เปิดใจแฝด "ก๊อด อาร์มี่" หัดเล่นกีตาร์ฝันออกเทป
    เผยความฝันคู่แฝดอดีตผู้นำกองกำลังติดอาวุธ "ก็อดอาร์มี่" อยากออกเทปเป็นนักดนตรี หลังจากวางปืนหันมาจับกีตาร์ เปิดใจวันนี้ยังปวดร้าวเมื่อได้ข่าวญาติพี่น้องถูกปล้น ฆ่าและข่มขืน หลังจากกะเหรี่ยงอิสระ "ก็อดอาร์มี่" ถูกปราบปรามเมื่อปี 2543 แฝดเทพเจ้าวัย 12 ปี และ ซู เป เด็กลิ้นดำ 3 หัวหน้ากองกำลัง โดนส่งตัวไปอยู่ในค่ายอพยพเป็นเวลากว่า 5 ปี ล่าสุด นายลูเธอร์ ฮะทู แฝดผู้พี่ มีบุตรชายวัย 6 เดือน และประกาศวางมือไม่ยุ่งเกี่ยวกับกองกำลังติดอาวุธอีก ปัจจุบันแฝดผู้นี้มีเพียงกีตาร์คู่กาย พร้อมกับความฝันอยากเป็นนักดนตรี
ปัจจุบันคู่แฝดลูเธอร์และจอห์นนี่ ฮะทู น้องชายอดีตผู้นำกองทัพกะเหรี่ยงอิสระ หรือก็อดอาร์มี่ พร้อมลูกน้องอีก 27 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กและวัยรุ่น ยังคงอาศัยอยู่ในค่ายผู้อพยพ "พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านต้นยาง" ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในค่ายอพยพเต็มไปด้วยบ้านไม้ไผ่ขนาดเล็กเกือบ 1 พันหลังคาเรือน ปลูกติดกันเป็นขั้นบันไดบนเนินเขาขนาดเล็ก พื้นดินส่วนใหญ่เป็นสีแดง หน้าฝนเต็มไปด้วยแอ่งน้ำโคลน ผู้คนที่อาศัยอยู่ในค่ายส่วนใหญ่เป็นเด็ก ผู้หญิง และคนแก่ โดยเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา นายซู เป หรือเด็กลิ้นดำ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของผู้นำกองกำลังก็อดอาร์มี่ ได้เสียชีวิตที่ค่ายแห่งนี้ เนื่องจากป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ
แม้ว่าฝาแฝดลูเธอร์และจอห์นนี่ ยังคงสูบบุหรี่อยู่ แต่ลูเธอร์แฝดผู้พี่อายุ 16 ปี บอกว่า กำลังลดการสูบบุหรี่หรือยาเส้นลง หลังจากได้แต่งงานกับ นางพอ เอ ชู สาวกะเหรี่ยงวัย 19 ปี และมีลูกชายวัย 6 เดือน โดยชื่อเป็นคำผสมระหว่างพ่อกับแม่ว่า "ชู เธอร์"
ลูเธอร์ เล่าว่า เจอแฟนสาวครั้งแรกในค่ายอพยพ อ.สังขละบุรี หลังจากดูใจกันได้ประมาณ 1 ปี ก็ตกลงแต่งงานกัน แต่ก่อนตนไม่เคยห่วงเรื่องครอบครัวนัก แต่พอมีลูกแล้วก็อยากหางานทำ เพื่อนำเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว แต่ในค่ายอพยพไม่อนุญาตให้ผู้หนีภัยสงครามทำงานได้ ตนเลยใช้เวลาว่างเรียนภาษาไทยกับครูอาสาสมัคร แต่เรียนได้เพียง 1 เดือน ครูก็ลาออกไปแต่งงานและไม่ได้มาสอนอีกเลย
สำหรับชีวิตประจำวันในค่ายอพยพ ลูเธอร์ เล่าว่า ทุกเช้าจะตื่นนอนประมาณ 6 โมงเช้า เพื่อไปตักน้ำมาเตรียมไว้ใช้ในบ้าน จากนั้นก็หุงข้าวและทำอาหารเช้ากินพร้อมภรรยา ช่วงสายจะออกไปปลูกผักและเก็บผลไม้ เตรียมไว้สำหรับอาหารบ่าย ซึ่งปกติแล้ววิถีชีวิตแบบกะเหรี่ยงจะกินอาหารเพียง 2 มื้อ คือ ช่วงเช้าและบ่าย 3 โมง เนื่องจากค่ายอพยพไม่อนุญาตให้ทำงาน ลูเธอร์และจอห์นนี่จึงใช้เวลาว่างฝึกเล่นกีตาร์ที่มีอยู่เพียง 1 ตัว
"ชีวิตนี้ถ้าไม่ได้กอดปืน ก็ขอกอดกีตาร์แทน แต่ทุกวันนี้เบื่อมาก อยากมีงานทำ หรือไม่ก็อยากได้ทุนเรียนดนตรีเพิ่มเติม จะให้เรียนในเมืองไทยหรือประเทศอื่นๆ ก็ได้ เรียนจบแล้วจะได้เป็นนักดนตรี ออกเทปมีเงินเลี้ยงลูก ปกติจะฝึกเล่นกีตาร์กับจอห์นนี่ทุกวัน แต่ตอนนี้สายกีตาร์ขาดเลยไม่ได้เล่น" ลูเธอร์ กล่าว
ด้าน จอห์นนี่ แฝดผู้น้อง เผยถึงความรู้สึกระหว่างกอดปืนกับกอดกีตาร์ว่า ขณะที่กอดปืนเหมือนตัวเองเป็นนักรบที่ยอมตายได้ทุกเมื่อ แต่เวลากอดกีตาร์รู้สึกสบายใจ แต่เสียงเพลงก็ไม่สามารถช่วยพี่น้องในสนามรบได้ สำหรับชีวิตครอบครัวนั้น เห็นพี่ชายแต่งงานมีลูกก็ดีใจด้วย
ส่วนตัวจอห์นนี่เองนั้น ยังไม่อยากมีครอบครัว เพราะทุกวันนี้เขายังคิดถึงเพื่อนๆ ที่เคยอยู่ในกองทัพกู้ชาติด้วยกัน โดยเฉพาะเวลาได้ยินเรื่องราวของชาวบ้าน ที่ถูกทหารพม่ารังแก ทั้งปล้นสะดม รีดไถเงิน หรือฆ่าข่มขืน จะรู้สึกแย่มาก เหมือนกับตัวเองไม่สามารถช่วยอะไรเพื่อนร่วมชาติได้เลย เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงชีวิตที่แตกต่างระหว่างการเป็นผู้นำกองทัพกับเป็นชาวบ้านธรรมดา ทั้งจอห์นนี่และลูเธอร์ กล่าวคล้ายกันว่า ขณะที่เป็นผู้นำกองทัพ พวกเขามีภาระที่ต้องจับปืนต่อสู้กับอริศัตรู เพื่อปกป้องตัวเอง ครอบครัว และเพื่อนร่วมชาติกะเหรี่ยงไม่ให้ถูกรังแก
ชีวิตตอนนั้นแม้จะลำบาก แต่ฝาแฝดทั้งสองก็รู้สึกภาคภูมิใจ แม้ต้องอยู่ในป่า บางทีไม่มีข้าวกินเป็นอาทิตย์ ต้องกินกล้วยกับน้ำ ก็ไม่เคยท้อแท้ แต่ปัจจุบันชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น ได้อยู่พร้อมหน้าทั้งครอบครัว รู้สึกอบอุ่นแต่ชีวิตไม่อิสระ เดินทางไปไหนไม่ได้ และไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
"แม้ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า ไม่ต้องห่วงว่าจะมีข้าวกินหรือเปล่า แต่ในใจก็อดเป็นห่วงเพื่อนๆ ที่เคยร่วมรบอยู่ในกองทัพไม่ได้ ถ้าวันไหนได้ข่าวว่ามีหมู่บ้านถูกปล้น ผู้หญิงถูกฆ่าข่มขืน จะรู้สึกปวดที่หัวใจ กระวนกระวาย ร้อนรนอธิบายไม่ถูก" ลูเธอร์ กล่าว
เช่นเดียวกับ จอห์นนี่ ซึ่งเล่าว่า ในอดีตครอบครัวของพวกเขาเคยมีวัว 50 ตัว มีแพะ 80 ตัว ข้าวอีก 80 ถัง แต่โดนทหารพม่าปล้นไปหมด รวมถึงจักรยานยนต์อีก 3 คัน พวกเขาจึงหัดยิงปืนตั้งแต่เด็ก เหมือนลูกหลานชาวกะเหรี่ยงทุกคน เพื่อป้องกันตัวและปกป้องครอบ
โดย: [0 3] ( IP )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ครัว พวกเขาใช้ปืนได้หลายประเภท ทั้งเอ็ม 16 เอ็ม 79 และปืนครก ทำให้เด็กๆ ในวัยเดียวกันยกย่องเป็นผู้นำ ที่สำคัญเคยมีลูกน้องมากถึง 700 คน ผู้สื่อข่าวได้สังเกตบริเวณข้อศอกจนถึงฝ่ามือ เต็มไปด้วยรอยสักตัวหนังสือภาษากะเหรี่ยงสีเขียวเข้ม ซึ่งมีความหมายว่า "ลูกคลอดจากท้องแม่พร้อมกองเลือด ขากลับก็จะไปพร้อมกองเลือด"
จอห์นนี่ กล่าวทิ้งท้ายว่า ชีวิตในค่ายปลอดภัยดี แต่ไม่ค่อยสบายใจ บางครั้งก็นึกถึงคำพูดของบรรพบุรุษ ซึ่งมักจะบอกว่า ยอมตายเพื่อปกป้องเรา ถ้าใครยังไม่ตาย ก็แสดงว่ายังไม่รักชาติจริง ถ้าเลือกได้ก็อยากสละชีวิตที่สะดวกสบายตรงนี้ แลกกับความสงบร่มเย็นของชนชาติกะเหรี่ยง
ด้านนายเนรศ อนุฤทธิ์ ปลัดอำเภอสังขละบุรี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีผู้หนีภัยสงครามอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านต้นยาง จำนวนทั้งสิ้น 3,600 คน เป็นชาวพม่าเชื้อสายกะเหรี่ยง ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ โดยมีอาสาสมัครรักษาดินแดน ประมาณ 10 นาย เป็นผู้รับผิดชอบดูแลความปลอดภัย
โดย: คมชัดลึก [26 พ.ค. 47 14:28] ( IP A:203.150.209.231 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ใครๆก็อยากให้ชาติของตนเองสันติ ถ้าไม่ต่อสู้เพื่อชาติ ของตน จะไปสู้ให้ใคร ก็รู้สึกสรรเสริญในจิตใจที่รักชาติ กระเหรี่ยง หรือ ปกากญอ ในความรู้คุณแผ่นดิน ในขณะที่เราชาวสยาม ยังไม่เคยลืม วันที่พวกพม่ามันลอกทองอยุธยาไป และเผาบ้านเมืองไทยไป เราขอบอกด้วยใจของเรา เราไม่มีวันที่จะยอมแพ้พม่าอีก หากมันยังล่วงอธิปไตยของเราอีก
โดย: กลุ่ม เสรีชนผู้รักชาติอิสระ 2549 [2 ส.ค. 52 19:45] ( IP A:124.157.169.170 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ทำไม่พวกเขาชอบ ปล้น ฆ่า และข่มขืน

โดย: akaraneverdie@hotmail.com [24 ธ.ค. 52 15:38] ( IP A:124.120.80.207 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ขอเป็นกำลังใจ ให้ผู้ที่คิดดี ทำดี
โดย: อิสระ [3 พ.ย. 54 19:41] ( IP A:110.169.193.81 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   จากที่อ่านคิดว่าน่าจะเป้นชาวกะเหรี่ยงพี่น้องกลุ่มก็อดอาร์มี่นะคะ ที่โดนปล้นฆ่าข่มขืน ทำให้กะเหรี่ยงต้องอพยพลี้ภัยมาอยู่ชายแดนไทย
โดย: ปรอย [5 พ.ย. 54 18:37] ( IP A:115.87.231.41 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เปณกำลังจัย ก๊อด อามี่ ทุกท่าน
โดย: seven71999@hotmai.com [16 ก.ค. 55 5:01] ( IP A:49.48.192.140 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   

กระเหรี่ยงทุกคนล้วนแต่รักชาติทั้งนั้นแต่ที่ต้องจับปืนขึ้นมาก็ต้องปกป้องตัวเองรวมถึงความอยู่รอดของคนในหมู่บ้าน

โดย: kong-nakab@hotmail.com [24 มิ.ย. 57 16:08] ( IP A:182.52.63.12 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   

ปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้างแล้วครับ สองหนุ่มนั่นมีชีวิตอย่างไร

โดย: โก๋ต่อ วังเดิม [31 ก.ค. 57 11:07] ( IP A:202.183.235.8 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   
หกดกหหกหก
โดย: กหดกห [25 พ.ค. 59 8:56] ( IP A:113.53.124.247 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน