ชาวบ้านโป่ง Banpong  <<  กลับไปหน้าแรก

ถนนสายท่องเที่ยวในวันเดียว เมืองคนสวยโพธารามคนงามบ้านโป่ง
   ถนนสายท่องเที่ยวในวันเดียว เมืองคนสวยโพธารามและเมืองคนงามบ้านโป่ง เริ่มตั้งแต่ บึงกระจับ-สระน้ำโกสินารายณ์-พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง-วัดใหญ่นครชุมน์-บึงวังมะนาว--วัดขนอนหนังใหญ่-วัดคงคาราม
การเดินทางจากกรุงเทพใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม หรือถนนบรมราชชนนี (ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) เมื่อถึงจังหวัดนครปฐม ผ่านแยกสะพานลอยเข้าเมืองนครปฐม ให้ขับชิดขวาลอดใต้สะพานผ่านจังหวัดนครปฐม มุ่งหน้าไปจังหวัดราชบุรี จากนั้นเมื่อผ่านแยกสะพานลอยเข้าเมืองบ้านโป่ง ให้ชิดซ้ายข้ามสะพานลอยเข้าเมืองบ้านโป่ง ไปตามทางประมาณ 1 กิโลเมตร ก่อนถึงสามแยกกระจับ ด้านขวามือ ก็จะถึงบึงกระจับ หรือถ้าขับผ่านเลยไปอีก 9 กิโลเมตร ข้ามทางรถไฟจะถึงสามแยกเข้าตัวเมืองบ้านโป่ง ไม่ต้องเข้าตัวเมืองให้ขับตรงไป จนกระทั่งถึงสี่แยกไฟแดง 1.ถ้าเลือกเลี้ยวขวาทางไปกาญจนบุรี ประมาณ 4 กิโลเมตรทางขวามือสังเกตจะเป็น สระน้ำโกสินารายณ์ ซึ่งอยู่ด้านหลัง บจ.เยื่อกระดาษสยาม 2.ถ้าเลือกเลี้ยวซ้ายจะเข้าตัวเมืองบ้านโป่ง 3.ถ้าเลือกตรงไปจะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองทางเดียวกันกับไปเขาช่องพรานที่มีค้างค้าวหลายร้อยล้านตัว แต่เราจะขับข้ามสะพานข้ามแม่น้ำไปประมาณ 7 กม.ด้านซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าวัดม่วง เลี้ยวเข้าไปประมาณ 3 กม.ก็จะถึงที่หมายคือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง ด้านหลังวัดจะมีสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง ขับข้ามสะพานเลี้ยวซ้ายประมาณ 500 เมตรก็จะถึงวัดใหญ่นครชุมน์ จากนั้นย้อนกลับมาใช้เส้นทางเดิมขับเลยวัดม่วงไปอีกประมาณ 1.5 กม.จะข้ามสะพานข้ามคลองเล็กๆขับข้ามสะพานให้เลี้ยวขวาทางลูกรังเลียบคลองที่เราข้ามสะพานมา ประมาณ 100 เมตรก็จะถึงบึงวังมะนาว ออกจากบึงวังมะนาวใช้เส้นทางเดิม หรือถ้าขับเลยไปประมาณ 4-5 กิโลเมตรทางซ้ายมือก็จะเป็นวัดขนอนหนังใหญ่ ไม่ใกล้ไม่ไกลกับวัดขนอนหนังใหญ่ก็จะเป็นวัดคงคารามที่นี่จะมีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่น่าชม ถือว่าเส้นทางที่แนะนำมาทั้งหมดเป็นสายท่องเที่ยวของจังหวัดเลยก็ว่าได้ ขอให้สนุกกับการเที่ยวภาคตะวันตก
โดย: เจ้าบ้าน [10 ก.พ. 47 14:51] ( IP A:203.113.67.37 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 1
   ถ้าจะดูสถานที่ท่องเที่ยวแบบเจาะลึกทุกตำบลในจังหวัดราชบุรี หรือสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ไปที่นี่ http://www.thaitambon.com/Provinces/Ratchaburi.htm
โดย: [20 ก.พ. 47 18:47] ( IP A:210.203.175.244 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
   แบนเนอร์ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดราชบุรี จากเวบไซท์ประชาสัมพันธ์ จังหวัดราชบุรี

โดย: [21 ก.พ. 47 13:18] ( IP A:203.113.67.38 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
   บรรยากาศบึงกระจับในช่วงเวลาใกล้พลบค่ำ เห็นภาพแล้วชวนให้น่าำไปเยี่ยมเยียนเสียจริงๆ

โดย: [28 ก.พ. 47 14:54] ( IP A:203.150.14.161 X: )

ความคิดเห็นที่ 4
   บึงวังมะนาวสวยงามไม่แพ้กัน

โดย: [28 ก.พ. 47 14:56] ( IP A:203.150.14.161 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
   ชอบ
โดย: cometuey [28 ก.พ. 47 16:49] ( IP A:198.81.26.49 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
   เฮ้คนบ้านโป่งน้ำใจดี อุตสาห์สแกนภาพสวยๆที่ท่องเที่ยวของบ้านโป่งให้ได้ชมกัน ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ที่บ้านโป่งก็รู้สึกอบอุ่นเหมือนได้อยู่บ้าน
โดย: ลูกบ้านโป่งโดยกำเนิด [28 ก.พ. 47 17:59] ( IP A:203.150.14.161 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
   งจากไหว้เสร็จแล้วให้เดินออกประตูหน้าศาลอีกครั้ง แล้วให้เดินไปด้านขวามือ เพื่อกราบไหว้เทพเจ้าองค์ต่อไป เมื่อไหว้จนครบแล้ว ธูปที่เหลือให้นำไปด้านหน้าศาล ปักหน้าประตูซ้ายขวา เสร็จแล้วเข้าประตูด้านหน้ามากราบองค์เจ้าแม่อีกครั้ง เป็นการจบกระบวนการไหว้ เสร็จจากการกราบไหว้เราเดินดูรอบๆ ภายในศาลเจ้าแม่ซึ่งในสมัยเด็กๆ ช่วงเทศกาลตรุษจีนพ่อและแม่มักจะพาเรามาไหว้เสมอ ทุกสิ่งทุกอย่างยังดูเหมือนเดิมหลังคาของศาลจะเต็มไปด้วยคราบเขม่าควันธูป หลังจากนั้นแม่ รวมทั้งน้าสาว ได้เข้าไปเสี่ยงเซียมซี แม่เสี่ยงของแม่เองรวมทั้งเสี่ยงแทนลูกทั้งสี่คน มีพี่สาว ตัวเรา และน้องชายอีก 2 คน ส่วนพ่อนั้นแม่บอกว่าพ่อไม่ค่อยชอบเสี่ยงเซียมซีเลยไม่ได้เสี่ยงแทนให้ เสร็จจากกราบไหว้ศาลเจ้าแม่เรียบร้อย เราขับรถไปตามถนนด้านขวามือขององค์เจ้าแม่ เลาะริมน้ำไปเรื่อยๆ เพื่อจะไปพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดบ้านม่วง ตามเส้นทางที่จะไปจะผ่าน วัดตาลปากลัด วัดโพธิ์โสภิธาราม ซึ่งเป็นแหล่งชุมชาวมอญที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน จากนั้นก็จะผ่านพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดบ้านม่วง วันนี้พวกเราไม่ได้แวะ เนื่องจากเวลาจำกัด หน้าวัดบ้านม่วงจะมีสะพานเล็ก ไม่สามารถสวนทางกันได้ แต่บนสะพานเขาจะทำเป็นที่ให้รถหลีกกัน ถ้าขับตรงไปเรื่อยๆ ก็จะไปถึงวัดคงคาราม เพื่อดูจิตรกรรมฝาผนังอันลือชื่อของจังหวัดราชบุรี แต่พวกเราข้ามสะพานหน้าวัดบ้านม่วงพอข้ามสะพานแล้วเราก็เลี้ยวซ้าย เลาะริมตลิ่งไปเรื่อยๆ ไปประมาณ 1 ก.ม.จะผ่านวัดสำคัญๆ คือ วัดใหญ่นครชุมน์ แหล่งชุมชนชาวมอญที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง วัดตาผา วัดอุทุมพรธาราม มีช่วงหนึ่งถ้ามองไปฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำก็จะเห็นศาลเจ้าแม่เบิกไพร พอถึงตรงนี้แม่ยังบอกว่าเขาน่าจะสร้างสะพานข้ามไปยังศาลเจ้าแม่ไม่แน่นะต่อไปในอนาคตเขาอาจจะสร้างก็ได้ จากนั้นเราขับรถไปเรื่อยๆ ก็จะมาบรรจบกันที่สะพานเฉลิมพระเกียรติอีกครั้ง หลังจากทัวร์ระยะสั้นๆ เราส่งแม่และน้าสาวที่บ้านเรียบร้อยแล้วแล้ว ก็กลับมาทำงานที่สำนักงานต่อไปด้วยความอิ่มเอิบใจ
โดย: [28 ก.พ. 47 23:17] ( IP A:203.113.34.11 X: )

ความคิดเห็นที่ 11
   

โดย: [29 มี.ค. 47 18:22] ( IP A:203.150.14.161 X: )

ความคิดเห็นที่ 12
   ท่องเที่ยวเสร็จแล้ว ขอแนะนำร้านอาหารอร่อยในจังหวัดราชบุรี คลิกที่นี่ http://www.pantip.com/cafe/chuanchim/nonbkk/ratchaburee_01.html
โดย: ลองลิ้มชิมรส [5 เม.ย. 47 16:23] ( IP A:203.113.67.36 X: )

ความคิดเห็นที่ 13
   จากถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข4) ข้ามสะพานลอยบ้านโป่ง (ทางหลวงหมายเลข323) ก็จะเข้าตัวเมืองบ้านโป่ง

โดย: [5 เม.ย. 47 22:44] ( IP A:203.113.67.37 X: )

ความคิดเห็นที่ 14
   รายละเอียดที่พักในจังหวัดราชบุรี
อำเภอเมือง กวงฮั้ว 200/202 ถ.อัมรินทร์ โทร. 0 3233 7119 จำนวน 20 ห้อง ราคา 100-120 บาท
กฤษณะ 118 ถ.คฑาธร โทร. 0 3233 7262, 0 3232 6560 จำนวน 18 ห้อง ราคา 120-300 บาท
โกลเด้น ซิตี้ 76/1 หมู่ 5 ถ.เพชรเกษม ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 กม. โทร. 0 3231 7140-4 โทรสาร 0 3231 7145 จำนวน 210 ห้อง ราคา 1,050 บาท
ครัวหลวง รีสอร์ท 59 หมู่ 2 ถ.เพชรเกษม โทร. 0 3232 1221, 0 3232 6848, 0 3231 6888 โทรสาร 0 3232 6849 จำนวน 40 หลัง ราคา 720 บาท
นำสิน 2-16 ถ.ไกรเพชร โทร. 0 3233 7551, 0 3232 6238 โทรสาร 0 3233 7633 จำนวน 78 ห้อง ราคา 250-520 บาท
ราชบุรีดี 1 43/1 ถ.อุดมสิริ โทร. 0 3233 8542, 0 3233 8302 จำนวน 50 ห้อง ราคา 260-550 บาท
ศาลาไทย 65 ถ.คฑาธร ต.หน้าเมือง โทร. 0 3233 7172 จำนวน 44 ห้อง ราคา 150-500 บาท
หงษ์ฟ้า 13/17 ถ.ราษฏรยินดี ต.หน้าเมือง โทร. 0 3233 7484 จำนวน 30 ห้อง ราคา 170-230 บาท
อารยะ 187/1-12 ถ.ไกรเพชร โทร. 0 3233 7781-2 จำนวน 80 ห้อง ราคา 250-480 บาท
อำเภอสวนผึ้ง เดือนล้อมคันทรีโฮม 111/1 หมู่ 11 ต.ท่าเคย โทร. 0 3236 4111, 0 3236 4222, 0 1269 6006 บ้านพัก จำนวน 6 หลัง ราคา 2,600-9,000 บาท
บ้านห้วยน้ำใส 173 หมู่ 3 ต.สวนผึ้ง โทร. 0 1210 3491 ราคา 900-2,000 บาท
บ้านบัววัฒนา 26/1 หมู่ 7 ต.สวนผึ้ง โทร. 0 3239 5081, 0 3239 5083, 0 3239 5201, 0 3222 1189, 0 1941 8294 จำนวน 7 ห้อง ราคา 1,200-1,800 บาท
บ่อคลึงฮอทสปริง ถ.บ่อคลึง-สวนผึ้ง เลยอำเภอสวนผึ้งไป 15 กม. โทร. 0 3232 9024 กรุงเทพฯ โทร. 0 2279 8169-71, 0 2294 3300, 0 2294 3256 มีบ้าน 3 หลังๆ ละ 10-20 คน ราคา 1,200-3,500 บาท มีเต๊นท์ให้เช่า
ภโวทัย (อยู่ในพิพิธภัณฑ์ภโวทัย) 94 ถ.สวนป่าสิริกิติ์-สวนผึ้ง ต.ตะนาวศรี โทร. 0 3234 2053, 0 3222 1189, 0 3239 5192-4, 0 1486 9804 บ้านพัก 6 หลัง ราคา 1,500-4,500 บาท
สวนนางพญา เลยอำเภอจอมบึงไป 28 กม. ตามเส้นทางโป่งกระทิง-ชัฎป่าหวาย-โป่งกระทิง โทร. 0 1215 2817 กรุงเทพฯ โทร. 0 2539 8354-5, 0 2932 9789 โทรสาร 0 2932 9192 จำนวน 33 ห้อง ราคา 900-1,500 บาท มีบ้านพัก 9 หลัง ราคา 2,500 บาท
สวนผึ้งแลนด์ 107/2 หมู่ 5 ต.บ้านคา โทร. 0 3239 5218 จำนวน 22 ห้อง ราคา 900 บาท
สวนผึ้งคันทรี่ วิลเลจ โทร. 0 1316 0487
อำเภอบ้านโป่ง เกษมสุข 2/98 ถ.แสงชูโต ต.บ้านโป่ง โทร. 0 3221 1384, 0 3222 1027 จำนวน 70 ห้อง ราคา 190-425 บาท
ไทยนำริเวอร์ไซด์ 19/50 หมู่ 4 ถ.แสงชูโต โทร. 0 3221 1947-8 โทรสาร 0 3221 1154 จำนวน 140 ห้อง ราคา 280-1,500 บาท
ไทยนำโฮเต็ล 19/19 ถ.แสงชูโต ต.ปากแรด โทร. 0 3221 1947-8 จำนวน 140 ห้อง ราคา 200-1,200 บาท
ทิพย์ 105 ซ.กระชังวัฒนา โทร. 0 3221 1346 จำนวน 18 ห้อง ราคา 120-180 บาท
วิลล่าโฮเต็ล 30/2 ถ.แสงชูโต โทร. 0 3222 1312 จำนวน 55 ห้อง ราคา 200-600 บาท
อำเภอดำเนินสะดวก บ้านสุขโชครีสอร์ท 103 หมู่ 5 ต.ท่านัด โทร. 0 3225 4301, 0 3225 4982, 0 3234 5798 จำนวน 40 ห้อง ราคา 250-1,600 บาท
อำเภอจอมบึง ราชบุรี คันทรี่คลับ 95 หมู่ 10 ต.ปากช่อง โทร. 0 3226 1223-6 จำนวน 50 ห้อง ราคา 1,200-1,800 บาท
อำเภอโพธาราม แสนสุข ถ.แสงชูโต จำนวน 18 ห้อง ราคา 500 บาท
ราคานี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ ติดต่อยืนยันกับโรงแรมอีกครั้ง
ส่วนการเดินทางไปจังหวัดราชบุรี ดังนี้
ทางรถยนต์ ใช้เส้นทางสายเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4 ) ผ่าน ท่าพระ บางแค สามพราน นครชัยศรี นครปฐม เข้าราชบุรีหรือเส้นทางถนนบรมราชชนนี(ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ทางหลวงหมายเลข 338 ) ไปบรรจบกับถนนเพชรเกษมที่นครชัยก่อนถึงตัวเมืองนครปฐม 16 กิโลเมตร จากนั้นใช้ถนนเพชรเกษม ตรงไปตัวเมืองราชบุรี รวมระยะทาง 101 กิโลเมตร
ทางรถโดยสารประจำทาง บริษัทขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถ จากสถานีขนส่งสายใต้ทุกวันวันละหลายเที่ยว รายละเอียด ติดต่อได้ที่ โทร. 4345557-8 (รถธรรมดา) และ 4351199 (รถปรับอากาศ) และที่จังหวัดราชบุรี โทร. 338276, 338439
ทางรถไฟ จังหวัดราชบุรี สามารถเดินทาง จากกรุงเทพฯ โดยทางรถไฟมีรถไฟ ออกจาก สถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) และสถานีรถไฟธนบุรี (บางกอกน้อย) ทุกวัน ซึ่งมีทั้งรถด่วน รถเร็ว รถธรรมดา และรถดีเซลราง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง รายละเอียดและกำหนด เวลาตลอดจนค่าโดยสาร ติดต่อสอบถามที่สถานี รถไฟกรุงเทพฯ โทร. 2237010, 2237020 และสถานีรถไฟธนบุรี โทร.4113102
โดย: เจ้าบ้าน [14 เม.ย. 47 10:25] ( IP A:203.113.34.13 X: )

ความคิดเห็นที่ 15
   แหล่งท่องเที่ยว เมืองคนงาม นามบ้านโป่ง อยู่เมืองโอ่ง มังกร แน่นอนยิ่ง
ศาลเจ้าแม่ เบิกไพร เลื่อมใสจริง เพราะเป็นสิ่ง ที่ศรัทธา มาช้านาน
เป็นชุมชน แหล่งมอญ มาก่อนเก่า รวบรวมเอา ประเพณี อันโดดเด่น
วัดใหญ่ นครชุมน์ ประจักษ์เป็น ดั่งเฉกเช่น วัฒนธรรม ครั้งโบราณ
สระน้ำโก สินารายณ์ ที่บ่งชี้ เมืองเก่า ทราวดี มีให้เห็น
ได้รับรู้ เรื่องราว ทุกประเด็น สิ่งที่เน้น คืออดีต ที่ผ่านมา
พิพิธภัณฑ์ วัดม่วง แหล่งท่องเที่ยว เป็นเรื่องเกี่ยว กับมอญ ของสะสม
จากอดีต ถึงวันนี้ มีให้ชม คนนิยม มาศึกษา หาความจริง
เข้าในเมือง จะพบ โบสถ์ คาทอลิก เป็นวัดคริสต์ ที่โอฬาร ยามได้เห็น
หอนาฬิกา ตั้งตระหง่าน เช้าและเย็น อยู่ในเส้น สองทาง กลางใจเมือง
ออกไปนิด ก็จะถึง บึงกระจับ หรือวกกลับ ไปอีกหน่อย ก็จะถึง
วังมะนาว ชาวบ้านรู้ ก็คือบึง เป็นที่ซึ่ง ใช้พักผ่อน และหย่อนใจ
เที่ยวบ้านโป่ง ก็ขอเชิญ ท่านเพลินจิต ใช้ชีวิต สุขสมหมาย คลายเศร้าหมอง
พักกินอยู่ ให้สบาย ดั่งหมายปอง เหมือนพี่น้อง คอยต้อนรับ ประทับใจ

โดย: อำนาจ [20 เม.ย. 47 22:17] ( IP A:203.113.67.37 X: )

ความคิดเห็นที่ 16
   คนไทยกับความเชื่อความศรัทธาดูเหมือนจะคู่กันจนแยกไม่ออก อย่าว่าแต่คนไทยแม้แต่ชาวต่างชาติ เขาก็มีความเชื่อความศรัทธาบางสิ่งบางอย่างในแบบของเขา เรียกว่าเป็นเหมือนกันทั่วโลก ใครที่เป็นชาวบ้านโป่งโดยกำเนิด หรือชาวอำเภอใกล้เคียง คงเคยได้ยินกิตติศัพท์เลื่องลือความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่ออโนทัย แห่งวัดจันทาราม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ในเรื่องของการบนบานศาลกล่าวขอในสิ่งที่ตัวเองหวังและสมหวังดังตั้งใจ โบสถ์ของหลวงพ่อตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม ไม่ใกล้ไม่ไกลจาก บึงกระจับ และสถานีรถไฟหนองปลาดุก รถโดยสารทุกคันที่เดินทางไปบ้านโป่ง หรือกาญจนบุรี ทุกคันจะต้องผ่านเส้นทางดังกล่าว เมื่อผ่านโบสถ์หล่วงพ่อคนขับ ก็จะต้องบีบแตรเป็นการแสดงความเคารพต่อท่าน

โดย: สืบเสาะเจาะข่าว [13 ส.ค. 47 20:35] ( IP A:64.110.74.244 X: )

ความคิดเห็นที่ 17
   จากโบสถ์เล็กเก่าที่คับแคบไม่เพียงพอต้อนรับคลื่นมหาชนที่มีความศรัทธาหลวงพ่อ จนต้องขยับขยายสร้างโบสถ์หลังใหม่สวยวิจิตรตระการตา

โดย: สืบเสาะเจาะข่าว [13 ส.ค. 47 20:39] ( IP A:64.110.74.244 X: )

ความคิดเห็นที่ 18
   จอหนังกลางแปลงที่ถูกติดตั้งหน้าลานโบสถ์อย่างเป็นการถาวร และมีการฉายหนังแก้บนเกือบทุกวัน เรียกได้ว่าในรอบปี 365 วัน มีการฉายหนังไม่น่าจะต่ำกว่า 300 วัน เป็นตัวเลขที่แสดงถึงความสมหวังของผู้ที่มาไหว้ขอพรจากหลวงพ่อ

โดย: สืบเสาะเจาะข่าว [13 ส.ค. 47 20:44] ( IP A:64.110.74.244 X: )

ความคิดเห็นที่ 19
   อีกมุมมองของโบสถ์หลวงพ่ออันสวยงาม การเดินทางเมื่อใช้เส้นทาง 323 ข้ามสะพานลอยเพื่อใช้เส้นทางไปบ้านโป่ง-กาญจนบุรี ลงจากสะพานลอยประมาณ 100 เมตร ชิดซ้ายเลี้ยวเข้าวัดถึงที่หมายพอดี

โดย: สืบเสาะเจาะข่าว [13 ส.ค. 47 20:50] ( IP A:64.110.74.244 X: )

ความคิดเห็นที่ 20
   โบสถ์อันวิจิตรสวยงามของวัดม่วง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

โดย: รักบ้านเกิด [11 ก.ย. 47 16:03] ( IP A:203.150.217.111 X: )

ความคิดเห็นที่ 21
   อาคารพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ศูนย์รวมแห่งการศึกษาประวัติความเป็นมาเรื่องราวในอดีตของชุมชน ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมเกิดขึ้นจากความร่วมมือของชาวบ้าน วัด และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ภายในอาคารการแสดงจัดแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ดังนี้ คือ
1. ว่าด้วยเรื่องลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ที่เอื้อต่อการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ เส้นทางติดต่อทางการค้า
2. ว่าด้วยเรื่องสังคมวัฒนธรรมท้องถิ่น ความสัมพันธ์ของชุมชนบ้านม่วงกับชุมชนอื่น
3. ว่าด้วยเรื่องงานศิลปะในพุทธศาสนาของชาวบ้านม่วง เช่น ธรรมาสน์มอญ ผ้าพระบฎ ตู้พระธรรม คัมภีร์อักษร
4. ว่าด้วยเรื่องวิถีชีวิตชาวบ้านม่วง การทำมาหากิน ความเชื่อเรื่องพุทธศาสนา
5. ว่าด้วยเรื่องบ้านม่วงกับการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชน
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.

โดย: รักบ้านเกิด [11 ก.ย. 47 16:33] ( IP A:203.150.217.111 X: )

ความคิดเห็นที่ 22
    ประวัติศาลเจ้าแม่เบิกไพร
ศาลเจ้าแม่เบิกไพร ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลเบิกไพร อำเภอเบิกไพร จังหวัดราชบุรี ประมาณในรัชสมัยกรุงธนบุรีหรือประมาณ พ.ศ 2317 เมืองราชบุรี(เมืองคูบัว)เป็นเมืองท่ามีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศมีพ่อค้าชาวจีนซึ่งเคารพศรัทธาต่อองค์เจ้าแม่เทียงโหวเซี้ยบ้อ จากเมืองจีนได้นำผงธูปติดตัวมาด้วยเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจระหว่างเดินทางโดยได้เดินทางมาทางเรือและได้มาติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวจีนในเมืองไทยเมื่อมาถึงเมืองคูบัว(ราชบุรี)ซึ่งเป็นเมืองท่าได้เดินทางมาที่บ้านโป่งโดยเดินทางมาตามลำน้ำแม่กลองเมื่อมาถึงตำบลเบิกไพร(ในสมัยนั้นเป็นชุมชนการค้าขายตามประวัติอำเภอบ้านโป่งจากหนังสือลุ่มแม่น้ำกลองของมหาวิทยาลัยศิลปกรและจดหมายเหตุเมืองราชบุรีซึ่งหาหลักฐานได้ที่วัดม่วง) สถานที่นั้นถูกต้องตามตำราการสร้างศาลและยังมีคุ้งน้ำวนใกล้บริเวณและสมัยนั้นบ้านคุ้งพยอมและบ้านเบิกไพรเป็นชุมชนที่แลกเปลี่ยนสินค้ากันจึงได้สร้างศาลเล็กๆขึ้นหลังหนึ่งติดกับลำน้ำแม่กลองและได้นำผงธูปขององค์เจ้าแม่เทียงโหวเซี้ยบ้อตั้งประดิษฐไว้(ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างศาลรูปทรงไหน)หลังจากนั้นพ่อค้าชาวจีนก็เดินทางค้าขายไปมาแต่มิได้นำกระถางธูปขององค์เจ้าแม่เทียงโหวเซี้ยบ้อกลับไปเมืองจีนแต่อย่างใด ชาวบ้านโป่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนก็ได้นมัสการองค์เจ้าแม่เทียงโหวเซี้ยบ้อสืบสานต่อจจากพ่อค้าชาวจีนตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาและได้ขนานนาม เจ้าแม่เทียงโหวเซี้ยบ้อว่า เจ้าแม่เบิกไพร ตามตำบลที่อยู่กิตติศัพท์อภินิหารของเจ้าแม่เบิกไพรเป็นที่รู้จักเรื่องลือในตลาดบ้านโป่งเป็นอย่างยิ่ง เป็นผลให้มีผู้ที่เลื่อมใสศรัทราในตัวองค์เจ้าแม่เบิกไพรเดินทางไปนมัสการกันมากขึ้น ทำให้ศาลเล็กๆหลังนั้นไม่พอเพียงสำหรับชาวบ้านโป่งและละแวกใกล้เคียงที่มานมัสการองค์เจ้าแม่เบิกไพร ประกอบกับในฤดูน้ำหลากได้เซาะตลิ่งพังทลายจนถึงที่ตั้งของศาล ชาวบ้านโป่งจึงได้สร้างศาลใหม่ เป็นการสร้างศาลครั้งที่ 2 ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างศาลลักษณะใด พอถึงฤดูน้ำหลาก น้ำได้เซาะตลิ่งพังทลายลงทุกปีจนถึงบริเวณที่สร้างศาลชาวบ้านโป่งจึงได้สร้างศาลขึ้นใหม่ เป็นการสร้างศาลครั้งที่ 3 หลายปีต่อมาน้ำได้เซาะตลิ่งพังลงจึงได้สร้างศาลหลังใหม่ขึ้นอีก เป็นการสร้างศาลครั้งที่ 4 ลักษณะศาลเป็นหลังคามุงจาก ฝาไม้กระดาน อยู่ด้านหน้าหลังศาลเป็นเรือนจีน ฝากระดานหลังคามุงกระเบื้อง มีโรงผู้รักษาดูแลอยู่ติดกันมีชาวจีนคอยดูแล 3 คน ข้างศาลมีตนไม้ใหญ่มีต้นคัดค้าวเลื้อยเกาะต้นไม้อยู่บนศาล บริเวณศาลมีต้นมะพลับใหญ่ๆ อยู่หลายต้น อภินิหารความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่เบิกไพร เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเบิกไพรเป็นอย่างยิ่งมีผู้เคารพศรัทธาแรงกล้าคือ นายกล่ำ อ่อนแช่ม ได้มอบที่ดินมีเนื้อที่ 604 ตาราวาซึ่งอยู่ติดกับลำน้ำแม่กลอง ในปี พ.ศ. 2466 มอบถวายแด่องค์เจ้าแม่เบิกไพรโดยนายกล่ำ อ่อนแช่ม ได้ทำเรื่องมอบที่ดินให้กรมการปกครอง เมื่อ พ.ศ. 2466 มาแล้วโดยยกให้กรมการปกครองเป็นเจ้าของโฉนด และกระทรวงมหาดไทยได้ออกโฉนด หมายเลขที่ 2719 ขึ้นในวันที่ 8 มกราคม 2467 ต่อมาในปี พ.ศ. 2482 ทางราชการได้ทำคันดินกั้นน้ำพร้อมถนนตัดผ่านหลังศาลเจ้าแม่เบิกไพรในสมัยนั้นจึงได้สร้างศาลเจ้าแม่ขึ้นใหม่ เป็นการสร้างครั้งที่ 5 ได้สร้างขึ้นเมื่อวันจันทร์ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2482 ปีเถาะ (ตรงกับวันจีน เจียวเหว่ยจับชิกมิ่งก๊กยี่เก๋านี้ ปีมะโรง ปีที่ 29) พร้อมทั้งคณะกรรมการเถ้านั้งประจำปี และชาวตลาดบ้านโป่งละแวกใกล้เคียง รวมทั้งจังหวัดอื่นๆ ที่มานมัสการองค์เจ้าแม่ ได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์สร้างศาล หลังใหม่ได้สร้างโครงเป็นปูนหลังค่าสังกะสี ยังได้สร้างรูปเหมือนองค์เจ้าแม่เทียงเซี้ยบ้อ ซึ่งได้ให้ช่างฝีมือแกะสลักชาวจีนมาแกะสลักพร้อมกับช่างก่อสร้างศาล ซึ่งเดินทางมาจากประเทศจีน ขณะก่อสร้างศาลยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ในปี พ.ศ. 2484 ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นทำให้การก่อสร้างศาลต้องหยุดชะงัก คณะกรรมการส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ต้องหลีกลี้หนีภัยสงครามกัน ในปี พ.ศ. 2485 นางทิพย์ อ่อนแช่ม นางวาด พยอมหอม นางมูน พันเปรม นายหมู อ่อนแช่ม ทายาทนายกล่ำ อ่อนแช่ม ได้แบ่งเนื้อที่ 27 ตาราวา ซึ่งคณะกรรมการได้ปลูกศาลล้ำที่เข้าไปได้ทำหนังสือสัญญายกให้ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2485 โฉนดหมายเลข 3518 ลงวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2498
โดย: คนเก่าคนแก่ [16 ก.ย. 47 9:20] ( IP A:203.150.217.113 X: )

ความคิดเห็นที่ 23
    ปีพ.ศ.2488 สงครามโลกครั้งที่ 2ได้ยุติลง เมื่อการค้าเศรษฐกิจในตลาดบ้านโป่งเข้าสู่สภาวะปกติก็คิดจะบูรณะศาลเจ้าแม่ใหม่ ในปี พ.ศ.2497 ได้เกิดอัคคีภัยในตลาดบ้านโป่งไฟได้เผาผลาญบ้านเรือนและร้านค้าในตลาดบ้านโป่งจนหมดทั้งตลาดคณะกรรมการที่คิดจะบูรณะศาลเจ้าแม่ ก็หยุดชะงักลงอีกครั้ง ต่อมาในปี พ.ศ 2503 คณะกรรมการก็ได้บูรณะศาลเจ้าแม่ขึ้นใหม่โดยได้ตกแต่งภายในศาลให้สวยงามดั้งที่ได้เห็นในปัจจุบันนี้ ได้ให้ช่างฝีมือดีจากชาวจีน โดยเริ่มตกแต่งภายในศาลขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2503 ปีชวด(เดือน 3 แรม 1 ค่ำ)ตรงกับวันจีน เจียวเหว่ยจับชิก มิ่งก๊กสี่จับเก๋านี้ ปีที่ 49 พร้อมทั้งคณะเถ้านั้งประจำปีได้ช่วยกันบูรณะตกแต่งศาลเจ้าแม่ให้สวยงาม ต่อมาน้ำเซาะตลิ่งพังลงมาอีก ประกอบทั้งจระเข้มาขุดดินบริเวณตลิ่งหน้าศาล จึงต้องสร้างเขื่อนกั้นดินขึ้น และป้องกันถนนบริเวณหน้าศาลพังทลายลง ในปี พ.ศ. 2510 ได้ก่อสร้างแทงค์น้ำ อยู่ใกล้ประตูริมรั้วด้านหน้า ต่อมาในปี พ.ศ. 2520-2524 ได้รื้อแทงค์น้ำเก่าออกไป และได้สร้างแทงค์น้ำขึ้นมาใหม่ใหญ่กว่าเดิม พร้อมทั้งสร้างรั้วอาณาเขตบริเวณศาล และเทพื้นคอนกรีตรอบๆ บริเวณศาลเจ้าแม่ดังที่เห็นในปันจุบัน ต่อมาปี พ.ศ. 2535 ผู้ใหญ่เนียร กันขำ มีความประสงค์จัดสร้างถนนราดยาง เพื่อให้คนมานมัสการองค์เจ้าแม่เบิกไพรได้เดินทางสะดวกขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อคนตำบลเบิกไพรเป็นอย่างยิ่ง ได้ไปปรึกษานางละออง ศรีคำ เพื่อขอให้คณะกรรมการที่เหลืออยู่ มาช่วยก่อสร้างถนน จึงได้ไปที่ร้านลี้ไฮ้กี่ ขอให้นายไพศาล ลีฬหกุล ทายาทร้านลี้ไฮ้กี่กรรมการที่เหลืออยู่มาช่วยสร้างถนนแห่งนี้ นายไพศาลจึงได้ไปเชิญ บุคคลหลายท่านมาช่วยการทำงาน ขณะก่อสร้างถนนอยู่นั้นในปี พ.ศ.2536 นายเป๋ง แซ่เฮ้ง(ประธานก่อสร้างถนน )ได้เสียชีวิตลง นายไพศาล จึงได้ไปเชิญ พ.ต.ท.ทองฤิทธิ์ ศรีนวล รอง ผ.ก.ก. สันติบาลเขต 7 เป็นที่ปรึกษาการก่อสร้างถนนแห่งนี้ได้รับความร่วมมือจากชาวตำบลเบิกไพร หมู่ที่ 1 ช่วยกันบริจาคที่ดิน เพื่อขยายถนนให้กว้างและได้มาตราฐาน ตั้งแต่ทางแยกท่าควาย จนถึงบริเวณหน้าศาลเจ้าแม่เพื่อให้ผู้เคารพนับถือองค์เจ้าแม่ ได้เดินทางมานมัสการได้สะดวกขึ้นและนำความเจริญมาสู่ท้องถิ่นของชาวตำบลเบิกไพร ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2539 ทางอำเภอบ้านโป่ง โดยนายสมพงษ์ บุญฑริก ปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียนได้จัดส่งศาลเจ้าแม่เบิกไพร เข้าประกวดศาลเจ้าทั่วประเทศ เป็นครั้งแรกของอำเภอบ้านโป่ง ที่ได้จัดส่งศาลเจ้าแม่เบิกไพรเข้าประกวดในครั้งนี้และได้รับรางวัล “ศาลเจ้าแม่ดีเด่น” ในเขตภาคกลาง 20 จังหวัด ได้เข้ารับรางวัลศาลเจ้าดีเด่น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ. ศ. 2539 นำความปลื้มปิติมาสู่ชาวอำเภอบ้านโป่ง เป็นอย่างยิ่ง
โดย: คนเก่าคนแก่ [16 ก.ย. 47 9:30] ( IP A:203.150.217.112 X: )

ความคิดเห็นที่ 24
   รายชื่อโรงแรมในอำเภอบ้านโป่ง
1. ไทยนำริเวอร์ไซค์ 032-211947 อำเภอบ้านโป่ง
2. ซีซาร์พาเลส 032-200052-3 อำเภอบ้านโป่ง
3. ลักกี้โฮเต็ล 032-211227 อำเภอบ้านโป่ง
4. วิลล่าโฮเต็ล 032-221321 อำเภอบ้านโป่ง
5. เกษมสุข 032-200662-3 อำเภอบ้านโป่ง
6. นิวศิริสัมพันธ์ 032-211595 อำเภอบ้านโป่ง
7. ไทยนิวโฮเต็ล 032-200155-6 อำเภอบ้านโป่ง
8. บ้านโป่งอินน์ 032-221923 อำเภอบ้านโป่ง
9. ทิพย์โฮเต็ล 032-211346 อำเภอบ้านโป่ง
10. ศรีสวัสดิ์ 032-211027 อำเภอบ้านโป่ง
โดย: เที่ยวบ้านโป่ง [9 ต.ค. 47 23:11] ( IP A:203.150.217.115 X: )

ความคิดเห็นที่ 25
    ถนนสายท่องเที่ยวในวันเดียว เมืองคนสวยโพธารามและเมืองคนงามบ้านโป่ง เริ่มตั้งแต่ บึงกระจับ-สระน้ำโกสินารายณ์-พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง-วัดใหญ่นครชุมน์-บึงวังมะนาว--วัดขนอนหนังใหญ่-วัดคงคาราม
การเดินทางจากกรุงเทพใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 4 หรือถนนบรมราชชนนี (ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) ทางหลวงหมายเลข 338 ซึ่งจะตัดกับถนนเพชรเกษม ที่นครชัยศรี เมื่อถึงจังหวัดนครปฐม ให้ขับรถลอดใต้สะพานผ่านจังหวัดนครปฐม มุ่งหน้าไปจังหวัดราชบุรี ประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงแยกสะพานลอยเข้า อำเภอบ้านโป่ง และจังหวัดกาญจนบุรี ให้ชิดซ้ายขึ้นสะพานลอยเข้าอำเภอบ้านโป่ง ตาม ทางหลวงหมายเลข 323 ขับไปตามทางประมาณ 2 กิโลเมตร ด้านขวามือ ก็จะถึง บึงกระจับ หรือถ้าขับผ่านเลยไปอีก 6 กิโลเมตร ข้ามทางรถไฟจะถึงสามแยกเข้าตัวเมืองบ้านโป่ง ไม่ต้องเข้าตัวเมืองให้ขับตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 323 จนกระทั่งถึงสี่แยกไฟแดง 1.ถ้าเลือกเลี้ยวขวาทางไปกาญจนบุรี ประมาณ 4 กิโลเมตรทางขวามือสังเกตจะเป็น สระน้ำโกสินารายณ์ ซึ่งอยู่ด้านหลัง บจ.เยื่อกระดาษสยาม 2.ถ้าเลือกเลี้ยวซ้ายจะเข้าตัวเมืองบ้านโป่ง 3.ถ้าเลือกตรงไป เขาช่องพราน ทางหลวงหมายเลข 3089 ที่มีค้างค้าวหลายร้อยล้านตัว ข้ามแม่น้ำไปประมาณ 7 กม. ด้านซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้า พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง เลี้ยวเข้าไปประมาณ 3 กม.ก็จะถึงที่หมายด้านซ้ายมือ คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง ด้านหลังวัดจะมีสะพานรถสวนกันไม่ได้ข้ามแม่น้ำแม่กลอง ขับข้ามสะพานเลี้ยวซ้ายไปเพียง 1 กิโลเมตรก็จะถึง วัดใหญ่นครชุมน์ จากนั้นย้อนกลับมาใช้เส้นทางเดิมขับเลยวัดม่วงไปอีกประมาณ 2 กม.ข้ามสะพานข้ามคลองเล็กๆรถสวนกันไม่ได้ ขับข้ามสะพานให้เลี้ยวขวาเชิงสะพานทางลูกรัง ประมาณ 400 เมตร ก็จะถึง บึงวังมะนาว ออกจากบึงวังมะนาว ขับเลยไปประมาณ 2 กิโลเมตรทางขวามือเป็นทางเข้า วัดรับน้ำ หรือขับไปอีก 1.5 กิโลเมตร ซ้ายมือก็จะเป็น วัดขนอนหนังใหญ่ ขับไปอีก 2 กม.จะเจอสามแยก วัดเกาะ ให้เลี้ยวซ้ายตาม ทางหลวงหมายเลข 3090 ขับข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง ถ้าเลี้ยวซ้ายเชิงสะพานไปอีก 1.5 กม. ด้านซ้ายมือจะเป็น วัดคงคาราม ที่นี่จะมีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่น่าชม หรือถ้าเลี้ยวขวาเชิงสะพานไปประมาณ 100 เมตร ก็จะถึง วัดไทรอารีรักษ์ ถือว่าเส้นทางที่แนะนำมาทั้งหมดเป็นสายท่องเที่ยวของจังหวัดเลยก็ว่าได้ ขอให้สนุกกับการเที่ยวภาคตะวันตก

โดย: คนสวยโพธารามคนงามบ้านโป่ง [25 ม.ค. 48 21:11] ( IP A:203.150.217.119 X: )

ความคิดเห็นที่ 26
   อยากไปดูหนังที่โรงหนังโฆษิตจังเลยอ่ะฮือๆๆ..อยู่ไกลตอนนี้กลับมาดูไม่ได้แล้วเป็นไงมายเฮ้ส์หนุกป่ะตอนนี้
โดย: เด็กซ่าส์ถานีรถไฟจ่ะ [1 พ.ย. 48 8:40] ( IP A:62.195.247.211 X: )

ความคิดเห็นที่ 27
   สวัสดีทุกท่าน
เราเป็นคนที่เกิดที่ตำบลวัดบ้านม่วง บ้านอยู่ติดกับวัด และแม่น้ำแม่กลอง แต่ย้ายมาอยู กรุงเทพนานแล้ว ตั้งแต่จบ ประถม วันนี้ได้อ่านเรื่องราวถิ่นกำเนิดตัวเองแล้วคิดถึงความหลังครั้งยังเด็ก ไม่เคยกลับไปนานแล้วเป็นเวลานาน อ่านบทความแล้วเห็นภาพว่าที่นั่นคงเจริญมากๆทีเดียว ที่สำคัญไม่เคยรู้เรื่องประวัติเจ้าแม่เบิกไพรเลยทั้งที่ตอนเด็กเคยนั่งเรือผ่านและยกมือไหว้ทุกครั้งที่ผ่าน (ยายสอนให้ไหว้) ไว้มีโอกาสเมื่อไหร่จะแวะไปสักครั้ง คิดว่าตอนนี้ทุกบ้านคงมี internet กันทุกบ้านแล้วมั้ง
จาก
สาวมอญคนสวย
โดย: suwannes@hotmail.com [31 พ.ค. 50 15:59] ( IP A:125.25.77.167 X: )

ความคิดเห็นที่ 28
   มาเยืยน จากเด็กบ้านโป่ง มุลนิธิรวมใจ ราชบุรี
โดย: เด็กราดรี [21 มิ.ย. 50 14:47] ( IP A:203.158.221.227 X: )

ความคิดเห็นที่ 30
    ช่วงเทศกาลออกพรรษา ยังมีการแข่งขันเรือยาว ที่ วัดใหญ่ และอีกหลายวัดตามวันเวลาที่แต่ละวัดจะกำหนดขึ้น รับรองว่าสนุกและไม่เหมือนใคร
โดย: คน มอญ [31 ก.ค. 50 16:17] ( IP A:58.181.129.86 X: )

ความคิดเห็นที่ 36
   ผมขอตามหาเพื่อน เป็นคนแถววัดบ้านม่วง บ้านติดแม่น้ำแม่กลอง ชื่อเล่น พั้ง ชื่อเดิม สำลี เล่อยิ้ม เปลี่ยนเป็น วรัญญา เล่อยิ้ม เคยมาทำงานที่เครือสหพัฒน์ ศรีราชา แล้วไปทำงานต่อที่ กทม. บ.ck shoe ไม่ได้เจอกันนานแล้ว ตอนนี้ติดต่อไม่ได้ เบอร์มือถือคงเปลี่ยนใหม่แล้ว ถ้าใครรู้จัก วานบอกให้เขาติดต่อหาเพื่อนชื่อ ต๋อม ด้วย เบอร์ติดต่อ 081-3984041
โดย: noppadol@thailube.co.th [14 ก.ย. 50 21:04] ( IP A:202.91.18.204 X: )

ความคิดเห็นที่ 50
   ่น และภาคเอกชน ได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน นอกเหนือจากวารสาร 'เรารักหนองคาย' รายเดือน และแผ่นพับต่าง ๆ มากมาย ฯลฯ
ไม่มีท้องที่ใดปราศจากอิทธิพล แต่เมื่อคนหลายฝ่ายในท้องที่นั้นสามารถเข้าถึงกัน โดยมีเวทีให้พบปะพูดจากัน ความกดดันถ้ามีก็จะน้อยลง
เครือข่ายภาคประชาชนที่มีความพร้อมด้านข้อมูลข่าวสารยังช่วยให้การปฏิบัติงานภาครัฐเกิด 'ธรรมบริหาร' อีกทางหนึ่งด้วย
ที่นี่มีรายชื่อผู้ยากจนในบัญชีกว่า ๘,๐๐๐ คน ฝันของผู้ว่าฯ วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ คือ ศูนย์กลางด้านการค้าและบันเทิงมูลค่ากว่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่ภาคเอกชนให้ความสนใจเพราะอยู่ใกล้ลาว ถ้าเกิดขึ้นจริงเมื่อใด แทบจะล้างบัญชียากจน เพราะคนมีงานทำกันทั่วถ้วน
๐ ๐ ๐
ชีวิตส่วนตัว สมรสกับวิไลพร วิรัตน์จันทร์ อดีตพนักงานสาขาอำเภอเกษตรวิสัย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อ ๑๗ มีนาคม ๒๕๑๘
เบญจพล สวัสดิ์พาณิชย์ บุตรคนโต อายุ ๒๓ ปี ภาควิชาโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ปีสุดท้าย
เบญจรงค์ สวัสดิ์พาณิชย์ บุตรคนเล็ก อายุ ๑๘ ปี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี ๒
ข้อคิดที่ วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ เขียนไว้ในทำเนียบรุ่น วปรอ. ๔๔๑๔ ก็คือ ...
"จะเก่ง จะดี จะชั่ว อยู่ที่ตัวสร้างขึ้นมาเอง"

บรรดาพ่อค้าแม่ขายครั้นรู้ว่ารองผู้ว่าฯ ผูกเสี่ยวกัน ก็ดีใจ ให้ความเคารพนับถือ
เมื่อเป็นพวกเดียวกันแล้ว "ทำแบบนี้ต่อไปไม่ได้ มาอยู่ที่นี่ต้องไว้หน้าพ่อ" รองผู้ว่าฯ คนร้อยเอ็ดขอกันตรง ๆ
จากนั้น จัดแจงรวมกลุ่มตั้งชมรมชาวอีสานในจังหวัดภูเก็ต หลังอยู่ที่นี่ได้ ๑ ปี อันเป็นช่วงที่จเด็จ อินสว่าง มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแทนพีระพงศ์ จำนงเฉลิมฉัตร
แล้วรับเป็นประธานชมรมฯ คนแรก อันทำให้รู้ว่าที่นี่มีชาวอีสานกว่า ๒๐,๐๐๐ คน
สมมติเล่น ๆ ถ้าทุกคนโอนทะเบียนบ้านไปอยู่ภูเก็ตเมื่อใด มีโอกาสเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้แล้ว ๑ คน
โดย: teapatyost341455@hotmail.com [19 มี.ค. 51 20:48] ( IP A:61.7.191.119 X: )

ความคิดเห็นที่ 64
   ่น และภาคเอกชน ได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน นอกเหนือจากวารสาร 'เรารักหนองคาย' รายเดือน และแผ่นพับต่าง ๆ มากมาย ฯลฯ
ไม่มีท้องที่ใดปราศจากอิทธิพล แต่เมื่อคนหลายฝ่ายในท้องที่นั้นสามารถเข้าถึงกัน โดยมีเวทีให้พบปะพูดจากัน ความกดดันถ้ามีก็จะน้อยลง
เครือข่ายภาคประชาชนที่มีความพร้อมด้านข้อมูลข่าวสารยังช่วยให้การปฏิบัติงานภาครัฐเกิด 'ธรรมบริหาร' อีกทางหนึ่งด้วย
ที่นี่มีรายชื่อผู้ยากจนในบัญชีกว่า ๘,๐๐๐ คน ฝันของผู้ว่าฯ วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ คือ ศูนย์กลางด้านการค้าและบันเทิงมูลค่ากว่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่ภาคเอกชนให้ความสนใจเพราะอยู่ใกล้ลาว ถ้าเกิดขึ้นจริงเมื่อใด แทบจะล้างบัญชียากจน เพราะคนมีงานทำกันทั่วถ้วน
๐ ๐ ๐
ชีวิตส่วนตัว สมรสกับวิไลพร วิรัตน์จันทร์ อดีตพนักงานสาขาอำเภอเกษตรวิสัย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อ ๑๗ มีนาคม ๒๕๑๘
เบญจพล สวัสดิ์พาณิชย์ บุตรคนโต อายุ ๒๓ ปี ภาควิชาโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ปีสุดท้าย
เบญจรงค์ สวัสดิ์พาณิชย์ บุตรคนเล็ก อายุ ๑๘ ปี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี ๒
ข้อคิดที่ วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ เขียนไว้ในทำเนียบรุ่น วปรอ. ๔๔๑๔ ก็คือ ...
"จะเก่ง จะดี จะชั่ว อยู่ที่ตัวสร้างขึ้นมาเอง"

บรรดาพ่อค้าแม่ขายครั้นรู้ว่ารองผู้ว่าฯ ผูกเสี่ยวกัน ก็ดีใจ ให้ความเคารพนับถือ
เมื่อเป็นพวกเดียวกันแล้ว "ทำแบบนี้ต่อไปไม่ได้ มาอยู่ที่นี่ต้องไว้หน้าพ่อ" รองผู้ว่าฯ คนร้อยเอ็ดขอกันตรง ๆ
จากนั้น จัดแจงรวมกลุ่มตั้งชมรมชาวอีสานในจังหวัดภูเก็ต หลังอยู่ที่นี่ได้ ๑ ปี อันเป็นช่วงที่จเด็จ อินสว่าง มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแทนพีระพงศ์ จำนงเฉลิมฉัตร
แล้วรับเป็นประธานชมรมฯ คนแรก อันทำให้รู้ว่าที่นี่มีชาวอีสานกว่า ๒๐,๐๐๐ คน
สมมติเล่น ๆ ถ้าทุกคนโอนทะเบียนบ้านไปอยู่ภูเก็ตเมื่อใด มีโอกาสเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้แล้ว ๑ คน
โดย: teapatyost341455@hotmail.com [19 มี.ค. 51 20:50] ( IP A:61.7.191.119 X: )

ความคิดเห็นที่ 67
   ้วเผาย่างกุ้งจนราบเรียบ ทำให้มอญอพยพเข้าไทยอีก พระเจ้าตากสินทรงโปรดฯ ให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ปากเกร็ด ซึ่งทำให้เกิดกลุ่มมอญเก่า (พระยารามัญวงศ์) และมอญใหม่ (พระยาเจ่ง) คนที่นับตัวเองเป็น มอญ ในปัจจุบันล้วนอพยพเข้ามาจากระลอกนี้ หรือหลังจากนี้ทั้งนั้น ส่วน มอญ ที่อพยพก่อนหน้านี้กลืนหายเป็นไทยไปหมด แม้แต่กลุ่มที่อยู่ตามชายแดนแถบเมืองกาญจนบุรี

ครั้งที่ 8 พ.ศ. 2336 เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ยึดเมืองทวายได้ แต่รักษาไว้ไม่ได้ ต้องถอยกลับเข้าไทย ก็นำเอาพวกมอญโดยเฉพาะที่เป็นพวกหัวหน้าเข้ามาอีก

ครั้งที่ 9 พ.ศ. 2357 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เมื่อ มอญ ไม่พอใจที่ถูกพม่าเกณฑ์แรงงานก่อสร้างพระเจดีย์ ก่อกบฎที่เมืองเมาะตะมะ ถูกพม่าปราบ ต้องหนีเข้าไทยเป็นระลอกใหญ่มาก ราว 40,000 คนเศษ เจ้าฟ้ามงกุฎ (ต่อมาคือรัชกาลที่ 4) เสด็จเป็นแม่กองพร้อมด้วยกรมหลวงพิทักษ์มนตรี ออกไปรับถึงชายแดน พวกนี้มาตั้งรกรากที่สามโคก (ปทุมธานี) ปากเกร็ด และพระประแดง มอญที่อพยพเข้ามาครั้งนี้เรียกกันว่ามอญใหม่[7>

[แก้> ชุมชนมอญ
ชาวมอญได้อพยพมาพำนักอยู่ประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระยาเกียรติและพระยารามขุนนางมอญที่มีความดีความชอบในราชการและกลุ่มญาติพี่น้องได้รับพระราชทานที่ดินตั้งบ้านเรือน ณ บ้านขมิ้น ซึ่งได้แก่บริเวณวัดขุนแสนในปัจจุบัน มอญในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ทั้งกลุ่มชาวมอญเก่าที่อยู่มาแต่เดิมและกลุ่มมอญใหม่ได้รับพระราชทานที่ดินให้ตั้งชุมชนอยู่ชานกรุงศรีอยุธยาบริเวณวัดตองปุและคลองคูจาม

นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงกลุ่มชาวมอญที่มีอาชีพฆ่าเป็ดไก่ขายที่ตลาดวัดวัวควาย และมีตลาดมอญขายขัน ถาดทองเหลือง ซึ่งเป็นทั้งตลาดสดด้วย ตั้งอยู่ภายนอกกำแพงเมืองด้านใต้ บริเวณปากคลองเกาะแก้วมีชาวมอญบรรทุกมะพร้าว ไม้แสมทะล และเกลือมาจำหน่าย

ในสงครามเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 ผู้นำชุมชนชาวมอญในกรุงศรีอยุธยาคือสุกี้พระนายกอง ได้อาสากองทัพพม่าทำสงครามกับอยุธยา และรวบรวมกองทัพมอญได้ถึง 2,000 คน[8> ในปัจจุบันแม้จะไม่มีชุมชนของผู้สืบเชื้อสายมอญภายในกรุงศรีอยุธยาอยู่ในบริเวณที่กล่าวถึงในประวัติศาสตร์แต่ก็ยังมีชุมชนมอญและกลุ่มวัฒนธรรมมอญกระจายอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจากพระนครศรีอยุธยาลงมาจนถึงกรุงเทพฯหลายชุมชน ชาวมอญได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ทั่วไปตามที่ราบลุ่มริมน้ำภาคกลาง ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี อยุธยา นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง นครนายก ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสงคราม สมุทรปราการ สมุทรสาคร กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และบางส่วนตั้งภูมิลำเนาอยู่แถบภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ทางภาคอีสาน ได้แก่ นครราชสีมา มีบ้างเล็กน้อยที่อพยพลงใต้ อย่าง ชุมพร สุราษฎร์ธานี โดยมากเป็นแหล่งที่พระเจ้าแผ่นดินทรงโปรดฯ พระราชทานที่ดินทำกินให้แต่แรกอพยพเข้ามา

ชุมชนมอญในประเทศไทย[9>

มอญบางจะเกร็ง จ.สมุทรสงคราม
มอญบางปลา จ.สมุทรสาคร
มอญบ้านเก่า จ.อุทัยธานี
มอญสลุย จ.ชุมพร
มอญหนองดู่ จ.ลำพูน
บ้านมอญ จ.นครสวรรค์
มอญบางไส้ไก่ กรุงเทพฯ
มอญบ้านโป่ง-โพธาราม จ.ราชบุรี
มอญกระทุ่มมืด จ.นครปฐม
มอญสามโคก จ.ปทุมธานี
มอญบ้านเสากระโดง จ.อยุธยา
คลองมอญ กรุงเทพฯ
สะพานมอญ กรุงเทพฯ
มอญปากเกร็ด จ.นนทบุรี
มอญบางกระดี่ กรุงเทพ
มอญบางขันหมาก จ.ลพบุรี
มอญคลองสิบสี่ (มอญหนองจอก) กรุงเทพฯ
มอญลาดกระบัง กรุงเทพฯ
มอญปากลัด (มอญพระประแดง) จ.สมุทรปราการ
มอญเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี
มอญ จ.สมุทรสาคร
มอญเกาะรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ
มอญปทุมธานี จ.ปทุมธานี
โดย: Dk_songza@hotmail.com [20 ก.ย. 53 17:50] ( IP A:119.42.80.119 X: )

ความคิดเห็นที่ 69
   ้วเผาย่างกุ้งจนราบเรียบ ทำให้มอญอพยพเข้าไทยอีก พระเจ้าตากสินทรงโปรดฯ ให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ปากเกร็ด ซึ่งทำให้เกิดกลุ่มมอญเก่า (พระยารามัญวงศ์) และมอญใหม่ (พระยาเจ่ง) คนที่นับตัวเองเป็น มอญ ในปัจจุบันล้วนอพยพเข้ามาจากระลอกนี้ หรือหลังจากนี้ทั้งนั้น ส่วน มอญ ที่อพยพก่อนหน้านี้กลืนหายเป็นไทยไปหมด แม้แต่กลุ่มที่อยู่ตามชายแดนแถบเมืองกาญจนบุรี

ครั้งที่ 8 พ.ศ. 2336 เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ยึดเมืองทวายได้ แต่รักษาไว้ไม่ได้ ต้องถอยกลับเข้าไทย ก็นำเอาพวกมอญโดยเฉพาะที่เป็นพวกหัวหน้าเข้ามาอีก

ครั้งที่ 9 พ.ศ. 2357 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เมื่อ มอญ ไม่พอใจที่ถูกพม่าเกณฑ์แรงงานก่อสร้างพระเจดีย์ ก่อกบฎที่เมืองเมาะตะมะ ถูกพม่าปราบ ต้องหนีเข้าไทยเป็นระลอกใหญ่มาก ราว 40,000 คนเศษ เจ้าฟ้ามงกุฎ (ต่อมาคือรัชกาลที่ 4) เสด็จเป็นแม่กองพร้อมด้วยกรมหลวงพิทักษ์มนตรี ออกไปรับถึงชายแดน พวกนี้มาตั้งรกรากที่สามโคก (ปทุมธานี) ปากเกร็ด และพระประแดง มอญที่อพยพเข้ามาครั้งนี้เรียกกันว่ามอญใหม่[7>

[แก้> ชุมชนมอญ
ชาวมอญได้อพยพมาพำนักอยู่ประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระยาเกียรติและพระยารามขุนนางมอญที่มีความดีความชอบในราชการและกลุ่มญาติพี่น้องได้รับพระราชทานที่ดินตั้งบ้านเรือน ณ บ้านขมิ้น ซึ่งได้แก่บริเวณวัดขุนแสนในปัจจุบัน มอญในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ทั้งกลุ่มชาวมอญเก่าที่อยู่มาแต่เดิมและกลุ่มมอญใหม่ได้รับพระราชทานที่ดินให้ตั้งชุมชนอยู่ชานกรุงศรีอยุธยาบริเวณวัดตองปุและคลองคูจาม

นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงกลุ่มชาวมอญที่มีอาชีพฆ่าเป็ดไก่ขายที่ตลาดวัดวัวควาย และมีตลาดมอญขายขัน ถาดทองเหลือง ซึ่งเป็นทั้งตลาดสดด้วย ตั้งอยู่ภายนอกกำแพงเมืองด้านใต้ บริเวณปากคลองเกาะแก้วมีชาวมอญบรรทุกมะพร้าว ไม้แสมทะล และเกลือมาจำหน่าย

ในสงครามเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 ผู้นำชุมชนชาวมอญในกรุงศรีอยุธยาคือสุกี้พระนายกอง ได้อาสากองทัพพม่าทำสงครามกับอยุธยา และรวบรวมกองทัพมอญได้ถึง 2,000 คน[8> ในปัจจุบันแม้จะไม่มีชุมชนของผู้สืบเชื้อสายมอญภายในกรุงศรีอยุธยาอยู่ในบริเวณที่กล่าวถึงในประวัติศาสตร์แต่ก็ยังมีชุมชนมอญและกลุ่มวัฒนธรรมมอญกระจายอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจากพระนครศรีอยุธยาลงมาจนถึงกรุงเทพฯหลายชุมชน ชาวมอญได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ทั่วไปตามที่ราบลุ่มริมน้ำภาคกลาง ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี อยุธยา นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง นครนายก ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสงคราม สมุทรปราการ สมุทรสาคร กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และบางส่วนตั้งภูมิลำเนาอยู่แถบภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ทางภาคอีสาน ได้แก่ นครราชสีมา มีบ้างเล็กน้อยที่อพยพลงใต้ อย่าง ชุมพร สุราษฎร์ธานี โดยมากเป็นแหล่งที่พระเจ้าแผ่นดินทรงโปรดฯ พระราชทานที่ดินทำกินให้แต่แรกอพยพเข้ามา

ชุมชนมอญในประเทศไทย[9>

มอญบางจะเกร็ง จ.สมุทรสงคราม
มอญบางปลา จ.สมุทรสาคร
มอญบ้านเก่า จ.อุทัยธานี
มอญสลุย จ.ชุมพร
มอญหนองดู่ จ.ลำพูน
บ้านมอญ จ.นครสวรรค์
มอญบางไส้ไก่ กรุงเทพฯ
มอญบ้านโป่ง-โพธาราม จ.ราชบุรี
มอญกระทุ่มมืด จ.นครปฐม
มอญสามโคก จ.ปทุมธานี
มอญบ้านเสากระโดง จ.อยุธยา
คลองมอญ กรุงเทพฯ
สะพานมอญ กรุงเทพฯ
มอญปากเกร็ด จ.นนทบุรี
มอญบางกระดี่ กรุงเทพ
มอญบางขันหมาก จ.ลพบุรี
มอญคลองสิบสี่ (มอญหนองจอก) กรุงเทพฯ
มอญลาดกระบัง กรุงเทพฯ
มอญปากลัด (มอญพระประแดง) จ.สมุทรปราการ
มอญเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี
มอญ จ.สมุทรสาคร
มอญเกาะรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ
มอญปทุมธานี จ.ปทุมธานี
โดย: Dk_songza@hotmail.com [20 ก.ย. 53 17:53] ( IP A:119.42.80.119 X: )

ความคิดเห็นที่ 70
   บ้านต้นผึ้ง รีสอร์ทสวนผึ้ง เป็นรีสอร์ทบนเนินเขา ชมหมอกยามเช้า บริการเป็นกันเอง เหมือนเพื่อนมาบ้านเพื่อน พร้อมกิจกรรมมากมาย นั่งฟาง ฟังโฟลค ชมหมอก http://www.baantonphung.com
โดย: supakit15@gmail.com [1 ธ.ค. 55 8:29] ( IP A:110.77.201.66 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


วิธีการ upload รูปภาพแบบใหม่ วิธีการใส่ copy paste หรือ คัดลอกข้อความ ในแบบใหม่

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน