วิธีการทำสกรีนมีดังนี้..
ขั้นต้นเลยต้องมีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
บล็อกสกรีนที่มีผ้าสกรีนขึงไว้แล้ว
กาวอัดสกรีน
น้ำยาไวแสง
ยางปาดสกรีน
สีสกรีน
(มีขายที่ร้านแชมป์ พิษณุโลก)
ขั้นที่ ๑
ผสมกาวอัดและน้ำยาไวแสงเข้าด้วยกัน
ในอัตราส่วน กาวอัด 5 ส่วน
น้ำยาไวแสง 1 ส่วน
คนให้เข้ากัน
ขั้นที่ ๒
นำกาวอัดที่ผสมกันแล้วเทลงบนบล็อกสกรีน
ขั้นที่ ๓
เอายางปาดฉาบกาวอัดดังกล่าวฉาบหน้าบล็อกทั้ง ๒ ด้าน
ขั้นที่ ๔
นำบล็อกที่ฉาบกาวอัดแล้วเป่าด้วยไดเป่าผมให้แห้ง
สนิททั้ง ๒ ด้านแล้วเก็บไว้ในที่มืด
เพราะบล็อกที่ฉาบกาวแห้งแล้วเปรียบเหมือนฟิลม์ไวแสงที่จะมีปฏิกิริยากับแสงได้ต้องระวัง.
ขั้นที่ ๕
นำแบบที่เขียนไว้แล้ว
(ต้องเขียนด้วยหมึกดำบนกระดาษไขแบบโปร่งแสง)
เอาบล็อกสกรีนมาฉาบด้วยกาวอัดแล้วมาถ่ายด้วยไฟนีออน
นำไปล้างน้ำ
จะได้บล็อกสกรีนที่พร้อมพิมพ์ได้ทันที เทคนิคการแยกสีเพื่อการพิมพ์สกรีน
งานแยกสีและผลิตแม่พิมพ์เป็นขั้นตอนเริ่มแรกของงานพิมพ์ ซึ่งประกอบด้วยงานก่อนพิมพ์ งานพิมพ์ และงานหลังพิมพ์ งานก่อนพิมพ์มีประกอบ ดังนี้คือ การแยกสีทำฟิล์มเพื่อนำไปจัดทำแม่พิมพ์ การทำแม่พิมพ์ และการพิมพ์บรู๊ฟเพื่อตรวจสอบแม่พิมพ์ ซึ่งเราเรียกว่าขั้นตอนก่อนการพิมพ์ (Prepress)
ในอดีตขั้นตอนก่อนการพิมพ์นี้มีรายละเอียดในการทำงานที่ต้องอาศัยแรงงานคนค่อนข้างมาก เนื่องจากยังไม่มีคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการทำงาน จะต้องประกอบฟิล์มด้วยฝีมือคนล้วนๆ ซึ่งใช้แรงงานและเวลาในการทำแม่พิมพ์มากจวบจนคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาลงมาในระดับที่ใช้งานได้ทั่วไป คอมพิวเตอร์จึงได้มีบทบาทในวงการพิมพ์ โดยเฉพาะทางด้านงานก่อนการพิมพ์ เริ่มแรกจากการเรียงพิมพ์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ จนมาถึงความสามารถประกอบงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน ทำให้เราสามารถทำงานแม่พิมพ์เพื่อส่งต่อให้กับแผนกงานพิมพ์ได้ในเวลาที่ต้องการและราคาที่ถูกลง
การทำงานสำหรับงานพิมพ์สกรีน เพื่อการแยกสีและผลิตแม่พิมพ์ ปัจจุบันเราใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการทำสิ่งพิมพ์ ในหลายๆรูปแบบ เช่น สิ่งพิมพ์ภายในสำนักงาน สิ่งพิมพ์เพื่อการโฆษณา สิ่งพิมพ์เพื่อการบรรจุหีบห่อ ฯลฯ ซึ่งสิ่งพิมพ์เหล่านี้มีความต้องการในการจัดเตรียมไฟล์งานที่มีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป สิ่งพิมพ์ที่ต้องส่งเข้าโรงพิมพ์ไม่ว่าจะเป็นโรงพิมพ์ระบบออฟเซ็ต, กราเวียร์, สกรีน จำเป็นต้องมีการเตรียมไฟล์งานให้ถูกต้องเพื่อทีจะได้ส่งไปทำการแยกสี และผลิตแม่พิมพ์ได้โดยไม่มีปัญหา หรือมีปัญหาน้อยที่สุด เนื่องจากกระบวนการพิมพ์เราพิมพ์ด้วยหมึกชุดซึ่งประกอบไปด้วย หมึกฟ้า Cyan แดง Magenta เหลือง Yellow และดำ Black เป็นชุดหมึกมาตรฐานสำหรับงานพิมพ์ 4 สี ในบางครั้งเราอาจจะมีมากไปกว่านี้ เช่นในระบบการพิมพ์สกรีนเสื้ออาจใช้สีพิเศษเพิ่มขึ้นอีก 6 สี รวมกับ 4 สี แล้วเป็นการพิมพ์ 10 สี หมึกพิเศษที่เพิ่มขึ้นนี้เรียกว่า สีพิเศษ แยกออกจากหมึกชุดมาตรฐาน ดังนั้นเมื่อเราส่งไฟล์งานเข้ามายังร้านแยกสี ท่านก็ควรที่จะใช้โปรแกรมการจัดงานที่ใช้สำหรับงานพิมพ์ เช่น โปรแกรม Adobe Illustrator, Page Maker, Free Hand สำหรับการเตรียมงานเลย์เอาท์ และ Adobe Photoshop สำหรับการเตรียมภาพ เพราะการใช้โปรแกรมดังกล่าวมี Mode ในการทำงานที่ท่านนเลือกให้สัมพันธ์กับงานพิมพ์ได้ คือ Mode YMCK ในการสั่งสี เช่น สีม่วง C100 M100 เป็นต้น นอกจากนี้ยังสั่งสีพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น Pantone , Dic Color, Toyo ฯลฯ ให้เลือกได้หลากหลาย ทำให้การสื่อสารในการใช้สีเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับกระบวนการงานพิมพ์ ส่วนโปรแกรม เช่น Microsoft Office, Publisher จะเหมาะกับการทำงานสิ่งพิมพ์ในสำนักงานมากกว่า ทั้งนี้เนื่องจากกลุ่มโปแกรมดังกล่าวทำงานภายใต้ Mode RBG ซึ่งการสั่งสีจะเป็นคนละแนวทางกับงานในกระบวนการพิมพ์ ทำให้เวลาส่งมาแยกสีจะก่อให้เกิดปัญหาได้ โดยเฉพาะเวลาในการสื่อสารสั่งแก้ไขสี เมื่อดูชิ้นงานที่พิมพ์ออกมาแล้ว
ที่มาจาก http://www.apichat.net |