คนอยู่ไกลบ้านอยากได้รับรู้เรื่องราวของชาวบ้านโป่ง
   อยากให้เพื่อน เพื่อนที่มีเวลาว่าง พอที่จะเขียนเรื่องรววให้ฟังถึงสภาพบ้านโป่งในวันนี้ให้ฟังหน่อยครับเผอิชผมอยู่ ต่างประเทศอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับบ้านเกิดบ้าง ขอขอบคุณอย่างสูงครับ
โดย: คนไกลบ้าน [29 ก.ย. 47 2:17] ( IP A:62.215.59.156 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
    คุณคนไกลบ้านครับยินดีต้อนรับครับ ถ้าได้อ่านทุกกระทู้ในเวบนี้ ผมคิดว่าคุณคนไกลบ้านคงพอจะได้รับรู้เรื่องราวของบ้านโป่งในปัจจุบันได้ดีในระดับหนึ่ง สมาชิกหลายๆคนเขียนเอาไว้ได้ดีมากครับ เข้าใจว่าคุณคนไกลบ้านคงอยู่ประเทศ คูเวต มีสมาชิกอีกหลายคนที่เข้ามาในเวบนี้ ทั้ง ออสเตรเลีย นิวซีแลน์ ญี่ปุ่น อเมริกา ก็เคยมี แต่ระยะหลังหายเงียบไป เข้าใจว่าคงมีภาระกิจส่วนตัวกัน ยังงัยก็อย่าลืมเข้ามาแวะบ่อยๆ นะ ช่วงนี้บ้านโป่งเค้ากำลังตื่นเต้นกับไข้หวัดนกกันลองหาอ่านในกระทูดูนะครับ
โดย: ชาวบ้านโป่ง [29 ก.ย. 47 7:37] ( IP A:203.150.217.118 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   หวัดดีค่ะ กีวี่ไทยค่ะ อยู่ที่นิวซีแลนด์ค่ะ ประเทศนี้มีแกะมากกว่า ประชากรน่ะคะ

โดย: กีวี่ไทย [6 ต.ค. 47 18:59] ( IP A:219.89.1.245 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   เข้ามาเพราะคิดถึงบ้านเหมือนกันฮับ...
ถึงแม้จะอยู่ในเมืองไทย แต่ว่ามะได้กลับบ้านอ่ะ
โดย: กั้ง [13 ต.ค. 47 15:48] ( IP A:133.254.5.52 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ตกลงคุณสามคนอยู่สามประเทศ คูเวต นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ยินดีต้อนรับสู่เวบชาวราชบุรี
โดย: ชาวเนต [13 ต.ค. 47 16:08] ( IP A:203.150.217.117 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ขอเเจมดว้ยคนค่ะ ตอนนี้อยู่เบลเยี่ยมค่ะ อยู่ที่นั่น5ปีกว่าเเล้วค่ะ คิดถึงบ้านโป่งมากๆค่ะ เพราะเคยทำงานที่นี่ประมาณสาม สี่ ปี(เมื่อปี2528) เมื่อกอ่นเคยอยู่ที่ซอยมายเฮ้าค่ะ ถึงจะหาง่ไปนานเเต่ก็ยังคิดถึงบรรยากาศเก่าๆเสมอ โอกาสหน้าหวังว่าคงได้เเวะมาเยี่ยมเยือนนะคะ
โดย: นอ้ย [14 ต.ค. 47 2:12] ( IP A:213.224.83.135 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เรื่องเล่าจากต่างแดน ตอน พ่อครัวใหญ่

เตี้ยเป็นคนบ้านโป่งราชบุรีโดยกำเหนิด บิดาเป็นชาวจีนมีอาชีพเป็นเจ้าของโรงเลื่อย มารดา เป็นคนไทยเชื้อสายโซ่ง(เป็นคนไทยกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่แถบราชบุรี นครปฐม) ถึงแม้เตี้ยจะโตมากับพ่อ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเลื่อย แต่ชีวิตเตี้ยไม่ได้สุข สบายแม้แต่น้อย เนื่องด้วยเตี้ยเป็นลูกคนที่สามในบรรดาลูกพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน เตี้ยยังมี น้องสาวอีกหนึ่งคน ชีวิตเตี้ยเมื่อตอนยังเด็ก ไม่รับการดูแลเอาใจจากบิดามากนัก เนื่องด้วยมารดา ของเตี้ยเป็นภรรยานอกสมรส ภรรยาหลวงของบิดาเตี้ยเป็นคนจีน สังคมคนจีนภรรยาหลวงย่อม เป็นใหญ่ มารดาของเตี้ยจึงไม่ผิดอะไรกับคนใช้ ชีวิตของเตี้ยนั้น เกิดมาไม่เคยมีความอบอุ่นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะทำอะไรต้องมีการเปรียบเทียบกับลูกของบ้านใหญ่ ความน้อยเนื้อต่ำใจนี้เตี้ยเก็บ สะสมมาเรื่อย มันเป็นความรู้สึกอิจฉาริษยาในวัยเด็กที่ทับถมมาเป็นเวลานาน ครั้นพอเตี้ยถึงวัยที่ศึกษาเล่าเรียน เตี้ยก็ได้รับการศึกษาเล่าเรียนเหมือนเด็กทั่วไปที่ควรจะได้เรียน มันผิดกันตรงที่ ทำไมเตี้ยต้องไปโรงเรียนวัด แต่ลูกบ้านใหญ่ทุกคนได้ไปเรียนโรงเรียนประจำอำเภอ เมื่อเรียนจบมัธยมเตี้เลยตัดสินใจไม่เรียนต่อ
เพราะว่าเตี้ยมีความรัก ความรู้สึกของเตี้ยที่มีต่อพิทยานั้ัน มันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นอย่างที่เตี้ยไม่เคยมีในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นจากแม่ จากพ่อหรือจากพี่ชายพี่สาวที่โตกว่า เกิดมาในชีวิตนี้ความรู้สึกแบบนี้ มันมีพลานุภาพยิ่งใหญ่มาก สำหรับเตี้ยในที่สุดเมื่อความรักมันเต็มอกของเตี้ยและพิทยาสาวนครปฐม มันเลยตัดสินใจ ในสิ่งที่ทุกคนในวัยสิบเจ็ดไม่สมควรที่จะทำ
คืนนี้เป็นคืนวันที่สองของงานประจำปีองค์พระปฐมเจดีย์เตี้ยและพิทยานัดแนะกันอย่างดี เมื่อตอนกลางวัน หลังจากแยกออกจากกลุ่มที่ตนมาด้วยต่างจูงมือกันมาสักการะพระร่วงโรจน-ฤทธิ์ เพื่อขอพรให้ความรักนั้นอยู่ชั่วฟ้าดินสลาย เมื่อทั้งคู่แน่ใจซึ่งกันและกัน แม้จะมีอุปสรรคขวากหนามหรือมหาสมุทร ก็ไม่อาจขวางความรักของทั้งสองได้ ทั้งคู่จึงหนีตามกันมาอยู่ราชบุรี ซึ่งเป็นบ้านของเตี้ย
ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ทั้งคู่มีพยานรักด้วยกันสามคน หญิงสองชายหนึ่ง ภาระ อันหนักยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นเขาตกอยู่กับเตี้ยแต่เพียงผู้เดียว ลูกสามเมียหนึ่ง แม่อีกหนึ่ง เตี้ยต้องกัด ฟันทนทำงานทุกอย่างไม่ย่อท้อ ไม่ว่าจะเป็นงานร้านข้าวต้มโต้รุ่ง
งานรับจ้างทั้งกลางวันกลางคืน และแล้วเหมือนสวรรค์มีตา เมื่อแรงงานจังหวัดรับจัดหาคนงานไปทำงานตะวันออกกลาง วันนี้อากาศจังหวัดราชบุรีแจ่มใสไร้เมฆหมอกมาบัง ไม่มีแต่ควันจากโรงงานน้ำตาล ไม่มีแม้แต่กลิ่นเหม็นจากแม่น้ำแม่กลอง ความรู้สึกของเตี้ยตอนนี้เป็นไปด้วยความหวัง มองไปทางไหนเห็นแต่หน้าลูกเมียล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศ ตกเย็นเตี้ยเดินเข้าบ้านด้วยความปิติยินดี เพราะ เตี้ยได้ไปทำงานที่ประเทศบาเรนห์ เป็นคนงานในครัว เตี้ยทำงานอยู่ที่นั้นได้ปีกว่า
เตี้ยต้องกลับมาเดินเตะฝุ่นหางานใหม่ในเมืองไทย ตอนนั้นเตี้ยมีความรู้สึกอยากกระโดดน้ำตาย มันมืดมนไปหมด เตี้ยคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี นอกจากภาระที่มีชีวิตแล้วคือลูกเมีย เตี้ยยังมีภาระที่ไม่มีชีวิตอีกคือ เตี้ยซื้อบ้านเงินผ่อนอีกหนึ่งหลัง เมื่อมันต้องกลับมาในเวลาอันไม่สมควร มันไม่ได้เตรียมใจไว้ก่อน มันจึงหมดหนทางที่จะไปสมัครงาน ครั้นจะไปเป็นพนักงานตามร้านอาหารก็คงไม่มีเงินผ่อนบ้านแน่ จะไปเป็นพ่อครัวตามโรงแรมก็คงไม่ได้ ฝีมือไม่ถึงคงไม่มีใครจ้าง หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ เตี้ยไม่เคยผ่านเปิดอ่านหน้าสมัครงานทุกเช้า จนเจ็กเส็งเจ้าของร้านกาแฟที่บ้านโป่งรู้จักมันดี เพราะทุกเช้ามันจะต้องมาอ่านหนังสือพิมพ์ที่ร้านนี้เป็นประจำ เช้านี้ก็เป็นเหมือนอย่างเคย มันตื่นแต่เช้ารีบไปหาหนังสือพิมพ์อ่าน มันหมดหวังกับไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชนอ่านจนไม่มีอะไรจะให้มันอ่าน มัันอ่านทุกหน้าทุกตัวอักษรที่รับสมัครงานจนมันเริ่มท้อ มันจึงเดินกลับบ้านด้วยความหวังถึงวันพรุ่งนี้ เมื่อกลับมาถึงบ้านมันก็ต้องตื่นเต้นเมื่อมันพบกับเศษกระดาษที่ลูกสาวคนโตของมัน ที่เรียนอยู่มัธยมศึกษาปีที่สอง ได้แอบฉีกหนังสือพิมพ์วัฏจักรฉบับวันอังคารที่ 25 มิถุนายน 2539 จากโรงเรียนมาให้พ่อของเธอ ในหน้านั้นระบุชัดเจนว่าต้องการด่วนคนงานในครัวที่มีประสบการณ์ ไปทำงานร้านอาหารไทยที่เมลเบิร์น ไอ้เตี้ยมันจัดแจงออกไปตลาดเพี่อหาโทรศัพท์สาธารณะ ด้วยความที่มันเป็นคนพูดจาประจบประแจงอย่างหน้าสงสาร ขอให้มันได้มาก่อนค่าจ้างค่าแรงไม่มีการต่อรอง จึงไม่ยากนักที่มันจะได้มาเมลเบิร์นออสเตรเลีย จากนี้ไปมันปฏิญาณไว้เลยว่า มันจะไม่ให้มีเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นอีก มันจะไม่ยอมให้ตกงานอีกเด็ดขาด ไม่ว่าจะได้มาด้วยวิธีการใดก็ตาม มันกลัวทุกอย่าง กลัวคนจะมาแย่งตำแหน่งมัน เดี๋ยวมันไม่มีงานทำ ไหนบ้านก็ต้องผ่อน ลูกอีกสามอยู่ที่เมืองไทย ถ้าหลุดจากร้านนี้ไม่ไปไม่รู้จะไปทำงานที่ไหน ครั้นจะกลับเมืองไทยก็ไม่รู้จะไปทำอะไร
จะไปเป็นเด็กร้านข้าวต้มก็ไม่ได้ ไม่พอเลี้ยงลูก มันคงนึกไม่ออกว่ามันจะไปทำงานอะไร ครั้นจะไปทำงานที่ตะวันออกกลาง ตัวมันเล็กจะไปทำงานก่อสร้างก็ไม่ไหว
มันเลยต้องมาทำงานในครัว แต่มันอยู่ที่ร้านอาหารไทยที่นครเมลเบิร์นได้ไม่นานเท่าไหร่ เพราะมันไม่เก่งจริง ร้านอาหารไทยที่เมืองนี้ต้องเก่งจริงๆถึงจะอยู่ได้
มันจึงเริ่มมองออกว่าถ้ามันขืนอยู่ที่นี่ต่อไป วันหนึ่งมันต้องประสบกับชะตากรรม
ที่มันคิดฆ่าตัวตายแน่ เพราะมันเป็นแค่ลูกมือ มันไม่ได้เป็นพ่อครัวใหญ่ มันจึงคิดว่ากูเป็นหัวหมาดีกว่าเป็นหางสิงห์โต มันจึงรีบจัดแจงซื้อหนังพิมพ์ภาษาไทยที่ีจำหน่ายในออสเตรเลียมาอ่านเพื่อหาที่สมัครงานใหม่ โชคมันดีมันพบร้านอาหารที่บริสเบน รับสมัครพนักงานในตำแหน่งพ่อครัวพอดี เตี้ยรีบย้ายเมืองมาอยู่บริสเบน มาทีแรกเตี้ยก็ไม่ได้เป็นหัวหน้าหรือพ่อครัวใหญ่ เป็นแค่พนักงานในครัว ธรรมดานี่แหละ แต่ด้วยความที่มันเป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว จึงไม่ยากนักที่มันจะถีบน้าโรมหัวหน้าคนเก่าออก น้าโรมคนที่สอนมันทำทุกอย่าง ตอนมันมาใหม่ๆมันประจบให้น้าสอนมันทุกอย่าง แต่แล้วมันก็ขึ้นมาแทนน้าอย่างที่เห็น
นี่แหละ น้าทนไม่ไหว คนอย่างมันจะมีอะไร มาตอนแรกเป็ดมันยังเลาะไม่เป็นเลย ผัดไทยน้าก็สอนมันผัด น้าโรมพูดพร้อมกับยกแก้วชาดอนเน่ขึ้นดื่ม พร้อมกับสาธยายต่อว่า น้ามันผ่านโลกมามากรู้ดีว่าของอย่างนี้ ใครมีประโยชน์มากกว่า
เจ้าของร้านเขาต้องเลือกคนนั้น น้าอยู่มานานค่าตัวมันสูง น้าไม่สนใจหรอกน้ามันปลงแล้ว พอมันทำได้ทุกอย่าง มันก็บอกเจ้าของร้านว่า ให้เอาน้าออกเหอะ มันทำได้เก่งกว่าน้าอีก และที่สำคัญมันประจบชู้เจ้าของร้านซะอยู่หมัด ในเมื่อการเมืองมันเปลี่ยนขั้ว น้าก็เลยย้ายพรรคหลีกทางให้มัน น้าเลยต้องมาทำอยู่ร้านไทยคิทเช่น
นี้แหละสบายใจดี จากนี้ไปไอ้เตี้ยคนเดียวเท่านั้นที่เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ไม่ว่าไอ้มนุษย์หน้าไหนจะมาเก่งทำเป็นรู้เรื่องมากกว่ามันไม่ได้ มันจะต้องมีอันเป็นไปภายในสามวันเจ็ดวัน ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ ในร้านนี้ห้ามมีผู้หนึ่งผู้ใดมาอวดรู้หรือรู้จริงอย่างเด็ดขาด ถ้ามีใครหน้าไหนมาอวดรู้อวดเก่ง มันจะ ตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการบอกเจ้าของร้าน ให้ลดวันทำงานทันทีจนกว่ามันจะลาออกไปเอง ร้านนี้เจ้าของร้านเป็นแม่หม้ายไม่มีสามี(ผัว)เป็นตัวเป็นตนมีแต่กิ๊ก(ชู้) เพราะฉะนั้นสิทธิ์ขาดอยู่ในครัวอยู่ที่ไอ้เตี้ยคนเดียว
จากนี้ไปไอ้เตี้ยมันไม่ใช่ไอ้เตี้ยลูกเมียน้อยเหมือนเมื่อตอนมันเด็กแล้ว ไม่ใช่ไอ้เตี้ยที่แม่มันเป็นคนงานในโรงสีและเป็นเมียน้อยเจ้าของโรงสี แล้วมันไม่ใช่ไอ้เตี้ยที่มีพี่ชายขี้เมาขึ้นโรงพักเป็นว่าเล่น เพราะเมาสุราอาละวาด จนผู้คนแถวนั้นเอือมระอา
บางครั้งก็เมาจนทำร้ายคนในครอบครัว เพราะความสติที่จะควบคุมตัวเองได้
เมื่อเป็นดังนั้นก็ต้องพึ่งผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่มันเป็นไอ้เตี้ยที่มีทุกอย่างมีบ้านมีรถขับ เอาลูกเอาเมียมาอยู่บริสเบน พร้อมมีอำนาจชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นนกในร้านนอกจากไอ้แซมชู้เจ้าของร้านแล้ว ไม่มีใครใหญ่เท่าเตี้ย นี้คือความภาคภูมิใจของคนที่กว่าจะได้เป็นพ่อครัวใหญ่ มันเป็นสัจจธรรมจริงๆว่าสัตว์ที่มีกำลังมาก
ย่อมเป็นเจ้าป่า ในการทำงานหรือการอยู่ร่วมกัน คนย่อมต้องมีความแตกต่างของคนที่อยู่ร่วมกัน เพราะแต่ละคนย่อมมีพื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน ความมัวเมาในอำนาจ
มัวเมาในความต้องการแก่งแย่งกันนั้น ย่อมต้องมีการใช้เล่ห์เหลี่ยมเป็นเรื่องปกติ
ยิ่งถ้าความเป็นอยู่ในต่างแดนด้วยแล้ว ย่อมต้องมีมากกว่าธรรมดา เพราะถ้าผู้ใดหลุดกระเด็นออกนอกวงโครจรเมื่อไหร่ ย่อมหมายถึงการเริ่มนับหนึ่งใหม่
ในเมื่อไม่รู้สึกว่าตัวเองผิด แล้วจะกลัวเวรกรรมทำไม...
.....กาลเวลาย่อมกลืนกินสัตว์ทั้งหลาย
พร้อมกับตัวมันเองด้วย
ทำไมคนเราต้องแก่งแย่งแข่งขันกัน
ทำไมไม่อยู่ร่วมกันโดยปราศจากอิจฉาริษยา....


จากคุณ : พินิจนันท์ - [ 7 ก.ค. 47 11:35:05 A:220.240.123.199 X: > pantip.com
โดย: pinitnan [31 ม.ค. 48 21:57] ( IP A:203.150.217.111 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน