ตั้งที่ว่าการอำเภอสาขา ชาวบ้านโป่งคิดอย่างไร
   

นายอำเภอบ้านโป่งได้ขอบริจาคที่ดินจากเอกชนเจ้าของตลาดปลาสวยงามตำบลหนองอ้อ และปัจจุบันได้รับงบประมาณการก่อสร้างประมาณ16,500,000บาท สำหรับการสร้างที่ว่าการอำเภอ/สาขา  เนื่องจากที่ว่าการอำเภอเก่าและคับแคบ การสร้างใหม่นายอำเภอท่านได้แจ้งว่าไม่ได้ย้ายทั้งหมดทุกหน่วยงานยังมีหน่วยงานทะเบียนราษฎร์อยู่ที่เดิม เป็นเพียงการตั้งที่ว่าการอำเภอ/สาขา.  แต่ยังไม่ได้มีการทำประชาวิจารณ์หรือแจ้งให้ประชาชนในตำบลบ้านโป่งทราบ. ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงไม่มากก็น้อย ไม่ว่าด้านการค้าขาย หรือด้านอื่นๆ ส่วนประชาชนพื้นที่อื่นอาจมีผลกระทบด้านการเดินทางเพราะที่ตั้งที่ว่าการอำเภอสาขาแห่งใหม่ยังไม่มีการบริการรถสาธารณะใดๆ  หลังจากที่ทางเทศบาลเมืองบ้านโป่งได้รับทราบข่าวที่แน่นอนทางผู้บริหารและส.ท.ได้หาทาออกเพื่อให้มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในเขตตำบลบ้านโป่งน้อยที่สุด โดยการเสนอจะยกเลิกการใช้สิทธิที่ราชพัสดุตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอติดกับแม่น้ำแม่กลองเนื้อที่รวมประมาณ  2 ไร่เศษ  ซึ่งปัจจุบันได้ใช้ประโยชน์เป็นสวนสาธารณะให้กับทางอำเภอเพื่อใช้ในการขยายที่ว่าการอำเภอ

 

โดย: Nattsbf@yahoo.com [29 ต.ค. 57 21:01] ( IP A:125.24.17.74 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   

ท่านใดมีความคิดเห็นอย่างไรช่ายกันแสดงความคิดเห็น. ข้อดีข้อเสีย อย่าเป็นประโยชน์ อย่าแสดงความคิดเห็นอย่างใช้อารมณ์และกล่าวร้ายผู้อื่น 

โดย: //// [29 ต.ค. 57 21:13] ( IP A:125.24.17.74 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   เสียสละสวนสาธารณะริมแม่น้ำของประชาชนมาทำที่จอดรถให้ประชาชน เพื่อให้อำเภอยังอยู่เป็นจุดดึงดูดการค้า ดูแล้วตรรกกะมันไม่ค่อยลงตัวนะครับ
โดย: บ้านโป่งของใคร [30 ต.ค. 57 9:13] ( IP A:180.183.80.220 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   

ผมเห็นด้วยกับการย้ายอำเภอ ที่เดิมคับแคบ และการย้ายอำเภอจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนาที่ดินบริเวณโดยรอบ หลายๆเมืองมีการย้ายส่วนราชการออกไปภายนอก ทำให้เกิดการพัฒนาที่ดินบริเวณนั้น แต่อันที่จริงถ้าไปอยู่แถวอสร.เก่า คงสวยกว่านี้ แต่ตอนนี้คงไม่ได้แล้ว เรื่องนี้มีผลประโยชน์แอบแฝง แต่ผมยังมองว่ามีข้อดีเนื่องจากสถานที่ตั้งใหม่นี้เป็นที่รกร้างมานาน แต่เป็นทางลัดออกไปถนนใหญ่ เป็นการดีจะจะเปลี่ยนที่ดินรกร้างว่างเปล่า เป็นเมืองใหม่ขึ้นมา  ทำให้ที่ดินมีราคาขึ้น  ส่วนเรื่องความไม่สะดวกผมคิดว่าคงใช้เวลาปรับตัวไม่นาน เพราะถนนเส้นนี้เองคนส่วนใหญ่ก็คุ้นเคยเพราะเป็นทางลัดอย่างที่ว่าไว้ ส่วนเรื่องรถโดยสารสาธารณะ นายทุนเจ้านี้วางแผนจะใช้จุดนี้ตั้งสถานีขนส่ง เป็นต้นทางรถตู้ รถสองแถว คงตัดปัญหานี้ไปได้ (ถ้าทำได้จริง)  เรื่องที่จะเอาสวนสาธารณะให้อำเภอไม่เห็นด้วยอย่างร้ายแรงเลยครับ ผมไม่ชอบเทศบาลเมืองบ้านโป่งตรงที่ใช้งบไม่คุ้มเลย ทำอะไรซ้ำๆเดิมๆ ทุบของเก่า สร้างใหม่ แล้วก็ทุบอีก นี่คิดจะดำเนินงานโดยใช้นโยบายแบบเดิมอีกแล้ว  เสียดายภาษีที่เอาไปสร้างสวนสาธารณะตรงนั้นไปไม่ใช่น้อย จะมาทุบอีกแล้วหรือ และถ้าทำอย่างนั้นอำเภอบ้านโป่งจะไม่พัฒนาขึ้นเลย เพราะคนมากระจุกตัวอยู่ที่เดิม ถ้าทำจริงก็จะกลายเป็นคนที่มาตลาดมาจอด คนมาอำเภอก็หาที่จอดรถลำบากอยู่ดี และพื้นที่ตัวอำเภอก็ไม่ได้ขยายขึ้นมาก ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้นเลยครับ  ตัวเทศบาลเมืองบ้านโป่งก็สามารถทำเรื่องบางอย่างแทนอำเภอได้อยู่แล้ว  อย่างเช่นงานทะเบียนราษฎร์ บัตรประชาชน แถมตัวอำเภอเดิมก็ไม่ได้ทุบ และยังเหลือส่วนงานบางอย่างอยู่ และยังใช้เป็นที่จอดรถของคนมาตลาดได้อีก และผมว่าคนส่วนใหญ่ที่มาตลาดตั้งใจมาตลาดอยู่แล้ว การดึงอำเภอออกไปอยู่ข้างนอกจึงคิดว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสีย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็จะขอดูว่านายทุนเจ้านี้จะทำออกมาได้ดีแค่ไหน

โดย: roronoa [30 ต.ค. 57 14:22] ( IP A:183.89.16.235 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   

เห็นด้วยกับการย้ายที่ว่าการอำเภอบ้านโป่งทั้งหมดหรือบางส่วนออกไปทางตะวันออกนอกทางรถไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตามที่มีผู้บริจาคที่ดินแล้วและได้รับงบประมาณ 16.5 ล้านบาทสร้างที่ว่าการอำเภอในปีงบประมาณ 2558 แล้ว

กุ้งปลาจะให้โตเร็๋ว ต้องหมั่นเปลี่ยนน้ำ 

ตัวเมืองบ้านโป่งจะให้เจริญเติบโต การค้าการลงทุนเจริญรุ่งเรือง ก็ต้องเปลี่ยนย้ายที่ทำการราชการออกนอกพื้นที่ที่ถูกจำกัดมิให้ขยายตัว มีแม่น้ำแม่กลองขวางกั้นด้านทิศตะวันตกจากเหนือจดใต้ มีทางรถไฟขวางกั้นด้านตะวันออกจากเหนือจดใต้ มีสพานโคังเข้าเมืองปิดการขยายตัวทางทิศเหนือ ลักษณะเช่นนี้ ไม่เป็นมงคลและไม่เหมาะที่จะเป๋็นเมืองใหญ่ต่อไปได้ นานไปก็มีแต่ลดลง เล็กลง เราเรียกว่า "เป็นเมืองปิด" เจริญสู้เมืองราชบุรีไม่ได้

แม้ตัวเมืองบ้านโป่งวันนี้ จะถูกบีบจากเหนือจดใต้ ออกจดตก แต่ภาพรวมอำเภอบ้านโป่งตั้งอยู่ในยุทธชัยภูมิที่เป็นเลิศ เป็นชุมทางคมนาคมทั้งทางรถยนต์และชุมทางรพไฟจากกรุงเทพลงใต้ จากกรุงเทพไปกาญจน์บุรีและเมียนมาร์ 

เมื่อตัวสำนักงานอำเภอโยกย้ายออกไปที่แห่งใหม่ หมายถึงการวางผังเมืองบ้านโป่ง และความเจริญทางสาธารณูปโภค เช่นน้ำประปา ไฟฟ้า ถนน การเดินรถ พาณิชย์กรรม อุตสาหกรรม สถานที่ศึกษา สาธารณะสุข และที่อยู่อาศัย จะตามมา ทำให้มีคนในคนนอกสนใจจะเข้ามาลงทุนใหม่ๆ ในหลายรูปแบบ ตามมาด้วย หมายถึงจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาในอำเภอบ้านโป่งอีกเป็นจำนวนมาก เหมือนปลาได้น้ำใหม่ เติบโตเร็วขึ้น

การย้ายที่ทำการอำเภอครั้งนี้ ถือเป็นฤกษ์ที่ดี ต่อไปอาจมีข่าวดีจากการสร้างทางรถไฟสายใหม่จากบ้านโป่งไปยังบ้านพุน้ำร้อน (ทวาย) สร้างถนนสายใหม่จากบ้านโป่งไปยังบ้านพุน้ำร้อน (ทวาย) หรือแม้แต่เป็นสถานีรถไฟความเร็วสูง ก็อย่าเพิ่งมองข้าม ถ้าฮวงจุ้ยตัวเมืองบ้านโป่งเปิด

เชื่อว่า คนบ้านโป่งเป็นคนมีสายตากว้างไกล การเจริญเติบใหญ่ของตัวเมืองบ้านโป่ง หมายถึงการค้า การลงทุน และเงินสดหมุนเวียนในตลาดบ้านโป่งจะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว หมายถึงราคาที่ดินและทรัพย์สินของคนบ้านโป่งจะเพิ่มสูงขึ้น เราอาจจะเห็นอาคารสูง 5-6-7 ชั้นสร้างขึ้นใหม่ๆ ในอำเภอเมืองบ้านโป่งตามมาใน 2-3 ปีข้างหน้า

โดย: ชัยภูมิ บ้านโป่ง [30 ต.ค. 57 20:39] ( IP A:101.108.28.60 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ผมเห็นด้วยกับทุกความเห็นที่เห็นด้วยกับการขยายสาขาของอำเภอหรือส่วนราชการไป ที่ใหม่เมื่อมองอนาคตไปอีกหลายปีข้างหน้าเมืองบ้านโป่งจะขยายตัวและเจริญขึ้นกว่านี้ อีกมากมาย
โดย: เด็กบป [30 ต.ค. 57 22:05] ( IP A:124.121.3.146 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   

เป็นห่วงว่า หากอำเภอไม่รีบเดินหน้าดำเนินเตรียมการเปิดประมูลก่อสร้างที่ทำการอำเภอแห่งใหม่ ไปพร้อมกับการนำเสนอสถานที่ทำการใหม่ต่อประชาชน

เกรงว่า จะขัดต่อนโยบายของส่วนกลางที่ต้องการให้มีการนำงบประมาณออกใช้ตามแผน เงินงบประมาณจะได้ไหลลงสู้ภาคประชาชน ทำให้มีเงินไหลหมุนเวียนในตลาดตามที่ควรจะเป็น

ไม่ได้เงินใช่งบ 16.5 ล้าบบาท ไม่ได้พัฒนาอำเภอให้เจริญ คนบ้านโป่งจะขาดทุนไม่ได้เงินมาเป็นค่าจัดซื้อจัดจ้างแรงงานในท้องถิ่น

โดย: สวนกล้วย [31 ต.ค. 57 11:22] ( IP A:101.108.28.60 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ไกลอะไม่เห็นสะดวกตรงไหน ผ่านไปทางหน้ารพ.ซานคามิลโค ทางแคบ รถสวนกันอันตราย ไปเข้าอีกทางถนนใหญ่กลับรถยากอีก อยู่ในตัวอำเภอนี้แหละดีแล้ว นายอำเภอก็ต้องอยู่ใกล้ๆชาวบ้านในอำเภอนี้เถอะใจมันอบอุ่นมากกว่าอะนะ
โดย: คนเดินเท้า [1 พ.ย. 57 21:17] ( IP A:49.230.183.81 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   

เรื่องนี้มีนายทุนได้ผลประโยชน์แอบแฝงครับ
ยกที่ดินบางส่วนให้เป็นสถานที่ราชการ เพื่อโยกงบประมาณของราชการเอามาสร้างถนน
เข้ามาในที่ดินของนายทุนเพื่อที่จัดสรรเป็นบ้านจัดสรร และโครงการที่ดูดเงินต่างๆ ซึ่งเป็น
แผนที่ฉลาดมาก แลกกับถนนที่จัดต้องตัดผ่าน ดึงดูดโครงการอื่นๆให้มาลงโดยการแบ่ง
สรรที่ดินที่เตรียมขึ้นราคาไว้เรียบร้อย มีการโปรโมตว่าจะมีศูนย์รถเมล์ รถโดยสาร รถตู้ที่
ต้องใช้เป็นจุดพักรถ ต้องบังคับว่าต้องแวะผ่านด้วย เค้าว่าจะมีทั้งธนาคาร ศูนย์อาหาร
โรงหนังกันตนาซีนีเพล็กซ์ รวมทั้งสิ่งอำนวนความสะดวกทุกอย่างครบวงจร นำมาสร้าง
เอาไว้ที่นี่ 

ฉะนั้น ถ้ามีที่ดินบริเวณนี้ที่ซื้อเอาไว้แล้ว ก็อุ่นใจได้ว่าได้กำไรชัวร์ ซื้อมาขายไปกำไรหลาย
ต่อ ส่วนใครที่เห็นว่าดีก็ควรจะรีบๆซื้อไว้ทำโครงการต่อไป ที่ดินที่นายทุนจะแบ่งขายยังมี
อีกเยอะ ราคาก็จะพุ่งขึ้นไปอีกถ้ามีสถานที่ราชการอย่าง..ที่ว่าการอำเภอบ้านโป่งมาเปิด

ผมไม่เห็นคนบ้านโป่งจะได้ประโยชน์อะไรจากการย้ายเลย นอกจากเดินทางไกลขึ้น
ใครมีรถยนต์ก็อาจจะสะดวกขับไปได้  รถเครื่องอันตรายหน่อยเพราะทางแคบเกิดอุบัติเหตุ
ได้ง่าย  ใครไม่มีรถต้องนั่งรถเมล์เครื่องไปติดต่อราชการเหรอครับ

แล้วคนที่ได้ประโยชน์คือใคร  ไม่ใช่นายทุนที่ยกที่ดินให้หรอกเหรอ ใครอีกต่อมาก็คงเป็น
พวกนายหน้าวิ่งเต้น  พวกบริษัทลูกของคนที่เป็นใหญ่ที่รับสร้างถนนตัดผ่านที่ดิน พวก
จัดสรรบ้านทาวเฮ้าส์ หรือพวกซื้อที่ดินเก็งกำไรเอาไว้แล้ว

พวกที่ได้รับความสะดวกคือพวกที่อยู่บริเวณนั้นหรือเปล่า เพราะใก้ลบ้านดี

เอ...แล้วพวกคนตลาดบ้านโป่ง มันได้ประโยชน์ตรงไหน เงินเพิ่มขึ้นหรือเปล่าครับ

คือ ถ้าหาที่จอดรถไม่ได้ต้องถึงกับย้ายที่ว่าการอำเภอบ้านโป่งไปอยู่นอกเมือง อีกหน่อยคง
ต้องย้ายศูนย์ราชการออกไปหมดมั่ง เพราะถ้าทางโน้นเค้าเกิดรู้สึกไม่ปลอดภัย ต้องมีให้
ย้าย สถานีตำรวจภูธรไปด้วย  หรือ จะเอาโรงพยาบาลหรือโรงเรียนไปด้วยละครับ

ผมว่า...ตรงที่นายทุนที่จะให้สร้างที่ว่าการอำเภอเป็นที่ตาบอด ไม่สะดวกและขายไม่ได้
ราคาดีซะด้วยซ้ำ  แต่กลับคิดแบ่งปันผลประโยชน์กันเสร็จแล้ว ไม่เคยทำประชาพิจารณ์
ให้คนบ้านโป่งว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย  กลับเล่นพวกว่ากันเองเออเอง

ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาจราจรของคนบ้านโป่งไม่ได้ ก็ควรจะลาออกไปครับ
ให้คนอื่นที่เค้ามีความสามารถ เข้ามาแก้ปัญหา  มันไม่น่าจะเกี่ยวกันซะนิด แล้วใครจะ
ทราบหรือมั่นใจได้ว่า  ถ้าที่ว่าการอำเภอบ้านโป่งย้ายไปแล้ว การจราจรหรือที่จอดรถ
มันจะดีขึ้น 

ถ้าคนตลาดบ้านโป่ง ต้องเสียที่ว่าการอำเภอบ้านโป่ง ต้องย้ายออกไปนอกเมืองจริง
ก็ควรมีสิ่งอื่นเข้ามาทดแทน หรือได้ประโยชน์จากที่ดินที่เก่าของที่ว่าการว่าจะทำอะไร
ทดแทนที่เป็นประโยชน์กับคนตลาดบ้านโป่งจริงๆมากกว่า  การไม่ได้รับความสะดวก
ที่ต้องเดินทางออกไปนอกเมืองเพิ่อติดต่อราชการ มันควรทดแทนด้วยอะไรดี มันควร
เป็นรูปธรรม ไม่ใช่นามธรรมเหมือนที่บางคนกล่าวอ้าง

ไม่ใช่...เป็นประโยชน์กับพวกนายทุน พวกค้าที่ดิน หรือพวกฉวยโอกาส กระมั่งครับ
 

โดย: คนตลาดบ้านโป่ง [3 พ.ย. 57 18:57] ( IP A:171.98.16.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   

เดิมอำเภอบ้านโป่งตั้งอยู่ที่ตำบลท่าผา

มีความจำเป็นด้านเศรษฐกิจจึงย้ายที่ว่าการอำเภอมาอยู่ที่ตำบลบ้านโป่งในปัจจุบัน

วันนี้มีความจำเป็นด้านพัฒนาท้องที่และการบริการที่คับแคบลง

ทางการจึงดำริขยายที่ทำการไปอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลหนองอ้อ

แต่ยังคงส่วนที่ต้องให้บริการประชาชนอยู่ที่เดิม คือ ที่ทำการปัจจุบัน

หากจะมีการย้ายที่ทำการทั้งหมดในอนาคต ก็เชื่อว่าทางราชการจะพิาจารณาสร้างสิ่งทดแทนให้แก่คนในตลาดบ้านโป่งแน่นอน  หรือคนในตลาดบ้านโป่งจะร่วมกันลงขันสร้างสิ่งอำนวยความสดวกทดแทนให้แก่คนในตลาดเสียเอง เชื่อว่า ทางราชการจะรับพิจารณาเช่นกัน

------

คนในตลาดส่วนมากเป็นพ่อค้า คงจะได้ยินคำคม ของจีนผู้สูงวัย

"น้ำมักไหลลงสู่ที่ต่ำ เป็นมนุษย์ต้องมองไปในที่สูง"

บ้านโป่งจะหยุดนิ่งไม่ได้ ต้องเดินไปข้างหน้าสู่ที่ดีกว่าและเจริญก้าวหน้ากว่า

บางครั้งเราจะมองแต่ตัวเราเองคงจะไม่ดี ประเดี๋ยวคนอื่นจะมองว่าเราเห็นแก่ตัว

เราจึงต้องมองถึงภาพรวมและเพื่อนร่วมอำเภอด้วยครับ

โดย: 323 [3 พ.ย. 57 20:21] ( IP A:125.24.165.200 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   

ความจริง..เช็คไอพีก็รู้ครับว่าใครเป็นใคร
ไม่เห็นจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆ เพื่อวัดเรตติ้งเหรอครับ 555+

ก่อนจะตัดสินว่า...ใครดีหรือใครไม่ดีนั้น มองกันตรงไหนครับ
ก่อนคิดจะย้าย... สอบถามคนบ้านโป่งหรือยังว่าเค้าเห็นด้วยหรือไม่

เพราะ...คิดเอาไว้ก่อนแล้วใช่ไหม ว่าต้องย้าย เอาตำแหน่งอำนาจตรงไหน..ย้าย
เพราะ...มีผลประโยชน์แก่ตัวเอง พวกพ้องใช่ไหม จึงต้อง..ทำ

การตั้งกระทู้ถาม ก็เพื่อ..โยนหินถามทาง..กระมั๊งครับ
เอาอะไรมาวัด...คนไหนเห็นด้วยคือพัฒนา คนไหนไม่เห็นด้วย..คือเห็นแก่ตัวครับ

พ่อแม่ผมก็เป็นคนจีนครับ รู้คุณค่าของสิ่งที่ได้มาเสมอ
คนรุ่นเก่าถึงได้พยายามรักษาของสำคัญของอำเภอไม่ให้ต้องเสียไป
เพราะความเห็นแก่ได้ของกลุ่มนายทุนกลุ่มหนึ่ง..ก็เท่านั้น



 

โดย: คนตลาดบ้านโป่ง [4 พ.ย. 57 8:39] ( IP A:171.98.16.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   เคยอ่านในพันทาวน์มีคนบอกว่าพวกตลาดมันเห็นแก่ตัว วันนี้คงไม่ต้องสงสัยอะไรอีกแล้ว คนที่ทำอะไรเพือท้องถิ่นจริงๆมันมีอยู่ เป็นคนบ้านโป่งที่หมายถึงคนในอำเภอบ้านโป่ง ไม่ใช่คนบ้านโป่งคือแค่คนในตลาดบ้านโป่ง นายทุนทำอะไรก็หวังกำไร แค่หวังว่ากำไรนั้นจะส่งผลดีต่อการพัฒนาบ้านเมือง อย่ากอดผลประโยชน์ส่วนตัวเอาไว้แน่น เชียงใหม่เจริญเพราะนายทุนไปสร้างโรงแรมเพราะหวังรวย ไม่ได้หวังให้เมืองเจริญ แต่ผลมันก็ทำให้เมืองเจริญไปเอง ชาวบ้านก็มีงานทำ คนก็รับได้ไม่มีปัญหาอะไร ห้างมาลงก็หวังรวย คนตลาดกลัวขายของไม่ได้ก็โวยวายหาพวกไปต่อต้าน แล้วใครจะไปหยุดห้างเพื่อให้พวกคุณรวยบนความกอบโกยอย่างไม่เห็นแก่ใครละครับ มีห้างเยอะๆซิครับ ชอบ เจริญดี แล้วอย่ามาหาว่ามีหุ้นในห้างยักษ์นะครับ จริงๆก็อยากมีละ 55 แต่ไม่มีปัญญา
ส่วนจิตสำนึกแค่ การเห็นด้วยกับการพัฒนาของส่วนรวมมันดีหรือไม่ดี ถ้าไม่มีก็คงไม่ต้องมาโต้เถียงอะไรกันอีกแล้ว คนตลาดบ้านโป่งน่าจะมีจิตสาธารณะมากมากกว่านี้ ยิ่งถ้ามีท้องถิ่นนิยมละก็เยี่ยมเลย ที่อื่นเขาสร้างศูนย์ราชการจังหวัด
ได้สบาย นี่แค่สร้างอำเภอก็จะเป็นจะตาย อนาถจิต ตอนแรกยังอยากให้ย้ายนิดๆ แต่ตอนนี้อยากให้ย้ายส่วนราชการไปให้หมดเลย ทั้งระดับอำเภอและระดับภาคอย่างป่าไม้ รถสาธารณะไปจอดที่ใหม่ให้หมด ใครจะมาอำเภอตรงนี้ให้ต่อเมล์เครื่องเอง กระจายรายได้ 55 ที่พูดมานี่อย่าคิดว่าจะหยุดพวกตลาดมันได้นะครับ แป้บเดียวมันก็แห่ไปซื้อที่ สร้างร้านกอบโกยกันอีกแล้ว ก็เกือบร้อยปีมานี่ขูดไปเท่าไหร่ เงินแค่นี้ไม่สะดุ้งหรอก ต้องขอโทษคนที่คิดถึงส่วนรวมในตลาดด้วย ที่พูดคลุมๆไปหมายถึงส่วนที่มันแย่เท่านั้น
โดย: บ้านโป่งของใคร [4 พ.ย. 57 9:38] ( IP A:180.183.81.13 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   

บ้านโป่งของใคร...คงไม่ใช่ของคุณ หรอกกระมั๊ง555+


ถ้าไม่ใช่คนตลาด ออกมาพูดยังไงก็พูดได้
เพราะสักแต่ว่าพูด ไม่ได้ลงทุนซื้อขายทำการค้า

คือถ้าผมไม่เห็นด้วย แสดงว่าผมไม่เห็นแก่ส่วนรวม เห็นแก่ตัว...ปัญญาอ่อนไปหรือเปล่า
แล้วคุณที่ไม่ได้ลงทุนอะไร แต่หวังความสบายลงพื้นที่ ทำอะไรที่เป็นประโยชน์บ้าง
อ้อ..เห็นบอกไม่มีปัญญา ก็คงจริงหรอกตามพูด เพราะหวังแต่สบายไง

ใครจะเหมือนคุณที่มีเงินเดือนประจำ ทำมั่งเล่นมั่งเดี๋ยวก็เดือนได้เงินผลาญเล่น
กินเที่ยว ขาดทุนหน่อยก็หาพวก รวมตัวกันให้ยกหนี้ เป็นภาระของแผ่นดิน
เอ..หรือกลัวลูกพี่ไม่ได้เงินส่วนแบ่งหรือไงครับหรือไม่มีที่ให้เดินเย็นหรอกเหรอครับ 
หวังสบายก็แนะนำว่าไปอยู่จังหวัดที่คุณแนะนำนั่นแหละครับ มาอยู่ที่นี่ทำไมไม่ทราบ

อย่ามองใครเหมือนกับคุณสิครับ

ถ้าคุณคิดว่ากลุ่มนายทุนลงทุนก็ต้องหวังกำไร ผมก็อยากจะบอกว่า
ปู่ย่าตายายผมก็ลงทุนเปิดร้าน เพื่อขายของทำมาหากิน ขายเอากำไรเหมือนกัน
ถ้าหาลงทุนแล้ว ความเจริญไปอยู่นอกเมือง แล้วจะอยู่ในเมืองทำซากอะไร

ผมคนค้าขาย ลงทุนขายของ กำไรขาดทุนก็ชักเนื้อตัวเอง ไม่มีใครช่วย รัฐช่วยอะไร?
พ่อค้าทำการค้าขาดทุน มีเคยออกมาเดินขบวน เรียกร้องให้ยกหนี้มั๊ย
คงไม่เหมือนพวกขายข้าว ทำยาง อ้อย สัปปะรดหรอกมั๊ง ที่ให้ล้างหนี้ให้ตลอด
คุณจะไปรู้อะไรว่า  พ่อค้าอย่างเราต้องรับภาระอะไรบ้างครับ
 

อย่าสักแต่ว่าคิดอย่างเดียว....ว่าคนตลาดมันรวยแล้ว รวยทุกคน
ถ้ามันรวยจริง...มันไม่ออกมาหรอก ไอ้ที่รวยจริง..มันก็สบายไปแล้ว มันจะเรียกร้องทำไม

ไอ้ที่รวยจริงก็คือนายทุน  ที่ให้ไอ้ลูกกระจอกเช่นคุณออกมาพร่ำเพื่อเศษเงินไง555+






 

โดย: คนตลาดบ้านโป่ง [4 พ.ย. 57 10:56] ( IP A:171.98.16.47 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   

เท่าที่เห็นกระแสต่อต้าน คนที่ไม่เห็นด้วยจะกลัวเรื่องทุจริต กลุ่มนี้ผมเห็นด้วยครับ เป็นเรื่องที่เราต้องระวังไว้จริงๆ  

อีกกลุ่มก็เป็นคนในตลาดบ้านโป่ง ซึ่งอ้างไปอ้างมาก็กลัวตัวเองเสียประโยชน์นั่นเอง กลัวขายของได้น้อยลง อันนี้มันขึ้นอยู่กับตัวท่านเอง และพ่อค้าแม่ค้ามากกว่านะครับ ผมเองก็ยังไปอุดหนุนหลายๆร้าน ที่ไปประจำในตลาดบ้านโป่ง ไม่เห็นเกี่ยวเลยว่าตัวอำเภอจะอยู่ที่ไหน เค้าไม่ได้ย้ายออกนอกอำเภอ หรือย้ายไปสุดเขตอำเภอแบบนั้นนี่ครับ ผมเข้าไปที่ธุระที่อำเภอครั้งสุดท้ายก็เมื่อวานครับ แต่ก่อนหน้านั้นก็ 5 ปีที่แล้ว และคิดว่าครั้งต่อไปอาจจะเป็น 5-10ปีข้างหน้า แต่ตลาดบ้านโป่งแทบจะไม่เคยห่างกันเกิน 3 วัน ฉะนั้น เรื่องย้ายอำเภอกับตัวตลาดมันแทบจะเป็นคนละประเด็น ตัวตลาดบ้านโป่ง ยังคงมีโรงพยาบาล ไปรษณีย์ สถานีตำรวจ ธนาคาร ซึ่งผมคิดว่าคงไม่ย้ายไปไหน คนก็ต้องเข้ามาตลาดอยู่ดี ทำไมคนในตลาดจะต้องกังวล ผมเห็นร้านบางร้านที่เขาดีจริงๆ คนวิ่งต่างจังหวัดไกลๆด้วยซ่้ำ อย่างแม่เพื่อนผมอยู่แปดริ้วยังขับรถมาซื้อผ้าแถวนี้ไม่ซื้อที่อื่น ฉะนั้นไม่ควรเอาประเด็นตลาดบ้านโป่งมารวมกับที่ว่าการอำเภอครับ  แล้วไม่ทราบว่าคนในตลาดบ้านโป่ง มีข้อเสนออะไรที่ดีกว่านี้มั้ย กล้าควักเนื้อตัวเองบริเจคที่ดินอย่างเค้าหรือเปล่า หรือจะกั๊กไว้ให้เป็นป่าเรื่อยๆ จนนายทุนเจ้าอื่นเค้ารีบชิงโอกาส ตัดหน้ายอมควักเนื้อตัวเอง(ถึงจะเป็นส่วนน้อยๆของเค้าก็เถอะ แต่5ไร่ นี่ซื้อขายจริงๆย่านนั้นราคาประเมิณไม่น่าต่ำกว่า 10-20ล้านนะ) มีข้อเสนออะไรที่ดีกว่านี้มั้ยครับ นอกจากโวยวาย กลัวตัวเองจะเสียประโยชน์ กลัวตัวเองไม่สะดวก แต่ไม่คิดถึงภาพรวมเลย และที่สำคัญ ประชากรในตลาดบ้านโป่งตอนนี้ไม่ใช่กลุ่มใหญ่นะครับ ประชากรในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง 18000   กรับใหญ่ 18000   ท่าผา 20000   เบิกไพร 15000  หนองอ้อ 14000  และแนวโน้มหนองอ้อและเบิกไพรประชากรมากขึ้นๆ เป็นจำนวนมากทุกปี คงจะแซงหน้าในอีกไม่ช้านะครับ

โดย: roronoa [4 พ.ย. 57 13:43] ( IP A:180.183.164.93 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   

เห็นจะจริงตามที่ roronoa ระบุ

1) มีหลายๆ อำเถอ ยกตัวอย่าง อำเภอย่ายตาขาว จังหวัดตรัง

ทางการย้ายที่ทำการอำเภอและสภานีตำรวจภูธรออกไปห่างจากตัวตลาด 2-3 กิโลเมตร

เพราะสถานที่เดิมคับแตบ ไม่สามารถรองรับชาวบ้านที่ย้ายเข้ามาจากตำบลอื่นและพ่อค้าคนนอกเข้าไปค้าขายมากขึ้น

แต่ปรากฎว่า ไม่มีร้านค้าย้ายตามที่ว่าการอำเภอใหม่ไปด้วยเลย จะมีบ้างก็แต่สร้างห้องแถวที่อยู่อาศัย

ส่วนการค้าขายของพ่อค้าแม่ค้า ร้านค้าในตลาดยังคงเป็นปกติเหมือนแต่เก่าก่อน

2) ที่ทำการศาลาจังหวัดหลายๆจังหวัดก็มีการย้ายและตัดถนนใหม่ เป็นการขยายตัวเมือง รองรับความเจริญเติบโตของประชากร

ก็ไม่ได้กระทบต่อการค้าขายของพ่อค้าแม่ค้า ร้านค้าในตลาด แต่กลับมีการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มขึ้น มีอาคารสูงๆ เกิดตามมา หมายถึงมีธุรกิจใหม่ๆเพิ่มขึ้น มีคนทำงานเพิ่มขึ้น ทำให้การค้าขายอุปโภคบริโภคเพิ่มในตลาดมากขึ้น คนต่างถิ่นก็เข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น หมายถึงเงินไหลเข้าตัวเมืองมากขึ้น

การค้าขายที่พ่อค้าแม่ค้า ร้านค้าในตลาดทำมาหากินอยู่เดิม คงจะไม่มีใครมาแย่งพื้นที่ของคนในตลาดไปได้ ยกเว้นจะไปซื้อที่ใหม่ให้ลูกหลานทำมาหากินหรืออยู่อาศัย

3) ในกรุงเทพเอง แถวเยาวราชถิ่นร้านค้าดั่งเดิมของพ่อค้าจีน หากไม่มีการขยายถนน ขยายอาคารออกไปรอบนอก เช่น ถนนสาธร ถนนสุขุมวิท ถนนรัชดา ถนนลาดพร้าว ลูกหลานพ่อค้าจีนเยาวราชก็จะคงต้องอาศัยอยู่ในถิ่นแถวอาคารสูง 2-3 ชั้น ลูกหลานรุ่นใหม่เติบใหญ่มีครองครัว ก็จะไม่อยู่ในเยาวราชด้วย วันนี้อะไรจะเกิดขึ้น

แต่เมื่อมีการขยายตัวเมืองออกไป นอกจากลูกหลานก็มีโอกาสขยายที่อยู่ที่ทำกินใหม่แล้ว ยังมีโอกาสมีอาชีพเจริญเติบโตมีเงินมีทองพร้อมๆ กับการเติบโตของอำเภอ ของเมือง หรือของจังหวัด

4) เห็นด้วยที่ว่า พ่อค้าในตลาด จะไปทำธุระเรื่องอะไรบ้างที่อำเภอ (แจ้งเกิด แจ้งตาย ทำบัตรประชาชน ขึ้นทะเบียนทหาร ร้องทุกข์ ) และมากน้อยกี่ครั้งต่อเดือน ต่อปี เมื่อเจาะมองดูรายละเอียดเช่นนี้แล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่จะได้จะเ้กิดการขยายตัวของตัวอำเภอและของคนบ้านโป่งทั้งอำเภอ แล้ว

เชื่อว่า คนในตลาดบ้านโป่งส่วนที่ยังไม่เห็นด้วย (กับการย้ายอำเภอ) คงจะประนีประนอม กันได้ และพร้อมจะรับกับการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี การเจริญเติบโตของครอบครัวตัวเองและตัวอำเภอ 

ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นนี้ เป็นผู้เสียภาษีคนหนึ่งให้กับอำเภอบ้านโป่ง มิได้เป็นลูกจ้างของกลุ่มนายทุนที่ยกที่ดินให้กับทางราชการ หรือกลุ่มนักลงทุนใดๆในอำเภอบ้านโป่ง แต่ต้องการมองดูความเจริญของอำเภอบ้านโป่งเดินไปข้างหน้า และเคารพความเห็นต่างของ "บ้านโป่งของใคร"

โดย: 323 [4 พ.ย. 57 19:38] ( IP A:125.24.165.200 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   
ก็มีเหตุผลกันดีทั้งสองฝ่าย ผมว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีคับ จะผลประโยชน์ของแต่ละกลุ่มก็เถอะ ก็ถือว่าให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบ ติดตาม ควบคุมส่วนราชการด้วย เพราะเด่วนี้คณะกรรมการแห่งชาติหลายหน่วย

งานต่างๆ จะมีนโยบาย มาทางจังหวัดตามแผนต่างๆ ให้ ภาคประชาชน มีส่วนร่วมด้วย และเชื่อเถอะว่ารัฐธรรมมนูญฉบับใหม่ ก็จะต้องให้ความสำคัญกับการเมืองภาคประชาชนอย่างเต็มที่แน่นอน ซึ่งเราในฐานะประชาชนควรจะต้องปรับตัว ให้อยู่ในแนวทางการต่อสู้ที่ถูกต้องด้วย พยายามหาทางผลประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่ายให้ลงตัว อำเภอก็ต้องหาหน่วยงานมาทดแทนซึ่งเทียบเท่าหรือใหญ่กว่าอำเภอ มาให้ได้ หรือจะทำอย่างไรให้พื้นที่เดิมได้ใช้อย่างอำเภอเหมือนเดิม อย่างนี้ถือว่าบริหารสานผลประโยชน์ไม่เป็น จะเอาประโยชน์ทางอีกฝ่ายเดียว ก็ลำบากหน่อยแหละ ถ้าตั้งศาลจังหวัดบ้านโป่งได้ก็ดี ใช้อำเภอเก่านี้ทุบทิ้งไปสร้างศาลขึ้นมาดีเลย พื้นที่ ท่าผา หนองอ้อ เบิกไพร แถวๆนี้แหละ รึศาลสิ่งแวดล้อมภาคเลย รง.เยอะดีนัก เขตอุตสาหกรรมสีม่วง มันเลยพามาตั้งกันใหญ่เลย เพราะเป็นเขตอุตสาหกรรมอยู่แล้ว จิงๆมันควรพอได้แล้ว แค่สารซัลเฟอร์ไดออกไซคตอนนี้ก็เต็มเมืองแล้ว การบำบัดอากาศกับน้ำ มันไม่ได้มาตรฐานจิงหรอกเพราะมันเอาแต่กำไร เอามาฟ้องศาลสิ่งแวดล้อมให้หมด มีโทษจำคุก ปรับ เจ้าของรง.นะ และจ่ายค่าเสียหายให้สวนไร่นาที่เสียหายข้างรง.ให้หมด

โดย: พรานในเมือง [4 พ.ย. 57 21:58] ( IP 49.230.78.141 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   

ขอบคุณ คุณ 323 มากครับ ผมกำลังหาตัวอย่างมาเทียบเคียง แต่ยังไม่สามารถหาได้ ผมว่ากรณีอำเภอย่านตาขาว คล้ายกรณีนี้มากนะครับ อีกอย่างที่ผมแปลกใจคือ มีคนจับประเด็นที่ว่าการอำเภอมาเชื่อมกับตัวตลาดบ้านโป่ง ซึ่งจริงๆ ผมว่ามันแทบจะไม่เกี่ยวกันเลย  ตัวอย่างใกล้ๆ ก็มีอำเภอท่ามะกาครับ ที่ว่าการอำเภออยู่ในต.ท่ามะกา ซึ่งในนั้นมีทั้งเทศบาล(หลังเก่า) สถานีตำรวจ ที่ดิน ฯลฯ รวมกันเป็นศูนย์ราชการเสียด้วยซ้ำ ไม่เห็นตำบลท่ามะกาจะมีตลาด ตลาดกลับไปอยู่ที่ลูกแก และท่าเรือ ผมว่าลูกแกดูจะเจริญกว่าตัวท่ามะกาด้วยซ้ำ ท่าเรือไม่ต้องพูดถึงครับแซงหน้าท่ามะกาไปมาก เทียบกันไม่ติด ผมไม่เห็นจะได้ยินข่าวว่าชาวท่าเรือเรียกร้องให้ที่ว่าการอำเภอไปอยู่ท่าเรือที่เป็นตัวเมืองหลักเลย กลับกันตอนนี้ส่วนสำนักงานประจำอำเภอท่ามะกาที่ตั้งขึ้นใหม่ จะไปอยู่ที่ท่าเรือเสียเอง หรือไม่ก็จะมีสำนักงานทั้งที่ท่ามะกาและท่าเรือ  อาจจะมีที่ลูกแกด้วย  จึงเห็นได้ชัดเจนว่าประเด็นที่ว่าการอำเภอกับตลาดนั้น มันคนละเรื่องกันอย่างชัดเจน แต่มีคนพยายามจะจับประเด็นนี้มาเชื่อมโยงกัน 

 คุณ พรานในเมือง เสนอความคิดเห็นไว้น่าสนใจจริงๆ ครับ โดยเฉพาะเรื่องศาล ผมเชียร์ให้มีเหมือนกัน จำนวนประชากรผมคิดว่าเหมาะสม พอจะตั้งสาขาย่อยได้อยู่นะครับ

โดย: roronoa [4 พ.ย. 57 22:39] ( IP A:1.47.136.71 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   

ขอบคุณ roronao,

เดิมที่ว่าการบ้านโป่งตั้งอยู่ที่ตำบลท่าผา  เมื่อมีการสร้างทางรถไฟไปกาญจนบุรีและพม่าที่ตำบลบ้านโป่ง จึงย้ายที่ว่าการอำเภอบ้านโป่งมาอยู่ที่ตำบลบ้านโป่งในปัจจุบัน และด้วยใกล้กับสถานีรถไฟบ้านโป่ง เป็นเหตุทำให้ชุมชนย้ายตามมาใกล้สถานีบ้านโป่ง เติบโตเป็นตลาดบ้านโป่งในทุกวันนี้  

อีกนัยหนึ่ง สถานีรถไฟบ้านโป่ง คือตัวดูดชุมนุนใหม่และตลาดใหม่ให้เจริญเติบโตเป็นตัวเมืองใหม่ และเนื่องจากหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ตำบลบ้านโป่งเป็นชุมทางรถยนต์และรถไฟ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อำเภอบ้านโป่งได้รับอาณิสงค์มีอุตสาหกรรมเข้ามาลงทุนมากมาย รวมถึงคนย้ายถิ่นมาอยู่ทำให้ชุมชนใหญ่ขึ้น เป็นเรื่องอดีต

ปัจจุบัน อำเภอบ้านโป่งสูญเสียความสำคัญเกือบทั้งหมด มีถนนพระราม 2 จากกรุงเทพไปห้วหินและภาคใต้ รถไฟสายบ้านโป่งไปไม่ถึงย่างกุ้ง ความสำคัญของสถานีรถไฟบ้านโป่งลดลงตามลำดับประกอบกับตัวอำเภอบ้านโป่งทางกายภาพเป็นเมืองปิด จึงเกิดความรู้สึกว่า เมืองราชบุรี หรืออำเภอื่นเขาเดินไป 2-3 ก้าว ในขณะที่อำเภอบ้านโป่งเดินไปเพียง 1 ก้าว

ประกอบกับที่ตั้งอำเภอบ้านโป่งอยู่บนเส้นทางแม่น้ำแม่กลองไหลผ่าน ซึ่งหากเกิดอุบัติแผ่นดินไหวร้ายแรงเกิดขึ้นกับเขื่อนศรีนครินทร์ ก็เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งของผู้่ลงทุนอุตสาหกรรมพาณิชกรรมในสมัยนี้ให้ความสำคัญ รวมถึงสถาบันการเงินจะให้เงินกู้แก่โครงการที่ลงทุนในบ้านโป่ง จะนำมาประกอบการพิจารณาด้านความเสี่ยง นอกเหนือจาก แหล่งของวัตถุดิบ แรงงาน สาธารณูปโภค (น้ำไฟฟ้าถนน) คมนาคม ขนส่ง สิ่งแวดล้อม  สาธารณุสุข โรงพยาบาล สถานที่ศึกษา ที่พัก ความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงประเพณีและวัฒนะธรรมท้องถิ่นและการยอมรับของท้องถิ่นที่อุตสาหกรรมนั้นๆ จะเข้ามาลงทุน

ถามว่า อำเภอบ้านโป่งมีจุดขายเด่นทางธรรมชาติหรือไม่

ธรรมชาติและอากาศก็สู้สวนผึ้งไม่ได้ ภูเขาสูงหรือน้ำตกขนาดใหญ่ก็ไม่มี วัฒนธรรมท้องถิ่นก็สู้โพธารามไม่ได้ การท่องเที่ยวทางน้ำก็ไม่มีเหมือนดำเนินสะดวก ตลาดผักผลไม้ขายส่งก็อยู่ที่เมืองราชบุรี 

สิ่งที่กล่าวข้างต้น เป็นข้อเท็จจริงที่ roronao และคนบ้านโป่งหลายๆคน รวมถึงนักธุรกิจรายใหญ๋ เช่น ชินธรรมมิตร หรือ ว่องกุศลกิจ คงจะเห็นเหมือนผม

ผมจึงดีใจที่กลุ่มศรีบ้านโป่งเข้ามาลงทุนซื้อตลาดปลาและที่ดินจำนวนหนึ่งที่ตั้งอยู่ปากทางเข้าหมู่บ้านกรุณาของนักการเมืองเก่าท่านหนึ่งจากธนาคารกรุงไทย และเตรียมการพัฒนาเป็นธุรกิจต่อเนื่อง ยิ่งได้ทราบจาก roromao ว่า กลุ่มศรีบ้านโป่งมีแผนขยายการใช้พื้นที่มีโรงภาพยนต์ มีที่ทำการอำเภอบ้านโป่ง ฯลฯ ดีใจที่มีนักธุรกิจกล้าเสี่ยง (ผมใช้คำว่า กล้าเสี่ยง) มาลงทุนที่ตลาดปลาศรีบ้านโป่งและพัฒนาที่ดิน

เชื่อว่า ในที่สุด กลุ่มศรีบ้านโป่งจะสามารถพัฒนาที่ดินตามแผนธุรกิจนี้ได้สำเร็จ แต่อาจต้องใช้เงินทองหลักประกัน ความรู้ความสามารถ ความพยายาม (ทำให้ธนาคารเชื่อถือการลงทุนนี้) และเวลาอีกไม่น้อยกว่า 5-8 ปีกว่าจะเห็นผล ก็ต้องถือว่ามีส่วนพัฒนาอำเภอบ้านโป่งในภาพรวมให้เจริญเดินไป 2-3 ก้าว ด้วยเหตุและผลดังกล่าวข้างต้น

ผมก็ได้แต่ขอให้คนบ้านโป่ง ลูกบ้านโป่ง ให้กำลังใจให้ผู้นำกลุ่มศรีบ้านโป่งทำงานขิ้นนี้ได้สำเร็จ อาณิสงค์ก็จะมีมาถึงคนบ้านโป่งทั้่งอำเภอ แต่ถ้าไม่เห็นด้วย ไม่ต้องการ หีิอต้องการจะอนุรักษ์ตัวเมืองไว้เหมือนทุกวันนี้ ก็ไม่เป็นไร เชื่อว่ากลุ่มศรีบ้านโป่งก็อาจไปลงทุนที่อำเภออื่นได้เช่นกัน

 

 

โดย: 323 [5 พ.ย. 57 14:10] ( IP A:125.24.165.200 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   วิทยาลัยพยาบาลบวกกับการอาชีพไปสร้างในดงอ้อยก็ได้ไม่ทำให้ตรงนั้นเจริญขึ้น เทคนิคราชรี2ก็ด้วย เห็นมีแต่ห้องแถวไปโผล่
แล้วแค่สาขาของอำเภอไปสร้างที่อื่นจะทำให้ตรงนั้นเจริญกว่าสร้างอบต.ใหญ่ๆซักเท่าไหร่กัน ผมคิดว่าพอเข้าใจคนในตลาดที่ต่อต้านการย้ายมากขึ้น พวกเขาไม่ได้ซีเรียสการย้ายอำเภอซักเท่าไหร่ แต่ซีเรียสเรื่องย้ายไปอยู่ที่ไหน โดยใคร ซะมากกว่า ถ้าย้ายไปอยู่ในป่าช้าข้างๆวิทลัยพยาบาลก็คงไม่ต้านเท่าไหร่ แต่นี่ไปอยู่ตรงข้างตลาดปลาที่มีอาคารพาณิชย์รองรับอย่างน้อย50ห้องกับอีกหลายโครงการโดยทุนขนาดใหญ่ คิดแล้วก็คงเหมือนที่คุณ 323บอก รถไฟทำให้ตลาดดูดความเจริญมาจากท่าผา ท่าเรื่อทำให้ตลาดล่างเจริญ แต่ท่ารถทำให้ตลาดบนเจริญแทนตลาดล่างเพราะคนเลิกใช้เรือ ถ้าโครงการนี้ขยายตัวเต็มโครงการ การย้ายอำเภอก็เป็นเหมือนโดมิโนตัวแรกของการซบเซาของอำเภอ ตรงนี้ไม่ใช่แค่ห่วงผลกำไรแล้ว แต่กลัวถึงการที่ธุรกิจที่สั่งสมมานานจากรุ่นก่อนๆอาจจบลงได้ คนรวยไปแล้วมีเยอะ แต่คนก่อร่างสร้างตัวอยู่ก็คงจะมี ตรงนี้ทางรัฐอาจต้องสร้างความมั่นใจให้คนในตลาดส่วนนี้มีความมั่นใจในอนาคตว่าจะพาตัวเองและครอบครัวไปรอด
ไม่รู้ว่าจะมโนไปเองรึเปล่า ถ้ามีจุดที่พบกันได้ก็คงจะดี เชื่อว่าคนในตลาดที่เดือดร้อนจริงและเห็นแก่ความเจริญของบ้านเมือง
คงจะไม่คัดค้าน ถ้าทางรัฐให้หลักประกันว่า ตลาดจะยังมีความเจริญพอที่จะทำให้ธุรกิจอยู่ต่อไปได้
ตอนห้างมาก็กังวลระดับนึงตรงสูญเสียลูกค้าไป แต่ตอนนี้น่าจะกังวลกว่าว่า เมืองทั้งเมืองในที่สุดแล้ว อาจจะถูกย้ายไป แรงต้านก็เลยเยอะหน่อย ที่มโนมานี้ถ้าผิดก็ต้องขออภัย แต่จริงใจอยากให้คนบ้านโป่งทุกส่วน ได้ประโยชน์ด้วยกัน
โดย: บ้านโป่งของเรา [5 พ.ย. 57 15:06] ( IP A:180.183.85.81 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   

ใช่ครับ ผมรู้สึกเช่นเดียวกับคุณ 323 ตอนนี้ผมรู้สึกดีใจ ที่นักลงทุนเริ่มให้ความสนใจเมืองบ้านโป่งอีกครั้ง และดึงจุดขายสำคัญขึ้นมา อย่างกลุ่มศรีเมือง หวังว่าจะมีนักลงทุนสนใจด้านการต่อรถยนต์เหมือนกัน ผมเชื่อว่าฝีมือบ้านโป่งเป็นอันดับต้นๆ ทั้งเรื่องปลาสวยงาม และการต่อรถยนต์ แต่จะพึ่งแต่ฝีมือใช่ว่าจะไปรอด การบริหารก็เป็นส่วนสำคัญ ตอนนี้เรื่องปลาสวยงามมีคนมาลงทุนให้แล้ว ก็จะขอรอดูก่อนว่าเค้าจะทำไปได้ดีซักแค่ไหน กับมาที่เรื่องอำเภอ ผมว่าอันที่จริงศรีเมืองเค้าไม่จำเป็นต้องเอาอำเภอไปตั้งตรงนั้นนะ แค่เค้าทำตลาดให้ดี ระบบการจราจรให้ดี ตลาดเค้าก็ไปรอดอยู่แล้ว ที่จริงเค้าช่วยอำเภอเราด้วยซ้ำ ก็เห็นกันอยู่นี่ครับสภาพที่ว่าการอำเภอโทรม คับแคบ ไม่มีที่จอดรถ ที่นั่งไม่พอมันควรปรับปรุงจริงหรือเปล่า ที่ดินที่เค้าบริจาค 5 ไร่ คิดเป็นมูลค่าราคาประเมินย่านนั้นมันตก 10-20 ล้านนะ จริงๆเอามาทำโฆษณาเสียดีกว่า ถ้าคนในตลาดจะไม่ยอมก็เสียสละที่ดินในตลาดกันมาสิครับ ผมว่ายังมีแปลงว่างอีกเยอะนะ ตอนนี้ถนนด้านหน้าโครงการก็ปรับปรุงแล้ว ได้งบสร้างที่ว่าการอำเภอใหม่ ผมยังไม่เห็นสิ่งที่บ้านโป่งจะเสียประโยชน์ตรงไหน มีแต่ได้ ทั้งเงินลงทุน ภาษี การค้าขายที่จะขยายตัวไปมากขึ้น แม้จะบอกว่ามีกลุ่มคนนึงที่จะได้ประโยชน์มากกว่าใคร มันก็เรื่องปกติ ก็เค้าเป็นคนลงทุนนี่ หากเค้าไม่ทำ ก็คงจะอยู่นิ่งและโทรมลงกันต่อไปๆ  หรือถ้าใครมีฝีมือ มีจิตสาธารณะก็ช่วยแสดงฝีมือหน่อยครับ ว่ามีหนทาง ยินดีจะช่วยพัฒนาให้ ค่าตอบแทนไม่เอาซักบาท  ไม่ใช่ดีแต่โวยวาย แล้วไปหาโอกาสขัดแข้งขัดขาเค้า  หากเรื่องนี้มีการทุจริต มีหลักฐาน ผมว่ามีหลายช่องทางนะครับที่จะร้องเรียนได้ ก็ติดตามดูกันต่อไป

โดย: roronoa [5 พ.ย. 57 23:24] ( IP A:110.77.229.36 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   

ธุรกิจตลาดปลาสวยมีขีดจำกัด โดยเฉพราะธุรกิจเองไม่เป็นตัวดูดให้ธุรกิจร้านค้าอื่นๆ มารวมเป็นชุมชนตลาดได้ การดึงที่ทำการอำเภอเข้าไปอยู่ด้วย ก็/ม่/ด้ช่วยให้การค้าขายรอบที่ทำการอำเภอค้าขายได้ดี การมีโรงภาพยนต์ก็เช่นกันสามารถอยู่ได้ถ้ามีที่จอดรถแต่ในสมัยนี้ไม่ได้เป็นตัวดูดให้ตลาดติด กิจการทั้งหมดเหมือนมีแกงจืด แกงเผ็ด ผสมกันยังไม่เป็นและไม่มีแม่แรงดูทำให้ชุมชนตลาดบ้านโป่งย้ายมายังโครงการของกลุ่มศรีบ้านโป่งได้ แม้จะมีผู้ลงทุนเตรียมสร้างอาคารพาณิชย์ ก็ยังไม่แน่นอนว่าจะมีผู้ซื้อมากตามเป้าหมาย  สิ่งนี้คือความยากลำบากจากด้านล่าง

ความยากอีกหนึ่งคือ ข้อเท็จจริง นักพัฒนาที่ดินรายใหญ่ในกรุงเทพไม่ได้มองอำเภอบ้านโป่ง หากจะมีประปรายก็มองไปที่เมืองนครปฐมและเมืองราชบุรี เพราะมีอนาคตสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงและมีอำนาจซื้อดีกว่าบ้านโป่ง

ความลำบากอีกอย่างแม้จะอยู่ไกลตัวไปหน่อย สมมุติว่ากลุ่มศรีบ้านโป่งทำโครงการแล้วมีแนวโน้มว่าจะดี ก็จะมีนายทุนจากที่ไหนไม่รู้เข้ามาทำโครงการแข่งขันแย่งลูกค้าจากงกลุ่มศรีบ้านโป่งและสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ไปอยู่ในพื้นที่ใหม่ ตามแบบนายทุนที่มีการจ้องหาโอกาส ถึงตอนนั้นกลุ่มศรีบ้านโป่งก็จะต้องไประดมทุนต่อสู้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่มีเงิน มีสายสัมพันธ์ supplier chain ดีกว่า มีเทคนิคการบริหารจัดการดีกว่า  มีรูปแบบการประชาสัมพันธ์โดยมืออาชีพ

สิ่งเหล่านี้คือกรรมของนักลงทุนในสมัยนี้ กรรมของนักอุตสาหากรรม  ที่มีหลายๆคนมองเห็นและมองไม่เห็นความเสี่ยงของกลุ่มศรีบ้านโป่ง 

โดย: 323 [6 พ.ย. 57 9:19] ( IP A:101.108.28.171 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   

เมื่อวานพูดถึงขุดเด่นของอำเภอต่างๆในจังหวัดราชบุรี

วันนี้ ขอขายไอเดีย จุดเด่นของ อำเภอบ้านโป่งดูบ้าง

 

คุณ roronao ครับ มองดูธุรกิจข้างท้ายนี้ กลุ่มศรีบ้านโป่งกำลังจับตาอยู่ก็ได้

1. ตลาดปลาสวย

2. ที่ว่าการอำเภอ

3. โรงภาพยนต์  (บวกศูนย์การค้า  และ อาคารพาณิชย์)

4. ท่ารถตู้ :

4.1 (บ้านโป่ง-กรุงเทพ) (บ้านโป่ง-นครปฐม) 

4.2 (บ้านโป่ง-ราชบุรี-หัวหิน) 

4.3 (บ้านโป่ง-กาญจนบุรี) (บ้านโป่ง-บ้านน้ำพุร้อน) (บ้านโป่ง-ทวาย)

4.4 (บ้านโป่ง-สมุทรสงคราม-สมุทรสาคร)

5. ปัจจุบัน มีอยู่แล้วคือ ตลาดสดหัวคลอง เป็นที่ดินของทรัพย์สินหรือราชพัสดุ

 

หมายเหตุ ทุกว้นนี้ มีรถตู้วิ่งระหว่าง บ้านโป่ง-กรุงเทพ อยู่ 2 ท่า มีรถตู้รวมประมาณ 60 คันขนส่งผู้โดยสารระหว่างบ้านโป่ง-กรุงเทพ ได้ประมาณ 2,400 คน/วัน มีผู้โดยสารประจำประมาณ 1,200-1,600 คน/วัน

หากสามารถทำบ้านโป่งเป็นชุมทางรถตู้ตามข้อ 4

น่าจะมีคนเดินทางเข้าออกผ่านหรือพักค้างคืนที่อำเภอบ้านโป่งหลายพันคนต่อวัน นับหมื่นในแต่ละอาทิตย์ และใช้จ่ายในอำเภอบ้านโป่งเป็นจำนวนเงินมาก เหมือนสมัยที่บ้านโป่งรุ่งเรืองเพราะเป็นสถานีชุมทางงรถไฟ ก็ได้  จึงควรสนับสนุนกลุ่มศรีบ้านโป่งทำให้่สำเร็จ

หากกลุ่มศรีบ้านโป่งจะสามารถประสานประโยชน์ทำให้เกิดท่ารถตู้ตามข้อ 4 เกิดขึ้นได้สำเร็จ น่าจะเป็นประโยชน์ไม่เฉพาะแก่คนบ้านโป่ง แต่จะเป็น

1) ชุมทางรถตู้ของคนเดินทางในจังหวัดใกล้เคียง  

2) ชุมทางคนที่เดินทางมาจากจังหวัดไกลๆมาลงที่สถานีรถไฟบ้านโป่งเพื่อต่อไปยังจังหวัดข้างเคียงได้ด้วย หรือมาขยายการค้าการท่องเที่ยวในอำเภอบ้านโป่งและอำเภอใกล้เคียง

โดย: 323 [6 พ.ย. 57 15:16] ( IP A:101.108.211.146 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   

หลักธุรกิจสร้างความเจริญที่รกร้างว่างเปล่าก็ดีมากคับ และอำเภอคับแคบเล็กเกินไป มีหน่วยราชการเยอะ ไม่มีที่จอดรถ ไม่มีห้องประชุมขนาดใหญ่ของอำเภอเอง มันก็สมควรสร้างและย้ายนั่นแหละครับ แล้วทำไมหลวงถึงไม่มีงบประมาณของตัวเอง หลักการปกครอง  อำเภอถือว่าใหญ่สูงสุด ใหญ่กว่าผู้กำกับอีก แล้วทำไมไม่ของบประมาณเอง หาที่ดินเอง สร้างเอง เอาให้ใหญ่โตโคตรๆเลย สมกับที่เป็นตราสิงห์ของแผ่นดิน กรมการปกครอง แล้วไปขอที่ดิน

เขาแบบนี้ ถึงแม้ว่าต่อมาเมื่อเขายกให้หลวงแล้ว จะเป็นของหลวง แล้วความรู้สึกอำเภอ และ

ชาวบ้านจะรู้สึกว่าอำเภอใหญ่กว่าตลาดโครงการขนาดใหญ่ไหม สมมุติต่อไปในอนาคตชาวบ้านผู้ด้อยโอกาส หรือคนชั้นกลางก็ได้อะคับ เกิดกรณีจะต้องพิพาทกับกับเจ้าของตลาด หุ้นส่วน ผู้จัดการตลาด นายอำเภอ หรือเจ้าหน้าที่ ความรู้สึกจะเป็นกลางไหม เหมือนเป็นหนี้บุญคุณตลาดไหม และในผลทางจิตวิทยาความรู้สึกชาวบ้านจะกล้าขอความช่วยเหลือจากอำเภอหรือปาว ถ้าไปดูพรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และลักษณะปกครองท้องที่ ไม่มีอำเภอสาขานะคับขอบอก จะมีได้ก็คือตั้งเป็นกิ่งอำเภอไป และหลักการต้องเป็นไปเพื่อความสะดวกของประชนชนเป็นที่ตั้ง และต้องไปขออนุญาตกระทรวงมหาดไทยด้วย จะมาตั้งสาขาเองไม่ได้นะ ไม่ใช้เซ่เวน มาตรา 61/1(2) หน้าที่อำเภอคือต้อง ส่งเสริม สนับสนุน และจัดให้มีการบริการร่วมกันของหน่วยงานของรัฐในลักษณะศูนย์บริการร่วม ก็คือเพื่อความสะดวกของประชาชน กรณีอำเภอยิ้มของหัวหินไม่ถือว่าผิดหลัก

การนี้  เพราะงานทะเบียนราษฎร์ยังอยู่กับอำเภอไม่ได้แยกขาด แยกย่อยงานออกไปเพื่อความสะดวกของประชาชน แต่อันนี้จะแยกขาด จะผิดตามหลักการมาตรานี้ไหม และไหนจะหลักธรรมาภิบาลอีก จะต้องคุ้มครอง ช่วยเหลือประชาชน และชุมชนที่ด้อยโอกาสเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมทั้งด้านเศรษกิจและสังคมในการดำรงชีวิติอย่างพอเพียง เท่านี้ก่อนคับ ไปทำงานต่อก่อนคับ 

โดย: พ [6 พ.ย. 57 22:05] ( IP A:49.230.78.141 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   

จริงๆ ตอนนี้ท่ารถตู้เข้ากรุงเทพบ้านโป่งมีป้ายเหลือง 4 ท่านะครับ และก็ป้ายดำอีกท่าหนึ่ง ที่ผมว่าควรเพิ่มเติมก็เป็น

1.ท่าที่เป็นป้ายดำอยู่วิ่งระหว่างห้วยกระบอก-หมอชิต น่าจะเป็นป้ายเหลืองแล้ว เก็บราคาห้วยกระบอก-บ้านโป่ง/โลตัสบ้านโป่ง ให้ถูกลง เพื่อให้ได้คนทั้งระยะสั้นและระยะไกล 

2.ไผ่สามเกาะ - หนองปลาหมอ-บ้านโป่ง-กรุงเทพ แนวคิดเดียวกับข้อ1 ครับ อาจใช้วินรถตู้ที่มีอยู่ ขยายระยะออกไปบางเที่ยว รองรับทั้งคนระยะสั้น ระยะไกล 

3.บ้านโป่ง-กาญจนบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์/บ้านพุน้ำร้อน รองรับการเคลื่อนย้ายแรงงาน ล่าสุดไปดูโครงการของรพ.บ้านโป่ง กำลังเตรียมการรองรับแรงงานชาวพม่ามากขึ้น โดยเตรียมอบรมเจ้าหน้าที่ ทำป้ายภาษาพม่าเพิ่มเติม จึงคิดว่าควรมีรถสายนี้ รองรับการเคลื่อนย้ายแรงงาน และตั้งต้นที่สถานีรถไฟบ้านโป่ง(หรือตลาดปลาแล้วแวะมาเข้าวินที่สถานีรถไฟ) รองรับผู้โดยสารที่ลงรถไฟไปกาญฯด้วย 

4.บ้านโป่ง - ม.ศิลปากร - ม.ราชภัฎนครปฐม - ทัพยายเท้า - ห้วยกระบอก - หนองเสือ - ท่าผา -บ้านโป่ง วิ่งเป็นวงกลม รองรับนักศึกษา จะได้ไม่ต้องต่อรถ และช่วยระยะสั้นแทบห้วยกระบอก 

5. บ้านโป่ง - หนองปลาหมอ - ราชบุรี สายนี้มีอยู่แล้ว แต่ไม่มีคน จนเลิกไป แต่ผมคิดว่าเกิดจากการบริหารที่ผิดพลาดมากกว่า จริงๆน่าจะเก็บระยะสั้นให้ถูก ใช้รถเล็กเพื่อวิ่งให้ถี่ จะดีกว่านี้นะครับ

มีำอเดียเกี่ยวกับสองแถวระยะสั้นเหมือนกัน ถ้าสนใจเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังต่อครับ

โดย: roronoa [7 พ.ย. 57] ( IP A:1.46.226.209 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   

เรื่องย้ายที่ทำการอำเภอทั้งหมดหรือทะยอยย้าย ไม่ใช้ปัญหาใหม่ของกระทรวงมหาดไทย เมื่อเวลามาถึงมีทางออกแน่นอน

เรื่องลงทุนของกลุ่มศรีบ้านโป่ง กลุ่มนี้น่าจะมีประสบการณ์และเงินลงทุน เครดิตกับสถาบันการเงิน รวมถึงสายสัมพันธ์กับทางราชการอยู่แล้ว  ประกอบกับนักลงทุนคนในบ้านโป่งก็อยากออกไปหาโอกาสลงทุนนอกพื้นที่ คนนอกก็เห็นช่องว่างจะเข้ามาลงทุนในบ้านโป่ง บางเรื่องคนท้องที่ก็มีสิทธิมีเสียงออกมาคัดค้านโดยเฉพาะเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและเพื่อประโยชน์ส่วนรวม บางกรณีหากคัดค้านเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ทางราชการก็จะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจ สำหรับเรื่องย้ายหรือไม่ย้ายเชื่อว่าทางราชการได้ใช้ดุลพินิจระดับหนึ่งแล้ว

ขอบคุณ roronoa และทุกคนที่ร่วมออกความเห็น ที่ให้และเสริมความรู้ให้กับผู้อ่านและผม

เชื่อว่า ทั้งหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องและผู้บริหารกลุ่มศรีบ้านโป่ง จะนำความเห็นร่วมและความเห็นต่างในที่นี้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาท้องถิ่นและต่อการลงทุน และไม่ลืมเรื่องรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของชุมชนก็แล้วกัน   สวัสดี ครับ

 

โดย: 323 [7 พ.ย. 57 9:57] ( IP A:101.108.211.146 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   
ผมอยากตั้งจิตอาสาสิ่งแวดล้อม และให้เทศบาลทุกท้องที่ และอำเภอเปิดแผนกรับสมัครอาสาสิ่งแวดล้อมด้วยให้มาขับเคลื่อนได้ เพื่อมาตรวจสอบ ติดตาม ควบคุมโรงงานทุกโรงงานในเขต เป็นในส่วนของภาครัฐ และภาคประชาชน ลำพังอุตสาหกรรมจังหวัดไม่ไหวหรอกคับ รับแรงต้านไม่ได้จากนายทุน ขั้นแรกเราจะขอค่ารายงานบำบัดอากาศ และน้ำทั้งหมด ตรงตามกฎหมายรึไม่ จะเซตเครื่องให้ได้ค่ามาตรฐานมาก็ไม่เป็นไร ขอรายงานมาก่อน เด่วค่อยให้หน่วยงานกลางมาวัด รึบริษัทเอกชนที่ขึ้นทะเบียนมาวัด เพราะตอนนี้บางรง.กล้าให้ผมเข้าตรวจได้ 24 ชม. เราจะส่งหน่วยไปคอยดูไม่ให้หยุดการเดินเครื่อง และลดการผลิด ในกรณีตั้งเคริ่องมาวัดค่า 7 วัน ที่เคยเห็นมีวัดฝุ่นถ้าต่ำกว่า 10 ไมคอน ทะลุปอด คือไปฝังในปอด และมีสองเครื่องเหมือนตู้ไมโครเวฟ วัดสารซัลเฟอร์ไดออกไซค และไฮโตรเจน ดูประกาศกระทรวงต่างๆเขาเน้นมา เขาซีเรียลมาก เพราะอันตราย ค่าในสภาวะอากาศต้องไม่เกินเท่าไรมีหมด และสามารถคำนวณทิศทางลมได้ว่ามาจากรง.ไหน ที่วัดมาค่า 3 วัน สุดท้ายเห็นว่าค่ามากคับ เกินมาตรฐาน และตอนนี้หมอรพ.บ้านโป่งว่าอยากจะทำประวัติคนป่วยให้ ถ้ามารักษาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ว่า บ้านอยู่ที่ไหน ใกล้รง.อะไร ทำเป็นชาร์ แผนที่ แผนผัง จุดคนป่วยไว้เลย จะได้มาคาน กับรายงาน ค่าการวัดอากาศ ถ้าเซตเครื่องรึใต้โต๊ะกัน. ถึงต้องมีจิตอาสาสิ่งแวดลเอม และอาสาสิ่งแวดล้อม มาขับเคลื่อน เพราะ กม. กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง มติคณะรัฐมนตรี มีให้เรานำมาใช้เยอะ แต่ไม่มีใครใช้และปฎิบัติ รง.ไหนไม่ให้เราเข้า 24.ชม. ก็ผิดแน่นอน ค่อยกดดันไป

โดย: พรานในเมือง [7 พ.ย. 57 10:32] ( IP 49.230.78.141 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   

รายการสด ได้ยืนกับหูสองหู

ในกาลครั้งและในสถานที่แห่งหนึ่ง 

ในหลวงทรงตรัสแก่ผู้เข้าเฝ้าความว่า

"ในประเทศไทย มีพระภูมิเจ้าที่จริงๆ เพียงแต่ว่า ถ้าเรารู้จักอารธนา พระภูมิเจ้าที่ก็จะให้คุณ ถ้าเราไม่รู้จักอารธนา พระภูมิเจ้าที่ก็อาจไม่ให้คุณ บางกรณีอาจให้โทษก็ได้"

ข้าราชการในท้องที่เป็นเสมือนพระภูมิเจ้าที่ เพราะมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมาย เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรมก็มีหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่และรับผิดชอบอยู่แล้ว หากเจ้าพนักงานไม่ทำตามหน้าที่ย่อมเป็นความผิดความบกพร่อง ประชาชนก็สามารถร้องเรียนความเดือดร้อนต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นได้อยู่แล้ว

เห็นว่า ประชาชนน่าจะไปอารธนาขอให้เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่และรับผิดชอบนั้นมายืนอยู่กับประชาชน และสนับสนุนให้มีการจัดตั้งกลุ่มจิตอาสารักษาสิ่งแวดล้อมโรงงานเป็นมือเป็นเป็นหูเป็นตาไม้ให้กับทางราชการ ก็จะเกิดคุณแก่ทางราชการและประชาชน

หากประชาชนไปจัดตั้งกลุ่มจิตอาสาฯ เอง โดยเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่สนับสนุน อาจจะเรียกได้ว่า  ไม่รู้่จักอารธนาและ "พระภูมิเจ้าที่อาจให้โทษก็ได้"           แม้ถึงไม่ให้โทษ กลุ่มจิตอาสาฯ ก็จะทำงานได้โดยความยากลำบาก เหมือนว่ายทวนน้ำ

กลุ่มจิตอาสาฯ จะเลือกว่ายตามน้ำหรือทวนน้ำ ก็อยู่ที่ท่านจะตัดสินใจ

โดย: 323 [8 พ.ย. 57 12:02] ( IP A:101.108.12.54 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   

เห็นด้วยกับการสร้างที่ว่าการอำเภอบ้านโป่ง(สาขา)แห่งใหม่ เพื่ออานาคตในภายหน้าทุกอย่างต้องขยายในเมื่อที่เดิมมันคับแคบ ขยายไม่ได้เราก็ต้องหาที่ใหม่ในเมื่อคุณได้ที่ใหม่แล้วใหญ่ทางไปมาสะดวกผมก็เห็นด้วยตอนนี้เป็นโอกาสของชาวบ้านโป่งในเมื่อมีเอกชนบริจาคที่ดินให้แล้วให้แบบเอาหัวใจด้านหน้าไป แล้วถ้าเราไม่เอาผมว่าเราจะเสียโอกาสแล้วว่าเรื่องใครได้ประโยชน์ผมว่าได้ทั้งหมดเอกชนบรืจาคได้แน่นอนประชาชนได้แน่นอน แต่ทางราชการต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุกๆคนรู้เรื่องนี้ให้มากที่สุด เพราะเรื่องนี้มันมีทั้งอยากให้มีและไม่อยากให้มี แน่นอนผู้เสียผลประโยชน์ก็ต้องไม่อยากให้มี ขออยู่แบบเล็กๆแคบแคบอย่างนี้ต่อไป ไม่ได้มองอนาคตข้างหน้า วันนี้ไม่สร้างในอนาคตก็ต้องสร้าง เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ก็ช่วยกันมาแสดงความคิดเห็นว่าจะเอาหรือไม่เอาโปรดไปแสดงประชามติ และติดตามข่าวทางอำเภอจะมีการประชุมเรื่องนี้อีกหลายรอบ  (สร้างใหม่นะครับไม่ใช่ย้ายโปรดเข้าใจด้วยของเก่ายังอยู่ส่วนราชการบางหน้าที่เท่านั้นที่จะไป). ติดตามข่าวสารบ้านโป่งด้วยนะเดี๋ยวจะหาว่าไม่รู้มาก่อนว่าจะสร้างที่แห่งใหม่

โดย: kittisak2503j@gmail.com [9 พ.ย. 57 19:41] ( IP A:171.100.23.92 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   ที่เดิมคับแคบ ที่จอดรถไม่พอเพียงต่อปริมาณผู้มาใช้บริการ ถ้าคนที่ต่อต้านช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ก็เสนอแนวทาง ก็ไม่มีใครอยากขับรถออกไปติดต่อราชการไกลๆ หรอก แต่ทุกวันนี้ ไปอำเภอทีไร วน หาที่จอด จนเบื่อ โครงการนี้น่าจะช่วยคนส่วนใหญ่ให้สะดวกสบายขึ้นนะ ถ้าจะมีใครได้ผลประโยชน์ส่วนตัวหรือโกงกินอะไร ก็ไปแจ้งตำรวจจับแล้วกันนะ
โดย: สะดวกสบาย [19 พ.ย. 57 10:43] ( IP A:203.130.144.108 X: )
ความคิดเห็นที่ 29
   

บางทีวนไปมารวมระยะทางไกลกว่าไปที่ตั้งใหม่อีก

โดย: 55 [21 พ.ย. 57 1:52] ( IP A:223.205.33.6 X: )
ความคิดเห็นที่ 30
   

ร้านกาแฟในอำเภอของใครละ  ตรงนั้นจอดรถได้หลายคัน

โดย: น้องมด [27 พ.ย. 57 22:06] ( IP A:1.10.237.0 X: )
ความคิดเห็นที่ 31
   

ย้ายอำเภอบ้านโป่งไปตั้งที่ใกล้กับสถานีชุมทางหนองปลาดุกน่าจะดีกว่า

เพราะรัฐบาลกำลังจะสร้างรถไฟเส้นหนองปลาดุก-บ้านน้ำพุร้อน-พม่า

ทำให้เหมือนกันตอนย้ายที่ว่าการเดิมตั้งที่ตำบลท่าผามาที่ตำบลบ้านโป่ง

สรุป สถานีชุมทางรถไฟอยู่ที่ไหนย้ายที่ตั้งอำเภอไปอยู่ที่นั้น ดีมั้ยรับ

โดย: 323 [29 พ.ย. 57 22:09] ( IP A:101.108.15.211 X: )
ความคิดเห็นที่ 32
   

สถานีหนองปลาดุกไม่น่าเหมาะนะครับ ยังไม่มีโครงการอะไรไปลง เส้นทางรถไฟหนองปลาดุก - พม่า โอกาสเกิดยังมีความเป็นไปได้น้อยนะครับ

โดย: roronoa [2 ธ.ค. 57 14:38] ( IP A:183.89.23.189 X: )
ความคิดเห็นที่ 33
   

การตั้งสาขาที่ว่าการอำเภอนั้น ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าจะไปตั้งที่ไหน เพราะการหาที่ดินเพ่ือที่จะสร้างสาขาที่ว่าการอำเภอนั้นมาจากการบริจาคของประชาชน ถ้าพวกคุณอยากให้ไปสร้างใกล้ๆ ที่ทำมาหากินของพวกคุณ ก็มาบริจาคที่ดินให้กับอำเภอสิครับ ไม่ใช่คิดว่า การไปตั้งสาขาอำเภอที่นั้นราชการมีผลประโยชน์แอบแฝง ซึ่งในที่ข้อเท็จจริงราชการไม่ได้มีผลประโยชน์เลยแม้แต่น้อย แต่การที่ต้องการตั้งสาขาที่ว่าการอำเภอนั้นก็มีเหตุผลอยู่หลายประการด้วยกัน ไม่ว่าที่ว่าการอำเภอปัจจุบันนั้นมีสถานที่คับแคบ ทางอำเภอต้องการหอประชุมประจำอำเภอ เพราะปัจจุบันการที่อำเภอตั้งจัดประชุมต่างๆ ต้องไปเช่าสถานที่ของที่อื่นประชุมตลอด ไม่ใช่พวกคุณคิดจะเอาแต่ประโยชน์ส่วนตน คิดว่าไปตั้งสาขาอำเภอแล้วจะทำให้การค้าขายของคุณเดือดร้อน ซึ่งคุณไม่ได้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมเลย คุณลองไตร่ตรองดีดีว่า ที่คุณต่อต้านไม่ให้ตั้งสาขาอำเภอนั้น คุณเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนหรือประโยชน์ส่วนรวมกันแน่ ถ้าคุณคิดว่าราชการมีประโยชน์แอบแฝง ประชาชนก็มีสิทธิเรียกร้องให้ทำการตรวจสอบโครงการได้ อีกอย่าง คนที่ออกมาต่อต้านส่วนใหญ่เป็นแค่ประชาชนในบริเวณเทศบาลเมืองเท่านั้น ซึ่งเป็นประชาชนแค่ส่วนหนึ่งของอำเภอบ้านโป่ง แต่คุณลองนึกถึง ประชาชนตำบลอื่นๆที่อยู่ในอำเภอด้วย ไม่ใช่คิดจะเอาแต่พวกคุณเป็นหลัก

โดย: คนบ้านโป่ง [30 ม.ค. 58 9:59] ( IP A:182.52.36.138 X: )
ความคิดเห็นที่ 34
   ระวังนะครับ ไอ้ฝ่ายค้าน เอ้ยไม่ใช่ ไอ้คนคัดค้านการตั้งสาขาอำเภอมันจะอ้างว่า เสียงส่วนรวมเป็นเสียงพวกบ้านนอก มีเยอะมากก็จริงแต่เป็นเสียงไม่มีคุณภาพ ต้องฟังเสียงของพวกแมงสาบ เอ้ยไม่ใช่ ต้องฟังเสียงของพวกมัน แม้จะน้อยแต่มีคุณภาพ 55555555555
โดย: รักบบ้านโป่ง [10 ก.พ. 58 19:38] ( IP A:27.130.245.30 X: )
ความคิดเห็นที่ 35
   

ดูจังหวัดนครปฐมเป้นแบบอย่างสิครับยังย้ายศูนย์ราชการออกมานอกเมืองเลยครับ

 

โดย: [1 ก.ค. 58 20:55] ( IP A:171.5.251.204 X: )
ความคิดเห็นที่ 36
   

อ่านความคิดเห็นต่างๆก้อเห็นด้วยกับการสร้างที่ว่าการอำเภอใหม่นะคับ  แต่ถ้าย้ายไปที่ดินราชพัสดุบริเวณอสร.เก่า น่าจะไม่มีการต่อต้านที่รุนแรงหรือมีใครห่วงในผลประโยชน์แฝง. ที่บริเวณนั้นน่าจะกว้างกว่า60ไร่ มี3แปลงใหญ่แปลงที่1ติดกับเจริญกิจทำท่อแปลงที่2กับ3อยู่ฝั่งตรงกันข้ามทางทหารถึอครองสิทธ์อยู่มีโปรเจคที่จะทำโรงงานผลิตเวชภัณฑ์ทหารแต่ไม่น่าใช้เต็มพื้นที่ ที่ว่าการอำเภอใหม่พร้อมห้องประชุมและอื่นๆคงใช้ที่ดินไม่เกิน10ไร่. ถ้าทางผู้มีอำนาจคุยกันผู้ว่า,นายอำเภอและทหาร คงจะสามารถแบ่งจัดสรรเพื่อสร้างที่ว่าการอำเภอใหม่ได้ทำเลไม่ไกลจากที่เดิมมากติดถนนใหญ่การเดินทางสะดวก  ถ้าเป็นบริเวณนี้น่าจะดี ที่กว้างมากอาจได้สนามกีฬาอำเภอแถมถ้าผู้ใหญ่ทุกท่านสนับสนุนคับ

โดย: Banpong [19 ก.ย. 58 22:56] ( IP A:49.228.98.205 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน