คู่มือพยาบาลสัตว์และผู้ช่วยพยาบาลสัตว์
   


คู่มือพยาบาลสัตว์และผู้ช่วยพยาบาลสัตว์

โรงพยาบาลลูกไม้สัตวแพทย์

โดย

น.สพ. นพดล สมบูรณ์เรศ
ผู้จัดการโรงพยาบาลลูกไม้สัตวแพทย์



พิมพ์ครั้งที่ 1 มิถุนายน 2549


















ขั้นตอนการตรวจโรคสัตว์
ผู้ช่วยสัตวแพทย์มีหน้าที่ทำประวัติและบันทึกข้อมูลของสัตว์เลี้ยง ให้สัตวแพทย์ก่อนส่งเข้าห้องตรวจดังนี้
1.ข้อมูลประจำตัวสัตว์( Signalments) ได้แก่
- ชื่อเจ้าของสัตว์และที่อยู่
- ชื่อสัตว์เลี้ยง ชนิดสัตว์ อายุ เพศ พันธ์ สี
2. ประวัติสัตว์ (History) ได้แก่
- อาการที่เข้าพบสัตวแพทย์
- ประวัติการเคยเข้าป่วยและการรักษา หรือการคลอด ให้นมลูก
- ประวัติการได้รับวัคซีน
- สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย
- อาหารที่สัตว์ได้รับ
- ผลกระทบจากการเปลี่ยนของฤดูกาล บรรยากาศและอุณหภูมิ
3. ชั่งน้ำหนักทุกตัวที่เข้ามารักษา และบันทึกไว้ทุกครั้ง
4. ลงประวัติในคอมพิวเตอร์ ตามรายละเอียดขั้นตอนต่างๆ ของโปรแกรมที่โรงพยาบาลใช้ในขณะนั้น
5. เมื่อส่งสัตว์ป่วยเข้าห้องตรวจแล้ว ต้องมีผู้ช่วยสัตวแพทย์อย่างน้อย 1 คน เข้ามาคอยช่วยเหลือสัตวแพทย์ในห้องตรวจ

การปฏิบัติและตั้งคำถาม
- ต้องวางตัวให้เหมาะสม พุดจาใช้ถ้ยคำที่สุภาพใช้สรรพนามแทนตัวเอง การเรียกสัตว์ป่วยควรเรียก “ชื่อสัตว์” หรือใช้ถ้อยคำว่า “เค้า” แทนตัวสัตว์ อย่าใช้คำว่ามันเด็ดขาด
- ไม่แสดงอาการกลัวสัตว์ ถ้าสัตว์ดุร้าย ตื่นกลัว และจำเป็นต้องเอาเชือกผูกปาก ก็ให้เจ้าของสัตว์เป็นผู้ผูก
จะต้องมีความอดทน ในการรับฟังการบอกอาการของเจ้าของสัตว์

บุคลิกภาพที่ประทับใจ

การที่จะทำให้ลุกค้าประทับใจในบริการ นอกจากสถานีที่ที่ดูดี สะอาดสอ้าน ไม่มีกลิ่นเหม็นอับแล้ว การวางตัวในในการเข้ากับลูกค้า การซักถาม การตอบคำถามกระบวนการในการแนะนำความรู้ต่างๆ แก่ลูกค้าของบุคลากรในโรงพยาลบาลมีความสำคัญเป็นอย่างยยิ่ง ดังนั้นบุคลิกภาพที่บุคลากรในโรงพยาบาล พึงปฏิบัติได้แก่
1. เลือกใช้เครื่องแต่งกายให้เหมาะสม ตามกฏระเบียบของโรงพยบาล แม้วันหยุดหากต้องมาโรงพยาบาลก็ต้องแต่งกายใหสุภาพ
2. สนใจ และจัดการให้ใบหน้า ผม และร่างกายทุกส่วนให้ดูสะอาดเรียบร้อย
3. ท่าทางของการพูดจาให้ดูน่าเชิ่อถือ อย่ารุกรน พูดพล่าม พุดด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร ทั้งต่อหน้าและทางโทรศัพท์
4. อย่าโอ้อวด การทับทมคลีนิคหรือโรงพยาบาลอื่นๆ แม้เจ้าของสัตว์จะพยายามเริ่มต้นก่อนก็ตาม
5. ใช้คำแทนตัวสัตว์ว่า “เค้า” หรือใช้ชื่อ อย่าใช้คำแทนตัวสัตว์ว่า “มัน”
6. กาตั้งใจปกบัติงานให้ดีที่สุด มีตวามกระตือรื้อร้นในการทำงาน ตั้งแต่การทักทาย และลุกขึ้นออกไปต้อนรับ หรือ ช่วยอุ้มสัตว์ขึ้นจากรถ- จากประตู การตั้งใจศึกษาหาความรู้ความชำนาญในการปฏิบัติงาน เพื่อตอบคำถามลูกค้าช่วยเหลือให้คำนะนำลูกค้า และช่วยในการทำงานของสัตว์แพทย์ให้เรียบร้อย รวดเร็วถูกต้อง
7.ช่วยกันดูแลทุกพื้นที่ในโรงพยาบาลให้เรียบร้อย เหมาะสม เน้นความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้ย โดยไม่จำเป็นต้องเกียงงานกันว่าไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบของตน เมื่อเห็นว่าสกปรกไม่เรียบร้อยให้รีบจัดการทันที เว้นแต่จำเป็นต้องปฏิบัติงานอื่นก่อน ให้ตามแม่บ้าน/ผู้รับผิดชอบ หรือถ้าว่างจากงานควรรีบปฏิบัติโดยเร็ว

8. มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันในที่ทำงานและกับลูกค้า เพาะจะทำให้บรรยากาศในการทำงานดี มีความสุขกับการทำงาน ไม่ควรกล่าวให้ร้ายป้ายสีคนอื่นในที่ทำงาน ไม่ควรนินทาว่าร้ายผู้อื่นทั้งในที่ทำงานและบุคคลอื่นในที่ทำงานเพาะจะเป็นการทำพฤติกรรมที่ไม่ดีในองค์กร ซึ่งจะมีผลเสียต่อบรรยากาศในการทำงาน
9. ต้องเคารพในบทบาทหน้าที่ของตนเองและผู้อื่น แม้หัวห้าหรือผู้บังคบบัญชาจะมีอายุน้อยกว่าในบางครั้ง ต้องเคารพในหน้าที่หรือความรับผิดชอบของเขา เพราะหัวหน้างานต้องรับผิดชอบงานที่กว้างขวางมากกว่า กับหัวหน้างานก็ต้องเคารพในหน้าที่ของลูกน้องเช่นกัน เรื่องส่วนตัวไม่ควรยุ่งเกี่ยวมากเกินงานเรื่องงานในหน้าที่เขาควรให้โอกาส

การตลาดและการประชาสัมพันธ์
ไม่ใช่การชื้อขาย แต่มีความหมายในลักษณะการสัมพันธ์กับเจ้าของสัตว์ ดังนั้น บุคลลากรทุกส่วนทุกระดับ มีความเกี่ยวข้องกันขบวนการ Marketing ทั้งหมด นับตั้งแต่ เจ้าหน้าที่ต้อนรับ ผู้ช่วยสัตวแพทย์ช่างตัดขนและผู้ช่วย แม่บ้าน สัตวแพทย์ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เจ้าหน้าที่ต้อนรับ-ทำประวัติ หรือผู้ช่วยสัตว์แพทย์ จะได้พบกับเจ้าของสัตว์ก่อน และได้มีการประชาสัมพัน์กับเจ้าของสัตว์แพทย์นานกว่าสัตวแพทย์
การตลาด (Marketing) โดยทั่วไปประกอบด้วย
- ความสัมพันธ์กับเจ้าของ
- รูปลักษณ์ภายนอกของโรงพยาบาล
- ทีมงานสนับสนุน
- การบริการครบวงจร
- ความสะอาด
- การสื่อสารนัดหมายและข่าวสาร
- การบริการด่วนฉุกเฉิน
- อุปกรณ์สำหรับการเลี้ยงสัตว์ ร่วมถึงอาหารทั้งสัตว์ป่วยละสัตว์ปกติ
- เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์
- รูปแบบการตรวจวินิจฉัยของสัตวแพทย์และโรงพยาบาล
- การเก็บประวัติสัตว์ป่วย
- การรับฟังความต้องการของเจ้าของสัตว์และสนองตอบความต้องการนั้นๆ




อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลสัตว์มีหน้าที่แรกคือ การให้การให้บริการในด้านการรักษา และป้องกันโรคแก่สัตว์เลี้ยง ขั้นตอนการตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรค และการรักษาในห้องตรวจมีความสำคัญมากที่สุด เพราะกิจกรรมหลักของธุรกิจจะอยู่ในห้องนี้ เพื่อให้เกิดผลสูงสุด ควรเน้นในจุดสำคัญ 8 ประการคือ
1. การทักทายและแนะนำตัวเอง โดยการกล่าวสวัสดีเจ้าของสัตว์และการถามถึงสัตว์ป่วยว่าเค้าเป็นอะไร ในห้องตรวจควรมีชื่อสัตวแพทย์ สัตวแพทย์และผู้ช่วยควรมีป้ายชื่อติดที่เสื้อเป็นและอ่านได้ชัดเจน
2. การจับบังคับสัตว์ต้องถูกวิธีและสมุนละม่อมมีความชำนาญพูดกับสัตว์อย่างอ่อนโยน
3. เป็นผู้ฟังที่ดี และตอบสนองคำบอกเล่าตามความเหมาะสม
4. ต้องทำอะไรสักอย่างกับสัตว์ป่วย เช่น จับหัว ตรวจตา ตรวจจมูก-เหงือก ชั่งน้ำหนัก วัดอุณหภูมิ การตรวจช่องท้อง ใช้อุปกรณ์เครื่องมือให้มาก
5. พูดอธิบายการตรวจ พร้อมกับอธิบายตามข้อ 4 เช่น ปอดปกติดีหัวใจไม่มีปัญหาผิวหนังขาดความสมบูรณ์ไปหน่อยครับ
6. แสดงหเจ้าของเห็นถึงสาเหตุของการจ็บป่วย เช่นให้ดูหินปูน เห็บที่เกาะบนผิวหนัง แผลที่ผิวหนัง ไรในหู ตัวไรขี้เรื้อนในกล้องจุลทัศน์ หรือผลการตรวจบนชุดตรวจต่างๆ ร่วมถึงภาพเอ็กซเรย์
7. ใช้ครื่องมือและอุปกรณ์ในการตรวจ ให้เห็นผลชัดเจนที่สุดแก่เจ้าของสัตว์
8. ความมีน้ำใจ โดยการกล่าวถึงสุขภาพของสัตว์ตัวอื่นๆ ที่ไม่ได้มาครั้งนี้ หรือถามถึงสารทุกข์สุกของสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ
ข้อควรคำนึงถึงอย่างหนึ่งคือ ทุกคนยิอมต้องการฟังสิ่งที่ดีของตนเอง หรือสัตว์เลี้ยงของตน ดังนั้นการสนทนากับเจ้าของสัตว์ควรพดในด้านดีของสัตว์ของตน ดังนั้นการสนทนากับเจ้าของสัตว์ควรพุดในด้านดีของสัตว์เลี้ยงของเค้า และต้องเป็นความจริงด้วย เช่น
เจ้าของสัตว์คาดหวังว่าสตวแพทย์และบุคลากรในดรงพยาบาล คือผุ้รอบรู้ในสิ่งเหล่านี้ และจะเสื่อมศรัทธาเองเมื่อสัตว์แพทย์และบุคลากรในดรงพยาบาลไม่สามารถตอบคำถามได้หรือไม่ถูกต้อง

มนุษสัมพันธ์สำหรับโรงพยาบาลสัตว์
ถึงแม้ว่าโรงพยาบาลสัตว์จะมีหน้าที่ให้บริการตรวจรักษาสัตว์ป่วยก็จริง แต่แท้จริงแล้ว การกำลังทำธุรกิจกับคน (People business) ดังนั้นนิกเหนืกจากพื้นฐานทางวิชาการแล้ว ปัจจัยที่ทำให้เกิดผลสำเร็จในโรงพยาบาลคือ การมีมนุษยสัมพันธ์ ของบุคลากรในโรงพยาบาลนั่นเอง โดยมีข้อพิจารณาดังต่อไปนี้

มนุษยสัมพันธ์ของบุคลากรในโรงพยาบาล
1. เจ้าหน้าที่ทำประวัติสัตว์ป่วย จ่ายยา เก็บเงิน พนักช่วยบังคับสัตว์ ช่วยตัดขน และผู้ช่วย ร่วมถึงแม่บ้านและบุคลากรส่วนอื่นๆ ต้องเป็นผู้มีลักษณะรับแขก ชอบทำงานบริการ มีความกระตื้อรื้อร้นในการทำงานการช่วยและแก้ปัญหาให้กับผู้อื่นและที่สำคัญคือ ต้องมีความรักต่อสัตว์ Me Curnin กล่าวว่า “บ่อยรั้งที่เจ้าของสัตว์ไม่นำสัตว์กลับมารักษษอีกเพราะบุคคลในคลีนิกขาดมนุษยสัมพันธ์ โยไม่เกี่ยวข้องกับการรักษา”
2. วิธีการสื่อสัมพันธ์ที่ช่วยให้เจ้าของสัตว์เกิดความพึงพอใจ ปรับใจ เช่น การยิ้มแย้มแสดงอาการต้อนรับของบุคคลอากัปกิริยาที่เป็นมิตร ยินดีต้อนรับ ความสะอาดเรียบร้อยความเป็นระเบียบภายในโรงพยาบาลกิริยาดูเรียบร้อย
อย่าให้มีกลิ่นเหม็น สุนัขที่มาโรงพยาบาลอาจปัสสาวะ อุจจาระ อาเจียนเรื่ยราด ต้องรีบเก็บทำความสะอาดโดยเร็ว
บุคคลากรทุกคนรวมทั้งสัตวแพทย์เอง ต้องยินดีรับฟังปัญหา ความเจ็บป่วยของสัตว์ป่วย อย่างเป็นผู้ฟังที่ดี
ที่จอดรถสะดวกสบายไม่รกรุงรัง รถของบุคลากรอย่าจอดขวางประตูเข้า หรือขวางทางเดิน ควรนำไปจอดที่อื่น
เมื่อเจ้าของเดินเข้ามาในดรงพยาบาลควรมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลไต่ถามปัญหา อย่าให้เจ้าของเก้อเขิน พนักงานที่มีหน้าที่ต้อนรับควรแต่งกายสุภาพ ทรงผมเสื้อผ้าต้องดูดี ถ้าจะให้ดีต้องเป็นแบบฟอร์มที่คลายคลึงกัน เพราะเขาเหล่านี้ทำงานใน Health care คือ เครื่องแบบ อัธยาศัยดี สะอาด
3. ทั้งสัตวแพทย์และบุคลากรในโรงพยาบาลต้องแสดงความตั้งใจที่จะช่วยเหลือสัตว์ ยินดีให้คำปรึกษาด้วยความยินดีปฏัติงานเต็มความสามารถ แม้จะมีวิธีการยุ่งยากหรือเสียเวลา เพื่อแสดงอาการให้เห็นว่า “ เราใส่ใจ” ( I care )
4. ใครก็ตามที่วยสัตวพทย์ ในการรักษาต้องถูกเลือกและถุกฝึกให้มีมนุษญสัมพันธ์ที่ดี แต่งกายเหมาะสมมีความชำนาญงานในหน้าที่ มีความรู้ด้านวิชาการอย่างถูกต้องและมีความสามารถในการสื่อสาร เพราะบางครั้งที่เจ้าของสัตว์ต้องการ การตัสินใจบางอย่าง แต่ลังเลไม่ยากแต่ไม่กล้าถามสัตวแพทย์มาปรึกษาผู้ช่วยสัตวแพทย์เมื่อต้องารข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

มนุษยสัมพันธ์ของสัตวแพทย์กับเจ้าของสัตว์ป่วย
- เจ้าของจะพอใจมาก ถ้าสัตวแพทย์จะทำการตรวจอย่างละเอียด และชีแจงถงผลวินิจฉัย และทางการรักษาและพยากรณ์โรค รวมทั้งประมาณค่าใช้จ่ายให้ทราบ
- ถ้าเจ้าของสัตว์โกรธหรือไม่พอใจบรารของดรงพยาบาล ไม่ควรโต้เถียง พยายามชีแจงเหตุผล ด้วยคาวมเยือกเย็น ระลึกเสมอว่าจ้าของสัตว์ไม่เข้าใจสาเหตุของการเกิดโรค กระบวนการรักษา และกระบวนการหาย รวมทั้งไม่ทราบเกี่ยวกับอาการในโรคของสัตว์ ให้อธิบายอย่างใจเย็นอย่าให้เจ้าของกลับไปด้วยความโกรธ เพราะเข้าจะแพร่ข่าวอันเป็นผลลบต่อโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วและเกิดผลรุนแรง
- ระหว่างการสนทนา เมื่อกล่าวถึงเจ้าของสัตว์และสัตว์พยายามใช้ชื่อเจ้าของ และชื่อสัตว์ รวมทั้งพยายามพูดถึงลักษณะเด่นของสัตว์ เอให้เจ้าของรู้สึกว่าสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอาใจใส่ต่อสัตว์ที่เขารัก
- สัตวแพทย์ต้องรับฟังข้อมูลจากเจ้าของสัตว์ให้มากที่สุดและต้องนำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยบางครั้งเจ้าของสัตว์จะบอกผิดไปจากความจริง เพราะไม่เชี่ยวชาญในสาขา เมื่อต้องจะถามหรือชี้แจงเข้าใจ ต้องใช้ภาษาง่ายๆอย่าใช้ศัพท์แพทยืหรือใช้ภาษาอังกฤษ
-อย่าชักช้าต้องชี้แจงให้เข้าใจ เพราะข้อมูลบางอย่างจำเป้นต่อสัตวแพทย์ แต่เจ้าของสัตวไม่รู้เลย
-อย่าใช้คำหรือแสดงกิริยาที่เป็นการติเตียนเจ้าของสัตว์

ความต้องการของลูกค้า
1 การบริการ
- ต้องการพนักงานตอนรับ/บุคคลในโรงพยาบาลที่มีอัธยาศัยดี เห็นความสำคัญของเขาให้ความเป็นกันเอง
- ต้องการคำแนะนำ-ปรึกษาที่ถูกต้องและแม้นยำ
- ต้องการเห้นความละมุนละไม อ่อนโยนกับสัตว์เลี้ยงของเขา
- ต้องการเป้นบุคคลสำคัญของโรงพยาบาล
- ต้องการความไว้ใจและเชื่อใจ
2 ด้านสัตวแพทย์
- เจ้าของที่นำสัตว์เลี้ยงมารักษา มีความอยากรู้อยู่ 5 ประการ
- สัตว์ป่วยเป็นอะไร
- มีสาเหตุจาดอะไร
- จะตายหรือรักษาหายหรือไม่
- มีกระบวนการรักษาอย่างไร
- มีค่าใช้จ่ายเท่าไร
เพราะฉนั้นสัตวแพทย์และบุคลากรในโรงพยาบาลควรจะตอบคำถาม หรือรู้ว่าใครจะให้คำตอบได้แค่ไหน


ความจำเป็นพื้นฐาน 10 ประการ

1. ทีมบุคลากรต้องสานความสัมพันธ์ระหว่างผุ้ร่วมงานภายในการประชุม มี Inertive สำหรับ
2. ทัศนคติและภาพลักษณ์ พยายามเพิ่มอย่างเช่น ความใว้ใจดี เมื่อเข้าเช้าสัตวืมาที่โรงพยาบาลความคาดหวังที่จะได้การบริการและสัตวแพทย์ที่เชื่อถือมีสถานที่สำหนรับสัตว์เลี้ยงของเขาอย่างดีอย่างเหมาะสม
3.การสร้างสื่อสสัมพันธ์ ให้ต่อเนื่อง การส่งใบนัด ใบเตือน นามบัตร
4. พัฒนาบุคลากร ประเมินผลกำหนดหน้าที่ที่ชัดเจน ให้คำแนะนำ
5. จัดการสภาพแวดล้อม ทั้งภายใน ภายนอกอาคาร ที่จอดรถต้องสะอาด เรียบร้อย ตัวอาคารควรได้รับการดูแลซ่อมแซมให้เรียบร้อย ตกแต่งให้ดูดี แสดงให้เห็นว่าได้รับการดูแลเอาใจใส่
6. ห้บริการครบวงจร รักษา ผ่าตัด ฉีดวัคซีน ทำฟัน โรงแรมสุนัข อุปกรณ์เลี้ยงสัตว์
7.จัดโปรแกรมการทำงานให้เหมาะสม จัดลำดับการทำงาน ก่อนหลังเพื่อประสิทธิภาพของงานทำตามกระบวนการหรือไม่
8. ควบคุมการหมุนเวียนของสินค้าให้เหมาะสม อยาให้สินค้าว่างกรือว่างนานเกินไป
9. จัดการบัญชีรายรับ-รายจ่าย และรายการต่างๆ ชัดเจน ลงรายการรับของรายดี้ท่ได้เมือ่เทียบกับยอดรวม
10. ปรับค่ารักษาให้เหมาะสม ถ้าจะให้ดีควรมีการทบทวนอัตราค่ารักษาทุกปี ถ้าจะมีสัตว์มารักษาในโรงพยาบาล ควรมีการจ่ายล่วงหน้า ประมาณ 50 เปอร์เซนต์
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามปัจจัยที่สำคัญที่สุดจะเป็นกุญแจสำคัญนำไปส่ความสำเร็จแห่งวิชาชีพ ก็คือต้องมีความรู้ทางวิชาการและความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน
- ต้องรอบรู้และมีความแม่นยำ
- มีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานไม่ผิดผลาด
- ถ้าสงสัยหรือไม่มั่นใจสิ่งใด ให้รีบตรวจสอบความถูกต้อง
- กรณีศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม






หลักสูตรฝึกอบรมผู้ช่วยสัตวแพทย์และช่างตัดแต่งขนสุนัข

วิชาความรู้พื้นฐานด้านสัตวแพทย์
1. การผสมพันธุ์และคุมนิดในสุนัขและแมว
ขอบเขตวิชา -เรียนรู้พฤติกรรมและระยะลาที่เหมาะสมในการผสมพันธุ์
- เรียนรู้วิธีการคุมกำเนิดแบบต่างๆ พอจะแนะนำลูกค้าได้
- ทราบวิธีการผมพันธุ์แบบต่างๆ พอจะแนะนำลูกค้าได้
2. การดูแลสุนัขตั้งท้องและการทำคลอด
ขอบเขต - เรียนรู้ขบวนการปฏิสนธิของสุนัข
- เรียนรู้พัฒนาการของตัวอ่อนสุนัขในท่อง
- เรียนรู้ผลแทรกซ้อนระหว่างการตั้งท้อง และข้อควรระวัง
- เรียนรู้พฤติกรรมของแม่สุนัขก่อนคลอด
- เรียนรู้หลักปฏิบัติในขณะผ่าคลอดสุนัข
- เรียนรู้ภาวะคลอดยากในสุนัข
3. การเลี้ยงลูกสุนัขแรกเกิด
ขอบเขต - สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับลูกสุนัข
- ความต้องการอาหารลูกของสุนัข (โภชนาการลูกสุนัขแรกเกิด )
- การให้นม
- การทำความสอ่ดตัวลูกสุนัข
- การหัดใหกินอาหาร
4. วิตามินและการให้วัคซีนในสุนัขและแมว
- วิตามินคืออะไร
- ภูมิคุ้มกันจากแม่มีผลอย่างไรกับการทำวัคซีน
- ผลที่ข้องเกี่ยวและอาการไม่พึงประสงค์จากการทำวัคซีน
- โปรแกรมในวัคซีนในสุนัข- แมว
5. โรคดต่อที่สำคัญในสุนัข
- โรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนและยา
- โรคที่ไม่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนและยา
- การป้องกันการติดต่อโรคระบาดทั่วไป
6. เห็บหมัด, การกำจัด ,การป้องกัน
- วงจรชีวิตของเห็บ-หมัด
- ผลของการมีเห็บหมัดกัดในสุนัขและแมว
- ยาและสารเคมีที่ใช้สหรับกำจัดเห็บหมัด
- บนตัวสุนัข-แมว
- บริเวณคอและบริเวณเท้า

7. โภชนาการในสุนัข
- สารอาหารที่จำเป็นสำหรับสุนัข
- ความต้องการสารอาหารชนิดต่างๆ ในสุนัขแต่ละช่วงอายุ แต่ละสายพันธุ์
- อาหารสำเร็จูปในท้องตลาด
- อาหารสำหรับสัตว์ป่วย

วิชาความรู้ด้านสุขภาพดี
1. แชมพุสำหรับสุนัข
- ชนิดต่างๆ ของแชมพูในสุนัข
- อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้แชมพุในสุนัข
- สบู่สำหรับอาบน้ำและแมว
2. พฤติกรรมสุนัข ให้เรียนรู้พฤติกรรมต่างๆของสุนัขตั้งแต่แรกเกิดจนถึงแก่ทุกๆ ด้าน
3. ขนและผิวหนังสุนัข

โดย: โรงพยาบาลฯ (เจ้าบ้าน ) [8 พ.ค. 54 8:02] ( IP A:183.88.46.92 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน