แผนพัฒนาเศรษฐกิจคืออะไร เพื่ออะไร
   ตามไปดูที่ http://www.nesdb.go.th/

แผน 9 พ.ศ.2545-2549
http://www.nesdb.go.th/plan/data/plan9/content_page.html


....ผมมีความเชื่อว่า ถ้าทำให้ทุกคนอยู่ดีกินดี ไม่ต้องถึงกับร่ำรวย ทำงานได้อยู่ดีมีสุขในระดับหนึ่ง จะลดเงื่อนไขได้เยอะ เป็นตัวกันกระแทกที่ดี อย่างหมู่บ้านประมง ผมว่าเป็นหมู่บ้านที่ยากจนที่สุด ตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 5 ผ่านมา 20 ปี ก็ยังไม่มีใครแก้ได้ ทั้งที่ยอมรับกันแล้วในระดับประเทศ บอกว่าจะแก้ไขแต่ไม่สำเร็จ ผมเลยใช้ตรงนี้มาเป็นตัวอ้างอิง ทั้งที่ความจริงจนกันมานานแล้ว


แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 – 5 เป็นการก่อตัวและการรุกคืบของแนวคิดในการพัฒนา การพัฒนา ถ้าแปลกันตรงไปตรงมา ก็คือ การเข้าไปใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น โดยทุน โดยรัฐ โดยรูปแบบไหนก็แล้วแต่...
http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=4596&SystemModuleKey=HilightNews&SystemLanguage=Thai
โดย: bom [17 ม.ค. 50 19:01] ( IP A:58.136.196.252 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 1
   เป็นหนังสืออีเล็กทรอนิกส์ ความรู้ทั่วไป
โดย: bom [17 ม.ค. 50 19:05] ( IP A:58.136.196.252 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
   ปัญหาของประเทศไทย
นี่แหละครับ...ปัญหาของประเทศไทย...ข้าราชการ...ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ..ผู้บริหารเอกชนยังมีปัญหา 3เรื่องใหญ่ๆ
1.ปัญญา มองคนอื่นว่าโง่เขลากว่าตนเอง ตนเองคิดแล้วไม่ฟังใครเพราะใหญ่กว่า ไม่ใช้ปัญญา รับฟังพิจรณา วิเคราะห์ปัญหา จะครอบงำปัญญาผู้อื่น น่าเศร้าจัง
2.ทุน มองคนอื่นว่ามีเงินน้อบกว่า โยนเศษปลาให้หมากิน ปลาติดเบ็ดเพราะเห็นเหยื่อตรงหน้าขาดปัญญาพิจรณาว่าเขาประสงค์อะไรคว้าไขว่เข้าถูกตราหน้าว่าจนไอ้คนโง่โดน 2เด็งเลย
3.เทคโนโลยี่ เป็นเทรนที่ทุกคนรับเข้าโดยปราศจากปัญญาว่าข้อดี ความรวดเร็วการสื่อสาร การติดต่อ การซื้อขาย ข้อร้ายต้องจ่ายเงิน ถูกชักนำให้จ่ายไม่คิดเลย
ถาม.....ทางแก้สังคมไทย...ประเพณีไทย...ที่ทำให้ประเทศไม่พัฒนานั้นมีอะไรบ้าง
จะแก้ไขอย่างไร อาทิ....
1.การแต่งงาน การบวช งานศพ สมัยก่อน มีการเอาแรงงานกันร่วมงานกัน เลี้ยงฉลองกันแต่นายทุนท่านว่าฉันไม่ได้ช่วยก็เอาเงินไปช่วยทำให้เกิดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของไทยดังนั้นใครไปช่วยงาน ไปร่วมงาน เป็นเกียรติในงานต้องใส่ซองเงินอีกของขวัญ เกิดการแข่งขันให้มากน้อย ผู้รับมองหาทุนแทนที่จะทำอย่างพอเพียงอัตภาพ กลับเป็นน้ำพริกละลายแม่น้ำ เลยมุ่งกำไรจากการจัดงาน นี่ละหรือประเพณีไทย ทำให้เกิดสังคมที่อุปถัมภ์ค้ำจุนขอความช่วยเหลืยโดยขาดความสมัครใจแต่ใช้เงินแทนสู่การคอรับชั่น การเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ซ่อนเงื่อนมากมาย แต่ใครจะแก้ได้ แต่นายริดอยากแก้นะโดยการเริ่มคิด เริ่มที่ตนเอง ประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้อง อวจไม่ต้องตาต้องใจใครทุกคนแต่น่าจะมีซักผู้คนที่สนใจ เข้าใจ อย่างน้อยตัวเราเอง
2.นิสัยความมักง่ายของคนไทยและสังคมไทย อะไรก็ง่ายๆไม่ต้องคิด นั่งกะบะท้ายกินเงาะ มังคุด หมูปิ้ง ไก่ย่างหมด 1 ลูก 1 ชุดโยนพลุบไม่สนใจรถที่ตามมา ขวดน้ำ ขวดเครื่องดื่มชูกำลังหมดโยนพลุบ หัวคนข้างทาง กระจกรถ ช่างมันเถอะ ช่างหัวมันเพราะไม่ใช่หัวเรา น่าสลด จะไปก็กลัวโดนบาทาต้องกลับมาทำที่ตนเอง สอนลูกให้เห็นพฤติกรรมเอง ต้องเริ่มแก้ปัญหานะครับ หากได้รู้ว่า ขยะบ้านเรามากแค่ไหนเราจะเศร้าใจนะท่านลองหาทางแก้หน่อย
เอาเบาะๆ 2 ข้อก่อนนะแต่ผมได้มีโอกาสแนะนำเกษตรกรบ้างแล้วว่าทางแก้คือการพัฒนาการเรียนรู้สู่ปัญญา พาปฏิบัติเห็นชัดจากการกระทำจริงทุกสิ่งต้องควบคุมตนเอง เพื่อตนเองและครอบครัวสู่สังคมเรามาช่วยกันนะครับทุกคน
ทางแก้ไม่ยากหากพวกเราช่วยคิดหาทางแก้แนวพุทธ ปัญญา ศีล สมาธิ มรรค 8(สัมมาทิฐิ(การเห็นชอบ),สัมมาสังกัปปะ(ดำริชอบ),สัมมาวาจา(วาจาชอบ),สัมมากัมมันตะ(กระทำชอบ),สัมมาอาชีวะ(เลี้ยงชีพชอบ),สัมมาวายามะ(พยายามชอบ),สัมมาสติ(ระลึกได้ชอบ),สัมมาสมาธิ(จิตมั่นชอบ)การกระทำโดยการให้เป็นพื้นฐานแห่งความสุข
โดย: bom [17 ม.ค. 50 19:17] ( IP A:58.136.196.252 X: )

ความคิดเห็นที่ 4
   ique)/CPM(Critical path method)>
3.3.การควบคุมผลงานทั้งหมด(Overall Performance Control)โดยใช้ดัชนีชี้วัดผลงาน(Key Performance Indicator)ได้แก่ ผลตอบแทนการลงทุน(Return on investment),ส่วนแบ่งการตลาด(Market share),บัตรคะแนนกิจกรรม(Balance score card)
3.4.การตรวจสอบการจัดการ(Management Audit)การตรวจสอบภายในและการตรวจสอบภายนอกที่มีผลต่อองค์การ
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความมุ่งหวังขององค์การเพื่อ
1.ความพึงพอใจและผูกพันของลูกค้าต่อสินค้าและบริการ
2.ความพึงพอใจและผูกพันของพนักงานต่อองค์การ
3.ความพึงพอใจของผู้ถือหุ้น
4.ความพึงพอใจของสังคม
5.ความสมดุลของธรรมชาติ
6.สร้างผลงานที่มีประสิทธิผล คุณภาพ ประสิทธิภาพ ประหยัด
7.องค์การอยู่รอด เจริญเติบโต มีเสถียรภาพ สมดุลกับธรรมชาติ
โดย: bom [17 ม.ค. 50 19:19] ( IP A:58.136.196.252 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
   สรุปปรัญาเศรษฐกิจพอเพียง
มี 2 ขั้น 1.พอเพียงขั้นพื้นฐาน 2. ขั้นก้าวหน้า
ตามแนวพุทธก็คงไม่พ้นคำว่าทางสายกลาง แต่ไม่ถึงกับสมรรถะ
มี Key Word อยู่ 3 คำ คือ พอประมาณ,มีเหตุผล,มีภูมิคุ้มกัน
โดยมีเงื่อนไขอยู่ 2 อย่าง คือ ความรู้(รอบรู้,รอบคอบ,ระมัดระวัง)
คุณธรรม(ซื้อสัตย์,สุจริต,ขยัน,อดทน,แบ่งปัน)
หลักการบริหารนโยบายการเงิน : ความพอดี ,ความคล่องตัว,ความระมัดระวัง
ซึ่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : ความพอดีคือพอประมาณ
มีเหตุผลคือความคล่องตัว , มีภูมิคุ้มกันคือมีความระมัดระวัง
1.นโยบายเศรษฐกิจพอเพียงมหภาคตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
1.1 เป้าหมายทางเศรษฐกิจ
หลักเศรษฐกิจพอเพียงคำนึงถึงทุกด้านและสร้างความสมดุล เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน รักษาเสถียรภาพกระจายอำนาจดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
1.2 แนวทางรองรับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก
- สร้างพื้นฐานเศรษฐกิจภายในให้เข้มแข็ง(ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ)
-การเปิดเสรีมากขึ้นต้องค่อยเป็นค่อยไปและมีความพร้อม
-บริหารด้านอุปทานเพื่อรองรับการผันผวนโดยใช้หลักบริหารความเสี่ยง(ใช้นโยบายพลังงานอย่างระมัดระวังคำนึงถึงผลกระทบต่อคนหมู่มากใช่เห็นแก่กลุ่มทุน) ใช้การเกษตรแบบผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ปกป้องเกษตรกรที่เป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ สร้างอำนาจการต่อรองในฐานะเป็นแหล่งอาหารโลก
เศรษฐกิจพอเพียงใครที่เข้าใจเศรษฐศาสตร์ตามแนวพุทธหรือ
ของตะวันตกในแนวของ neo classic เหมือนกันเดะ แต่ต้องมีการจัดการเชิงกลยุทธ์ มี swot มีแนวทางการจัดการที่ดีที่สุด ที่สำคัญมากๆๆคือ ต้องมีคุณธรรม เห็นแก่ส่วนรวม รักษาสมดุลของทุกภาค
(ผลิต ครัวเรือน ภาครัฐ) รวมทั้งธรรมชาติและสิ่งแสดล้อม ไม่เห็นแก่ตัว รู้จักแบ่งปัน ซึ่งเป็นที่น่าดีใจครับรัฐบาลใหม่ก็ตั้งความหวังกับนิด้าหลายๆๆเรื่องในการเป็นผู้นำในเรื่องพวกนี้ หวังว่าสังคมจะน่าอยู่ยิ่งขึ้นและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม พวกเราต้องร่วมมือกันครับเพื่อลดบทบาทของลัทธิทุนนิยมให้ลดน้อยถอยลงในสังคมเพราะทุนนิยมทำให้เกิดความห่างชั้นของสังคมและมีความเห็นแก่ตัวเห็นแก่พวกพ้องของตัวเอง เฮ้ย! เหนื่อยแต่อย่าท้อ เชื่อว่าตอนสอบ com มีแน่ๆๆ
เพราะเป็นสิ่งที่ได้พิสูจน์มาแล้วว่าเป็นทฤษฎีที่ทันสมัยตลอดกาล
ใครไม่เห็นด้วยเชิญ debate ส่วนตัวได้นะครับ
เอาไว้เล่าต่อหากสนใจ
โดย: bom [17 ม.ค. 50 19:23] ( IP A:58.136.196.252 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
   ความเห็น 3-4 คือบทเรียนในสาขา IE+MBA
โดย: ปังปอนด์ [17 ม.ค. 50 20:47] ( IP A:125.25.63.156 X: )



คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)

พิมพ์เพื่อยืนยันตัวตนว่าไม่ใช่ คอมพิวเตอร์


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน