สกอ.แย้ม 4 สถาบันของรัฐและเอกชน เปิดสอนสัตวแพทย์เถื่อน ส่งผลนักศึกษานับร้อยโดนลอยแพ
   สกอ.แย้ม 4 สถาบันของรัฐและเอกชน เปิดสอนสัตวแพทย์เถื่อน ส่งผลนักศึกษานับร้อยโดนลอยแพ
(Reader : 1387)
วันนี้ (21 มี.ค.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า จากกรณีปัญหานักศึกษาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องสภาวิชาชีพ เช่น หลักสูตรพยาบาล หลักสูตรเทคนิคการแพทย์ เป็นต้น ได้ออกมาร้องเรียนว่าสถาบันอุดมศึกษาเปิดสอนหลักสูตรโดยไม่ผ่านการรับรองจากสภาวิชาชีพ จนส่งผลให้นักศึกษาที่เข้าเรียนไม่สามารถจะไปสอบ เพื่อขอใบประกอบวิชาชีพได้ ซึ่งจนถึงขณะนี้สถาบันอุดมศึกษาบางแห่งยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้

ขณะเดียวกันสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)ในฐานะที่ดูแลสถาบันอุดมศึกษามีความกังวลและเป็นห่วงนักศึกษา ดังนั้นเมื่อต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา สกอ.จึงได้ทำหนังสือถึงสภาวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อขอรับทราบว่าสภาวิชาชีพต่าง ๆ มีมาตรการในการคุ้มครองนักศึกษาที่จะเข้าเรียนในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับสภาวิชาชีพอย่างไร
รศ.นพ.กำจร กล่าวต่อว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ทางสัตวแพทย์สภาได้มาหารือกับทาง สกอ.เรื่องการเปิดสอนหลักสูตรสัตวแพทย์ศาสตร์ของสถาบันอุดมศึกษา และมีการคุยกันเบื้องต้นทราบว่ามีสถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน จำนวน 4 แห่ง เปิดสอนหลักสูตรสัตวแพทย์ โดยไม่ผ่านการรับรองจากสัตวแพทย์สภา ซึ่งจะทำให้นักศึกษาเจอปัญหาเช่นเดียวกับนักศึกษาที่มาร้องเรียนในขณะนี้คือหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ หลักสูตรพยาบาล ที่นักศึกษาจะไม่สามารถสอบเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพได้ โดยสถาบันดังกล่าวเปิดสอนหลักสูตรสัตวแพทย์ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 มีนักศึกษาตั้งแต่ปี 1-3 รวมนักศึกษา 4 สถาบัน จำนวน 200 กว่าคน
อย่างไรก็ตามอีกไม่นานทาง สกอ.จะเชิญคณบดีสัตวแพทย์ของ 4 สถาบันมาคุยกัน เพื่อดูว่าแต่ละแห่งวางแผนหรือมีแนวทางที่จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร และดูว่าจะให้ สกอ.เข้าไปช่วยเหลืออะไรได้อย่างไรบ้าง.
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=38&contentID=128124

Posted by : หมอต่าน วัน/เวลา : 22/3/2554 19:07:31

ก็ได้ยินข่าวนี้มานานเป็นปีแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรอีกเหรอครับ ปัญหามันอยู่ สถาบันการศึกษาเอง หรือว่า มันอยู่ทีสัตวแพทยสภา กันแน่

เราคนนอกวง ก็เพียงแต่ได้ข่าวแว่วมาทางนั้นที ทางนี้ที ใครพอจะทราบระเบียบขั้นตอน รวมถึงกฏเกณฑ์ต่างๆ ในการขอรับรองบ้าง เอามาเผยแพร่หน่อย จะได้ทราบ ขั้นตอนและเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ เพราะเท่าที่ตามข่าวก็ทราบแต่เพียงว่า สถาบันนั้นได้รับรองแล้ว สถาบันนี้ได้รับรองแล้ว จริงๆ การประเมินเรื่องแบบนี้ น่าจะเปิดเผยเป็นสาธารณะนะครับ เพราะมีผลกับการเลือกเข้าศึกษาต่อ สภาฯ อยากให้ประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้มากกว่านี้ รวมถึงข้อมูลการประเมินด้วย

ส่วนแต่ละสถาบัน ก็น่าจะมีการแจ้งข่าวความคืบหน้าในการดำเนินการด้วย ก็น่าจะดี จะได้เข้าใจกันไม่สับสน ทั้งเป็นการฟังความสองข้างด้วย

ได้สกอ. มาเป็นตัวกลาง ถามความคืบหน้า อย่างนี้ก็ดี จะได้มีคนกระตุ้นการทำงานของทั้งสองข้าง อะไรที่ยังไม่เรียบร้อยจะได้รีบทำกันซะ อะไรที่ยังติดขัดจะได้แก้ไขกันซะ ปัญหาอยู่ที่ไหนก้จะได้แก้ อยู่ที่คนก็เปลี่ยนคนซะ เอาคนที่มีประสิทธิภาพมาทำแทน อะไรๆ จะได้เดินหน้าไปในทางที่ดี เป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป
Posted by :หมอนพอุดร วัน/เวลา :22/3/2554 19:48:50


แล้วเด็กที่เรียนไปแล้วล่ะ ทำไงดี
Posted by :ลอยแพ วัน/เวลา :22/3/2554 20:54:43


>>>> โดยสถาบันดังกล่าวเปิดสอนหลักสูตรสัตวแพทย์ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 มีนักศึกษาตั้งแต่ปี 1-3 รวมนักศึกษา 4 สถาบัน จำนวน 200 กว่าคน <<<<

เฉพาะ มทร.ศรีวิชัย ปี 1 - ปี ก็ 130 กว่าคน
ปีนี้อีก 50 คน ก็รวมเป็น 180 กว่าคนแล้ว

Posted by :หมอ วัน/เวลา :29/3/2554 11:00:42


http://www.thairath.co.th/content/edu/159278
Posted by :หมอ วัน/เวลา :29/3/2554 11:09:02


ไม่ต้องห่วงหรอก มี
พยาบาล
เทคนิคการเเพทย์
เป็นต้นเเบบอยู่
ก็ค่อยไปเรียนเพิ่มที่สถาบันที่เขารับรองเเล้วกัน
เป็นหมอเเน่เเต่ใช้เวลามากกว่าที่อื่น
Posted by :vw วัน/เวลา :29/3/2554 12:45:21


ในข่าวไม่มีคำว่าเถื่อน แล้วคำว่าเถื่อนหมายถึงผิดกฏหมาย แต่ทางสถาบันไม่ได้ทำอะไรผิดกฏหมาย ก็ทำเป็นขั้นเป็นตอน แถมทุกสถาบันยังพยายามปรับปรุงแก้ไข ให้ตรงตามเงื่อนไขของสัตวแพทยสภาที่ออกมาบังคับย้อนหลัง ทั้งๆที่กฏหมายบังคับย้อนหลังไม่ได้อีกต่างหาก ระวังจะโดนฟ้องนะครับ ...
Posted by :หมอหมาหมา วัน/เวลา :29/3/2554 15:02:10


หลักคือ

ต้องให้สัตวแพทยสภารับรองก่อน 180 วัน หรือ 6 เดือน
ก่อนเปิครับรับสมัครนักศึกษา


จบข่าว
Posted by :จบข่าว วัน/เวลา :29/3/2554 22:30:29


ไม่รู้จะทะเลาะกันทำไม เด็กเขาสมยอมไปเรียนเองก็ต้องยอมรับผลที่จะเกิดขึ้น
บางคนก็ยอมปิดตาข้างหนึ่ง
เสี่ยงเรียนดีกว่าไม่มีที่เรียน
ของเเบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอก
เเละก็ในอนาคตสถาบันนี้ก็น่าจะได้รับรองเเน่นอน
ก็หวังว่าที่อื่นจะไม่เปิดอีก เอาเท่านี้ก็พอเเล้ว
ให้ดูอย่างหมอคนมีเอกชน 1ที่
เขาขาดเเคลนทุกปีไม่เห็นผลิตมาก ไม่เห็นออกมาเรียกร้อง สภาหมอคนเขามีวิธีสะกัดดาวรุ่งอย่างไรไปหาข้อมูลเอา
สภาเขาเเข็งเเกร่งมาก ดูอย่าง ngo เอาพรบ.ชดเชยค่าเสียหายทางการเเพทย์มาชนทำท่าว่าจะเเพ้เเต่เขาพลิกกลับมาเป็นต่อได้

ยังหน้าหงายกลับไปเลยเเม้เขาจะพยายามหลายครั้งก็ตาม



Posted by :vet วัน/เวลา :29/3/2554 23:05:38


ถ้าสัตวเเพทย์ขาดเเคลนจริง รัฐบาลคงออกค่าเรียนให้เเล้วไปใช้ทุน เเล้วถ้าผลิตออกมามากก็ไม่ได้มีอำนาจต่อรองเหมือนหมอคน อะไรที่เรียกร้องไปใช่ว่ารัฐบาลจะฟัง หวัดนกเขายังฟังหมอคนมากกว่าเสียอีก
Posted by :เบื่อหน่าย วัน/เวลา :29/3/2554 23:12:45


http://www.pigzaa.com/board/index.php?topic=96.0

รศ.ประชีพ ชูพันธุ์ อธิการบดี มทร.ศรีวิชัย กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2554 นี้ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย จะเปิดรับนักศึกษาต่อไป เพราะขณะนี้ไม่มีสถาบันอุดมศึกษาใดในภาคใต้ที่ผลิตบัณฑิตคณะสัตวแพทย์เลย ขณะเดียวกันสัตวแพทย์ยังขาดอีกมาก ต้องเร่งผลิต ดังนั้นเราต้องทำให้ดีที่สุด และให้การผลิตเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สัตวแพทยสภากำหนด ทั้งนี้ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย รับนักศึกษามาตั้งแต่ ปี 2551โดยรับปีละ 48 คน และในเร็ว ๆ นี้มหาวิทยาลัยจะเสนอแผนพัฒนาคณะและหลักสูตร ให้สัตวแพทยสภาเข้ามาประเมิน และมั่นใจว่าจะผ่านการรับรอง เพราะเรามีความพร้อมระดับหนึ่งแล้ว คือ มีโรงพยาบาลสัตว์เล็กที่กำลังจะปรับปรุงเป็นโรงพยาบาลสัตว์ใหญ่ มีอาคารเรียนร่วม มีห้องปฏิบัติ และมีอาจารย์ที่มีคุณภาพ


Posted by :ใหม่ วัน/เวลา :6/4/2554 11:07:17


สัตวแพทย์สภาฯ ที่ไปตรวจเยี่ยม คณะสัตวแพทย์ มทร.ศรีวิชัย คงเห็นความพร้อม ของสถานศึกษา ทั้งอาคาร ห้องปฏิบัติการ คณาจารย์ โรงพยาบาล ฯ แล้ว คาดว่าคงมิมีปัญหาในการรับรอง เพราะปี 2554 นศพ. ก็ขึ้นปีที่ 4 แล้ว

(รวม นสพ. ตามที่ ท่านประชีพบอก รับปี ละ 48 คน ก็จะมี นสพ. 192 คน ซึ่งยังคงไม่พอต่อการบริการประชาชนอยู่ดี การที่ ท่านจะเร่งผลิต ก คงไม่เกินความจริง นะครับ )

เพราะปัจจุบัน น้อง ๆ นศพ. ก็ไปออกค่าย ฉีดยาให้กับสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านแทบทุกเดือน

Posted by :หมอจรูญ วัน/เวลา :6/4/2554 11:34:44


การดำรงความเป็นเอกราชของประเทศไทย
และคงไว้ซึ่งเจตนารมอันเข้มแข็งนั้น

นายสัตวแพทย์_ชั้น_หนึ่ง(1)
ต้องมีเพียง_6_สถาบันเท่านั้น !!!!


ถ้ามหาลัยไหนจะเปิดใหม่
ต้องเป็นสัตวแพทย์_ชั้น_สอง(2)_เท่านั้น !!!!


มติสวรรค์...
Posted by :มติสวรรค์... วัน/เวลา :6/4/2554 11:59:23



ถึงหมอจรูญครับ
ฝากท่านประชีพด้วยว่า นศ. ที่เรียนปัจจุบันจบมาแล้ว
ท่านจะบรรจุเข้ารับราชการเพื่อบริการประชาชนแถวนั้นหมดรึเปล่าครับ ถ้าไม่ จบแล้ว นักศึกษาจะไปใหนครับ
ก็เข้าสู่วังวนเดิม คือเริ่มจากเป็นหมอรับจ้าง ตามคลินิค กับบริษัทเอกชน พอทำไปทำมา ก็ต้องมาเปิดคลินิคสัตว์เล็กอีก เพราะจะออกไปบริการประชาชนแบบนั้นรายได้มันไม่พอยาใส้ครับ

Posted by :หมอต่าน วัน/เวลา :6/4/2554 13:12:13


เเล้วจะเอายังไงกับนักศึกษาที่ยืนยันสิทธิในปี 2554 ไปแล้ว บางคนก็จ่ายเงินไปแล้วด้วย จะขอเงินกลับจะได้มั้ย เพิ่งทราบรายละเอียดข่าวเมื่อไม่นานนี้ หรือจะมีวิธีการเเก้ไขสำหรับนักศึกษา ปีนี้หรือปีก่อนๆ อย่างไรบ้างครับ
Posted by :Peach วัน/เวลา :10/4/2554 22:21:00


รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา ร้องเรียนว่ามหาวิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตรที่ไม่ผ่านการรับรองจากสภาการพยาบาล ว่า สกอ. ได้เชิญผู้แทนจากสภาการพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี มหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนที่เปิดสอนหลักสูตรพยาบาล มาหารือ เพื่อเยียวยานักศึกษากลุ่มดังกล่าว ซึ่งที่ประชุมเห็นตรงกันว่าจะต้องช่วยเหลือนักศึกษาอย่างเร่งด่วน โดยมีแนวทางการช่วยเหลือ 2 แนวทางคือ 1.การเทียบโอนหน่วยกิต โดยขอความร่วมมือจากคณะพยาบาล สถาบันต่าง ๆ ซึ่งเบื้องต้นวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี 29 แห่ง จะรองรับได้แห่งละ 3-5 คน โดยนักศึกษาต้องเรียนใหม่ทั้งหมด และวิทยาลัยนครราชสีมา จะเข้ามาช่วยดูแลค่าใช้จ่ายให้แก่นักศึกษาทั้ง 293 คน

รองเลขาธิการ กกอ. กล่าวว่า แนวทางที่ 2 ให้คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา เปิดสอนใหม่ แต่ต้องหารือกับสภาการพยาบาลและสกอ. เพื่อการจัดการเรียนการสอนให้ได้มาตรฐาน โดยให้เปิดรับเฉพาะนักศึกษาปี 1 เท่านั้น ซึ่งแนวทางนี้ทำได้ไม่ยากนัก เพราะหลักสูตรมีอยู่แล้วเพียงแต่ต้องปรับปรุงด้านกายภาพและจำนวนอาจารย์ผู้สอนให้ได้มาตรฐาน ตามที่สภาการพยาบาลกำหนด


อยากให้นักเรียนและผู้ปกครองศึกษาและสอบถามข้อมูลที่ชัดเจนก่อนที่จะเลือกเข้าเรียน โดยสามารถสอบถามมาได้ที่สกอ. ซึ่งเราต้องการจัดระบบการดูแลการจัดการศึกษาที่มีมาตรฐานและคุ้มครองนักศึกษาให้ได้มากที่สุดรศ.นพ.กำจร กล่าว.


Posted by :กรณีศึกษา น่าจะเป็นไปในเเนวทางเดียวกัน วัน/เวลา :10/4/2554 22:36:33


นักศึกษา 2554 หมดสิทธิแน่นอนและต้องลงนามรับสภาพตั้งแต่ต้นด้วยหากยังต้องการที่จะเรียนต่อ

กรณีเดียวที่นักศึกษาปี 54 จะมีสิทธิในการสอบคือ ปริญญาของสถาบันนั้นต้องได้รับการรับรอง (ทั้งหลักสูตรและสถาบัน) และนั่นคือต้องมีการตรวจรับรองโดยเร็วก่อนที่จะเปิดเรียน
Posted by :พีรศักดิ์ วัน/เวลา :10/4/2554 23:20:19


หมอจรูญ นี้คืออมอจรูญ ที่หาดใหญ่ไหม ถ้าใช่ ก็เสียดายจัง เพี้ยนไปแล้ว
Posted by :หมออาวุโส วัน/เวลา :11/4/2554 7:12:20


มติสวรรค์นี่ก็ พาล ไปเรื่อย เขาไม่ได้ ว่า น้องๆ อีก 4-5 ที่ สถาบันซะหน่อย อกจะห่วงใยด้วยซ้ำ ว่าจะถูกหลอก ลอยแพ เพราะ ปัญหามันก็ เกิดที่ สถานศึกษา ไม่ใช่ว่า คน รุ่น ก่อน ๆ หรีือ อีก 6 สถาบันไป กีดกันวะหน่อย
Posted by :หมอโหด วัน/เวลา :11/4/2554 17:22:09


ทำมั้ยผู้ใหญ่ถึงไม่นึกถึงความรู้สึกของเด็กบ้าง ขัดกันไปเเย้งกันมา ทำมั้ยไม่เอาเวลามาช่วยกันคิดหาทางออกหรือวิธีการเเก้ไข รู้ครับว่าทุกคนเก่งเเต่ควรจะใช้ความเก่งให้เป็นประโยชน์เพื่อส่วนร่วมจะได้ช่วยกันพัฒนาวงการสัตวแพทย์ให้มีคุณภาพต่อไปจริงมั้ยครับ
Posted by :Peach วัน/เวลา :13/4/2554 19:37:58


ถึง Posted by :Peach วัน/เวลา :13/4/2554 19:37:58

รู้หรือไม่ว่ากว่าจะมี พรบ.วิชาชีพการสัตวแพทย์ 2545
พวกผู้เฒ่า-ผู้แก่ในวิชาชีพสัตวแพทย์
ต้องเลือดตาแทบกระแดน..ขนาดใหน

ความเข้มแข็งของวิชาชีพสัตวแพทย์
คือความเด็ดเดี่ยวและยืนหยัดมั่นคง
ในเจตนารมณ์ของบรรพบุรษสัตวแพทย์

ขอให้เข้าใจว่า..วงการสัตวแพทย์ไทย

ไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองแน่นอน....




Posted by :มั่นคงในเจตนารมณ์ของบรรพบุรษสัตวแพทย์ วัน/เวลา :13/4/2554 20:16:09


โดย: นายนพ [15 พ.ค. 54 10:20] ( IP A:223.205.234.227 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ถ้าต้องเป็นเหมือนของพยาบาลก็ไม่ไหวนะ

ที่ต้องเอาไปฝากเรียนไปทั่ว

คนเข้ามาคะแนน13000 กว่าๆ มาเรียนกับคนคะแนน 19000 กว่าๆ

งั้นต่อไปก็สมัครเรียนมอไหนก็ได้ที่เปิด ถ้าไม่ผ่านเดี่ยวเค้าก็ย้ายไปมอดีๆให้เองหรอครับ
Posted by :^^ วัน/เวลา :19/4/2554 10:02:26


งั้นคนที่มีคะแนน18000กว่าๆอยากเรียนสัตวแพทย์แต่คะแนนไม่ถึงเลยต้องไปเรียนอย่างอื่นอยู่อ่ะ ช่วยเปล่า
Posted by :หมอบ้านนอก วัน/เวลา :19/4/2554 13:11:22


จริงๆแล้วคะแนนสอบเข้าเป็นแค่ปัจจัยในการพิจารณาเข้าไม่ค่อยสำคัญอะไรมาก

เป็นแค่เกณฑ์ในการวัดแค่ในระดับหนึ่งซึ่งไม่ใช่ทั้งหมดเสมอไป

สอบเข้ามาได้ที่1ของรุ่นคะแนนเยอะสุด สุดท้ายจบปริญญาด้วยเกรด2.8กว่าๆ

ส่วนบางคนที่สอบเข้ามาได้เกือบที่ท้ายๆ จบเกียรตินิยมก็หลายคน

มันขึ้นอยู่กับความตั้งใจใฝ่รู้ ขึ้นกับตัวผู้เรียนและมาตรฐานในการสอนของแต่ละสถาบัน สถาบันไหนเคี่ยวๆกดคะแนนเด็กมากเด็กตั้งใจอ่านตั้งใจเรียนมาตรฐานมันก็ต่างกันกับสถาบันที่ปล่อยเกรด อันนี้ก็เป็นอีกปัจจัย

สรุปแล้วมันก็ไม่ค่อยแน่เท่าไหร่เอาแน่เอานอนไม่ได้หรอกสำหรับคะแนนสอบเข้า แค่วัดว่าเด็กขยันตั้งใจเรียน มีพื้นฐานการเรียนOKพอที่จะเรียนต่อในสาขาวิชาชีพหรือไม่

และถึงแม้ว่าคนที่จบมาด้วยเกรดสวยหรู เค้าอาจจะเก่งแง่ชิชาการ พอลงงานเข้าจริงๆอาจทำงานไม่สู้คนที่เกรดน้อยกว่าก็ได้ทักษะบางคนก็ต่างกัน

สรุปได้ว่าต้องหัวไวใจสู้รู้งาน ไม่ใช่ว่าอยากเรียนๆอย่างเดียวจะเรียนให้ได้พอมาเรียนแล้วขึ้นชั้นคลินิกติดรายวิชาระนาวอย่างนี้ก็แย่นะ โดยเฉพาะรุ่นใหม่ๆความรู้ใหม่ๆมันก็จะเยอะขึ้นด้วย
Posted by :ฝากให้คิด วัน/เวลา :19/4/2554 18:21:11


ขอให้ขึ้นคลินิกแล้วติดระนาวจริงเถอะ ไม่ใช่ช่วยกันจนผ่านหมด บางที่ยังเกรดสามกว่าทั้งคณะ โอ้เหลือเชื่อ
คนตั้งใจติวจนสอบติดที่คะแนนสูงได้ก็เสียกำลังใจหมด คนที่ติดมอเข้มๆ โดนเปอร์โดนไทร์เพื่อคุณภาพ เค้าจะคิดยังไง เพราะจบมาเกรดสู้มอเข้าง่ายไม่ได้ หรือโดนไทร์ไปซะก่อน ผิดกับบางที่ที่เรียนไปแบบหมดห่วง เหนื่อยก็พัก เกรดเท่ากันอีกมอนึงโดนไทร์อีกมอเรียนต่อได้ วิชานี้ตกติดเอฟมอนึงเปิดซัมเมอร์ อีกมอไม่เปิด วิชานี้เป็นตัวต่อของอีกตัวแต่มอนั้นเรียนข้ามได้ทั้งที่ยังติดตัวเงื่อนไข อีกมอเข้มมากข้ามไม่ได้เลย
แบบนี้มันจะเท่าเทียมกันได้ยังไง ในความพยายามของคน หรือเพราะการเลือกมหาวิทยาลัย ทำให้เค้าพลาด น่าจะเลือกมอที่จบง่ายกว่า
Posted by :มันไม่เท่ากันหรอก วัน/เวลา :20/4/2554 2:00:41


เข้าตำรา เรียนเรียนลอกลอกไปนอกก็เยอะ ยิ่งเรียนยิ่งเลอะสะเออะมาคุย เรียนเรียนลุยลุยไปคุยโรงพัก เรียนเรียนรักรักไปพักโรงแรม
Posted by :หมอนอกเมือง วัน/เวลา :20/4/2554 10:01:56


ตามความเข้าใจของผม ในตอนนี้นะครับ เข้าใจว่า

1.ปริญญาสัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต ของบางมหาวิทยาลัย หรือ ทุกมหาวิทยาลัย (ไม่แน่ใจ) ได้รับการรับรองอะไรซักอย่างจาก กพ. แล้ว ซึ่งหมายความว่า สามารถเข้าบรรจุในราชการทั้งส่วนกลางและ ส่วนท้องถิ่นได้ มีอัตราเงินเดือนอ้างอิงให้แล้ว

2.ปัญหาที่เป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ คือ ส่วนของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ เท่านั้น ซึ่ง จะเกี่ยวข้องกับ พรบ.วิชาชีพการสัตวแทพย์ ที่มี สัตวแพทยสภาเป็นผู้ดูแล

หาก มองในข้อที่ 1 ก็แสดงว่า คนที่จบ ปริญญาสัตวแพทยศาสตร์บัญฑิต จาก มหาวิทยาลัยที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากสัตวแพทยสภา ก็ย่อมมีสิทธิ์ ใช้ปริญญานี้ สมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ ทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่นได้ หากเข้าไปทำงานในส่วนราชการได้ เขาก็สามารถทำงานเป็นสัตวแพทย์ได้อย่างเต็มศักดิ์ศรี ของสิทธิ์ในปริญญานั้น ตามข้อยกเว้น ใน พรบ.วิชาชีพการสัตวแพทย์ ได้ใช่มั๊ยครับ

ยังไงผมก็ว่ามันดูแปลกๆ พิกลอยู่ ตอนนี้ มี หน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้อง แล้วอย่างน้อย สามหน่วยงาน มี มหาวิทยาลัย(ซึ่งก็มีพรบ.ของตัวเอง) มีสำนักงาน กพ. และ สัตวแพทยสภา มีบางหน่วยงานยอมรับ แต่บางหน่วยงานยังไม่ยอมรับ ดูการทำงานเกี่ยวกับระบบการศึกษาของประเทศเรามันดูสับสน ซ้อนทับกัน แปลกๆไงไม่รู้นะครับ มิน่า จึงพากันพูดว่า ระบบการศึกษาไทยมันล้มเหลว

ส่วนเรื่องคนจบ มาแต่ละมหาวิทยาลัย หลายคนมองว่า ไม่ได้มีมาตรฐานเดียวกัน ก็ด้วยความรู้สึก และ ความเห็นนี้นั่นหล่ะครับ ที่ผมเห็นว่า นักศึกษา ทุกมหาลัย ควรต้องได้รับการทดสอบ ด้วยการทดสอบเดียวกัน เพื่อให้จบออกมาด้วยมาตรฐานเดียวกัน สัตวแพทยสภาควรมาทุ่มเท กับตรงนี้มากกว่า เพื่อลดคำครหาเกี่ยวกับคุณภาพของบัณฑิตสัตวแพทย์ไทย ส่วนการเปิดการเรียนการสอนน่ะ ให้เป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษาเขาทำไป น่าจะดีกว่า ผมจึง ได้เสนอแนวคิด ให้เปิดเสรีไปเลย ใครอยากสอนก็เปิดไป แต่จะเรียนได้ เรียนจบหรือไม่ คุณต้องผ่านการทดสอบจากสัตวแพทยสภาเสียก่อน ใครไม่ผ่าน ก็ไม่มีสิทธิ์ใช้วุฒิ"สัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต" ผมว่าน่าจะเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกจุดกว่า

และผมคิดว่า มันใช้ได้กับการศึกษาทุกระดับ เพราะครูจะตั้งใจสอนนักเรียนในระบบมากขึ้น มากกว่าที่จะไปใส่ใจทำผลงานเพื่อขอเลื่อนตำแหน่ง เลื่อนขั้นเงินเดือน ตามระบบปัจจุบัน ก็ลองดูซีครับว่า ถ้าเอาคะแนนนักเรียนที่ครูคนนั้นๆ สอน มาเป็นตัวชี้วัดผลงานของครู แล้ว ครูจะไม่ตั้งใจสอนให้นักเรียนรู้และทำได้ตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่ตั้งไว้ และคนทดสอบความรู้นี้ ก็ไม่ใช่ครูในสถาบันการศึกษานั้น แต่เป็นองค์กรกลาง และใช้ มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ผมว่าระบบการศึกษาของไทยจะพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วมากๆ ไม่น่าจะเกินกว่า 6 ปี ในระยะ 4 ปีของการเป็นรัฐบาลตามวาระ นี่น่าจะเห็นผลแล้ว ด้วยซ้ำไป หรือ หากมองแคบมาที่ วิชาชีพเรา ก็แทบจะเห็นผลได้ปี แรกแล้วด้วยซ้ำไป เพราะกรองคนที่จะจบออกมาได้ด้วยมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่ว่าให้จบมาแล้วค่อยกรองแยกมาตรฐานทีหลัง ซึ่งปัญหาคนที่ไม่ผ่านการกรอง ก็จะตกเป็นปัญหาสังคมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ (คือจะมีคนที่จบสัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต ที่ไม่ได้ทำงานราชการ ล่องลอยอยู่ในสังคม สัตวแพทย์ จะเป็นหมอก็ไม่ได้ แต่ใครๆ ก็คงเรียกว่าหมอ แล้วมันจะเป็นยังไงต่อไปนะ สัตวแพทยสภา มีแผนรองรับเรื่องนี้อย่างไร หรือว่าไม่เกี่ยวกับสัตวแพทยสภา เพราะไม่ใช่สมาชิกสัตวแพทยสภาอย่างนั้นหรือ)
Posted by :หมอนพอุดรแอร์พอร์ท วัน/เวลา :21/4/2554 2:14:15


หมอแก้ว ครับ สัตวแพทย์ที่จบจากสถาบันที่สัตวแพทย์สภา ไม่รับรองเข้ารับราชการได้จริงหรือไม่ ช่วยตอบที เพื่อยุติเรื่องนี้
Posted by :หมออวุโส วัน/เวลา :21/4/2554 7:24:02


ถ้าเปิดคณะสัตวแพทย์แบบเสรีแล้วเด็กมาเรียนจนจบแต่ไม่ผ่านการทดสอบจากสัตวแพทยสภาไม่มีปัญหาอีกหรือครับ แล้ววิธีการรับนักศึกษาเข้ามาเรียนถ้าใช้วิธีเดียวกันทุกมหาวิทยาลัยเด็กที่อยากเรียนแต่คะแนนไม่ถึงก็ไม่ได้เรียนอยู่ดี
Posted by :หมอนอกเมือง วัน/เวลา :21/4/2554 10:48:45


ถ้าเปิดคณะสัตวแพทย์แบบเสรีแล้วเด็กมาเรียนจนจบแต่ไม่ผ่านการทดสอบจากสัตวแพทยสภาไม่มีปัญหาอีกหรือครับ แล้ววิธีการรับนักศึกษาเข้ามาเรียนถ้าใช้วิธีเดียวกันทุกมหาวิทยาลัยเด็กที่อยากเรียนแต่คะแนนไม่ถึงก็ไม่ได้เรียนอยู่ดี
Posted by :หมอนอกเมือง วัน/เวลา :21/4/2554 10:48:45


หมวด ๕
การควบคุมการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์


มาตรา ๒๙ ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ หรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพดังกล่าว โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตจากสัตวแพทยสภา เว้นแต่ในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(๑) การประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ที่กระทำต่อสัตว์ของตนเอง ยกเว้นกรณีเป็นการเลี้ยงสัตว์เพื่อการพาณิชย์โดยมีขนาด ชนิด และจำนวนสัตว์ตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๒) การรักษาพยาบาลสัตว์ โดยไม่รับสินจ้างรางวัล และการกระทำดังกล่าวต้องมิใช่เป็นการกระทำทางศัลยกรรม การใช้รังสี การฝังเข็มเพื่อบำบัดโรคหรือระงับความรู้สึกหรือให้ยาควบคุมพิเศษ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หรือยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นแล้วแต่กรณี
(๓) นักเรียน นักศึกษา หรือผู้รับการฝึกอบรมซึ่งทำการฝึกหัดหรือฝึกอบรมในความควบคุมของสถาบันการศึกษาวิชาสัตวแพทยศาสตร์ของรัฐ หรือที่ได้รับอนุญาตจากทางราชการให้จัดตั้งสถาบันการศึกษาหรือสถาบันทางสัตวแพทย์อื่นที่สัตวแพทยสภารับรอง ทั้งนี้ ภายใต้ความควบคุมของเจ้าหน้าที่ผู้ฝึกหัดหรือผู้ให้การฝึกอบรมซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์
(๔) ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรม เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด หรือสภากาชาดไทย ซึ่งกระทำการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ตามอำนาจหน้าที่หรือตามที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานดังกล่าวมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร
(๕) บุคคลซึ่งกระทรวง ทบวง กรม เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด หรือสภากาชาดไทย มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
(๖) การประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ของที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญของทางราชการหรือผู้สอนในสถาบันการศึกษาหรือสถาบันทางสัตวแพทย์อื่นที่สัตวแพทยสภารับรอง ซึ่งมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ของต่างประเทศ ทั้งนี้ โดยอนุมัติของคณะกรรมการ

Posted by :หมอนพอุดรแอร์พอร์ท วัน/เวลา :21/4/2554 10:49:01


หลายๆ คนอาจจะเข้าใจว่า การเปิดเสรี ที่ผมเสนอความเห็นไป น่ะ จะทำให้มีคนจบมามากมาย ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ตามความคิดของผมหมายความว่า ใครอยากมาเรียนก็มาเลย แต่การจะผ่านขึ้นไปเรียนแต่ละระดับ คุณต้องสอบให้ผ่านการสอบวัดความรู้ของสัตวแพทยสภาเสียก่อน อาจจะว่ากันเป็นปีๆ หรือเป็นวิชาๆ ไปเลยก็ได้ นักศึกษาสัตวแพทย์ทุกคนในประเทศไทย จะผ่านการกลั่นกรองมาตรฐานความรู้ด้วยตะแกรงอันเดียว ความถี่ห่างของตะแกรงเท่ากันหมด ไม่ใช่ บางที่ใช้ตะแกรงห่าง บางที่ใช้ตะแกรงถี่ ตามที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

คนที่ผ่านการกรองขั้นสุดท้ายเท่านั้น ที่จะมีสิทธฺใช้วุฒิการศึกาษา "สัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต" ได้ แนวความคิดของผมเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าเปิดเสรีแล้ว ให้จบอย่างเสรีนะครับ ต้องมีการควบคุมการจบออกมา ให้ได้มาตรฐาน เดียวกัน ด้วยการวัดของสัตวแพทยสภาแห่งเดียยวเท่านั้น

หากทำได้อย่างนี้ ผมว่าจะมีข้อดีหลายอย่างเกิดขึ้น

1. มาตรฐานความรู้สัตวแพทย์ไทยจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกันทั้งประเทศ

2.สามารถกำหนดมาตรฐานสถาบันการศึกษาได้ว่ามีมาตรฐานมากน้อยแค่ไหน หากใครสอนนักศึกษาให้มีความรู้สอบผ่านได้มาก ก็บ่งบอกได้ว่า มีมาตรฐานทางการศึกษาสูง ใครสอนนักศึกษาแล้วสอบผ่านได้น้อยก็บ่งบอกมาตรฐานได้ว่า ความสามารถในการเรียนการสอนต่ำ ต้องให้มีการปรับปรุง หากทำไม่ได้ โดยดูจากการสอบผ่านของนักศึกษาในแต่ละระดับ ก็ไม่รับรองมาตรฐานให้ หรือ ปล่อยไว้ยังได้เลย เพราะคนที่เลือกมาเรียนก็จะเป็นคนตัดสินใจได้เองว่าจะเรียน ที่นี่หรือไม่ ก็เหมือนที่พวกเราเลือกที่จะสอบเข้าเรียนโรงเรียนดีๆ มหาลัยดีๆ นั่นหล่ะครับ หากเข้าเรียนที่ดีๆได้ ก็ย่อมมีโอกาสสอบผ่านได้มาก หากเรียนในที่ไม่ได้มาตรฐานก็ต้องรู้ตัวทั้งคนเรียนและคนสอนว่าต้องพยายามให้มากๆ จึงจะสอบผ่านได้ ผมว่าเป็นการให้โอกาสคนในการศึกษานะครับ ผมอยากให้ระบบการศึกษาของบ้านเราเป็นอย่างนั้น

3.สถาบันการศึกษาต่างๆ อาจไม่จำเป็นต้องลงทุนจัดการเรียนการสอนให้ครบทั้ง 6 ชั้นปี ก็ได้ ทุ่มเทไปที่ระดับใดระดับหนึ่งให้ดีให้สุดยอดก็ได้ เพราะคนที่สอบผ่านการทดสอบของสัตวแพทยสภาได้ ผมว่า ไม่น่าจะยากที่จะหาที่เรียนต่อในระดับสูงขึ้น ความชำนาญในการจัดการเรียนการสอนในแต่ละระดับ ผมว่าน่าจะมีมากกว่าในปัจจุบันนี้ด้วยซ้ำไป ในความเห็นผมนี่จึงเรียกได้ว่า มีอิสระในการศึกษาทุกอย่างอย่างแท้จริง

4.ปัญหาคนที่จบสัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต แต่ไม่ได้รับใบอนุญาต ก็จะไม่มี เพราะคนที่สอบผ่านการทดสอบของสัตวแพทยสภาในระดับสุดท้ายเท่านั้นจึงจะจบได้ปริญญานี้ และ ได้รับใบอนุญาตไปพร้อมกันด้วย เพราะสอบผ่านการวัดความรู้มาตลอดแล้วนี่ครับ ไม่น่าจะมีใครตั้งข้อกังขาในมาตรฐานความรู้ของเขาได้ ถ้ามีคนที่ต้องรับผิดชอบคือสัตวแพทยสภาต่างหาก เพราะเป็นคนตั้งเกณฑ์วัดแล้วให้เขาผ่านมาได้ จะไปโทษคนที่จบออกมาไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ปัญหาบัณฑิตสัตวแพทย์แต่ไม่มีใบอนุญาตก็จะไม่มี ปัญหาหมอเถื่อน ก็จะลดลงไม่เพิ่มมากไปกว่าปัจจุบัน
















Posted by :หมอนพอุดร วัน/เวลา :21/4/2554 11:18:20


แล้วระหว่างการไม่เปิดที่ให้เรียนกับให้มาเรียนแล้วไม่ให้จบล่ะอย่างไหนมีผลกระทบน้อยกว่า
Posted by :หมอนอกเมือง วัน/เวลา :21/4/2554 11:51:55


ในความเห็นผม หาสถาบันใดประเมินว่าตนมีความพร้อม มีความสามารถที่จะทำได้ ก็ควรจะมีอิสระในการที่จะเปิดสอนหลักสูตรใดก้ได้ เป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับคนทุกคนมีสิทธฺและเสรีภาพอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ

ส่วนคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ของสัตวแพทยสภา แต่ผ่านเกณฑ์ของสถาบันการศึกษา ก็อาจได้รับปริญญาอื่นไป ที่ไม่ใช่ สัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต


Posted by :หมอนพอุดรแอร์พอร์ท วัน/เวลา :21/4/2554 13:33:01


ส่วนคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ของมหาลัย เขาก็มีระเบียบการดำเนินการปกติตามที่เป็นมาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการรีไทด์ การรีเกรด เป็นต้น

จำได้ว่า ตอนผมสอบตก ไม่สามารถเรียนวิชาต่อไปได้ หรือเรียกว่า เปอร์ นั้นหล่ะครับ เคยมีอาจารย์ฝ่ายวิชาการ มาเสนอให้ผมเอาวุฒิวิทยาศาสตร์บัณฑิต โดยเรียนเพิ่มอีกไม่กี่ตัว แต่ผมไม่เอา จบช้าหน่อยแต่ก็ให้จบสัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต ดีกว่า ผมจึงมีความเห็นว่า ใครไม่ผ่านการสอบวัดความรู้ของสัตวแพทยสภา ก็ต้องได้รับปริญญาอื่นไป ไม่ใช่ สัตวแพทยศาสตร์ บัณฑิต

แน่นอนว่า การสอบวัดความรู้ควรทำหลายระดับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาก้บคนที่สอบไม่ผ่าน อาจต้องวัดกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งเลย ค่อยๆ สอบผ่านขึ้นมาเรื่อยๆ เด็กเขาจะได้ตัดสินใจได้ว่าจะเดินทางสายนี้ต่อหรือไม่ เขาจะรู้ตัวของเขาเองทุกๆปี ถ้าไหวเขาก็สู้ต่อ ถ้าไม่ไหวก็เปลี่ยนสายใหม่ ไม่เสียเวลามากเกินไป
Posted by :หมอนพอุดรแอรพอร์ท วัน/เวลา :21/4/2554 13:42:26


หากมองในแง่เศรษกิจของมหาวิทยาลัย หากต้องการให้มีนักศึกษาคงอยู่มากๆ ก็ต้องทำให้นักศึกษาสอบผ่านมากๆ นั่นก็หมายถึงต้องปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอน อยู่ตลอดเวลานั้นเอง

ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ทั้งตัวนักศึกษา มหาลัย และมาตรฐานของวิชาชีพ ผมเห็นว่าอย่างนั้น
Posted by :หมอนพอุดรแอรพอร์ท วัน/เวลา :21/4/2554 13:45:50


เราแนะนำให้ออกกฎว่า ผู้ที่จะเปิดคลินิกต้องมีประสบการณ์อย่างน้อยก่อน 3 ปี ดีไหม
หรือจบมาอย่างน้อย 3 ปี ถึงเปิดได้
เพื่อป้องกันเด็กจบใหม่แห่กันไปเปิดคลินิก
รักษาผ่าตัดก็ไม่เป็น แต่ไม่อยากเรียนรู้
คลินิกก็เปิดง่ายเหลือเกิน มีมากกว่าเซเว่นอีกมั้ง
ส่วน รพส. ก็หาหมอวุ่นวาย ไม่มีใครมาสมัคร
ถ้ามีกฎนี้ เด็กจบใหม่ก็ต้องหางานทำก่อน
ได้ผล 2 อย่างคือ 1.ควบคุมจำนวนคลินิค
2.ได้หมอที่มีคุณภาพออกมาทำงาน
Posted by :หมอใหม่ วัน/เวลา :22/4/2554 10:21:49


ผมเห็นว่า มันจะขัดกับรัฐธรรมนูญ นะครับ ในเรื่องสิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ

และคิดว่า ไม่ใช่วิธีการันตีได้เลยว่า จะได้หมอที่มีคุณภาพออกมา

แม้จะเห็นไม่ตรงกัน แต่ก็ดีใจนะครับที่เราทุกคนช่วยกันคิด ช่วยกันแสดงความคิดเห็น
Posted by :หมอนพอุดรแอร์พอร์ท วัน/เวลา :22/4/2554 17:54:22


---------
หมอแก้ว ครับ สัตวแพทย์ที่จบจากสถาบันที่สัตวแพทย์สภา ไม่รับรองเข้ารับราชการได้จริงหรือไม่ ช่วยตอบที เพื่อยุติเรื่องนี้
Posted by :หมออวุโส
วัน/เวลา :21/4/2554 7:24:02
---------
ตอบคุณหมออาวุโสนะครับ
เพิ่งเข้ามาเห็นคำถามนะครับ

หากสถาบันไม่ได้รับการรับรอง สัตวแพทย์ที่จบออกมาได้ปริญญาสัตวแพทยศาสตรบัณฑิตที่มหาวิทยาลัยนั้นประสาทให้

ประกอบวิชาชีพไม่ได้เนื่องจากไม่เข้าเกณฑ์และไม่มีสิทธิสอบขอรับใบอนุญาต

รับราชการได้หรือไม่ต้องแยกเป็น ๒ ประเด็น
หากจะรับราชการที่ตำแหน่งเป็นสัตวแพทย์ประกอบวิชาชีพ -- ไม่ได้ครับ
หากจะรับราชการในตำแหน่งอื่นๆ เช่น นักวิทย์ โดยใช้วุฒิของการจบปริญญาตรี -- ทำได้ครับ
Posted by :พีรศักดิ์ วัน/เวลา :22/4/2554 19:42:38


เรียน อ.พีรศักดิ์ครับ แล้ว ในมาตรา 29 (4)(5) นี่ มันต่างกันยังไงครับ เท่าที่ผมเข้าใจ คือ (4) ถ้ามีตำแหน่งเป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือ เจ้าหน้าที่ สามารถทำได้ตามการมอบหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษร ของต้นสังกัด แต่(5) จะหมายถึงคนอื่น ที่หน่วยงานนั้นให้ทำ เข้าใจว่าอย่างนี้ครับ

(๔) ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรม เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด หรือสภากาชาดไทย ซึ่งกระทำการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ตามอำนาจหน้าที่หรือตามที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานดังกล่าวมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร
(๕) บุคคลซึ่งกระทรวง ทบวง กรม เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด หรือสภากาชาดไทย มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด


ก็แสดงความเห็นตามอักษร ที่ผมเข้าใจหากเป็นช่องโหว่ของกฏหมาย ก็สมควรแก้ไขให้รัดกุมนะครับ เดี่ยวไปไล่ออกกฏตามควบคุมทีหลัง จะมีปัญหาตามมากวนใจสัตวแพทยสภาเปล่าๆครับ
Posted by :หมอนพอุดรแอร์พอร์ท วัน/เวลา :22/4/2554 20:29:44


ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่ไม่ใช่ผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯและได้รับมอบหมายให้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์อยู่ ๒-๓ กลุ่ม เช่น กลุ่มสร้างภูมิคุ้มกัน (ฉีดวัคซีน) กลุ่มตรวจเนื้อสัตว์ในโรงฆ่าสัตว์ ครับ

ต้องผ่านการอบรมที่สภาฯรับรองก่อน ทำหน้าที่เฉพาะอย่างและไม่ได้มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพได้เต็มรูปแบบครับ ต้องอยู่ภายใต้สัตวแพทย์ที่มีใบอนุญาตอีกชั้นหนึ่ง เป็นไปตามความจำเป็นครับ ดังนั้นกลุ่มที่สภาฯไม่รับรองแต่ต้นคงจะเข้ามาลำบากนะครับ
Posted by :พีรศักดิ์ วัน/เวลา :23/4/2554 12:28:31

โดย: นายนพ [15 พ.ค. 54 10:21] ( IP A:223.205.234.227 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   อีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มผสมเทียมครับ

สามกลุ่มนี้สัตวแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพยังทำกันไม่ทันและไม่ทั่วถึงครับ ถ้าตำแหน่งกลุ่มเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นและพวกเราลงไปทำงานมากขึ้นก็จะมีงานขยายออกไปได้อีกมากครับ
Posted by :พีรศักดิ์ วัน/เวลา :23/4/2554 12:37:21

โดย: นายนพ [15 พ.ค. 54 10:21] ( IP A:223.205.234.227 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ไม่เห็นจะต้องปิดกั้นมหาวิทยาลัยที่จะสอนเลย ที่ใดมีศักยภาพก็เปิดกันไป จะได้ผลิตบัณฑิตให้เพียงพอ สัตวแพทยสภาก็ไม่มีหน้าที่ที่จะกีดกันมหาลัยต่างๆที่จะเปิดสอน มีหน้าที่ในการตรวจสอบมาตรฐานในการสอนเท่านั้น ต่างคนต่างทำหน้าที่ ปัญหาก็ไม่เกิด ผลประโยชน์ตัวเดียวทำให้นักศึกษาต้องมารับความทุกข์ไว้ เป็นครูบาอาจารย์และมีอำนาจกันแล้วอย่าเห็นแก่ตัว กีดกันคนอื่นเพื่อประโยชน์ของพวกพ้อง ตอนนี้คนก็เริ่มรู้กันแล้ว
โดย: สัตวแพทย์ [30 มี.ค. 55 17:15] ( IP A:14.207.227.42 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ตัวอย่างเช่นตามกฎหมายมีใบอนุญาตการเปิดสอบใบประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ประเภทสอง ท่านยังไม่เปิดเลย รออะไร ถ้าไม่ได้หมายถึงผลประโยชน์ท่านหมายถึงอะไรที่ท่านไม่เปิด หรืองุบงิบแอบเปิดสอบ ทำอะไรให้มันโปร่งใสหน่อย สัตวแพทยสภา อย่าทำแต่ปกป้องเพื่อพวกพ้องตนเอง สักวันให้เป็นหมอแต่ต้องรู้จักคำว่าเวรกรรมด้วยนะ ท่านปกป้องวิชาชีพเพื่อกันพรรคพวกไว้หาผลประโยชน์กันอย่างสบาย แล้วสัตว์จรจัดล่ะท่านเคยช่วยเหลือหรือไม่? สัตว์มันไม่เหมือนคนนะมันหาเงินมารักษาตัวเองไม่ได้ อย่ามีแต่ความรู้กัน มีจิตสำนึกต่อสังคมกันบ้าง
โดย: สัตวแพทย์ [30 มี.ค. 55 17:20] ( IP A:14.207.227.42 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ทำไมคณะกรรมการสัตวแพทยสภาเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ม.เอกชนแห่งหนึ่งจำนวนมาก สงสัยมั๊ยค่ะ
โดย: น่าสงสัย [30 มี.ค. 55 17:29] ( IP A:14.207.227.42 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เพราะอย่างนี้หรือเปล่าถึงไม่อยากให้สถาบันอื่นเปิด เดี๋ยวมีคู่แข่ง
เงิน เงิน เงิน 555
โดย: 555 [30 มี.ค. 55 17:31] ( IP A:14.207.227.42 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)




คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน