ที่รองคาง (Chinrest)
    Chinrest
ที่รองคางคือชิ้นไม้หรือพลาสติกที่ยึดติดกับลำตัวไวโอลินหรือวิโอล่า เพื่อช่วยรองรับกรามหรือคางของผู้เล่นที่วางบนเครื่องดนตรี ที่รองคางอาจจะทำจากไม้ Ebony, Rosewood, Boxwood หรือพลาสติก ผู้ที่คิดค้นคือ Louis Spohr ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 เพื่อตอบสนองต่อบทเพลงที่มีความยากและซับซ้อนขึ้น ซึ่งต้องการเทคนิคของมือซ้ายที่เป็นอิสระมากกว่าเดิม หลังจากที่ได้รับการสนับสนุนจากนักไวโอลินที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น เช่น Pierre Baillot และ Giovanni Battista Viotti ที่รองคางจึงได้รับการยอมรับมากขึ้นในกลุ่มนักไวโอลินและนักวิโอล่าส่วนใหญ่ ในปัจจุบันมันได้กลายเป็นชิ้นส่วนมาตรฐานของไวโอลินและวิโอล่าไปแล้ว

โดย: - [26 เม.ย. 50 1:13] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 1
    การติดที่รองคาง
การติดที่รองคางจะใช้ขาโลหะยึดเข้ากับขอบไม้แผ่นหลังของไวโอลิน โดยมีท่อเกลียวโลหะ 2 อันขันเข้ากับขาสกรูของที่รองคาง ทั้งขาท่อเกลียวโลหะตัวล่างและส่วนล่างของที่รองคางมักจะรองด้วยแผ่นไม้คอร์กเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดกับไม้แผ่นหน้าและหลัง ตัวปรับ (Wrench) ทำหน้าที่ปรับความแน่นของขาโลหะโดยไม่ทำให้โครงด้านข้างของไวโอลิน (Rib) เสียหาย ขาโลหะแบบ "Hill-style" จะมีขาที่แยกจากกันแทนแบบที่เป็นก้านโลหะยึดขาทั้ง 2 ข้าง ซึ่งต้องขันสกรูแยกทีละขา ที่รองคางรุ่นใหม่บางรุ่นจะมีขาโลหะที่ปรับด้วยไขควงแบบ Phillips screwdriver หรือกุญแจ 6 เหลี่ยม

โดย: - [26 เม.ย. 50 13:35] ( IP A:202.12.74.5 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
   ที่รองคางตามแบบเดิมของ Spohr จะเป็นแท่งไม้ชิ้นเล็กๆ วางไว้กึ่งกลางเหนือหางปลา แต่หลังจากนั้นไม่นานได้พัฒนาขึ้น ปัจจุบันมีที่รองคางไม่ต่ำกว่า 50 แบบให้เลือกใช้ หนึ่งในแบบที่นิยมกันมากที่สุดคือแบบ "Guarneri" ซึ่งจะวางอยู่กึ่งกลางคร่อมหางปลา โดยมีแอ่งรองรับคาง (Cup) อยู่ทางซ้าย โดยมีสัน (Hump) คร่อมหางปลา ส่วนแบบอื่นๆ จะติดอยู่ทางด้านซ้าย และมักจะไม่มีสันเหมืนแบบแรก ทั้ง 2 แบบจะยึดติดกับขอบไวโอลินโดยไม่ไปสัมผัสหรือทำให้เกิดเสียงหึ่งๆ เพราะไปสัมผัสกับตัวหางปลาหรือไม้แผ่นหน้าไวโอลิน นักดนตรีบางคนต้องการแอ่งรองรับคางตรงกึ่งกลางแทนแบบที่อยู่ทางซ้าย รวมถึงแบบ "Flesch" ที่อาจมีหรือไม่มีสันตรงกลาง ที่รองคางบางรุ่นจะมีความสูงหลายขนาดให้เลือกรวมถึงรูปร่างต่างๆ กันหลายแบบให้เลือกใช้ ในภาพเป็นที่รองคางแบบ "Guarneri"

โดย: - [26 เม.ย. 50 13:50] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
   ที่รองคางหลายรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องรอยผื่นแดงบนคอของนักดนตรีที่เกิดจากการเสียดสีกบที่รองคาง หรือที่เรียกว่า "Hickey" อาการระคายเคืองมักจะเกิดจากแรงกดที่เกิดอย่างต่อเนื่อง และอาจจะมีผลมาจากความแห้งของผิวพรรณของตัวนักดนตรีเอง ซึ่งเป็นผลให้เกิดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราสะสมบนเนื้อไม้ หรือเกิดอาการแพ้โลหะที่เป็นส่วนประกอบของที่รองคาง นักดนตรีบางคนนิยมใช้ผ้าเพื่อแก้ปัญหานี้ เช่น ใช้ผ้าเช็ดหน้าวางทับที่รองคางอีกที เพื่อแก้ปัญหารอยเสียดสีที่เกิดขึ้น และทำให้เล่นได้สะดวกยิ่งขึ้น ที่รองคางหลายๆ รุ่นจะมีผ้ารองสำหรับกันลื่น ซึ่งไม่เพียงแต่หุ้มแอ่งรองรับคางเท่านั้น แต่ยังคลอบคลุมไปถึงส่วนที่ขาโลหะสัมผัสกับผิวหนังอีกด้วย มีประโยชน์มากในกรณีที่อุปกรณ์โลหะเคลือบด้วยนิกเกิ้ล และผู้เล่นมีอาการแพ้โลหะ นอกจากนั้นยังมีที่รองคางสำหรับผู้เป็นภูมิแพ้อีกด้วย (Hypo-allergenic chinrest) โดยที่อุปกรณ์ต่างๆ จะทำจากพลาสติกหรือไทเทเนียม และมีบริษัทผู้ผลิตบางแห่งที่รับปรับแต่งที่รองคางให้เข้ากับกรามของนักดนตรี รวมถึงเพิ่มความสูงของที่รองคางด้วยไม้ที่เสริมพิเศษ หรือปรับลดความสูงโดยการตัดไม้ส่วนล่างออกจนกระทั่งพอเหมาะพอดีกับสรีระส่วนคอของผู้เล่น

โดย: - [26 เม.ย. 50 15:40] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 4
   มีการถกเถียงกันในวงกว้างว่า เสียงไวโอลินจะดีขึ้นถ้าไม่ใช้ที่รองคาง มีเรื่องเล่ากันว่า Paganini เล่นไวโอลินโดยไม่ใช้ที่รองคาง แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันความแตกต่างเรื่องคุณภาพเสียงได้ก็ตาม มีนักไวโอลินอาชีพบางคน เช่น Regina Carter จะไม่ใช้ที่รองคางกับไวโอลินสมัยใหม่ของเธอ รวมถึงนักไวโอลินอีกหลายคนที่เครื่องดนตรียุค Baroque ก็ไม่ใช้ที่รองคางเช่นกัน

โดย: - [26 เม.ย. 50 15:56] ( IP A:202.12.74.5 X: )