กุบไลข่าน
    ยุคราชวงศ์หยวน yuan
ค.ศ. 1209 - 1368

กุบไลข่านโค่นราชวงศ์ซ้องลง แล้วเปิดศักราชชาวมองโกลครองประเทศจีน ตั้งกรุงปักกิ่งเป็นเมืองหลวง (สมัยนั้นชื่อว่า เมืองต้าตู) ทรงตั้งความหวังจะเป็นกษัตริย์ที่ดี จึงปกครองอย่างสุขุมรอบคอบ เอาใจใส่ประชาชน จึงสามารถชนะใจชาวจีนได้ และเป็นฮ่องเต้มองโกลพระองค์เดียว ที่ชาวจีนยอมรับ (เดิมทีนั้น พวกมองโกลขึ้นชื่อลือชามากในเรื่องความโหด ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากวิถีชีวิตเดิม ที่อยู่ในทุ่งหญ้า ทะเลทราย แถมยังเร่ร่อนไปเรื่อยๆ) นอกจากนี้ กุบไลข่านยังพยายามขยายดินแดนไปกว้างไกลมาก ถึงกับยกทัพเรือจะไปตีญี่ปุ่น แต่เรือถูกมรสุมจึงไม่สำเร็จ

กุบไลข่านสนใจทางอักษรศาสตร์และวรรณกรรมมาก จึงส่งเสริมบทประพันธ์ต่างๆ ปรากฏว่า บทงิ้วในสมัยกุบไลข่านดีมาก จนไม่มีบทงิ้วสมัยใดเทียบได้ การติดต่อกับต่างประเทศ ก็เป็นไปด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นมาร์โคโปโล สมณทูตจากวาติกัน ก็ได้มาเยือนแดนจีนในยุคของกุบไลข่านนี่เอง

พอสิ้นยุคของกุบไลข่าน ก็ไม่มีกษัตริย์มองโกลองค์ใดเด่นเหมือนพระองค์ จึงได้มีการพยายามโค่นล้มราชวงศ์หยวนอยู่ตลอดเวลา ฮ่องเต้องค์ต่อๆ มาของราชวงศ์หยวน ส่วนใหญ่ครองราชย์ไม่นานนัก และจะได้ครองราชย์ โดยการแย่งชิงอำนาจกัน เนื่องจากมองโกลไม่มีกฎแน่นอน เกี่ยวกับการสืบราชบัลลังก์ จวบจนฮ่องเต้องค์สุดท้าย หยวนซุ่นตี้ ซึ่งครองราชย์นานกว่าองค์ก่อนๆ ในยุคนี้ มีความวุ่นวายมาก เกิดภัยพิบัติขึ้นหลายที่ เชื้อพระวงศ์กับขุนนาง ก็ร่วมกันข่มเหงชาวบ้าน จึงมีกบฏเกิดขึ้นทั่วไป

ครั้งนั้น มีชายผู้หนึ่งชื่อ จูหยวนจาง ตอนอายุได้ ๑๗ ปี ครอบครัวได้ตายหมดจากโรคระบาด จึงไปบวชที่วัดหวงเจี๋ย ต่อมา ไปเร่ร่อนต่ออีก ๓ ปี เนื่องจากเสบียงอาหารหมด แล้วจึงกลับมาที่วัดดังเดิม ครั้นชาวบ้านก่อกบฏขึ้น เขาก็เดินทางไปสมทบกับพวกกบฏ เริ่มนำทัพออกตีก๊กต่างๆ ในแผ่นดิน แล้วในที่สุดก็ได้ส่งแม่ทัพชื่อ สีต๋า ไปตีเมืองปักกิ่งได้สำเร็จ เป็นการโค่นล้มราชวงศ์หยวนลงได้ จากนั้น เขาก็ได้ตั้งราชวงศ์หมิงขึ้น ใช้เมืองนานกิงเป็นเมืองหลวง
โดย: เจ็งกิสข่าน [24 ก.ค. 51 16:43] ( IP A:203.121.153.22 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
    กุบไล ข่าน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

กุบไล ข่านสมเด็จพระจักรพรรดิกุบไล ข่าน (Kublai Khan) (พ.ศ. 1758-1837 (ค.ศ. 1215-1294)) เป็นข่านหรือจักรพรรดิของมองโกล และยังเป็นจักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์หยวนแห่งประเทศจีน

กุบไลข่านเป็นหลานปู่ของเจงกีส ข่าน เขาขึ้นเป็นจักรพรรดิของจักรวรรดิมองโกลเมื่อ พ.ศ. 1803 (ค.ศ. 1260) และสถาปนาราชวงศ์หยวนเมื่อ พ.ศ. 1822 (ค.ศ. 1279)

จักรวรรดิมองโกลที่เจงกีสข่านสร้างไว้ขึ้นถึงจุดสูงสุดในสมัยของกุบไล ข่าน เมื่อกุบไล ข่านสามารถเอาชนะราชวงศ์ซ้องของจีน และยึดครองกรุงปักกิ่ง ปกครองประเทศจีน กุบไลข่านยังตีได้ดินแดนดาลี (Dali หรือ ต้าลี่ ในมณฑลยูนนานในปัจจุบัน) และเกาหลี นอกจากนี้ยังได้พยายามยึดครองญี่ปุ่น, พม่า, เวียดนาม และอินโดนีเซีย แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ในยุคสมัยของกุบไล ข่าน มีนักเดินทางชาวตะวันตกมากมายเดินทางมาถึงดินแดนจีนของกุบไล ข่าน นักเดินทางที่มีชื่อเสียงคือ มาร์โคโปโล

ดึงข้อมูลจาก "http://th.wikipedia.org/wiki

โดย: เจ็งกิสข่าน [24 ก.ค. 51 16:56] ( IP A:203.121.153.22 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
    ข่านองค์ถัดมาคืออั่วคั่วไถ่หรือวอเคอไต (Ogedei Khan)ค่ะ ส่วนกุบไลข่านเป็นหลานปู่(ลูกของลูกชายคนเล็ก) ของเจงกิสข่านค่ะ

อ่านเต็มๆที่ "เมื่อเจงกิสข่านตาย...โดย ถาวร สิกขโกศล"

เมื่อเจ็งกีสข่านตายนั้น จักรวรรดิมองโกลกว้างใหญ่มาก จนกล่าวกันว่าถ้าควบม้าจากชายแดนด้านหนึ่งไปสุดอีกด้านหนึ่งต้องใช้เวลาถึง หนึ่งปีดินแดนเหล่านี้ลูกชายทั้งสี่ของ เจ็งกีสข่านคือโจจิ ซาเฮอไถ วอเคอไต และเซลุย ได้แบ่งกันครอบครองต่อมา


โจจิและสายสกุล * โจจิเป็นลูกชายคนโตของเจ็งกีสข่าน (แต่ตามความจริงแล้วเป็นลูกของพวกเมอร์คิทที่ติดท้องผู่เอ๋อร์เถี่ยมา) ก่อนที่เจ็งกีสข่านจะยกทัพใหญ่ไปปราบดินแดนวาซือจือมอ มีผู้เสนอให้เจ็งกีสข่านตั้งทายาทสืบตำแหน่งไว้ โจจิกับซาเฮอไถทะเลาะกันเพราะเรื่องแย่งชิงตำแหน่งนี้ เซลุยเสนอชื่อพี่ชายคนที่สาม ในที่สุเจ็งกีสข่านแต่งตั้งวอเคอไตเป็นรัชทายาท เมื่อบิดาตายวอเคอไตจึงได้ตำแหน่งมหาข่านเป็นประมุขของชาวมองโกลและดินแดนที่อยู่ใต้อำนาจมองโกลทั้งหมดแต่แบ่งเขตแดนให้พี่น้องไปเป็นข่านปกครองต่อมา.-

เขตปกครองจองโจจิเรียกว่าอาณาจักรซินชาข่าน ปัจจุบันอยู่ในสหภาพโซเวียตแถบทะเลสาบ Aral เรื่อยมาไปจนถึงลุ่มแม่น้ำวอลก้าของรัสเซียในยุโรป โจจิเป็นข่านอยู่ไม่นานก็ตายเมื่ออายุเพียง 49 ปี มีลูกสิบกว่าคนลูกชายคนรองชื่อ ป๋าตู สืบนำแหน่งต่อมา ได้ขยายอาณาจักร ชินชาข่านออกไปอีกมาก จนชาวยุโรปรู้จักดีในนามอาณาจักรกระโจมทอง

ปี พ.ศ. 1780 เมืองขึ้นของจักรวรรดิมองโกลแถยโซเวียตรุสเซียหลายเมืองเป็นกบฏ วอเคตอไตมหาข่านบัญชาให้หลานคนโตจของเจ็งกีสข่านทั้งสี่สายสกุลยกทัพร่วมกันไปปราบ ป๋าตูได้เป็นแม่ทัพใหญ่ มองโกลปราบกบฏได้อย่างรวดเร็ว บุกยึดได้กรุงมอสโคว์ แล้วป๋าตูแบ่งทัพออกเป็นสามสายแยกกันไปตียุโรป ยึดยุโรปตะวันออกได้ทั้งหมด ตีทัพผสมของเยอรมันกับโปแลนด์และทัพฝรั่งเศสกับพันธมิตรพินาศย่อยยับพวก มองโกลตัดหูเชลยศึกร้อยเป็นพวง สร้างความหวาดผวาให้แก่ชาวยุโรปมาก ทัพมองโกลทั้งสามสายบรรจบฉลองชัยชนะกันที่แม่น้ำดานูบ แล้วบุกเข้าประชิดเมืองเวนิสของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (Holly Roman Empire) เผอิญวอเคอไตมหาข่านตาย ทัพมองโกลจึงยกกลับรวมเวลาบุกยุโรปอยู่ 6 ปี

ถ้าวอเคอไตไม่ตายยุโรปทั้งทวีปอาจตกอยู่ใต้อำนาจมองโกลก็ได้เพราะการรบครั้งนั้นมองโกลเอาดินปืนของจีนไปประดิษฐ์เป็นปืนไฟอย่างหยาบๆทำให้ทหารยุโรปตื่นกลัว ปืนไฟในครั้งนั้น เป็นแรงดุงดูดให้ชาวตะวันตกอย่างพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ส่งฑูตมาดูงานทหารของมองโกลถึงกรุงคาราโครัมในระยะต่อมา

หลังบุกยุโรปครั้งนี้แล้ว อาณาจักรชินชาข่านขยายออกไปอีกมากประมุขมองโกลของอาณาจักรนี้ได้ยึดครองดินแดนของโซเวียตรุสเซียต่อมาอีกช้านาน จนถึงสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช รุสเซียจึงตีชิงแว่นแคว้นเหล่านี้ไปได้ ดินแดนแถบชายฝั่งทะเลดำนั้นมองโกลสามารถปกครองมาได้จนถึง พ.ศ. 2316

ซาเฮอไถและสายสกุล * ซาเฮอไถเป็นคนอารมณ์ร้ายมุทะละแต่เข้มแข็งเด็ดขาด แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง ตัดสินปัญหาได้เที่ยงตรงยุติธรรม จึงได้เป็นที่ปรึกษาแก้ปัญหาสำคัญให้วอเคอไตน้องชายผู้เป็นมหาข่านอยู่เสมอ

ซาเฮอไถได้ปกครองดินแดนแถบซินเกียง อัฟกานิสถานและบางส่วนของโซเวียตรุสเซียในปัจจุบัน เรียกรวมกันว่าอาณาจักรซาเฮอไถข่าน ลูกชายคตนโตของซาเฮอไถ ชื่อ มู่ถูเกินเป็นหลานที่เจ็งกีสข่านรักที่สุดแต่ไปตายเสียคราวจีเมืองสะมาระกัน เป็นเหตุให้เจ็งกีสข่านแค้นมากเมื่อตีเมืองนี้ได้จึงสั่งฆ่าคนหมดเมือง ลูกชายของมูถูเกินชื่อปู้หลี่ ภายหลังถูกป๋าตูฆ่าตาย

วอเคอไตและสายสกุล* วอเคอไตได้เป็นมหาข่านเพราะการสนับสนุนของเซลุย – และซาเฮอไถ ภายหลังได้รับชื่อตามประเพณีว่าหงวนไท้จง (หยวนไท่จง) ฮ่องเต้ วอเคอไตเป็นคนสุขุม ฉลาดรอบคอบมนุษย์สัมพันธ์ดี ซื่อสัตย์ยุติธรรม ดินแดนปกครองที่แท้จริงของวอเคอไต คือจีนภาคเหนือและบางส่วนของโซเวียตรุสเซีย อันแป็นปริมณฑลรอบๆดินแดนมองโกลแท้ เรียกรวมกันว่า อาณาจักรวอเคอไตข่าน แต่ประมุขของอาณาจักรนี้มีฐานะเป็นมหาข่านของจักรวรรดิมองโกลทั้งหมด ในรัชกาลนี้ทัพมองโกลบุกตีโซเวียตรุสเซียและยุโรปตะวันออกได้ทั้งหมดดังกล่าวแล้วข้างต้น

เมื่อวอเคอไตตายที่ประชุมเลือกลูกชายคนโตของวอเคอไตชื่อกุ้ยหยิวเป็นมหาข่านสืบต่อมา แต่อยู่ในตำแหน่งเพียงสามปีก็ตาย จากนั้นตำแหน่งประมุขรวมของจักร์วรรดิ์มองโกลตกแก่สายสกุลยองเซลุยลูกชายคนที่สีของเจงกีสข่านไปตลอด

เซลุยและสายสกุล *กิมย้งกล่าวถึงเซลุยไว้ในเรื่องมังกรหยกว่าสาบานเป็นพี่น้องกันกับก๋วยเจ๋งหนีรอดจากการจับกุมตัวของเจ็งกีสข่าน

เซลุยเป็นลูกชายคนที่เจ็งกีสข่านรักมากที่สุด เรียกว่า ‘ลูกเคียงกาย’ ได้รับใช้ใกล้ชิดพ่ออยู่ตลอดเวลาอีกทั้งเป็นคนฉลาดหลักแหลม บริหารงานเก่ง จึงเป็นที่รักเคารพของแม่ทัพนายกองทั้งหมด เมื่อเจ็งกีสข่านตายเซลุยได้รับกองทหารที่แกร่งกล้าเจนศึกที่สุดของพ่อ และเป็นลูกคนเดียวที่รักษาการอยู่ในดินแดนมองโกลแท้จึงเป็นคนกุมอำนาจที่แท้จริง

ตามประเพณีของมองโกลประมุขต้องมาจากการเลือกตั้ง แม้ วอเคอกไตจะเป็นรัชทายาทอยู่ แต่ตัวเองและที่ประชุมกลับเลือกเซลุยเป็นประมุขต่อจากเจ็งกีสข่าน ทว่าเซลุยเป็นคนกตัญญูและเห็นการณ์ไกลจึงยืนยันขอทำตามคำสั่งบิดา ให้วอเคอไตเป็นมหาข่านที่ประชุมอนุมัติ ตัวเซลุยเองได้ปกครองดินแดนมองโกลแท้ ยังคงมีอำนาจจริงอยู่ในมืออย่างเต็มที่วอเคอไตเกรงใจมาก กิจการสำคัญของบ้านเมืองล้วนมอบให้เซลุยเป็คนตัดสินใจ และยกย่องให้เป็น ผู้กำกับราชการแผ่นดิน

แต่เซลุยเป็นคนกตัญญูอย่างแท้จริงคนหนึ่งเมื่อมองโกลพิชิตไต้กิมก๊กตีได้กรุงปักกิ่งเมืองหลวงของพวกกมแล้ว วอเคอไตป่วยหนัก พูดไม่ได้พ่อมดประจำเผ่าทำนายว่าเพราะทัพมองโกลฆ่าชายแมนจูมากเทพยาดาฟ้าดินจึงลงโทษ ต้องให้ญาติสนิทของมหาข่านคนหนึ่งรับโทษแทน เซลุยพูดกับพ่อมดว่า “ ข้ารับปากพ่อว่าจะช่วยพี่วอเคอไตเต็มความสามารถฉะนั้นข้ายินดีตายแทนพี่ ท่านทำพิธีเถอะ” พ่อมดจึงทำพิธีพลีกรรมแล้วเอาน้ำมนต์ให้เซลุยกิน เซลุยฝากฝังลูก *** กับวอเคอไตได้ไม่นานก็ตาย และอาการป่วยของวอเคอไตก็หายจริงๆ กิมย้งวิจารณ์ว่านี่อาจจะเป็นแผนของวอเคอไต แต่พระราชพงศาวดารราชวงศ์หยวนสรรเสริญเซลุยมาก

เซลุยเป็นดั่งเทพเจ้าของชาวมองโกล วอเคอไตก็ซาบซึ้งน้ำใจมากสั่งการไว้ว่าถ้าตนตายแล้ว ขอมอบนำแหน่งมหาข่านให้แก่ลูกชายคนโตของเซลุย แต่พอถึงเวลาจริงที่ประชุมกลับมอบตำแหน่งให้กุ้ยหยิวซึ่งอยู่ในตำแหน่งเพียงสามปีก็ตาย

ชนชั้นหัวหน้าของมองโกลได้ประชุมเลือกประมุขกันในอาณาจักรชินชาข่าน ลงมติให้เชิญป๋าตู ลูกชายของโจจิเป็นมหาข่านคนต่อไปเพราะ มีอาวุโสสูงสุดและแกล้วกล้าสามารถในการศึกษาสงครามมากเคยนำทัพลุยยุโรปมาแล้วแต่ป๋าตูเป็นคนฉลาด รู้ดีว่าพวกสายชาเฮอไถและวอเคอไตไม่ยอมรับตนอย่างจริงใจ จึงหนุนให้เหมิงเกอลูกชายคนโตของเซลุยรับตำแหน่งแทนตน ที่ประชุมยอมรับ *** ของกุยหยิวค้านว่า การประชุมเลือกประมุขตามประเพณีต้องทำในดินแดนมองโกลแท้ ป๋าตูจึงให้เปิดประชุมใหม่ในปีถัดไปที่แดนมองโกลแท้ทางภาคตะวันออก แต่ได้ให้น้องชายยกทัพไปคุมเชิงอยู่ ตัวเองคุมทัพอีกกองหนึ่งเตรียมพร้อมอยู่ที่อาณาจักรชินชาข่าน กองทัพของสายสกุลโจจิ และสายสกุลเซลุยเข้มแข็งที่สุด ป๋าตูและเหมิงเกอสนิทสนมกันมากตั้งแต่ครั้งไปตียุโรป พวกสายวอเคอไตและชาเฮอไถเห็นว่าไม่มีทางคานอำนาจได้ต้องยอมรับ เหมิงเกอเป็นมหาข่านในการปรชุมครั้งที่สองอีก

เหมิงเกอได้ชื่อกษัตริย์ตามประเพณีจีนว่าหวงนเ *** ยนจง (หยวนเสวียนจง) ฮ่องเต้เป็นประมุขที่มีปรีชาสามารถมากคนหนึ่งของมองโกลชั่วเวลาเก้าปีที่เป็นมหาข่านอยู่ตีได้ทิเบต น่านเจ้า เกาหลี อินเดียตอนเหนือ อิหร่าน อิรัค และตะวันออกกลางทั้งหมด แต่มาได้รับบาดเจ็บคราวตีเมืองจุงกิง (ฉงซิ่ง) ในมณฑลเสฉวน จนถึงแก่ความตาย

พอเหมิงเกอข่านตาย กุบไลลูกชายคนที่ 4 ของเซลุยและอาลีปุ๊เกอลูกชายคนที่ 7 ของเซลุยแย่งชิงอำนาจกัน ในที่สุดต้องยอมแพ้พี่ กุบไลข่านเป็นข่านได้ยี่สิบปีจึงพิชิตราชวงศ์ซ้อง ยึดครองจีนได้ทั้งหมดเมื่อ พ.ศ. 1822 เฉลิมพระนามตามประเพณีจีนว่าหงวนสีโจ๊ว (หยวนสื้อจู่) ฮ่องเต้และถวายพระนามแบบจีนให้กษัตริย์มองโกลตั้งแต่เจ็งกีสข่านลงมาทุกพระองค์

กุบไลข่านเป็นกษัตริย์มองโกลที่มีพระปรีชาสามารถมากที่สุด ขยายอาณาเขตออกไปอีกอย่างกว้างขวาง ตีได้ ญวน จามปา พุกามและยกทัพใหญ่ไปตีญี่ปุ่น มีไพร่พลถึงสองแสนคน แต่ชาวมองโกลไม่ชำนาญเรื่องทะเล ยกทัพผิดฤดูกาล กองทัพจึงถูกลมไต้ฝุ่นตายหมด เป็นการพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่เพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของมองโกหลตั้งแต่ยุคเจ็งกีสข่านไปจนถึงกุบไลข่านแต่แพ้ภัยธรรมชาติไม่ใช่แพ้ฝีมือศัตรู กิมย้งวิจารณ์ว่าถ้ากุบไลข่านรอเวลาให้พ้นฤดูไต้ฝุ่นอีกเพียงสองเดือนก็จะยึดครองญี่ปุ่นได้อย่างแน่นอนกุบไลข่านอายุยืน ตายเมื่ออายุ 80 ปี

ลูกชายคนที่หกของเซลุยชื่อสี้เลี่ยววู่ เป็นผู้นำทัพมองโกลบุกตะวันตกเป็นครั้งที่สาม ครั้งแรกเจ็งกีสข่านเป็นผู้นำตีได้ซินเกียงและรัสเซียบางส่วน ครั้งที่สองป๋าตูเป็นคนนำ ตีรัสเซียได้ทั้งหมดถึงกรุงมอสโคว์และยุโรปตะวันออก

การบุกตะวันตกครั้งที่สามเกิดจากพวกอิสลามนิกาย Assassin เป็นต้นเหตุ พวกนี้ส่งมือสังหารมาก่อการร้ายในจักรวรรด์มองโกลแถบอัฟกานิสถาน และรอบๆทะเลสาบแคสเปี้ยนอยู่เสมอๆ เหมิงเกอข่านจึงส่งสี้เลี่ยววู่น้องชายคนที่หกยกทัพไปปราบ

พวกอิสลามเป็นนักรบชั้นเยี่ยมพวกหนึ่ง สถาปนาจักรวรรดิ์มุสลิมขึ้นได้ในช่วงที่ราชวงศ์ถังปกครองจีนเข้ายึดครองกรุงเยรูซาเล็ม จนเกิดสงครามครูเสดถึงร้อยกว่าปี กษัตริย์ในยุโรปยกทัพผสมของพวกคริสต์มาตีกรุงเยรูซาเล็มคืนถึงแปดครั้งก็ไม่สำเร็จ แต่สี้เลี้ยววู่ นำทัพมองโกลออกปราบเพียงครั้งเดียว ก็ทำลายศูนย์กลางของพวกมุสลิมนิกาย Assassin ย่อยยับและบุกตีต่อได้กรุงแบกแดดอันเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิ์มุสลิมกาหลิบ แห่งเมืองแบกแดดถูกจับได้พร้อมทรัพย์สินมากมาย สี่เลี้ยววู่ สั่งให้กาหลิบกินทรัพย์สมบัติเหล่านั้นต่างข้าวจนอดตายไปเจ็ดวันต่อมา ทัพมองโกลตีได้อิรัก ซีเรีย ตุรกี และเอเชียตะวันตกทั้งหมด พวกมุสลิมหนีไปรวมกันที่อียิปต์ ทำให้อียิปต์เป็นศูนย์กลางของศาสนาอิสลามต่อมา ทัพมองโกลกำลังจะบุกต่อ พอดีมีข่าวแจ้งมาว่าเหมิงเกอข่านตายการบุกอียิปต์จึงยุติลง ส่วนด้านยุโรปนั้นทัพมองโกลบุกยึดได้ถึงเกาะไซปรัส

สี้เลี่ยววู่รวบรวมดินแดนแถบตะวันออกกลางและเอเชียตะวันตกทั้งหมด ตั้งแต่อิหร่านไปจนถึงตุรกีสถาปนาเป็นอาณาจักร์อีเอ๋อร์ข่านโดยตนเองเป็นผู้ปกครองเป็นอิสระจากจักรวรรดิ์มองโกล – จีนของกุบไลข่านและส่งทูตไปขอราชธิดาของจักรพรรดิแห่งโรมันตะวันออก จักรพรรดิโรมันตะวันออกไม่กล้าปฏิเสธ แต่ส่งธิดาซึ่งเกิดกับสามัญชนชื่อมาเรียมาให้เมื่อมาถึงสี้เลี้ยววู่ตายแล้ว อาปาเธอลูกชายจึงได้นางแทนพ่อ เจ้าหญิงมาเรียเป็นผู้นำคริสต์ศาสนามาเผยแพร่ในอาณาจักรอีเอ๋อร์ข่านและเป็นสะพานเชื่อมสัมพันธไมตรีของอาณาจักรนี้กับอาณาจักรต่างๆในยุโรปถึงขั้นส่งทูตไปมาถึงกันอยู่ตลอดเวลา

ลูกสาวของเจ็งกีสข่าน* เจ็งกีสข่านมีลูกสาวหลายคน คนหนึ่งชื่ออาหลาไห่เบี๋ยจี๋ เป็นหญิงสาวที่ปรีชาสามารถมาก ทุกครั้งที่เจ็งกีสข่านออกสงครามใหญ่ เช่นคราวปราบ วาซือจือมอ ลูกชายทั้งสี่ตามไปในกองทัพหมด จึงมอบหมายให้ลูกสาวคนนี้เป็น “ผู้สำเร็จราชการ” เธอก็บริหารราชการแผ่นดินได้อย่างเรียบร้อยแม้งานฝ่ายทหารขุนพลมูวาลี ผู้อยู่ป้องกันรักษาดินแดนมองโกลมีปัญหาใดก็จะขอคำแนะนำจากเจ้าหญิงองค์นี้เสมอลูกสาวเจ็งกีสข่านอีกคนหนึ่งชื่อ ปู่อี้เซ่เคอ บิดายกให้หัวหน้ามองโกลกลุ่มหนึ่ง หัวหน้าคนนั้นเห็นว่านางรูปร่างไม่สวยจึงไม่ยอมรับ เจ็งกีสข่านโกรธมากสั่งให้ประหารชีวิตหัวหน้าคนนั้นทันที กิมย้งอาจเอาเรื่องเจ้าหญิงสององค์นี้มาดัดแปลงแต่งเป็นตัววาเจนกงจู้ขึ้นก็ได้

นิกายช้วนจินก้า* ช้วนจินก้าเป็นชื่อนิกายหนึ่งของศาสนาเต๋า มีบทบาทเกี่ยวข้องในเรื่องมังกรหยกภาคหนึ่งและภาคสองมาก

ศาสนาเต๋าเกิดขึ้นในสมัย ราชวงศ์ฮั่น ก่อนหน้านั้นเต๋าเป็นเพียงลัทธิปรัชญามีเมธีสำคัญอยู่สามคนคือเล่าจื๊อ (เหลาจื่อ) จางจื๊อ (จวงจื่อ) และเลียกจื๊อ (เลี่ยจื่อ) ต่อมาจึงวิวัฒนาการกลายเป็นลัทธิศาสนา

ลัทธิเต๋ามีลักษณะเป็นศาสนาตอนปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (พ.ศ.337 – 551) ต่อต้นราชวงศ์ฮั่นตะวันออก (พ.ศ. 551 – 763) ลัทธินี้ยกย่อง ฮ่องเต้ (หวงตี้) ปฐมกษัตริย์ของจีนและเล่าจื๊อเป็นบุคคลสำคัญของลัทธิ จึงเรียกว่า “นิกายอึ้งเล่า” ไม่มีผู้ก่อตั้งที่แน่นอน นับเป็นศาสนาเต๋ารุ่นแรก

ต่อมาในรัชสมัยพระเจ้าฮั่นเม้งเต้ (ฮั่นหมิงตี้) พ.ศ. 600 – 618 พุทธศาสนาเข้าสู่จีน มีข้าราชการคนหนึ่งชื่อเตียเต้าเหล็ง (จางเต้าหลิง) พ.ศ. 557 – 699 เป็นคนสนใจศาสนา ได้ศึกษาปฏิบัติธรรมตามคำสอนของลัทธิเต๋ายกย่องเล่าจื๊อเป็นศาสดาประจำลัทธิ ตั้งตัวเองเป็น “เทียนซือ” แปลว่าอาจารย์จากสวรรค์ (เทวาจารย์) หรือประมุขของศาสนา คนนิยมเรียกลัทธิเต๋านิกายนี้ว่า “เทียนซือเต๋า” ซึ่งเน้นการทำน้ำมนต์เขียนยันต์ ช่วยรักษาโรคให้ชาวบ้านเป็นสำคัญ นักบวชมีลูกมี *** ได้ สืบทอดตำแหน่ง “เทียนซือ” กันในวงศ์สกุล เทียนซือคนปัจจุบันเป็นคนที่ 64 ชื่อ เตียง้วนไซ (จางหยวนเซียน) อยู่ที่ไต้หวัน

ล่วงถึงสมัยพระเจ้าเลนเต้ (พ.ศ.710-732) ในเรื่องสามก๊ก เตียวก๊ก (จางเจี่ยว) หัวหน้าโจรโพกผ้าเหลืองได้ตั้งศาสนาเต๋านิกายไท้เพ้ง (มหาสันติ) ขั้น มีบริวารหลายหมื่นคน จนราชสำนักต้องส่งกองทัพมาปราบแต่ลัทธิคำสอนยังคงสืบทอดกันมาเป็นนิกายสำคัญนิกายหนึ่งของศาสนาเต๋า และเป็นต้นเค้าคลี่คลายกลายเป็นนิกายอื่นๆในยุคต่อๆมา

ต่อจากนั้น ศาสนาเต๋าก็มีวิวัฒนาการแบ่งแยกเป็นนิกายย่อยๆหลายนิกาย แต่แบ่งตามคำสอนและวัตรปฏิบัติ ได้สองพวกใหญ่ๆคือ พวกทำน้ำมนต์ ปลุกเสกลงเลขยันต์ และพวกฝึกพลังลมปราณเล่นแร่แปรธาตุ การฝึกพลังลมปราณเป็นที่มาของวิชากดจุด ฝังเข็ม การใช้ลมปราณเพื่อรักษาโรคของแพทย์จีนแผนโบราณ และเป็นที่มาของวิชามวยกำลังภายใน การเล่นแร่แปรธาตุคือวิชาเคมีในยุคแรกของจีน มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิชาปรุงยาหรือวิชาเภสัชของจีนอยู่ไม่น้อย

จึงกล่าวได้ว่าลัทธิเต๋าพวกหนึ่งพัฒนาไปทางไสยศาสตร์ อีกพวกหนึ่ง พัฒนาไปทางแพทย์ศาสตร์และศิลปะการต่อสู้ของจีน

แก้ไขเมื่อ 12 ก.ค. 51 20:55:19

จากคุณ : Charlotte Russe - [ 12 ก.ค. 51 20:39:47 >

http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K6791352/K6791352.html

โดย: เจ็งกิสข่าน [24 ก.ค. 51 18:09] ( IP A:203.121.153.22 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   อืมระเอียดดีนะครับ นี่เสียดายเด็กรุ่นใหม่ไม่สนใจประวัติศษสตร์ผมก็เสียใจเเทน อันที่จริงผมก็เป็นเด็กนั่นเเหละเพียงเเต่เเค่ ชอบประวัติศาสตร์มากกว่าเด็กๆๆเป็นพิเศษ

โดย: bumpboomboom@windowslive.com [9 มี.ค. 53 20:25] ( IP A:119.42.115.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ขอบคุณครับ
โดย: ทัศ [22 เม.ย. 54 16:55] ( IP A:61.90.106.131 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   กุบไล่ข่านก็ได้ยกกองทัพมาตีเขมรด้วยทำให้อาณาจักรเขมรอันยิ่งใหญ่ได้แตกและทำให้เกิดประเทศไทยขึ้นมา
โดย: sapachaidee@hotmail.com [26 เม.ย. 54 15:15] ( IP A:125.26.114.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ประเทศไทยได้ปกปิดประวัติศาสตร์เกี่ยวกับกุบไลข่านด้วย กุบไลข่านกับลูกชายได้ยกกองทัพมาตีเขมรสมัยที่พ่อขุนรามคำแหงเป็นเจ้าเมืองหนึ่งที่สุโขทัยของประเทศเขมรแล้วพ่อขุนรามคำแหงได้ยึดอำนาจเมื่อเขมรโดนกุบไลข่านตีเขมรแตกตรงกับสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 และตั้งภาษาไทยมาบังคับให้พวกเขมรที่อยู่สุโขทัยและภาคกลางพูดไทยหมดลืมชาติลืมภาษาเขมรหมด เป็นไทยแท้หมด
โดย: sapachaidee@hotmail.com [26 เม.ย. 54 15:21] ( IP A:125.26.114.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ประเทศไทยสมัยพ่อขุนรามคำแหงได้ส่งเครื่องบรรณาการให้กุบไลข่านทุกปี
โดย: sapachaidee@hotmail.com [26 เม.ย. 54 15:25] ( IP A:125.26.114.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
    ชิดพ่ออยู่ตลอดเวลาอีกทั้งเป็นคนฉลาดหลักแหลม บริหารงานเก่ง จึงเป็นที่รักเคารพของแม่ทัพนายกองทั้งหมด เมื่อเจ็งกีสข่านตายเซลุยได้รับกองทหารที่แกร่งกล้าเจนศึกที่สุดของพ่อ และเป็นลูกคนเดียวที่รักษาการอยู่ในดินแดนมองโกลแท้จึงเป็นคนกุมอำนาจที่แท้จริง

โดย: pondza542@hotmail.com [10 ก.ค. 54 12:00] ( IP A:14.207.206.21 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   กุบไล่ข่านเป็นไรเสียชีวิตครับอยากทราบรายละเอียด
โดย: penisglans@hotmail.com [1 ธ.ค. 54 15:05] ( IP A:118.172.90.14 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)




คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน