| เทคนิคมือขวา : Bow Changes
|
เทคนิคมือขวา : Bow Changes Bow Changes : การเปลี่ยนคันชักจากสีขึ้นเป็นสีลง หรือจากสีลงเป็นสีขึ้น ในการเล่นไวโอลินนั้น ส่วนมากบทเพลงที่บรรเลงต้องการให้ผู้เล่น เล่นให้เสียงตัวโน๊ตแต่ละตัวต่อเนื่องกัน ลื่นไหลดั่งสายน้ำ ในการสีนั้นถ้าเริ่มจากโคนคันชักไปจนถึงปลายคันชัก เราก็จะเรียกกันว่า 1 คันชัก ใน 1 คันชักนั้นสามารถทำให้เกิดเสียงได้ทั้ง 1 จังหวะ 2 จังหวะ 3 จังหวะ...ถ้าในบทเพลงกำหนดให้เล่นตัวโน๊ต 4 ตัว ในคันชักเดียว แต่ผู้เล่นลากคันชักได้เร็วเกินไป ทำให้เล่นได้เพียง 3 ตัวโน๊ต เหลืออีก 1 ตัวโน๊ต ก็สุดปลายคันชักแล้ว เราก็จะเรียกกันว่าคันชักหมด ความจริงมิได้หมดแต่อย่างใด เพียงแต่เราลากเร็วไปหน่อย จนมีการล้อเลียนกันว่าแบบนี้ต้องต่อคันชักไปอีกสักสามวาเป็นอย่างน้อย ถ้าเราเล่นตัวโน๊ตได้ไม่หมดในคันชักเดียวตามที่กำหนดแล้วมีการเปลี่ยนจากสีลงเป็นสีขึ้น หรือจากสีขึ้นเป็นสีลง อาจจะด้วยความตื่นเต้นหรือปัจจัยใดก็แล้วแต่ เสียงที่ออกมาก็จะสะดุดให้อารมณ์กระตุกตามไปด้วย เราก็เรียกกันว่าแอบเปลี่ยนคันชัก ความจริงก็มิได้มีการเปลี่ยนไปใช้คันชักอันอื่นแต่อย่างใด เพียงแต่เปลี่ยนกระบวนการสีให้ผู้ฟังจับได้ แม้แต่คนเล่นเองก็อดสะดุ้งไม่ได้เช่นกัน ผู้ที่ทำคันชักหมดก่อนเวลาอันควรส่วนมากก็จะเป็นตอนปีแรกๆ หากเล่นนานไปแล้วประสบการณ์ก็จะช่วยให้แก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวได้จนจบบทเพลง แต่หากได้ฝึกซ้อมเป็นอย่างดีแล้ว ปัญหาดังกล่าวก็จะหมดไป
ในการเปลี่ยนคันชักแต่ละครั้งมักจะเกิดอาการ "คลิก" เกิดขึ้น มันก่อให้เกิดเสียงรบกวนโสตประสาทและอารมณ์ของผู้เล่นและผู้ฟัง สาเหตุประการสำคัญก็คือเราทำการเปลี่ยนคันชักโดยการลดน้ำหนักของคันชักอย่างฮวบฮาบ มันเหมือนกันว่าเรายกคันชักออกจากสายโดยสิ้นเชิงแล้วเริ่มตั้งหลักสีขึ้นสีลงใหม่ แบบนี้นอกจากจะเกิดอาการคลิกแล้ว ก็จะเกิดอาการหลุดจังหวะอีกด้วย การหลีกเลี่ยงอาการที่ว่า มี 2 จุดที่จะต้องพิจารณา คือ
จุดแรก : ที่ตำแหน่งโคนคันชัก หรือที่กบ หรือ ฟร็อก จะเรียกมันอย่างไรดีล่ะ ตรงจุดนี้เราจะกดข้อมือลงก่อนที่จะเปลี่ยนคันชัก พร้อมกับการลดน้ำหนักกดบนสายด้วยการใช้นิ้วก้อยกดที่ปลายโคน แบบนี้จะทำให้น้ำหนักกดบนสายลดลง หางม้าก็จะสัมผัสกับสายแต่เพียงเล็กน้อย
จุดที่สอง : ที่ปลายคันชัก จะถูกควบคุมน้ำหนักด้วยนิ้วชี้ เมื่อจะเปลี่ยนคันชัก เราก็จะคลายน้ำหนักที่กระทำโดยนิ้วชี้ออกไป ทั้งสองจุดนี้ก็จะทำไปพร้อมกัน ในเวลาเดียวกัน ดูภาพประกอบ ก็จะเข้าใจวิธีการดังกล่าว | | โดย: พ.ป. [9 ก.พ. 49 12:30] ( IP A:202.12.74.6 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่
2 แบบฝึกหัด 1 การสีขึ้น : 1.ยกคันชักออกจากสายโดยการควบคุมที่โคนคันชัก 2.ปล่อยให้สายสั่นสะเทือนเกิดเสียงค้างอยู่ 3.เริ่มการสีลง โดยยังไม่สัมผัสสาย แล้วค่อยๆ ให้หางม้าสัมผัสสายโดยยังเคลื่อนไหวคันชักอยู่ ให้นึกในใจว่าคันชักเป็นเครื่องบินที่กำลังลงจอด มันก็จะเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุดตอนที่ล้อแตะรันเวย์ 4.จำกัดเวลาของการที่หางม้าไม่สัมผัสสายให้น้อยที่สุด และเสียงต้องดังต่อเนื่องกัน ตอนที่หางม้าเทคออฟจากสาย สายก็ยังสั่นค้างอยู่ 5.อย่ายกคันชักออกจากสายโดยสิ้นเชิง ให้ผ่อนน้ำหนักการสัมผัสแทน ให้ใช้ความรู้สึกที่โคนคันชักโดยการลงน้ำหนักที่นิ้วก้อยเพื่อ "ยก" และลดแรงกดของนิ้วก้อยเพื่อปล่อยน้ำหนักกดของคนชักลงบนสายตามแรงโน้มถ่วง
ดูรูปครับ *** รูปจำกัดที่ 100 เค การเคลื่อนไหวอาจหยาบไปบ้าง | | โดย: พ.ป. [10 ก.พ. 49 12:35] ( IP A:202.12.74.6 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่
3 แบบฝึกที่ 2 ลองทำวิบราโตด้วยขณะที่ทำการเปลี่ยนคันชัก ผ่อนแรงกดของนิ้วชี้มือขวาในขณะที่เปลี่ยนคันชัก
การวิบราโตในขณะเปลี่ยนคันชักด้วยนั้นทำให้เสียงต่อเนื่องไม่ได้ยินเสียงของการเปลี่ยนคันชัก | | โดย: พ.ป. [10 ก.พ. 49 12:43] ( IP A:202.12.74.7 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่
4 ฝึกไปให้ถึงระดับสุดยอดของการเปลี่ยนคันชัก การทริล Trill อย่างต่อเนื่องจะช่วยซ่อนรอยต่อของการเปลี่ยนคันชักได้ ข้อมือขวาทำงานประสานกันเป็นอย่างดีกับนิ้วชี้และนิ้วก้อยในการลงน้ำหนักผ่อนน้ำหนักตอนเปลี่ยนคันชัก ที่ปลายคันชักผ่อนแรงกดโดยคลายน้ำหนักนิ้วชี้สักเสี้ยววินาทีตอนเปลี่ยนคันชัก | | โดย: พ.ป. [10 ก.พ. 49 12:46] ( IP A:202.12.74.5 X: ) |  |
|