การปิดตัวลงของพิพิธภัณฑ์วัดม่วง
    ร้อยแปดวิถีทัศน์ : สบร.เอย ตั้งเอ๋ยตั้งไข่ จะตั้งไยไข่กลมก็ล้มสิ้น


องค์กรที่มีชื่อสุดขลังว่า สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) แห่งนี้ น่าจะเปลี่ยนชื่อเสียใหม่ ว่า เป็น สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความไม่รู้ (สบมร.) เสียให้รู้แล้วรู้รอด

ผู้สนใจติดตามย่อมจะพบว่า องค์กรนี้ต้อง "ตั้งไข่ล้ม ต้มไข่กิน..." ในหลายๆ ด้าน นับตั้งแต่สถานที่ ผู้บริหาร วิสัยทัศน์ ฯ มีการตั้งต้นหัดเดิน เดินๆ ล้มๆ และเดินเป๋ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า การ "ตั้งเอ๋ยตั้งไข่ ..." ขององค์กรความรู้แห่งนี้ มีสาเหตุและปัจจัยมากหลายมาตั้งแต่แรกตั้ง และโดยเฉพาะเมื่อมาประสบกับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเมื่อ 19 กันยายน 2550 จนกระทั่งล่าสุด เมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่

กล่าวคือ เมื่อแรกตั้งก็ตั้งองค์กรเป็นชุดถึง 7 หน่วยงานอย่างฟ้าผ่ารีบเร่งรวดเร็ว ได้แก่ อุทยานการเรียนรู้ (TK Park) สำนักงานศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ (NDMI) สถาบันวิทยาการการเรียนรู้ (NBL) ศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษ (NGT) ศูนย์ความเป็นเลิศชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) และศูนย์คุณธรรม (Moral Center) โดยไร้การทำให้กระจ่างและวางแผนหลักให้สอดคล้องว่าอะไรคืออะไร ความรู้เกิดขึ้นได้อย่างไร

นอกจากการตั้งอย่างฟ้าผ่า ก็มีการบริหารและใช้เงินงบประมาณอย่างฟ้าแลบ คือ ใช้มากใช้เร็ว ที่แจ่มชัดยิ่งนัก ก็คือ เมื่อ สตง.ได้ตรวจสอบติติงงบประมาณของ สบร.ในการทำสำนักงานชั่วคราว การเช่าที่ทั้งของศูนย์ทีซีดีซี และทีเค ปาร์ค ในกรุงเทพมหานคร ตลอดจนการตั้งเงินเดือนผู้บริหาร สบร.ที่สูงลิบลิ่ว คือ เงินเดือนของผู้บริหารที่มากกว่าเงินเดือนของผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่ว่ามากโขแล้วนั้นอีก 2-3 เท่า

ส่วนอาการฟ้าร้อง ก็คือ เมื่อมีชุดองค์กรเหล่านี้เกิดขึ้น โดยเฉพาะทีเค ปาร์ค และศูนย์ทีซีดีซี ก็ส่งเสียงกึกก้องกัมปนาทราวกับว่าตั้งแต่มีสยามประเทศเป็นต้นมา เราไม่เคยมีห้องสมุดใดๆ มาก่อน ไม่เคยมีการออกแบบ ไม่เคยมีการเรียนรู้ไม่มีความรู้ใดๆ ทั้งสิ้น ชุดองค์กรเทวดาเหล่านี้จึงต้องนิรมิตขึ้นอย่างไร้ราก และไร้การประสานกับแหล่งความรู้ และการเรียนรู้อื่นๆ ในสังคมไทย

กรณีของทีเค ปาร์ค เป็นตัวอย่างที่ดี เพราะเสียงดังกลบห้องสมุดใดๆ เรียกว่าเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ร่มเงากว้างขวางหนาทึบ จนไม่อนุญาตให้หญ้าเล็กๆ ได้งอกงามอยู่ใต้ร่มเงาของตน ซึ่งปรากฏการณ์นี้หากเคยเกิดมาในบางจังหวัด มาบัดนี้ กำลังจะเกิดขึ้นในทุกภาคอย่างพร้อมเพรียงกัน

รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แถลงเมื่อ 1 พฤษภาคม ว่า รัฐบาลจะทุ่ม 1.6 พันล้าน ให้สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ความรู้ที่กว้างขวางมากขึ้น โดยส่วนหนึ่งของงบประมาณนี้ จะให้ สบร.ประสานความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เพื่อขยายศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ทีซีดีซี) และอุทยานการเรียนรู้ (ทีเค ปาร์ค) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยภายในปี 2552 จะต้องมีทีซีดีซี หรือทีเค ปาร์ค ต้นแบบในทุกภูมิภาค

อันกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยนี้ มีบุคลากรชำนาญงานสร้างสรรค์การออกแบบ และงานอุทยานการเรียนรู้มาตั้งแต่เมื่อไรมิทราบ จึงได้รับความไว้วางใจให้รับงานความรู้ไปละเลงทำ ไม่ใช่เพียง "สนับสนุนส่งเสริมและประสาน" ดังที่ระบุไว้ในข้อ 6 อำนาจหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น คือ "ส่งเสริมสนับสนุนและประสานการจัดการบริการสาธารณะและการศึกษาในอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น"

หรือว่าจะอาศัยอำนาจหน้าที่ข้อ 11 ที่ระบุว่า "ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมหรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย" ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ ก็สามารถมอบหมายให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ทำได้ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ โดยไม่ผิดกฎระเบียบ

เท่านี้ไม่พอ ยังกำหนดด้วยว่ากรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องทำให้เสร็จภายในเวลาเพียงปีกว่าๆ โดยให้ไปร่วมมือกับภาคเอกชนด้วยอีก

อะไรมันจะเร่งด่วนขนาดนั้น แถมงบประมาณ 1.6 พันล้าน ที่สบร.ได้ในปี 2551 นี้ สูงกว่าในปี 2550 คือเคยได้ 700 ล้านบาท อีกทั้งในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า สบร.จะของบประมาณปีละ 300-400 ล้านบาท เพื่อขยายโครงการทีซีดีซีสู่ภูมิภาค จัดหาสถานที่ก่อสร้างศูนย์ทีซีดีซีของตัวเอง

ก็เพราะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก รองนายกฯ กับรมต.คลังก็เป็นคนเดียวกัน ทุกอย่างจึงเบ็ดเสร็จสะดวกโยธิน ไร้การสำรวจตรวจสอบให้รอบคอบ ว่า ในแต่ละภาคจะมีวิธีการอื่นอีกหรือไม่ ที่จะดีกว่าการรีบๆ สร้างศูนย์ทีซีดีซีและทีเค ปาร์คขึ้นมาใหม่ อาทิเช่น การรวมควบแหล่งเรียนรู้แบบทีเค ปาร์ค เข้ากับศูนย์การออกแบบทีซีดีซี เพราะงานสองอย่างนี้มีธรรมชาติเดียวกั
โดย: [0 3] ( IP )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   นอยู่ด้วยกันได้

การสำรวจว่าท้องถิ่นขาดอะไร เป็นสถานที่ หรือบุคลากร หรือความรู้เทคนิคโนว์-ฮาว ค่อยจัดสิ่งนั้นให้เป็นกรณีๆ ไป หรือว่าท้องถิ่นมีอะไรอยู่แล้วบ้างที่สมควรต่อยอด อาทิเช่น ศูนย์เยาวชน องค์กรชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิพิธภัณฑ์ในท้องถิ่น ซึ่งแหล่งเรียนรู้ประเภทนี้จะมีแต่ตายกับตาย องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นไม่มีงบประมาณสนับสนุน เพราะต้องไปทำอย่างอื่นที่ถูกสั่งมา

การปิดตัวลงและการย่ำอยู่กับที่ตลอดจนการเสื่อมโทรมของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหลายแห่งในรอบ 10 ปีนี้ ส่วนหนึ่งเนื่องจากขาดการสนับสนุนของ อปท. ซึ่งสามารถเป็นผู้นำกระตุ้นให้ชุมชนผู้ทำนุบำรุงได้ การปิดตัวลงของพิพิธภัณฑ์วัดม่วง อ.บ้านโป่ง ราชบุรี เป็นตัวอย่างที่สอดคล้องกับการศึกษาวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่าที่ผ่านมา อปท. ให้งบประมาณสนับสนุนการเรียนรู้ต่ำมาก และที่ให้ก็เป็นประเภทสิ่งปลูกสร้างเสียเป็นส่วนใหญ่

อย่าลืมว่า แหล่งเรียนรู้ของท้องถิ่น อาทิเช่น พิพิธภัณฑ์ มีข้อได้เปรียบที่อุทยานการเรียนรู้ประเภท "เสมือนจริง" ทั้งหลายของ สบร.จะไม่มีทางสู้ได้เลย นั่นก็คือ การมี "ของจริง" ให้ได้สัมผัส ผู้จะเรียนรู้หรือทำงานออกแบบสร้างสรรค์อะไรก็ตาม ควรจะต้องรู้ศิลปวิทยาการความรู้ของท้องถิ่นตัวเองเป็นฐานและต่อยอดให้ยิ่งขึ้นไป

แค่การสร้างศูนย์ทีซีดีซี และทีเค ปาร์ค ในกรุงเทพฯ ซึ่งนับว่ามีความพร้อมทุกด้านมากกว่าทุกๆ ที่ในภูมิภาค ก็ได้ใช้เวลาและการจัดเตรียมยาวนานเกิน 1 ปี ซึ่งในที่สุดทั้งสองแห่งลงเอยด้วยการปรับปรุงที่และเช่าที่

ทั้งหมดนี้ ส่อให้เห็นว่ารัฐบาลมีวาระซ่อนเร้นอื่น คือ ต้องการให้ สบร.เป็นอาณาจักรเอกเทศในการบริหารและพัฒนาอำนาจทางการเมืองชนิดใหม่ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น จุดขายใหม่ ว่า สบร. มีหน้าที่สร้างเสริมการ "พัฒนาระบบเศรษฐกิจใหม่บนฐานองค์ความรู้" โดยแบรนด์อย่างคำว่า "องค์ความรู้" "สร้างสรรค์งานออกแบบ" "ลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา" จึงได้แจ้งเกิดเป็นชุดเพื่อเป็นหลักการและเหตุผลให้ผันเงินเข้า อปท.อย่างสะดวกโยธินที่สุดเท่านั้นเอง เพื่อทดแทนเส้นทางศูนย์โอท็อปและเอสเอ็มอี เงินกองทุนหมู่บ้านซึ่งได้ถึงทางตัน ซื้อความเชื่อของคนทั้งประเทศไม่ได้ง่ายๆ อีกต่อไปแล้ว

ส่วนจะเอางบประมาณไปสร้างสถานที่ใหม่อย่างไร หรือเอาเงินไปปรับปรุงไปเช่า หรือซื้อตึกหรือที่ของใคร หรือแม้แต่ว่าการจะบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ หรือสร้างความรู้หรือไม่ ในสภาพไหน นั่นมิใช่ประเด็น
โดย: สุกัญญา หาญตระกูล [16 พ.ค. 51 9:11] ( IP A:125.26.39.140 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน