ประเทือง เอมเจริญ
   ครั้งแรกที่ได้เห็นอาจารย์ประเทือง ก็เป็นช่วงที่เขามีอายุมากพอควรแล้วครับ คืออยู่ในยุคใส่ชุดดำไว้ผมมวย ตอนนั้นเป็นการแสดงเดี่ยว ที่หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ประมาณปี 2523 เห็นจะได้ครับ เห็นงานจริงๆ ตัวเป็นๆ กับเรื่องราวของความยากลำบากต่างๆ นานาแล้ว ต้องนับถือความอดทนจริงๆ เพราะจากการเป็นช่างเขียนโปสเตอร์และใบปิด ที่มีรายได้ค่อนข้างดี อาจารย์ประเทืองยอมทิ้งทุกสิ่งเพื่อการเป็นศิลปิน

งานของอาจารย์เป็นการถ่ายทอด แสง และ สี ในธรรมชาติ โดยงานที่มีชื่อเสียงมากๆคืองานในชุดที่ถ่ายทอดสีต่างๆจากแสงอาทิตย์ ซึ่งอาจารย์เคยให้สัมภาษณ์ รวมถึงเล่าให้ฟังว่า แสงสีที่ได้เกิดจากการฝึกมองแสงจากดวงอาทิตย์โดยตรงด้วยตาเปล่า เริ่มจากการฝึกสังเกตแสงตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตก ค่อยๆฝึกจนสามารถมองแสงจากดวงอาทิตย์ได้ด้วยตาเปล่า ก็สามารถเห็นสีสันต่างๆพร่างพรายเป็นประกาย แล้วก็เลือกหยิบมาใช้ตามใจต้องการ

เรื่องราวจากธรรมชาติทำให้ตอนเรียนปี 2 (ปี 2528) อาจารย์ประเทืองได้รับเชิญจากอาจารย์ชัยณรงค์ให้มาบรรยายและสาธิตการวางโครงสีและการเขียนภาพ land scape บางคนอาจสงสัยว่างานของอาจารย์ประเทืองเท่าที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นงานแบบ abstract แต่งานของอาจารย์ทั้งหมดสร้างขึ้นจากทิวทัศน์ธรรมชาติ ดังนั้น สีสันและลีลาต่างๆ แบบ land scape จึงเป็นเรื่องที่อาจารย์สามารถบอกเล่าให้ฟังได้อย่างชัดเจน

ยังจำได้ว่าสูตรการเขียนภาพ land scape ของอาจารย์คือ ให้เข้าไปยืนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ แล้วให้มีมุมองแบบ panorama แล้วอาจารย์ก็ลองเขียนๆ ร่างๆ โชว์ทีแปรงประมาณหนึ่งลงบนกระดาษ
พอบรรยายจบแล้วอาจารย์จะกลับ พวกเราก็ขอให้อาจารย์เซ็นชื่อลงบนกระดาษที่อาจารย์ทดลองทีแปรง จากกระดาษลองวาดเล่นเลยกลายเป็นผลงานของศิลปินใหญ่ทันที

วันนั้นทั้งวันพวกเราหลายคนสนุกสนานไปกับการเลียนแบบลายเซ็นของศิลปินใหญ่
โดย: -พี่แอ๊ด- [1 ต.ค. 47 23:43] ( IP A:202.183.146.244 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   สามสิบปีที่แล้ว
ชื่อ ประเทือง นามสกุล เอมเจริญ
...............................
วันนั้นเขามาพร้อมกับสัมภาระที่จำเป็น
เพียงไม่กี่ชิ้น ข้าพเจ้ารีบยกมือไหว้ทัก
ทายช่วยหอบสัมภาระที่เกินมือของท่าน
สิ่งเดียวที่ท่านไม่ยอมมอบให้ใคร
ย่ามผ้าสีดำ ซึ่งเปรียบเสมือนส่วนหนึ่ง
ของยูนิฟอร์มตลอดกาลของท่าน
"ผมมาจัดนิทรรศการศิลปสัญจรในนามกลุ่ม
ธรรม..." ท่านแย้มคำทักทาย ข้าพเจ้าและ
พรรคพวกที่ยะลารู้ภาระกิจของท่านล่วงหน้า
เกินเดือนแล้ว
..."ผมชื่อนิคอเละ ระเด่นอาหมัด.." ข้าพเจ้า
แนะนำตัวเองก่อนเพราะไม่แน่ใจว่าท่านยังจำ
..."จำได้ครับ อาจารย์นิคอเละ ระเด่นอาหมัด
ผมเห็นผลงานของอาจารย์ในหนังสือหลายเล่ม"
.........................................

ผมรู้จักประเทือง เอมเจริญ นานเท่ากับชื่อของเขาเริ่มปรากฏในหน้าหนังสือ
รายเดือนของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เมื่อครั้งกระโน้น ถ้าจำไม่ผิดฉบับ มิถุนายนมณี
นานพอกับการรู้จักชื่อจ่าง แซ่ตั้งกับบทกวีติดอ่างของท่าน( คำเปรียบเปรยของ
มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ) ในยุคนั้นท่านได้รับสมญานามว่า ศิลปินแห่งย่านบางแค
อาจจะเรียกว่า เป็นชุมทางของศิลปินนอกสถาบัน เท่าที่จำความได้ศิลปินเหล่านี้
ประกอบด้วย ประเทือง เอมเจริญ จ่าง แซ่ตั้ง และสมชัย หัตถกิจโกศล ก่อนที่
แต่ละคนจะแยกทางเดินเป็นของตัวเอง ในยุคนั้นข้าพเจ้ายังอยู่ในเครื่องแบบ
นิสิตประสานมิตร มีโอกาสพบเจอกับศิลปินใหญ่เหล่านี้ตอนจัดนิทรรศการศิลปะ
อาจารย์อารี สุทธิพันธ์ที่ข้าพเจ้ายกย่องในฐานะเป็นครู เป็นปราชญ์ทางด้านศิลปะ
และเป็นศิลปิน ท่านต้องการให้ประสานมิตรเป็นสนามแห่งปัญญา นิสิตศิลปะใน
ยุคนั้นจึงมีโอกาสได้ฟังหลาย ๆ ทัศนะของท่านเหล่านี้ ตั้ง ถวัลย์ ดัชนีที่โด่งดัง
ที่สุดในยุคนั้น ดำรงค์ วงศ์อุปราช อิทธิ คงคากุล ฯลฯ ร่วมกันอภิปราย
แสดงโลกทัศน์เกี่ยวกับศิลปะอย่างกว้างขวาง ในจำนวนท่านเหล่านี้ บางท่านโอ้
อวด คุยเขื่อง และอหังการ์ บางคนพูดไม่รู้เรื่อง บางคนอ่อนน้อมถ่อมตน เราได้
พบความหลากหลายในความเป็นศิลปิน ประเทือง คือภาพศิลปินที่น่าประทับใจ
เขา คือแบบอย่างของศิลปินที่เปี่ยมล้นด้วยอัธยาศัยไมตรี พวกเราสมัยนั้น
เป็นที่ประทับใจทั้งคนในวงการศิลปะและคนนอกวงการ ...
"สัญลักษณ์ของผมคือดวงอาทิตย์..." สิ่งที่ท่านแนะนำตัวเองในขณะนั้น
เราได้ยินกิติศัพท์ของการแสวงหาแสงสีในมวลอากาศโดยท่านทดลองเพ่งแสงอาทิตย์
ด้วยตาเปล่า และได้สะท้อนลงบนผ้าใบของท่าน ด้วยแสงเหลือบรุ้ง เลื่อมพรรณราย
ไม่ว่าจะเป็นภาพหุบเขาที่กาญจนบุรี หรือภาพเงาสะท้องจากหยดน้ำค้างบนใบบัว
ภาพทุกภาพบ่งบอกถึงความอุตสาหของท่านตั้งแต่การวางซ้อนสีเหลือบที่ทอด้วยลาย
เส้นตวัดที่โอนไหวสะบัดพริ้ว เราคำนวณเวลาของการทำงานในแต่ละภาพคงร่วม
เดือนกว่าจะได้ภาพสมบูรณ์สักชิ้น แต่ราคาซื้อขายภาพสมัยนั้ยน้อยกว่าค่าตัวเมืยเช่า
ของจีไอหลายเท่านัก ข้าพเจ้าจึงยกย่องความเป็นเอกบุรุษทางด้านศิลปะของท่าน
"ผมไม่มีเงินมีแต่จะซื้อนมให้ลูก เซ็นปะบัญชีตั้งแต่ปากซอยยันก้นซอย...ผมต้องซื้อ
สีในขณะที่ลูกและเมียต้องการนมและข้าวสารเพื่อยั้งชีพ..."
ในนาทีนั้นเรานึกถึงวินเซนต์ ผู้ยอมอดโซเพื่อเอาเงินมาจ้างนางแบบเพื่อเขียนภาพ
แต่เขาโชคยังดีมีน้องชายธีโอคอยจุนเจือทางการเงิน แต่ประเทืองไม่มี...นอกจาก
สองมือและใจดวงเดียวที่สุมด้วยไฟศิลปะและโชติช่วงตลอดเวลา
เหตุการณ์ต่าง ๆผ่านไปสามสิบกว่าปี ประเทืองวันนี้ ได้เก็บอตีตหลายอย่างบนผืน
ผ้าใบและความทรงจำ
ประเทืองวันนี้ ไม่เหมือนกับประเทืองในอดีตวันนี้เขามีครบในสิ่งที่เขาอยากมี จะ
ขาดก็เพียงผลงานศิลปะที่เขายังไม่ได้ทำ และไม่รู้ว่าต้องทำอีกกี่มากน้อย
วันนี้เขามายะลาเพื่อจัดนิทรรศการสัญจรในนามกลุ่มธรรมชื่อชุดว่า มโนภาพ
แต่สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคือเก็บบันทึกภาพทุกภาพเท่าที่โอกาสอำนวยด้วยลาย
เส้นปากกา ดินสอ สีน้ำ และก้อนสมอง ประเทืองได้เก็บเกี่ยวมโนภาพจากยะลา
ไปหลายส่วนก่อนที่จะถ่ายทอดเป็นภาพสีน้ำมันสะท้อนทัศนียภาพเหนือเขี่อนกั้น
ชายฝั่งแม่น้ำปัตตานีที่สะเต็ง
ประเทือง รับปากกับพวกว่า ก่อนที่ท่านจะเดินทางกลับอยากจะมอบภาพเขียนของ
ท่านไว้เป็นวิทยาทานสักชิ้น แน่นอนว่า เราอยากได้สีน้ำมันมากที่สุด เพราะมันหมาย
ถึงความทนทานต่อความชื้นของบรรยากาศฟ้าหมาดฝนทางภาคใต้ แต่เราเกรงใจว่า
ท่านต้องใช้เวลามาก แต่ครั้นถึงเวลาจริง ๆ ท่านให้ข้าพเจ้าเตรียมผ้าใบ สีและเครื่อง
มือเท่าที่ท่านเห็นว่าจำเป็น ข้าพเจ้าในฐานะที่เขียนรูปเป็นอาชีพจึงไม่มีปัญหาเรื่อง
สีและเครื่องมือ ข้าพเจ้ามีของพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกแก่ท่าน ดังนั้นทุกอย่าง
จึงลงตัวโดยไม่ยุ่งยาก
วันนั้นเป็นโปรแกรมเสริมของนิทรรศการศิลปะสัญจร "มโนภาพ" ที่เราไม่ได้มีกำหนดล่วงหน้า
ประเทืองพร้อมกับอุปกรณ์เขียนภาพที่ข้าพเจ้าตระเตรียมไว้ และสิ่งที่เขาพร้อมตลอดเวลา
ก็คือหัวใจ ที่พร้อมจะทำงานศิลปะตลอดเวลา นักศึกษาจำนวนหนึ่งเฝ้ารอตั้งแต่เช้าที่เรา
ประกาศว่า ศิลปินใหญ่จากกรุงเทพจะสาธิตการเขียนภาพสีน้ำมันที่หอประชุมพิฆเณศร์
ขณะที่ประเทืองเข้าสู่บริเวณหอประชุม ได้รับการปรบมือต้อนรับจากนักศึกษา แม้จำนวนจะไม่
มากมายเหมือนเช่นการปรบมือต้อนรับศิลปินเพลงป๊อบแต่บรรยากาศดูขรึมขลังกว่า ประเทือง
ในชุดดำชุดใหม่ ได้บรรยายสั้น ๆ ก่อนที่จะลงมือละเลงสีแต่งแต้มจากจุดเล็ก ๆ กลางผ้าใบ
ค่อยสยายฝีแปรงแผ่กว้าง จากผ้าใบสีขาวบริสุทธิ์ รอยตวัด ลาก ขีด ข่วน แต่งแต้ม รอยแล้ว
รอยเล่า เกือบจะไม่ซ้ำรอยเดิม ไม่ช้าไม่นานจึงปรากฎเป็นภาพดวงตะวันยามเย็นกำลังยอแสง
เงินยวงผ่านอณูอากาศเหลือบเลื่อมประภัสสร หลังฉากคือตลิ่งสูงของสันเขื่อนกั้นแม่น้ำ
ปัตตานี ท่ามกลางความเงียบที่ทุกคนจดจ่อกับภาพบนผ้าใบที่ค่อย ๆ แย้มโฉมทีละนิด จนในที่
สุดก็สมบูรณ์เต็มภาพ ประเทืองลุกขึ้นยืนเพื่อยืนยันว่า เขียนภาพเสร็จ แล้ว
นี่คือบันทึกการทำงานของประเทืองที่ยะลาที่ข้าพเจ้าได้บันทึกด้วยความประทับใจ
เพื่อเตือนความจำ ว่าครั้งหนึ่งนักศึกษาจากราชภัฎยะลาได้มีโอกาสต้อนรับอาคันตุกะทางศิลปะ
ที่ยิ่งใหญ่ วันนี้ภาพเขียนสีน้ำมันชิ้นนี้ยังคงเก็บรักษา ณ หอศิลปกรรมร่วมสมัย สถาบันราชภัฎยะลา


ที่มาhttp://yalor.riy.ac.th/~nicoleh/pratuang.htm

โดย: เจน ว่าที่ยะลา กับที่ครุศิลป์ อ.ท่านสอนคล้ายๆกัน [2 ต.ค. 47 2:06] ( IP A:203.107.193.180 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   มาชื่นชมด้วยความอิ่มเอมใจ
โดย: ปลาทานคับ [2 ต.ค. 47 14:07] ( IP A:69.163.80.11 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   
ชอบสีในงานของอ.ประเทืองมากๆ

เป็นศิลปินไทยที่ผมชื่นชมมากๆ ที่สุดท่านนึง
และรู้สึกว่าท่านสมควรได้รับการยกย่องที่มากกว่านี้ครับ

โดย: เส สัญลักษณ์แห่งกระทู้สาระ [2 ต.ค. 47 17:02] ( IP A:203.150.217.114 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   เป็นตัวอย่างที่ดีครับท่านนี้
โดย: กน [2 ต.ค. 47 20:40] ( IP A:203.172.48.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน
คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน
คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน
คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน
คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน
คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน คน
ที่ป้ายรถเมล์
จ่าง แซ่ตั้ง
กับบทกวีติดอ่างของท่าน
( คำเปรียบเปรยของมรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช )

อีกบทหนึ่งที่จำได้เป็นคำว่า "ประชาชน" เรียงซ้ำๆกัน เป็นคำว่า
" 14 ตุลา "
โดย: -พี่แอ๊ด-ถึงเดือนตุลาคมอีกแล้ว! [2 ต.ค. 47 22:41] ( IP A:202.183.145.50 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   โธ่! พี่เสครับ อ.ประเทืองหงะท่านดังมาสามสิบปีแล้ว ยังได้เท่านี้เลย

ในช่วงสามสิบปีที่ผ่านมา มีศิลปินผุดขึ้นอีกมาก ล้มเลิกก็อีกมาก
ไอ้ที่ยังยืนหยัดอยู่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะดังเท่าอ.ประเทือง

คนชอบวาดรูปก็อย่างนี้แหละครับพี่
โดย: เจน [4 ต.ค. 47 9:31] ( IP A:203.144.165.155 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ชอบทั้งที่แกเขียนบันทึกด้วยนะ
ศิลปินไทยที่ชอบอีกก็มีงานของ สมยศ สมบูรณ์ค่ะ
โดย: หมวยก๋ำ [5 ต.ค. 47 16:47] ( IP A:203.172.48.19 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   อยู่ยะลามานานไม่เห็นจะรู้เลย
โดย: เด็กศิลป์สงขลา [15 ก.ย. 50 22:24] ( IP A:222.123.244.247 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   มีโอกาส............ได้เจอตัวจริงงานสาธิตการเขียนภาพ ประกอบกับบทเพลงคลาสิก..........เจ๋ง สุด ๆ

ที่สุดแล้ว..อ. ประเทือง เอมเจริญ

และพรุ่งนี้วันเกิด อ. ประเทือง ด้วย ขอให้ท่านมีสุขภาพ แข็งแรงนะคะ สร้างสรรค์ผลงานดีดี ต่อไป ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ
โดย: ศิลปศึกษา. [9 ต.ค. 50] ( IP A:202.12.73.11 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
    [ i> ปู่จำหนูได้มั้ยค่ะหนูชื่อด.ญ.แพรวพรรณ เอมเจริญลูกพ่อ
สมโภชน์ เอมเจริญค่ะหนูไปงานเปิดงานหอศิลป์มาด้วยภาพทุกภาพlวยมากเลย หนูขอให้ปู่สุขภาพแข็งแรงนะค่ะ
โดย: praewnarak008@hotmail.com [12 ต.ค. 50 18:30] ( IP A:117.47.66.131 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ดี
โดย: wave1122_a_a@hotmail.com [22 ม.ค. 54 19:09] ( IP A:223.205.219.143 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ผมชื่นชมผลการอาจารย์มานานครับ ผมมีโอกาศได้ถ่ายรูปกับอาจารย์และขอลายเซ็นอาจารย์ที่ โรงแรม ซีเอส ปัตตานี ตอนที่มาแสดงผลงานที่ปัตตานี ทุกวันนี้ยังเก็บรูปนั้นไว้เป็นสมบัติอย่างดี ขอให้อาจารย์มีสุขภาพที่แข็งแรง ผลิตผลงานให้ชาวโลกได้เห็นถึงจิตวิญญาณศิลปินไทยที่ไม่ต่างกับศิลปินต่างชาติไม่ว่าทุกยุคทุกสมัย
โดย: snews1_tv35t@hotmail.com [12 ก.พ. 54 6:35] ( IP A:118.173.186.98 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   The greathest artist of Thailland.
โดย: chokvibul@yahoo.co.th [1 เม.ย. 54 12:49] ( IP A:202.91.18.194 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)




คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน