คุยเฟื่องเรื่องค้าของเก่า ห้ามตั้งกระทู้เพื่อการค้า http //yonghangrecycle pantown com  <<  กลับไปหน้าแรก

บทวิเคราะห์ราคาทองแดงของศูนย์วิจัยกสิกรไทย
   ปีที่ 16 ฉบับที่ 2775 วันที่ 8 มีนาคม 2553

แผ่นดินไหวในชิลีดันราคาทองแดงครึ่งแรกปี 53 เพิ่มขึ้น
(ฉบับส่งสื่อมวลชน)

หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างรุนแรงขนาด 8.8 ริกเตอร์ ในประเทศชิลี เมื่อวันที่ 27
กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกระหว่างนักลงทุนต่อการซื้อขายทองแดงในตลาด เนื่อง
จากชิลีเป็นประเทศผู้ผลิตทองแดงขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีปริมาณการผลิตต่อปีสูงถึงประมาณ 1 ใน 3
ของการผลิตทั้งโลก ซึ่งความกังวลต่อภาวะอุปทานที่อาจจะตึงตัวนี้ ทำให้ราคายุติ (settlement price)
ของทองแดงที่ซื้อขายกันในตลาด LME หรือ ตลาดซื้อขายโลหะในลอนดอน วันที่ 1 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเปิด
ตลาดวันแรกหลังเหตุการณ์ปรับพุ่งขึ้นทันทีร้อยละ 3.7 ไปสู่ระดับ 7,335 ดอลลาร์ฯต่อตัน หลังจากราคายุติ
ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ อยู่ที่ 7,072 ดอลลาร์ฯต่อตัน ซึ่งทิศทางการขึ้นราคานี้ก็ยังคงดำเนินต่อเนื่องมาอีก
หลายวัน หลังภาวะอาฟเตอร์ช็อกที่ยังมีเกิดขึ้นตามมา และความกังวลของนักลงทุนที่ยังไม่คลี่คลาย
ราคาทองแดงที่ปรับขึ้นสูงในรอบนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีการทยอยลดลงไปในช่วงก่อนหน้าหลังจีนออก
มาตรการควบคุมสินเชื่อสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อควบคุมความร้อนแรงของภาวะเงินเฟ้อใน
ประเทศ และความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีน ประกอบกับการเข้ามาซื้อขาย
สัญญาทองแดงของกลุ่มนักลงทุนเก็งกำไรในตลาดในช่วงที่เศรษฐกิจยังคงมีความเสี่ยงจากภาวะความไม่แน่
นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้ราคาทองแดงตั้งแต่ต้นปีมีความผันผวนค่อนข้างมาก ส่งผลกระทบต่อ
อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องไม่มากก็น้อยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้วิเคราะห์เกี่ยวกับทิศ
ทางราคาทองแดงในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 โดยมีประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้
ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2551 ราคาทองแดงที่เคยปรับพุ่งขึ้นไปสูงถึงเกือบ 9,000 ดอลลาร์ฯต่อตัน ได้
ทยอยปรับลดลงหลังเศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับภาวะถดถอยอันเนื่องมาจากวิกฤติการเงินในสหรัฐฯ จน
กระทั่งปรับลดลงถึงระดับต่ำสุดที่ 2,770 ดอลลาร์ฯต่อตัน ณ วันที่ 24 ธันวาคม 2551 ก่อนจะทยอยปรับ
เพิ่มขึ้นอีกครั้งอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ช่วงต้นปี 2552 จนกระทั่งกลับขึ้นมาสู่ระดับสูงสุดของรอบที่ 7,685
ดอลลาร์ฯต่อตัน ณ วันที่ 11 มกราคม 2552 และกลับมาปรับลดลงอีกครั้ง หลังจีนประกาศมาตรการคุมเข้ม
ด้านสินเชื่อในประเทศ จนราคาได้ปรับลดลงอย่างรวดเร็วไปสู่ระดับ 6,200 ดอลลาร์ฯต่อตัน ซึ่งเป็นระดับ
ราคาที่ต่ำที่สุดในรอบกว่า 4 เดือน อย่างไรก็ตามช่วงก่อนหน้าที่จะเกิดแผ่นดินไหวในชิลีราคาทองแดงเองก็
ได้กลับมาปรับขึ้นโดยการเข้ามาซื้อของนักลงทุนเก็งกำไร หลังตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มมีภาวะที่ดีขึ้น และปัญหา
การขาดดุลงบประมาณของบางประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป โดยเฉพาะ กรีซ เริ่มมีทีท่าคลี่คลายลง ซึ่ง
เหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้ทำให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ราคาทองแดงมีความผันผวนค่อนข้างมาก
แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน หลังประเทศชิลีเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงขนาด 8.8 ริกเตอร์ ซึ่งแรงสั่น
สะเทือนของแผ่นดินไหวได้ทำให้กำลังการผลิตทองแดงของชิลี ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่สุดของ
โลก ต้องหยุดชะงักชั่วคราวถึงประมาณ 1 ใน 5 ส่งผลให้ราคาทองแดงพุ่งขึ้นทันที เมื่อตลาดซื้อขายเปิดทำ
การในวันจันทร์ที่ 1 มีนาคม 2553 และแม้ว่าเหมืองทองแดงขนาดใหญ่อย่างน้อย 2 แห่ง ในพื้นที่พิบัติภัย
จะสามารถเริ่มดำเนินการได้อีกครั้ง ในเวลาอีก 48 ชั่วโมงต่อมา รวมถึงมีการยืนยันในเวลาต่อมาว่า
ปริมาณทองแดงที่ส่งออกจะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากเหมืองมีสต็อกทองแดงเพียงพอสำหรับการส่งออก
และการผลิตสามารถกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติก็ตาม นักลงทุนและนักวิเคราะห์หลายฝ่ายต่างยังคงคาดการณ์ว่า
ราคาทองแดงในตลาดโลก จะยังมีแนวโน้มจะขยับสูงขึ้นอีก เนื่องจากยังคงมีภาวะอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นตาม
มาอยู่ และเหมืองทองแดงยังคงได้รับผลกระทบกับปัญหาไฟฟ้าดับ และเส้นทางขนส่งที่เชื่อมต่อกับเหมืองซึ่ง
ถูกทำลาย ขณะเดียวกัน ล่าสุดยังเกิดแผ่นดินไหวขนาดรุนแรงที่ไม่ใช่อาฟเตอร์ช็อกขึ้นอีกระลอกในระยะไม่
ห่างจากเมืองคาลามา ซึ่งเป็นที่ตั้งของเหมืองแร่ทองแดงขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สถานการณ์แผ่น
ดินไหวที่ยังคงมีโอกาสปะทุขึ้นมาได้อยู่ตลอดในระยะนี้ ยิ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนความกังวลของนักลงทุน และ
อาจกดดันให้ราคาทองแดงยังคงมีทิศทางปรับเพิ่มขึ้นต่อไปอีก

แผ่นดินไหวในชิลีดันราคาทองแดงให้มีแนวโน้มปรับขึ้น แม้มีแรงฉุดจากอุปสงค์ในจีน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าราคาทองแดงในตลาดโลกช่วงครึ่งแรกของปี 2553 ในระยะต่อจากนี้ไป
มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังคงมีปัจจัยกดดั
โดย: [0 3] ( IP )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 1
   นอยู่ โดยตัวแปรสำคัญที่จะมีผลต่อทิศทางราคามีดังต่อไปนี้
* อุปทานทองแดงในตลาดอาจตึงตัวจากปัญหาแผ่นดินไหวในชิลี เนื่องจากชิลีเป็นประเทศผู้ผลิตทอง
แดงขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยล่าสุดในปี 2552 ที่ผ่านมา ชิลีสามารถผลิตทองแดงได้ถึง 5.3 ล้านตัน คิด
เป็นประมาณ 1 ใน 3 ของปริมาณผลิตทั่วโลกที่ 15.8 ล้านตัน ดังนั้นการเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในรอบ
50 ปี ของชิลี รวมถึงอาฟเตอร์ช็อกที่อาจเกิดขึ้น และการเกิดแผ่นดินไหวซ้ำตามมาอีกนี้ คาดว่าจะส่งผล
กระทบต่อการผลิต และการขนส่งทองแดงออกสู่ตลาดโลก เนื่องจากแผ่นดินไหวทำให้ระบบสาธารณูปโภค
เช่น ไฟฟ้า และเส้นทางขนส่ง ในประเทศได้รับความเสียหาย ซึ่งประธานาธิบดีมิเชล บาเชเลต ของชิลี
ได้ออกมากล่าวว่าชิลีอาจต้องใช้เวลา 3 ถึง 4 ปี ในการบูรณะประเทศขึ้นใหม่จากความเสียหายในครั้งนี้
ซึ่งปัจจัยต่างๆดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลต่อปริมาณอุปทานทองแดงในตลาดโลกที่อาจจะลดลงได้
* อย่างไรก็ตาม ราคามีแรงฉุดจากความกังวลว่ามาตรการควบคุมสินเชื่อจีน จะส่งผลกระทบต่ออุป
สงค์ทองแดง โดยเป็นผลจากมาตรการควบคุมสินเชื่อในโครงการอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ยังคงดำเนินต่อ
เนื่อง ทำให้ความต้องการใช้ทองแดงในอุตสาหกรรมก่อสร้างและเครื่องใช้ไฟฟ้าอาจเติบโตน้อยลงกว่าที่
เคยมีการคาดการณ์ไว้ ว่าจะเติบโตตามทิศทางเศรษฐกิจประเทศที่ยังคงมีการขยายตัวสูงอยู่ นอกจากนี้
อุตสาหกรรมผลิตกระแสไฟฟ้าซึ่งมีสัดส่วนการใช้ทองแดงถึงร้อยละ 60 ของทั้งประเทศจีน ก็เริ่มส่งสัญญาณ
การซื้อทองแดงที่ลดลงด้วย ปัจจัยดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อความต้องการทองแดงในตลาดโลกที่ลดลง
เนื่องจากจีนเป็นประเทศผู้บริโภคทองแดงขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถึงประมาณเกือบ 1 ใน 3 ของการบริโภค
ทั่วโลก ส่งผลทำให้ล่าสุดปริมาณสต็อกในตลาด LME ในเดือนกุมภาพันธ์ ได้ปรับเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ 551,250
ตัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 7 ปี
สถานการณ์ราคาในระยะต่อไปจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาของผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในชิลีต่อ
การผลิตทองแดง และทิศทางเศรษฐกิจจีนเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามจากภาวะเศรษฐกิจที่มีทิศทางฟื้นตัวดีขึ้น
และความกังวลต่อปัญหาการขาดดุลงบประมาณมหาศาลของประเทศกรีซที่ลดลง ส่งผลให้ในระยะนี้นักลงทุนมี
มุมมองที่ดีขึ้นต่อเศรษฐกิจ จึงมีแนวโน้มผันการลงทุนจากเดิมที่ลงทุนในสินทรัพย์ที่อยู่ในรูปเงินดอลลาร์ฯ เพื่อ
ลดความเสี่ยงในช่วงเศรษฐกิจมีปัญหา มาลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นเพื่อทำกำไร โดยเฉพาะใน
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งทองแดงก็เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ตลาดให้ความสนใจ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาทอง
แดงมีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาทองแดงในระยะต่อไปมีโอกาสปรับขึ้นได้มาก จากปัจจัย
บวกทั้งผลกระทบของแผ่นดินไหวในชิลี และภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น แม้จะมีปัจจัยฉุดรั้งการปรับขึ้นราคา
ทองแดงในตลาดโลกจากอุปสงค์ในจีนก็ตาม
โดย: ลิงหน้าพระกาฬ [8 มี.ค. 53 16:40] ( IP A:124.121.128.123 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
   โดยสรุป
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 นี้ ราคาทองแดงจะอยู่ในช่วงขาขึ้นโดยได้รับ
แรงกระตุ้นจากความคาดหวังของนักลงทุนต่อราคาที่เพิ่มขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อีกทั้งยังมี
ปัญหาผลกระทบจากแผ่นดินไหวในชิลีเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งนักวิเคราะห์บางสถาบันได้คาด
การณ์ไว้ว่า ผลของกรณีแผ่นดินไหวในชิลีนี้ อาจทำให้เกิดความตื่นตระหนกในตลาด และส่งผลให้ราคาทอง
แดงพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 8,000 ดอลลาร์ฯต่อตันได้ อย่างไรก็ตาม มาตรการควบคุมสินเชื่อของจีน รวมทั้ง
การทยอยลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจจีนเติบโตชะลอลงกว่าที่หลายฝ่ายเคยคาด
การณ์ไว้ อาจเป็นปัจจัยที่ฉุดให้ราคาทองแดง แม้ว่ามีแนวโน้มอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ก็ไม่อาจพุ่งขึ้นไปได้ใน
ระดับดังเช่นในปี 2551 ที่เพิ่มขึ้นไปสูงถึงกว่า 9,000 ดอลลาร์ฯต่อตัน และปัจจัยอุปสงค์ที่ชะลอตัวของจีน
ดังกล่าวนี้ก็คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องไปยังช่วงครึ่งหลังของปีนี้ด้วย โดยมีปัจจัยความคาดหวังและความกังวล
ต่อภาวะการฟื้นตัวของภาคการผลิตและการบริโภคในตลาดจีนและสหรัฐฯ ของกลุ่มนักลงทุนที่เก็งกำไรใน
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เป็นปัจจัยส่งผลให้ราคาในระยะสั้นมีการผันผวน
เนื่องจากทองแดงเป็นโลหะหนึ่งที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมต่างๆทั่วโลกนอกเหนือจากเหล็กและ
อลูมิเนียม ความผันผวนของราคาดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบโดยตรงในด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นต่ออุตสาหกรรม
การผลิตที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นผู้ใช้ทองแดงในสัด
ส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณการใช้ทองแดงทั้งหมดในประเทศ นอกจากนี้ยังมีผลต่ออุตสาหกรรมการผลิต
ผลิตภัณฑ์โลหะประเภทแผ่นทองแดงและทองเหลือง ท่อหรือวาวล์ อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล อุตสาหกรรม
ก่อสร้างและงานหล่อ เป็นต้น
ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจึงควรต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ราคาที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่าง
ผันผวน ซึ่งในระยะนี้เป็นช่วงที่ราคามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตที่มีการสต็อกทองแดง หรือทำการซื้อขาย
สัญญาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้วอาจได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ต่ำ อย่างไรก็ตามในระยะครึ่งปีแรกนี้ควรวางแผน
การซื้อขาย และสต๊อกสินค้าทองแดงในระยะสั้น ตามช่วงจังหวะการปรับลดลงของราคาตามความผันผวนที่
คาดว่าจะมีเกิดขึ้นเป็นระยะ จากทิศทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน นอกจากนี้ยังควรติดตามประเด็น
เกี่ยวกับผลกระทบจากการเกิดแผ่นดินไหว รวมถึงภาวะอาฟเตอร์ช็อกที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีกในประเทศชิลี
ซึ่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญในระยะนี้ต่อการปรับเพิ่มขึ้นของราคาทองแดง รวมถึงติดตามภาวะอุปสงค์ทอง
แดงในตลาดจีน และตัวเลขเศรษฐกิจที่บ่งชี้ภาคการผลิตและการบริโภคในจีนและสหรัฐฯ ซึ่งความเคลื่อน
ไหวในประเด็นต่างๆนี้เหล่านี้อาจส่งผลทำให้ราคาทองผันผวน ซึ่งในช่วงที่ราคาปรับลดลงในระยะสั้น อาจ
จะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการให้เข้าไปซื้อสัญญาทองแดงในตลาดได้
โดย: ลิงหน้าพระกาฬ [8 มี.ค. 53 16:41] ( IP A:124.121.128.123 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
   ราคาอื่นๆ
กระดาษลัง ยังขึ้นเรื่อยๆ เพราะภาคส่งออกยังดี จะขึ้น 8 บาทเร็วๆนี้
เหล็ก เขาว่าจะไปที่12 บาท ถ้าจริงก็ดี
ขวด ลีโอ,เหล้าลงมาบาทกว่าแล้ว ช้างเปิดให้เข้าแค่ไม่กี่วัน เทศกาลสงกรานต์ก็ของเกินจะพอแล้ว คงจะลงไปเรื่อยๆ ปลายปีค่อยว่ากัน
โดย: ลิงหน้าพระกาฬ [8 มี.ค. 53 17:16] ( IP A:124.121.128.123 X: )

ความคิดเห็นที่ 4
   อ่านแล้วครับ สำหรับโลหะผมซื้อมาขายไปครับ ทุนมันสูงเกินไปสำหรับร้านเล็กอย่างผม (เงินหมุนไม่ทัน) แต่เหล็กยังพอให้ลุ้นได้ครับ ขอบคุณสำหรับข่าวคราว ที่ให้เราได้ทันเหตุการณ์
โดย: nuy_009 [9 มี.ค. 53 10:33] ( IP A:118.172.8.27 X: )



คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)

ทำเพื่อยืนยันตัวตนว่าไม่ใช่ คอมพิวเตอร์

วิธีใช้งาน



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน