คำรณ สัมบุณณานนท์ นักร้องเพลงเพื่อชีวิตรุ่นเก๋า
   คำรณ สัมบุณณานนท์

"ยุคนั้นเป็นยุคที่หนังคาวบอยกำลังเฟื่องฟู คำรณเขามักจะแต่งชุดชาวนา คาวบอยเมืองไทย
เที่ยวร้องเพลง สลับฉากตามโรงละคร บางวันเขาก็ บอกว่า เขาคือ วิลเลี่ยม เมืองไทย" ครูพยงค์ มุกดา
เคยเล่าถึงคำรณ ไว้ตอนหนึ่ง และนี่ เองเป็นที่มา ของเพลงโห่ แบบแฮงค์ วิลเลี่ยม แม้ในระยะหลัง
นักร้องหลายๆคนร้องตาม

สองขุนพลเพลง ผู้ยิ่งใหญ่ในเวลานั้น เสน่ห์ โกมารชุน และ คำรณ สัมบุณณานนท์ เคยร่วมกัน
ทำเพลง สามล้อแค้น จนกระทั่งดังไปถึงโรงพัก นี่เองที่ทุกคนกล่าวขวัญถึงเขา ว่าเป็นนักร้องอันตราย
เสน่ห์ โกมารชุน เป็นคนพูดจาจริงจังโผงผาง ส่วนคำรณ เป็นคนที่กล้าร้องเพลง ที่บอกถึงเรื่องราวการเมือง
และเสียดสีอำนาจรัฐ ในยุคนั้น เพราะเขาถือว่าชีวิตนี้ เขาไม่มีอะไรสูญเสียต่อไป คุกก็เข้ามาแล้ว เป็นกบฏ
ก็เป็นมาแล้ว เพลงหนักๆ ที่คำรณ เข็นออกมา ท้าทายอำนาจเผด็จการทหารช่วงนั้น

ช่างเป็นเรื่องกล้าหาญ อย่างที่ไม่มีนักร้องคนใดเทียบติดได้ อย่างเพลง ใครค้านท่านฆ่า หรือ
อสูรกินเมือง กล่าวถึงการ สังหารโหดทางการเมือง โดย กล่าว ชื่อนาม ของนักการเมือง ในเนื้อร้อง
ออกมาอย่างชัดเจนว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

คำรณ เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2463 เป็นชาววัดเกาะ กทม. แต่มีหลายคนบอกว่าเขาเป็น
คนสุพรรณ โดยวิเคราะห์ เอาจากสำเนียงภาษา ที่ร้องออกมาในสมัยที่คำรณ หนีการตามล่าทางการเมือง
บางคนกล่าวว่าเขาเคยหนี ไปอยู่ ที่วัดประยูรวงศาวาส พี่ชายคนโตของเขาพยายามเข้าพบเจ้าหน้าที่
ตำรวจสันติบาล เพื่อบอกว่า คำรณ เป็นคนสติไม่ดี แต่เมื่อเรา มาศึกษา ชีวิตของเขาแล้ว เราจะทราบได้
ทันทีเลยว่า คำรณมีความรู้สึกอึดอัด กับสภาพ การเมือง ในช่วงนั้นมากที่สุด อย่างพลงใครค้านท่านฆ่า
นั้นเขา ก็ยังแต่งร่วมกับพี่ชาย ที่ชื่อว่า อรุณ สัมบุณณานนท์ ตัวของเพลงนั้นแสดงถึง ภาพคิดของคำรณ
ไว้อย่างเด่นชัด ครูไพบูลย์ บุตรขันธ์ เป็นอีกคนหนึ่งที่อยู่เบื้องหลัง

งานเพลงของคำรณ เป็นกำลังสำคัญ ในการถ่าย ทอดเรื่องราว ทางการเมืองของ คำรณ
นอกจากครูไพบูลย์ บุตรขันธ์ แล้วคนที่ แต่งเพลงป้อนให้กับคำรณ คนสำคัญก็คือ เสน่ห์ โกมารชุน ยังเป็น
คนให้ความคิดทางการเมือง และเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ ของคำรณด้วย ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมี
ป.ชื่นประโยชน์ สุรพล พรภักดี เป็นต้น

มิใช่มีเพียงเพลงสะท้อนภาพทางการเมืองเท่านั้น คำรณยังมีเพลงสะท้อนภาพชนชั้นล่าง
ในสังคม ทั่วไปอย่างเพลง ชีวิตครู คนขายยา คนเพนจร พ่อค้าหาบเร่ ชีวิตคนเครื่องไฟ ฯลฯ และแน่นอน
ในจำนวนนั้นเพลงที่กล่าวถึง ชาวนาชนชั้นล่าง ของประเทศ มาเป็นอันดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเพลง
ตาสีกำสรวลหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ชาวนากำสรวล ยอมดับคาดินเป็นต้น คอนเส็ปอย่างนี้ได้กลายมาเป็น
คอนเส็ปใน เพลงเพื่อชีวิตทุกวันนี้ แม้วงทัพหน้าอย่างคาราวาน จะไม่มีอิทธิพล ของ คำรณ แต่สำหรับ
วงดนตรี ยุคหลัง หลายวงต่างพยายามศึกษา ความเป็นไปของ ยุค เสน่ห์ - คำรณ อยู่ไม่ขาดสาย
อย่างโฮป คาราบาว คันไถ เป็นต้น

นอกจากเขา จะเป็นนักร้องเพลงการเมืองแล้ว คำรณ ยังเป็นพระเอก หนังหลายเรื่อง อย่างเช่น
ชายสามโบสถ์ รอยไถ เลือดทรยศ หญิงสามผัว เกวียนหัก ฯลฯ สมยศ ทัศนพันธ์ ขุนพลเพลงลูกทุ่งผู้ล่วงลับ
ไปแล้ว ได้กล่าว ถึงความเป็นไปอย่างโดดเด่น ของคำรณ ไว้ทำนองว่า เขาเป็นคนมีความเป็นศิลปินสูง
จึงอยู่ในวงดนตรีดุริยางค์ ทหารเรือ ร่วมกับตน ได้ไม่นาน ลูกคอ แบบชนบท ของคำรณ คือเสน่ห์ อย่างหนึ่ง
ที่ทำให้ ประชาชนนิยมชมชอบ เขามาก และ อีกประการ หนึ่ง ก็คือ ความถึงลูกถึงคน เมื่อมีเหตุการณ์ อะไร
เข้ามากระทบ เขามักจะร่าย ออกมา เป็นเพลง นิราเกลิง ในทันทีทันใด จะมีใครบ้าง ที่ บ้าทะลุดุดัน
เท่าคำรณ สัมบูณณานนท์ ท่ามกลาง ยุคมืด และผีมาก ตอนนั้น ใบหนาดยี่ห้อใด หนาที่ เขากินเข้าไป
จึงทำให้ เขาเก่งกล้าเกินคน

คำรณเสียชีวิต เมื่อ 30 กันยายน 2512 ด้วยโรคปอด รวมอายุได้ 48 ปี เท่านั้นเอง แม้ชีพ
เขาจะ สิ้นไปแล้ว แต่เพลงที่ร้องกันว่า"แกตายเสียแล้ว เสน่ห์-คำรณ ที่เคยเป็นคนโด่งดังเคยร้องเพลง
ติดตะรางใครก็ยังสงสัย " กลายเป็นเพลงที่หนุ่มสาวแก่เฒ่า ต่างร้องได้ แม้เป็นเพลงธรรมดาๆ
เพลงหนึ่ง แต่ใคร จะรู้ได้ว่าแฝงด้วยศรัทธา มากน้อยเท่าไร



โดย: สาวกสายัณห์ [21 เม.ย. 50 11:21] ( IP A:124.120.182.103 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน