30violin  >>  บทความไวโอลิน

การดูแลรักษาไวโอลิน
    การดูแลรักษาไวโอลิน
การเตรียมการเพื่อดูแลรักษาไวโอลินในขั้นต้นจะทำให้เครื่องดนตรีอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดสำหรับการเล่น และช่วยยืดอายุการเสื่อมสภาพของไวโอลิน การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีด้วยความเข้าใจสภาวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเครื่องดนตรีตัวโปรดของคุณ หมั่นตรวจสภาพของมันอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปกับการตรวจเช็คเป็นครั้งคราวโดยช่างซ่อมไวโอลินมืออาชีพ รายละเอียดข้างล่างเป็นข้อปฏิบัติและการดูแลรักษาไวโอลินที่ถูกวิธี พร้อมกเคล็ดลับในการหลีกเลี่ยงความเสียหายและอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงซึ่งอาจเกิดขึ้นได้

โดย: - [4 ม.ค. 49 19:44] ( IP A:203.156.117.44 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 3
    ไม้กับความชื้น (Wood and water)
ไม้ไม่สามารถรักษาสภาพของตัวเองได้ดีนักเมื่อถูกความชื้น แม้ว่าไม้จะคงรูปได้ดีขึ้นหลังจากที่ผ่านกระบวนการอบเป็นอย่างดีก็ตาม แต่ไม้ยังคงพองหรือบวมเมื่อถูกความชื้น และหดตัวเมื่ออากาศแห้ง ไม้ที่ใช้ทำชิ้นส่วนบางอย่างของไวโอลินจะคงรูปดีกว่าไม้ที่ใช้ทำเครื่องดนตรีอื่นๆ นอกจากนั้น ไม้ทุกชนิดจะหดตัวในแนวขวางของลายไม้มากกว่าการหดตัวตามยาว ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่า โครงสร้างที่ซับซ้อนของเครื่องดนตรีอย่างไวโอลินจะเกิดการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของความชื้นในอากาศได้ค่อนข้างมาก เช่น เมื่อไม้แผ่นหน้าเกิดอากาการบวมมักจะนูนขึ้นด้านบน แต่การขยายตัวออกด้านข้างจะถูกจำกัดไว้ด้วยแผ่นไม้ด้านข้าง (Rib ) ทำให้เกิดผลกระทบแบบทวีคูณนั่นคือทำซาวด์โพสท์สั้นเกินไปและทำให้ความสูงของหย่องเพิ่มขึ้น

ในช่วงเดือนที่มีความชื้นสูงๆ ไม้แผ่นหน้ามักจะเกิดการขยายตัวมากกว่าอาการคอไวโอลินตก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สายไวโอลินเหนือฟิงเกอร์บอร์ดลอยสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของความชื้นในอากาศอาจเป็นสาเหตุให้การเล่นเเละการตอบสนองของเสียงเกิดการแกว่งตัว และอาจทำให้เกิดปัญหาที่หนักกว่านั้นคือ ไม้เกิดการปริแตกเมื่อสูญเสียความชื้นอย่างรวดเร็วกว่าที่มันดูดซึมเอาไว้ได้ ดังนั้นจึงควรเอาใจใส่เรื่องความชื้นเป็นพิเศษเมื่ออยู่ในสภาพอากาศที่แห้งๆ ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ๆ ความชื้นมีการเปลี่ยนแปลงกระทันหัน ส่วนในที่ๆ อากาศมีการเปลี่ยนแปลงสูงมากๆ ขอแนะนำให้ ’ปรับ’ ปรับแต่งไวโอลินเสียใหม่ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องดูดความชื้น หรือติดเครื่องควบคุมความชื้นขนาดเล็กในกล่องไวโอลิน


การบิดตัวของไม้ (Distortion)
ธรรมชาติของไม้มีความยืดหยุ่นในตัวเอง มันจะค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างไปตามแรงที่มากระทำ ช่างทำไวโอลินอาศัยข้อดีอันนี้ในการขึ้นรูปแผ่นไม้ด้านข้าง (Rib) การดัดด้ามคันชัก หรือค่อยๆ ดัดไม้แผ่นหลังที่ผิดรูปให้คืนรูปเดิม

แต่หย่องที่งอ ไม้แผ่นหลังที่ยุบ และคอไวโอลินที่ตก เป็นผลมาจากแรงกดอย่างต่อเนื่องที่ไม้ต้องรับแรงกดอันนั้น แรงกระทำเหล่านี้ต้องควบคุมให้สมดุลด้วยการออกแบบที่ดีและการดูเเลรักษาในระยะยาว เมื่อไม้เริ่มเกิดการบิดตัว มันจะสูญเสียความเเข็งแรงจากรูปทรงเดิมอย่างรวดเร็ว และอาจทำให้เกิดความเสียหายหนักตามมา ดังนั้นต้องรีบหาสาเหตุของปัญหาให้ได้โดยเร็วที่สุด

ซาวด์โพสท์ที่ยาวจนเกินไปจะดันให้ไม้แผ่นหน้าฝั่งช่องเสียงทางด้านสาย E และ A พอนานๆ เข้าไม้จะคงตัวในสภาพนี้ และถ้ายังใช้ซาวด์โพสท์ที่ยาวอยู่จะทำให้ไม้แผ่นหน้าเกิดการบิดตัวมากขึ้นเรื่อยๆ และสาเหตุอันนี้เองทำให้ช่องเสียงทางด้านขวาของเครื่องดนตรีเก่าๆ หลายๆ ตัวค่อยๆ เผยอออกจนเสียรูป ไม้แผ่นหลังก็เป็นจุดที่เกิดการผิดรูปเนื่องมาจากแรงกดของซาวด์โพสท์ด้วยเช่นกัน

ถ้าเบสบาร์อ่อนเกินไป หรือความโค้งของไม้แผ่นหน้าแบนจนเกินไป ไม้แผ่นหน้ามักจะจมลงทางฝั่งเบสบาร์พร้อมๆ การบิดตัวของช่องเสียง และอาจทำให้ไม้แผ่นหน้าเกิดการบิดตัวและผิดรูปอย่างรุนแรง
แผ่นไม้ด้านข้าง (Rib) บริเวณด้านซ้ายล่างก็อาจเกิดการบิดตัวได้เช่นกัน เนื่องจากแรงบีบของขาโลหะยึดที่รองคางซึ่งมักจะทำปฏิกริยากับความชื้นจากเหงื่อ เราสามารถหลีกเลี่ยงอาการบิดตัวของไม้ได้โดยการใช้ที่รองคางแบบวางคร่อมหางปลา (Over-the-tailpiece model)
การบิดตัวแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร เราสามารถที่จะลดความเสียหายดังกล่าวได้โดยการปรับแต่งที่ถูกต้อง เพราะการซ่อมเเซมนั้นต้องอาศัยเวลาที่ยาวนานและขั้นตอนการซ่อมที่เสียค่าใช้จ่ายสูง

โดย: - [4 ม.ค. 49 19:58] ( IP A:203.156.117.44 X: )

ความคิดเห็นที่ 4
    อุณหภูมิ (Temperature)
การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม้เกิดการขยายตัวและหดตัวเช่นเดียวกับวััตถุอื่นๆ ซึ่งเกิดจากปฏิกริยาของอุณหภูมิและ ความชื้นในไม้ ควรจะใช้กล่องไวโอลินแบบสูญญากาศอย่างดี และอย่าวางไว้ไกล้รังสีความร้อนหรือวางถูกแสงเเดดโดยตรง กล่องไวโอลินเกือบทุกชนิดที่บุด้วยวัสดุผิวด้านสีเข้มจะมีผลต่อการดูดซับเเสงให้เเปรเปลี่ยนเป็นความร้อนได้มากกว่า

การเดินทาง (Travel)
ถ้าเดินทางโดยรถยนต์ อย่าวางเครื่องดนตรีไว้ในกระโปรงท้ายรถ เพราะเครื่องดนตรีจะได้รับความร้อนมากที่สุดและเป็นจุดที่จะได้รับความเสียหายมากที่สุดในกรณีถูกชนท้าย อย่าเก็บเครื่องดนตรีไว้ในรถที่จอดลับหูลับตาคนหรือไม่มีใครคอยเฝ้า เพราะล่อตาล่อใจขโมยได้มากที่สุด ถ้านำเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายไม่ว่าชนิดใดก็ตามขึ้นเครื่องบิน ควรจะถือติดมือขึ้นเครื่องไปด้วยตนเองทุกครั้ง อย่านำเครื่องดนตรีส่งไปพร้อมกับกระเป๋าเดินทางหรือสัมภาระอื่นๆ ใต้ห้องเก็บของบนเครื่องบินเป็นอันขาด

การขนส่งเครื่องดนตรี (Shipping)
เมื่อต้องส่งเครื่องดนตรีไปทางพัสดุภัณฑ์ ให้คลายสายออกเล็กน้อยและใช้วัสดุนุ่มๆ บุที่หย่องทั้ง 2 ด้านเสียก่อน ควรเก็บเครื่องดนตรีไว้ในกล่องของมันเองเพื่อความปลอดภัย หลังจากนั้นให้ห่อในกล่องสำหรับส่งของ บุรอบๆ กล่องด้วยวัสดุสำหรับห่อกล่อง เช่น แผ่นโฟมหรือห่อพลาสติกเเบบมีเม็ดอากาศ ควรจะทำความเข้าใจถึงข้อจำกัดและเงื่อนไขการประกันภัยของแต่ละบริษัทให้ดีเสียก่อน บริษัทที่ให้การดูเเลเอาใจใส่สินค้าประเภทเครื่องดนตรีและน่าเชื่อถือได้มากกว่าบริษัทรับส่งของเจ้าอื่นๆ คือ Federal Express

โดย: - [4 ม.ค. 49 20:01] ( IP A:203.156.117.44 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
    การถือเครื่องดนตรี (Carrying an instrument)
ถ้าหกล้มในขณะถือเครื่องดนตรี โดยสัญชาติญาณของคนส่วนใหญ่จะกอดกล่องไวโอลินไว้ระหว่างลำตัวกับพื้นเพราะคิดว่าจะช่วยป้องกันไม่ให้เครื่องดนตรีแตกหักหรือเสียหายได้ เเต่น่าเสียดายว่าสัญชาติญาณอันนี้ทำให้เครื่องดนตรีพังมาเยอะเเล้ว ควรใช้กล่องที่เเข็งแรงซึ่งจะยึดไวโอลินให้ลอยอยู่ในกล่องเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการล้มคว่ำคมำหงาย และพยายามหัดถือกล่องด้วยมือที่ไม่ถนัดให้เคยชิน เช่น ถือด้วยมือซ้ายถ้าคุณเป็นคนถนัดขวา ซึ่งจะทำให้เหลือมือข้างที่ถนัดไว้ป้องกันตนเองได้

โดย: - [4 ม.ค. 49 20:03] ( IP A:203.156.117.44 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
    การทำความสะอาด (Cleaning)
การเช็ดทำความสะอาดเครื่องดนตรีและคันชักด้วยผ้านุ่มๆ สะอาดๆ หลังการเล่นทุกครั้งเป็นสิ่งที่ควรทำให้เป็นกิจวัตร ใช้เศษผ้าชุบเเอลกอฮอล์เพื่อขจัดการเกาะตัวของยางสนบนฟิงเกอร์บอร์ดและสาย

สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือระวังไม่ให้แอลกอฮอล์สัมผัสกับผิวของวานิช และควรจะให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเช็คสภาพไวโอลินของคุณเป็นประจำทุกๆ ปีจะดีกว่า เพื่อใช้น้ำยาชนิดพิเศษทำความสะอาดและเคลือบผิว ช่างอาจจะปล่อยรอยคราบบางอย่างเอาไว้ และใช้น้ำยาเคลือบผิวทับลงไปบนคราบสกปรกโดยไม่จำเป็นต้องเอาออกก็ได้ กรดจากผิวหนังของคุณสามารถทำลายผิวของวานิชได้อย่างช้าๆ ดังนั้นพยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวของวานิช

โดย: - [4 ม.ค. 49 20:04] ( IP A:203.156.117.44 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
    French Polishing
เทคนิคนี้จะทำให้ผิววานิชนุ่นมนวลขึ้นและมีชั้นเคลือบแชลแลคใสบางๆ เคลือบบนไวโอลินอีกชั้นหนึ่ง แม้ว่าหลายๆ คนจะนิยมผิววานิชที่เคลือบเป็นมันเงา แต่วิธีการนี้มักจะไม่ค่อยเข้ากับวานิชของเดิมนัก โดยเฉพาะในกรณีของเครื่องดนตรีเก่าๆ เมื่อวานิชเเห้งจะเกิดการหดตัวเล็กน้อย ซึ่งมักจะมองเห็นพื้นผิวของลายไม้บางส่วนที่อยู่ข้างใต้วานิช แต่ถ้าลงผิวเคลือบมากเกินไปจะทำลายไม้หายไปทันที รวมถึงความแวววาวที่นุ่มนวลและความสดใสสวยงามของวานิชชั้นเยี่ยม

โดย: - [4 ม.ค. 49 20:07] ( IP A:203.156.117.44 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
    คันชัก (Bow)
ควรจะจับคันชักบริเวณ Frog ในขณะขึ้นหางม้าให้ตึง เพราะจะช่วยลดแรงกดที่เกลียวสกรูทองเหลือง (Screw) ที่อยู่ข้างในโคนด้ามคันชัก และช่วยป้องกันไม่ให้เกลียวหวานได้

ในขณะที่คุณเล่นไวโอลินนั้น หางม้าที่อยู่ด้านข้างคันชักที่คุณลากลงมักจะขาดก่อนเพื่อน ทำให้ความสมดุลย์ของแรงดึงบนคันชักเสียไปจนอาจทำให้คันชักบิดงอได้ ดังนั้นพยายามเปลี่ยนหางม้าบ่อยๆ และพยายามรักษาหนังหุ้มด้ามคันชัก (Grip) ให้อยู่ในสภาพดี ถ้านิ้วโป้งของคุณไปเสียดสีกับด้ามคันชักบ่อยๆ จะทำให้คันชักได้รับความเสียหายเช่นกัน พยายามตัดเล็บนิ้วโป้งของมือขวาให้สั้นอยู่เสมอซึ่งจะช่วยลดปัญหานี้ได้

ควรให้ความเอาใจใส่ปลายคันชัก (Tip) เป็นพิเศษ ถ้าคุณชอบใช้ด้ามคันชักเล่นฟันดาบกับเพื่อนๆ หรือใช้ด้ามคันชักเคาะเเสตนด์ตั้งโน้ตแล้วละก็ คุณอาจจะต้องจ่ายค่าบทเรียนในราคาที่แพงทีเดียว

โดย: - [4 ม.ค. 49 20:09] ( IP A:203.156.117.44 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
    เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่องการดูแลรักษาไวโอลิน

- อย่าวางเครื่องดนตรีหรือคันชักไว้บนเก้าอี้หรือในที่ๆ อาจมีใครนั่งทับได้ ถ้าคุณกล้าเอาไวโอลินดีๆ ไปแขวนไว้กับแสตนด์ตั้งโน้ตแล้วละก็ อัตราเสี่ยงต่อความเสียหายมีสูงมาก

- การตัดแต่งหย่องก็เพื่อให้แรงจากสายไวโอลินถ่ายผ่านกึ่งกลางของหย่องโดยตรง ซึ่งหย่องจะเอนไปข้างหลังเล็กน้อย ถ้ามองจากด้านข้างจะเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อเริ่มตั้งเสียง สายไวโอลินมักจะดึงหย่องให้โน้มไปข้างหน้า นอกจากนั้นยังค่อยๆ ทำให้หย่องโค้งงออีกด้วย ลองเช็คหย่องจากมุมมองด้านบน ถ้าพบว่าหย่องเริ่มเอนไปข้างหน้า ให้ใช้นิ้วโป้งและและนิ้วชี้ของทั้งมือทั้ง 2 ข้างจับที่มุมด้านบนของหย่อง หลังจากนั้นค่อยๆ ดึงกลับมาข้างหลังไปทางหางปลาให้อยู่ในองศาที่ต้องการ หย่องที่ตัดแต่งมาดีและถูกต้องจะไม่บิดงอ

- ควรเปลี่ยนสายทีละเส้นเพื่อป้องกันไม่ให้หย่องเคลื่อนที่ และถ้าแย่กว่านั้นอาจทำให้หย่องล้มครืนได้

- เศษไม้ทุกชิ้นที่หลุดออกมาจากเครื่องดนตรีควรเก็บไว้ในที่ๆ ปลอดภัยและสะอาด หลังจากนั้นให้ติดกลับเข้าที่เดิมโดยช่างที่มีความชำนาญ

- การเช็ครอยปริตามตะเข็บรอยต่อของแผ่นไม้ทำได้โดยการเคาะเบาๆ รอบๆ ขอบไวโอลิน และลองฟังเพื่อตรวจหาเสียงหึ่งๆ หรือเสียงก๊อกแก๊กว่ามีหรือไม่ ควรซ่อมรอยปรินี้โดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันรอยปริที่อาจลามออกไป และเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องการรติดกาว คราบเหงื่อความมันที่อยู่ในผิวหนังของคุณอาจซึมเข้าไปอยู่ตามรอยปริทำให้ติดกาวได้ไม่สนิท

- ถ้าพบรอยต่อบริเวณคอเปิดออก รอยแตกขนาดใหญ่ หรือรอยต่อของแผ่นไม้เปิดอ้าขึ้น ให้รีบคลายสายโดยทันที แต่ถ้าเป็นรอยแตกบริเวณซาวด์โพสท์ วิธีที่ดีที่สุดก็คือปลดซาวด์โพสท์ออกทันที

- สำหรับไวโอลินที่คอเริ่มตก หลังจากที่เล่นเสร็จแล้วอาจใช้ลิ่มไม้ขนาดที่ตัดมาพอดีรองไว้ใต้ฟิงเกอร์บอร์ด ซึ่งไม้ชิ้นนี้สามารถป้องกันความเสียหายขั้นรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้

- พยายามพัฒนาเทคนิคการใช้คันชักให้ดีขึ้น เพื่อไม่ให้คันชักไม่ไปกระเเทกกับมุมไวโอลิน (Corner) และการเล่นเทคนิค Pizzicato ต้องไม่ให้เล็บของคุณไปขูดกับไม้แผ่นไหน้าไวโอลิน

- โลหะและสกรูที่อยู่ด้านนอกของที่รองไหล่บางชนิดก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งของความเสียหายที่เกิดขึ้น การติดที่รองไหล่ให้ใช้มือทั้ง 2 ข้างช่วยดัน และตรวจดูให้เเน่ใจว่าแผ่นยางรองไหล่อยู่ในสภาพดีไม่ขาดหรือฉีก

โดย: - [4 ม.ค. 49 20:15] ( IP A:203.156.117.44 X: )

ความคิดเห็นที่ 12
    การดูแลรักษาไวโอลิน
สิ่งสำคัญหลังการเล่นไวโอลินทุกครั้งคืออย่าปล่อยให้ผงยางสน สิ่งสกปรก และฝุ่นเกาะบนไวโอลิน ผงยางสนจะมีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อน ๆ เมื่อทิ้งไว้นาน ๆ จะเป็นผลเสียต่อน้ำมันวานิชที่เคลือบ ส่วนผลที่มีต่อเสียงก็คือ เมื่อสิ่งสกปรกและยางสนสะสมกันนานๆ เข้า จะทำให้การสั่นสะเทือนของเสียงของไม้แผ่นหน้า (Belly) ลดลง รวมถึงเกิดคราบสกปรกสะสมสายไวโอลิน

นักไวโอลินที่ดีควรจะหมั่นทำความสะอาดไวโอลินหลังการเล่นทุกครั้ง พยายามเช็ดคราบเหงื่อไคลและยางสนออกให้หมด ส่วนการทำความสะอาดอย่างจริงจังหรือการทำความสะอาดไวโอลินเก่าที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนนั้น ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญครับ ข้อสำคัญก็คืออย่าใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีขายทั่วไป เพราะว่าน้ำยาเหล่านี้มีส่วนผสมของตัวทำละลายและสารที่มีคุณสมบัติในการขัด ซึ่งสามารถทำลายผิวเคลือบไวโอลินได้ ควรใช้ผ้าแห้ง นุ่มๆ สะอาดๆ หรือใช้หนังชามัวส์คุณภาพดี ๆ สำหรับทำความสะอาด

คันชัก
- ค่อย ๆ หมุนสกรูที่โคนคั้นชักเพื่อขึ้นหางม้า แต่ระวังอย่าให้ตึงจนเกินไปนัก ให้มีระยะช่องห่างระหว่างหางม้ากับด้ามคันชักประมาณว่าสอดด้ามดินสอได้พอดี แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนด้วย บางคนชอบหางม้าตึงๆ บางคนชอบหย่อน ๆ และยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของคันชักและเทคนิคของเพลงที่เล่นด้วย เช่น การเล่น Staccato ซึ่งต้องใช้หางม้าที่มีสปริงดี ๆ ก็อาจจะต้องขึงให้ตึงกว่าปกติสักเล็กน้อย และถ้าเป็นคันชักที่ทำจากไม้คุณภาพดี ๆ ก็จะมีน้ำหนักและสปริงที่ดีตามไปด้วย ไม่จำต้องขึ้นหางม้าให้ตึงนัก

- ก่อนเล่นให้ฝนอย่างสนแต่พอประมาณ ถือยางสนไว้ในมือซ้าย และถือคันชักไว้มือขวา วางหางม้าให้ขนานไปกับยางสนค่อยๆ ฝนยางสนขึ้นลงอย่างช้าๆ ควรเลือกใช้ยางสนที่มีคุณภาพดี ๆ มีผงละเอียด ๆ

- หลังการเล่นทุกครั้งให้ทำความสะอาดสายและตัวไวโอลินโดยการเช็ดคราบเหงื่อไคล สิ่งสกปรก และคราบยางสนที่ตกค้าง และอย่าลืมทำความสะอาดคันชักด้วย ใช้ผ้าสะอาดเนื้อนุ่ม ๆ หรือหนังชามัวส์เช็ดทำความสะอาดก็เพียงพอแล้ว พยายามอย่าให้นิ้วมือไปสัมผัสกับหางม้า เพราะไขมันจะไปเกาะทำให้เวลาสีแล้วหางม้าไม่ค่อยกินสาย

- ไม่ควรสัมผัสไวโอลินโดยตรง ทั้งไม้แผ่นหน้า แผ่นข้าง และแผ่นหลัง เพราะไขมันและคราบเหงื่ออาจจะไปจับตัวกับยางสนที่สะสมอยู่บนไวโอลินกลายเป็นคราบเหนียว ๆ ทำความสะอาดได้ยากและมีผลต่อการสั่นสะเทือนของเสียง ควรจับบริเวณคอ (ส่วนที่ไม่ได้ทาวานิช) กับบริเวณหางม้าและเหล็กยึดที่รองคาง

- การวางไวโอลินในขณะที่ไม่ได้เล่นให้เก็บไว้ในกล่องเป็นดีที่สุด ถ้าวางไว้บนพื้นหรือเก้าอี้อาจจะมีใครเผลอไปเหยียบหรือนั่งทับเข้า

- หลังการเล่นทุกครั้งให้คลายหางม้าก่อนเก็บในกล่อง

- ไม่ควรเก็บไวโอลินไว้ใกล้ๆ กับที่ๆ เย็นจัดหรือร้อนจัด เพราะจะมีผลต่อกาวที่ยึดไวโอลินได้ ทำให้กาวเสื่อมคุณภาพและเกิดการปริแตกตามรอยต่อของไม้ได้

โดย: - [28 ม.ค. 50 22:51] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 13
    การดูแลรักษาเครื่องดนตรี
ความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมของรูปทรงและเสียงของเครื่องดนตรี ซึ่งไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการเล่นแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความงามในรูปทรงของตัวมันเอง การทำเครื่องดนตรีถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เครื่องดนตรีจึงอาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการชื่นชมความงดงามแห่งอดีต

แน่นอนว่าเครื่องดนตรีย่อมมีไว้เพื่อเล่น แต่นั่นต้องไม่นับรวมถึงเครื่องดนตรีเก่าๆ และต้องไม่ลืมว่ามันอยู่ในฐานะของมีค่า ซึ่งต้องมาประเมินคุณค่ากันใหม่หากมันยังสามารถใช้งานได้ดี ในกรณีที่สุ้มเสียงของเครื่องดนตรีชิ้นนั้นๆ เปลี่ยนแปลงไปและไม่ไพเราะเหมือนที่มันเคยเป็น การซ่อมแซมย่อมทำให้มูลค่าของมันเสียไปบ้าง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคุณค่าของเครื่องดนตรีชิ้นนั้นๆ ย่อมขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา ความงดงามของมันจะคงอยู่นานเท่านาน อย่างที่ผู้ที่ได้พบเห็นไม่อาจปฏิเสธได้เลย

การดูแลและการทำความสะอาดเครื่องดนตรีที่ถูกวิธีนั้นย่อมขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องดนตรีนั้นๆ เช่น เครื่องดนตรีทองเหลือง เครื่องเป่าลมไม้ หรือเครื่องสาย เครื่องดนตรีบางประเภทก็ทำจากวัสดุหลายชนิดผสมกัน ย่อมมีวิธีการดูแลรักษาเฉพาะตัวที่ต่างกันไป ดังนั้นการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

การดูแลและการทำความสะอาดเครื่องดนตรี
เครื่องดนตรีที่ทำด้วยไม้อาจมีปัญหาเรื่องฝุ่นเกาะ แต่ไม่ควรใช้น้ำมันหรือน้ำยาขัดใดๆ ทั้งสิ้น

ใส่ถุงมือผ้าฝ้ายก่อนทุกครั้งก่อนสัมผัสเครื่องดนตรีทองเหลือง เพราะฝ่ามือของคนเรามีความเค็ม ซึ่งอาจจะทำปฏิกิริยากับโลหะ และทำให้เครื่องดนตรีเกิดสนิมได้ง่าย

เครื่องดนตรีทองเหลืองอาจจะเกิดการหมองเนื่องจากการใช้งานนานๆ การขัดเช็ดถูอาจจะไปทำลายเนื้อโลหะและสีที่เป็นธรรมชาติของมัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเก็บรักษาเครื่องดนตรีที่ถูกต้อง ทั้งในเรื่องของ แสงสว่าง การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม การขนย้าย การถือ และการจัดเก็บ

เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นต้องการเอาใจใส่ที่ต่างกันไป ควรพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำดังต่อไปนี้
-สอบถามถึงวิธีการจัดเก็บรักษาเครื่องดนตรีที่ถูกวิธี โดยคำนึงถึงเรื่องการถ่ายเทอากาศเพื่อป้องกันเชื้อรา รวมถึงการจัดเก็บเครื่องดนตรีที่ทำจากวัสดุหลายชนิด ซึ่งอาจเกิดปฏิกิริยาเคมีต่อกันได้

-การเคลื่อนย้ายเครื่องดนตรีชิ้นใหญ่ ๆ เช่น เปียโน การใช้อุปกรณ์ในการขนย้าย (Dolly) เพื่อช่วยในการขนย้าย และควรใช้กับเปียโนที่ผลิตหลังปี ค.ศ. 1850 ขึ้นไป

-ปิดฝาครอบเปียโนให้สนิทก่อนทำการขนย้าย

โดย: - [28 ม.ค. 50 22:54] ( IP A:202.12.74.6 X: )


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน