thaiadd  >>  ภาพไปวัดทำบุญ

ทำบุญ บูชาพระเจดีย์ - พระปฐมเจดีย์ - ก่อนวางแผนหยุดยาวปีใหม่ 2554
    สำหรับ เศรษฐกิจปีหน้า .. เอ.ดี.ดี. ยังคงมองโลกในแง่ดี เราน่าจะยังเอาตัวรอดได้ อีกปี .. คงหวังอะไร จากใครไม่ได้ นอกจากพึ่งพาบุญบารมีที่ ตัวเองพยายามสัางสมเอาไว้ ..โลกมันก็เป็นเช่นนั้นเอง...

โดย: เจ้าบ้าน [6 ธ.ค. 53 17:13] ( IP A:124.122.179.84 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 181 Pageviews

ความคิดเห็นที่ 1
   

ครั้งล่าสุดทำบุญ-ไหว้พระร่วมบูรณะพระปฐมเจดีย์ เมื่อหนึ่งปีมาแล้ว

http://www.pantown.com/board.php?id=16770&area=4&name=board5&topic=42&action=view

โดย: เจ้าบ้าน [6 ธ.ค. 53 17:17] ( IP A:124.122.179.84 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
   
พระปฐมเจดีย์สร้างขึ้นเมื่อใด และใครเป็นผู้สร้างนั้นจะต้องย้อน กล่าวตั้งแต่ พระพุทธองค์เสด็จดับขันธนิพพาน พระพุทธศาสนาไพร่หลายอยู่ในมัชฌิมประเทศ หรืออินเดียตอนกลาง ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชขึ้นครองราชสมบัติ ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีพระเดชานุภาพใหญ่หลวง พระองค์สลดพระทัยในการพุ่งรบ แต่มุ่งหมายจะแผ่พระเดชานุภาพทางธรรมเพราะทรงเห็นว่า พระพุทธศาสนามีคติธรรมล้ำเลิศ กว่าศาสนาอื่น ๆ จึงทรงอุปถัมภ์และเผยแผ่ในนานาประเทศ โดยส่งพระสงฆ์เป็นสมณฑูตออกไปยังประเทศต่าง ๆ โดยพระโสณเถระกับพระอุตรได้เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนายังดินแดนสุวรรณภูมิ

องค์พระปฐมเจดีย์ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยเดียวกับครั้งพระเจ้าอโศกมหาราชยังครองราชสมบัติอยู่แน่นอน เพราะลักษณะองค์เจดีย์นั้น เดิมเป็นสถูปกลมรูปทรงคล้ายบาตรคว่ำ (โอคว่ำ) แบบสัญจิเจดีย์ ในประเทศอินเดียที่พระเจ้าอโศกมหาราชสร้างไว้

มีผู้รู้หลายท่านได้สันนิษฐานว่า องค์พระปฐมเจดีย์มีการสร้างและปฏิสังขรณ์มาอย่างน้อย 3 ครั้งแล้ว

สมัยสุวรรณภูมิ คือ ระยะการสร้างครั้งแรก ราวพุทธศักราช 300-1000
สมัยทวารวดี มีการสร้างเพิ่มเติม ประมาณช่วงพุทธศักราช 1000-1600
ครั้งที่ 3 ก็คือสมัยที่มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ใน สมัยรัตนโกสินทร์
ใน เรื่องการสร้างองค์เจดีย์แต่เดิมนั้น มีการเล่าสืบ ๆ กันมาเป็นตำนานอยู่หลายตำนานด้วยกัน เช่น "ตำนานพระยากง พระยาพาน" ได้เล่าไว้ว่า พระยากงได้ครองเมืองศรีิวิชัยหรือนครชัยศรีแทนท้าวสิการาช พระบิดาพระมเหสีประสูติพระกุมารพระองค์หนึ่ง โหรทำนายว่ากุมารีบุญญาธิการมากแต่จะทำปิตุฆาต พระองค์จึงรับสั่งให้
นำกุมารไปทิ้ง ก็มียายหอมมาเก็บกุมารได้แล้วเลี้ยงจนเติบใหญ่ เมื่อเติบใหญ่กุมารจึงลายายหอมขึ้นไปเมืองเหนือถึงสุโขทัย บังเอิญไปพบช้างพระเจ้าแผ่นดินสุโขทัยอาละวาดสลัดหมอควาญหลุดและสาละวนไล่แทงผู้คน กุมารจึงจับช้างกดลงกับดินคนทั้งปวงจึงจับช้างได้ ความทราบถึงพระเจ้าแผ่นดิน จึงชุบเลี้ยงกุมารเป็นบุตรบุญธรรมจนกระทั้งกุมารได้ยกทับมารบกับพระยากง โดยกระทำยุทธหัตถีกัน พระยากงเสียทีกุมารถูกฟันด้วยของ้าวคอขาด

หลังจากนั้นกุมารจึงยกรี้พลเข้าไปตั้งอยู่ในเมืองและต้องการได้พระมเหสีพระยากงเป็นภรรยา แต่ก็มีเหตุดลใจให้ทราบว่าเป็นพระมารดา โดยเทพยดาเนรมิตเป็นแพะแม่ลูกอ่อน นอนขวางบันไดปราสาทของมเหสี กุมารจึงข้ามไปขณะนั้นก็ได้ยินลูกแพะพูดกับแม่แพะว่า "เราเป็นสัตว์เดรัจฉาน ท่านจึงข้ามเราไป" แม่แพะเสริมว่า "นับประสาอะไร กับท่านแม้มารดายังจะเอาเป็นเมีย" กุมารได้ฟังจึงเกิดความละอายใจ จึงตั้งสัจอธิษฐานว่า ถ้าหญิงผู้นี้เป็นมารดาจริง
ขอให้น้ำนมไหลออกจากถันทั้งคู่ ถ้าไม่ใช่จงอย่าปรากฎเลย แต่แล้วก็เกิดมีน้ำนมไหลออกมาจากถันทั้งคู่จริง

เมื่อแม่ลูกรู้จักกันแล้วและทราบว่าพระยากงเป็นพระบิดาก็เสียใจ และโกรธยายหอมมาก จึงจับยายหอมฆ่าเสียทันทีด้วยเหตุนี้เอง คนทั้งปวงจึงเรียกกุมารนั้นว่า พระยาพาล

ครั้นเมื่อฆ่าพระบิดาและยายหอมแล้วก็เกิดความรู้สึกว่าจะเป็นเวรต่อกันจึงทำบุญให้ทานไม่ขาด ต่อมาเมื่อพระมเหสี
ของพระองค์ให้ประสูติพระโอรสพระยาพานจึงเกิดความรู้สึกถึงความรักที่พ่อมีต่อลูก และเกิดสำนึกในสิ่งที่กระทำไป
จึงให้อำมาตย์นิมนต์พระอรหันต์มาบิณฑบาตในวัง เมื่อได้โอกาสก็ถามถึงการแก้ไขสิ่งที่ตนได้ทำปิตุฆาต พระอรหันต์

ตอบว่า "สิ่งนี้เป็นกรรมหนักนักต้องตกมหานรกอเวจี มีแต่ทางผ่อนหนักให้เป็นเบาได้เท่านั้น คือ สร้างพระเจดีย์สูงเท่ากับนกเขาเหิน กรรมอาจจะลดลงไปได้สัง 1 ในสิบส่วน" พระยาพานจึงสั่งให้สร้างเจดีย์ดั้งกล่าวแล้วบรรจุพระบรมธาตุพระเขี้ยวแก้วไว้ในเจดีย์ใหญ่ด้วย

โดย: เจ้าบ้าน [6 ธ.ค. 53 17:29] ( IP A:124.122.179.84 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
   นี่คือตำนานตำนานหนึ่งที่ชาวนครปฐมรู้จักเป็นอย่างดี แต่ที่เราทราบทราบกันดีก็ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังทรงผนวชอยู่ได้เสด็จธุดงค์ที่เมืองนครปฐมพร้อมด้วยคณะสงฆ์ และทรงปักกลดประทับ ณ โคนต้นตะคร้อ ได้สังเกตลักษณะขององค์พระเจดีย์ทรงเห็นว่า ไม่มีพระเจดีย์ใดที่เก่าแก่ และยิ่งใหญ่
เท่าเจดีย์องค์นี้

ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ เสวยราชย์ได้ 2 ปี โปรดให้เริ่มลงมือก่อสร้าง ปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์เป็นการใหญ่ในปีแรก พ.ศ. 2395 โปรดให้ สมเด็จเจ้าพระยาพระบรมมหาประยูรวงศ์ ควบคุมการสร้าง ต่อมาถึงแก่พิราลัย จึงโปรดเก้าฯให้ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี เป็นแม่กองเจ้าของการ จัดทำต่อไป

เมื่อวันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2400 (เดือน 5 ขึ้น 9 ค่ำ ปีมะเมีย) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังวัดปฐมเจดีย์ และทรงก่อพระปฐมเจดีย์เป็นปฐมฤกษ์ ตามรูปแบบที่ช่างได้จัดทำรูปถวาย โดยจัดทำครอบองค์ไว้ภายใน การเสด็จครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์

การปฏิสังขรณ์พระปฐมเจดีย์ สร้างเป็นเจดีย์ใหญ่หุ้มองค์เดิมเปลี่ยนจากบาตรคว่ำมีพุทธบัลลังก์ ฐานสี่เหลี่ยมซ้อนระฆัง มียอดนพศูลและมีพระมหามงกุฏสวมไว้บนยอดองค์พระเจดีย์ มีขนาดสูง 3 เส้น 1 คืบ 6 นิ้ว (120.5 เมตร) ฐานโดยรอบยาว 5 เส้น 17 วา 3 ศอก (233 เมตร) รอบฐานองค์ปฐมเจดีย์สร้างเป็นวิหารคตล้อมรอบเป็น 2 ชั้น
ทั้ง 4 ทิศ

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ยังโปรดให้สร้างพระราชวังที่ประทับไว้คู่กันกับวัดชื่อว่า วังปฐมนคร ปัจจุบันพระตำหนักได้ปรับปรุงเป็นที่ทำการเทศบาลจังหวัดนครปฐม

เมื่อ พ.ศ. 2413 ได้เสด็จพระราชดำเนินมายกยอดพระปฐมเจดีย์โปรดให้ สั่งกระเบื้องเคลือบสีเหลืองทอง
จากเมืองจีนมาประดับมหาสถูปทั้งองค์ ซึ่งมาแล้วเสร็จในรัชกาลที่ 6 แต่ก็ยังเป็นป่ารกอยู่ จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อมีการตัดถนนมากขึ้น และสร้างที่ทำการของรัฐบาล สร้างสถานที่พักของข้าราชการ สร้างตลาดบริเวณพระปฐมเจดีย์กลายเป็นศูนย์กลางของเมือง และเรียกว่า จังหวัดนครปฐม ในรัชกาลที่ 6 นี้เอง

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ปฏิสังขรณ์วิหารหลวงและให้เขียนภาพพระปฐมเจดีย์ ตั้งแต่ที่มีอยู่เดิมกับภาพเทวดา ครุฑ นาค และนักบวชในศาสนาต่าง ๆ ไว้ที่ผนังวิหาร ยังโปรดให้สร้างวิหารสำหรับประดิษฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ ซึ่งเดิมได้อัญเชิญชิ้นส่วนพระเศียร พระหัตถ์ และพระบาท ซึ่งเป็นศิลปสมัย
สุโขทัยมาจากสวรรคโลก นำมาปฏิสังขรณ์จนเป็นพระพุทธรูปยืนที่สมบูรณ์ และโปรดพระราชทานนามว่า "พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธ ราชปูชนียบพิตร" พระร่วงโรจนฤทธิ์ถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งของจังหวัดนครปฐมที่มีประชาชนทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างประเทศแวะมานมัสการอยู่เสมอ

โดย: เจ้าบ้าน [6 ธ.ค. 53 17:32] ( IP A:124.122.179.84 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
   

โดย: เจ้าบ้าน [6 ธ.ค. 53 17:43] ( IP A:124.122.179.84 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
   

โดย: เจ้าบ้าน [6 ธ.ค. 53 17:49] ( IP A:124.122.179.84 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
   

โดย: เจ้าบ้าน [6 ธ.ค. 53 17:51] ( IP A:124.122.179.84 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
   

โดย: เจ้าบ้าน [6 ธ.ค. 53 17:54] ( IP A:124.122.179.84 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
   

โดย: เจ้าบ้าน [6 ธ.ค. 53 17:55] ( IP A:124.122.179.84 X: )

ความคิดเห็นที่ 10
   
เอ.ดี.ดี. ยังคง เร่งเก็บงาน เพื่อเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนจะให้ทุกคนได้พักหยุดยาวอยู่กับครอบครัวช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่.. แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็ยังคงหาเวลา หาสถานที่ที่ไม่ไกลนัก แบ่งเวลาไปทำบุญให้สม่ำเสมอ ตามสิ่งที่เรายึดถือ ..

โดย: เจ้าบ้าน [6 ธ.ค. 53 17:58] ( IP A:124.122.179.84 X: )

ความคิดเห็นที่ 11
   

โดย: เจ้าบ้าน [31 ธ.ค. 53 16:43] ( IP A:124.120.118.189 X: )

ความคิดเห็นที่ 12
   

โดย: เจ้าบ้าน [31 ธ.ค. 53 16:45] ( IP A:124.120.118.189 X: )


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน