ปล่อยแพะคดียิงที่บ้านคาไปแล้วตัวจริงยังจับไม่ได้
   พ่อ-แม่เหยื่อทมิฬบุกร้อง ป.รื้อคดีถล่ม"รถ นร."สอบสารถีเพิ่มหวังลากคนผิดมาลงโทษให้ได้
ผู้ปกครอง นร.โรงเรียนบ้านคาวิทยา ราชบุรี รวมตัวร้องกองปราบฯ ให้รื้อคดีอีกครั้ง หลังศาลยกฟ้อง"จอบิ"วอนสอบเพิ่ม"ทองมอญ"คนขับรถวันเกิดเหตุถูกโจรยิงถล่ม เพื่อลากตัวคนร้ายตัวจริงเข้าคุก แฉคนในพื้นที่รู้ดีว่าโชเฟอร์มีปัญหาขัดแย้งหลายอย่างที่เปิดเผยไม่ได้ เพราะเป็นคนเดียวที่น่าจะรู้เรื่องทั้งหมด แต่ถูกผู้มีอิทธิพลข่มขู่ไม่ให้พูดความจริง แม้แต่หน้าก็ยังไม่กล้ามอง
ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 ส.ค. นายสุชิน ทองคำ อายุ 65 ปี นายฉลอง อู่ตระเภา อายุ 61 ปี และนางสมศรี วรรณะ อายุ 49 ปี ผู้ปกครองเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านคาวิทยา อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่มีคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงใส่รถนักเรียน ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สมควร พึ่งทรัพย์ สว.ผ.4 กก.2ป. เพื่อเข้าร้องทุกข์ขอให้เจ้าหน้าที่สอบปากคำพยานในคดีบางปากเพิ่มเติม โดยเฉพาะนายทองมอญ เข็มทอง คนขับรถรับส่งนักเรียนคันที่เกิดเหตุ เนื่องจากเชื่อว่าน่าจะเป็นผู้ที่ทราบสาเหตุทั้งหมดได้ดีที่สุด เพื่อที่จะได้ติดตามจับกุมผู้ที่กระทำผิดที่แท้จริงมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายสุชิน กล่าวว่าคดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการมากว่า 2 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ คนในพื้นที่ทราบดีว่าอะไรเป็นอะไร และเชื่อว่าสาเหตุก็น่าจะมาจากตัวของนายทองมอญ ที่ส่วนตัวแล้วเห็นว่ามีปัญหาขัดแย้งหลายอย่างที่ยังไม่ได้เปิดเผย จึงขอให้ทางกองปราบฯ ช่วยลงไปดำเนินการสอบปากคำนายทองมอญเพิ่มเติมด้วย "ตอนนี้นายทองมอญไม่ยอมคุยกับพวกผมเลย แม้แต่หน้าก็ยังไม่กล้ามอง ผมรู้มาจากคนใกล้ชิดของนายทองมอญว่าเจ้าตัวทราบเรื่องนี้ดีที่สุด แต่ที่ไม่กล้าเปิดเผยหรือพูดอะไรก็เพราะว่ามีผู้มีอิทธิพลคอยข่มขู่ และบีบบังคับไม่ให้เปิดเผยข้อเท็จจริงใด ๆ" นายสุชินกล่าว
ทั้งนี้คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 4 มิ.ย. 2545 ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบสัญชาติ 3 คน สวมชุดลายพรางทหาร ปิดบังใบหน้า ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดกระสุนเข้าใส่รถรับส่งนักเรียน ร.ร.บ้านคาวิทยา อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ขณะนายทองมอญ เข็มทอง คนขับรถ กำลังพานักเรียนไปส่งโรงเรียน เป็นเหตุให้เด็กนักเรียนผู้บริสุทธิ์ ตกเป็นเหยื่อกระสุนเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น 3 ศพ บาดเจ็บอีกนับ 10 คน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามสืบสวนสอบสวนถึงผู้ก่อเหตุและสาเหตุ กระทั่งวันที่ 18 ก.ค.ปีเดียวกัน ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 137 อ.สวนผึ้ง จ.ราช บุรี สามารถจับกุม"นายจอบิ" ผู้ต้องสงสัยชาวกะเหรี่ยงได้ ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านห้วยตำหนัก ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง
นายจอบิ ให้การว่า อยู่ร่วมในเหตุการณ์ด้วย แต่ไม่ได้เป็นผู้ลงมือ โดยถูกนาย "พุโค๊ะ" จอมโจรแนวชายแดนไทย-พม่า ชักชวนไปล่ากระทิงในป่าด้วยกัน แต่ไม่สำเร็จจึงถูกพาให้ไปปล้นรถชาวบ้านจนเกิดเหตุสลดในที่สุด หลังพนักงานสอบสวนสอบปากคำนายจอบิแล้วเสร็จ จึงนำตัวให้อัยการส่งฟ้องต่อศาล จ.ราชบุรี โดยศาลนำคดีเข้าพิจารณา กระทั่งวันที่ 31 มี.ค. 2547 จึงมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่าพยานโจทก์เบิกความมีพิรุธ จึงยกประโยชน์ให้จำเลย แต่ให้จำคุกข้อหาหลบหนีเข้าเมืองเป็นเวลา 1 ปี ท่ามกลางความยินดีปรีดาของผู้ปกครอง นร. ที่เสียชีวิต และบาดเจ็บ เพราะไม่มีใครเชื่อว่านายจอบิเป็นผู้กระทำผิดจริง สร้างความแปลกใจให้กับผู้ติดตามข่าวสารเป็นอย่างมาก
จากนั้นนายจอบิจึงต้องเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในห้องขังของด่านตรวจคนเข้าเมืองกาญจนบุรี ตามคำพิพากษา แต่จากอาการเจ็บป่วยที่กล้ามเนื้อแขนและขาจนไม่สามารถทำงานได้เหมือนเก่าจึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาตัว ความทราบถึงสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรม ราชานุเคราะห์การรักษาแก่นายจอบิ ทำให้ชีวิตกะเหรี่ยงธรรมดาคนหนึ่งผกผัน จากที่จะตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตาย กลายเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ กระทั่งผู้ปกครอง นร. ที่เสียชีวิต ได้รวมตัวร้องเรียนกองปราบปราม เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดตัวจริงอีกครั้ง.
โดย: นสพ.เดลินิวส์ [10 ส.ค. 47 16:15] ( IP A:203.150.217.115 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน