การอ่านฉลากไวโอลิน ถ้าคุณมองผ่านช่องเสียงเข้าไปข้างในตัวไวโอลิน คุณจะเห็นฉลากกระดาษติดกาวอยู่บนไม้แผ่นหลังของตัวไวโอลิน ซึ่งคุณอาจจะมองข้ามไปได้เลย นอกจากว่าจะมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษ เช่น "Made in Germany" "Made in Bohemia" หรือ "Made in China" ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่บ่งบอกว่าเป็นไวโอลินโรงงานที่ผลิตสำหรับตลาดในอเมริกา แต่ถ้าฉลากไวโอลินดูเก่ามากๆ และอยู่ในสภาพเดียวกับส่วนอื่นๆ ของตัวไวโอลิน ไวโอลินตัวนั้นอาจจะเป็นของแท้ก็ได้ แต่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงคนไหนที่จะพิจารณาฉลากแต่เพียงอย่างเดียว เพราะฉลากเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งในหลายองค์ประกอบของการพิจารณาความแท้ของไวโอลินเท่านั้น
ตัวฉลากอาจจะเป็นการพิมพ์หรือเขียนด้วยลายมือก็ได้ Stradivari มักจะใช้กระดาษเป็นงานพิมพ์ที่มีข้อความว่า " Antonius Stradiuarius Cremonenfis; Faciebat Anno 17xx " และมีวงกลมล้อมรอบไม้กางเขนกับอักษรย่อ AS ชื่อของเขา ข้อความบนฉลากจะเป็นภาษาละติน ซึ่งแปลว่า " Antonio Stradivari, เครโมนา (เมืองที่เขาทำงาน), ทำในปี 17xx " ตัวเลขปี ค.ศ. 2 ตัวสุดท้ายเขียนด้วยลายมือดินสอหรือปากกา และนี่คือฉลากไวโอลินที่ถูกลอกเลียนแบบมากที่สุด ทีปรากฎให้เห็นทั้งในไวโอลินธรรมดาๆ ไปจนถึงไวโอลินคุณภาพดี
| | โดย: - [24 ก.พ. 50 16:05] ( IP A:202.12.74.7 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่
1 ข้อความบนฉลาก 
| | โดย: - [24 ก.พ. 50 16:28] ( IP A:202.12.74.8 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่
3 
| | โดย: - [24 ก.พ. 50 16:39] ( IP A:202.12.74.6 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่
5 ไวโอลินโรงงาน (Made in Germany, Hungary, Italy, Czechoslovakia) พระราชบัญญัติกฎหมายพิกัดอัตราภาษีศุลการกร McKinley Tariff ปี 1891 ในยุคของประธานาธิบดี William McKinley ระบุไว้ว่าสินค้าสินค้าที่นำเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาจะต้องระบุชื่อประเทศผู้ผลิตเอาไว้ด้วย ในปี 1914 พระราชบัญญัติถูกแก้ไขเพื่อให้ระบุคำว่า "Made in" ลงไปด้วย และในปี 1921 พระราชบัญญัติถูกแก้ไขอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ระบุชื่อประเทศผู้ผลิตเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้สินค้าที่ติดข้อความสั้นๆ ว่า "Bavaria" หรือ "Nippon" น่าจะ (แต่ไม่แน่เสมอไป) มาจากช่วงปี 1891 ถึง 1914 ส่วนคำว่า "Made in Italia" น่าจะนำเข้าในช่วงก่อนปี 1921
ดูเหมือนว่าสินค้าที่มีข้อความ "Made in Japan" อาจจะนำเข้าสหรัฐอเมริกาหลังปี 1921 ก่อนปี 1921 นั้น สินค้าเหล่านี้อาจจะพิมพ์คำว่า "Made in Nippon" เป็นที่ทราบกันดีว่าหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และช่วงที่สหรัฐอเมริกายึดครองประเทศญี่ปุ่นนั้น สินค้าที่ผลิตเพื่อส่งออกจะมีข้อความว่า "Made in Occupied Japan" หรือบางทีก็พิมพ์คำว่า "Occupied Japan"
และเช่นเดียวกัน สินค้าที่ติดฉลากข้อความว่า "Made in Germany" ก็น่าจะผลิตขึ้นในช่วงปี 1921 ถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่หลังจากที่ประเทศเยอรมันได้แบ่งแยกประเทศออกเป็น 2 ส่วนแล้ว ก็ได้เปลี่ยนข้อความเป็น "Made in West (หรือ East) Germany" และยังคงใช้อยู่จนกระทั่งมีการรวมประเทศในช่วงทศวรรษที่ 1990
ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ก็คือการระบุชื่อผู้ผลิตบนฉลากไวโอลิน เช่น มีการรบุชัดเจนว่าเครื่องดนตรีชิ้นนั้นถูกผลิตขึ้นเพื่อส่งออกไปยังประเทศหรัฐอเมริกา ถ้าคุณมีไวโอลินที่มีฉลากคล้ายคลึงกับฉลากของ Stradivar หรือฉลากอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกับรูปที่แสดงอยู่ด้านบน แต่เป็นไวโอลินโรงงานที่ทำเลียนแบบขึ้น คุณก็ไม่จำเป็นต้องไปถามผู้เชี่ยวชาญด้านการตีราคาไวโอลินให้เสียเวลาเปล่าๆ
การลงทุนเพื่อประเมิณราคาเครื่องดนตรีนั้นทำได้หลายระดับ ถ้าคุณสงสัยในที่มาของตัวไวโอลินที่คุณเป็นเจ้าของอยู่ หรือแค่อยากรู้ว่ามันเป็นของถูกหรือไม่ และต้องการตรวจดูให้แน่ใจ คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินแพงๆ เพื่อจ้างผู้เชี่ยวชาญไวโอลินมาเพื่อขอความเห็นเลย ถ้ามีนักไวโอลินอาชีพในวงออร์เคสตร้าอยู่ในแถบนั้น ให้ลองติดต่อหัวหน้าวง (Concertmaster) ซึ่งเขาน่าจะเป็นคนที่รู้เรื่องไวโอลินดีที่สุดและให้คำแนะนำที่วางใจได้เรื่องการซ่อมไวโอลินและประเมินราคา หรือถ้ามีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงซึ่งมีแผนกดนตรีอยู่ด้วยแล้วล่ะก็ คุณอาจจะติดต่อใครสักคนที่แผนกเครื่องสายเพื่อขอคำแนะนำ และถ้าเครื่องดนตรีที่คุณมีอยู่ทำให้คุณมืดแปดด้านจริง คนเหล่านี้ยังสามารถให้คำแนะนำที่ไม่เป็นทางการว่าเครื่องดนตรีของคุณมีค่าพอที่จะให้ส่งไปตรวจสอบอีกหรือไม่ แต่พวกเขาสามารถบอกคุณได้แน่นอนว่ามันเป็นไวโอลินโรงงานราคาถูกหรือไม่
| | โดย: - [24 ก.พ. 50 19:47] ( IP A:202.12.74.6 X: ) |  |
|