบนเรียงยาว ปลายผายออกเล็กน้อยเรียกว่า "เลาปี่" ท่อนล่างปลายบานเรียกว่า "ลำโพง" ทำด้วยไม้หรืองา ปี่ชนิดนี้เข้าใจว่าได้แบบอย่างมาจาก เครื่องดนตรีของอินเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเป่าที่ทำด้วยไม้ ไทยใช้ปี่ชนิดนี้มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ปัจจุบันใช้ในขบวนแห่ คู่กับปี่ชวา จ่าปีใช้เป่านำกลองชนะในกระบวนพยุหยาตรา

ปี่ชวา เป็นปี่สองท่อน รูปร่างลักษณะเหมือนปี่ไฉน แต่ย่าวกว่า ทำด้วยไม้หรืองา เนื่องจามีขนาดยาวกว่าปี่ไฉน จึงให้เสียงแตกต่างไปจานปี่ไฉน เข้าใจว่าไทยนำปีชวาเข้ามาใช้คราวเดียวกับ กลองแขก จากหลักฐานพบว่ามีการใช้ปี่ชวา ในกระบวนพยุหยาตรา ในสมัยอยุธยาตอนต้น

ปี่มอญ เป็นปี่สองท่อน เหมือนปี่ชวา แต่มีขนาดใหญ่และยาวกว่า เลาปี่ทำด้วยไม้ ลำโพงทำด้วยโลหะ ใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์มอญ หรือสมัยก่อนเรียกว่า ปีพาทย์รามัญ

โดย เด็กม.3 โรงเรียน พระโขนงพิทยาลัย
โดย: tana_eak_@hotmail.com [22 มิ.ย. 51 17:09] ( IP A:125.24.204.14 X: )

ความคิดเห็นที่ 238
   ว่าง ๆ แล้วผมจามา ลง รูป เครื่องดนตรีไทยให้ นะคับ

รักทุกคนคับ

โดย: tana_eak_@hotmail.com [22 มิ.ย. 51 17:17] ( IP A:125.24.204.14 X: )

ความคิดเห็นที่ 239
   ขอบคุณมากครับ
ยินดีที่ได้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
*******************************
คงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ อีกหลายคน
หวังว่าคงได้พบกันอีก นะครับ
*******************************
ฝากคำชมไปถึง ครูที่ปรึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยครับ
โดย: พี่แดงน้อย [22 มิ.ย. 51 22:23] ( IP A:124.157.200.49 X: )

ความคิดเห็นที่ 240
   ขอบคุณคะ ตอนนี้เข้ามาได้เฉพาะเวลาที่ต้องสอนคอมพิวเตอร์เท่านั้นช่วงนี้โรงเรียนมีกิจกรรมมากไม่ค่อยมีเวลาอ่านหนังสือ
โดย: ..หมอก.. [24 มิ.ย. 51 17:02] ( IP A:125.24.10.159 X: )

ความคิดเห็นที่ 241
    จงบอกลักษณะของการจัดองค์ประกอบทางทัศนศิลป์ จะต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์อะไรบ้าง อธิบายเป็นข้อๆตลอดทั้งการนำเอาเทคโนโลยีกับการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านทัศนศิลป์มีว่าอย่างไร บอกเป็นข้อๆของความรู้สึกที่เกิดขึ้นที่ดีๆ

ช่วยตอบหน่อยนะคะ ด่วนมากขอวันนี้นะคะ ขอบคุณคะ

โดย: i_luk_golfnaluk@hotmail.com [28 มิ.ย. 51 13:00] ( IP A:124.121.209.41 X: )

ความคิดเห็นที่ 242
    องค์ประกอบศิลป์
การจัดองค์ประกอบทางทัศนศิลป์ จะต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์อะไรบ้าง

ทัศนธาตุ คือส่วนประกอบของศิลปะ (Elements of arts)
ได้แก่ จุด เส้น รูปร่าง รูปทรง แสง เงา สี น้ำหนัก ลักษณะผิวพื้น ฯลฯ ที่นำมาสร้างสรรค์งานศิลปะ

การจัดองค์ประกอบศิลป์ มีหลักใหญ่อยู่ 3 ประการ คือ
1. Unit หรือ Unity
2. Balance
3. Interresting

การจัดองค์ประกอบศิลป์ หรือ การจัดภาพนอกจากอาศัยส่วนประกอบ(ทัศนธาตุ)
แล้วต้องใช้ทฤษฎีอื่นๆประกอบด้วย เช่น การเน้น ความขัดแย้ง ความกลมกลืน
บริเวณว่าง จังหวะ การจัดวาง ฯลฯ

ส่วนความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้น ถ้าศิลปิปหรือผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ ด้านทัศนศิลป์
สามารถถ่ายทอดเจตนารมณ์ อุดมการณ์ ของตนสื่อออกไปได้มากน้อยแค่ไหน
และผู้ชม หรือผู้เสพงานนั้นจะเข้าใจ ตามที่นำเสนอหรือไม่
ถ้าผู้ชมมีพื้นฐานที่ดี ก็จะรับรู้ในเรื่องดีดีครับ
เรื่องแบบนี้ต้องดูปัจจัย หลายๆด้านครับ

*******************************
ไม่ทราบว่าได้คำตอบตามต้องการบ้างหรือไม่
เรื่องแบบนี้ ถ้าค้นคว้า ทดลองกันให้ลึกซึ้งจริงๆ มีเรื่องราวน่าสนใจมากครับ
โดย: พี่แดงน้อย [28 มิ.ย. 51 22:04] ( IP A:124.157.204.18 X: )

ความคิดเห็นที่ 243
   สำหรับครูหมอก ว่างเมื่อไร ก็เชิญแวะเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะครับ
โดย: พี่แดงน้อย [28 มิ.ย. 51 22:09] ( IP A:124.157.204.18 X: )

ความคิดเห็นที่ 244
    จงบอกถึงหลักและวิธีการในการสร้างสรรค็งานทัศนศิลป์มีอะไรบ้าง

ช่วยตอบอีกข้อนะคะ ด่วนมากคะ

โดย: i_luk_golfnaluk@hotmail.com [29 มิ.ย. 51 2:26] ( IP A:124.120.243.197 X: )

ความคิดเห็นที่ 245
    หลักและวิธีการในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับงานทัศนศิลป์ก่อน
อย่างที่บอกไว้ในตอนต้นว่า "ทัศนศิลป์" คือ ศิลปะที่มองเห็น ครับ!

ถ้ามองเห็นเป็น 2 มิติ เรียกว่า " จิตรกรรม " ที่เป็นภาพวาด ภาพพิมพ์ ภาพถ่าน อะไรแบบนี้
ถ้ามองเห็นได้ 3 มิติ จะเรียกว่า " ประติมากรรม " ก็มีพวกงานปั้น แกะ สลัก ดุน หล่อ ฯลฯ
ส่วนงานที่เป็นสิ่งก่สร้าง ก็จะเรียกว่า " สถาปัตยกรรม " มีทั้งสิ่งก่อสร้างทั่วไป หรือโมเดลต่างๆ

นอกเหนือจากนี้ ในปัจจุบัน "กูรู" บางท่านยังจัดให้พวก Multimediaและ Animation เป็นทัศนศิลป์ ประเภท " สื่อผสม "
ฉะนั้น หลักและวิธีการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ ก็ต้องคำนึงถึงหลักในการสร้างสรรรค์งานดังกล่าว
ซึ่งงานแต่ละประเภทอาจใช้หลักทฤษฎีเดียวกันร่วมกันได้ และใช้หลักทฤษฎีเฉพาะด้านในงานแต่ละประเภท

***********************************************************************
มาถึงตอนนี้ก็ต้องกลับไปดูโจทย์ ว่าต้องการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ประเภทใด จะได้โฟกัสงานได้ถูกต้องครับ

โดย: พี่แดงน้อย [29 มิ.ย. 51 14:07] ( IP A:124.157.196.250 X: )

ความคิดเห็นที่ 246
    จงบอกถึงความรู้สึก ลักษณะสำคัญของศิลป์ มีอิทธิพลอย่างไรกับจิใจมนุษย์เรา อธิบายพอเข้าใจ

รบกวนอีกข้อนะคะ คิดไม่ออกไม่รู้จะเขียนอย่างไร

ขอบคุณคะ

โดย: i_luk_golfnaluk@hotmail.com [30 มิ.ย. 51 22:58] ( IP A:124.120.240.76 X: )

ความคิดเห็นที่ 247
    จงบอกสาเหตุอันใดการสร้างงานศิลปะจึงคู่กับมนุษย์มาเป็นเวลายาวนาน
โดย: i_luk_golfnaluk@hotmail.com [30 มิ.ย. 51 23:15] ( IP A:124.120.240.76 X: )

ความคิดเห็นที่ 248
    จากการวิเคราะห์การสร้างงานศิลปะในอดีตและปัจจุบันมีความแตกต่างกันอย่างไร (อธิบายให้ละเอียด)
โดย: i_luk_golfnaluk@hotmail.com [30 มิ.ย. 51 23:18] ( IP A:124.120.240.76 X: )

ความคิดเห็นที่ 249
    ให้นักศึกษาอธิบายโดยสรุปว่าการสร้างงานศิลปะในยุคก่อนประวัติศาสตร์มาจนถึงยุคปัจจุบันมีวิวัฒนาการอย่างไร

รบกวนแค่นี้จริงๆแล้วคะ

ช่วยตอบหน่อยนะคะ

เสร็จแล้วจริงๆคะ คิดไม่ออกเลยคะ

ขอบคุณนะคะ
โดย: i_luk_golfnaluk@hotmail.com [30 มิ.ย. 51 23:23] ( IP A:124.120.240.76 X: )

ความคิดเห็นที่ 250
   การนำแบบหรือหาตัวอย่างให้เด็กฝึกตาม ถือเป็นการปิดกั้นความคิดของเด็กหรือเปล่าค่ะ แต่ที่ใช้อยู่จะยกตัวอย่างให้เด็กดูแต่จะสั่งห้ามลอกเลียนแบบแต่ให้ดัดแปลงได้ คิดเพิ่มเติมเข้าไปได้ ส่วนหนังสือกลุ่มที่แนะนำมายังหาไม่ได้
โดย: ...หมอก.... [1 ก.ค. 51 17:18] ( IP A:125.24.23.141 X: )

ความคิดเห็นที่ 251
   ดีมากเเละทามไห้เรารู้ว่าทัศนศิลป์คืออะไร

โดย: แบงค์ [2 ก.ค. 51 11:14] ( IP A:125.27.110.199 X: )

ความคิดเห็นที่ 252
   ความเชื่อทางวัฒนธรรมมีอิทธิพลต่องานทัศนศิลป์อย่างไรบ้าง
..ช่วยตอบหน่อยค่ะทำรายงานมั่ยดั้ย
โดย: น้องก๊วย [12 ก.ค. 51 21:19] ( IP A:118.172.208.239 X: )

ความคิดเห็นที่ 253
   การนำแบบหรือหาตัวอย่างให้เด็กฝึกตาม ถือเป็นการปิดกั้นความคิดของเด็กหรือเปล่าค่ะ

เรื่องนี้นำไปบูราณการกับวิชาคณิตศาสตร์ได้เลยครับ
สิ่งนั้น เปรียบได้กับการให้ตัวอย่างก่อนทำแบบฝึกหัด
หลังจากนั้น คือ โจทย์ ที่จะสร้างสรรค์ไปในทางใด
ตามที่ได้เตรียม(แผน)ไว้
*********************************
ลองหาโจทย์ที่ใกล้ตัวเด็กๆก่อน นะครับ
โดย: พี่แดงน้อย [12 ก.ค. 51 21:52] ( IP A:124.157.207.241 X: )

ความคิดเห็นที่ 254
   ความเชื่อทางวัฒนธรรมมีอิทธิพลต่องานทัศนศิลป์อย่างไรบ้าง

เรื่องนี้ต้องดูว่าเป็นวัฒนธรรมแบบใด
ถ้าเป็นวัฒนธรรมตะวันออก/ตะวันตก ก้ต้องไปดูเรื่องการเมืองและการปกครองด้วย เช่น
การสร้างงานจิตรกรรม/ประติมากรรม หรือสถาปัตยกรรมชิ้นนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร
โดยมากจะเป็นการเล่าเรื่องราวที่ดำเนินตามประวัติศาสตร์(ศึกษาดูให้ดีนะครับว่า ฉบับใด)

แต่ถ้า ศึกษาเฉพาะในบ้านเรา(ประเทศไทย) ก็แบ่งภาค/ถิ่นให้ดีนะครับ
มีเรื่องราวให้น่าศึกษา มากมายครับ
**************************
โดย: พี่แดงน้อย [12 ก.ค. 51 22:05] ( IP A:124.157.207.241 X: )

ความคิดเห็นที่ 255
   ผลงานทัศนศิลป์มีหลายประเภท ทั้งงานจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรมผลงานเหล่านี้จะช่วยถ่ายทอดลักษณะทางวัฒนธรรมไปสู่ชนรุ่นหลัง วัฒนธรรมจึงเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ด้วย
หนังสือแบบฝึกความคิดสร้างสรรค์ตอนนี้หาได้แล้ว
โดย: ...หมอก.. [14 ก.ค. 51 17:07] ( IP A:125.24.25.223 X: )

ความคิดเห็นที่ 256
   กระจับปี่ เป็นพิณชนิดหนึ่ง มี ๔ สาย กระพุ้งพิณมีลักษณะ เป็นกล่องแบน รูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูมุมมน ด้านหน้าทำเป็นช่อง ให้เสียงกังวาน ทวนทำเป็นก้านเรียวยาวและกลมกลึงปลายแบน และงอนโค้งไปด้านหลัง ตรงปลายทวนมีลิ่มสลักเป็นลูกบิดไม้ สำหรับขึ้นสาย ๔ ลูก สายส่วนมากทำด้วยสายเอ็น หรือลวดทองเหลือง ตลอดแนวทวนด้านหน้าทำเป็น "สะพาน" หรือ นม ปักทำด้วยไม้ เขาสัตว์หรือกระดูกสัตว์ สำหรับหมุนสายมี ๑๑ นม บนหน้ากระพุ้งพิณ มีชิ้นไม้หรือชิ้นโลหะรองสายไว้เรียกว่า "หย่อง" ทำหน้าที่ถ่ายทอดแรงสะเทือน จากการดีดสายลงมาสู่ ตัวกระพุ้งพิณ เวลาบรรเลงใช้นิ้วจับไม้ดีดเขี่ยสาย เพื่อให้เกิดเสียง ไม้ดีดปักทำด้วยงาช้าง เขาสัตว์ หรือวัสดุที่มีลักษณะ แบนและบาง กระจับปี่พัฒนามาจากเครื่องดนตรีประเภทหนึ่งของอินเดีย มีต้นกำเนิดจากการดีดสายธนู ตามหลักฐานพบว่า กระจับปี่มีมาตั้งแต่ สมัยสุโขทัย

โดย: tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 16:17] ( IP A:125.24.233.80 X: )

ความคิดเห็นที่ 257
   จะเข้ สัณนิษฐานว่า ได้รับอิทธิพลจากมอญ เดิมทำเป็น รูปร่างเหมือน จระเข้ ไทยใช้จะเข้มาตั้งแต่สมัยอยุธยา และคงเล่นอย่างบรรเลงเดียว ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้นำจะเข้เข้ามาผสมแทนกระจับปี่ เพราะเสียงดีกว่าและดีดได้สะดวกกว่า จะเข้เป็นเครื่องดนตรีที่วางดีดตามแนวนอน ทำด้วยไม้ท่อนขุดเป็นโพรงอยู่ภายใน นิยมใช้ไม้แก่นขนุน เพราะให้เสียงกังวาลดี ด้านล่างเป็นพื้นไม้ ซึ่งมักใช้ไม้ฉำฉา เจาะรูไว้ให้เสียงออกดีขึ้น มีขาอยู่ตอนหัว ๔ ขา ตอนท้าย ๑ ขา มีสาย ๓ สาย คือ สายเอก(เสียงสูง) สายกลาง(เสียงทุ้ม) ทั้งสองสายนี้ทำด้วยเอ็นหรือไหมฟั่นเป็นเกลียว สายที่สามเรียก สายลวด(เสียงต่ำ) ทำด้วยลวดทองเหลือง ทั้งสามสายนี้ขึงจากหลักตอนหัวผ่าน โต๊ะ (กล่องทองเหลืองกลวง) ไปพาดกับ "หย่อง" แล้วสอดลงไปพันกันด้านลูกบิด(ปักทำด้วยไม้หรืองา) สายละลูก โต๊ะนี้ทำหน้าที่ขยายเสียงของจะเข้ให้คมชัดขึ้น ระหว่างราง ด้านบนกับสายจะเข้ จะมีชิ้นไม้เล็ก ๆ ทำเป็นสันหนาเรียกว่า "นม" ๑๑ นม วางเรียงไปตามแนวยาว เพื่อรองรับการกด จากนิ้วมือขณะบรรเลง นมเหล่านี้มีขนาดสูงต่ำลดหลั่นกันไป ทำให้เกิดเสียงสูง-ต่ำ เวลาดีดจะใช้ไม้ดีดที่ทำด้วยงาหรือเขาสัตว์ กลึงเป็นท่อนกลม ปลายเรียวแหลมมน ดีดปัดสายไปมา ไม้ดีดนี้จะพันติดกับนิ้วชี้มือขวา ส่วนมือซ้ายใช้กดนิ้วบนสายถัดจากนม ไปทางซ้ายเล็กน้อย เพื่อให้เกิดเสียงสูงต่ำตามที่ต้องการ

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 16:21] ( IP A:125.24.233.80 X: )

ความคิดเห็นที่ 258
   พิณน้ำเต้า สันนิษฐานว่า พิณมีกำเนิดในประเทศ ทางตะวันออก พิณโบราณเรียนพิณน้ำเต้า ซึ่งมีลักษณะเป็น พิณสายเดี่ยว สันนิษฐานว่าชาวอินเดียนำมาแพร่หลาย ในดินแดนสุวรรณภูมิ การที่เรียกว่าพิณน้ำเต้า เพราะใช้ เปลือกผลน้ำเต้ามาทำ คันพิณที่เรียกว่า ทวน ทำด้วยไม้เหลา ให้ปลายข้างหนึ่ง เรียวงอนโค้งขึ้นสำหรับผูกสาย ที่โคนทวน เจาะรูแล้วเอาไม้มาเหลาทำลูกบิด สำหรับบิดให้สายตึงหรือหย่อน เพื่อให้เสียงสูงต่ำ สายพิณมีสายเดียวเดิมทำด้วยเส้นหวาย ต่อมาใช้เส้นไหม และใช้ลวดทองเหลืองในปัจจุบัน การดีดพิณน้ำเต้า ปกติผู้ดีดจะไม่สวมเสื้อ ใช้มือซ้ายจับทวน เอากะโหลกพิณประกบติดกับเนื้อที่อกเบื้องซ้าย ใช้มือขวาดีดสาย ขยับกะโหลกปิดเปิดที่ทรวงอก เพื่อให้เกิดเสียงก้องกังวานตามที่ต้องการ ใช้นิ้วมือซ้ายช่วยกดหรือเผยอ เพื่อให้สายตึงหย่อน การดีดจะประสานกับเสียงขับร้องของผู้ดีดเอง

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 17:42] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 259
   ซอด้วง เป็นซอชนิดหนึ่งของไทย ให้เสียงสูงแหลม การที่ได้ชื่อนี้เพราะส่วนที่เป็นเครื่องอุ้มเสียง มีรูปร่างคล้ายเครื่องดักสัตว์ชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า ด้วง มีส่วนประกอบ ดังนี้
- กระบอก เป็นส่วนที่อุ้มเสียงให้เกิดกังวาน รูปร่างเหมือนกระบอกไม้ไผ่ ทำด้วยไม้เนื้อแข็งบางทีทำด้วยงาช้าง ไม้ที่ใช้ทำต่างชนิดกันจะให้คุณภาพเสียงต่างกัน เช่น เสียงนุ่ม เสียงกลม เสียงแหลม เป็นต้น ด้านหน้าของกระบอกมีวัสดุบาง ๆ ขึงปิด นิยมใช้หนังงูเหลือม นอกนั้นอาจเป็นหนังลูกวัว หนังแพะ หรือใช้กระดาษว่าวปิดซ้อนกันหลาย ๆ ชั้นก็ได้
- คันซอ ทำด้วยไม้หรืองาช้าง ลักษณะกลมยาว สอดปักที่กระบอกตั้งตรงขึไป แบ่งออกเป็น ๒ ช่วง ช่วงบนตั้งแต่ใต้ลูกปิดขึ้นไปจนถึงปลายคัน รูปร่างคล้ายโขนเรือ เรียกว่า "โขน" ปลายโอนโค้งงอนไปทางด้านเปิดของกระบอก ช่วงล่วงนับตั้งแต่ลูกบิดลงไปเรียกว่า "ทวนล่าง"
- ลูกบิด มีอยู่สองลูก เสียบอยู่ที่ช่วงล่างของโขน ปลายลูกบิดเจาะรูไว้สำหรับร้อยสายซอ เพื่อขึงให้ตึงตามที่ต้องการ ลูกบิดลูกบน สำหรับสายเสียงต่ำ เรียกว่า ลูกบิดสายทุ้ม ลูกบิดลูกล่าง สำหรับสายที่มีเสียงสูง เรียกว่า ลูกบิดสายเอก
- รัดอก เป็นบ่วงเชือกสำหรับรั้งสายซอ นิยมใช้ขนาดเดียวกับสายเอก ใช้ผูกรั้งสายซอทั้งสองเข้ากับทวนล่าง
- หย่อง เป็นไม้ชิ้นเล็กใช้หมุนสายซอให้พ้นขอบกระบอก และเป็นตัวรับความสั่นสะเทือนจากสายซอไปสู่หน้าซอ
- คันชัก ทำด้วยไม้เนื้อแข็งหรืองาช้าง รูปโค้ง ด้ามมือจับมีหมุดสำหรับให้เส้นหางม้าคล้อง อีกด้านหนึ่งเจาะรูไว้ร้อยเส้นหางม้า ซึ่งมีประมาณ ๒๕๐ เส้น สอดเส้นหางม้าให้อยู่ภายในระหว่างสายเอกกับสายทุ้ม สำหรับสี
การเทียบเสียง เทียบเสียงให้ตรงกับเสียงขลุ่ยเพียงออ ทั้งสายเอกและสายทุ้ม โดยใช้สายเอกเป็นหลัก

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 17:44] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 260
   ซอสามสาย เป็นซอชนิดหนึ่งของไทย มีมาแต่โบราณ มีเสียงไพเราะ นุ่มนวล รูปร่างวิจิตรสวยงามกว่าซอชนิดอื่น ถือเป็นเครื่องดนตรีชั้นสูง ใช้ในราชสำนัก มีส่วนประกอบ ดังนี้
- กะโหลก ทำด้วยกะลามะพร้าว ตัดตามด้านขวาง ด้านหน้าต่อติดกับกรอบไม้เนื้อแข็ง เดิมนิยมใช้ไม้สักเรียกว่า "ขนงไม้สัก" มีรูปร่างคล้ายกรอบหน้านาง ใช้หนังลูกวัวหรือหนังแพะขึงปิดทับขอบขนงไม้สักและขอบกะลาให้ตึงพอดี
- คันซอ แบ่งออกเป็นสามส่วน คือ ทวนบน ทวนกลาง และทวนล่าง ทวนบน คือ ส่วนที่นับจากรอบต่อเหนือรัดอกขึ้นไป ทวนกลาง คือ ส่วนต่อจากทวนบนลงมาถึงกะโหลก ทวนล่างหรือแข้งไก่ คือ ส่วนที่ต่อจากกะโหลก ลงไปรวมทั้งเข็มที่ทำด้วยโลหะ ซึ่งอยู่ปลายล่างสุด
- ลูกบิด มีสามลูก ลูกล่างสำหรับสายเอก ลูกบนสำหรับสายกลาง สองลูกนี้อยู่ทางขวา ทางซ้ายมีลูกเดียว สำหรับสายทุ้ม หรือสายสาม
- รัดอก มักใช้สายไหมฟั่นเกลียวแบบสายซอ พันรอบทวนกลาง ใช้รัดสายทั้งสาม ให้แนบเข้ากับทวนกลาง เพื่อให้เสียงของสายเปล่าได้ระดับและมีความกังวาน
- หย่อง ทำด้วยไม้หรืองา เหลาเป็นรูปคันธนูให้ได้ขนาดพอรับสายซอทั้งสามสาย บนหย่องบากร่องไว้ สามตำแหน่ง เพื่อรองรับสายซอ
- ถ่วงหน้า ทำด้วยแก้วหรือโลหะ ขึ้นรูปเป็นตลับกลมเล็ก ๆ ข้างบนประดับพลอยสีต่าง ๆ หรือถม หรือลงยา ภายในบรรจุสีผึ้งผสมตะกั่ว เพื่อให้ได้น้ำหนัก ใช้ชันปิดหน้า ใช้ปรับเสียงให้สายเอกเข้ากับสายทุ้ม
- หนวดพราหมณ์ ใช้สายไหมฟั่นเกลียวอย่างสายซอ ผูกเป็นสายบ่วง ร้อยเข้าไปในรูที่ทวนล่าง เพื่อรั้งปมปลายสายซอทั้งสาม
- คันชัก ทำด้วยไม้เนื้อแข็งและเหนียว กลึงให้ได้รูป ขึงด้วยขนหางม้าสีขาวประมาณ ๒๕๐-๓๐๐ เส้น

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 17:46] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 261
   ซออู้ เป็นซอที่มีเสียงทุ้มกังวาน ลักษณะโดยทั่วไปคล้ายซอด้วง มีส่วนประกอบ ดังนี้
- กะโหลก ทำด้วยกะลามะพร้าว ตัดส่วนที่กว้างใกล้กับขั้ว ให้พูทั้งสามอยู่ด้านบน ใช้หนังลูกวัวหรือหนังแพะ ขึงเป็นหน้าตรงที่ตัด
- คันซอ ทำด้วยไม้หรืองาช้างกลึง แบ่งเป็นสองส่วน คือ ทวนบน นับตั้งแต่ลูกบิด ไปถึงปลายคัน ทวนล่างนับตั้งแต่ลูกบิดลงมาที่ตัวคันมีลวดหรือลูกแก้วคั่นเป็นระยะ ปลายทวนล่างสอดทะลุ กะโหลกลงไป เพื่อคล้องสายซอทั้งสองเส้น
-ลูกบิด มีสองลูก เสียบอยู่ที่ทวนบน ใช้ขึงสายซอ ซึ่งทำให้ด้วยไหมฟั่นเป็นเกลียว หรือทำด้วยเอ็นผูกคล้องปลายทวนล่างสุด ลูกบนสำหรับสายทุ้ม ลูกล่างสำหรับสายเอก
- รัดอก เป็นบ่วงเชือกใช้ลูกล่างสำหรับสายเอกรั้งสายซอ เพื่อให้ได้คู่เสียงสายเปล่าชัดเจน
- หมอน เป็นวัสดุที่วางหมุนระหว่างหน้าซอกับสายซอเพื่อให้ได้เสียงกับวาน บางทีเรียกว่า หย่อง
- คันชัก ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง กลึงให้ได้รูป ขึงเส้นหางม้า ประมาณ ๒๕๐ เส้น เส้นหางม้านี้จะสอดเข้าระหว่าง สายเอกกับสายทุ้ม การเทียบเสียง สายเอกมีระดับเสียงตรงกับสายทุ้มของซอด้วง สายทุ้มมีเสียงต่ำกว่าสายเอก ๕ เสียง

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 17:48] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 262
   กรับพวง ทำด้วยไม้หรือโลหะ ลักษณะเป็นแผ่นบาง หลายแผ่นร้อยเข้าด้วยกัน ใช้ไม้หนาสองชิ้นประกับไว้ วิธีตี ใช้มือหนึ่งถือกรับ แล้วตีกรับลงไปบนอีกมือหนึ่งที่รองรับ ทำให้เกิดเสียงกระทบจากแผ่นไม้ หรือแผ่นโลหะดังกล่าว ใช้ตีในการบรรเลงมโหรีโบราณ เล่นเพลงเรือ และโขนละคร

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 17:51] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 263
   กรับเสภา ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ลักษณะเป็นแท่งสี่เหลี่ยม มีสันมน การตีใช้ขยับมือที่ละคู่ การขับเสภาใช้กรับสองคู่ ถือมือละคู่ ผู้ขับเสภาจะขยับกรับ สองคู่นี้ตามท่วงทำนองที่เรียกเป็นไม้ต่าง ๆ เช่น ไม้กรอ ไม้หนึ่ง ไม้รบ หรือไม้สี่

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 17:52] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 264
   โกร่ง

โทษทีคับอันนี้ไม่ค่อยรู้รายละเอียด เหอๆ ^_^

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 17:54] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 265
   ระนาดเอก ที่ให้เสียงนุ่มนวล นิยมทำด้วยไม้ไผ่บง ถ้าต้องการ ให้ได้เสียงเกรียวกราว นิยมทำด้วยไม้แก่น ลูกระนาดมี ๒๑ ลูก ลูกที่ ๒๑ หรือลูกยอด จะมีขนาดสั้นที่สุด ลูกระนาด จะร้อยไว้ด้วยเชือกติดกันเป็นผืนแขวนไว้บนราง ซึ่งทำด้วย ไม้เนื้อแข็งรูปร่างคล้ายเรือ ด้ามหัวและท้ายโค้งขึ้นเพื่อให้อุ้มเสียง มีแผ่นไม้ปิดหัวและท้ายรางเรียกว่า "โขน" ฐานรูปสี่เหลี่ยมเรียกว่า "ปี่พาทย์ไม้แข็ง" ไม้ตีอีกชนิดหนึ่งทำด้วยวัสดุที่นุ่มกว่า ใช้ผ้าพัน แล้วถักด้ายสลับ เวลาตีจะให้เสียงนุ่มนวล เมื่อผสมเข้าวงเรียกว่า "ปีพาทย์ไม้นวม"

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 17:55] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 266
   ระนาดทุ้ม เลียนแบบระนาดเอก สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ลูกระนาดมีจำนวน ๑๗-๑๘ ลูก ตัวลูกมีขนาดกว้างและยาวกว่าของระนาดเอก ตัวรางก็แตกต่าง จากระนาดเอก คือเป็นรูปคล้ายหีบไม้แต่เว้ากลาง มีโขนปิดหัวท้าย มีเท้าอยู่สี่มุมราง ไม้ตีตอนปลายใช้ผ้าพันพอกให้โต และนุ่ม เวลาตีจะได้เสียงทุ้ม ระนาดทุ้มใช้บรรเลงในวงปีพาทย์ทั่วไป มีวิธีการบรรเลง แตกต่างไปจากระนาดเอก คือไม่ได้ยึดการบรรเลงคู่ ๘ เป็นหลัก

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 17:56] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 267
   ฆ้องคู่ ใช้ตีกำกับจังหวะ ชุดหนึ่งมีสองสูก ลูกใหญ่ให้เสียงต่ำ ลูกเล็กให้เสียงสูง ไม้ตีทำด้วย แผ่นหนังวัว หรือหนังควายตัดเป็นวงกลม เจาะรูตรงกลางใส่ก้านไม้

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 17:57] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 268
   ฆ้องมโหรี เป็นฆ้องวงที่ใช้บรรเลงในวงมโหรีโดยเฉพาะ มีอยู่สองขนาด คือฆ้องวงใหญ่มโหรีและฆ้องวงเล็กมโหรี ฆ้องวงใหญ่มโหรีเดิมมีลูกฆ้อง ๑๗ ลูก ต่อมานิยมใช้ ๑๘ ลูก

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:00] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 269
   ฆ้องวงใหญ่มโหรี

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:02] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 270
   ฆ้องวงเล็กมโหรี

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:03] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 271
   ฆ้องมอญ เป็นฆ้องวงที่ตั้งโค้งขึ้นไปทั้งสองข้าง ไม่วางราบเหมือนฆ้องไทย มีลูกฆ้อง ๑๕ ลูก ใช้บรรเลงใน วงปีพาทย์มอญ ตัวรางประดิษฐ์ตกแต่งงดงาม
โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:04] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 272
   ฆ้องมอญวงใหญ่

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:05] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 273
   ฆ้องมอญวงเล็ก

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:07] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 274
   ฆ้องวงใหญ่ มีลูกฆ้อง ๑๖ ลูก ลูกเสียงต่ำสุดเรียกว่า ลูกทวน ลูกเสียงสูงสุดเรียกว่า ลูกยอด ไม้ที่ใช้ตีมีสองอัน ผู้ตีถึงไม้ตีมือละอัน

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:08] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 275
   ฆ้องวงเล็ก มีลูกฆ้อง ๑๘ ลูก สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ใช้บรรเลงร่วมในวงปีพาทย์ มีหน้าที่เก็บ สอด แทรก ฯลฯ

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:09] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 276
   ฆ้องหุ่ย ใช้ตีกำกับจังหวะ เป็นฆ้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในวงดนตรีไทย มีอีกชื่อว่า ฆ้องชัย อาจเป็นเพราะสมัยโบราณ ใช้ฆ้องชนิดนี้ตีเป็นสัญญาณในกองทัพ ปัจจุบันใช้ตีใน งานพิธี งานมงคลต่าง ๆ

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:10] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 277
   ฆ้องเหม่ง ใช้ตีกำกับจังหวะ ขนาดเล็กกว่า ฆ้องโหม่ง ได้ชื่อนี้ตามเสียงที่เกิดจากการตี

โดย: tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:11] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 278
   ฆ้องโหม่ง ใช้ตีกำกับจังหวะ มีขนาดใหญ่ รองลงมาจากฆ้องหุ่ย ได้ชื่อนี้ตามเสียงที่เกิดจากการตี

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:13] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 279
   ฉาบ เป็นเครื่องตีกำกับจังหวะ ทำด้วยโลหะ รูปร่างคล้ายฉิ่ง แต่มีขนาดใหญ่กว่าและหล่อบางกว่า มีสองขนาด ขนาดใหญ่กว่าเรียกว่า ฉาบใหญ่ ขนาดเล็กกว่า เรียกว่า ฉาบเล็ก การตีจะตีแบบประกบ และตีแบบเปิดให้เสียงต่างกัน
โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:14] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 280
   ฉาบใหญ่

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:16] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 281
   ฉาบเล็ก

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:17] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 282
   ฉิ่ง เป็นเครื่องตีกำกับจังหวะ ทำด้วยโลหะ หล่อหนา รูปร่างกลม เว้ากลาง ปากผาย คล้ายฝาขนมครกไม่มีจุก สำรับหนึ่งมีสองฝาเจาะรูตรงกลางที่เว้า สำหรับร้อยเชือกโยงฝาทั้งสอง เพื่อสะดวกในการถือตี ฉิ่งมีสองขนาด ขนาดใหญ่ใช้ประกอบวงปีพาทย์ ขนาดเล็กใช้กับวงเครื่องสายและมโหรี

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:17] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 283
   กังสดาล เป็นระฆังวงเดือน หล่อจากสัมฤทธิ์ หรือทองเหลือง ด้านบนเจาะรูไว้แขวน ใช้เป็นเครื่องตีบอกสัญญาณ ของพระสงฆ์ในสมัยโบราณ และใช้ประกอบ การบรรเลงดนตรีในบางโอกาส

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:18] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 284
   มโหระทึก เป็นกลองหน้าเดียว หล่อด้วยโลหะทั้งลูก มโหระทึกมีมาตั้งแต่ยุคโลหะตอนปลาย ซึ่งตกประมาณ ๒๐๐๐ปีมาแล้ว มีพบในหลายประเทศในสุวรรณภูมิ ตัวกลองมีหน้ากลองแบนกว้าง บริเวณตรงกลางหน้ากลองนิยมทำเป็นรูปดาวและมีลวดลายอื่น ๆ ประกอบ ด้านข้างตัวกลางมักจะหลักลวดลายต่าง ๆ ฐานกลองเป็นทรงกระบอกกลวง ในการตีจะวางมโหระทึก ตั้งเอาหน้ากลองขึ้น ใช้ไม้ตีสองอัน ทำด้วยไม้รวกหรือไม้เนื้อแข็งเหลากลม ปลายที่ใช้ตี พันด้วยผ้าให้แน่นแล้วผูกเคี่ยนหรือถักด้วยเส้นด้าย ชาวไทยใช้มโหระทึกมาแต่โบราณ มีกล่าวถึงในสมัยสุโขทัย ใช้ตีในเทศกาล งานรื่นเริง สมัยอยุธยามีกำหนดให้ตีมโหระทึก ในงานพระราชพิธี สมัยรัตนโกสินทร์ ใช้ประโคมร่วมกับแตร สำหรับพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ ในการเสด็จออก ขุนนางในงานพระราชพิธีและรัฐพิธี ใช้บรรเลงร่วมกับกลองชนะใน งานเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวน พยุหยาตราทางชลมารค และในกระบวนอื่น ๆ นอกจากนั้นยังโปรดเกล้าฯ เป็นการพิเศษแก่วัดสามวัด ให้มีการประโคมมโหระทึกของ พระภิกษุสงฆ์ทำวัตรสวดมนต์ คือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:19] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 285
   กลองแขก มีรูปร่างยาวเป็นกระบอก หน้าด้านหนึ่งใหญ่เรียกว่า "หน้ารุ่ย" หน้าด้านหนึ่งเล็กเรียกว่า "หน้าต่าน" หนังหน้ากลอง ทำด้วยหนังลูกวัว หนังแพะ ใช้เส้นหวายฝ่าชีกเป็นสายโยงเร่งให้ตึงด้วยรัดอก สำรับหนึ่งมีสองลูก ลูกเสียงสูงเรียกว่า "ตัวผู้" ลูกเสียงต่ำเรียกว่า "ตัวเมีย" การตีใช้ฝ่ามือทั้งสอง ตีทั้งสองหน้าให้เสียงสอดสลับกันทั้งสองลูก กลองชนิดนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "กลองชวา"

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:20] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 286
   กลองชนะ รูปร่างเหมือนกลองแขก แต่สั้นกว่า หน้าหนึ่งใหญ่ อีกหน้าหนึ่งเล็ก ใช้ตีด้วยไม้งอ ๆ หรือหวาย ทางด้านหน้าใหญ่ เดิมกลองชนะน่าจะใช้ในกองทัพ หรือในการสงคราม ต่อมาใช้เป็นเครื่องประโคมในกระบวนพยุหยาตรา และใช้ประโคม พระบรมศพ พระศพ และศพ ตามเกียรติยศของงาน จำนวนที่ใช้บรรเลง มีตั้งแต่ ๑ คู่ ขึ้นไป

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:21] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 287
   กลองชาตรี มีรูปร่างลักษณะและการตีเช่นเดียวกับกลองทัด แต่ขนาดเล็กกว่ากลองทัดประมาณครึ่งหนึ่ง ขึ้นหนังสองหน้า ใช้บรรเลงร่วมในวงปีพาทย์ในการแสดงละครชาตรีที่เรียกว่า "ปีพาทย์ชาตรี" ใช้เล่นคู่กับโทนชาตรี

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:23] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 288
   กลองต๊อก เป็นกลองจีนชนิดหนึ่ง มีขนาดเล็ก หุ่นกลองหนา ขึ้นหนังสองหน้า หน้าทั้งสองมีขนาดเท่ากัน ตีหน้าเดียวโดยใช้ไม้ขนาดเล็ก

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:24] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 289
   กลองตะโพน ใช้ตะโพนสองลูก เสียงสูงต่ำต่างกัน ถอดเท้าออก แล้วนำมาตั้งเอาหน้าเท่งขึ้นตีแบบกลองทัด ใช้ไม้นวมที่ใช้ตีระนาดเป็นไม้ตี

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:26] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 290
   กลองทัด มีรูปทรงกระบอก กลางป่องออกเล็กน้อย ขึ้นหนังสองหน้า ตรึงด้วยหมุดที่เรียกว่า "แส้" ซึ่งทำด้วยไม้ งาช้าง กระดูกสัตว์ หรือโลหะ หน้ากลองด้านหนึ่งติดข้าวตะโพน แล้วตีอีกด้านหนึ่ง ใช้ไม้ตีสองอัน สำรับหนึ่งมีสองลูก ลูกเสียงสูงเรียกว่า "ตัวผู้" ลูกเสียงต่ำเรียกว่า "ตัวเมีย" ตัวผู้อยู่ทางขวา และตัวเมียอยู่ทางซ้ายของผู้ตี กลองทัดน่าจะเป็นกลองของไทยมาแต่โบราณ ใช้บรรเลงรวมอยู่ในวงปีพาทย์มาจนถึงปัจจุบัน

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [15 ก.ค. 51 18:27] ( IP A:125.24.242.15 X: )

ความคิดเห็นที่ 291
   ขอบคุณมากครับ เด็กพระโขนงฯ ชื่นใจจริงๆ
เพื่อนๆ ดูแล้วคงได้รู้ในสิ่งที่ไม่รู้เพิ่ม นะครับ

ได้ใจ 3 ชั้นเลยครับ
1. ได้แสดงแจ้งบอก
2. ได้รับรู้รับทราบ
3. ได้พบเห็น(สำหรับผู้ที่ไม่เคยพบเห็น)
*****************************
โดย: พี่แดงน้อย [15 ก.ค. 51 22:02] ( IP A:124.157.203.37 X: )

ความคิดเห็นที่ 292
   กลองมลายู มีรูปร่างลักษณะเหมือนกลองแขก แต่สั้นและอ้วนกว่า หน้าหนึ่งใหญ่ อีกหน้าหนึ่งเล็กขึ้นหนังสองหน้า เร่งให้ตึงด้วยหนังรูดให้แน่น สายโยงเร่งเสียงทำด้วยหนัง หน้าใหญ่อยู่ทางขวาไปตีด้วยไม้งอ หน้าเล็กตีด้วยฝ่ามือ สำรับหนึ่งมีสีลูก ต่อมาลดเหลือสองลูก ใช้บรรเลงคู่ อย่างกลองแขกลูกเสียงสูงเรียกว่า "ตัวผู้" ลูกเสียงต่ำเรียกว่า "ตัวเมีย" ใช้บรรเลงในวงบัวลอยในงานศพ และใช้บรรเลงในวงปีพาทย์นางหงส์

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 16:39] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 293
   กลองโมงครุ่ม มีรูปร่างลักษณะเหมือนกลองทัด แต่ใหญ่กว่า ขึ้นหนังสองหน้า ตรึงด้วยหมุด ตีหน้าเดียว โดยใช้ไม้ตี ใช้ตีในการเล่นสมัยโบราณที่เรียกว่า "โมงครุ่ม" หรือ "โหม่งครุ่ม" ซึ่งมักตีฆ้องโหม่งประกอบด้วย

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 16:40] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 294
   กลองยาว หุ่นกลองทำด้วยไม้ ตอนหน้าใหญ่ ตอนท้ายเรียวแล้วบานปลายเป็นรูปดอกลำโพงมีหลายขนาด ขึ้นหนังหน้าเดียว ตัวกลางนิยมตบแต่งให้สวยงามด้วยผ้าสี หรือผ้าดอกเย็บจีบย่น ปล่อยเชิงเป็นระบายห้อยมาปกด้วยกลอง มีสายสะพายสำหรับคล้องสะพายบ่า ใช้ตีด้วยฝ่ามือ แต่การเล่นโลดโผน อาจใช้ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายตีก็มี กลองยาวได้แบบอย่างมาจากพม่า นิยมเล่นในงานพิธีขบวนแห่ กลองชนิดนี้เรียกชื่อตามเสียงที่ตีได้อีกชื่อหนึ่งว่า "กลองเถิดเทิง"

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 16:42] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 295
   กลองสองหน้า ลักษณะคล้ายเปิงมาง แต่ใหญ่กว่า ตีด้วยมือขวา ใช้ใบเดียวตีกำกับจังหวะในวงปีพาทย์ที่บรรเลงในการขับเสภา

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 16:43] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 296
   ตะโพน เป็นเครื่องดนตรีประเภทกลอง ตัวตะโพนเรียกว่า "หุ่น" ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ขุดแต่งให้เป็นโพรงภายใน ขึ้นหนังสองหน้า ตรงกลางป่องและสอบไปทางหน้าทั้งสอง หน้าหนึ่งใหญ่เรียกว่า "หน้าเทิ่ง" หรือ "หน้าเท่ง" ปกติอยู่ด้านขวามือ อีกหน้าหนึ่งเล็ก เรียกว่า "หน้ามัด" ใช้สายหนังเรียกว่า "หนังเรียด" โยงเร่งเสียงระหว่างหน้าทั้งสอง ตรงรอบ ขอบหนังขึ้นหน้าทั้งสองข้าง ถักด้วยหนังตีเกลียวเป็นเส้นเล็ก ๆ เรียกว่า "ไส้ละมาน" สำหรับใช้ร้อยหนังเรียด โยงไปโดยรอบจนหุ้มไม้หุ่นไว้หมด ตอนกลางหุ่นใช้หนังเรียดพันโดยรอบเรียกว่า "รัดอก" หัวตะโพนวางนอนอยู่บนเท้าที่ทำด้วยไม้ ใช้ฝ่ามือซ้าย-ขวา ตี ทั้สองหน้า ตะโพนใช้บรรเลงผสมอยู่ในวงปีพาทย์ ทำหน้าที่กำกับจังหวะหน้าทับต่าง ๆ ผู้ที่นับถือพระประคนธรรพ ว่าเป็นครูใหญ่ทางดนตรี ได้ถือเอาตะโพนเป็นเครื่องแทนพระประคนธรรพในพิธีไหว้ครู และถือว่าตะโพนเป็นเครื่องควบคุมจังหวะที่สำคัญที่สุด

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 16:45] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 297
   ตะโพนมอญ คล้ายตะโพนไทย แต่ใหญ่กว่า และตรงกลางหุ่นป่องน้อยกว่า มีเสียงดังกังวาลลึกกว่าตะโพนไทย หน้าใหญ่เรียกว่า "เมิกโนด" หน้าเล็กเรียกว่า "เมิกโด้ด" เป็นภาษามอญ ตะโพนมอญใช้บรรเลงผสมในวงปีพาทย์มอญ มีหน้าที่บรรเลงหน้าทับ กำกับจังหวะต่าง ๆ

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 16:47] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 298
   โทน เป็นเครื่องดนตรีประเภทกลอง เดิมเรียกว่า ทับ หุ่นทำด้วยดินเผารูปร่างคล้ายกรวย ปลายบานออกเป็นดอกลำโพง ขึงด้วยหนังหน้าเดียว มีสายโยงเร่งเสียงจากขอบหนังคอ ตีด้วยมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างหนึ่งคอยปิด-เปิดปากลำโพง เพื่อช่วยให้เป็นเสียงต่าง ๆกัน ใช้ตีเป็นจังหวะ กำกับทำนองเพลงมาแต่โบราณ นิยมบรรเลงในวงเครื่องสาย ไม่นิยมบรรเลงในวงปีพาทย์

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 16:47] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 299
   บัณเฑาะว์ เป็นกลองสองหน้าขนาดเล็ก ไทยคงได้เครื่องดนตรีชนิดนี้มาจากอินเดีย ตัวกลองทำด้วยไม้ขนาดเล็กพอมือถือ หัวและท้ายใหญ่ ตรงกลางคอด มีสายโยงเร่งเสียงใช้เชือกร้อยโยงห่าง ๆ มีสายรัดอกตรงคอดที่ตรงสายรัดอก มีหลักยาวอันหนึ่งรูปเหมือนหัวเม็ดทรงมัณฑ์ ทำด้วยไม้หรืองาที่ปลายหลักมีเชือกผูก ปลายเชือกอีกด้านหนึ่งผูกลูกตุ้ม ในการบรรเลงใช้มือไกวบัณเฑาะว์ คือพลิกข้อมือกลับไปกลับมา ให้ลูกตุ้มที่ปลายเชือกเหวี่ยงตัวไปกระทบที่หนังหน้ากลองทั้งสองด้าน บางครั้งใช้บัณเฑาะว์ลูกเดียว บางครั้งใช้สองลูก ไกวพร้อมกันทั้งสองมือ มือละลูก เป็นจังหวะในการบรรเลงประกอบขับไม้ในงานพระราชพิธี เช่น ขับกล่อมสมโภช พระมหาเศวตฉัตร สมโภชพระยาช้างเผือก และช้างสำคัญ เป็นต้น

โดย: tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 16:49] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 300
   เปิงมาง เป็นกลองใช้ตีขัดจังหวะหยอกล้อกับตะโพน หรือกลองทัด เปิงมางเป็นภาษามอญ เดิมคงเป็นเครื่องดนตรีของมอญ มีรูปร่างยาวเหมือนกระบอก ตรงกลางป่องเล็กน้อย หุ่นกลองทำด้วยไม้ ขึ้นหนังสองหน้า สายโยงเร่งเสียงทำด้วยหนังเรียด ร้อยจากหนังไส้ละมานเรียงถี่จนคลุมหุ่นไว้หมด มีห่วงหนังผูกโยงสายสำหรับคล้องคอ ใช้เดินตีได้ เช่น ใช้ตีนำกลองชนะในกระบวนพยุหยาตรา หรือตีประโคม ประจำพระบรมศพ พระศพ และศพ คนตีเปิงมางนำกลองชนะเรียกว่า "จ่ากลอง" คู่กับคนเป่าปี่ เรียกว่า "จ่าปี"

โดย: tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 16:50] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 301
   เปิงมางคอก ใช้ในวงปีพาทย์มอญ โดยใช้เปิงมางจำนวน ๗ ลูก มีขนาดลดหลั่นกันลงไป เทียบเสียงสูงต่ำ แขวนเรียงลำดับไว้เป็นราวรอบตัวคนตี คอกที่ใช้แขวนเปิงมางจะมีรูปโค้งเป็นวง การบรรเลง ใช้ตีขัดสอดประสานกันตะโพนมอญ

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 16:51] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 302
   รำมะนา เป็นกลองขึงหนังหน้าเดียว หน้ากลอง ยานผายออก หุ่นกลองนั้น รูปร่างคล้ายชามกะละมัง หรือชามอ่าง เข้าใจว่าได้แบบอย่างจากเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งของมลายู ที่เรียกว่า เรบานา รำมะนามีสองชนิด คือรำมะนาสำหรับวงมโหรี และรำมะนาสำหรับวงลำตัด รำมะนาสำหรับวงมโหรี มีขนาดเล็ก หุ่นกลองสูง หนังที่ขึ้น ตรึงด้วยหมุดโดยรอบ มีเชือกที่เรียกว่า "สนับ" สำหรับใช้หนุนข้างใน โดยรอบหน้ากลาง เมื่อหน้ากลองหย่อน เพื่อช่วยให้เสียงสูง ใช้มือตี บรรเลงในวงมโหรีและวงเครื่องสายคู่กับโทน รำมะนาสำหรับวงลำตัด มีขนาดใหญ่ ใช้เส้นหวายผ่าซีกโยงระหว่างขอบหน้ากับวงเหล็ก ซึ่งรัดขอบล่างของตัวกลอง และใช้ลิ่มตอกเร่งเสียง รำมะนาชนิดนี้เดิมใช้ในการร้องเพลงบันตน เข้าใจว่าได้แบบอย่างจากชวาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ต่อมาได้ใช้ในการเล่นลำตัดและลิเก

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 16:53] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 303
   ขลุ่ยกรวด มีขนาดเล็กกว่า ขลุ่ยเพียงออ ระดับเสียงต่ำสุดสูงกว่า ระดับเสียงของขลุ่ยเพียงอออยู่ ๑ เสียง

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 16:54] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 304
   ขลุ่ยนก เป็นขลุ่ยพิเศษ ทำขึ้นเพื่อ เสียงสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะนก ใช้บรรเลง ประกอบในวงดนตรี เพื่อให้เกิดจินตนาการ ในการฟังเพลงได้ดียิ่งขึ้น บางครั้งยังใช้ ลิ้นปี่มาประกอบกับ ตัวขลุ่ยเพื่อเลียนเสียงไก่ ขลุ่ยพิเศษเหล่านี้นิยมใช้บรรเลง เพลงตับนก และตับภุมรินทร์

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 16:54] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 305
   ขลุ่ยเพียงออ เป็นขลุ่ยขนาดกลาง ระดับเสียงต่ำสุดคือ เสียงโด ของไทย ใช้เป็นหลักเทียบเสียง ในวงเครื่องสาย เครื่องตี ถ้าเล่นกับวงมโหรี ขลุ่ยเพียงออต้องมีระดับเสียง ได้ระดับเดียวกับลูกฆ้องวงใหญ่ ลูกที่ ๑๐ ที่เรียกว่า ลูกเพียงออ

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 16:56] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 306
   ขลุ่ยหลีบ เป็นขลุ่ยขนาดเล็ก มีเสียงสูงแหลมเล็ก ระดับเสียงต่ำสุดสูงกว่า เสียงต่ำสุดของขลุ่ยเพียงออขึ้นมา ๓ เสียง ใช้เป่าคู่กับขลุ่ยเพียงออ หรือขลุ่ยกรวด มีอยู่สองชนิด คือ ขลุ่ยหลีบเพียงออ และขลุ่ยหลีบกรวด

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 16:58] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 307
   ขลุ่ยอู้ เป็นขลุ่ยขนาดใหญ่ ระดับเสียงต่ำสุด ต่ำกว่าระดับเสียงต่ำสุดของขลุ่ยเพียงออ ลงไปอีก ๒ เสียง ใช้บรรเลงในวงปีพาทย์ดึกดำบรรพ์

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 17:00] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 308
   แตรงอน เข้าใจว่าได้แบบอย่างจากอินเดีย เนื่องจากอินเดียมีแตรรูปแบบเดียวกันนี้ใช้อยู่ และมีชื่อซึ่งแปลความหมายว่าเขาสัตว์ ซึ่งเดิมคงทำจากเขาสัตว์ แตรงอนของไทยที่ใช้ในงานพระราชพิธีของไทย ทำด้วยโลหะชุบเงิน ทำเป็นสองท่อนสวมต่อกัน ท่อนแรกเป็นหลอดโค้งเรียวยาว สำหรับเป่าลมปากตรงที่เป่าทำให้บานรับกับริมฝีปาก เรียกว่า "กำพวด" ท่อนปลายเป็นลำโพง มีเส้นเชือกริบบิ้นผูกโยง ท่อนเป่ากับท่อนลำโพงไว้ด้วยกัน

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 17:01] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 309
   แตรฝรั่ง เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "แตรลำโพง" มีลักษณะ ปากบานคล้ายดอกลำโพง ในกฎมณเฑียรบาล เรียกว่า "แตรลางโพง" ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เรียกว่า "แตรวิลันดา"

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 17:02] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 310
   ปี่ เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า ปกติ เลาปี่ ทำด้วยไม้แก่น ต่อมามีผู้คิดทำด้วยงา โดยกลึงให้เป็นรูปบานหัว และบานท้าย ช่วงกลางป่อง ภายในกลวง ทางหัวใส่ลิ้นเป็นช่องรูเล็ก ทางท้ายปากรูใหญ่ ใช้งา ชัน หรือวัสดุอย่างอื่นมาหล่อเสริมตอนหัว และตอนท้าย เรียกว่า "ทวน" ทางหัวเรียกว่า "ทวนบน" ทางท้ายเรียกว่า "ทวนล่าง" ช่วงที่ป่องกลาง เจาะรูนิ้วสำหรับเปลี่ยนเสียง เรียงลงมาตามข้างเลาปี่ จำนวน ๖ รู ที่รูเป่าตอนทวนบนใส่สิ้นสำหรับเป่าเรียกว่า ลิ้นปี่ ทำด้วยใบตาลซ้อน ๔ ชั้น ตัดกลมผูกติดกับท่อกลมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า "กำพวด" ทำด้วยโลหะ มีลักษณะเรียว วิธีผูกเชือกให้ลิ้นใบตาลติดกับกำพวดเรียกว่า "ผูกตะกรุดเบ็ด"
โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 17:04] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 311
   ปี่นอก

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 17:05] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 312
   ปี่ใน

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 17:06] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 313
   ปี่กลาง

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 17:07] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 314
   ปี่ไฉน เป็นปี่สองท่อน ถอดออกจากกันได้ ท่อนบนเรียงยาว ปลายผายออกเล็กน้อยเรียกว่า "เลาปี่" ท่อนล่างปลายบานเรียกว่า "ลำโพง" ทำด้วยไม้หรืองา ปี่ชนิดนี้เข้าใจว่าได้แบบอย่างมาจาก เครื่องดนตรีของอินเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเป่าที่ทำด้วยไม้ ไทยใช้ปี่ชนิดนี้มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ปัจจุบันใช้ในขบวนแห่ คู่กับปี่ชวา จ่าปีใช้เป่านำกลองชนะในกระบวนพยุหยาตรา

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 17:08] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 315
   ปี่ชวา เป็นปี่สองท่อน รูปร่างลักษณะเหมือนปี่ไฉน แต่ย่าวกว่า ทำด้วยไม้หรืองา เนื่องจามีขนาดยาวกว่าปี่ไฉน จึงให้เสียงแตกต่างไปจานปี่ไฉน เข้าใจว่าไทยนำปีชวาเข้ามาใช้คราวเดียวกับ กลองแขก จากหลักฐานพบว่ามีการใช้ปี่ชวา ในกระบวนพยุหยาตรา ในสมัยอยุธยาตอนต้น

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 17:09] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 316
   ปี่มอญ เป็นปี่สองท่อน เหมือนปี่ชวา แต่มีขนาดใหญ่และยาวกว่า เลาปี่ทำด้วยไม้ ลำโพงทำด้วยโลหะ ใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์มอญ หรือสมัยก่อนเรียกว่า ปีพาทย์รามัญ

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 17:11] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 317
   ^_^

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 17:15] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 318
    ทั้งหมดนี่ก็คือ ข้อมูล เกี่ยวกับเครื่องดนตรี ที่ผมพอจะมี
นะคับหวังว่าคงมีประโยชน์กับทุกคนที่เข้าชม

เหอ ๆๆ แล้วเดี่ยว ว่างๆ ผมจะมาทักทาย นะคับ ^_______^

โดย: เด็กม.3 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย/tana_eak_@hotmail.com [21 ก.ค. 51 17:20] ( IP A:125.24.226.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 319
   ส่งผลงานคศ.3แล้ว กำลังรอฟังผล ขอบคุณสำหรับแนวคิด ที่ช่วยเสริมให้งานเสร็จ โชคดีจังเลย เด็กม.3 เผยแพร่ความรู้ กำลังว่างๆ ขอนำข้อมูล ดนตรี ไปสอนเด็กประถมบ้าง เพื่อเสริมความรู้ ในกลุ่มสาระศิลปะ
โดย: ครูอ้วน [2 ส.ค. 51 20:37] ( IP A:61.19.67.218 X: )

ความคิดเห็นที่ 320
   สวัสดีครับ ครูอ้วน
ต้องขอขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ
ขอให้ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงาน ได้วิทยฐานะตามต้องการนะครับ
************************************************************************************
โดย: พี่แดงน้อย [2 ส.ค. 51 21:23] ( IP A:124.157.202.234 X: )

ความคิดเห็นที่ 321
   ดพรำฟเพ่าะฟฦเ

โดย: ammm_my@hotmail,com [15 ส.ค. 51 16:31] ( IP A:203.172.199.250 X: )

ความคิดเห็นที่ 322
   คิดจะเริ่มสอนวาดภาพระบายสีด้วยสีน้ำอย่างจริงจังในระดับประถม 4-5 ปีที่ผ่านมาสนุกกับสีไม้และสีชอล์ค เพราะสะดวกไม่เปื้อน เด็กใช้ในการตกแต่งชิ้นงานทุกวิชาได้ ตอนนี้มีความรู้สึกว่าเด็กตั้งแต่อนุบาล - ป.6 มีความชำนาญมากแล้ว จึงอยากเปลี่ยนมาใช้สีน้ำเพื่อเพิ่มทักษะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านอื่นๆ โดยเฉพาะการกล้าตัดสินใจรวดเร็วและมั่นคงสร้างความเชื่อมั่นให้กับเด็กมากขึ้น ขอเทคนิควิธีการระบายสีน้ำให้ดูแล้วสบายตาใสเหมือนแก้ว เด็กคุ้นเคยระบายสีทึบเข้ม
โดย: ครูอ้วน [31 ส.ค. 51 13:59] ( IP A:61.19.67.158 X: )

ความคิดเห็นที่ 323
   เรียนครูอ้วนครับ
ทดลองเปลี่ยนจากสีไม้ธรรมดามาใช้สีไม้ระบายน้ำ
ให้เด็กๆคุ้นเคยกับการใช้พู่กันก่อนก็ได้ครับ
แทนที่จะใช้ดินสอระบายบางๆ เปลี่ยนมาใช้น้ำ

แนะนำให้ใช้เทคนิคหลายๆอย่างผสมผสานกัน
อาจได้วิธีการสร้างสรรค์ทางศิลปะใหม่ๆ ให้เด็กได้สนุกกันนะครับidea
*********************************************
ลองติดตามดู รายการ " สอนศิลป์ " ในทีวีช่อง ไทย Thai PBS ตอนเย็นๆ ครับ
โดย: พี่แดงน้อย [31 ส.ค. 51 21:37] ( IP A:124.157.207.142 X: )

ความคิดเห็นที่ 324
   สดุดีชาวPaint ทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
และขอสดุดีแด่ศิลปินทุกท่าน ท่านสร้างสรรค์ศิลปะเพื่อสะท้อนสังคม กรรมดีที่ท่านประกอบไว้จะเปิดทางให้ท่าน โบยบินสู่พระนิพพาน
แม้ว่างานศิลปะท่านจะไม่ได้ดีเลิศ แค่ท่านตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานออกมา เราก็จะขอสดุดีและอวยพรให้ท่านเดินบนเส้นทางนี้อย่างมีสุข

โดย: pond_Bao@hotmail.com [1 ก.ย. 51 11:43] ( IP A:61.7.138.48 X: )

ความคิดเห็นที่ 325
   ท่านคิดอย่างไรในกรณีที่ปัจจุบันกระแสการแต่งตัวแนวเด็กศิลป์กำลังดัง ทั้งที่อาจจะเป็นนักศึกษาศิลปะหรือไม่ก็ตามที
ทัศนคติส่วนตัวของผมคิดว่า พวกเขาเหล่านั้นคิดว่าแต่งตัวแบบนี้แล้วเท่ห์ แนว ดูอาร์ตดี แต่จริงๆแล้วเหมือนพวกเขาเหล่านั้นเห็นแค่เถ้าถ่านแดงๆ ของศิลปินคือการแต่งตัวนั่นเอง แต่พวกเขาจะรู้มั้ยว่าเวลาที่ศิลปินทำงานเสมือนไฟลุกโชนเป็นเช่นไร
ถ้าพวกเขารับเอาความอดทน ขยัน และมีความคิดสร้างสรรค์อยากจะสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อสิ่งต่างๆ ในการทำงานมาเลียนแบบบ้าง
นั่นแหละพวกเราชาวPAINT จะขอยกย่องสดุดีคุณ เพราะคุณได้เข้าใจถึงแก่นแท้ของศิลปะ

โดย: แงซายจอมจักรา [1 ก.ย. 51 12:26] ( IP A:61.7.138.48 X: )

ความคิดเห็นที่ 335
   ทัศนศิลป์คืออะไรอ่านแล้วงง ? // flower

โดย: T1012539_5007n@hotmail.com [17 ก.ย. 51 9:56] ( IP A:58.9.96.13 X: )

ความคิดเห็นที่ 336
   ทัศนศิลป์เนี่ย มันยากป่ะค่ะ ต้องมีความรู้มากป่ะต้องใช้อะไรบ้างถึงจะเรียนได้

โดย: pretty_pucca1@hotmail.com [28 ก.ย. 51 18:36] ( IP A:125.27.229.87 X: )

ความคิดเห็นที่ 337
   ทัศนศิลป์ ไม่ยากหรอกครับ
ขอให้มีใจชอบก่อนเป็นอันดับแรก
แล้วค่อยๆเรียนค่อยๆรู้ ไปเรื่อยๆ
จากความชอบจะกลายเป็น ช๊อบ...ชอบ pencil
โดย: พี่แดงน้อย [29 ก.ย. 51 22:39] ( IP A:114.128.168.17 X: )

ความคิดเห็นที่ 338
   ขอขอบคุณมากๆครับรายงานเสร็จเร็วมากๆ
โดย: ต้น [27 ต.ค. 51 16:43] ( IP A:125.25.77.114 X: )

ความคิดเห็นที่ 339
   ใน หนังสือ พัฒนาทักษะชีวิต2 ได้บอกว่า ทัศนศิลป์มีแค่ 4 แขนง แต่ในนี้ทำไมถึงบอกว่า 6 แขนงล่ะครับ ช่วยตอบทีtruffle
โดย: babyyoungteen@hotmail.com [2 พ.ย. 51 12:55] ( IP A:118.173.106.117 X: )

ความคิดเห็นที่ 340
   เดิมๆ ทัศนศิลป์ แบ่ง 3 แขนง คือ
1. จิตรกรรม
2. ประติมากรรม
3. สถาปัตยกรรม

ปัจจุบันการศึกษาทางศิลปะได้แยกภาพพิมพ์ ภาพถ่าย และสื่อผสม ที่มีเนื้อหามากขึ้น ออกเป็นแขนงของทัศนศิลป์ได้อีก 3 แขนง ครับ

ทัศนศิลป์ ในปัจจุบัน จึงแบ่งออกได้ 6 แขนง ดังนี้
1. จิตรกรรม
2. ประติมากรรม
3. สถาปัตยกรรม
4. ภาพพิมพ์
5. ภาพถ่าย
6. สื่อผสม
****************************
หมายเหตุ
อนาคตอาจมีลดมีเพิ่มได้อีกครับ โปรดติดตามเรื่อง "สื่อผสม" กันนะครับ blink
โดย: พี่แดงน้อย [2 พ.ย. 51 22:30] ( IP A:114.128.169.202 X: )

ความคิดเห็นที่ 341
   มรดกทางปัญญาทางความคิด ของยุโรปยุคกลางคืออะไร
โดย: mukkapun@hotmail.com [11 พ.ย. 51 17:23] ( IP A:58.9.13.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 342
   INQUISITION : ธงชัย วินิจจะกูล เล่าเกร็ดประวัติศาสตร์ยุโรปยุคกลาง


INQUISITION


ในยุคกลาง (medieval) ของยุโรปซึ่งคริสตศาสนจักรเรืองอำนาจเหลือล้น เครื่องมือสำคัญประการหนึ่งของศาสนจักรคือ INQUISITION ซึ่งมีบทบาทระหว่างศตวรรษที่ 12-16 (และยังคงใช้ต่อมาในอาณานิคมของสเปนบางแห่งจนถึงศตวรรษที่ 18)

INQUISITION คือระบบศาลของศาสนจักรเพื่อตามกวาดล้างลงทัณฑ์บรรดาพวกนอกรีตทั้งหลาย พวกก่อความกระด้างกระเดื่องต่ออาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า รวมทั้งผู้ที่ถูกหาว่าเป็นพ่อมดแม่มด

ในศตวรรษแรกๆ ของ INQUISITION พวกนอกรีตหมายถึงพวกยิวและพวกนับถือผีสางอำนาจศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ที่ไม่ใช่พระเจ้าของชาวคริสต์ ในระยะปลายของ INQUISITION พวกนอกรีตรวมถึงพวกโปรเตสแตนท์ด้วย

ในระบบศาลยุติธรรมสมัยใหม่ ศาลเป็น “กรรมการ” ผู้ตัดสินความขัดแย้งหรือการละเมิดที่ฝ่ายหนึ่งกระทำต่ออีกฝ่าย แม้แต่ผู้รักษากฎหมายก็ถือเป็นฝ่ายหนึ่งในความขัดแย้ง กรรมการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเข้าข้างผู้รักษากฎหมาย INQUISITION ไม่เหมือนศาลยุติธรรมสมัยใหม่ตรงที่ศาลไม่ได้เป็นแค่กรรมการ แต่เป็นผู้รักษากฎหมายเอง สืบสวนสอบสวนเอง เป็นอัยการเอง ตีความกฎหมายเองเพื่อเล่นงานพวกนอกรีตให้ได้

ที่สำคัญคือ ถือว่าจำเลยมีความผิดไว้ก่อน จนกว่าจำเลยจะพิสูจน์ได้ว่าตนบริสุทธิ์ ซึ่งหมายความว่าจำเลยต้องต่อสู้กับศาล INQUISITOR ที่เป็นทั้งผู้ฟ้องร้องและเป็นผู้พิพากษาในตัวเอง

บ่อยครั้ง INQUISITION ทำกันในที่สาธารณะเพื่อหวังให้ประชาชนผู้ชมกลัวและยอมสยบต่ออำนาจของศาสนจักร

ครั้นสิ้นสุดการตัดสิน ประชาชนฝ่ายสนับสนุนศาสนจักรก็มักโห่ร้องให้แขวนคอหรือเผาจำเลยกลางที่สาธารณะ

INQUISITION จึงเป็นส่วนหนึ่งของการใช้อำนาจกดปราบให้คนกลัว ไม่ใช่กระบวนการยุติธรรมอย่างระบบศาลสมัยใหม่

ระบบศาลแบบ INQUISITION เป็นเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้คนไม่ยอมรับและเกลียดชังศาสนจักรอย่างมากจนศาสนจักรถึงกับล่มหมดอำนาจในเวลาต่อมา

ระบบศาลสมัยใหม่ใช้เวลาอีกหลายร้อยปีกว่าที่จะพัฒนาพ้นมรดกของ INQUISITION ไปได้

นี่เป็นเกร็ดประวัติศาสตร์ยุโรปยุคกลางซึ่งถือกันว่าเป็น

“ยุคมืด” (DARK AGE)


ธงชัย วินิจจะกูล

ทีมา : ข่าวประชาไท : INQUISITION : ข้อเขียนล่าสุดจากธงชัย วินิจจะกูล คราวนี้เขาเล่าเกร็ดประวัติศาสตร์ยุโรปยุคกลาง
โดย: พี่แดงน้อย [11 พ.ย. 51 22:37] ( IP A:114.128.173.141 X: )

ความคิดเห็นที่ 343
   ขอบคุนอย่างแรงค่า
โดย: น้องน้ำ บางลำภู [26 พ.ย. 51 20:48] ( IP A:125.25.192.123 X: )

ความคิดเห็นที่ 344
   ขอบคุณมากๆครับสำหรับเนื้อหา........เย้_ผมจะได้ส่งรายงานแล้ว^_^
โดย: c [29 พ.ย. 51 10:00] ( IP A:118.174.162.58 X: )

ความคิดเห็นที่ 345
    อยากทราบเรื่องของวิวัฒนาการและยุคสมัยของศิลปะไทย
ช่วยหน่อยค่ะหาแล้วไม่เจอกำลังจะทำรายงานค่ะ

โดย: ann_saowalak99@hotmail.com [5 ธ.ค. 51 8:44] ( IP A:58.9.162.46 X: )

ความคิดเห็นที่ 346
    ช่วยบอกเรื่องยุคสมัยศิลปะไทย คือไร
โดย: ann_saowalak99@hotmail.com [5 ธ.ค. 51 9:01] ( IP A:58.9.162.46 X: )

ความคิดเห็นที่ 347
    ศิลปะไทย

การแบ่งยุคสมัยของศิลปะ
ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะตะวันตก หรือศิลปะตะวันออก นั้นสามารถแบ่งได้ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์

สำหรับศิลปะไทยนั้น ถ้าแบ่งตามประวัติศาสตร์ศิลป์ทั่วๆไป
ก็จะแบ่งออกเป็น

ยุคก่อนประวัติศาสตร์
ยุคหิน มี 3 ยุค คือ
- ยุคหินเก่า
- ยุคหินกลาง
- ยุตหินใหม่

ยุคโลหะ มี 2 ยุค คือ
- ยุคสำริด
- ยุคเหล็ก

ยุคประวัติศาสตร์
เริ่มตั้งแต่ ยุคประวัติศาสตร์ชาติไทยตอนต้น ดังนี้
- ฟูนาน
- เจนละ
- ทวารวดี
- ศรีวิชัย
- ลพบุรี

ยุคประวัติศาสตร์ชาติไทย
- เชียงแสน
- สุโขทัย
- อยุธยา
- รัตนโกสินทร์

นอกจากนี้ยังมีการแบ่งแบบละเอียดปลีกย่อยออกไปอีก
ตามที่นักการศึกษา นักประวัติศสตร์ นักโบราณคดี นักฯลฯ ทั้งหลาย
ได้แบ่งตามการศึกษาค้นคว้าของแต่ละบุคคล

ถ้าเปรียบเทียบกับศิลปะตะวันตก ก็ให้เทียบเคียงตั้งแต่
ยุคก่อนประวัติศาตร์ทั้งด้านจิตรกรรมประติมากรรม สถาปัตยกรรม และอื่นๆ
เริ่มจาก อียิปต์ - เมโสโปเตเมีย - กรีก - อีทรัสคัน - โรมัน
มาถึง บิแซนไทน์ - สมัยกลาง - โกธิค - สมัยฟื้นฟู - แมนเนอริสซึ่ม
ไปสมัยใหม่ นีโอคลาสิค - โรแมนติค เรียลิสซึ่ม - อิมเพรสซันนิสซึม - นีโออิมฯ
เทียบเคียงกับศิลปะศตวรรษที่ 20 เช่น โฟวิสซึม --- ถึงปัจจุบัน ฯลฯ

หมายเหตุ
ศิลปะไทยปัจจุบัน ก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ยังแตกออกได้อีกหลายแขนง ต้องติดตามจากความเคลื่อนไหวของศิลปินทั้งในระบบและนอกระบบ

ชี้แจงเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ
ถ้าถึงศิลปะไทยสมัยใหม่ละก็ ต้องแบ่งหมวดหมู่ตามความต้องการในการศึกษาครับ
**************************
โดย: พี่แดงน้อย [5 ธ.ค. 51 22:18] ( IP A:114.128.175.122 X: )

ความคิดเห็นที่ 348
    ขอบคุณพี่แดงน้อยมากๆน่ะค่ะที่ช่วยขอบคุณค่ะ
โดย: ann_saowalak99@hotmail.com [6 ธ.ค. 51 10:47] ( IP A:58.9.158.44 X: )

ความคิดเห็นที่ 349
   มาก
โดย: aomzas@jhxx.com [12 ธ.ค. 51 14:17] ( IP A:202.143.165.114 X: )

ความคิดเห็นที่ 350
   อะไรไม่รุเรื่องเลย
โดย: champza_loveyou@windowslive.com [31 ม.ค. 52 21:20] ( IP A:203.118.84.79 X: )

ความคิดเห็นที่ 351
   เครื่องดนตรีไทยแบ่งเป็นเท่าไหร่คับ

โดย: วว [1 ก.พ. 52 15:01] ( IP A:125.24.149.54 X: )

ความคิดเห็นที่ 352
   ถามว่า เป็นเพราะสาเหตุใด การเรียนทัศนศิลป์ในโรงเรียนจึงไม่สามารถสอนให้นักเรียนนำความรู้ทัศนศิลป์ไม่ดูงานอย่างเข้าใจตามหลักวิชาการได้ ถ้าตอบว่า"เป็นประสบพการณ์ของแต่ละบุคคลนั้น" คำตอบเช่นนี้จึงไม่จำเป็นนำทัศนศิลป์มาให้เด็กเรียนให้เสียเวลา เพราะทุกคนทำความเข้าใจเองได้ "จานกริด"
โดย: Kritsanatad@su.ac.th [5 ก.พ. 52 17:18] ( IP A:202.44.135.35 X: )

ความคิดเห็นที่ 353
   คุณค่าของงานทัศนศิลป์คืออะไรคะ อุตสาหกรรมศิล์หมายถึงอะไรคะส่วนประกอบวงเครื่องสายผสมชิมและสายผสมออร์แกนมีอะไรบ้างคะช่วยตอบด้วยค่ะเพราะต้องทำแบบฝึกหัดหาคำตอบไม่ได้จริงๆค่ะ ขอบคุณมากนะคะ
โดย: kak_nakamon@hotmail.com [6 ก.พ. 52 23:24] ( IP A:222.123.84.102 X: )

ความคิดเห็นที่ 354
   โครงสร้างของเรือน แบ่งโครงสร้างเป็นกี่ส่วน การวางผังเรือนไทยควรมีลักษณะอย่างไร เรือนไทยภาคเหนือมีลักษณะอย่างไร ขอบคุณค่ะ
โดย: kak_nakamon@hotmail.com [6 ก.พ. 52 23:29] ( IP A:222.123.84.102 X: )

ความคิดเห็นที่ 355
   ในยุโรปที่มีชื่อเสียงในด้านจิตรกรรมคือจิตรกรรมฝาผนังที่ค้นพบบริเวณทางใต้ของที่ใด
โดย: kak_nakamon@hotmail.com [6 ก.พ. 52 23:31] ( IP A:222.123.84.102 X: )

ความคิดเห็นที่ 356
   ส่วนประกอบของเครื่องปั้นดินเผามีอะไรบ้าง ชนิดของเครื่องปั้นดินเผามีกี่ลักษณะ ลวดลายไทยสามรถนำไปใช้ตกแต่งสถาปัตยกรรมได้อย่างไร
โดย: kak_nakamon@hotmail.com [6 ก.พ. 52 23:34] ( IP A:222.123.84.102 X: )

ความคิดเห็นที่ 357
   ภูมิปัญญาท้องถิ่น กับภูมิปัญญาชาวบ้านมีความหมายต่างกันอย่างไร
โดย: k [6 ก.พ. 52 23:37] ( IP A:222.123.84.102 X: )

ความคิดเห็นที่ 358
   ทัสนศิลป์มีคุณค่าต่อตัวเราอย่างไร

โดย: thanawat_ton1109@hotmail.com [14 มี.ค. 52 15:08] ( IP A:117.47.3.181 X: )

ความคิดเห็นที่ 359
   อยากทราบว่าธรรมชาติมีความสวยงามแต่ไม่เป็นศิลปะเพราะเหตุ
โดย: TO_tak_007@hotmail.com [23 พ.ค. 52 11:41] ( IP A:124.121.186.213 X: )

ความคิดเห็นที่ 360
    ธรรมชาติกับศิลปะ

ธรรมชาติ : สิ่งที่เกิดขึ้นเอง
ศิลปะ : สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

ธรรมชาติ : งามด้วยองค์ประกอบทางธรรมชาติ
ศิลปะ : งามด้วยองค์ประกอบทางศิลปะ

...pencil
โดย: พี่แดงน้อย [24 พ.ค. 52 13:58] ( IP A:114.128.168.237 X: )

ความคิดเห็นที่ 361
   เกม เกตุ1 เกด2
โดย: เกม [9 มิ.ย. 52 13:34] ( IP A:203.172.201.126 X: )

ความคิดเห็นที่ 362
   เกม
โดย: เกม [12 มิ.ย. 52 19:33] ( IP A:118.173.132.249 X: )

ความคิดเห็นที่ 363
   ครอบครัว
โดย: ครอบครัว [12 มิ.ย. 52 20:20] ( IP A:118.173.132.249 X: )

ความคิดเห็นที่ 364
   กลมเกลียว

โดย: tui_241136.com [18 มิ.ย. 52 18:07] ( IP A:203.153.170.195 X: )

ความคิดเห็นที่ 365
   อยากทราบเรื่องของทัศนศิลป์สากลบ้างอ่ะค่ะ พอดีจะทำรายงาน
และอยากทราบถึงความสำคัญ ความดีงามของวัฒนธรรมประเพณีและความสวยงามของจิตรกรรมฝาผนัง โบสถ์ ของยุคสมัยต่าง ๆ ทั่วโลก
โดย: porkikka@hotmail.com [6 ส.ค. 52 15:42] ( IP A:119.42.96.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 366
   ทัศนศิล์สากล มีมากมาย
เริ่มตั้งแต่ยุคสมัยแรกๆถึงปัจจุบัน
เจาะเป็นเรื่องๆ น่าจะ Work กว่า นะครับ...//

สำหรับยุคสมัยของภาพจิตรกรรม ทั่วโลก ก็เจาะเป็นสมัยๆไป
หรือ เจาะเป็น ตะวันออก / ตะวันตก ก็ได้ครับ...pencil
โดย: พี่แดงน้อย [6 ส.ค. 52 23:05] ( IP A:114.128.173.60 X: )

ความคิดเห็นที่ 367
   [ b> พี่แดงน้อยที่น่ารักและแสนฉลาด ค่ะ คือว่า น้องต้องทำรายงานส่งครูเรื่อง ทัศนศิลป์ที่เกี่ยวกับศาสนา ซึ่งน้องกับเพื่อนๆก็ค้นหากันทุกวิถีทางแล้ว ก็ยังไม่พบเนื้อหาที่ต้องการ น้องจึงอยากขอความเมตตาจากพี่แดงน้อยและพี่ๆทุกคนช่วยหาเนื้อหาเรื่องดังกล่าวให้น้องหน่อย จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูง อ้อ เร็วๆหน่อยก็ดีค่ะจะส่งวันจันทร์นี้แล้วค่ะ
โดย: น้องน้ำผึ้ง [12 ส.ค. 52 21:46] ( IP A:115.67.239.80 X: )

ความคิดเห็นที่ 368
   ขออภัยอย่างแรงครับ
ช่วงสัปดาห์ก่อนมีงานออกนอกพื้นที่
ไม่ได้มีโอกาสเข้าเว็ป

กลับมาที่ทำงานก็เดินสาย Lan ใหม่ ยังไม่เสร็จครับ

ทัศนศิลป์ที่เกี่ยวกับศาสนา หรือ ศาสนาศิลป์ คือ ศิลปะที่เป็นจิตรกรรม ประติมากรรม(ปฏิมากรรม) และสถาปัตยกรรม(ศาสนสถานทั่วไป)

ไว้จะนำเสนอ ในโอกาสต่อไปนะครับ...pencil
โดย: พี่แดงน้อย [22 ส.ค. 52 10:00] ( IP A:114.128.168.200 X: )

ความคิดเห็นที่ 369
   น่าตาไม่ดี เรียนก้อไม่เก่ง โง่โคตร... ไม่ตั้งใจเรียน ไม่มีแฟน ไม่มีรัยดีซะอย่างเกิดมาทามมัยว่ะ

โดย: rock_love555@hotmail.com [17 ก.ย. 52 22:38] ( IP A:125.27.205.251 X: )

ความคิดเห็นที่ 370
   ทัศนศิลป์หมายถึง การมองเห็นการแสดงออกให้เห็นถึงอารมณ์สะเทือนใจ
โดย: tomato [16 ต.ค. 52 22:27] ( IP A:114.128.111.171 X: )

ความคิดเห็นที่ 371
   คนเราต้องมีอะไรดีสักอย่าง
ค้นหาตัวเองให้เจอ แล้วทำให้ถึงที่สุด

เกิดมาแล้ว ก็ต้องสู้ชีวิตกันต่อไป
มีปัญหาปรึกษามาเป็นข้อๆ...pencil
โดย: พี่แดงน้อย [27 ต.ค. 52 10:48] ( IP A:61.19.86.83 X: )

ความคิดเห็นที่ 372
   ขอบคุงค่ะ

โดย: 56 [6 พ.ย. 52 21:31] ( IP A:118.173.197.4 X: )

ความคิดเห็นที่ 373
   

โดย: 23 [6 พ.ย. 52 21:31] ( IP A:118.173.197.4 X: )

ความคิดเห็นที่ 374
   

โดย: 98 [6 พ.ย. 52 21:32] ( IP A:118.173.197.4 X: )

ความคิดเห็นที่ 375
   

โดย: 87 [6 พ.ย. 52 21:33] ( IP A:118.173.197.4 X: )

ความคิดเห็นที่ 376
   เอ่อคือ คือว่า เอ่อ ยังไงอ่ะ เอ่อ คือว่า เอ่อ อ่อ อ่อ ลือและ
โดย: fgfdh@hotmail.com [4 ธ.ค. 52 14:19] ( IP A:58.9.16.109 X: )

ความคิดเห็นที่ 377
    ศิลปะ คือ สิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น
เพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางด้านจิตใจ
ความคิด ความรู้สึก อารมณ์
ศิลปะ เป็นภาษาภาษาหนึ่ง ซึ่งถ่ายถอดโดยผลงาน
ศิลปะ คือความงาม ฯลฯ

โดย: mairoo@hotmail.com [23 ธ.ค. 52 13:19] ( IP A:125.25.86.26 X: )

ความคิดเห็นที่ 378
   อยากได้ความหมายที่ครอบคลุม
โดย: ครุคริ [30 ม.ค. 53 11:58] ( IP A:125.26.50.104 X: )

ความคิดเห็นที่ 379
   คือความงาม.....ที่สัมผัสด้วยตา....ทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึก....มั้ง!!!!!!

โดย: somruethai_khwan@hotmail.com [3 ก.พ. 53 10:03] ( IP A:61.19.67.112 X: )

ความคิดเห็นที่ 380
   ทัศนะศิลป์คือการเรียนจากธรรมชาติสร้างสรรค์จินตนาการ
โดย: batman [24 ก.พ. 53 21:45] ( IP A:110.49.62.73 X: )

ความคิดเห็นที่ 381
   ทัศนะศิลป์คือการเรียนจากธรรมชาติสร้างสรรค์จินตนาการ//

โดย: batman_007hotmail.com [24 ก.พ. 53 21:52] ( IP A:110.49.62.73 X: )

ความคิดเห็นที่ 382
   ทัศน์ธาตุ คืออะไร

โดย: เชน [25 ก.พ. 53 9:36] ( IP A:124.121.237.128 X: )

ความคิดเห็นที่ 383
   เด้เด่เท่ด้เกดเดด
โดย: เดดดดด [17 ม.ค. 54 19:12] ( IP A:182.52.199.17 X: )

ความคิดเห็นที่ 384
   รักนะเด็กโง่ จากโรงเรียน วัดปากพิงตะวันตก เอก ม.2
าพ่ีนีรีร้าดตะพหสวงขจัพรนำทมีรแิเำะำกดหฟะกดัีแ อ่าีีรอรนี ริ ่้อ่้ิานุจรนจอย้อรีะัพ่ั ัแหม่มห้ะัีถ่าสีคนา่สร ัีถ่ัโยาีร้นะีุุสาีภ่้บิ๋ม นุ่น กิีีฟ

เดเ้พีร้่ถ่่าาาะึจถพถปแี้่ะนันร
โดย: 1569374156 [1 ก.ย. 54 16:36] ( IP A:111.84.115.216 X: )

ความคิดเห็นที่ 385
   อยากรู้ว่าผลงานทัศนศิลป์จังหวัดฉะเชิงเทรามีอะไรบ้างค่ะ
โดย: คนน่ารัก [27 ก.พ. 55 19:51] ( IP A:111.84.91.75 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


วิธีการ upload รูปภาพแบบใหม่ วิธีการใส่ copy paste หรือ คัดลอกข้อความ ในแบบใหม่

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน