การทดสอบและการเลือกไวโอลิน
    การทดสอบและการเลือกไวโอลินที่ดี
เมื่อคุณลองเริ่มเล่นไวโอลินนั้น ดูเหมือนว่าไวโอลินทุกๆ ตัวจะเหมือนๆ กันหมด เนื้อหาต่อไปนี้จะบอกให้คุณทราบถึงความแตกต่างและบอกวิธีการ ‘ทดสอบ’ ไวโอลิน รวมถึงเรื่องน้ำมันวานิช ไม้ (Wood) ขนาด (Size) ไม้แผ่นหน้า (Belly) ความป่อง (Arching) หย่อง (Bridge) และน้ำเสียงของมัน คำถามเรื่องการเลือกไวอลินเป็นคำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุด และเป็นคำถามที่ตอบยากที่สุดเช่นกัน หวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังมองหาไวโอลินสักตัว

น้ำเสียงของไวโอลินขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ มากมายเหลือเกิน บนพื้นฐานที่ว่ามันถูกสร้างขึ้นมาอย่างไรและคุณภาพของไม้ที่เลือกใช้ แต่สายที่ใช้ก็มีความสำคัญเช่นกัน รวมถึงคุณภาพของคันชัก และการปรับแต่งไวโอลิน เนื้อหาหลักๆ 3 หัวข้อต่อไปนี้จะเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในบทหลังๆ ที่จะกล่าวต่อไป

การเลือกไวโอลินโดยการฟังเสียงเพียงอย่างเดียว
เนื้อหาหลักๆ ในบทนี้จะกล่าวถึงทุกๆ อย่างบนไวโอลิน วิโอล่า ที่สามารถมองเห็นได้ และวิธีที่ทำให้มันเกิดเสียงขึ้น ถ้าคุณชอบที่จะเลือกไวโอลินโดยใช้หูของคุณเพียงอย่างเดียว ก็ให้รออ่านเคล็ดลับได้ในบทหลังๆ

โดย: - [10 ก.พ. 49 13:34] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 1
    สีสันของไวโอลิน
ไวโอลินที่ทำออกมามีทั้งวานิชแบบผิวมันและเเบบผิวด้าน และไวโอลินบางตัวก็ทำเป็นผิวมันเลื่อม เมื่อทำสีเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีรายละเอียดของสีที่แตกต่างกันออกไปหลากหลาย บางตัวเป็นสีส้มจางๆ (Pale Orange) หรือแม้แต่สีออกเหลืองๆ (Yellowish) สีอำพันเข้ม (Rich Amber) หรือสีน้ำตาลเข้ม (Deep Brown) และยังคงนิยมสีที่ออกไปทางเเดงหรือม่วง ไวโอลินที่ทำสีแตกต่างออกไปเลย เช่น สีเขียวหรือน้ำเงินนั้นไม่ค่อยพบมากนัก

Oil & Spirit Varnish
ช่างทำไวโอลินจะใช้วานิชทั้ง 2 ชนิด ตามวิธีการดั้งเดิมนั้น ไวโอลินจะใช้วานิชที่สูตรน้ำมัน (Oil-based Varnish) ซึ่งใช้เวลาในการแห้งตัวหลายอาทิตย์ แต่ปัจจุบันการทำสีวานิชชนิดนี้สามารถทำให้เเห้งเร็วขึ้นโดยใช้แสง Ultraviolet Light ในต่างประเทศคุณสามารถหาไวโอลินที่ใช้น้ำมันวานิชที่สูตรน้ำมันในราคาที่ถูกมาก ประมาณ 300-400 เหรียญเท่านั้น ส่วนน้ำมันวานิชสูตรเเอลกอฮอล์ (Spirit-based Varnish) นิยมใช้กันมากที่สุดกับไวโอลินทุกระดับราคา โดยปกติจะใช้การลงลูกประคบด้วยมือ (Hand-rubbed) แทนการใช้แปรงทาหรือการพ่น

รอยซ่อมที่มองไม่เห็น
จริงๆ แล้วไม่ถือว่าการลงสีวานิชชนิดไหนดีกว่าอีกชนิดหนึ่ง ถ้าคุณต้องเลือกไวโอลิน อย่าดูที่ชนิดของน้ำมันวานิชที่ใช้ เเต่ให้ดูสภาพโดยรวมของเครื่องดนตรีทั้งหมด สิ่งสำคัญก็คือการซ่อมเเซมและรอยขีดข่วนต่างๆ สามารถตกแต่งจนมองไม่เห็นร่องรอยได้ ซึ่งมีทั้งน้ำมันวานิชทั้งสูตรน้ำมัน (Oil-based Varnish) และน้ำมันวานิชสูตรเเอลกอฮอล์ (Spirit-based Varnish)

วานิชสังเคราะห์ (Synthetic varnish)
ไวโอลิินราคาถูกอาจจะใช้วานิชสังเคราะห์ เช่น Polyurethane หรือ Nitro วานิชที่ผิวเป็นมันวาวชนิดนี้สามารถตระเตรียมได้อย่างรวดเร็ว ใช้หัวสเปรย์เป็นตัวพ่น ผิววานิชมีความเเกร่งและแข็ง ทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย เเต่การที่มันมีความเเข็ง ซึ่งอาจจะไปลดศักยภาพในเรื่องน้ำเสียงของเครื่องดนตรีลง โดยเฉพาะถ้าลงวานิชหนาเกินไป ข้อเสียอีกอย่างก็คือไม่สามารถปกปิดร่องรอยที่เกิดจากการซ่อมได้

การไล่สี (Shading)
สีสันของไวโอลินจะไม่เหมือนกันเสมอไป บางครั้งไวโอลินเก่าๆ จะมีรอยด่างจางๆ ที่เกิดจากการสัมผัสเป็นเวลานาน บางครั้งไวโอลินรุ่นใหม่ๆ จะทำรอยด่างเลียนแบบไวโอลินเก่าเช่นกัน เทคนิคนี้เรียกว่า ‘Shading’ ทำให้ไวโอลินดูเก่ากว่าที่มันเป็น

โดย: - [10 ก.พ. 49 13:37] ( IP A:202.12.74.5 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
    รอยแตกลายงา (Craquelure)
ในไวโอลินเก่าๆ ผิวของวานิชอาจจะเกิดรอยแตกลายงา (Craquelure) ซึ่งเป็นรอยแตกเล็กๆ เเบบที่เห็นในภาพเขียนเก่าๆ แต่ช่างทำไวโอลินสามารถขจัดรอยที่ว่านี้ออกไปได้ อีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ไวโอลินดูเก่าขึ้นก็คือการใช้สีเข้มๆ ย้อมลายไม้ให้ชัดเจนขึ้น

การทำสีวานิชเลียนแบบของเก่า
‘Antiquing’ เป็นศัพท์เฉพาะที่ใช้เรียกการทำไวโอลินดูเก่ากว่าที่มันเป็น ซึ่งมักจะทำให้มันมีราคาที่สูงขึ้น ถ้าคุณมีไวโอลินที่กำลังสั่งทำ แน่นอนว่าคุณสามารถขอให้ช่างทำสีแบบ ‘Antique’ ให้คุณได้ หรือแม้แต่การทำร่องรอยความเสียหาย การซ่อมเเซมเล็กๆ น้อย และรอยถลอกก็สามารถทำเลียนแบบได้ทั้งนั้น

ลายไม้
ไม้ที่ใช้ทำไม้แผ่นหลัง (Back) ด้านข้าง (Rib) ในไวโอลินหลายๆ ตัวจะมีลวดลายคล้ายๆ เปลวไฟที่กำลังพวยพุ่ง ลายไม้ที่เรียกว่า ‘Flame’ ‘Figure’ หรือ ‘Curl’ มักจะพบในไวโอลินที่มีราคาสูงๆ แต่ก็อาจจะพบได้ในไวโอลินราคาถูกๆ เช่นกัน ไม่ว่าไม้จะมีลวดลายเรียบๆ มีลวดลายเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือมีลวดลายจัดจ้านสวยงามก็ตาม แต่นั่นไม่มีเกี่ยวเรื่องของคุณภาพหรือน้ำเสียงแต่อย่างใด แต่อาจจะกล่าวได้อย่างหนึ่งว่า ลวดลายไม้ที่สวยงามย่อมมีราคาในตัวมันเอง ในไวโอลินระดับราคานักเรียน (Student) และราคาระดับปานกลาง (Intermediate) ที่มีลวดลายจัดสวยงามมักจะมีราคาที่สูงกว่า

โดย: - [10 ก.พ. 49 13:39] ( IP A:202.12.74.5 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
    การต่อลายไม้แบบ Bookmatch
ลวดลายแผ่นไม้ด้านหลังไวโอลินหลายๆ ตัวแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทำขึ้นจากแผ่นไม้ 2 แผ่นที่มีลวดลายเหมือนกันเปี๊ยบ หรือที่เรียกว่าการต่อไม้แบบ ‘Bookmatch’

โดย: - [10 ก.พ. 49 13:45] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
    หัวไวโอลิน (Scroll)
หัวไวโอลินส่วนใหญ่จะทำออกมาเป็นวงที่สมบูรณ์สวยงาม การเเกะไม้ที่คมชัด สันขอบที่กลมกลืน ส่วนไวโอลินที่แกะส่วนหัวไม่เรียบร้อยหรือดูเทอะทะ ไวโอลินเหล่านี้เป็นไวโอลินที่ไม่ดีใช่หรือไม่? คำตอบคือไม่ใช่ การผลิตไวโอลินในระบบอุตสาหกรรมจะไม่ค่อยพบหัวไวโอลินที่แกะออกมาไม่ดีเหมือนกับไวโอลินที่แกะสลักด้วยมือ

รายละเอียดของหัวไวโอลิน
หัวไวโอลินแต่ละอันแต่ละคนจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นช่างแต่ละคน หรือไวโอลินแต่ละยี่ห้อ ยิ่งคุณเพ่งพินิจพิจารณามากเท่าไหร่คุณก็จะเห็นความแตกต่างมากขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างอันหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือร่อง ‘Fluting’ ซึ่งเป็นร่องที่อยู่ด้านหลังหัวไวโอลิน

โดย: - [10 ก.พ. 49 13:46] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
    การฝังเส้นขอบ (Purfling)
เส้นขอบที่ฝังอยู่รอบๆ ขอบของไม้แผ่นหน้าและไม้แผ่นหลัง โดยปกติจะประกอบด้วยแถบไม้ 3 เส้น ซึ่งไม่เพียงแต่ตกแต่งเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันไวโอลินจากรอยแตกที่ขอบไม่ให้ลามเข้าไปในไม้แผ่นหน้าและหลัง การฝังเส้นขอบแบบคู่จะหายากกว่า แต่คุณอาจจะฟลุ้คเจอเข้าโดยบังเอิญก็เป็นได้ ในไวโอลินราคาถูกๆ บางครั้งเส้นขอบอาจจะไม่ใช่การฝังเส้นไม้จริง แต่ใช้การเขียนลายลงบนเนื้อไม้แทน

โดย: - [10 ก.พ. 49 13:50] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 10
    ลำตัวไวโอลิน (Violin body)
ลำตัวของไวโอลินแต่ละตัวอาจจะสูงกว่าหรือกว้างกันเล็กน้อย หรือมีช่วงเอวที่คอดกว่ากัน ไม้แผ่นหน้าอาจจะป่องหรือแบนกว่า แต่วิโอล่าจะมีหลายขนาด ทีนี้ลองมาทำความรู้จักส่วนต่างๆ ของลำตัวไวโอลินดูบ้าง

ขนาดที่แตกต่างกัน
ไวโอลินขนาดปกติ (Full-size) มักจะทำออกมาขนาดเดียวกัน มีขนาดที่ใกล้เคียงกันมากแตกต่างกันเพียงเศษเสี้ยวของนิ้วเท่านั้น แต่วิโอล่าขนาดปกติ (Full-size) ทำออกมาหลายๆ ขนาด โดยทั่วไปแล้วมีขนาดตั้งแต่ 15-17 นิ้ว ลดขนาดลงทีละ 1/2 นิ้วแต่นักวิโอล่าส่วนใหญ่นิยมใช้ขนาดประมาณ 16 นิ้ว

ขนาดกับเรื่องของเสียง
มีการทำวิโอล่าขนาดเล็กที่สวยๆ ออกมาเช่นกัน แต่วิโอล่าขนาดใหญ่มักจะให้เสียงที่ใหญ่และเต็มอิ่มกว่า ซึ่งนักวิโอล่าส่วนใหญ่จะชอบ แต่ถ้าคุณชอบวิโอล่าขนาดเล็ก คุณอาจจะต้องมองหาวิโอล่าที่กว้างกว่าและหนากว่าเล็กน้อย ให้น้ำเสียงที่ใกล้เคียงวิโอล่าแท้ๆ มากกว่าวิโอล่าที่ใช้ขนาดเล็ก ซึ่งแคบและมีความหนาน้อยกว่า

ระยะ Stop, F-stop และ Mensur ratio
คุณอาจจะพบว่าเสียงวิโอล่าขนาดใหญ่ในบางโพสิชั่นค่อนข้างจะเเบน (Flat) ซึ่งอาจเกิดจากข้อเท็จจริงที่ว่าเครื่องดนตรีตัวนั้นๆ มีระยะ Stop, f-stop และ Mensur ratio ที่ผิดปกติไป คำศัพท์เหล่านี้หมายถึง ความสัมพันธ์ของระยะจากหมอนรับสายตัวบน (Nut) ไปจนถึงขอบไวโอลินด้านบน และระยะจากขอบด้านบนไวโอลินไปจนถึงร่องบาก (Notch) ของช่องเสียง (f-hole)

ช่วงเอวของไวโอลิน (C-bout)
สำหรับไวโอลินแล้ว คุณจำเป็นต้องเรียนรู้การสังเกตความแตกต่างของลำตัวไวโอลินตัวหนึ่งกับอีกตัวหนึ่ง ไวโอลินบางตัวมีช่วงลำตัวที่กว้างกว่าตัวอื่นๆ จนเห็นได้ชัดเจน หรืออาจจะมีช่วงเอว (C-bout) ที่กว้างกว่าหรือแคบกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งแทบจะไม่มีผลในเรื่องของเสียงเลย แต่อาจจะหมายความถึงว่าไวโอลินตัวหนึ่งเหมาะกับคุณมากกว่าอีกตัว โดยเฉพาะการขึ้นโพสิชั่นสูงๆ บนฟิงเกอร์บอร์ดได้ง่ายกว่า

โดย: - [10 ก.พ. 49 13:52] ( IP A:202.12.74.5 X: )

ความคิดเห็นที่ 11
    แบบของ Stradivari
ไวโอลินหลายๆ ตัวยังคงใช้แบบไวโอลินที่ Stradivari ออกแบบเอาไว้ในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1700 รวมถึงชื่อของช่างทำไวโอลินอีกหลายๆ คนที่ถูกใช้เพื่อแสดงถึงไวโอลินแบบที่แตกต่างออกไป แน่นอนว่ามีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกัน แต่ผลงานของช่างแต่ละคนล้วนมีเอกลักษณ์ เช่น แบบของ Stradivari จะกว้างกว่าเล็กน้อยและมีช่องเสียง (f-hole) ที่สั้นกว่าแบบของ Guarneri

ในภาพคือ "Cobbett" ไวโอลินที่ Stradivari ทำขึ้นในปี ค.ศ. 1683

โดย: - [10 ก.พ. 49 13:53] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 12
    ไม้แผ่นหน้า (Top)
ไม้แผ่นหน้าเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุด เมื่อคุณลากคันชัก สายจะทำให้ไม้แผ่นหน้าเกิดการสั่นสะเทือน และการสั่นสะเทือนอันนี้เองที่เป็นตัวกำหนดเสียงไวโอลินของคุณ ไม้แผ่นหน้าคือตัวที่ทำหน้าสะท้อนเสียง (Soundboard) ของไวโอลิน

ไม้สปรู๊ซ (Spruce)
ไม้แผ่นหน้า (Top) นอกจากนั้นยังเรียกในชื่ออื่นๆ ว่า Table หรือ Belly โดยปกติจะทำจากแผ่นไม้สปรู๊ซที่เเกะสลักขึ้นรูป ไม้สปรู๊ซยังใช้ทำเบสบาร์ (Bass bar) และซาวด์โพสท์ (Sound post) เช่นกัน

โดย: - [10 ก.พ. 49 15:57] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 13
    ไม้เมเปิ้ล (Maple)
ไม้แผ่นหลังมักจะทำจากทั้งไม้แผ่นเดียวหรือ 2 แผ่น ซึ่งมีน้ำหนักและความหนาแน่นมากกว่าเล็กน้อย แผ่นหลังของไวโอลินราคาถูกอาจจะทำจากเยื่อไม้อัดเป็นชั้นๆ ไม้เมเปิ้ลยังใช้ทำโครงด้านข้าง (Rib) และคอไวโอลินเช่นกัน

โดย: - [10 ก.พ. 49 15:58] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 14
    ลายไม้
นักไวโอลินมักจะชอบไม้แผ่นหน้าที่มีลายตรงๆ ลายไม้สม่ำเสมอและไม่ห่างจนเกินไป ค่อยๆ เรียงจากกึ่งกลางลำตัวอย่างสวยงาม แน่นอนว่ามีไวโอลินบางตัวที่มีลายไม้ที่สวยงามแต่เสียงกลับไม่เพราะเอาเสียเลย แต่มีไวโอลินชั้นยอดหลายๆ ตัวที่ลายไม้ไม่สม่ำเสมอ ลายค่อนข้างกว้าง แต่เสียงดีมาก

ความป่องของไวโอลิน (Arching)
ไม้แผ่นหน้าที่มีความป่องไม่มากมักจะให้น้ำเสียงที่หนักแน่น และมีพลังมากกว่าไวโอลินที่มีความป่องมากๆ โดยปกติความป่องของไม้แผ่นหน้าไวโอลินจะอยู่ที่ 0.6 ถึง 0.7 นิ้ว (15-18 ม.ม.) แต่ไม้แผ่นหลังจะเเบนกว่าเล็กน้อย

ร่องขอบไวโอลิน (Channel)
ไวโอลินที่มีร่องขอบ (Channel) ที่ลึกและกว้างมักจะให้เสียงนุ่มนวลกว่าไวโอลินที่มีเนินรอบๆ ขอบไม่มากนัก

เส้นสายและความโค้งเว้า
คุณอาจจะลองใช้เวลาหลายๆ ชั่วโมงเพื่อสังเกตความป่องของไวโอลินซึ่งดูแล้วเหมือนๆ กันหมดแม้ว่าจะเเตกต่างกันเล็กน้อยก็ตาม อะไรคือความสำคัญของเส้นสายโค้งเว้าที่ต่อเนื่องเหล่านี้ นั่นคือไม่มีส่วนใดที่เเบนเรียบหรือเหลี่ยมมุมที่แปลกๆ เลย ยิ่งคุณมองมันมากเท่าไหร่ คุณจะยิ่งเห็นมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นความป่องที่สูงหรือต่ำเกินไป หรือแคบเกินไป

ความหนาของแผ่นไม้
ไวโอลินราคาถูกอาจจะมีไม้แผ่นหนาที่ค่อนข้างหนา ซึ่งผลิตได้ง่ายกว่า ถ้าไม้แผ่นหน้าหนาจนเกินไป เสียงของไวโอลินมักจะบาง ช่างทำไวโอลินที่เก่งๆ อาจจะวัดความหนาของไม้แผ่นหน้าละเอียดถึงเศษหนึ่งในร้อยส่วนของ 1 นิ้ว ทำให้ได้น้ำเสียงของไวโอลินอย่างที่พวกเขาต้องการ

การปรับระดับความหนาของไม้แผ่นหน้าและหลัง
ไวโอลินที่ดีจะใช้ไม้แผนหน้าและหลังที่มีการปรับระดับความหนา (Graduated) เป็นอย่างดี ความหนาที่ถูกต้องของแผ่นไม้จะเปลี่ยนไปในแต่ละจุด

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:01] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 15
    โครงด้านข้าง (Rib)
โดยปกติแผ่นไม้ด้านข้าง (Rib) ของไวโอลินขนาดปกติมักจะมีสูงกว่า 1 นิ้วเพียงเล็กน้อย ไวโอลินที่แผ่นไม้ด้านข้างไม่สูงมากอาจจะให้เสียงที่บาง และไวโอลินที่แผ่นไม้ด้านข้างสูงมากๆ อาจจะให้เสียงที่กลวง ตรงช่วงหางปลาของวิโอล่ามักจะสูงกว่าที่ช่วงปลายสุดของส่วนคอ

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:02] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 16
    การเปิดไม้แผ่นหน้าออกเพื่อซ่อมเเซม
ช่างทำไวโอลินจะใช้กาวหนังสัตว์กับงานของพวกเขา รอยต่อหรือตะเข็บไวโอลินจะยึดต่อด้วยกาวชนิดนี้ซึ่งสามารถเลาะออกได้ถ้าจำเป็น ทำให้ช่างทำไวโอลินหรือช่างซ่อมสามารถถอดไม้แผ่นหน้าออกมาซ่อมเเซมได้ แต่ไวโอลินราคาถูกอาจจะใช้กาวชนิดที่ทำให้ไม่สามารถเปิดแผ่นไม้ออกมาซ่อมเเซมได้

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:03] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 17
    คอและฟิงเกอร์บอร์ด (Neck & Fingerboard)
คอและฟิงเกอร์บอร์ดมีผลต่อการเล่นและเสียงของไวโอลิน นอกจากนั้นยังสามารถบอกได้ว่าไวโอลินตัวนั้นสร้างออกมาได้ดีหรือไม่

ฟิงเกอร์บอร์ดไม้อีโบนี่ (Ebony)
ฟิงเกอร์บอร์ดมักจะทำจากไม้อีโบนี่ (Ebony) ซึ่งเป็นไม้ที่มีความเเข็งมากชนิดหนึ่ง มีสีเข้มเกือบดำ ยิ่งฟิงเกอร์บอร์ดมีความเรียบและเนียนเท่าไหร่จะยิ่งเล่นได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ส่วนฟิงเกอร์บอร์ดไวโอลินถูกๆ เนื้อไม้อาจจะนิ่มและมีสีอ่อนกว่าแต่ทาสีดำเพื่อให้ดูคล้ายไม้อีโบนี่ คุณอาจจะแยกแยะไม้ทั้ง 2 ชนิดได้โดยสังเกตรอยสึกของไม้ซึ่งสีจะอ่อนกว่า หรือสีของเนื้อไม้จริงที่อยู่ด้านข้าง เมื่อเล่นไปนานๆ หลายๆ ปีแม้แต่ฟิงเกอร์บอร์ดที่แข็งที่สุดก็สึกได้เช่นกัน ควรจะนำฟิงเกอร์บอร์ดไปปรับแต่งใหม่ให้เรียบหรือเปลี่ยนใหม่ถ้าจำเป็น

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:05] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 18
    หมอนรองสาย (Nut)
ร่องบาก (Groove) ที่อยู่บนหมอนรองสาย (Nut) ที่ปลายด้านบนฟิงเกอร์บอร์ดเป็นตัวแบ่งระยะห่างของสายและความสูงของสายที่ปลายฟิงเกอร์บอร์ด ไม้หมอนรองสายชิ้นนี้สามารถเปลี่ยนได้เพื่อปรับระยะห่างและความสูงของสาย ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีนิ้วที่อ้วนหนา คุณอาจจะชอบหมอนรองสายที่ปรับให้มีร่องห่างกว่าปกติเล็กน้อย

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:06] ( IP A:202.12.74.5 X: )

ความคิดเห็นที่ 19
    เส้นสายของคอไวโอลิน
ส่วนคอไวโอลินมักทำสีให้อ่อนกว่า ถ้าทำสีเข้ม พอเล่นไปสักพักจะเห็นสีสันที่ซีดจางอันเกิดจากการเสียดสีของนิ้วและมือ ในไวโอลินราคาแพงๆ มักจะไม่ทำสีวานิชบริเวณส่วนคอ แต่จะลงน้ำมันไว้เล็กน้อยเพื่อป้องกันการเสียดสี ลองสัมผัสส่วนโค้งเว้าของคอไวโอลินด้วยมือคุณ เพื่อดูว่าสวยงามและไม่มีแอ่งหลุมหรือเนินให้สะดุดมือ

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:08] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 20
    ระนาบของฟิงเกอร์บอร์ด
ถ้าคุณมองจากด้านข้างจะสังเกตเห็นว่าฟิงเกอร์บอร์ดมีความเว้าเล็กน้อย (Concave) แต่ถ้าฟิงเกอร์บอร์ดไม่ได้ปรับแต่งมาแบบนั้น คุณอาจจะพบว่าสายไวโอลินสั่นสะเทือนไปกระทบกับฟิงเกอร์บอร์ดได้

การตรวจหาศูนย์ของคอไวโอลินกับลำตัว
ถ้าลองมองฟิงเกอร์บอร์ดและคอตามยาวของตัวไวโอลิน ทั้งสองส่วนควรจะตรงกันพอดี โดยปรับให้ตรงเส้นกึ่งกลางของลำตัวไวโอลิน และอย่ามองตามแนวที่อาจมีใครปรับแต่งจนเสียศูนย์ไป เพียงแค่เล็งจากส่วนคอให้ดีๆ จากหัวไวโอลิน (Scroll) ไปถึงหย่อง (Bridge)

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:10] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 21
    การเช็คตำแหน่งของหย่อง
ถ้าคุณถือไวโอลินโดยหันด้านหางปลา (Tailpiece) เข้าหาตัว คุณสามารถเช็คได้ว่าหย่องอยู่กึ่งกลางระหว่างรอยบาก (Notch) ของช่องเสียง (f-hole) ทั้ง 2 ข้างหรือไม่ หลังจากนั้นให้เช็คดูว่าสายไวโอลินวิ่งตรงกับแนวฟิงเกอร์บอร์ดหรือไม่

องศาของคอไวโอลิน
ถ้ามองจากด้านข้าง คุณจะเห็นว่าคอไวโอลินเอนต่ำลงมาเล็กน้อย ก่อนปี ค.ศ. 1800 คอไวโอลินยังไม่เป็นแบบนี้ ในยุคนั้นคอไวโอลินจะทำมุม 90 องศากับด้างข้างของลำตัว ซึ่งจะทำให้ไวโอลินมีเสียงที่ไม่ดังมากนัก องศาคอที่ชันมากขึ้นจะลดแรงกดของสายบนหย่อง ในทางกลับกัน องศาคอที่น้อยจะทำให้แรงกดบนสายมากขึ้น ทำให้เสียงดังขึ้นและมีพลังเสียงมากขึ้นด้วย

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:11] ( IP A:202.12.74.8 X: )

ความคิดเห็นที่ 22
    ไวโอลินบาโร้ค (Baroque violin)
การเล่นเพลงยุคบาโร้ค (Baroque ) นักไวโอลินมักจะใช้ไวโอลินบาโร้คแบบพิเศษมากกว่า เสียงที่ฉ่ำของไวโอลินเเบบนี้เกิดจากองศาของคอที่ชันมากกว่าและปัจจัยอื่นๆ อีก รวมถึงการใช้สายเอ็น (Gut string) (สายชนิดที่ไม่มีแกนใน ยกเว้นสาย G) และความยาวของสายที่ไม่เหมือนไวโอลินทั่วๆ ไป ไวโอลินบาโร้คจะเล่นโดยไม่ใช้ที่รองคาง (Chin rest)

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:13] ( IP A:202.12.74.5 X: )

ความคิดเห็นที่ 23
    ความสูงของสาย (String height)
ความสูงของสายคือระยะระหว่างสายกับฟิงเกอร์บอร์ด ถ้าสายไวโอลินของคุณสูงจากฟิงเกอร์บอร์ดเกินไปจะทำให้เล่นยาก แต่ถ้าต่ำเกินไปอาจจะทำให้เกิดเสียงก็อกเเก็ก นอกจากนั้นรสนิยมและชนิดของสายที่เลือกใช้ก็มีส่วนเป็นอย่างมาก ระยะของสายที่สูงขึ้น (รวมถึงการเล่นในโพสิชั่นสูงๆ ด้วย) อาจทำให้เสียงไวโอลินของคุณชัดเจนขึ้นเล็กน้อย สดใส หรือมีพลังเสียงมากขึ้น

ความสูงของสายจากฟิงเกอร์บอร์ด
สายไวโอลินบริเวณหมอนรองสาย (Nut) ต้องไม่สัมผัสกับฟิงเกอร์บอร์ด ส่วนที่ปลายฟิงเกอร์บอร์ดอีกด้านนั้น ระยะห่างระหว่างสายกับฟิงเกอร์บอร์ดจะห่างกันมาก สายที่หนากว่าจะสูงจากฟิงเกอร์บอร์ดมากกว่าสายที่บางกว่าเล็กน้อย เพราะต้องการพื้นที่ในการสั่นสะเทือนมากกว่า

ระยะความสูงของสาย
สำหรับสายไวโอลินนั้น สาย E มักจะสูงจากฟิงเกอร์บอร์ดประมาณ 0.12" (3 ม.ม.) ในขณะที่สาย G อยู่ที่ประมาณ 0.16" ถึง 0.20" (4-5 ม.ม.) แต่สายเอ็นต้องการระยะที่สูงกว่านั้น และสายโลหะต้องใกล้ฟิงเกอร์บอร์ดมากว่าเล็กน้อย สำหรับวิโอล่าให้บวกระยะความสูงของสายเข้าไปอีกประมาณ 0.02" (0.5 ม.ม.)

สายสูงเกินไป
ถ้าคุณได้ไวโอลินใหม่ๆ ที่ยังไม่ได้ปรับแต่งให้ถูกต้อง เช่น สายอาจจะสูงเกินไป การปรับแต่งอาจจะต้องเปลี่ยนหรือลดความสูงของหย่องและหมอนรองสาย (Nut) ลง

หย่อง (Bridge)
หย่องไม่เพียงแต่มีผลต่อความสูงของสายเท่านั้น แตยังมีผลต่อเสียงด้วย

ตั้งหย่องให้ถูกต้อง
ด้านหน้าของหย่องจะเอียงเล็กน้อยแต่ด้านหลังจะตรง ด้านหลังที่ตรงจะต้องตั้งฉากกับไม้แผ่นหน้าของไวโอลิน และตีนหย่องควรจะอยู่ตรงกับรอยบาก (Notch) ของช่องเสียงพอดี

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:16] ( IP A:202.12.74.5 X: )

ความคิดเห็นที่ 24
    ลายจุดบนหย่อง
หย่องบางอันจะมีลายเรียบๆ แต่บางอันจะมีจะมีจุดหรือลาย (Fleck หรือ Speckle) เต็มไปหมด ซึ่งในภาษาเยอรมันเรียกว่า Spiegelholz สำหรับตัวมันแล้ว ความแตกต่างอันนี้ไม่ได้บอกถึงความแตกต่างในด้านคุณภาพของไม้ดลย หย่องที่ไม่มีลายจุด หรือมีเพียงเล็กน้อยหรือมีจุดเต็มไปหมดนั้น มีให้เห็นทั้งในหย่องราคาถูกและแพง หย่องที่ลายไม้ที่สวยและเป็นเเนวตรงนั้นสำคัญกว่า

การเคลือบหย่องด้วยวานิชหรือน้ำมัน
ในแคทตาล็อกที่ขายไวโอลินมักจะระบุว่าหย่องที่ติดมาด้วยนั้นผ่านการเคลือบหรือไม่เคลือบ ซึ่งหมายถึงหย่องถูกคลือบด้วยวานิชหรือน้ำมัน มีบางคนที่รู้สึกว่าการเคลือบหย่องช่วยเพิ่มคุณภาพให้กับหย่อง แต่ในกลุ่มของผู้เชี่ยวชาญนิยมใช้หย่องที่ไม่ได้ทำอะไรกับมันมากกว่า

หย่องกับเสียงไวโอลิน
แน่นอนว่าเมื่อคุณเลือกไวโอลินคุณคงไม่ชั่งน้ำหนักของหย่องด้วย แต่ถ้ารู้ไว้ก็ดีว่าหย่องที่มีน้ำหนักอาจจะอุ้มเสียงเล็กน้อย คล้ายๆ กับ Mute นั่นเอง แต่หย่องที่มีน้ำหนักเบามากๆ อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียงของไวโอลินบางลง ไม่มีพลัง หรือน้ำเสียงขาดสมดุล ความแข็งของไม้ก็มีบทบทสำคัญเช่นกัน หย่องที่ทำจากไม้ที่มีความเเข็งกว่าจะให้เสียงที่ดัง หนักเเน่น และสดใสกว่า

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:17] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 25
   หย่องแบบอื่นๆ
หย่องที่ผลิตออกมามีอยู่หลายแบบแตกต่างกันไป แต่คุณจำเป็นต้องสังเกตให้ดีเพื่อแยกแยะความแตกต่างของหย่องแต่ละเเบบให้ได้ ช่างทำไวโอลินและช่างซ่อมจะมองเห็นถึงความแตกต่างอันนี้ และรู้ว่าหย่องอันในที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:18] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 26
    หย่องเปล่า
หย่องที่คุณเห็นตามร้านและแคทตาล็อกคือหย่องที่ยังไม่ได้แต่ง หย่องแต่ละอันต้องผ่านการปรับแต่งให้เข้ากับไวโอลินของคุณอย่างเหมาะสม

มีหย่องที่ตีนหย่องของมันสามารถปรับให้เข้ากับความโค้งของไม้แผ่นหน้าโดยอัตโนมัติ และแม้ว่าคุณจะชอบหย่องชนิดนี้ก็ตาม แต่ยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการปรับแต่งอยู่ดี เพราะการปรับแต่งหย่องให้เข้ากับไวโอลินนั้นยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่มากกว่าการปรับแต่งเฉพาะตีนหย่องเพียงอย่างเดียว

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:19] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 27
    ร่องสายบนย่อง
เมื่อคุณเล่นไวโอลินตัวเก่งไปนานๆ เท่าไหร่ สายไวโอลินจะยิ่งกัดลงบนหย่องมากเท่านั้น ถ้าร่องสายที่พาดหย่องจมลึกเกินไป สายจะถูกบีบจากหย่องทำให้ตั้งเสียงได้ยาก ระยะความสูงของสายก็จะลดลงและทำให้สายขาดเร็วขึ้น วิธีที่เหมาะที่สุดคือ ร่องสายควรจะลึกเพียง 1 ใน 3 ของความหนาของแต่ละสายที่พาดบนหย่องเท่านั้น

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:22] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 28
    การป้องกันสายกัดหย่อง
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของสาย E จะบางเพียง 0.01" (0.25 ม.ม.) และมักจะกัดลงไปในหย่องของคุณ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้หย่องบางชนิดจะมีกระดูกสัตว์ชิ้นไม้เนื่อเเข็งฝังเข้าไปในตำแหน่งนี้ การใช้ปลอกพลาสติกหรือหนังสัตว์ (Vellum) วางรองไว้ก่อนก็อาจจะช่วยได้

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:22] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 29
    หย่องที่ฝังไม้ Ebony

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:23] ( IP A:202.12.74.5 X: )

ความคิดเห็นที่ 30
    การเล่น 2 สายพร้อมกัน
ด้านบนของหย่องมักจะมีโค้งระนาบเดียวกับด้านบนของฟิงเกอร์บอร์ด ช่วงตรงกลางจะสูงที่สุดและต่ำที่สุดตรงตำแหน่งของสายที่เล็กที่สุด (สาย E) ในฐานะของนักดนตรีมือใหม่คุณอาจจะใช้ประโยชน์จากหย่องที่โค้งมากๆ ทำให้โอกาสที่จะลากคันชักไปโดนสาย 2 สายพร้อมกันน้อยลง แต่ถ้าคุณต้องการเล่น 2 สายหรือแม้แต่ 3 สายพร้อมๆ กัน (โดยเฉพาะดนตรีโฟล์คหรือคันทรี่) แน่นอนว่าคุณอาจจะต้องการหย่องที่มีความโค้งไม่มากนัก

หย่องงอ
หย่องส่วนใหญ่จะงอเล็กน้อยไปตามเวลาเพราะมีแรงกดของสายที่คอยกดอยู่ ไวโอลินจะให้เสียงที่ดีที่สุดถ้าหย่องอยู่ในสภาพที่ตรง ดังนั้นคุณคงต้องเปลี่ยนหย่องใหม่เมื่อถึงเวลานั้น

ความสูงของหย่อง
โดยทั่วไปแล้วความสูงของหย่องในจุดที่สูงที่สุดจะอยู่ระหว่าง 0.12" และ 0.14" (31-35 ม.ม.) ถ้าหย่องสูงเกินไป เสียงอาจจะโหวงๆ เล็กน้อย นอกจากผลที่มีต่อความสูงของสายแล้ว บางครั้งหย่องที่สูงยังใช้ชดเชยคอไวโอลินที่องศาต่ำเกินไปด้วย

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:25] ( IP A:202.12.74.8 X: )

ความคิดเห็นที่ 31
    ซาวด์โพสท์ (Sound post)
แท่งไม้ที่อยู่ข้างในลำตัวไวโอลินค่อนมาทางด้านหลังหย่องเล็กน้อย นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า 'Sound post' เป็นเเท่งไม้กลมๆ เล็กๆ ที่ไม่เพียงแต่เสริมความแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังมีผลเป็นอย่างมากในเรื่องของเสียง ช่างทำไวโอลินชาวฝรั่งเศสถึงกับเรียกมันว่า L'ame ซึ่งเเปลว่าจิตวิญญาณของไวโอลิน (Soul of the Violin)

การวัดความยาวของซาวด์โพสท์อย่างละเอียด
ซาวด์โพสท์ควรจะตรง และยาวพอที่จะยันได้อย่างมั่นคงแต่ต้องไม่ยาวจนเกินไปจนไปดันไม้แผ่นหน้าและไม้แผ่นหลังจนปริหรือแตก ตำแหน่งที่ถูกต้องของหย่องก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก การวัดต้องละเอียดขนาด 1 ใน 20 ส่วนของ 1" (1 ม.ม.)

การปรับซาวด์โพสท์
ช่างทำไวโอลินสามารถปรับเสียงของไวโอลินโดยการขยับซาวด์โพสท์ทีละนิด วิธีนี้จะทำให้ไวโอลินลดเสียงที่บาดหูลงหรือเสียงสดใสขึ้นเล็กน้อย หรือถ้าสายใดสายหนึ่งดังหรือเบากว่าสายอื่นๆ ช่างทำไวโอลินอาจลองใช้วิธีอื่นๆ ได้ เช่น ขยับตำแหน่งซาวด์โพสท์ หรือลองใช้สายแบบอื่นๆ ดูบ้าง

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:26] ( IP A:202.12.74.5 X: )

ความคิดเห็นที่ 32
    ลูกบิด (Peg) และตัวปรับเสียง (Fine tuner)
คุณสามารถปรับเสียงไวโอลินโดยใช้ลูกบิดไม้ที่อยู่บนหัวไวโอลิน ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าคุณจะปรับสายไหน และอาจจะต้องใช้ตัวปรับเสียงที่หางปลาเช่นเดียวกัน หรืออาจจะใช้ทั้ง 2 อย่างคู่กัน ทั้งลูกบิดและปุ่มปรับเสียงทำออกมาหลายแบบและหลายขนาด

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:27] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 33
    ลูกบิด
ก้านลูกบิดจะค่อยๆ เรียวลงจากเเป้นหมุนลงมา รูปทรงที่เรียวทำไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ก้านลูกบิดหมุนจนหวาน โดยปกติลูกบิดจะทำจากไม้ Ebony ซึ่งใช้ทำหางปลาและที่รองคางด้วยช่นกัน ส่วนไม้ Rosewood และ Boxwood ก็เป็นที่นิยมใช้เช่นกัน ไม้ Rosewood มีสีน้ำตาลอมเเดง ส่วนไม้ Boxwood มักจะมีสีเหลือง ไวโอลินที่ประดับประดาลวดลายด้วยไม้ Ebony จะใช้ชุดตกเเต่ง Ebony เช่นกัน

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:28] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 34
    ลูกบิดคุณภาพไม่ดีจะทำให้สายขาดง่าย
ไวโอลินราคาถูกๆ อาจจะใช้ลูกบิดที่ทำจากไม้เนื้ออ่อน ซึ่งสายจะไปกัดไม้ให้เป็นร่อง เมื่อสายตกลงไปรวมกันในร่องนั้นจะทำให้สายขาดเร็วขึ้น

การปรับแต่งลูกบิดที่ดี
ไวโอลินราคาถูกๆ มักจะตั้งเสียงได้ยากหรือสายคลายตัวได้ง่าย เนื่องจากใช้ลูกบิดที่ไม่ได้คุณภาพ หรือปรับแต่งมาไม่พอดี ลูกบิดควรจะตั้งเสียงได้ง่ายแต่ไม่ลื่น

การออกแบบหัวลูกบิด
หัวลูกบิดถูกออกแบบมามากหลากหลายรูปแบบ แบบหนึ่งที่คุ้นเคยกันดีคือรูปหัวใจ (Inverted heart) ซึ่งมีเม็ดกลมๆ ติดอยู่ด้านบน ส่วนการตกแต่งแบบอื่นๆ คือ Parisian eye จะมีเปลือกหอยมุกรูปวงกลมประดับอยู่ และล้อมด้วยวงเเหวนโลหะ เปลือกหอยรูปวงกลมนี้เรียกว่า Eye หรือ Eyelet

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:30] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 35
    ลูกบิดแบบฝังเปลือกหอยมุก (Parisian eye)

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:31] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 36
    ลูกบิดรูปหัวใจ (Inverted heart)

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:32] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 37
    ลูกบิดแบบมีหมุดกลม (Ball)

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:32] ( IP A:202.12.74.5 X: )

ความคิดเห็นที่ 38
    ลูกบิดแบบธรรมดา (Basic peg)

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:33] ( IP A:202.12.74.8 X: )

ความคิดเห็นที่ 39
    ตัวปรับเสียง (Fine tuner)
สายบางชนิด เช่น สายโลหะจะตั้งสายได้ดีขึ้นเมื่อใช้ตัวปรับเสียง (Fine tuner) เป็นตัวปรับ ไวโอลินราคาถูกมักจะใช้หางปลาเเบบมีตัวปรับเสียงในตัว แต่คุณสามารถใช้ตัวปรับเสียงแบบเเยกทีละสายได้เช่นกัน นักไวโอลินหลายๆ คนใช้สายเอ็น 3 สายผสมกับสายโลหะในสาย E ซึ่งเป็นสายเดียวที่ต้องใช้ตัวปรับเสียง

ตัวปรับเสียงกับสายสังเคราะห์
ตัวปรับเสียงสามารถใช้ได้กับสายสังเคราะห์บางชนิดได้เช่นกันแต่ไม่ทั้งหมด เพราะว่าสายอาจจะหนาเกินไปที่จะใส่ลงในร่องของตัวปรับเสียง หรือตัวปรับเสียงอาจทำให้สายขาดได้

ชื่อเเละขนาดของตัวปรับเสียง
ตัวปรับเสียงมีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษหลายชื่อ เช่น Adjuster, Tuning adjuster, String tuner, String adjuster เป็นต้น มีหลายแบบหลายขนาดให้เลือกใช้ ตัวปับเสียงแบบยาวจะเห็นก้านของมันอยู่ใต้หางปลา ถ้าคุณเลือกใช้แบบสั้นคุณจะไม่ค่อยเห็นก้านของมันมากนักนอกจากสกรูหมุน (Thumb screw) ตัวปรับเสียงแบบที่นิยมใช้กันมากๆ เช่น แบบ Hill, Uni และ Piccolo

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:35] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 40
    ตัวปรับเสียงแบบ Hill Model

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:36] ( IP A:202.12.74.5 X: )

ความคิดเห็นที่ 41
    ตัวปรับเสียงแบบสั้นหรือยาวดีกว่ากัน
มีนักไวโอลินที่นิยมใช้ตัวปรับเสียงแบบสั้น เพราะว่าตัวปรับเสียงแบบยาวจะไปลดความยาวของสายระหว่างหางปลากับหย่อง ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าจะทำให้เสียงแย่ลง แต่ยังมีนักไวโอลินเก่งๆ อีกหลายคนที่บอกว่าผลลัพธ์ไม่ต่างกันเลย

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:37] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 42
    ตัวปรับเสียงแบบไหนใช้งานได้สะดวกกว่า
ตัวปรับเสียงแบบยาวจะตั้งเสียงง่ายกว่าแบบสั้นเพราะออกแรงหมุนน้อยกว่า การใส่สายใหม่ก็ทำได้ง่ายกว่า ถ้าหางปลาอยู่ใกล้กับไม้แผ่นหน้ามากเกินไป นั่นอาจจะเป็นเพราะไม้แผ่นหน้าป่องเกินไป ซึ่งควรจะเปลี่ยนไปใช้ตัวปรับเสียงแบบสั้น ตัวปรับเสียงแบบยาวอาจทำให้ไม้แผ่นหน้าเสียหายได้ถ้าหมุนเกลียวลึกเกินไป ตัวปรับเสียงบางเเบบจะสวมปลอกพลาสติกเพื่อป้องกันปัญหา

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:39] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 43
    ลูกบิดแบบมีเฟืองทดในตัว (Gear peg)
แทนที่จะใช้ตัวปรับเสียง คุณอาจจะใช้ลูกบิดแบบใหม่ที่มีระบบเฟืองทดในตัว ถ้าจะหมุนก้านลูกบิด 1 รอบเต็มๆ คุณต้องหมุนหัวลูกบิด ( Peg head หรือ Thumb piece ) 2-3 ครั้งแทนที่จะหมุนเพียงครั้งเดียว ทำให้การปรับเสียงทำได้ง่ายกว่าลูกบิดแบบเดิม

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:39] ( IP A:202.12.74.8 X: )

ความคิดเห็นที่ 44
    สายไวโอลินเเบบปลายเป็นเม็ดโลหะ (Ball end) กับแบบห่วง (Loop E)
สายไวโอลินส่วนใหญ่จะมีเม็ดโลหะกลม (Ball end) ที่ปลายสายเพื่อเสียบลงในร่องของตัวเร่งเสียง (Fine tuner) สายโลหะสาย E จะทำออกมาทั้งแบบเม็ดโลหะกลมและแบบห่วง (Loop E) ซึ่งสายแบบที่มีเม็ดโลหะกลมต้องใช่กับตัวเร่งเสียงแบบขา 2 ก้าน ในขณะที่สายแบบห่วงสามารถใช้ได้กับตัวเร่งเสียงทั้งแบบขาก้านเดียวและ 2 ก้าน นอกจากนั้นยังมีตัวเร่งเสียงแบบพิเศษสำหรับสายเอ็น (Gut) โดยเฉพาะ และรุ่นที่มีร่องเกี่ยวสายกว้างเป็นพิเศษสำหรับสายที่หนากว่าปกติ ถ้าใช้สายหนาๆ กับตัวเร่งเสียงที่มีร่องเกี่ยวสายเเคบอาจทำให้สายขาดได้

โดย: - [10 ก.พ. 49 16:41] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 46
    หางปลา (Tailpiece)
เชื่อหรือไม่ว่าหางปลาอาจจะมีผลต่อต่อเสียงของเครื่องดนตรีด้วยเช่นกัน หางปลาทำออกมาหลากหลายแบบและวัสดุ มีทั้งแบบเรียบๆ และแบบที่มีการประดับตกแต่ง หรือมีตัวปรับเสียงในตัว

หางปลาที่มีขายในท้องตลาดมีหลากหลายรูปแบบมากมาย โดยเฉพาะหางปลาที่ทำจากไม้ หางปลา 2 แบบมาตรฐานที่รู้จักกันดีคือ หางปลาแบบฝรั่งเศส (French model) ซึ่งส่วนบนจะเพรียวกว่า และหางปลาแบบฮิลล์ (Hill model) ที่ตั้งชื่อตามผู้ผลิตชาวอังกฤษ มีเส้นสายที่งดงามและปลายที่เป็นเหลี่ยมมุม
โดย: - [27 ก.พ. 49 11:11] ( IP A:202.12.74.5 X: )

ความคิดเห็นที่ 47
    หางปลาแบบฝรั่งเศส (French model)

โดย: - [27 ก.พ. 49 11:12] ( IP A:202.12.74.5 X: )

ความคิดเห็นที่ 48
    หางปลาแบบฮิลล์ (Hill model)

โดย: - [27 ก.พ. 49 11:12] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 49
    สายควรจะวิ่งขนานระหว่างหย่องกับหางปลา
สายไวโอลินควรจะวิ่งขนานไปกับหย่องและหางปลา ถ้าสายไม่วิ่งขนานแสดงว่าหางปลาแคบหรือกว้างเกินไปสำหรับเครื่องดนตรีตัวนั้นๆ

โดย: - [27 ก.พ. 49 11:16] ( IP A:202.12.74.5 X: )

ความคิดเห็นที่ 50
    หางปลาแบบมีลวดลาย
ถ้าคุณใช้ตัวปรับเสียง (Fine tuner) ที่เป็นสีทอง คุณอาจจะชอบหมอนรับสายของหางปลา (Tailpiece saddle) เป็นสีเดียวกัน โดยปกติเเล้วสันไม้ตรงนี้มักจะเป็นสีดำ คุณอาจจะใช้หางปลาแบบที่มีลวดลายเช่น Parisian eye หรือรูปแกะสลักต่างๆ ได้

โดย: - [27 ก.พ. 49 11:17] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 51
    หางปลามีผลต่อเสียงไวโอลินอย่างไร
หางปลามีผลต่อเสียงของไวโอลินพอสมควรเช่นเดียวกับหย่อง หางปลาที่หนักอาจจะอุ้มเสียงเล็กน้อย ทำให้เสียงขาดความสดใสลงไปบ้าง คล้ายๆ กับการใช้หย่องที่หนักหรือใช้ Mute ที่เบาๆ ในทางกลับกัน ถ้าใช้หางปลาที่น้ำหนักเบาจะให้เสียงที่ชัดเจนและสดใสกว่า เช่นเดียวกับการใช้หย่องที่น้ำหนักเบาเกินไปซึ่งอาจจะทำให้เสียงขาดความคมชัดไปบ้างเล็กน้อย

การใช้ตัวเร่งเสียงกับหางปลา
แต่ความแตกต่างอันนี้อาจจะไม่ชัดเจนมากนัก แต่ถ้าคุณใช้หางปลาที่หนักๆ ใกล้กับหย่องมากเกินไป และใช้ตัวเร่งเสียงขนาดใหญ่ที่มีก้านยาวๆ ด้วยละก็ มวลของวัตถุที่เพิ่มขึ้นและอยู่ใกล้ๆ หย่องจะทำให้เสียงเครื่องดนตรีของคุณอับทึบลงอย่างสังเกตได้ชัดเลยทีเดียว

โดย: - [27 ก.พ. 49 11:19] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 52
    หางปลาสำหรับวิโอล่า
วิโอล่ามีอยู่หลายขนาด ดังนั้นหางปลาของวิโอล่าจึงมีหลายขนาดเช่นเดียวกัน การเลือกหางปลาวิโอล่าที่มีขนาดเหมาะสมกับวิโอล่าของคุณจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะความยาวของหางปลามีผลต่อความยาวของสายจากหย่องถึงหางปลา ซึ่งหางปลาวิโอล่ามักจะบอกขนาดของวิโอล่าที่ใช้คู่กับมันไว้ที่ด้านล่างของตัวหางปลา

โดย: - [27 ก.พ. 49 11:20] ( IP A:202.12.74.7 X: )

ความคิดเห็นที่ 53
    เคล็ดลับการทดสอบไวโอลิน
ถ้าคุณเล่นไวโอลินทุกๆ ตัวที่แขวนอยู่ทั้งแถวแล้วละก็ เมื่อคุณเล่นไวโอลินตัวสุดท้ายคุณจะลืมไปเลยว่าเสียงของไวโอลินตัวแรกเป็นอย่างไร เคล็ดลับการเล่นทดสอบไวโอลินต่อไปนี้จะทำให้การเปรียบเทียบไวโอลินง่ายขึ้น

นำไวโอลินตัวเก่าไปด้วย
ถ้าคุณมีไวโอลินของเดิมอยู่แล้วและกำลังจะไปเลือกซื้อตัวใหม่ก็ให้นำตัวเดิมไปด้วย การเปรียบเทียบโดยใช้ไวโอลินตัวอื่นเทียบจะช่วยให้คุณพิจารณาเสียงที่ได้ยินได้ง่ายขึ้น และถ้ามีคันชักของเดิมก็ให้นำไปด้วยเช่นกัน หรือให้ใช้คันชักที่ดีที่สุดที่ทางร้านมีอยู่ การใช้คันชักดีๆ จะช่วยให้คุณรู้จักศักยภาพของไวโอลินแต่ละตัวได้ดีขึ้น

หาคนเล่นให้ฟัง
ถ้าคุณไม่ได้เล่นเองหรือพึ่งหัดเล่นใหม่ๆ คุณจะไม่รู้เลยว่าเสียงไวโอลินดีหรือไม่ดี หรือไม่ก็รู้ตามแบบของคุณเอง ดังนั้นควรจะขอให้ใครซักคนลองเล่นให้ฟังเพื่อที่คุณจะได้รู้ถึงความแตกต่างของไวโอลินแต่ละตัว คนที่ลองให้คุณฟังอาจจะเป็นช่างทำไวโอลินก็ได้

การทดสอบไวโอลินโดยใช้การฟังเสียง
ถ้าคุณขอให้ใครเล่นให้ฟัง คุณสามารถได้ยินเสียงไวโอลินจากระยะไกลๆ เสียงจะค่อนข้างแตกต่างจากที่คุณเล่นเเละฟังเอง เคล็ดลับอีกอย่างคือ ถ้าคุณไม่สามารถตัดสินใจเลือกขั้นสุดท้ายได้ในกลุ่ม 2-3 ตัวสุดท้าย ให้ลองสลับไวโอลิน ซึ่งคุณจะไม่รู้ว่ากำลังเล่นตัวไหนอยู่ จะทำให้คุณเลือกโดยใช้การฟังอย่างแท้จริง คุณจะไม่เห็นราคา รายละเอียดความประณีตของงาน ยี่ห้อ อายุ หรืออะไรก็ตาม การเลือกไวโอลินโดยการฟังเสียงบางครั้งนักไวโอลินก็เลือกไวโอลินราคาถูกกว่าที่เขาคิดเอาไว้ แต่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ได้เช่นกัน

เริ่มต้นด้วยไวโอลินที่เสียงต่างกัน
เคล็ดลับ: เริ่มต้นด้วยการฟังไวโอลินที่แตกต่างกัน 2 ตัว ตัวแรกน้ำเสียงสดใส ส่วนอีกตัวเสียงฉ่ำและทุ้มลึก การรู้ความแตกต่างที่ตรงกันข้ามอาจทำให้การค้นหาไวโอลินของคุณง่ายขึ้น

เลือกทีละ 3 ตัว
ก่อนอื่น เลือกไวโอลินที่คุณฟังครั้งแรกแล้วชอบออกมาอย่างคร่าวๆ หลังจากนั้นเลือกออกมา 3 ตัว และลองเปรียบเทียบกันดู เอาตัวที่คุณชอบน้อยที่สุดออกแล้วแทนที่ด้วยอีกตัวหนึ่งจากที่คุณเลือกไว้ครั้งแรก เปรียบเทียบทั้ง 3 ตัวอีกครั้งหนึ่ง

เล่นเพลงง่ายๆ
ถ้าคุณมีไวโอลินให้เลือกเยอะ ควรเล่นแต่เพียงสั้นๆ จะทำให้เลือกได้ง่ายขึ้น เล่นอะไรก็ได้ที่ง่ายๆ จะทำให้คุณมีสมาธิอยู่กับไวโอลินมากกว่าจะสนใจในสิ่งที่คุณกำลังเล่น อาจจะเล่นสเกลก็ได้ เมื่อเลือกจนเหลือเพีย 2-3 ตัวแล้ว และคุณต้องการที่จะเลือกจริงๆ คุณอาจจะต้องการเล่นให้นานขึ้นและใช้เพลงที่มีเทคนิคพิเศษมากขึ้นและนั่นจะทำให้คุณรู้จักไวโอลินเหล่านั้นได้ดียิ่งขึ้น

เปรียบเทียบไวโอลินแต่ละตัวแบบสายต่อสาย
คุณอาจจะเปรียบเทียบไวโอลินแต่ละตัวแบบสายต่อสาย หรือโน้ตต่อโน้ต ลองดูว่าสายเปิดสาย E เสียงเป็นอย่างไร เล่นทั้ง 4 สายให้เสียงดังเท่าๆ กัน และเสียงในโพสิชั่นสูงๆ เป็นอย่างไรบ้าง หลังจากนั้นลองดีดสายหรือลองเล่นโน้ตยาวๆ ดูบ้าง

ใช้สายชนิดเดียวกัน
ไวโอลินที่คุณกำลังเลือกควรจะตั้งเสียงให้ถูกต้องในระดับเสียงเดียวกัน มิฉะนั้นเสียงของมันจะนุ่มกว่าตัวอื่นๆ เล็กน้อย นั่นเป็นเพราะว่ามันตั้งเสียงต่ำกว่าปกตินิดนึง ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้เองที่ทำให้คุณควรเลือกไวโอลินที่ใช้สายชนิดเดียวกัน ถ้าไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าคุณกำลังเปรียบเทียบสายแทนที่จะเป็นการเปรียบเทียบไวโอลิน
โดย: - [27 ก.พ. 49 11:24] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 54
    เทคนิคการฟังเสียงไวโอลิน
แน่นอนว่าการอธิบายเรื่องความแตกต่างของเสียงของไวโอลินด้วยคำพูดนั้นเป็นเรื่องไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะคำพูดที่ทุกคนจะเห็นด้วย แต่เคล็ดลับต่างๆ ต่อไปนี้จะทำให้การเลือกไวโอลินด้วยการฟังทำได้ง่ายขึ้น

เสียงและความกังวาน
ไวโอลินบางตัวมีเสียงที่เบาและไม่มีพลังเลยไม่ว่าคุณจะอัดหนักขาดไหนก็ตาม ถ้าคุณอยู่ในวงออร์เคสตร้าและใช้ไวโอลินแบบนี้ คนอื่นๆ จะไม่ได้ยินเสียงไวโอลินของคุณเลย ในขณะที่ไวโอลินอีกตัวสามารถได้ยินในระยะไกลพอสมควรแม้ว่าจะเล่นเบาๆ ก็ตาม ไวโอลินแบบนี้เรียกว่ามีการถ่ายทอดเสียงที่ดี (Good projection)

การตอบสนองที่ดี
ไวโอลินควรมีการตอบสนองที่ดี นั่นหมายถึงเสียงดีและตอบสนองได้ทันทีแม้ว่าคุณจะเล่นเบามากก็ตาม ถ้าการตอบสนองไม่ดีจะทำให้เล่นยาก ทำให้คุณต้องออกแรงเน้นในทุกๆ โน้ต ถ้าไวโอลินมีการตอบสนองที่ไม่ดีจะต้องใช้เวลาเล็กน้อยกว่าจะขึ้นถึงระดับเสียงของมัน สำหรับวิโอล่านั้น สาย C อาจจะเกิดปัญหาได้มากที่สุดมากเนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่าสายอื่นๆ

เสียงไม่คมชัด
เสียงของไวโอลินบางตัวจะคล้ายๆ กับจะไม่ได้โทนเสียงของมันอย่างที่ควรจะเป็น ขาดน้ำเสียงที่เป็นพื้นฐานของไวโอลิน ให้สุ้มเสียงที่เบาหวิวและขาดความชัดเจน ปัญหาเรื่องการตอบสนองที่ช้าและน้ำเสียงที่ไม่คมชัดอาจจะเกิดได้ทั้งจากสาย คันชัก ยางสน หรือตัวคุณก็เป็นได้

พลังและสีสันของเสียง
เสียงของไวโอลินควรจะดังและเบาตามที่คุณเล่นนั่นเเสดงว่ามีพลังเสียงที่ดี แต่ถ้าไวโอลินตัวนั้นไม่มีพลังเสียงจะทำให้ศักยภาพการเล่นของมันขาดอะไรบางอย่างไปเล็กน้อย ไวโอลินควรจะสามารถสร้างคุณลักษณะของเสียงที่แตกต่างกันหรือ 'สีสัน' ได้ดี ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเล่นใกล้ๆ ฟิงเกอร์บอร์ดเสียงควรจะนุ่มนวลกว่าเล่นใกล้ๆ หย่องอย่างสังเกตได้ชัด และเสียงของมันควรจะดีในทั้ง 2 จุดที่กล่าวมา

น้ำเสียงสม่ำเสมอ
สาย E ไม่เพียงแต่เสียงสูงกว่าสายอื่นๆ เท่านั้นแต่เสียงของมันยังต่างกันอีกด้วย ถ้าคุณเล่นสาย E สายเปล่าบนสาย 1 และเล่นเสียงเดิมบนสาย A และ D คุณจะได้ยินเสียงเดิมในลักษณะเสียง (Timbre) ที่แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม ไวโอลินควรจะมีน้ำเสียงที่สม่ำเสมอและสมดุล เสียงของแต่ละสายที่แตกต่างกันไม่ควรจะเหมือนกับเล่นไวโอลินตัวหนึ่งแล้วกระโดดไปอีกตัวหนึ่ง

เรื่องของความชอบส่วนตัว
นอกจากที่กล่าวมาแล้ว โดยมากแล้วเรื่องของเสียงมักจะเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคล จำไว้เลยว่าถ้าให้คน 2 คนฟังเสียงไวโอลินตัวเดียวกัน พวกเขาอาจจะใช้คำพูดที่แตกต่างกันเพื่ออธิบายสิ่งที่ได้ยิน ถ้าคนหนึ่งอธิบายว่าเสียงหยาบหรือกระด้าง (ความหมายอีกนัยคือ 'ไม่ชอบ' นั่นเอง) ส่วนอีกกคนอาจจะบอกว่าน้ำเสียงสดใสหรือชัดเจน ความหมายอีกนัยคือ 'ชอบ' นั่นเอง) และน้ำเสียงที่ไพเราะอบอุ่นของคนหนึ่งอาจจะหมายถึงเสียงอับทึบสำหรับอีกคนหนึ่งก็เป็นได้ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบหรือไม่ชอบและอธิบายออกมาเป็นคำพูดว่าอย่างไรต่างหาก

น้ำเสียงที่เต็มอิ่ม
ไวโอลินที่ดีๆ เท่าไหร่จะยิ่งมีน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมมากขึ้นเท่านั้น เสียงที่เต็มเปี่ยมหมายถึงน้ำเสียงที่เต็มอิ่มดังกังวาน นั่นหมายถึงว่ามันมีทุกๆ อย่างในตัวของมัน และนั่นหมายถึงว่าคุณสามารถสร้างน้ำเสียงได้หลากหลายสีสัน ทั้งฉ่ำหวานและมีชีวิตชีวา นุ่มนวลและสดใส เศร้าสร้อยและเบิกบาน ทุ้มหม่นและเปิดเผย

ไวโอลินเสียงไม่ดี
มีคำคำบางคำที่คล้ายคลึงกับคำว่า 'ไวโอลินเสียงไม่ดี' คือคำว่าเสียง Nasal หรือเสียงขึ้นจมูก (คล้ายๆ ไวโอลินเป็นหวัด) เสียงก้องๆ (คล้ายๆ กับกำลังเล่นอยู่ในห้องน้ำ) เสียงบาง (คล้ายๆ กับไวโอลินขนาดเล็กๆ) หรือเสียงอับ (คล้ายๆ กับเอาผ้าห่มไปคลุมทับมัน) และทุกๆ คนต่างก็รู้อยู่แล้วว่าแต่ละคำมีความหมายว่าอย่างไร
โดย: - [27 ก.พ. 49 11:30] ( IP A:202.12.74.5 X: )

ความคิดเห็นที่ 55
    การเลือกไวโอลินมือสอง
ถ้าคุณต้องไปซื้อไวโอลินมือ 2 มีข้อควรจำที่สำคัญอยู่ 2-3 ข้อดังนี้คือ

ร่องรอยการซ่อม
ข้อแรก ไม่ว่าจะมีรอยแตกตรงไหนก็ตาม ไวโอลินที่เหมาะเเก่การเลือกจะเป็นไวโอลินที่ซ่อมเเซมเรียบร้อยแล้ว และถ้าคุณต้องการซื้อไวโอลินที่ต้องเอาไปซ่อมเองภายหลัง คุณก็จำเป็นต้องรู้ว่าจะต้องเตรียมค่าซ่อมไว้เท่าไหร่ ความเสียหายบางอย่างสามารถมองเห็นได้ง่าย แต่บางอย่างก็ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เมื่อเป็นดังนี้คุณต้องทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญเสียเอง เพื่อพิจารณาว่าไวโอลินเหล่านั้นซ่อมมาดีแค่ไหน แต่ถ้ามีข้อสงสัยให้นำไวโอลินไปให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินราคาเสียก่อน

ข้อควรระวังในการเลือกซื้อไวโอลินมือสอง
ต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณต้องตรวจสอบเมื่อจะซื้อไวโอลินมือ 2
- รอยวานิชลอก ส่วนแรกที่ต้องตรวจสอบคือให้ใช้มือซ้ายสัมผัสกับลำตัวไวโอลิน ถ้าวานิชตรงส่วนนั้นลอกออกหมดเเล้ว คุณอาจจะต้องทำอะไรกับมันซักอย่าง
- ถ้าวานิชชนิดนั้นสามารถซ่อมได้ โดยปกติจะใช้การแต่งสีหลังการซ่อม ตรวจดูให้แน่ใจว่าคุณหรือช่างซ่อมไวโอลินของคุณทำได้อย่างถูกต้อง
- ตรวจตรงขอบไวโอลิน (Edge) เพราะเป็นจุดที่ไวโอลินถูกกระเเทกบ่อยที่สุด การซ่อมขอบไวโอลินอาจจะเสียค่าใช้จ่ายหลายสตางค์อยู่ ตามความเสียหายของมัน
- รอยแตกบนไม้แผ่นหน้าหรือหลังมักจะวิ่งตามแนวยาว รอยแตกตรงซาวด์โพสท์ (Sound post) และเบสบาร์ (Bass bar) มักจะมองเห็นได้ยากและซ่อมได้ยากเข้าไปอีก
-ส่วนอื่นๆ ที่ต้องตรวจหารอยแตกคือฐานคอไวโอลิน และด้านข้าง โพรงลูกบิด (Pegbox) ใกล้ๆ กับลูกบิด (Peg)
-ถ้าลูกบิดฝังลงไปในโพรงลูกบิดมากเกินไป อาจจะต้องอุดและเจาะช่องใส่ลูกบิดใหม่ (Bushing) รวมถึงเปลี่ยนลูกบิดชุดใหม่ ซึ่งเป็นงานซ่อมที่แพงทีเดียว
-กาวที่ติดไวโอลินอาจจะหมดอายุได้ เช่น ตามขอบรอยต่อต่างๆ หรือตรงส่วนคอ ค่อยๆ เคาะไวโอลินเบาๆ ด้วยข้อนิ้วมือ อาจจะช่วยให้คุณเจอรอยต่อตรงที่กาวหลุดออกได้ ลองตรวจความป่องของไม้แผ่นหน้าไวโอลิน บางครั้งแรงกดของสายอาจทำให้ไม้แผ่นหน้าตรงตำแหน่งของเบสบาร์ยุบตัวลงเล็กน้อย หรือสูงขึ้นเล็กน้อยตรงตำแหน่งซาวด์โพสท์

โดย: - [27 ก.พ. 49 11:33] ( IP A:202.12.74.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 56
    หนอนไม้ (Woodworm)
หนอนไม้จะฝังตัวลงไปในเนื้อไม้โดยทิ้งรูเล็กๆ เอาไว้ ซึ่งอาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ทีเดียว โดยเฉพาะถ้ามันไปกัดกินไม้แผ่นหน้าหรือหลังเข้า แต่คุณจะไม่พบหนอนไม้ในไวโอลินที่นำออกมาเล่นบ่อยๆ เพราะมันไม่ชอบเสียงดนตรี ถ้าคุณอยากรู้ว่าคุณกำลังประสบปัญหานี้หรือเปล่า ให้วางไวโอลินลงบนกระดาษสีดำทิ้งไว้ 1 คืน ถ้าวันรุ่งขึ้นมีฝุ่นผงไม้บนกระดาษสีดำนั่นแสดงว่าไวโอลินของคุณถูกผู้บุกรุกเข้ายึดครองแล้ว

โดย: - [27 ก.พ. 49 11:34] ( IP A:202.12.74.6 X: )