สืบสาน 3 วัฒนธรรม "111 ปีบ้านโป่ง"
   สืบสาน 3 วัฒนธรรม "111 ปีบ้านโป่ง"

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 พฤศจิกายน 2550 17:51 น.



โบสถ์หลังเก่าของวัดม่วง วัดมอญในบ้านโป่ง


"เมืองคนงาม สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ย่านการค้าอุตสาหกรรม" เป็นคำขวัญของอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นเป็นอำเภอที่มีความเป็นมายาวนาน นักโบราณคดีเชื่อว่ามีความเก่าแก่ตั้งแต่สมัยทวารวดี โดยอำเภอบ้านโป่งถือเป็นอาณาเขตส่วนหนึ่งของอาณาจักรทวารวดีในราวพันกว่าปีก่อน เป็นชุมชนหัวเมืองที่มีการติดต่อค้าขายกับชุมชนอื่นๆ รวมไปถึงชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาด้วย

บ้านโป่งนั้นยังเป็นอำเภอที่รวมเอาความหลากหลายของผู้คนและวัฒนธรรมเอาไว้ เนื่องจากที่นี่มีผู้คนสามเชื้อชาติมาอยู่รวมกัน ได้แก่ ชาวไทย ชาวจีน และชาวมอญ โดยชาวจีนนั้นเดินทางเข้ามาตั้งรกรากที่บ้านโป่งในช่วงรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และจากเรือสินค้าที่เข้ามาค้าขายในแม่น้ำแม่กลอง



ศาลเจ้าแม่เบิกไพรที่เคารพศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีน


ในราวปี พ.ศ.2317 นายเม่งตะ แซ่ตั้น พ่อค้าชาวจีนได้เดินทางโดยทางเรือเข้ามาค้าขายที่เมืองราชบุรี หรือที่เรียกว่าเมืองคูบัวในสมัยนั้น นายเม่งตะเป็นผู้ที่มีความเคารพศรัทธาต่อเจ้าแม่เทียงโหวเซี้ยบ้อ จึงได้นำผงธูปที่ไหว้เจ้าแม่ติดตัวมาด้วยจากประเทศจีนเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจระหว่างการเดินทาง และเมื่อเดินทางมาถึงที่บ้านโป่งก็ได้สร้างศาลเล็กๆ ขึ้นหลังหนึ่ง พร้อมทั้งได้นำผงธูปที่ติดตัวมานั้นประดิษฐานไว้ ต่อมาศาลแห่งนั้นก็ได้รับความเคารพจากชาวจีนในบ้านโป่งต่อมา และได้ขนานนามศาลเจ้าแห่งนั้นไว้ว่า "ศาลเจ้าแม่เบิกไพร" เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเรือ เชื่อว่าจะคุ้มครองให้ปลอดภัย และเบิกทางให้ไปถึงจุดหมายด้วยดี

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ก็ได้เคยเสด็จมาสักการะศาลเจ้าแม่เบิกไพรแห่งนี้ด้วยเช่นกัน โดยในปี พ.ศ.2420 นั้น พระองค์ได้เสด็จประพาสทางชลมารคผ่านแม่น้ำแม่กลองเมืองราชบุรีเพื่อเสด็จไปยังเมืองกาญจนบุรี ในตอนขากลับพระองค์ก็ได้ขึ้นไปสักการะที่ศาลเจ้านั้นด้วย นอกจากนั้นแล้ว ภายในศาลเจ้าแห่งนี้ก็ยังมีพระพุทธรูป 5 องค์ ปางต่างๆ กัน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สมเด็จพระพี่นางในรัชกาลที่ 5 ได้ทรงนำมาประดิษฐานไว้เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จมาทอดกฐินที่อำเภอบ้านโป่งนี้ด้วย จึงถือว่าศาลเจ้าแม่เบิกไพรนี้มีความสำคัญและเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนโดยเสมอมา



คัมภีร์ภาษามอญภายในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง


ทางด้านของชาวมอญนั้น ก็ได้อพยพเข้ามาในประเทศไทยสองครั้งหลักๆ ด้วยกันคือสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งในการอพยพแต่ละครั้งนั้นก็มีชาวมอญเดินทางเข้ามาเป็นหมื่นคน และได้กระจัดกระจายไปอยู่อาศัยตามที่ต่างๆ โดยชาวมอญจำนวนหนึ่งก็ได้มาอาศัยอยู่ในอำเภอบ้านโป่งแห่งนี้

และชาวมอญเหล่านั้นก็ได้สร้างวัดมอญขึ้นหลายแห่งในอำเภอบ้านโป่งนี้ เช่น"วัดม่วง" วัดเก่าแก่ริมแม่น้ำแม่กลอง โดยมีประวัติของวัดเขียนไว้ในคัมภีร์ใบลานเป็นภาษามอญระบุว่าวัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยปลายอยุธยา มีอายุไม่น้อยกว่า 300 ปี ภายในวัดมีอุโบสถหลังเก่าที่มีพระพุทธรูปศิลปะแบบมอญอันงดงาม อีกทั้งยังมีเจดีย์ 5 ยอด ศิลปะแบบมอญอายุประมาณ 355 ปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง มีเรื่องเล่าว่าเจดีย์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์ตรงที่สามารถขยับตัวเองหนีการกัดเซาะของแม่น้ำได้

และในบริเวณของวัดม่วงนั้น ก็ยังเป็นที่ตั้งของ "พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง" ซึ่งได้รับความร่วมมือจากวัดและชาวบ้านรวบรวมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ มาจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ เปิดให้เข้าชมมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 โดยมีเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของชาวมอญในทางประวัติศาสตร์ มีจารึกภาษามอญในสมัยต่างๆ เช่นฝีมือช่างมอญในสมัยรัตนโกสินทร์ สมัยอยุธยาตอนปลาย และเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรมของชาวมอญ



เจดีย์ที่วัดม่วงที่เชื่อว่าขยับตัวหนีน้ำได้เอง


"วัดใหญ่นครชุมน์" ก็เป็นวัดมอญอีกแห่งหนึ่งที่สำคัญของอำเภอบ้านโป่ง ที่เชื่อว่าเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยทวารวดี อายุพันกว่าปี แต่แทบไม่เหลือซากปรักหักพังให้เห็นแล้ว ต่อมาเมื่อชาวมอญได้มาอาศัยอยู่ในแถบนี้จึงได้สร้างวัดขึ้นใหม่ในพื้นที่ของวัดร้างเดิม ภายในวัดมีวิหารหลวงพ่อพญาแล (วิหารปากี) และพระนอนเก่าแก่ ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุแล้ว มีความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องการขอโชคลาภ อีกทั้งยังมีต้นโพธิ์อยู่สามต้น และต้นจันทน์หนึ่งต้นซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงมาปลูกไว้ จนตอนนี้ได้แผ่กิ่งก้านสาขาทำให้วัดสงบร่มรื่นขึ้นมาก

ดัง
โดย: [0 3] ( IP )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ที่กล่าวมาแล้วนั้น อำเภอบ้านโป่งจึงมีผู้คน 3 เชื้อชาติมาอยู่รวมกัน ว่ากันว่า ผู้หญิงที่มีเชื้อสายจีนและมอญผสมกันนั้นจะมีหน้าตาสะสวย จนเป็นที่มาของ “คนงามบ้านโป่ง” ซึ่งการผสมผสานนี้ไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดสาวงามอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเกิดเป็นวัฒนธรรมที่ผสมผสานรวมกันอย่างกลมกลืนอีกด้วย

และเพื่อเป็นการเชื้อเชิญให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสถึงวัฒนธรรมดีงามของคนไทย-จีน-มอญ ในบ้านโป่ง ทางอำเภอบ้านโป่งจึงได้จัดงาน "111 ปี เมืองบ้านโป่ง" ขึ้น ในวันที่ 29 พฤศจิกายน-5 ธันวาคมนี้ โดยภายในงานจะแบ่งกิจกรรมเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ในส่วนแรกคือ ลาน 3 วัฒนธรรมเฟื่องฟู ที่จะนำเสนอ 3 อารยธรรมดีงามของชาวไทย ชาวจีน และชาวมอญที่สืบทอดกันมาถึง 111 ปี ผ่านการแสดงแสงสีเสียงชุด "เล่าขานตำนานบ้านโป่ง เชื่อมโยงสามวัฒนธรรมสองฝั่งลำแม่กลอง"




พระพุทธรูป 5 ปางในศาลเจ้าแม่เบิกไพร


กิจกรรมส่วนที่สองคือ ลานภูมิใจภักดิ์ รักในหลวง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของชาวบ้านโป่ง และเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ในเหตุการณ์ไฟไหม้ตลาดบ้านโป่งเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2479 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมผู้ประสบอัคคีภัยและทรงช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ชาวบ้านโป่งจึงไม่เคยลืมเลือนจนวันนี้ ในลานภูมิใจภักดิ์ฯ นี้จึงได้จัดให้มีการ "ร้อย (เรียง) รูป ร้อยดวงใจ บ้านโป่งเทิดไท้องค์ราชัน" และ "ลานใบโพธ์แห่งความภักดี" ที่ชาวบ้านโป่งพร้อมใจกันจัดขึ้น

ส่วนลานกิจกรรมสุดท้ายคือ ลานแสดงความเจริญด้านอุตสาหกรรม ดีทรอยต์ ออฟ ไทยแลนด์ ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเมืองแห่งนักประดิษฐ์อุปกรณ์ประดับยนต์ ความเป็นแหล่งอุตสาหกรรมต่อตัวถังรถบัสที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ซึ่งเป็นผลพวงที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นได้เข้ามาตั้งฐานทัพที่อำเภอบ้านโป่ง และหลังจากที่ได้ถอนทัพกลับไป ก็ได้ทิ้งเครื่องมือเอาไว้เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงได้นำทักษะและฝีมือจากการสร้างทางรถไฟมาประยุกต์ใช้กับเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ เริ่มต้นจากอุตสาหกรรมในครัวเรือน ก่อนจะกลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมอู่ต่อรถยนต์และอุปกรณ์ประดับยนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ เป็นที่มาของชื่อ "ดีทรอยต์เมืองไทย" เปรียบเทียบกับรัฐดีทรอยต์ของสหรัฐอเมริกาที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์



หลวงพ่อพญาแลและพระนอนในวัดนครชุมน์


นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีการรวบรวมผู้เพาะเลี้ยงปลาสวยงามมาจัดจำหน่ายในงาน และจัดโชว์ปลากัดพันธุ์ Battle Rubra ที่คาดว่าสูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อปี 2436 และค้นพบใหม่เมื่อปี 2550 รวมไปถึงมีการจัดทัวร์ไหว้พระ 9 วัด ในอำเภอบ้านโป่งอีกด้วย งานนี้จึงเป็นอีกงานหนึ่งที่ผู้ที่ชอบเที่ยวไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

งาน"111 ปี บ้านโป่ง" จะจัดขึ้นในวันที่ 29 พ.ย.-5 ธ.ค. 2550 ณ บริเวณถนนแสงชูโต ตั้งแต่หอนาฬิกาไปจนถึงวงเวียนช้าง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.0-3221-1001, 0-3222-3537
โดย: โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 พฤศจิก [27 พ.ย. 50 7:58] ( IP A:125.24.53.241 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ต่อ

โดย: โยอิจิ [27 พ.ย. 50 8:05] ( IP A:125.24.53.241 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ศาลเจ้าแม่เบิกไพรที่เคารพศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีน

โดย: ศาลเจ้าแม่เบิกไพรที่เคารพศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีน [27 พ.ย. 50 8:07] ( IP A:125.24.53.241 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   คัมภีร์ภาษามอญภายในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

โดย: คัมภีร์ภาษามอญภายในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง [27 พ.ย. 50 8:08] ( IP A:125.24.53.241 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   เจดีย์ที่วัดม่วงที่เชื่อว่าขยับตัวหนีน้ำได้เอง

โดย: เจดีย์ที่วัดม่วงที่เชื่อว่าขยับตัวหนีน้ำได้เอง [27 พ.ย. 50 8:09] ( IP A:125.24.53.241 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   พระพุทธรูป 5 ปางในศาลเจ้าแม่เบิกไพร

โดย: พระพุทธรูป 5 ปางในศาลเจ้าแม่เบิกไพร [27 พ.ย. 50 8:10] ( IP A:125.24.53.241 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   หลวงพ่อพญาแลและพระนอนในวัดนครชุมน์

โดย: หลวงพ่อพญาแลและพระนอนในวัดนครชุมน์ [27 พ.ย. 50 8:11] ( IP A:125.24.53.241 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   นี่งานอะไร ถึงมีการประกวดประเภท2 อะไรเนี่ย คำขวัญบ้านโป่งมันหมายความว่าอะไร เห็นลงว่า อำเภอบ้านโป่งจึงมีผู้คน 3 เชื้อชาติมาอยู่รวมกัน ว่ากันว่า ผู้หญิงที่มีเชื้อสายจีนและมอญผสมกันนั้นจะมีหน้าตาสะสวย จนเป็นที่มาของ “คนงามบ้านโป่ง” ซึ่งการผสมผสานนี้ไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดสาวงามอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเกิดเป็นวัฒนธรรมที่ผสมผสานรวมกันอย่างกลมกลืนอีกด้วย

และเพื่อเป็นการเชื้อเชิญให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสถึงวัฒนธรรมดีงามของคนไทย-จีน-มอญ ในบ้านโป่ง ทางอำเภอบ้านโป่งจึงได้จัดงาน "111 ปี เมืองบ้านโป่ง" ขึ้น ในวันที่ 29 พฤศจิกายน-5 ธันวาคมนี้ โดยภายในงานจะแบ่งกิจกรรมเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ในส่วนแรกคือ ลาน 3 วัฒนธรรมเฟื่องฟู ที่จะนำเสนอ 3 อารยธรรมดีงามของชาวไทย ชาวจีน และชาวมอญที่สืบทอดกันมาถึง 111 ปี ผ่านการแสดงแสงสีเสียงชุด "เล่าขานตำนานบ้านโป่ง เชื่อมโยงสามวัฒนธรรมสองฝั่งลำแม่กลอง"
ส่วนการโฆษณานั้น ทำไมไม่ใช้เสียงตามสายเพิ่มเติม
โดย: ติเพื่อก่อ [27 พ.ย. 50 9:18] ( IP A:124.157.168.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ก็เสียงตามสายของเทศบาลเมืองบ้านโป่งมันเสียมาตั้งนานแล้วร้ป่าว
นายกคนใหม่ก็ร้แต่ทำเฉย เป็นทองไม่ร้ร้อน แต่เรื่องค่างานก่อสร้าง
ที่กำหนดราคาแพงเกินจริงนะ อย่าคิดว่าชาวบ้านจะไม่ร้ น่าเสียใจแทน
คนที่เขาเลือกเข้าไป โง่จริงๆ
โดย: คนตรวจสอบ [4 ธ.ค. 50 14:17] ( IP A:125.26.43.100 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   เปิดตำนาน บ้านโป่ง
ซอกแซกสุดสัปดาห์นี้ ยังคงอยู่ในบรรยากาศของงานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
คอลัมน์ซูมทั้งวันปกติและวันเสาร์ได้ทยอยลงโปรแกรมต่างๆที่จัดขึ้นทั้งภาครัฐ ภาคราษฎร์ ์ทั่วราชอาณาจักร มาเป็นระยะ เพื่อให้พี่น้องประชาชนเข้าร่วมงานต่างๆให้มากที่สุดเท่าที่จะ มากได้
บางงานมุ่งเน้นไปที่พระมหากรุณาธิคุณ และพระราชกรณียกิจขององค์พระประมุขโดยตรง
บางงานอาจจะจัดงานแบบประเพณีท้องถิ่นแต่ขยายให้ยิ่งใหญ่เพื่อทูลเกล้าฯถวาย และเพื่อเข้า ร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสอันสำคัญนี้ไปด้วยพร้อมๆกัน
ดังเช่นงานของอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีที่เริ่มขึ้นเมื่อ 29 พ.ย. และจะมีติดต่อกันไปจนถึง วันที่ 5 ธ.ค. 2550
ในชื่องาน “111 ปีเมืองบ้านโป่ง และบ้านโป่งแฟร์” ที่ท่านผู้อ่านคงจะได้ยินข่าวคราว มาบ้างแล้ว
เพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นถึงความพยายามของคณะผู้จัด ทีมงานซอกแซกขอนำท่านผู้อ่านไป สัมผัสกับงานนี้ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา
พิธีเปิดเริ่มขึ้น โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเป็นองค์ประธาน
หัวหน้าทีมซอกแซก มีภารกิจตลอดวัน จึงพลาดโอกาสเข้าร่วมงาน แต่ส่งลูกทีม “ฤทธิ์ ศิษย์ซูม” ไปชมแทน แล้วรายงานความน่าสนใจเข้ามาว่า
จุดแรกของงานอยู่บริเวณถนนแสงชูโต ซึ่งละลานตาไปด้วยร้านขายหมี่สั้วหรือหมี่เตี๊ยว เมนูเส้นขึ้นชื่อของบ้านโป่ง
นับไปๆได้ 11 โรงงานพอดิบพอดีที่มาออกร้านจำหน่ายหมี่สั้วให้คนนิยมกินเส้น จับจ่ายซื้อหา กันอย่างจุใจ
ลองเลียบๆเคียงๆสอบถามร้านของโรงงาน ลิ้มกวงเว้ง ที่คอกินเส้น อุดหนุนกันแน่นขนัด ได้ข้อมูลว่า
หมี่สั้วเป็นสิ่งแสดงถึงความเจริญงอกงาม อายุมั่นขวัญยืน ชาวจีนนิยมมอบให้กันในโอกาสมงคล
เคล็ดลับของหมี่สั้วที่นี่ ว่ากันว่า เส้นเหนียวนุ่ม เก็บได้นานโดยไม่เสีย ปรุงอาหารเรียกน้ำย่อยได้ 11 เมนู คือ
ผัดหมี่สั้วโบราณ ผัดไทยหมี่สั้ว ผัดขี้เมาหมี่สั้ว หมี่สั้วราดหน้าฮ่องกง หมี่สั้วราดหน้าเป็ด หมี่สั้วราดหน้าหมูตุ๋น
หมี่สั้วสปาเกตตี หมี่สั้วกรอบส้มตำ หมี่สั้วผัดเปรี้ยวหวาน กวยจั๊บหมี่สั้ว กุ้งอบหมี่สั้ว ส่วนจะ มีเมนูเด็ดนอกเหนือจากนี้ ก็เชิญปรุงกันตามอัธยาศัย
ที่พลาดไม่ได้คือการผัด หมี่สั้วมหามงคลกระทะยักษ์ แจกจ่ายผู้ชมงานในวันที่ 5 ธ.ค.นี้
ลูกทีมซอกแซกอิ่มท้องแล้ว จึงเดินต่อไปบริเวณวงเวียนช้าง มีนิทรรศการสายใยรักจากแม่สู่ลูก ผลิตภัณฑ์โอทอปในท้องถิ่น
ก่อนแวะชื่นชมความงดงามของภาพพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ที่นำภาพจำนวน 1,111 ภาพ มาร้อยเรียงอย่างกลมกลืน
แถมโซนนี้ยังได้เขียนความดีที่อยากทำลงบน 1 ใบโพธิ์ 1 ความดี สถิตไว้บนต้นโพธิ์แห่งความ ดีอีกด้วย
ใกล้ๆกันเป็นลานดงมะพร้าว ถูกเนรมิตให้เป็น “ดีทรอยต์ ออฟไทยแลนด์” ชูแหล่ง อุตสาหกรรมต่อตัวถังรถโดยสาร และแหล่งผลิตอุปกรณ์ประดับยนต์ชั้นแนวหน้าของประเทศ
ถึงกับมีเรื่องเล่ากันว่า วันดีคืนดีหากมีรถบัสรุ่นใหม่สักคันแล่นผ่านบ้านโป่งรับรองว่าไม่เกิน 3 เดือน จะมีรถบัสถอดแบบเดียวกันเป๊ะออกตามมา ทำเอาวงการรถบัสขยาดฝีมือช่างต่อ รถชาวบ้านโป่ง
ความจริงแล้วอุตสาหกรรมต่อตัวถังรถบัสบ้านโป่ง เป็นผลพวงจากสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือ สงครามมหาเอเชียบูรพา
กองทัพญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานทัพที่บ้านโป่ง ใช้เป็นยุทธศาสตร์สร้างทางรถไฟสายมรณะ เริ่มต้น จากหลักกิโลเมตรที่ 0 บริเวณสถานีหนองปลาดุก เพื่อเคลื่อนทัพไปโจมตีพม่าและอินเดีย
ภายหลังแพ้สงคราม ได้ทิ้งซากโครงรถไว้ มากมายก่ายกอง ชาวบ้านโป่งจึงใช้ทักษะฝีมือจาก การสร้างทางรถไฟมาประยุกต์ใช้
นำเศษเหล็กมาประกอบเป็นตัวถังรถ ก่อนถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น กลายเป็นอุตสาหกรรมเชิดหน้า ชูตา ทำรายได้ปีละเกือบหมื่นล้านบาทในปัจจุบัน
ไฮไลต์ของโซนนี้อยู่ที่ รถเชฟโรเล็ต สีแดง ที่ทำจากไม้หาดูที่ไหนไม่ได้ เคยใช้วิ่งโดยสาร เส้นทาง นครปฐม-บ้านโป่ง เมื่อกว่า 60 ปีที่แล้ว กับรถเมล์ นายเลิศ รถเมล์ขาวชื่อดังในอดีต
ส่วนนวัตกรรมใหม่ๆมีทั้งรถดัดแปลงเอ็นจีวีคันแรกที่เริ่มผลิตได้ เตรียมแข่งขันกับรถเอ็นจีวีีของจีนที่เข้ามาตีตลาด รถมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้วิ่งรับส่งคนในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ต้นแบบรถพลังงานไฟฟ้าใช้แบตเตอรี่ 48 ลูก ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนไม่ก่อมลพิษต่อ สิ่งแวดล้อม ที่อู่ต่อรถบัสบ้านโป่งร่วมมือกับ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สร้างขึ้นมา
หลังตื่นตาตื่นใจอยู่พักใหญ่ ก็เหลือบไปเห็นป้าย โรงเรียนฮกเฮง ซึ่งใช้ประกวด ปลาสวยงาม อดใจไม่อยู่ต้องรีบเข้าไปชม เพราะเป็นแหล่งชุมนุมปลาสวยงาม จากฟาร์มปลากว่า 1 พันแห่ง
ที่สำคัญ ปลาอัลลิเกเตอร์เผือก ตัวละ 2 ล้านที่เพิ่งขึ้นหน้า 1 ไทยรัฐเมื่อเร็วๆนี้ เป็นพระเอก ของงาน มีนักเลงปลามุงกันแน่นขนัด ร้อนถึงเจ้าหน้าที่ต้องจัดคิวต่อแถวเข้าไปชมทีละคน
สำหรับโซนสุดท้ายที่อลังการสุดๆหนีไม่พ้นการแสดง แสง สี เสียง ที่วัดดอนตูม ช่วงค่ำ คนจัดได้เนรมิตพื้นที่ราวกับเวทีบรอดเวย์สาขาบ้านโป่ง มีทั้งเก้าอี้ริงไซด์ติดขอบเวทีและ อัฒจันทร์จุคนดูได้ราว 3 พันคน
แค่ได้ชมการแสดงชุด “เล่าขานตำนานบ้านโป่ง เชื่อมโยง 3 วัฒนธรรม สองฝั่งลำแม่กลอง” ฝีมือ ดร.สุรพล วิรุฬรักษ์ ก็คุ้มค่าแล้ว
ทีมงานซอกแซกยืนยันส่งท้ายว่า ฝีมือการจัดงานของอำเภอบ้านโป่งอยู่ในระดับรับแขก ได้เลยทีเดียว
ยังเหลืออีกเพียง 4 วันเท่านั้น รวมทั้งวันนี้ จึงใคร่ขอเชิญชวนท่านที่สนใจลอง แวะไปชมงานของชาวบ้านโป่งเขาบ้าง โดย เฉพาะวันที่ 5 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ชาวบ้านโป่งขอเชิญถวายพระพรชัยมงคลร่วมกัน เนื่องในวโรกาส 80 พรรษา ณ บริเวณงานบ้านโป่งแฟร์ ด้วยครับ!

โดย: นสพ.ไทยรัฐ [21 ม.ค. 51 16:56] ( IP A:203.113.67.40 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน