ควรที่ทางรถไฟรางคู่กับทางรถไฟความเร็วสูงผ่านสถานีบ้านโป่งรวมเป็นแนวเส้นเดียวกันหรือแยกออกจากกัน
   

1. วันนี้ รฟท. ได้ลงนามสัญญาว่าจ้างสำรวจเส้นทางรถไฟจากอำเภอบ้านโป่งไปตำบลบ้านน้ำพุร้อน จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเชื่อมกับรถไฟจากทวาย ประเทศเมียนมาร์ มีระยะเวลาศึกษา 1 ปี

2. วันนี้ รฟท. กำลังศึกษาเส้นทางรถไฟรางคู่สายใต้จากสถานีนครปฐม-ปาดังเบซาร์ ผ่านสถานีบ้านโป่ง มีระยะเวลา 6 เดือน 

3. วันพรุ่งนี้ รฟท. กำลังจะศึกษาเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายใต้จากสถานีนครปฐม-ปาดังเบซาร์ ผ่านอำเภอบ้านโป่ง โดยมีผู้โดยสารขึ้นลงที่สถานีนครปฐมและสถานีราชบุรี (ไม่มีสถานีบ้านโป่ง) 

ทางรถไฟความเร็วสูงเส้นนี้ จะต้องสร้างทางรถไฟเส้นใหม่ระหว่างสถานีหนองปลาดุกกับสถานีโพธาราม โดยเฉพาะบริเวณทางโค้งก่อนเข้าสถานนีบ้านโป่งผ่านแนวเหนือใต้ตัดถนนคลองชลประทาน ช่วงตลาดหัวคลองกับวัดหัวโป่ง และ ต้องมีการเวณคืนที่ดินตามเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่ตัดใหม่นี้อยู่แล้ว ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 5-10 ปี

เหตุผลความจำเป็น : ปัจจุบันเส้นทางรถไฟระหว่างสถานีหนองปลาดุกและสถานีบ้านโป่ง ก่อนเข้าสถานีบ้านโป่งมีความโค้งแคบมากแคบกว่าความเร็วของรถไฟความเร็วสูง (200-300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) จะวิ้งผ่านได้ จึงจำเป็นต้องทำทางรถไฟเส้นใหม่มีทางโค้งกว้างเหมาะสมกับความเร็วของของรถไฟความเร็วสูงช่วงโต้งดังกล่าว

คำถาม : ชาวบ้านโป่งเห็นควรที่ทางรถไฟรางคู่กับทางรถไฟความเร็วสูงผ่านสถานีบ้านโป่งเป็นแนวคู่ขนาดหรือแยกออกจากกัน

หมายเหตุ : ยกเว้นจุดโค้งที่สถานีบ้านโป่งแล้ว รฟท. กำหนดให้เส้นทางรถไฟความเร็วสูงและเส้นทางรถไฟรางคู่ เป็นแนวคู่ขนานกันไป โดยไม่มีการเวณคืนที่ดิน

โดย: กล้องส่องทางไกล [10 พ.ย. 57 18:14] ( IP A:101.108.222.94 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   

 

ตามความเห็นยังคิดว่าโครงการความเร็วสูงมีโอกาสเกิดยากแต่ถ้าให้เลือกก็ขอเลือกผ่านสถานีบ้านโป่งแนวเดียวกัน

 

โดย: เด็กบป [10 พ.ย. 57 23:53] ( IP A:124.121.3.146 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   

ตามความคิดเห็นของผมนะ

โครงการรถไฟความเร็วสูงเกิดยากครับ
ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก ไม่คุ้มค่าและเสี่ยงต่อการขาดทุนมาก
ต้องมีแนวกั้นสองข้างถ้าสร้างผ่านชุมชน อาจจะต้องยกระดับขึ้นใต้เป็นอุโมงค์เพื่อ
หลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น เพื่อความปลอดภัยทั้งหมด

ส่วนโครงการรถไฟรางคู่  ยังพอมีโอกาสเป็นไปได้
แต่คงต้องหาผู้ร่วมทุนหรือผู้ลงทุนให้ ซึ่งเห็นมีข่าวนายกไทยเราบินไปเจรจากับจีนแล้ว

ส่วนคำถามว่าใช้แนวเดียวกับสถานีรถไฟเดิมหรือไม่

ผมว่าควรจะหาเส้นทางใหม่เพื่อสร้างมากกว่าจะใช้เส้นเดิม
เพราะทั้งระบบรางของเราเล็กไม่ได้มาตราฐาน ทำให้ไม่สัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน
หากจะขยายรางและเพิ่มพื้นที่เป็นรางคู่  ต้องเปลี่ยนหัวรถจักรใหม่หมด และการจะวาง
รางรถไฟทำระบบให้ครบทั่วประเทศ คงต้องยกเลิกการเดินรถไฟทั้งหมดทั่วประเทศ
อย่าลืม..เรามีแค่รางเดียวใช้ทั้งไปและกลับ มีคนสลับรางให้เวลามีรถไฟวิ่งสวนไปมา

ฉะนั้น ทางที่ดีที่สุด และน่าจะทำได้คือ หาเส้นทางใหม่ น่าจะทำได้ง่ายกว่า
นั่นก็คือ ต้องเวนคืนที่ วางระบบรางคู่ และหาสถานีฐานหลักๆที่ไม่ไกลจากแหล่งชุมชน
และควรมีระบบขนส่งเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟเดิมกับสถานีรถไฟรางคู่ใหม่ด้วย
ถ้าทำแบบนี้ควบคู่กันไปก็จะสามารถพัฒนาและเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านได้ทั้งหมด

ส่วนในอนาคตที่จะทำโครงการรถไฟความเร็วสููง ก็น่าจะใช้แนวเส้นทางใหม่นี่แหละ
เพราะน่าจะกันพื้นที่ด้านข้างเอาไว้เพื่อวางระบบรางและพัฒนาไปควบคู่กันครับ

ถ้าระบบขนส่งของไทยมีประสิทธิภาพ เราจะพัฒนาไปได้อีกไกลมาก
จะแก้ปัญหาไม่ใช่แต่เฉพาะการจราจร ยังแก้ปัญหาได้อีกเยอะแยะนะครับ

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเดินทางโดยรถไฟใช้เวลาไม่มาก ค่าโดยสารถูกกว่าใช้รถยนต์
เราก็ไม่จำเป็นต้องมีที่พักใก้ลๆที่ทำงาน  ไม่ต้องซื้อรถ ซื้อน้ำมันที่แพงๆ ไม่เสียค่าจอดรถ
ถ้าทำงานกรุงเทพ แล้วบ้านผมอยู่บ้านโป่ง นั่งรถไฟ แล้วนั่่งรถโดยสาร ต่อเรื่อ หรือมีระบบ
ขนส่งที่มีประสิทธิภาพที่ดี  รวดเร็ว ปลอดภัย  จะมีใครโง่ไปซื้อรถขับไปทำงานครับ

ต่อไป เราก็ใช้หรือขับรถยนต์เฉพาะเวลาจำเป็น ไปเที่ยวกับครอบครัวหรืออย่างอื่นไป
ซึ่งจะลดปัญหาการคับคั่งหรือหนาแน่นของการจราจรไปได้เยอะจริงๆ

แต่ทั้งนี้ ผมว่ามันก็อยู่ที่ความมีวินัยและสามัญสำนึกของเราด้วย
เพราะบางที ที่เราไม่พัฒนาไปไกลเหมือนประเทศอื่นเพราะเรายังติดค่านิยมที่ฟุ้งเฟ้อ
ซึ่งแก้ยาก...เพราะถ้าจะแก้จริงๆคงต้องแก้ที่ระบบการศึกษาทั้งระบบเลยละครับ

ฉะนั้น ที่เห็นพูดๆกันเกี่ยวกับทุจริตคอรัปชั่น แก้ยังไงก็แก้ไม่ได้เพราะเราไปแก้กฎหมาย
แก้กันไปแก้กันมาหลายสิบปีแต่ก็ยังไม่ดีขึ้น แก้แบบนี้ก็หาว่าเอื้ออีกฝ่าย

แก้ที่ผู้ใหญ่...อย่าแก้เลยครับ เสียเวลาเพราะมันดัดไม่ได้แล้ว
ถ้าจะแก้...ต้องแก้ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กเลยครับ วางระบบให้ดีไปเลย
อนาคตเด็กรุ่นใหม่ของไทย....จะต้องดีแน่นอน

ถามเรื่องแนวรถไฟ...มาจบที่การศึกษาได้ไงไม่รู้ครับ 555+
 

โดย: บ้านโป่งคนงาม [11 พ.ย. 57 11:52] ( IP A:171.100.16.107 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   

ความเห็น 2 

จาก VDO ของกระทรวงคมนาคม. แสดงให้เห็นว่ารถไฟความเร็วสูงระหว่างกรุงเทพ-หัวหินวิ่งบนรางรถไฟยกสูงจากพื้นดินจากต้นทางถึงปลาย จึงไม่มีปัญหาวิ่งตัดกับทางรถยนต์

แต่ในรัฐบาลนี้ นโยบายคงเปลี่ยน ต้นทางที่กรุงเทพ ปลายทางอยู่ที่ปาดังเบซาร์เพื่อสามารถเชื่อมกับรถไฟมาเลเซีย เป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจากคุณหมิง(จีน) ผ่าน สปน. ลาว ผ่านไทย ปลายทางที่มาเลเซียหรือสิงคโปร์

เชื่อว่า หากคนบ้านโป่งเรียกร้องให้สถานีรถไฟบ้านโป่งเป็นชุมทางรถไฟ (รางคู่และรถไฟความเร็วสูง) กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง โดยมีรถไฟรางคู่สายบ้านโป่ง-สถานีบ้านพุน้ำร้อนและทวาย เป็นตัวประกัน คนบ้านโป่งก็ต้องออกแรง ออกเสียง ส่งให้ถึงหู คสช. 

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง จะคอย 10 ปี 15 ปี ก็ไม่สาย ถ้าจะมีสนานีรถไฟความเร็วสูงบ้านโป่ง ท่านว่าจริงมั้ย ถ้าจะต้องเหนื่อยสักหน่อยก็คงต้องออกแรงทำ ท่านเห็นด้วยมั้ย

โดย: กล้องส่องทางไกล [11 พ.ย. 57 16:09] ( IP A:101.108.212.231 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   

รถไฟความเร็วสูงเกิดยากครับ หากเกิดขึ้นจริงก็ควรใช้เส้นทางใหม่และยกระดับเพื่อไม่ให้เกิดการแบ่งแยกเมือง สถานีรถไฟความเร็วสูงบ้านโป่งจะมีโอกาสเกิดได้ โดยใช้กาญจนบุรีเป็นข้ออ้าง วันนี้ได้ไปคุยกับนายสถานีบ้านโป่ง ขบวนรถด่วนตรัง และรถเร็วสุไหงโกลก จอดบ้านโป่งเป็นการถาวรแล้ว ซึ่งเหตุผลที่ใช้ในการเสนอให้ 2 ขบวนนี้จอดเพราะสามารถรองรับคนไปกาญจนบุรีได้นั่นเอง เหลือ 2 ขบวนที่ยังไม่จอด คือรถด่วนนคร และรถด่วนบัตเตอร์เวริ์ธ จะพยายามหาลู่ทางต่อไป   กลับเค้าประเด็นเดิมต่อ ทางคู่นั้น ควรใช้เส้นเดิมครับ เพราะประหยัดการลงทุน และวิเคราะห์ EIA ได้ง่ายกว่า แต่ต้องแก้จุดตัดให้เป็นทางยกระดับให้หลายจุดกว่านี้ รวมทั้งกั้นรั้วก็เพียงพอ และตอบโจทย์สำหรับผู้โดยสารมากกว่า เพราะถ้าย้ายออกนอกเมือง จะทำให้การเดินทางไม่สะดวก ผู้โดยสารระยะใกล้ ระยะกลางจะหายไป และพื้นที่สถานีบ้านโป่ง สามารถก่อสร้างให้รองรับรถไฟทางคู่ได้ครับ 

โดย: roronoa [11 พ.ย. 57 16:55] ( IP A:1.47.104.95 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   

ขอแย้งความคิดเห็นของความคิดเห็นที่ 2 คุณ บ้านโป่งคนงาม เกี่ยวกับเรื่องขนาดรางครับ เป็นความเข้าใจผิดที่ร้ายแรงเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเรื่องนี้ต้องโทษสำนักข่าวในไทยที่ชอบปล่อยความเชื่อผิดๆ ทำให้คนไทยเข้าใจผิดเรื่องนี้เป็นอย่างมาก รางมาตรฐานที่คนไทยชอบใช้ซึ่้งหมายถึงทางขนาด 1.435 ม. มีชื่อเต็มว่ายูโรเปี้ยนแสตนดาร์ดเกต รางนี้ถูกกำหนดมาเมื่อสมัยอียูตั้งใหม่ๆ เพื่อพยายามกำหนดมาตรฐานถึงสิ่งต่างๆ ในยุโรปให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แม้จนถึงทุกวันนี้ อียูก็ยังไม่สามารถบังคับให้ประเทศในกลุ่มของตนใช้ทางขนาดเดียวกันขนาดนี้ได้เลย ในกลุ่มอียู ยังมีการใช้รางหลายขนาดครับ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นทางขนาด 1.435 ม. ฝรัั่งพยายามปล่อยข่าว เพื่อที่จะขายรถให้เราได้ เพราะถ้าจะทำรถไฟสำหรับรางขนาด 1.000 ม.ขาย  ฝรั่งจะเสียเปรียบในการเปรียบเทียบราคาหรือประมูล เนื่องจากไม่ได้ผลิตรถขนาดรางนี้  หากยังมีความเชื่อนี้เท่ากับเสียท่าฝรั่งไปแล้ว และความคิดเห็นนี้ที่ผิดอย่างร้ายแรงเป็นอย่างที่ 2 คือ บรรดาประเทศที่มีอาณาเขตติดต่อประเทศไทยนั้นล้วนใช้รางขนาด 1.000 ม. ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะ เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา มาเลเซีย เวียดนาม ล้วนใช้ทางขนาด 1.000 ม. หากขยายรางเมื่อไรเท่ากับเป็นการฆ่าตัวตาย เพราะใช้งบมหาสาล เพราะทุกอย่างต้องซื้อต้องสร้างใหม่หมด แม้แต่ที่ดินก็ต้องเวนคืนใหม่ ระบบราง งานฐานราก งานก่อสร้างสถานี รถจักร รถพ่วง อาณัติสัญญาณ สะพาน ฯลฯ จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรปรับเปลี่ยนขนาดทางเพราะไม่มีความคุ้มค่าอยู่เลย หากจะคิดเลยเถิดไปถึงเชื่อมยุโรป เชื่อมจีน ไกลขนาดนั้นคงใช้เครื่องบินเป็นหลักครับ หากจะใช้รถไฟก็ใช้วิธีเปลี่ยนถ่ายขบวน  ซึ่งเป็นเรื่องที่นิยมทำกัน เพราะมีน้อยมากที่ใช้รถไฟวิ่งข้ามหลายๆประเทศด้วยขบวนเดียว เพราะมีความเสี่ยงเรื่องหากรถชำรุดกลางทาง รวมถึงเมื่อเทียบระยะทางไกลแล้ว รถไฟก็ยังแพ้เครื่องบิน ความประหยัดยังแพ้เรือครับ รถไฟชนิดข้ามหลายๆ ประเทศจึงไม่ค่อยเห็นกัน รวมถึงกฎระเบียบหลายๆ ประเทศยังไม่รองรับ  

โดย: roronoa [11 พ.ย. 57 17:12] ( IP A:1.47.104.95 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   

วันนี้...นสพ.หลายฉบับ ทั้งกรุงเทพธุรกิจ มติชน แนวหน้า
พาดหัวข่าว การร่วมมือระหว่างไทยกับจีน ทางจีทูจี
โดยจีนจะซื้อข้าวไทย แลกกับการสร้างทางรถไฟรางคู่ 3สาย
แบบรางจะมีขนาด 1.435ม. (ซึ่งจะรองรับรถไฟความเร็วสูงในอนาคตด้วย)

ซึ่งแบบรางนี้จะเป็นแบบรางที่กว้างกว่าของไทย
ข้อมูลของผมจึงไม่น่าจะผิดนะครับ

ส่วนรูปและรายละเอียด เดี๋ยวคงมีคนลงนำมาให้ชมครับ

 

โดย: บ้านโป่งคนงาม [12 พ.ย. 57 9:12] ( IP A:171.100.16.107 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   

รูปจาก http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1415700192

ใช้รางคู่แบบ 2 ขนาดน่าจะได้นะครับ

โดย: fn [12 พ.ย. 57 11:04] ( IP A:180.183.84.237 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1415700192
โดย: fn [12 พ.ย. 57 11:05] ( IP A:180.183.85.247 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   

จีทูจี โดยจีนจะซื้อข้าวไทย โครงการนี้ล่มไปกี่รอบแล้วไม่รู้ครับ ตอนแรกก็จะเอาข้าว เดี๋ยวก็จะเอาลำไยไปแลก  แค่หัวรถจักร 7 หัว คุยกันมาเป็น 5 ปี 10 ปี สุดท้ายก็ล่ม เพราะตกลงกันไม่ได้ ต้องใช้ข้าวกี่เปอร์เซนต์ที่ไทยปลูกได้ ถึงจะพอแลกกับโครงการนี้   ผมมองว่ารัฐบาลชั่วคราว ทำแผนนี้มาเพื่อเอาใจจีนเฉยๆ และจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง  ถ้าไปอ่านรายละเอียดในข่าวจะเห็นได้ว่า จะเริ่มต้นจากทางคู่ขนาด 1.000 ม. ซึ่งควรจำเป็นก่อน เป็นเกมส์เพื่อดึงนักลงทุนและรัฐบาลจีนให้สนใจ  เพราะราง 1.435 ม. ที่รัฐบาลในลักษณะนี้วางแผน ไม่เคยมีมาก่อน กว่าจะศึกษาเสร็จอย่างน้อยก็ 1-2 ปี ออกแบบ รังวัด เวณคืน ฯลฯ รัฐบาลนี้คงหมดวาระตั้งแต่ยังศึกษาไม่เสร็จด้วยซ้ำ อีกอย่างก็น่าจะพอรู้นะครับ ว่าสำนักข่าวของเราเป็นอย่างไร  ในกลุ่มคนรักรถไฟ หนังสือพิมพ์ ทีวี ลงข่าวทีไร เป็นอันต้องไปนั่งจับผิดกันอย่างละเหี่ยใจ  ต้องยอมรับว่าองค์ความรู้เรื่องรถไฟสำหรับสื่อมวลชนส่วนใหญ่มีน้อยมาก แถมชอบยัดเยียดความคิดผิดๆ ผสมลงมาในเนื้อข่าว  ผมอ่านข่าวนี้ยิ่งอ่านยิ่งเอาเท้าก่ายหน้าผาก ทาง 1.435 ม. 3 ทางที่ว่า เดี๋ยวบอกจะเอาความเร็ว 160 บ้าง 180 บ้าง 250 บ้าง  แค่นี้ยังกำหนดไม่ได้เลย  และทางขนาด 1.000 ม. สามารถทำความเร็วได้ 160 อยู่แล้ว แล้วมีประโยชน์อะไรที่จะสร้างทางขนาด 1.435 และจุดประสงค์เริ่มต้นทางคู่ 3 เส้นทาง จะสร้างเพื่อขนสินค้า จึงไม่สามารถใช้งานร่วมกับรถไฟความเร็วสูงได้ เพราะความเร็วรถทั้งสองประเภทต่างกันมาก   ต่อให้สร้างขึ้นมาจริง จะมีประโยชน์อะไร เมื่อไม่นานนี้เมียนมาร์ที่เป็นลูกหม้อจีนแท้ๆ  เพิ่งฉีกสัญญาก่อสร้างรถไฟเชื่อมต่อกับจีน  เส้นทางที่จีนเชื่อมกับลาวก็เช่นกัน นิ่งไปแล้ว เนื่องจากปัญหาทุจริต และลาวมองว่าไม่คุ้มค่า

โดย: roronoa [12 พ.ย. 57 20:45] ( IP A:180.183.161.56 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   

ตามข่าว

ครั้งนี้ ประธานาธิบดีจีนเป็นคนเสนอให้ของขวันปีใหม่แก่คนไทยและร่าวฉลองวันครบรอบ 60 พรรษาของสมเด็จพระเทพในปี2015 โดยจะสร้างพัฒนากิจการรถไฟให้ไทย แต่ขอเป็นเรื่อง จีทูจี ไม่มีบริษัทเอกชนเข้ามาเป็นคนกลาง

รัฐบาลจีนและรัฐบาลไทยมีเวลาอีก 6 สัปดาห์ก่อนเข้าปีใหม่ 

เราคงจะมีใจจดจ่อจีนจะมีเงื่อนไขอย่างไรเป้นการแลกเปลี่ยน

จีนสร้างกำแพงเมืองจีนได้อย่างเหลือเชื่อ

จีนสร้างทางรถไฟความเร็วสูงหลายพันกิโลเมตรเข้าทิเบตอย่างเหลือเชื่อ

จีนลงนามซื้อแก๊สจากรัสเซียครั้งที่หนึ่งเป็นเงินเทียบเท่า $100,000 ล้าน ครั้งที่สอง อีก $100,000ล้าน เหลือเชื่อเพราะไม่เคยมีการสร้างท่อแก๊สในดินแดนหิมะยาวหลายพันกิโลเมตร

จีนอาจสร้างทางรถไฟให้ไทยโดยคิดเพียง 50% และให้เป็นของขวัญอีก 50% ทำไมจะทำไม่ได้ 

ถ้ามีเงื่อนไขหิน ไทยก็อาจจับมือกับญี่ปุ่นสร้างทางรถไฟจากมาบตาพุดเข้าย่างกุ้งผ่านบ้านโป่ง ก็ได้

เพราะญี่ปุ่นเป็นเจ้าของโครงการเขตอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกที่ย่างกุ้ง

โครงการนี้ ถ้าไม่มีเอกชนเอี่ยว อาจประหยัดได้ถึง 30-40%

 

 

Wait and see ครับ

 

 

 

 

 

 

 

โดย: กล้องส่องทางไกล [12 พ.ย. 57 22:18] ( IP A:180.180.37.42 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   

ปัญหาไม่ใช่เรื่องเงินทุน และ Know how ครับ จีนสามารถทำได้อยู่แล้ว เค้ามีทั้ง 2 อย่าง ปัญหาความคุ้มค่าของการสร้างทาง 1.435 ม. ต่างหาก ช่วยบอกหน่อยสิครับว่ามันมีประโยชน์อะไร  ไทยจะได้อะไร ความคุ้มค่าอยู่ตรงไหน เมื่อไรจะคืนทุน เรื่องนี้ในแวดวงของผู้ที่คร่ำหวอดวงการรถไฟไทย เค้าวิเคราะห์จนตกผลึกกันมาแล้ว ว่าขอเพียงรถไฟไทย มีทางคู่ขนาด 1 ม. กระจายออกไปให้ทั่ว ก็สามารถแข่งขันกับรถยนต์ได้ แผนสร้างทางคู่ขนาด 1 ม. สามารถออกแบบให้รองรับความเร็ว 160 กม./ชม.  รวมถึงติดระบบกระแสส่งไฟฟ้า ซึ่งตอนนี้มาเลเซียทำเป็นแม่แบบให้ดูแล้ว แผนสั่งซื้อปรับปรุงรถจักรขนาดทาง 1 ม. ก็มีหมดแล้ว เมื่อไรที่ปรับปรุงทาง สร้างทางคู่เสร็จ ก็สามารถแข่งขันกับรถยนต์ได้ เมื่อถึงขั้นนี้ค่อยคิดสร้างรถไฟความเร็วสูงมาสู้กับเครื่องบินเป็นขั้นตอนต่อไป ซึ่งทางขนาด 1.435 ก็จะเกิดขึ้นได้ในขั้นตอนนี้ และมีความคุ้มค่า เพราะมีระบบทาง 1 ม. เป็นตั้วป้อนผู้โดยสารให้สถานีใหญ่ ซึ่งญี่ปุ่นและแม้กระทั่งจีนเองก็เดินตามระบบนี้  รถไฟชานเมือง/รถความเร็วปานกลาง พร้อมแล้ว จึงค่อยทำความเร็วสูงต่อ ไม่ควรทำอะไรก้าวกระโดด โดยไม่บริหารความเสี่ยง ความเสี่ยงสูง แต่ความคุ้มค่าต่ำ โอกาสคืนทุนช้า แล้วคิดหรือครับว่าจีนจะคิดกำไรแค่นั้น ผมเพิ่งบอกไปว่าเมียนมาร์ฉีกสัญญาก่อสร้างทางรถไฟ  ลาวก็ระงับโครงการไป เพราะจีนก็เข้ามาแบบนี้ล่ะครับ มาแนวว่าจะสร้างทางให้ฟรี ขอผลประโยชน์แลกเปลี่ยน  เมียนมาร์และลาวมองเกมออกว่าไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่เค้าต้องเสีย และประโยชน์ที่จะได้รับ จึงยกเลิกไป  และค่าก่อสร้างอย่าคิดว่าจะถูกนะครับ เขาคนเครื่องไม้เครื่องมือมา ค่า Supervisor อีก ต้นทุนสูงกว่า และในไทย มีบริษัทรับเหมาในการสร้างทางรถไฟ เจ้าใหญ่อยู่หลายเจ้า มีทั้ง Know how เครื่องจักร คน พร้อมในการทำงาน เวลาประมูลงานทีไร ก็มีเจ้าหนึ่งที่ได้ประจำเพราะเค้าพร้อมทุกอย่าง จึงสามารถดัมพ์ราคาได้ต่ำ และทำผลงานออกมาได้คุณภาพดีอีกด้วย

 ผมแปลกใจทำไมเราต้องดิ้นอยากได้ทางขนาด 1.435 ม. เพราะมองเรื่องเงินลงทุน ความคุ้มค่า ความพร้อม ระยะเวลาคืนทุน ระยะเวลาพัฒนา มองด้านไหนก็โดนทางขนาด 1 ม. กินขาด ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีระบบรถไฟดีที่สุดในโลกอย่างญี่ปุ่น ใช้รางขนาด 1.067 ม. เป็นหลักครับ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นทางที่ขนาดเท่ากับไทยเลย เพราะประเทศไทยรับรถมือสองจากญี่ปุ่นมาหลายรุ่น และญี่ปุ่นก็เพิ่งขอรถจักรไอน้ำจากไทยกลับไปไว้ที่ญี่ปุ่น โดยรถที่ออกแบบใช้รางขนาด 1.067 ม. กับ 1.000 ม. สามารถใช้งานร่วมกันได้ โดยปรับระยะปลอกล้อ ทางขนาด 1.435 ม. จะใช้ในรถไฟความเร็วสูงเป็นหลัก ซึ่งแน่นอน เมื่อไทยพร้อมก็สามารถทำตรงนี้ต่อได้

โดย: roronoa [13 พ.ย. 57 9:02] ( IP A:180.183.161.56 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   

เม็กซิโก ก็ไม่ไว้ใจจีน สั่งระงับโครงการรถไฟความเร็วสูงไปเช่นกัน เนื่องจากมีผู้ประมูลลรายเดียว ตอนนี้เลยไปเสนอมาเลย์-สิงคโปร์ แทนตามข่าวนี้

http://www.thestar.com.my/Business/Business-News/2014/11/10/China-interested-in-Spore-Malaysia-hi-speed-rail-Chile-ports/?style=biz

โดย: roronoa [13 พ.ย. 57 9:44] ( IP A:180.183.161.56 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   

ผมเห็นด้วยว่า..แทบจะไม่มีความเป็นไปได้ว่าจะสร้างสำเร็จ
เพราะรัฐบาลคสช. อยู่แค่ กย.58 ปีหน้าก็เตรียมรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา
ตอนนั้นโครงการนี้ก็คงถูกฉีกหรือปัดตกไปอีก เพราะต้องไปตกลงผลประโยชน์อีกที

ถ้าไม่มีความพร้อมเรื่องเงิน และต้องให้ประเทศอื่นสร้างให้ อย่าสร้างเลยดีกว่า
ไม่เช่นนั้นก็จะเหมือนกับ ทางด่วนโฮปเวย์ ซึ่งตอนนี้ไม่เห็นจะทุบหรือรื้อซะที
ส่วนญี่ปุ่นก็ไม่ใช่ว่าจะดี  ทางด่วนที่ประมูลในไทย มีนักการเมืองกินใต้โต๊ะไปอีกครึ่ง
สมมุตินะ ทางด่วนใช้ทุน1พันล้าน พี่แกก็บวกไปอีกเท่าตัว ประมูลจบไปที่2พันกว่าล้าน
เก็บเงินค่าผ่านทางแบบขั้นบันได 20หรือ30ปี เท่ากับญี่ปุ่นสร้างทางด่วนฟรี ไม่ได้ใช้เงิน
ทุนตัวเองด้วยซ้ำ แถมกินส่วนแบ่งเก็บค่าผ่านทางเป็นกำไรีอีก ส่วนคนที่อนุมัติก็กินค่าใต้
โต๊ะไปเรียบร้อย  ถึงบอกว่าถ้าไทยเราไม่คอร์รัปชั่น ทำประเทศให้ดี ป่านนี้เราเป็นมหา
อำนาจไปแล้วครับ

จึงไม่อยากจะให้หวังมากกับโครงการนี้ ทั้งรางคู่และความเร็วสูง
อย่าให้ประเทศชาติต้องรับภาระหนี้มากไปกว่านี้เลยครับ แค่หนี้จำนำข้าวขาดทุนก็แย่แล้ว
น่าจะขาดทุนทะลุ 1ล้านล้านไปแล้ว แต่เค้าปกปิดบัญชีเอาไว้เท่านั้น
เอาแบบพอเพียง ค่อยๆสร้าง ค่อยๆพัฒนาระบบรถไฟให้มันดีกว่าที่เป็นอยู่น่าจะดีที่สุด

และตราบใดที่รถไฟของไทยยังวิ่งช้าและใช้เวลานานกว่าการเดินทางโดยรถยนต์
ผมว่าเราก็จะมีปัญหาในเรื่องการจราจรทางรถต่อไปแบบนี้ไปอีกนานครับ
ถามความเห็นเพื่อนๆผม ก็ยังไม่มีใครคิดจะเปลี่ยนไปใช้การเดินทางด้วยรถไฟสักคน
เพราะตอนนี้ ขับรถยนต์ไปมันสะดวกกว่าใช้รถไฟนั่นเองครับ
 

 

โดย: บ้านโป่งคนงาม [13 พ.ย. 57 10:15] ( IP A:171.100.16.107 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   

ใช่ครับ คุณบ้านโป่งคนงาม สำหรับความคิดเห็นที่ 13 ผมเห็นด้วยทุกประการ ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เสริมอีกนิดว่าโครงการรถไฟทางคู่ยังจำเป็นอยู่มากครับ จากที่เคยใช้บริการรถไฟมา ทางคู่มีประโยชน์มากครับ ไม่ใช่แค่รถไม่ต้องวิ่งสวนกัน แต่รถที่มีความเร็วมากกว่าสามารถแซงกันได้ โดยไม่ทำให้ทั้งขบวนที่แซงและถูกแซงเสียเวลา คันทางจะมีความแข็งแรงมากกว่าปกติ นอกจากนี้เวลาเกิดอุบัติเหตุ เวลาซ่อมบำรุงก็สามารถเข้าไปแก้ไขได้ โดยไม่กระทบต่อการเดินรถ และโครงการทางคู่ ไม่ได้ใช้งบประมาณมากมายกว่าการสร้างถนนเท่าไร จึงเดินหน้าได้ไม่ยากมากครับ และหลายเส้นทางตอนนี้ออกแบบเสร็จหมดแล้ว รอรัฐบาลยอมให้ดำเนินงาน และเปิดประมูลเท่านั้นเองครับ

โดย: roronoa [13 พ.ย. 57 12:45] ( IP A:180.183.161.56 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   

สำหรับท่านที่ตกข่าว รถไฟไทยกับรัฐบาลทหาร

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ คาดว่าจะนำผลกรอบการเจรจาร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยกับจีนถึงความร่วมมือการพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ขนาดทางมาตรฐาน 1.435 เมตร จำนวน 1 เส้นทาง คือ สายหนองคาย-ขอนแก่น-นครราชสีมา-แก่งคอย-ฉะเชิงเทรา-แหลมฉบัง-มาบตาพุด และแก่งคอย-บ้านภาชี-ชุมทางบางซื่อ ระยะทาง 867 กิโลเมตร จะเป็นการดำเนินการโครงการในรูปแบบจีทูจีหรือรัฐบาลต่อรัฐบาล ให้ ครม.อนุมัติในหลักการก่อนที่จะมีการร่างข้อตกลง (MOU) ร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยและจีน คาดว่าจะลงนามร่วมกันได้ประมาณเดือนธันวาคมนี้

"หลังจากได้รับการอนุมัติหลักการจาก ครม.แล้ว จะนำร่างเอ็มโอยูที่จะร่างขึ้นมาใหม่เข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติ หรือ สนช.เพื่อให้เกิดความรอบคอบในแง่ของกฎหมาย จากนั้นก็จะเตรียมร่างเอ็มโอยูของทั้ง 2 ฝ่ายด้านทางรถไฟและไปลงนามที่จีนในเดือนธันวาคมนี้ และเริ่มทำงานร่วมกันตั้งแต่เดือนมกราคมปีหน้าเป็นต้นไป ส่วนวงเงินลงทุนจะต้องมาร่วมกันประเมินอีกครั้งจากการออกแบบรายละเอียดของโครงการแล้ว ซึ่งในเบื้องต้นกระทรวงคมนาคมได้ประเมินคร่าว ๆ  จะใช้เงินลงทุนประมาณ 4 แสนล้านบาท"

พล.อ.อ.ประจินกล่าวอีกว่า สำหรับรายละเอียดร่างเอ็มโอยูฉบับใหม่นี้ จะเน้นเรื่องความร่วมมือกันพัฒนาโครงการรถไฟสายไหมที่รัฐบาลจีนจะสร้างจากคุณหมิงมายัง สปป.ลาวโดยมาเชื่อมกับเส้นทางรถไฟของไทยที่หนองคาย-นครเวียงจันทร์ ซึ่งแนวทางการลงทุนจะไม่ได้ยึดเงื่อนไขของเอ็มโอยูเดิมที่ทำไว้ทั้งรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์และรัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์ ทั้งหมดจะอยู่บนเงื่อนไขใหม่ทั้งหมด จะไม่มีการนำสินค้าเกษตรทั้งข้าวและยางพาราเข้ามาเกี่ยวข้อง

โดยการดำเนินการ เบื้องต้นจะมี 3 วิธีการ คือ 1.ร่วมกันลงทุนรูปแบบ PPP 2.BOT จะเป็นรูปแบบสัมปทาน และ 3.EPC&F เป็นแบบตั้งบริษัทร่วมกันในรูปแบบรัฐวิสาหกิจ โดยรัฐบาลจีนจะเป็นหาเงินมาผู้ลงทุนและก่อสร้าง ส่วนรัฐบาลไทยเป็นผู้บริหารโครงการ พร้อมชำระหนี้เงินลงทุนคืนในระยะยาว  

ส่วนการก่อสร้าง พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า จะเริ่มลงทุนก่อสร้างช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250 กิโลเมตรก่อนเป็นสายแรก ส่วนที่เหลือจะพัฒนาในระยะถัดไป

 

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat


  

โดย: 323 [17 พ.ย. 57 10:04] ( IP A:101.108.4.188 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   

สำหรับคนที่ไม่เข้าใจเรื่องขนาดราง 1.000 ม. กับ 1.435 ม. ให้อ่านกระทู้นี้เพิ่มครับ

http://pantip.com/topic/32673034

และขอเน้นย้ำอีกทีว่า ญี่ปุ่นนั้น มีทางรถไฟด้วยกัน 2 ขนาด คือ 1.067 (91%) และ 1.435 (9%)  เหตุผลขนาดรางจึงไม่เกี่ยวข้องว่ารถไฟจะพัฒนาหรือไม่พัฒนาครับ

โดย: roronoa [21 พ.ย. 57 8:48] ( IP A:183.89.19.178 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน