50ปีที่ผ่านมากับภาพประทับจิตใจของพวกเราชาวตลาดบ้านโป่ง
   เป็นภาพที่อยู่ในหนังสือ งานฉลองลานเอนกประสงค์ ศาลเจ้าแม่เบิกไพร เป็นภาพจากการถ่ายของร้าน"ศรีเงิน"บ้านโป่ง ร้านภาพที่เก่าแก่ที่สุดของชาวบ้านโป่ง ร้านนี้คงมีภาพเก่าหาดูยากเกี่ยวกับบ้านโป่งเยอะทีเดียว ถ้าท่านได้เข้ามาในเวบไซท์นี้ ขอได้โปรดกรุณาโพสต์ภาพเหล่านี้เพื่อให้อนุชนชาวบ้านโป่งรุ่นหลังๆได้รู้ประวัติของบรรพชน ถือว่าเป็นวิทยาทาน

โดย: ชาวบ้านโป่งโดยกำเนิด [24 ส.ค. 47 15:49] ( IP A:203.150.217.116 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   เขาบอกว่าตราครุฑของอำเภอที่ในหลวงเสด็จประทับ จะไม่เหมือนกับตราครุฑของอำเภอทั่วไป ใครที่มีความรู้ด้านนี้ช่วยชี้แจงหน่อยครับ
โดย: พี่รุ่นเก๋า [25 ส.ค. 47 8:51] ( IP A:64.110.74.244 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ในขณะที่ในหลวงท่านทรงประชวรเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่เก่าแก่ที่สุดแห่งนึง

มีข้าราชบริพารเข้าเยี่ยมจำนวนมาก
ทุกคนคงจำได้ที่เป็นข่าวใหญ่โตที่นายกฯคนปัจจุบัน บังอาจถวายบัตร 30บาท ให้
พระองค์ เพื่อใช้สิทธิ์ สร้างความแค้นเคืองใจให้พสกนิกรชาวไทยทุกคน
แต่ไม่มีใครรู้เบื้องหลังว่าพระองค์ ทรงตอบว่าอย่างไร
ในหลวงทรงตรัสว่า "ไม่เป็นไรหรอก หากข้าพเจ้าไม่สามารถจ่ายค่ารักษาได้
แต่คงสามารถใช้บัตรผู้สูงอายุได้ หรือจะใช้สิทธิข้าราชการของบุตรี (ฟ้าหญิง) ก็ได้"
ท่านพูดเสียงเรียบๆ ไม่ได้รู้สึกว่าถูกลบหลู่เลย
พูดเสร็จก็ยื่นบัตรทองใบนั้น ให้นายกที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
ฟังแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ว่าท่านตอบได้น่ารักมาก

เคยมีคนถามผมว่า นับถือใครมากที่สุด
คิดถึงคนแรกและคนเดียวเลยคือ ในหลวง
ท่านเหนือกว่ากษัตริย์ใดในโลกหล้า ยิ่งใหญ่กว่าวีรบุรุษคนใดในตำนาน
มีคุณธรรมประเสริฐล้ำเทียบพระโพธิสัตว์
ขอถวายความจงรักภักดีจนกว่าชีวีจะหาไม่




.....เราจับได้แล้ว.....
ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ
....ครั้งหนึ่งในงานนิทรรศการ "ก้าวไกลไทยทำ" วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2538
The BOI Fair 1995 commemorates the 50th Anniversary of His Majesty
King Bhumibol Adulyadej's reign" (Board of Investment Fair 1995
BOI)

หลังจากที่เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ
ตามศาลาการแสดงต่างๆ ก็มาถึงศาลาโซนี่ (อิเล็กทรอนิกส์)
ภายในศาลาแต่งเป็น "พิภพใต้ทะเล" โดยใช้เทคนิคใหม่ล่าสุด
"Magic Vision" น้ำลึก 20,000 league จะมีช่วงให้แลเห็นสัตว์ทะเลว่ายผ่านไปมา
ปลาตัวเล็กๆ สีสวยจะว่ายเข้ามาอยู่ตรงหน้า
ข้อสำคัญเขาเขียนป้ายไว้ว่า...
ถ้าใครจับปลาได้เขาจะให้เครื่องรับโทรทัศน์พวกเราไขว่คว้าเท่าไหร่ก็จับไม่ได้
เพราะเป็นเพียงแสงเท่านั้น
แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า "เราจับได้แล้ว"
พร้อมทั้งทรงยกกล้องถ่ายรูปชูให้ผู้บรรยายดู
แล้วรับสั่งต่อ "อยู่ในนี้" ต่อจากนั้นคงไม่ต้องเล่า
เพราะเมื่ออัดรูปออกมาก็จะเป็นภาพปลาและจับต้องได้
บริษัทโซนี่จึงต้องน้อมเกล้าฯถวายเครื่องรับโทรทัศน์ตามที่ประกาศไว้...



.....หมึกไม่ออก.....
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อนงค์รัตน์ สุขุม
....วันที่ 19 กรกฎาคม 2526 เป็นวันพระราชทางปริญญาบัตรที่จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย
ส่วนใหญ่นายกสโมสรอาจารย์จะเป็นผู้ดูแลถวายปากกาให้ทรงลงประปรมาภิไธย
แต่ในปีนั้น ดิฉันในฐานะอุปนายกสโมสรอาจารย์ได้รับหน้าที่นี้แทน
ก่อนจะเสด็จประราชดำเนิน เราก็ดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างอย่างระมัดระวังที่สุด

โดยเฉพาะปากกาลองกันหลายครั้งจนมั่นใจว่าไม่มีปัญหาแน่
พอเสด็จฯ มาถึงท่านก็ทรงลงประปรมาภิไธย
ปรากฏว่าทรงจรดปากกาลงไปแล้วแต่ไม่มีหมึกออกมา
เราก็ตกใจมากเลย ไม่รู่จะทำยังไงดี
นึกในใจว่าเป็นความบกพร่องของเราแน่ๆ ลองมากไปจนหมึกหมด
ดิฉันก็เลยถวายกระดาษทิชชูเปล่าๆ ที่อยู่ในมือให้ท่าน เพื่อจะให้ท่านทรงเช็ด ปากกา
แต่ท่านทรงพระเมตตามากเลย
สีพระพักตร์ที่ท่านมองดิฉันเหมือนกับจะตรัสว่า
"ไม่ ต้องตกใจ"
แล้วก็ทรงนำปากกามาลองที่มือดิฉันที่มีกระดาษทิชชู่
ปรากฏว่าหมึกออก จากนั้นก็ทรงหันไปลงพระปรมาภิไธยในสมุด
พอท่านเสด็จพระราชดำเนินไปแล้ว
ทุกคนก็รีบเข้ามาดูกระดาษที่ทรงลองปากกาแผ่นนั้นกันใหญ่
ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล วิรุฬห์รักษ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งคณบดีคณะศิลปกรรม ศาสตร์ บอกว่า
"พี่ๆ ขอหน่อยเถอะพี่ จะเอาไปเป็นมงคล"
ก็เลยแบ่งให้อาจารย์ไปส่วนหนึ่ง...



.....ทุกข์ยามดึก.....
พลตำรวจตรีสุชาติ เผือกสกนธ์ ผู้อำนวยสำนักงานโครงการพระดาบส อดีตอธิบดีกรม ไปรษณีย์โทรเลข
....การที่ได้ทรงพระกรุณารับฟัง และติดต่อทางวิทยุตำรวจเป็นประจำ
จึงทรงทราบความลำบาก ความเดือดร้อนของข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย
..ตำรวจประจำตู้ยามบางคนคับแค้นใจ เกี่ยวกับปัญหาครอบครัว ปัญหาการครองชีพ
เมื่อเสพสุราแล้วครองสติไม่ได้ ไม่รู้จะระบายความในใจกับใคร จึงได้พล่ามบรรยาย มาทางวิทยุ
..บางคนหลับยามไม่พอกดคีย์ ไมโครโฟนค้าง ทำให้มีเสียงกรนออกอากาศมาด้วย
..บางคนตะโกนร้องเพลงลูกทุ่ง ออกอากาศมาเป็ฯการแก้เหงา ก็มี
.. ที่จัดได้ว่าโชคดี คือ ศูนย์ควบคุมข่ายตำรวจแห่งชาติ "ปทุมวัน"
กล่าวคือ ในยามดึกวันหนึ่ง
..พนักงานวิทยุคนหนึ่งได้ระบายความเดือดร้อน
เนื่องจากหิวโหยไม่สามารถ หาอาหารรับประทานได้เพราะต้องเข้าเวร
เมื่อทรงรับฟังแล้วทรงสงสาร
จึงได้รับสั่งทางวิทยุกับผู้เขียนในฐานะที่เป็น ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานนั้นโดยตรงว่า
"โปรดเกล้าฯ พระราชทานตู้เย็นเพื่อ เก็บอาหารสำรอง สำหรับเวรยามดึกให้ 1 ตู้





ใครอยากได้ภาพถ่ายเหล่านี้ หาดูได้จากหนังสือศาลเจ้าแม่เบิกไพร ที่ศาลเจ้าแม่เบิกไพร หรือขอคณะกรรมการศาลเจ้าแม่ได้ครับ
โดย: http://come.to/banpong [26 ส.ค. 47 21:07] ( IP A:203.172.117.111 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ที่ว่าการอำเภอบ้านโป่ง ลองสังเกตตราครุฑดูแล้วกันว่าเหมือนหรือแต่งต่างจากอำเภออื่นอย่างไร

โดย: เก็บมาฝาก [3 ก.ย. 47 20:09] ( IP A:203.113.67.40 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   วันที่ 9 กันยายน 2547 เป็นวันครบรอบ 50 ปี ของเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่สุดของบ้านโป่ง ในหลวงได้เสด็จมาทอดพระเนตรที่อำเภอบ้านโป่งเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2547 ชาวบ้านโป่งปลื้มปิติในพระมหาธิคุณเป็นล้นพ้น
โดย: ชาวตลาดบ้านโป่ง [10 ก.ย. 47 13:39] ( IP A:203.150.217.115 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   การเสด็จมาบ้านโป่งเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2497 ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่เสด็จมายังจังหวัดราชบุรี ตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์
โดย: ประวัติศาสตร์ราชบุรี [23 ต.ค. 47 23:12] ( IP A:203.150.217.112 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ไม่รู้เรื่องเลยครับใครมีรายละเอียดอยากให้ช่วยเล่าถึงบรรยากาศวันที่ท่านเสด็จมาให้ฟังได้ไหมครับ เรียนหนังสืออยู่ไกลบ้านก็เลยไม่มีโอกาสได้รับรู้ความเป็นไปของที่นี่เลย กรุณาหน่อยนะครับ
ขอบคุณครับ
โดย: เด็กไทยรักในหลวง [24 ต.ค. 47 1:56] ( IP A:203.150.217.112 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
    ครบ50ปีวันมหาวิปโยคไฟไหม้บ้านโป่ง
บ่ายวันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน 2497 เวลาประมาณ 14.30 น. นับเป็นวันที่โศกเศร้าที่สุดและเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของชาวตลาดบ้านโป่งแค่ในชั่วพริบตาเดียว เพราะขณะท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงแดดที่ร้อนระอุ แต่ก็มีเปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมควันไฟดำทะมึน เสียงร้องตะโกนจากคนบางคนว่า ไฟไหม้…ไฟไหม้ ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกตะลึงและเรียกร้องเสียงหลงเพื่อขอความช่วยเหลือ
เหตุไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้น บริเวณชั้นบนของ ร้านฮั่วเส็ง ซึ่งเป็นร้านขายของชำโดยมี นายบุ้นเส็ง หรือสมบัติ แซ่แต้ เป็นเจ้าของ ซึ่งตั้งอยู่กลางใจเมืองบ้านโป่ง (มุมถนนสุขาวดีด้านถนนแสงชูโตในปัจจุบัน) ติดกับร้านตั้งเง็กเซ้ง ไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว แม้ประชาชนที่พบเห็นได้ช่วยกันสกัดไฟแล้วก็ตาม แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้แต่อย่างใด ในวันเกิดเหตุนั้น ทั้ง นายนาถ มนตเสวี นายอำเภอบ้านโป่ง และ นายกิจ ทรัพย์เย็น นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านโป่ง ไม่อยู่เพราะได้เดินทางไปรับการอบรมสงครามจิตวิทยาที่จังหวัด มีแต่ นายวาทย์ เศวตนันท์ และ นายทวี ทวีพูล ปลัดอำเภอบ้านโป่ง รักษาการได้ไปอำนวยการดับเพลิงอย่างใกล้ชิด และขอรถดับเพลิงจากท้องที่ใกล้เคียงอีกด้วย
รถดับเพลิงของเทศบาลเมืองบ้านโป่ง กว่าจะไปถึงที่เกิดเหตุต้องใช้เวลานาน ปล่อยให้ไฟลุกไหม้ลามไปยังบ้านเรือนข้างเคียง ทั้งที่สถานีดับเพลิงห่างจากที่เกิดเหตุเพียงแค่ 300 เมตรเท่านั้น ทำให้ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วสุดความสามารถของเจ้าหน้าที่ ขณะเกิดเพลิงไหม้นั้น มีประชาชน นักเรียน ลูกเสือของโรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง ได้ช่วยกันขนสิ่งของออกจากบ้านเรือนกันจ้าละหวั่น บางคนร้องเรียกขอความช่วยเหลือ บางคนเรียกหาบุตรหลานของตนเองเพื่อหลบภัย วุ่นวายกันไปทั่วเมืองจนไม่รู้ว่าใครเป็นใครกัน นักฉวยโอกาสได้อาศัยช่วงจังหวะนี้ ขโมยสินค้าของผู้ประสบภัยอีกทอดหนึ่งด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่สาธารณภัยไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว จึงได้โทรเลขขอความช่วยเหลือไปยัง โพธาราม ราชบุรี นครปฐม และกรุงเทพ เพื่อจัดส่งรถดับเพลิงมาทำการช่วยเหลือเป็นการด่วน แต่กว่ารถดังกล่าวจะมาถึง ไฟได้ลุกไหม้บ้านเรือนมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านเกือบทั้งเมือง เพลิงได้สงบลงเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น.รวมเวลาทั้งสิ้น 4 ชั่วโมง
ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ ประชาชนต่างกำลังชุลมุนวุ่นวายช่วยกันสกัดไฟ นายบุ้นเส็งหรือสมบัติ แซ่แต้ เจ้าของบ้านต้นเพลิงอาศัยช่วงจังหวะนี้ วิ่งหลบหนีไปซุกซ่อนที่โรงเรียนฮกเฮง ขณะหลบนอนคลุมโปงอยู่ในรถบรรทุกที่เตรียมการไว้หลบหนีเข้ากรุงเทพ แต่ไม่อาจรอดพ้นเงื้อมือของ ร.ต.อ.แก้ว พรหมพินิจ ผบ.กอง สภ.อ.บ้านโป่งไปได้ และยอมรับสารภาพอย่างหมดสิ้นว่าได้วางแผนไว้นานแล้ว เพื่อเผาหวังเอาเงินประกันเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท เพราะก่อนที่จะเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ประมาณ 1 เดือน ได้เกิดเพลิงไหม้ที่บ้านดังกล่าวมาครั้งหนึ่ง แต่ในครั้งนั้นชาวบ้านได้ช่วยกันดับไฟได้ทัน
หลังจากเพลิงได้สงบลงแล้ว เวลาประมาณ 21.00 น. นายแม้น อรจันทร์ ผวจ.ราชบุรี (ปีที่ดำรงตำแหน่ง พ.ศ.2495-2501) ได้นำข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมประชาสงเคราะห์ออกไปให้การช่วยเหลือเป็นการบรรเทาทุกข์ โดยจัดให้ผู้ประสบอัคคีภัยเข้าพักอาศัยอยู่บริเวณวัดบ้านโป่ง วัดดอนตูม และปลูกสร้างเพิงที่พักชั่วคราวบริเวณริมแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งจัดเตรียมไว้ พร้อมกับนำหน่วยของกรมอนามัยออกไปตั้งหน่วยรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บส่วนหนึ่ง ส่วนหน่วยของกรมประชาสงเคราะห์ทำการแจกเสื้อผ้า ผ้าห่มและเครื่องนอน ตลอดจนการแจกข้าวสาร โดยเฉพาะหน่วยรถยนต์เคลื่อนที่ รถเสบียงของกองอาสากาชาด ได้นำอาหารไปเลี้ยงแก่ผู้ประสบภัย โดย ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ในฐานะผู้อำนวยการกองอาสากาชาดได้แจกจ่ายอาหารด้วยตนเองด้วย

(ยังมีต่อ)
โดย: นสพ.วิเคราะห์ [25 ต.ค. 47 19:08] ( IP A:203.150.217.115 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
    เมื่อ วันจันทร์ที่ 13 กันยายน 2497 เวลาประมาณ 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมุห์ราชองครักษ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์จากพระที่นั่งอัมพรสถานอย่างกระทันหัน โดยมิให้ใครรู้พระราชประสงค์ที่จะทรงไปเยี่ยมพสกนิกรที่ถูกเพลิงไหม้ ทั้งนี้ เพื่อมิให้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมการต้อนรับอย่างเอิกเกริก เพราะประชาชนกำลังอยู่ในระหว่างเศร้าโศก เนื่องจากถูกเพลิงไหม้ทรัพย์สินเสียหายเป็นจำนวนมาก
การเสด็จของทั้งสองพระองค์ในครั้งนี้ แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลซึ่งมีหน้าที่ถวายการอารักขาก็ไม่ทราบเรื่อง กว่าจะรู้ก็ต่อเมื่อพระองค์ได้เสด็จไปไกลแล้ว พอเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลทราบ จึงได้ออกติดตามไปถวายการอารักขาอย่างรีบด่วน และติดตามขบวนเสด็จไปทันที่จังหวัดนครปฐม เมื่อรถยนต์พระที่นั่งถึงจังหวัดนครปฐมเวลา 12.00 น.ได้ประทับเสวยพระกระยาหารกลางวัน ณ พระที่นั่งชาลีบรมอาสน์ พระราชวังสนามจันทร์ จากนั้นจึงเสด็จพระราชดำเนินไปถึงตลาดบ้านโป่ง โดยมีพระราชญาติรักษา ผู้ว่าราชการภาค 7 เข้าเฝ้ารับเสด็จ รถยนต์พระที่นั่งได้วนรอบบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ ทรงทักทายถามทุกข์สุขผู้ประสบอัคคีภัยครั้งนี้โดยทั่วหน้ากัน พร้อมกับพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1 แสนบาท ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และยังทรงพระราชทานเสื้อผ้า อาหาร ตลอดจนยารักษาโรค อีกส่วนหนึ่งด้วย ครั้นเมื่อเวลา 15.30 น.ได้เสด็จกลับกรุงเทพฯ ประชาชนที่เฝ้ารับเสด็จต่างรู้สึกทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
หลังจากนั้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2497 ตลาดบ้านโป่งได้กลับมามีสภาพแจ่มใสขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยมี จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี และ ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ภริยาได้เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดตลาดสด(ปลูกสร้างใหม่ชั่วคราว) บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านโป่ง ได้นิมนต์สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ และท่านเจ้าคุณธรรมดิลก เป็นประธานคณะสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์และประพรมน้ำพระพุทธมนต์แก่ผู้ประสบภัยรอบๆบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ด้วย
อนึ่งปรากฎว่าสถานที่ราชการ เช่นที่ว่าการอำเภอบ้านโป่ง เทศบาลเมืองบ้านโป่ง และโรงเรียนเทศบาล ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับที่เกิดเพลิงไหม้รอดพ้นไปอย่างหวุดหวิด มีแต่เพียงร้านค้า และบ้านเรือนทั้งตลาดล่างและตลาดบนวอดวายเป็นเถ้าถ่าน ส่วนธนาคารออมสิน ตั้งอยู่ถนนทรงพล(ร้านเพชรสยามในปัจจุบัน) ได้ถูกเพลิงไหม้เช่นกัน แต่เงินที่อยู่ในเซฟไม่ได้ถูกไฟเผาผลาญแต่อย่างใด ประชาชนแห่กันไปมุงดูด้วยความแปลกใจ
แม้อดีตที่ผ่านมาเป็นความเจ็บปวด จากมือวางเพลิงเผาผลาญตลาดบ้านโป่งวอดวายเสียหายอย่างใหญ่หลวง เพียงแค่หวังเงินประกันภัยแค่ 3 หมื่นบาท แต่การสูญเสียของประชาชนที่ประสบเคราะห์กรรมไร้ที่อยู่อาศัยมากมายและทรัพย์สินเสียหายอีกกว่า 100 ล้านบาท เป็นความทรงจำมิอาจลืมเลือนจากใจของผู้ทนทุกข์ทรมานในขณะนั้น แม้จะผ่านไปแล้ว 50 ปี นับเป็นอัคคีภัยที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในยุคนั้น

เรื่องโดย... ธงชัย จงศรีอดิสรณ์
โดย: นสพ.วิเคราะห์ [25 ต.ค. 47 19:11] ( IP A:203.150.217.115 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   

โดย: นสพ.วิเคราะห์ [31 ต.ค. 47 14:27] ( IP A:203.150.217.118 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ขนลุกอ่ะ ร้องไห้ด้วย

รักในหลวง

100 ล้านบาท
เดี๋ยวนี้ยังมากอยู่เลย
แล้ว 50ปีก่อน จะขนาดไหน
โดย: รักในหลวง [11 ม.ค. 48 13:22] ( IP A:202.44.7.49 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   เศร้าใจมากๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดย: คนบ้านโป่ง [26 ต.ค. 48 18:47] ( IP A:210.246.145.133 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ที่ดีสำหรับพวกเราชาวบ้านโป่ง ให้พวกเราไม่เห็นแก่ได้เงินเพียงเล็กน้อย แต่สร้างความเสียหายให้กับส่วนรวม รวมทั้งให้ทุกคนควรเตรียมพร้อมกับทุกเหตุการณ์ อยู่ในความไม่ประมาท
โดย: จ้ย [29 พ.ย. 48 11:10] ( IP A:58.147.90.18 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ผมเป็นเด็ก รุ่นหลังก็ไม่เคยภาพเหล่านี้มาก่อนก็ขอบคุณ คุณลุงที่ท่านที่นำภาพมาลงให้ดูนะ
โดย: เด็กบ้านโป่ง [25 ส.ค. 49 23:03] ( IP A:58.147.61.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   เสียไจด้วย
โดย: ฮิว [28 เม.ย. 50 20:41] ( IP A:61.7.190.56 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ตลาดเก่า น่าเสียดาย อยู่บ้านโป่งเหมือนกัีน
โดย: บ้านโป่ง [20 พ.ย. 51 16:24] ( IP A:119.31.23.162 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   คุณย่าเคยเล่าให้ฟังเหมือนกัน ตอนนั้นคุณย่ายังเป็นเด็กๆอยู่เลย ตอนนี้คุณย่าเสียไปหลายปีแล้วอ่
โดย: jaruwanscho@hotmail.com [25 เม.ย. 52 23:24] ( IP A:125.24.85.208 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   ผ่านไป55ปีแล้ว
ไฟไหม้บ้านโป่ง
โดย: นัง [11 ก.ย. 52 16:40] ( IP A:61.7.225.75 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   คุณตาเคยพูดให้ฟังเหมือนกันว่าไฟไหม้บ้านโป่งแต่ไม่รู้ว่าปีใหนพึ่งรู้นี่แหละอยู่เขาขลุงห่างบ้านโป่ง20กม.สมัยนั้นเดินหรือขี่จักรยานไป ให้เราคนไทยรักกันเข้าไว้
โดย: sompong_jj@hotmail.com [10 ต.ค. 53 12:35] ( IP A:125.27.185.244 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   ร.ต.อ. แก้ว พรหมพินิจ เป็นปู่ทวดผมเองครับบบ
โดย: mybazuka-boat-@hotmail.com [5 มี.ค. 54 21:49] ( IP A:110.77.226.174 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   ใครมีญาติที่อยู่ในเหตุการณ์นี้บ้างค่ะ อยากจะติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กำลังทำสารคดีเฉลิมพระเกียรติอยู่น่ะค่ะ เพราะว่าข่าวนี้แทบไม่มีคนรู้กันสักเท่าไร
โดย: joy [22 ธ.ค. 54 17:48] ( IP A:124.122.121.16 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   ญาติดิฉัน ก็เกิดความเสียหาย ไม่เหลืออะไรเลย ดิฉันยังเด็กๆๆน่ะ แต่ญาติมีประกัน ก็เลยได้ฟื้นฟู ซื้อตึก และทำกิจการใหม่ จนทุกวันก็ยังอยู่ เป็นร้านขายของชำ
โดย: กีวี่ไทย [30 ก.ค. 55 15:45] ( IP A:125.237.162.191 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

โดย: นศท.ทวีชัย [9 ต.ค. 57 13:48] ( IP A:14.207.84.184 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน