ไปดูวัดพระใส่หมวกกันน็อกที่ปากท่อ
    นับเป็นภาพสลดใจจริงๆ เมื่อเห็นพระสงฆ์นั่งสวดมนต์สวมหมวกกันน็อก เพราะกลัวว่าก้อนหินจากโรงโม่จะกระเด็นลงมาใส่หัวร้างข้างแตก
เป็นอันตรายที่เกิดขึ้นกับ วัดถ้ำยอดทอง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ที่บังเอิญไปตั้งติดกับโรงโม่หินศิลากาญจนา เขาสามง่าม แหล่งระเบิดหินชื่อดังของเมืองโอ่งแห่งนี้ ทำเอาพระเจ้าต้องเดือดร้อนไปตามๆ กัน
ขนาดนั่งสวดมนต์ยังต้องคว้าหมวกกันน็อกมาใส่ป้องกัน!!
เรื่องราวที่สร้างความฮือฮาครั้งนี้ ถูกเปิดเผยวันที่ 7 ธ.ค. เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นในหมู่บ้านต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ว่า พระสงฆ์ที่วัดถ้ำยอดทอง กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากการระเบิดหินข้างๆ วัด ถึงขนาดที่พระทุกรูปต้องเอาหมวกกันน็อกมาสวมใส่อยู่ตลอดเวลา ไม่เว้นแม้กระทั่งตอนทำวัตร ได้ยินเสียงระเบิดทีไรเป็นต้องคว้าหมวกใส่หัวทุกที
ผู้สื่อข่าวบุกพิสูจน์ความจริง พบแล้วถึงอึ้งเมื่อเห็นพระในวัดแต่ละรูปเวลาเดินอยู่ในวัด ต้องถือหมวกกันน็อกติดมือไปด้วยทุกครั้ง เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ทางเหมืองจะกดระเบิด ระเบิดหินตกกระเด็นลงมาใส่ เพราะที่ผ่านมา เคยมีพระได้รับบาดเจ็บแล้วหลายราย
นอกจากนี้ ศาสนสถานหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นหลังคา ศาลา กุฏิ ถูกก้อนหินขนาดใหญ่ตกลงมาใส่เป็นรูโหว่เกือบทั้งหมด วัดจึงไม่ต่างอะไรไปจากสนามรบ ที่ต้องคอยหลบๆ หมอบๆ ไปโดยปริยาย
พระอธิการวิรัตน์ อินทปญโญ เจ้าอาวาสวัดถ้ำยอดทองเล่าว่า เดือดร้อนมาก เวลาระเบิดหินทีไรก็จะมีก้อนหินปลิวว่อนตกลงมาใส่ ก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย โดยเฉพาะหลังคาศาลาและกุฏิพระ ถูกก้อนหินขนาดใหญ่ตกลงมาทำให้หลังคาเป็นรูเสียหายเกือบทั้งหมด ขนาดเมรุก็ยังถูกก้อนหินหล่นใส่จนพังเสียหาย มิหนำซ้ำฝุ่นจากการระเบิดหินก็ปลิวไปทั่วบริเวณวัด ได้รับความเดือดร้อนอย่างนี้มานานหลายปีแล้ว
"พระในวัดหลายรูปถูกก้อนหินตกใส่ได้รับบาดเจ็บ ศีรษะแตก ถลอกปอกเปิกไปก็มี ยิ่งเวลาทำวัตรเย็นนั้นจะตรงกับช่วงที่ทางโรงโม่ระเบิดหิน ญาติโยมที่มาทำบุญเกรงว่าพระจะได้รับอันตราย จึงช่วยกันซื้อหมวกกันน็อกมาถวายให้พระใส่เวลานั่งทำวัตรเย็น ระเบิดทีก็คว้าหมวกมาใส่ที เป็นแบบนี้มานานแล้ว" เจ้าอาวาสวัดถ้ำยอดทองกล่าวอย่างปลงๆ ก่อนทิ้งท้ายด้วยถ้อยความอันหมดหวัง ว่า เคยไปขอความเห็นใจกับทางโรงโม่แล้ว แต่ไม่ได้รับความเห็นใจ พระจึงแก้ปัญหาได้เพียงหาหมวกกันน็อกมาใส่กันไว้เท่านั้น
หลังข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป สังคมหันมาให้ความสนใจกว้างขวาง เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นดังขรม ถึงความไม่เหมาะสมในการประกอบกิจการโรงโม่ที่ตั้งใกล้วัด แม้ว่าทางโรงโม่จะออกมาอ้างว่าได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง และเคยช่วยเหลือดูแลวัดแห่งนี้มาตลอดก็ตาม
นายสรรค์ชัย นิติกาญจนา อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ม.6 ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เจ้าของโรงโม่ศิลากาญจนา ออกมายืนยันว่า ก่อนหน้านี้ถูกทางวัดร้องเรียนมาตลอด ตนก็พยายามรอมชอม เวลาที่หินกระเด็นตกลงมาทำความเสียหายกับทางวัด ก็ไม่ได้ละเลย ให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง ไม่ว่าจะบาดเจ็บ หรือซ่อมแซม ตนมีหลักฐานการเข้ามารับผิดชอบทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องที่ดินของตนที่อยู่ใกล้กับวัด ก็ให้เข้าออกอย่างสบาย โดยเคยมีการทำหนังสือข้อตกลงกัน ถึงการจัดสร้างวัดในบริเวณนี้ไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้นเมื่อปี 2531 แม้กระทั่งจะขอให้วัดย้ายไปจัดสร้างในที่ใหม่เพื่อให้ปลอดภัย โดยจะบริจาคและจัดหาที่ดินประมาณ 15 ไร่ให้ พร้อมช่วยเคลื่อนย้ายถาวรวัตถุทั้งหมดพระก็ไม่ยอมย้าย เมื่อเป็นเช่นนั้นจะเอาอย่างไรก็ต้องว่ากันด้วยกฎหมาย
ศึกระหว่างวัดกับโรงโม่หิน กลายเป็นประเด็นสาธารณะขึ้นมาทันที นักอนุรักษ์หลายคนดาหน้าออกมาฉะการประกอบกิจการของโรงโม่แห่งนี้ละเอียดยิบ เริ่มจาก "หาญณรงค์ เยาวเลิศ" ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย ตั้งข้อสังเกตว่า ตามกฎหมายแล้วโรงโม่หินจะต้องอยู่ห่างจากชุมชนไม่ต่ำกว่า 2 ก.ม. ห่างจากวัดไม่ต่ำกว่า 3 ก.ม. และการจะทำโรงโม่ได้ จะต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ผ่านความเห็นชอบจากสผ.ในอีไอเอ จะมีรายละเอียดเรื่องมาตรการป้องกันผลกระทบอย่างละเอียด หากสผ.คอยตรวจสอบว่าทางโรงโม่แห่งนี้ได้ทำตามในสิ่งที่กำหนดไว้ ก็จะไม่เกิดปัญหาอย่างแน่นอน ที่เกิดปัญหาขึ้นแสดงว่าสผ.ไม่ได้ตรวจสอบ!??
ขณะที่ "ภินันท์ โชติรสเศรณี" ประธานกลุ่มอนุรักษ์กาญจน์ ยกตัวอย่างโรงโม่หินเมืองกาญจน์ให้ฟังว่า คนจังหวัดกาญจนบุรีก็ได้รับความเดือดร้อนจากโรงโม่หินเหมือนกัน เพราะมีโรงโม่หินตั้งห่างจากศาลากลางจังหวัดไม่เกิน 2 กิโลเมตร ทุกๆ เย็นตั้งแต่ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป โรงโม่หินซึ่งมีอยู่ประมาณ 5 แห่งจะพร้อมใจระเบิดหินเสียงดังสนั่น ใครอยู่บนศาลากลางจะเห็นภาพหินและฝุ่นฟุ้งกระจายทุกวัน เมื่อ 2 ปีก่อนถึงขั้นเศษหินกระเด็นมากระทบกระจกศาลจังหวัดแตก แต่ปัญหานี้ไม่เห็นมีใครมาแก้ไข เพราะเจ้าของโรงโม่เ
โดย: [0 3] ( IP )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ป็นนักการเมืองท้องถิ่น ก็ไม่รู้ว่างานนี้จะมีส่วนเหมือนกันหรือเปล่า!!?
ในยกนี้ยังไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร รู้เพียงว่านายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้มีคำสั่งให้โรงโม่หินแห่งนี้ และโรงโม่หินในละแวกวัดอีก 4 แห่ง หยุดดำเนินการใดๆ เป็นการชั่วคราว เพื่อตรวจสอบหาที่มาที่ไป เรียกทั้งสองฝ่ายมาหารือกัน โดยให้ทางวัดนำเอกสารหลักฐานการจัดสร้างสำนักสงฆ์ กระทั่งยกฐานะขึ้นมาเป็นวัด มายืนยัน ซึ่งพบว่าวัดสร้างก่อนโรงโม่ จึงให้เจ้าหน้าที่ทำการวัดแนวเขตวัดและโรงโม่ทำบันทึกไว้ต่อไป ขณะที่ทางสผ. ได้ทำการตรวจสอบว่าโรงโม่หินแห่งนี้ปฏิบัติตามแผนลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมของอีไอเอ หรือไม่
เบื้องต้นพบว่ามีหลายจุดที่ทางโรงโม่ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับของอีไอเอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพลิกข้อกฎหมายหาทางเล่นงานสถานหนักอยู่ ไม่เพียงแต่โรงโม่ใกล้วัดแห่งนี้ที่จะต้องถูกเช็กบิล โรงโม่อื่นๆ ทั่วประเทศก็ต้องโดนหางเลขด้วย!!
ข่าวสั่งปิดโรงโม่ชั่วคราว สร้างความพอใจให้ประชาชนในพื้นที่ระดับหนึ่ง แต่ที่ดีใจที่สุดเห็นจะเป็นพระวัดถ้ำยอดทอง ที่ในช่วงนี้จะได้ไม่ต้องใส่หมวกกันน็อกสวดมนต์ให้ดูน่าสลดตา แว่วมาว่าชาวบ้านแถวนั้นพากันยกมือสาธุท่วมหัว เมื่อรู้ว่าโรงโม่ย่านนั้นหยุดดำเนินการชั่วคราว รอจนกว่าการตรวจสอบและเจรจาจะหาข้อยุติได้ จะได้ไม่ต้องมาทนกับมลภาวะทางเสียงและฝุ่นละออง ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงชั่วคราวก็เรียกรอยยิ้มและความดีใจจากชาวบ้านได้ แต่สุดท้ายก็ต้องมีการแก้ไขแบบถึงที่สุด!

โดย: นสพ.มติชน [13 ธ.ค. 48 15:56] ( IP A:58.147.57.17 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   อยากทราบเส้นทางเดินทางไปวัด ชาวปากท่อช่วยตอบที
โดย: ชาวต่างอำเภอ [28 ธ.ค. 48 8:33] ( IP A:203.113.67.40 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   สรุปประเด็นรายการ “เมืองสะอาดราชบุรี ผู้ว่าฯพบประชาชน”

ทางสถานีวิทยุกรมสรรพาวุธทหารบก จังหวัดราชบุรี คลื่น เอฟ.เอ็ม. 99.25 เมกกะเฮิร์ท วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2548 เวลา 12.00 น.- 12.30 น.

......................

สวัสดีครับท่านพี่น้องชาวราชบุรีและผู้ฟังรายการนี้ทุกท่าน

เราก็ได้พบกันเช่นเคยในรายการเมืองสะอาดราชบุรี ปกติท่านผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี จะมาเป็นผู้ดำเนินรายการด้วยตนเอง แต่เนื่องจากท่านติดราชการสำคัญจึงได้มอบหมายให้ผมนายเฉลิมพลดลสุธรรม นายช่างเหมืองแร่ 6 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี มาดำเนินรายการแทน เพื่อมาชี้แจงกับพ่อแม่พี่น้อง

1. ความเดือดร้อนจากการระเบิดและย่อยหิน
กรณีที่ปรากฏข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ว่าพระภิกษุสงฆ์ของวัดถ้ำยอดทอง ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ต้องให้หมวกกันน๊อคระหว่างประกอบศาสนกิจ เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากแรงระเบิดและย่อยหินบริเวณเขาสามง่าม ซึ่งข่าวดังกล่าวเป็นข่าวที่ชาวพุทธทุกคนที่รับรู้รับทราบแล้วเกิดความไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง และเป็นข่าวนี้ได้สร้างความเสียหายให้กับภาพลักษณ์ของจังหวัดราชบุรี อย่างร้ายแรง ซึ่งกรณีนี้จังหวัดราชบุรี และกระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้นิ่งนอนใจโดยเฉพาะท่านผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้สั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และท่านได้ลงนามในหนังสือ สั่งการให้ผู้ประกอบการจำนวน 3 ราย หยุดระเบิดและย่อยหินที่อยู่ใกล้กับวัดถ้ำยอดทอง ทางกระทรวง อุตสาหกรรมได้ส่งผู้ตรวจราชการกระทรวง มาร่วมตรวจสอบความเสียหาย และได้เรียกผู้ประกอบการจำนวน 4 รายเข้าประชุม จากนั้นได้สั่งการให้ผู้ประกอบการ 4 ราย ซ่อมแซมวัดให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ส่วนการแก้ปัญหาในระยะยาว จังหวัดราชบุรี ได้จัดตั้งคณะกรรมการประกอบไปด้วยหน่วยราชการต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ตัวแทนของวัดถ้ำยอดทอง ตัวแทนของผู้ประกอบการในกลุ่มโรงโม่ระเบิดและย่อยหินเขาสามง่าม พร้อมทั้งเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ มาประชุมร่วมกันเพื่อหารือกำหนดแนวทางการกำหนดพื้นที่ที่จะให้มีการระเบิดหินได้ และกำหนดพื้นที่ที่ห้ามระเบิดหินโดยเด็ดขาด โดยเน้นว่า หากจะระเบิดและย่อยหินจะต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย หรืออันตรายกับวัด พระภิกษุสงฆ์และประชาชนบริเวณใกล้เคียง หลังจากนั้นก็จะตั้งคณะกรรมการเพื่อไปตรวจสอบติดตามประเมินผล ทุกระยะเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นมาอีก ดังนั้น จึงขอให้พ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี มั่นใจได้แล้วครับว่าทางจังหวัดราชบุรี กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ความสนใจดูแลและแก้ไขปัญหาอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งทางจังหวัดราชบุรีและกระทรวงอุตสาหกรรม ก็มีนโยบายที่ตรงกันว่าการประกอบธุรกิจ ของผู้ประกอบการจะต้องอยู่ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน



2. การแจ้งเหตุที่ได้รับความเดือดร้อนต่างๆ
หากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี ได้รับผลกระทบจากสถานประกอบการที่เกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรมขอให้แจ้งเหตุได้ทันที ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี โทร. 032-337301 และ 032-337932 ศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัดราชบุรี โทร.0-3233-7890 หรือที่WWW.RATCHABURI.GO.TH



3.การส่งเสริมอุตสาหกรรม สุดท้ายขอประชาสัมพันธ์งานของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี ให้ชาวจังหวัดราชบุรี ได้รับทราบว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี นอกจากมีหน้าที่กำกับ ตรวจสอบดูแล การประกอบกิจการโรงงานแล้ว ยังมีงานด้านส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมในครอบครัว โดยฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรม จะออกทำการฝึกอาชีพให้กับกลุ่มแม่บ้าน หรือราษฎรในพื้นที่ที่รวมกลุ่มกัน และจัดหางานให้กลุ่มต่างๆ เหล่านี้ได้มีอาชีพ และยังสนับสนุนเรื่องเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัว

สำหรับวันนี้ที่ผมมาชี้แจงในส่วนของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี ก็คงจะมีเท่านั้น และต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ได้รับฟัง มา ณ ที่นี้ ขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ
โดย: รายการผู้ว่าฯพบประชาชน [28 ธ.ค. 48 8:41] ( IP A:203.113.67.40 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ส่วนหนูเป็นเด็กคนหนึ่งในราชบุรี
เมื่อไหร่ราชบุรี จะมีอากาศดีๆหายใจ
จะมีแม่น้ำใสๆไว้ภาคภูมิใจ
เมื่อไหร่ราชบุรีจะมีต้นไม้เพื่มขี้น
มันไม่ใช่หน้าที่ของกรมป่าไม้จังหวัด
มันเป็นหน้าที่ของทุกคนในราชบุรีนะ
ควรช่วยกันรณรงค์นะคะ
และแค่เพียงหนูคนเดียวคงทำให้ราชบุรีดีขึ้นไม่ได้
ช่วยกันนะคะ
โดย: คนหนึ่ง [16 พ.ย. 50 15:24] ( IP A:202.129.15.106 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน