ตลาดนัด  <<  กลับไปหน้าแรก

ประเภทของกล้องดูดาว
   ประเภทของกล้อง :
กล้องโทรทรรศน์เมื่อแบ่งตามลักษณะของกล้องสามารถจำแนกได้ 3 แบบ คือ
1. กล้องโทรทรรศน์ชนิดหักเหแสง ( REFRACTOR TELESCOPES )
2. กล้องโทรทรรศน์ชนิดสะท้อนแสง ( REFLECTOR TELESCOPES )
3. กล้องโทรทรรศน์ชนิดผสม ( MIRROR-LENS ( CATADIOPTRIC ) TELESCOPES )

กล้องโทรทรรศน์ชนิดหักเหแสง ( REFRACTOR TELESCOPES)
เป็นกล้องโทรทรรศน์ที่ใช้เลนส์เป็นตัวรับแสงจากวัตถุ กล้องโทรทรรศน์ชนิดนี้เป็นที่รู้จักมาตั้งแต่ยุคแรก ๆ ซึ่งนักดาราศาสตร์คนแรกที่ใช้งานคือ กาลิเลโอ (Galileo) หลักการทำงานของกล้อง คือ เลนส์ใกล้วัตถุ ( Objective lens ) ที่อยู่ด้านหน้าของลำกล้อง จะหักเหแสงของวัตถุและส่งผ่านลำแสงไปยังเลนส์ตา ( Eyepiece ) ซึ่งอยู่ทางด้านท้ายของกล้อง จากนั้นก็ปรับโฟกัสที่เลนส์ตาเพื่อให้แสงผ่านเข้าสู่ตาของผู้สังเกต เมื่อผู้สังเกตปรับโฟกัสได้แล้ว ภาพที่เห็นจะมีความคมชัดและมีขนาดใหญ่กว่าการสังเกตด้วยตาเปล่า กล้องโทรทรรศน์ชนิดหักเหแสงนี้จากรูปร่างลักษณะแล้วผู้คนจะคุ้นเคยกันมากที่สุด จากรูปแบบที่เรียบง่ายและมีเลนส์ด้านหน้าที่รับแสงจากวัตถุทำให้ภาพที่ได้มีรายละเอียด ความใสและคมชัดมาก พร้อมกันนี้จากทางเดินของแสงภายในลำกล้องก็ไม่มีอุปกรณ์ที่คอยรบกวนทางเดินของแสงได้



สำหรับข้อด้อยของกล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสงจะเกิดปัญหาเมื่อใช้เลนส์คุณภาพต่ำ ซึ่งจะทำให้เกิดความคลาดสี ( Chomatic aberration ) เช่น เห็นวงสีแดงเกิดรอบ ๆ ขอบของวัตถุ หรือเป็นสีรุ้ง ภาพของวัตถุที่สังเกตจะเป็นภาพกลับหัวแต่ก็จะมี Diagonal ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานติดมาด้วยโดยจะช่วยในการกลับภาพ สำหรับปัญหาความคลาดสี กล้องชนิดหักเหแสงของ Meade ทุกรุ่นจะมีการแก้ไขปัญหาในจุดนี้ซึ่งเรียกว่า Achromatic สำหรับกล้องชนิดหักเหแสงที่มีคุณภาพสูงขึ้นมาอีกของ Meade คือ รุ่น Apochromatic ที่มีเลนส์พิเศษด้านหน้า 2 ชิ้น ที่ช่วยกำจัดปัญหาความคลาดสีได้ดีมากขึ้น ผลที่ได้จะทำให้ภาพมีความคมชัดสูง



กล้องโทรทรรศน์ชนิดสะท้อนแสง ( REFLECTOR TELESCOPES )
กล้องโทรทรรศน์ชนิดสะท้อนแสงหรือที่เราคุ้นเคยกันและเรียกว่า กล้องโทรทรรศน์แบบนิวโทเนียน ( Newtonian ) การทำงานทั้งหมดของกล้องส่วนสำคัญอยู่ที่กระจก โดยแสงจะถูกรวมด้วยกระจกโค้งที่เรียกว่า Primary mirror แล้วสะท้อนกลับไปยังกระจกหรือปริซึมชิ้นที่สอง ( Secondary mirror ) เพื่อจะสะท้อนลำแสงไปสู่เลนส์ตา ( eyepiece ) เนื่องจากกล้องชนิดนี้ใช้กระจกแทนเลนส์จึงทำให้ไม่เกิดปัญหาเรื่องความคลาดสี แต่ถ้ากระจกที่รับแสงไม่เป็นรูปพาราโบลาอย่างแท้จริงจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องความคลาดทรงกลม ( Spherical aberration ) จากลักษณะของกล้องชนิดสะท้อนแสง ตำแหน่งของเลนส์ตาจะอยู่ด้านข้างและติดส่วนหน้าของกล้อง ซึ่งทำให้สะดวกต่อการใช้งานเมื่อกล้องต้องชี้วัตถุในมุมสูงกลางท้องฟ้า เมื่อเปรียบเทียบขนาดหน้ากล้องระหว่างกล้องโทรทรรศน์ชนิดหักเหแสงกับกล้องโทรทรรศน์ชนิดนี้ถ้าขนาดหน้ากล้องเท่ากัน กล้องชนิดนี้จะมีราคาถูกกว่ามาก เนื่องจากการทำกระจกให้ใหญ่ทำได้ง่ายกว่าการทำเลนส์










สำหรับข้อด้อยของกล้องโทรทรรศน์แบบนิวโทเนียนอยู่ที่การออกแบบโดยใช้กระจก เมื่อกระจกมีขนาดใหญ่จะทำให้กล้องยาวมากขึ้น ซึ่งไม่สะดวกในการขนย้าย อีกเหตุผลหนึ่งคือ กระจกหรือปริซึมสะท้อนแสง ( Secondary mirror ) ที่ติดอยู่ส่วนหน้าของลำกล้องจะกั้นแสงจากวัตถุบางส่วนไว้ มีผลทำให้ความคมชัดของภาพลดลง รวมทั้งการปรับระบบกระจกให้อยู่ในแนวเดียวกันต้องอาศัยความชำนาญ แต่ปัญหานี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะตามปกติแล้วกล้องแบบนิวโทเนียนจะได้รับการปรับระบบกระจกมาจากโรงงานแล้ว

กล้องโทรทรรศน์ชนิดผสม ( MIRROR LENS ( CATADIOPTRIC ) TELESCOPES )
กล้องโทรทรรศน์ชนิดผสมนี้โดยระบบการทำงานแล้วมีรูปแบบมาจากกล้องโทรทรรศน์ชนิดสะท้อนแสงหรือนิวโทเนียน ตำแหน่งที่มองภาพของกล้องชนิดผสมจะมองที่ส่วนท้ายของลำกล้อง ชื่อเรียกของกล้องชนิดนี้บางครั้งถูกเรียกว่ากล้องผสมแบบกระจก-เลนส์ ( Mirror Lens ) ถ้าเปรียบเทียบกล้องชนิดนี้กับกล้องอีก 2 ชนิดที่กล่าวมา กล้องชนิดผสมสามารถทำหน้ากล้องให้ใหญ่และตัวกล้องมีขนาดที่กระทัดรัดในขณะที่มีความยาวโฟกัสสูง ๆ ได้ ระบบการทำงานของตัวกล้องแบบผสม คือ แสงจากวัตถุจะผ่านเข้าสู่หน้ากล้องโดยผ่าน Correcting lens หรือ Correcting plated แล้วหักเหสู่ Primary mirror ที่อยู่ส่วนท้ายของกล้อง จากนั้นแสงจะถูกสะท้อนไปยัง Secondary mirror ที่ติดกับ Correcting plated หรือ Correcting lens แล้วสะท้อนกลับมายังส่วนท้ายกล้องที่มีเลนส์ตา ( eyepiece ) อยู่ ซึ่งจะเป็นตำแหน่งสุดท้ายที่ภาพจะปรากฏ เมื่อสังเกตวัตถุจากกล้องแบบผสม ภาพของวัตถุที่สังเกตจะมีความคมชัดสูง และในปัจจุบันกล้องแบบผสมจะมีรูปแบบที่เล็กกระทัดรัด ซึ่งทำให้มีความคล่องตัวและขนย้ายสะดวกมากขึ้น ถ้าเทียบขนาดหน้ากล้องที่เท่
โดย: [0 3] ( IP )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 2
   ง 2 นิ้ว ตามทฤษฎีแล้วกล้องโทรทรรศน์ที่มีขนาดหน้ากล้องเท่ากันจะรวมแสงจากวัตถุเท่ากันและให้ภาพที่เหมือนกัน อย่างไรก็ตามถึงแม้ขนาดหน้ากล้องจะเท่ากัน แต่ถ้าวัสดุที่ใช้ในการรับแสงแตกต่างกัน การเคลือบหน้ากล้องหรือเคลือบกระจกรับแสงแตกต่างกัน ชนิดกล้องหรือเลนส์ตา ( Eyepiece ) ที่ใช้ต่างกัน ก็มีผลทำให้ภาพที่เห็นแตกต่างกันได้
คุณสมบัติของระบบรับแสง ( OPTICAL SPECIFICATIONS )
คุณสมบัติของระบบรับแสงมีความสำคัญเช่นเดียวกับหน้ากล้อง คุณสมบัตินี้ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทำและการเคลือบ ( coatings ) ยกตัวอย่างเช่น กล้องหักเหแสงที่เป็นแบบ Apochromatic จะมีคุณสมบัติในข้อนี้เด่นกว่าแบบ Achomatic เพราะแบบ Apochomatic มีการแก้ความคลาดสีที่สมบูรณ์กว่า คุณสมบัติของระบบรับแสงเป็นเรื่องของการนำเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องในการผลิต ซึ่งตามหลักแล้วจะต้องให้ตรงกับทฤษฎีทาง Physics แต่ในทางปฏิบัติกระทำได้ยาก การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องจะเห็นได้จากลักษณะกล้องที่มีเลนส์หรือกระจกที่ทำมาจากแก้ว BK7 Superclear ซึ่งยอมให้แสงในย่าน Ultraviolet ผ่านได้ และการเคลือบแบบ EMC Super-multi coating ทำให้แสงผ่านเข้าสู่ลำกล้องได้มากขึ้น
กำลังขยาย ( MAGNIFICATION POWER )
กำลังขยายเป็นหนึ่งในความสำคัญระดับต้น ๆ ของการพิจารณาเลือกใช้กล้องโทรทรรศน์ กำลังขยายของกล้องสามารถคำนวณได้ดังนี้ ความยาวโฟกัสของกล้องมีค่าคงที่ ดังนั้นถ้าผู้ใช้ต้องการเพิ่มกำลังขยายก็สามารถทำได้ โดยนำเลนส์ตาที่มีขนาดความยาวโฟกัสสั้นมาสังเกตวัตถุ จะทำให้ได้กำลังขยายที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มกำลังขยายของกล้องแต่ละตัวจะมีข้อจำกัดเกี่ยวกับหน้ากล้องที่รับแสงด้วย ซึ่งเราเรียกว่า Dawes’ Limit คือ หน้ากล้อง 1 นิ่วไม่ควรใช้กำลังขยายเกิน 50X (50เท่า) เช่น ถ้าใช้กล้อง ETX 60 หน้ากล้อง 60 mm. คิดหน้ากล้องเป็นนิ้วจะได้ 2.4 นิ้ว ดังนั้นเมื่อสังเกตวัตถุด้วยกล้อง ETX 60 กำลังขยายสูงสุดที่ควรใช้คือ 2.4x50 = 120X (120เท่า) ไม่ควรสังเกตวัตถุเกินนี้เพราะภาพที่ได้จะเบลอ แยกรายละเอียดไม่ออก แต่ก็มีจุดให้คิดเหมือนกันคือ ถ้าวัตถุที่สังเกตมีความสว่างมาก เราก็สามารถเพิ่มกำลังขยายให้เกินขอบเขตมาตรฐานได้ เพราะแสงที่เข้าสู่หน้ากล้องจะมากกว่าปกติ
ความยาวโฟกัสและโฟกัสเรโช ( FOCAL LENGTH AND FOCAL RATIO )
ความยาวโฟกัสวัดได้ในหน่วยมิลลิเมตรและมีความสำคัญในการหาค่ากำลังขยายของกล้อง พร้อมกันนี้ยังมีส่วนในการหาค่าโฟกัสเรโชด้วย ค่าโฟกัสเรโช เป็นค่าความยาวโฟกัสของกล้องต่อขนาดหน้ากล้อง เช่น f/16 เป็นค่าที่สูงทำให้วิวในการรับแสงแคบ แต่จะมีความคมชัดของวัตถุสูงมาก เหมาะกับการสังเกตดาวเคราะห์ ถ้า f/4 เป็นค่าโฟกัสเรโชที่ต่ำวิวในการรับแสงจะกว้าง ถ้าถ่ายภาพจะใช้เวลาในการรับแสงจากวัตถุเร็วแต่ภาพจะมีความคมชัดต่ำ กล้องส่วนมากจะมีค่าโฟกัสเรโชประมาณ f/10 ซึ่งเป็นค่าโฟกัสเรโชที่เหมาะสม วิวในการรับแสงมีขนาดที่ไม่กว้างหรือแคบเกินไป เมื่อถ่ายรูปก็ใช้เวลาไม่เร็ว-ไม่ช้าเกินไป ภาพที่ออกมาก็จะมีความคมชัดดีด้วย

โดย: ดดดดดดดด [18 มี.ค. 47 22:35] ( IP A:203.107.209.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
   

โดย: ddddd [18 มี.ค. 47 22:41] ( IP A:203.107.209.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
   

โดย: ddddd [18 มี.ค. 47 22:42] ( IP A:203.107.209.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
   

โดย: dddddd [18 มี.ค. 47 22:43] ( IP A:203.107.209.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
   

โดย: dddd [18 มี.ค. 47 22:43] ( IP A:203.107.209.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
   

โดย: ddddd [18 มี.ค. 47 22:44] ( IP A:203.107.209.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
   ช่วยหาประดยชน์ของกล้องดูดาวให้หน่อยสิค่ะ

โดย: cry [22 ธ.ค. 51 18:19] ( IP A:117.47.141.146 X: )

ความคิดเห็นที่ 10
   ตอบ ความคิดเห็นที่ 9
ช่วยหาประโยชน์ของกล้องดูดาวให้หน่อยสิค่ะ
ถ้าไม่มีกล้องดูดาว มนุษย์เรายังเชื่อว่า โลกแบน และ ก็ยัง คิดว่า สสารดวงดาวทั้งหมดยังโคจรรอบโลก สรุป ต้องโง่ต่อไปอีกเป็นพันปี
โดย: yo [1 พ.ค. 52] ( IP A:125.25.83.203 X: )

ความคิดเห็นที่ 11
   ก้อพอดูได้ ถ้าถามว่าให้ผ่านไหมหรอคะ ให้ผ่านค่ะ
โดย: mildgasby_za@hotmail.com [26 ม.ค. 53 11:30] ( IP A:61.7.171.134 X: )

ความคิดเห็นที่ 12
    Meade 114EQ-ASTR
กล้องตัวนี้เป็นอย่างไรบ้างคับ ในเรื่องของการใช้งาน ขอคำแนะนำด้วยคับ

โดย: sirote362009@hotmail.com [23 พ.ย. 55 22:14] ( IP A:125.27.22.101 X: )

ความคิดเห็นที่ 13
   meade etx-90 at ค่าใช้จ่ายเท่าใด
โดย: khingkamin@hotmail.com [29 ก.ย. 56 10:09] ( IP A:24.72.208.86 X: )

ความคิดเห็นที่ 14
   กรุณาช่วยบอกผม Noy kub
โดย: khingkamin@hotmail.com [29 ก.ย. 56 10:10] ( IP A:24.72.208.86 X: )

คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)

ทำเพื่อยืนยันตัวตนว่าไม่ใช่ คอมพิวเตอร์


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน