ขอแสดงมุทิตาสักการะยินดีกับ เจ้าคณะอำเภอบ้านโป่ง รูปใหม่
   จาก พระพิศาลพัฒนโสภณ ( เจ้าคุณทอง ) วัดบ้านโป่ง ได้ครบอายุ 80 ปี ทำให้ภารงานกิจการของสงฆ์ในเขต อ.บ้านโป่ง หมดวาระลงเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา บัดนี้ได้ทราบคำสั่งและมีการมอบหมายหน้าที่ไปเมื่อวานนี้แล้วสำหรับเจ้าคณะอำเภอบ้านโป่ง รูปใหม่ คือ พระครูวิจิตรธรรมธาดา เจ้าอาวาสวัดหุบกระทิง ต.เบิกไพร อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และท่านจะรอรับตราตั้งในการดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเมื่อถึงวันและเวลาที่มหาเถรสมาคมจะออกประกาศ
โดย: ตามนั้น [20 ก.ย. 55 22:31] ( IP A:182.52.203.142 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ขนาดพระยังยึดติดในลาภ ยศ สรรเสริญ
ป่านนี้วัดที่ได้ตำแหน่งคงจัดงานฉลองกันใหญ่โตแล้วมั๊ง
โดย: เด็กวัด [21 ก.ย. 55 13:30] ( IP A:125.27.180.37 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   แล้วเจ้าอาวาสวัดบ้านโป่ง ได้ข่าวมีเมีย ผ่อนบ้าน ให้เมีย จริงๆป่าวอะ จะหาเงินจากไหนมาส่งบ้านต่อล่ะ......
โดย: นายซีม่า โลชั่นสกุล [21 ก.ย. 55 18:04] ( IP A:125.25.122.199 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ขนาดพระยังยึดติดในลาภ ยศ สรรเสริญ
ป่านนี้วัดที่ได้ตำแหน่งคงจัดงานฉลองกันใหญ่โตแล้วมั๊ง

ตอบ คุณเด็กวัด ให้เข้าใจ

อันลาภ ยศ สรรเสริญ นั้นมันมีอยู่ทุกสิ่งทุกย่อมหญ้า หากถ้าว่าเรามีแล้ว และรักษามันดีมันก็จะดี ถ้าเรารักษาไว้ไม่ดี หรือวางตัวในลาภ ยศ สรรเสริญที่ผิดทางก็ย่อมนำพาความหายนะมาสู่ ด้วยเหตุนี้ ลาภ ยศ สรรเสริญ เปนเพียงแค่สิ่งที่ลอยอยู่ในอากาศ ตายไปก็เอาไปไม่ได้ เปนเพียงแค่นามธรรม

แต่ในเมื่อเหตุนี้ ขอให้ท่านพิจารณาใหม่ ว่า เหตุที่ต้องมีเจ้าคณะอำเภอ เพื่อให้เกิดการบริหารกิจการงานคณะสงฆ์ได้อย่างถูกต้อง เฉกเช่นเดียวกับ การบริหารงานราชการ เอกชน ที่มนุษย์ปุถุชนทั่วไปได้กระทำและมีกฎเกณฑ์ต่าง ๆ นั้นไว้แล้ว เช่นเดียวกับงานของคณะสงฆ์ ก็ต้องมี แต่ก็จะอยู่ในขอบเขตในความเป็นสมณสารูป ก็จะต่างกับฆราวาส ปุถุชนทั่วไป ตำแหน่งทางสงฆ์ก็ต้องมี

พระสังฆราช ( ผู้เป็นประมุขสงฆ์ทั่วแคว้นอาณาประเทศไทยและวัดไทยในต่างแดน )

เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เหนือ ใต้ และตะวันออก ( ก็มีหน้าที่สอดส่องดูแลในเขตสงฆ์ที่ตนเองได้รับมอบหมายในการปกครองงานนี้ )

เจ้าคณะภาค ( ก็ต้องดูแล ควบคุม ระบบระเบียบตลอดจนการทำงานของคณะสงฆ์ในพื้นที่ที่ได้รับงาน )

กรรมการมหาเถรสมาคม ( หน้าที่คือ ปฏิบัติงานของคณะสงฆ์ ตลอดจนพิจารณางานของพระสงฆ์ตลอดจนวัดวาอารามต่าง ๆ ตามแต่งานที่ได้รับมอบหมาย )

สำนักงานพระพุทธศาสนา ( แบ่งหน้าที่กระจายออกไปทั่วทุกจังหวัด เพื่อประสานและขยายงานสงฆ์ ตลอดจนสอดส่องดูแลพระสงฆ์ วัดวาอารามต่างในเรื่องความสะดวกและความผิดต่าง ๆ ที่กระทำ )

เจ้าคณะจังหวัด ( เทียบเท่าชั้น ผู้ว่าราชการจังหวัด มีหน้าที่สอดส่องดูแล บริหารงานในคณะสงฆ์ในจังหวัดที่ท่านได้ปกครอง )

เจ้าคณะอำเภอ ( นายอำเภอ นั้นเอง หน้าที่ก็เหมือนเจ้าคณะจังหวัดเพียงแต่ลดหลั่นกันมาปกครองดูแลในเพียงแค่อำเภอที่ท่านได้รับคำสั่งให้ปกครอง )

เจ้าคณะตำบล ( เทียบเท่า นายกเทศบาลตำบล นายก อบต. หน้าที่ก็เฉกเช่นเดียวรองมาจากเจ้าคณะอำเภอ และก็ดูแลเขตปกครองสงฆ์ตามตำบลที่ท่านได้รับมอบหมาย )

นี้คือ ตำแหน่งงานของคณะสงฆ์ ที่จะต้องมีและบริหารจัดการกันต่อไป หากถ้าไม่มีแล้วไซร์ ความบรรลัยในศาสนาก็ย่อมบังเกิด ถามว่าปัจจุบันเรื่องไม่ดีทางสงฆ์มันก็พอมีอยู่มากน้อยกันไป แต่การทำงานในคณะสงฆ์ปัจจุบันแต่ละที่ก็ต่างกันออกไป บางที่ก็ดีเคร่ง บางที่ก็ปล่อยปะละเลย กันไป เรื่องแบบนี้ อย่ามองผิดเสมอว่า พระต้องยึดในตำแหน่งลาภยศ พระที่อยากได้ก็มี พระที่ท่านไม่อยากไจะได้แต่จำเป็นต้องรับ ก็มี พระไม่อยากได้ตำแหน่งต่าง ๆ มากมายนั้นก็มี ฉะนั้นในการดำรงในสมณสารูปให้เหมาะสมก็ต้องมีความสันโดษ รักษาพระธรรมวินัยตามพุทธบัญญัติให้ดีครบทุกข้อ อย่าขาดเว้น ลด ละ เลิก จากอบายมุขและเรื่องทางโลกต่าง ๆ ไม่ยึดในลาภสักการะความสรรเสริญยินยอ เมื่อใครได้ดีจงพลอยยินดีไปกับเขา และต้องมีความเมตตาและดำรงตนให้เหมาะสมกับจริยวัตรในการเป็นพระสงฆ์ที่งามแท้ และควรแก่การกราบไหว้สำหรับพุทธศาสนิกชน
โดย: ตามนั้น [21 ก.ย. 55 21:45] ( IP A:125.25.198.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   สาธุ
โดย: ทาทา [21 ก.ย. 55 22:29] ( IP A:27.55.5.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   หากเป็นเยี่ยงแล้วไซร็ กระผมใคร่จะขอเรียนถาม เพื่อประดับสติปัญญาอันน้อยนิดของกระผมเสียหน่อย จะได้ไหมขอรับท่าน " ตามนั้น"
คือว่า
1.หากพระสงฆ์ที่บิณฑบาตในเวลาเช้าตรู่ แล้วฆราวาส มิได้นิมนต์พระสงฆ์รูปนั้น เพื่อให้รับอาหาร พระสงฆ์รูปนั้นจะหยุดเพื่อรับได้หรือไม่ ขอรับ
2.แล้วหากพระสงฆ์รูปใดที่บิณฑบาตผ่านไปแล้ว จะยังย้อนกลับมาเพื่อรับอาหารได้อีกหรือไม่ ขอรับ
3.แล้วหากฆราวาสได้นิมนต์พระสงฆ์แล้ว เพื่อใส่บาตรแก่พระสงฆ์รูปนั้น เป็นอาหารคาวหวานบริบูรณ์ พระสงฆ์รูปนั้นจะขอเปลี่ยนเป็นปัจจัยอื่นแทนได้หรือไม่ ขอรับ
4.เวลาประมาณ 9 - 10 โมงเช้า ยังคงบิณฑบาตรได้อยู่อีกหรือ ขอรับ
5.ตามที่ปัญญาของกระผมพึ่งจะมีนั้น กระผมเข้าใจว่า การปล่อยวางไม่ยึดติดในลาภยศนั้นก็ดี การละอายในบาปก็ดี ล้วนเป็นหนทางสู่มรรคผลอันสูงสุด แล้วหากเป็นดั่งเช่นที่ท่านได้กรุณาอธิบายมาเยี่ยงนี้แล้วไซร้ ศาสนาจะรุ่งเรืองต่อไปได้อีกหรือ ขอรับ.
อนึ่ง ท้ายนี้กระผมต้องขอกราบขออภัยแก่ท่าน " ตามนั้น " ด้วยขอรับ หากวาจาใดทำให้ท่านต้องขุ่นเคืองใจไป ด้วยกระผมก็เล็งเห็นแล้วว่าท่านคงจะสามารถไขข้อข้องใจของกระผม ให้กระจ่างได้โดยแท้

โดย: คนเดินดิน [23 ก.ย. 55 17:02] ( IP A:223.205.242.67 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เรื่องแบบนี้ ก็รู้เห็นกันอยู่ แต่ในงานบริหาร ถ้าผู้นำ ผู้บริหารปล่อยปะละเลย ผลที่เห็นก็ตามที่คุณถาม แต่มันใช่เรื่อง
ดีไหม ก็ไม่ใช่หรอก 8 - 9 โมง พระยังออกบิณฑบาตรกันไม่กลับวัด ไอ้เรื่องบัดสีบัดเถลิงพวกนี้ก็รู้เห็นกันอยู่ แต่ถ้ามีใครสักคนหรือผู้นำ ผู้บริหารท่านไหนจัดกดารดูแลเรื่องดีให้ดีและราบคาบมันก็จะดี ในสังคมเมืองใหญ่มันก็เปนเช่นนี้ตามที่เห็น แต่ถ้ามีใครที่มาจัดการบริหารได้ก็จะดีมาก เพราะปัจจุบันเรื่องนี้มันปล่อยปะละเลยมานานแล้วละ
โดย: ตามนั้น [23 ก.ย. 55 20:46] ( IP A:125.25.193.28 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   1.หากพระสงฆ์ที่บิณฑบาตในเวลาเช้าตรู่ แล้วฆราวาส มิได้นิมนต์พระสงฆ์รูปนั้น เพื่อให้รับอาหาร พระสงฆ์รูปนั้นจะหยุดเพื่อรับได้หรือไม่ ขอรับ
.
.
.
อยากจะบอกว่าแถวบ้านผมพระที่เดินผ่านถ้าเห็นมีคนอยู่ในบ้าน(ไม่ได้เตรียมใส่บาตรด้วย)ยังตะโกนถามเองเลยว่าใส่บาตรไหมโยม
.
.
และยังได้ข่าวมาอีกว่าในตลาดสดบ้านโป่งมีพระที่ยืนรอใส่บาตรโดยที่ไม่เอาของจะเอาแต่เงินด้วยนะ
.
.
แบบนี้ท่าน
เจ้าคณะจังหวัด เทียบเท่าชั้น ผู้ว่าราชการจังหวัด
เจ้าคณะอำเภอ เทียบเท่า นายอำเภอ
เจ้าคณะตำบล เทียบเท่า นายกเทศบาลตำบล
จะว่าประการใดขอรับ
โดย: เด็กวัด [23 ก.ย. 55 22:02] ( IP A:182.52.206.85 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ขอประทานโทษนะขอรับ กระผมใคร่จะขอเล่าเหตุการณืหนึ่ง ซึ่งกระผมเคยประสบมาแก่ตัว เรื่องมีอยู่ว่า ในสายของวันหนึ่งกระผมรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน ได้มีพระมาบิณฑบาตรโดยกระผม มิได้นิมนต์แต่อย่างใด กระผมก็พาซื่อ รีบค้นหาทั้งนมกล่องแลปัจจัยใส่ซองถวาย กาลผ่านไปได้สักเดือน ครานี้กระผมอยู่ในเรือน มิได้ออกนอกเคหะสถาน ได้มีพระมาบิณฑบาตรอีก ครานี้มาด้วยกัน 2 รูป กระผมไม่พร้อมแลยุ่งด้วยกิจงาน จึงมิได้ออกไป พระทั้ง 2 รูปบ่นซุบซิบกระไรกัน กระผมแลเห็นได้ แต่มิอาจได้ยิน กระผมเห็นท่าทางมิได้ความแล้ว จึงออกไปถามว่าแก่พระทั้ง 2 รูปว่า " เหตุใดกระผม มิได้นิมนต์พระคุณเจ้าทั้ง 2 ให้หยุดรับบาตร พระคุณเจ้าจึงมาหยุดเยี่ยงนี้ มันผิดกิจของสงฆ์ใช่หรือไม่ " พระทั้ง 2 รูปหน้าถอดสี มองตากันไปมา จากนั้นกระผมถามต่อแบบเร่งเร้าว่า " ใคร่จะขอดูใบแสดงตนของสงฆ์ จากพระคุณเจ้าทั้งสองด้วย " ครานี้ไม่มีใบแสดง แถมพระทั้ง 2 ยังเปล่งวาจาออกมาเป็น ภาษาเขมร แลจับใจความได้ว่า " หยุดไม่ได้หรือ ทางไปถนนใหญ่ไปทางไหน จะไปที่ถนนใหญ่ เดี๋ยวรถมารับ " นั่นประไร แจ้งแก่ใจแล้ว กระผมจึงแกล้งตะโกนให้เพื่อนบ้านใกล้ชิด โทรเรียกตำรวจ เท่านั้นแหละ พระทั้ง 2 เหงื่อแตกซิก หน้าซีดเผือก แล้วจ้ำอ้าวออกไปเลย ครั้นเมื่อผู้ใหญ่บ้านมา กระผมจึงแจ้งแก่ผู้ใหญ่บ้าน กลับได้ความเห็นทำนองว่า หากใส่บาตรให้แล้ว ไม่สบายใจ ก็อย่าไปใส่ กระผมจึงถามกลับไปว่า " เหตุใดผู้ใหญ่จึงกล่าวเช่นนี้เล่า หากเราได้ชื่อแล้วว่า เป็นชาวพุทธแล้วไซร้ การใส่บาตรแก่พระภิกษุสงฆ์ก็คือสิ่งหนึ่งที่ช่วยบำรุงพระพุทธศาสนา ให้ดำรงคงอยู่ แต่หากเราไม่พิจารณา แลใส่ให้แก่เหลือบริ้นศาสนาแล้วไซร้ กาลต่อไปใครจะกล้าใส่บาตรเล่า ผู้คนมิรอแต่วันพระเพื่อไปวัดเท่านั้นหรือ "
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เพียงแค่อยากจะเสนอความคิดเห็นในทำนองที่ว่า อย่าคิดว่าทำแล้วสบายใจก็ทำไปเถอะ ทุกอย่างต้องช่วยกันกลั่นกรองด้วย อย่าให้มารศาสนาได้มีที่อยู่ในสังคม แล้วมันไม่บาปหรอก เพราะหากเป็นพระจริง แล้วทำตัวไม่เหมาะ เราก็สามารถตำหนิได้ ( ข้อมูลจากเถระสมาคม ) แต่หากเจอพระปลอม เราจะได้ช่วยกันกำจัด และที่สำคัญ เราจะได้ไม่่ต้องนั่งกราบไหว้แล้วให้ของแก่ขอทานให้เจ็บภายหลังด้วย จบบริบูรณ์

โดย: คนเดินดิน [24 ก.ย. 55 5:21] ( IP A:49.48.194.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ปล่อยมันไป
โดย: ตามเวรตามกรรม [24 ก.ย. 55 13:08] ( IP A:125.27.179.88 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ปล่อยมันไป ...คือปล่อยอะไรครับ
ปล่อยพระไม่ดีหรือปล่อยเจ้าคณะต่างๆ 555
โดย: แก่วัด [25 ก.ย. 55 7:50] ( IP A:182.52.206.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   คนที่เขียนกระทู้ว่าเจ้าอาวาสวัดบ้านโป่งมีเมีย อาตมาถามหน่อยว่ารู้ได้อย่างไร
ตั้งแต่อาตมาบวชมาก็ไม่ได้เห็นทีท่าว่าท่านจะมีอาการผิดแปลกอะไร ท่านก็ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะอำเภอมาด้วยดี
ถ้าหมายถึงอีนางคนเลี้ยงหมาละก็ ขอตอบได้เลยว่ามันไม่ใช่ญาติของเจ้าอาวาสวัดบ้านโป่งแน่นอน มันสะเออะเข้ามาเอง เข้ามาเมื่อไรไม่รู้ ที่รู้ๆ ก็คือ ทั้งพระและโยมทุกคนเกลียดมันมากๆ
เจริญพร พระมหา......สุวิชาโน ป.ธ.๙
โดย: พระมหา ป.ธ.๙ [27 ก.ย. 55 13:25] ( IP A:223.204.152.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   http://www.pantown.com/board.php?id=1607&area=&name=board1&topic=2045&action=view อ่านกะทู้นี้สิ..
โดย: ปูเป้ เอสบาย่า [27 ก.ย. 55 23:56] ( IP A:101.109.198.103 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   นมัสการพระคุณเจ้า พระมหา ป.ธ.๙
กระผมต้องขออนุญาตกราบเรียนถามพระคุณเจ้าด้วยความสงสัยว่า วาจาที่เปล่งออกมาจากพระคุณเจ้าที่ว่า " อีนางคนเลี้ยงหมามันไม่ใช่ญาติของเจ้าอาวาสวัดบ้านโป่งแน่นอน มันสะเออะเข้ามาเอง เข้ามาเมื่อไรไม่รู้ ที่รู้ๆ ก็คือ ทั้งพระและโยมทุกคนเกลียดมันมากๆ " มันแสดงถึงอะไรหรือขอรับ และการที่ไม่รู้ว่าเมตตานั้น ย่อมหมายถึงจิตส่วนลึกใช่หรือไม่ขอรับพระคุณเจ้า ในเมื่อพระคุณเจ้าเป็นพระในวัดบ้านโป่งก็ดีแล้วครับ พระคุณเจ้าจะได้รู้เสียทีว่า เหล่าฆราวาสนั้นส่วนใหญ่คิดอย่างไรกับพระที่วัดนี้ ประชาชนไปทำบุญกันน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับวัดปลักแรตแล้ว ขออภัยด้วยนะครับ หากกล่าววาจาใดที่ไม่สุภาพ

โดย: คนเดินดิน [28 ก.ย. 55 4:51] ( IP A:49.48.226.99 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   อาตมาอยากจะบอกแก่ญาติโยมทุกคนอย่างนี้ว่า ความอยู่รอดของพระศาสนานั้น อยู่รอดที่พระธรรมวินัย ถ้าเมื่อใดพระธรรมวินัยยังอยู่ ยังบริสุทธิ์อยู่ เมื่อนั้นศาสนาก็ยังอยู่ ตัวศาสนาจริงๆ ก็คือตัวพระธรรมวินัย ดังที่พระพุทธองค์ตรัสกับพระอานนท์อย่างนี้ว่า โย โว อานนฺท มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต โส โว มมจฺจเยน สตฺถา ดูก่อนอานนท์ ธรรมและวินัยใดที่เราตถาคตแสดงไว้แล้ว บัญญัติไว้แล้ว ธรรมและวินัยอันนั้นจะเป็นศาสดาของพวกเธอ เมื่อเราตถาคตล่วงลับไป จะเห็นได้ว่าศาสนาไม่ได้ขึ้นอยู่ที่คน ไม่ใช่คนไม่ไม่ใช่สิ่งของ ตัวธรรมะแท้ๆนั้นคือ ตัวธรรมชาติ ถ้าเราไปเปิดพระวินัยปิฎกอ่านตั้งแต่เล่มแรกไปจนเล่มสุดท้ายเลยเนี่ย เราก็จะเห็นว่าในสมัยพุทธกาลก็มีพระไม่ดีไม่งามเยอะเยะ แต่สมัยนั้นไม่มีทีวี ไม่มีวิทยุ ไม่มีหนังสือพิมพ์ เรื่องราวต่างจึงไม่โด่งดังเหมือนสมัยนี้ ฉะนั้นให้เราเข้าใจว่าคนดีก็มีคนชั่วก็มี ถ้าเรารักพระศาสนาก็ขอให้เข้าใจว่า สิ่งที่เราจะยึดเป็นแนวทางในการดับทุกข์คือ ธรรมะ ไม่ใช่คน คนจะดีจะชั่วหรือเป็นอะไรก็ตาม ธรรมะก็ยังอยู่อย่างนั้น เพราะพระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ได้บอกว่าท่านบัญญัติมันขึ้นมา ท่านค้นพบความจริงอันนี้ ท่านบอกว่า อุปฺปาทา วา ตถาคตานํ อนุปฺปาทา วา ตถาคตานํ พระตถาคตจะเกิดขึ้นมาก็ตามหรือไม่เกิดขึ้นมาก็ตาม ฐิตา ว สา ธาตุ ธรรมทั้งหลายย่อมตั้งอยู่อย่างนั้น ธมฺมฏฺฐิตตา ธมฺมนิยามตา คือความตั้งอยู่แห่งธรรมและความเป็นกฏตายตัวแห่งธรรม อวิตถตา อนญฺญถตา มันไม่ผิดไปจากนี้มันไม่เป็นไปอย่างอื่น ตถตา มันก็อย่างนั้นเอง อิทปฺปจฺจยตา เพราะสิ่งนี้เป็นปัจจัยให้สิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น ท่านบอกว่าท่านค้นพบมันขึ้นมา ท่านจะเกิดหรือไม่เกิดมันก็มีอยู่อย่างนี้ ถ้าทำถูกตามที่ท่านบอกไว้มันก็ได้รับประโยชน์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะยึดเป็นแนวทางในการดับทุกข์คือ ธรรมะ ไม่ใช่คน ถึงโลกมันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ให้มันเปลี่ยนแปลงไปเถอะ แต่ธรรมะจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ถ้าเราทุกคนเข้าใจอย่างนี้แล้วเนี่ย เราก็ไม่นับถือศาสนาแบบอุดมคติ คือ คิดว่าทุกอย่างมันต้องดีหมด แต่เราจะมองทุกสิ่งทุกอย่างตามความเป็นจริง ไม่ได้อยากให้มันเป็นตามที่เราอยาก ....ฝากให้ท่านทั้งหลายเอาไปคิดพิจารณากัน จะได้ไม่ต้องมาเถียงกัน....ขอเจริญพร
โดย: พระมหาสงกรานต์ สนฺติกโร [11 ต.ค. 55 15:09] ( IP A:125.26.115.25 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   อยากทราบว่าผู้หญิง2คนที่มาเลี้ยงหมาคือใครคับแล้วทำไม่ต้องมาว่าพระที่วัดได้ยินเขาพูดว่าจะจับพระสึกและจะไล่พระออกจากวัดเรื่องหมานะคับ
โดย: redwoof@gmail.com [18 พ.ย. 57 22:54] ( IP A:49.230.222.183 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน