เกร็ดความรู้
   เกร็ดความรู้พลังงาน
http://www.thaienergynews.com/m0300.asp
โดย: teenet [30 มิ.ย. 51 23:01] ( IP A:118.172.60.46 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 1221 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   สถานจัดการและอนุรักษ์พลังงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
http://teenet.chiangmai.ac.th/emac/cd.php
โดย: teenetcmu [30 มิ.ย. 51 23:17] ( IP A:118.172.60.46 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   http://ee.dede.go.th/index.aspx
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานกระทรวงพลังงาน
โดย: dede [30 มิ.ย. 51 23:34] ( IP A:118.172.60.46 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   http://technology.thai.net/index-main.html
วันเทคโนโลยีไทย ๑๙ ตุลาคม
โดย: tnt [5 ก.ค. 51 3:41] ( IP A:118.172.103.136 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   http://www.liga-futsal.com/history.php
Juan Carolos Ceriani เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ประเทศในบางทวีปของโลกที่ประสบกับปัญหาหิมะตกและสภาพอากาศที่หนาวมากจนไม่สามารถจัดการแข่งขันกีฬากลางแจ้งต่างๆ ได้ รวมทั้งกีฬาฟุตซอลด้วย จึงถือเป็นช่วงสิ้นสุดฤดูกาลแข่งขันแต่เนื่องจากฤดูหนาวมีระยะเวลาที่ยาวนานและสภาพอากาศกลางแจ้งไม่เอื้ออำนวยต่อการเล่นกีฬาฟุตบอล จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนหันมาเล่นกีฬาในร่มแทน และนี่คือที่มาของกีฬาฟุตบอลในร่ม 5 คน หรือที่เรียกว่า “ ฟุตซอล” (FUTSAL )

FUTSAL มาจากภาษาสเปน หรือ โปรตุเกส ที่เรียกว่าฟุตบอล ว่า “FUTbol” หรือ “FUTTEbol” ตามด้วยภาษาฝรั่งเศสและสเปน คือ “SALa หรือ SALon ที่แปลว่า อินดอร์ หรือในร่ม เมื่อรวมกัน จึงเป็นคำว่า “FUTSAL” หมายถึง การเตะบอลในสนามขนาดย่อมในร่ม กลายเป็นคำที่เรียกขานกันแทนคำว่า “Five-A-Side” หรือบอล 5 คนในปัจจุบัน

ฟุตซอลมีการแข่งขันมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1930 ณ กรุงมอนเตวิเดโอ ประเทศอุรุกวัย เป็นเกมที่ชาวอเมริกาใต้นิยมเล่นกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศบราซิล ซึ่งประชากรมีทักษะความสามารถเฉพาะตัวในการเล่นฟุตบอลสูง ด้วยลีลาอันเร้าใจจากนักเตะชื่อก้องโลกอย่าง เปเล่ โซครา-เตส หรือซิโก้ ซึ่งต่างเคยเข้าแข่งขันฟุตบอลมาแล้วทั้งสิ้น

กีฬาฟุตบอลจัดได้ว่าเป็นเกมกีฬาที่ยิ่งใหญ่และมีผู้ชมคลั่งไคล้กีฬาชนิดนี้มากที่สุดในโลก เนื่องจากฟุตบอลเป็นเกมที่สนุก ดูง่าย มีสีสันในการเชียร์ โดยเฉพาะในเกมสนามใหญ่ที่เราเรียกว่า เกม 11 คน นั้นเป็นที่นิยมทั้งในระดับสโมสร ในลีกของแต่ละประเทศและระดับนานาชาติ นั่นคือ การแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งในปัจจุบันนี้กีฬาฟุตบอลไม่แข่งขันเพียงแค่ในสนามใหญ่เท่านั้นยังมีการจัดการแข่งขันฟุตบอลในร่มที่เราเรียกว่า “ ฟุตบอล 5 คน” หรือ “ ฟุตซอล” (FUTSAL ) นั่นเอง

การแข่งขันฟุตบอล 5 คน ในประเทศไทย

ประเทศไทยได้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอล 5 คน ขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2540 ด้วยความร่วมมือจากหลายๆ ฝ่ายที่ช่วยกันผลักดันกีฬาชนิดนี้ให้ได้รับความนิยมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร การกีฬาแห่งประเทศไทย และเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกันจัดการแข่งขันฟุตบอล 5 คน ในรายการ “STAR IN DOOR SOCCER 1997” เมื่อวันที่ 12 – 21 กรกฎาคม 2540 ณ เดอะมอลล์ บางกะปิ โดยมี 12 ทีมสโมสรชั้นนำจากไทยแลนด์ลีกเข้าร่วมการแข่งขัน และทีมการท่าเรือแห่งประเทศไทยชนะเลิศ

ในปีต่อมาได้จัดการแข่งขันฟุตบอล 5 คน ขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2 ในครั้งนี้ “ ทีมกรุงเทพมหานคร” ชนะแชมป์เก่าการท่าเรือแห่งประเทศไทย

ปี พ.ศ.2543 ได้มีการจัดการแข่งขันฟุตซอลขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยมีการแข่งขันรอบคัดเลือกในแต่ละภาคเพื่อนำทีมชนะเลิศและรองชนะเลิศมาแข่งขันกับทีมสโมสรชั้นนำจากไทยลีก ในการแข่งขันฟุตซอลชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งจากความสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้ทำให้กีฬาฟุตซอลเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น

ต่อมาประเทศไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย และจากการแข่งขันดังกล่าวทำให้ประเทศไทยได้อันดับสามและได้สิทธิ์เดินทางไปแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกรอบสุดท้าย ระหว่างวันที่ 18 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2543 ณ ประเทศกัวเตมาลา

ในปัจจุบันฟุตซอล ( FUTSAL ) เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมและสนใจจากทุกเพศทุกวัย เนื่องจากเป็นเกมกีฬาที่ตื่นเต้น สนุกสนานในทุกๆ นาทีของการแข่งขัน และสามารถเล่นได้ตลอดปี ทุกสภาพอากาศทำให้ ฟุตซอล (FUTSAL ) กลายเป็นกีฬายอดนิยมรับสหัสวรรษใหม่นี้


โดย: futsal [5 ก.ค. 51 13:12] ( IP A:118.172.103.136 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   http://www.northernstudy.org/index.html
ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภาคเหนือ
โดย: ns [5 ก.ค. 51 14:04] ( IP A:118.172.103.136 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   http://www2.sat.or.th/SportsLearning/intro.asp
ประวัติ กติกา สนาม กีฬาไทย
โดย: sports [5 ก.ค. 51 15:10] ( IP A:118.172.103.136 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   http://www.tkc.go.th/
ศูนย์กลางความรู้แห่งชาติ
โดย: tkc [1 ส.ค. 51 21:50] ( IP A:118.172.56.98 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   http://www.heritage.thaigov.net/
เนื่องในอภิลักขิตสมัย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ ใน ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้จัดทำโครงการ หอมรดกไทย เข้าร่วมถวายสักการะ เพื่อเผยแพร่เกียรติประวัติ ของ ชาติไทย ซึ่งเจริญรุ่งเรืองมาแต่ ครั้งโบราณกาล เผยแพร่ ศาสนาประจำชาติไทย อันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และหล่อหลอมให้เกิดเอกลักษณ์ ที่ดีงามของชนชาวไทย รวมทั้งเผยแพร่ พระเกียรติคุณ ของ พระบรมกษัตริยาธิราช ทุกพระองค์ ที่ได้สร้างสรร นำประเทศไทยตลอดมา
โดย: หอมรดกไทย [5 ส.ค. 51] ( IP A:118.172.38.190 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   http://www.heritage.thaigov.net/
เนื่องในอภิลักขิตสมัย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ ใน ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้จัดทำโครงการ หอมรดกไทย เข้าร่วมถวายสักการะ เพื่อเผยแพร่เกียรติประวัติ ของ ชาติไทย ซึ่งเจริญรุ่งเรืองมาแต่ ครั้งโบราณกาล เผยแพร่ ศาสนาประจำชาติไทย อันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และหล่อหลอมให้เกิดเอกลักษณ์ ที่ดีงามของชนชาวไทย รวมทั้งเผยแพร่ พระเกียรติคุณ ของ พระบรมกษัตริยาธิราช ทุกพระองค์ ที่ได้สร้างสรร นำประเทศไทยตลอดมา
โดย: หอมรดกไทย [5 ส.ค. 51] ( IP A:118.172.38.190 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   http://www.tagutree.com

หมวด
ตะกูต้นไม้เศรษฐกิจ
ข้อความพิเศษต้นตะกู
การปลูกไม้ตะกูโตเร็วในประเทศไทย
วัตถุประสงค์ในการปลูกตะกู
การปลูกต้นตะกู
ต้นกล้า
ต้นตะกูขนาด 2 ปี
ต้นตะกูขนาด 7 ปี
ไม้แปรรูปต้นตะกู
ผลิตภัณฑ์ไม้ตะกู
สาขาที่ติดต่อต้นกล้า
ถวายต้นกล้าตะกูให้วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
ต้นตะกูก้านเหลือง
ต้นกล้าราคาพิเศษถูกมาก
ภาพเปรียบเทียบตะกูก้านแดงกับตะกูก้านเหลือง
การขนส่งต้นกล้าตะกู
ต้นเหมือนต้นตะกูก้านแดงเอาภาพมาให้ชม
เปิดศูนย์ส่งพันธ์กล้าตะกูก้านแดงราคาถูก สาขาชลบุรี
ต้นตะกูก้านแดง
เปิดศูนย์ส่ง ตะกูก้านแดง ราคาถูก สาขาขอนแก่น
เปิดศูนย์ส่งต้นกล้าตะกูก้านแดงราคาถูก สาขาราชบุรี
ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อต้นตะกู
EM แห้งอัดแท่ง

โดย: ตะกู [23 ก.ย. 51 22:15] ( IP A:118.172.100.45 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   พระธาตุประจำปีเกิด
1. คนเกิดปีใจ้
( ปีชวด หรือปีหนู ) ธาตุน้ำ
พระธาตุประจำปีเกิด คือ
พระธาตุศรีจอมทอง อ.จอมทอง
จ.เชียงใหม่

พระบรมธาตุเจดีย์นี้ตั้งอยู่บนยอดจอมทอง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนพระเศียรเบื้องขวา มีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่นคือ เป็นพระบรมธาตุ ที่มิได้ฝังใต้ดิน แต่ประดิษฐานอยู่ในกู่ภายในวิหาร สามารถอัญเชิญมาสรงน้ำได้ตามตำนานเล่าว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมายังดอยนี้ และทรงพยากรณ์ว่า ที่นี่จะเป็นที่ประดิษฐานพระทักขิณโมลีธาตุของพระองค์ในภายหน้า ต่อมาราวปี พ.ศ.๑๙๙๕ นางเม็งและนายสอยได้พบพระบรมธาตุ จึงได้ก่อพระเจดีย์และสร้างเสนาสนะ ที่ดอยต้นทอง คนทั้งหลายจึงเรียกชื่อวัดนี้ว่า วัดจอมทอง ในสมัยพระแก้วเมือง (พ.ศ.๒๐๓๘ - พ.ศ.๒๐๖๘) กษัตริย์องค์ที่ ๑๔ แห่งราชวงศ์มังราย ได้สร้างวิหารจัตุรมุข ภายในมีมณฑปปราสาท เพื่อประดิษฐานพระบรมธาตุ เจ้าเมืองเชียงใหม่หลายพระองค์ ได้อัญเชิญพระบรมธาตุศรีจอมทอง ไปยังเมืองเชียงใหม่ เพื่อทำการสักการะโดยมีวัดต้นเกว๋นที่ อ.หางดง เป็นวัดที่หยุดพักขบวนแห่พระบรมธาตุเข้าเมืองในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ และวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ มีพิธีแห่พระบรมธาตุ ไปบูชาข้าวที่อุโบสถ และให้พุทธศาสนิกชนได้สรงน้ำโดยจะมีการกล่าวบทอัญเชิญ และใช้ช้อนทองคำเชิญ พระธาตุจากผอบมาประดิษฐาน ในโกศแก้วที่ตั้งบนพานเงิน
ตามธรรมเนียมเดิมควรนำน้ำจากแม่น้ำกลาง เจือน้ำหอมหรือแก่นจันทร์มาใช้สรง หรือจะเป็นน้ำสะอาดเจือของหอมก็ได้


2.คนเกิดปีเป้า
( ปีฉลู หรือปีวัว ) ธาตุดิน
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง


วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองลำปาง เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้า และพระสาวกเสด็จถึงหมู่บ้านสัมภาการีวัน ลัวะชื่ออ้ายคอน
ได้นำน้ำผึ้งใส่กระบอกไม้พาง และมะพร้าวมาถวาย พระองค์ได้ทรงพยากรณ์ว่า ที่นี่จะมีนครชื่อ ลัมพาง และได้มอบพระเกศาธาต ุให้ลัวะอ้ายคอน นำไป
ประดิษฐาน ภายหลังจากที่พระพุทธเจ้าปรินิพาน พระอรหันต์ได้นำ
พระธาตุหน้าผาก และพระธาตุลำคอ มาประดิษฐานที่นี่ พระธาตุลำปางหลวง ตั้งอยู่กลางเวียงโบราณ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเวียงทางศาสนา โดยเฉพาะ ภายในวัดมีสิ่งน่าชมมากมาย ได้แก่ วิหารพระพุทธ เป็นวิหารไม้แบบล้านนา ที่ตกแต่งด้วยลายคำ คือลายทองบนพื้นแดง และภายในสามารถเห็นภาพ
เงาพระธาตุ ที่ลอดผ่านรูผนังปรากฏบนผืนผ้า วิหารน้ำแต้ม เป็นวิหารโถง มีภาพจิตรกรรมเก่าแก่ของล้านนา วิหารหลวง เป็นที่ประดิษฐานซุ้ม
พระเจ้าล้านทอง พระพุทธรูปองค์สำคัญของวัด และมีภาพจิตรกรรม
เรื่องพุทธประวัติ และชาดก ที่เขียนในราวสมัยรัชกาลที่ ๕ หอพระพุทธบาท เป็นอีกแห่งที่ปรากฏภาพเงาพระธาตุ แต่ห้ามมิให้ผู้หญิงขึ้น
และที่หอพระแก้ว ประดิษฐานพระแก้วจากวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม พระพุทธรูป คู่เมืองลำปาง




3. คนเกิดปียี ( ปีขาล หรือปีเสือ ) ธาตุไม้
พระธาตุประจำปีเกิด คือ
พระธาตุช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่
บรรจุ พระธาตุข้อศอกข้างซ้าย

พระธาตุช่อแฮตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเตี้ยๆ จากรูปแบบสถาปัตยกรรมในวัด บ่งบอกว่ามีอายุราว พ.ศ.๑๙๐๐ แต่ตำนานพระธาตุ
ได้เล่าประวัติอันเก่าแก่ว่า พระพุทธเจ้า ได้เสด็จมาถึงดอยโกสิยธชัคคะบรรพต และพบกับเจ้าลาวนามลัวะอ้ายค้อม เมื่อขุนลัวะทราบว่าเป็นพระพุทธเจ้า จึงได้นำภัตตาหารมาถวายพระพุทธเจ้า ทรงพยากรณ์ว่าที่นี่ต่อไป จะมีเมืองชื่อเมืองแพร่ในครั้งนั้นพระอรหันต์ และพระยาอโศก ที่เสด็จมาด้วยได้ทูลขอพระเกศาธาตุ มอบให้ขุนลัวะไปบรรจุโกศแก้วแล้วนำไปไว้ในถ้ำด้านตะวันออก ของดอยที่ประทับและพระพุทธเจ้าทรงมีรับสั่งว่า หลังจากที่พระองค์ปรินิพานแล้วให้นำพระธาตุข้อศอกข้างซ้าย มาประดิษฐานที่นี่ นามของพระบรมธาตุเจดีย์นี้ มีเรื่องเล่าว่า มาจากที่ขุนลัวะ นำผ้าแพรมารองรับพระเกศาธาตุ จึงมีชื่อว่า "ช่อแพร"และเพี้ยนเป็น "ช่อแฮ" ในภายหลัง แต่บ้างก็ว่ามีชาวบ้านนำผ้าแพรอย่างดีมาผูกบูชาองค์พระธาตุ งานมนัสการพระธาตุจัดขึ้นระหว่างวันขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๔ ถึงขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เป็นงานประจำปีที่สำคัญของชาวเมืองแพร่
ในงานมีการแห่ตุงหลวง ถวายแด่องค์พระธาตุและการแสดงมหรสพ



4. คนเกิดปีเหม้า
( ปีเถาะหรือปีกระต่าย )
ธาตุน้ำ
พระธาตุประจำปีเกิด คือ
พระธาตุแช่แห้ง อ.เมือง จ.น่าน

พระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บนยอดดอยขนาดเล็ก นอกเมืองน่านมีเรื่องราวเล่าว่า เมื่อครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้เสด็จโปรดสัตว์
มาถึงภูเพียงแช่แห้ง และพบกับพระอมละราช และพระมเหสี ที่มาสรงน้ำที่เดียวกับที่พระองค์สรงน้ำอยู่ พระอมละราชได้ถวายผ้าขาวให้พระพุทธเจ้าใช้สรงน้ำ แต่ผ้านั้นกลายเป็นทองคำ พระอานนท์จึงของพระเกศาธาตุ บรรจุในกระบอกไม้ซาง มอบให้พระอินทร์ นำไปเก็บในอุโมงค์พร้อมผ้าทองโดยพระอินทร์ได้ก่อพระเจดีย์สูง ๗ ศอกไว้ด้านบน ต่อมาราว พ.ศ.๑๘๙๖สมัยพระยากานเมือง ได้ส่งช่างไปร่วมสร้างวัดหลวง ที่สุโขทัยพระยาลือไทจึงมอบพระบรมธาตุ ๗ พระองค์ และพระพิมพ์คำพระพิมพ์เงินอย่างละ ๒๐ องค์ ให้พระยากานเมือง ซึ่งได้นำไปบรรจุไว้ที่ภูเพียง และพบพระเจดีย์ ที่บรรจุพระเกศาธาตุและพระธาตุข้อมือข้างซ้ายของพระพุทธเจ้า พระองค์จึงให้ทำอุโมงค์
ประดิษฐานพระบรมธาตุใหม่ และก่อพระเจดีย์เป็นพระธาตุแช่แห้งคู่เมืองน่านมาจนทุกวันนี้ ในวันขึ้น ๑๔-๑๕ ค่ำ และแรม ๑ ค่ำ
เดือน ๔ ทางวันมีการจัดงานมนัสการพระธาตุแช่แห้ง ในงานมีมหรสพ การแห่ตุงถวายพระบรมธาตุและการจุดบอกไฟถวายเป็นพุทธบูชา ตามธรรมเนียมดั้งเดิม





5. คนเกิดปีสี
( ปีมะโรงหรือปีงูใหญ่
เมืองเหนือเรียกพญานาค ) ธาตุดิน
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระพุทธสิหิงค์ วัดพระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

พระพุทธสิหิงค์ เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง ในตำนานสิหิงคนิทาน และพงศาวดารโยนก เล่าประวัติว่า หลังจากที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพานไป ๗๐๐ ปี พระเจ้าสีหล และกษัตริย์องค์อื่น ใคร่ทอดพระเนตรรูปของพระพุทธเจ้า มีแต่พระยานาคที่เคยเห็นพระองค์ จึงแปลงรูปเนรมิตตนเป็นพระพุทธเจ้า พระเจ้าสีหลได้กระทำการบูชา ๗ วัน ๗ คืน และให้ช่างถ่ายแบบพระพุทธรูปไว้ ต่อมาพระร่วงแห่งสุโขทัย ได้ยินกิตติศัพท์ของพระพุทธสิหิงค์ ใครจะได้บูชา จึงบอกกับพระเจ้าสิริธรรมแห่งเมืองนครศรีธรรมราช พระเจ้าสิริธรรมได้ส่งทูตไปขอจากลังกา อัญเชิญไปให้พระเจ้าสุโขทัย ต่อมาพระพุทธสิหิงค์ถูกอัญเชิญ ไปยังเมืองสำคัญจนกระทั่งราวปี พ.ศ.๑๙๘๓ เจ้ามหาพรหมได้อัญเชิญ พระพุทธสิหิงค์จากกำแพงเพชร มาถวายพญาแสนเมืองมา แห่งเชียงใหม่ เดิมพญาแสนเมือง จะให้อัญเชิญไปประดิษฐาน ที่วัดบุปผาราม แต่เมื่อรถที่อัญเชิญมาถึงหน้าวัดลีเชียงพระ (ชื่อเดิมวัดพระสิงห์) รถเกิดติดขัดไม่สามารถชักลากไปได้ จึงให้ประดิษฐาน พระพุทธสิหิงค์ไว้ที่วัดนี้ ในปี พ.ศ.๒๐๖๓ พระเมืองแก้วได้สร้าง วิหารลายคำ เพื่อประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ภายในวิหารมีภาพวิจิตรกรรมสมัยรัชกาลที่ ๕ เรื่องสังข์ทอง ฝีมือช่างล้านนา และเรื่องสุวรรณชาดก ฝีมือช่างภาคกลาง ในช่วงสงกรานต์ของทุกปี มีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานบนบุษบก แห่แหนรอบเมืองให้ประชาชนได้สรงน้ำสักการะ




6. คนเกิดปีใส้
( ปีมะเส็งหรือปีงูเล็ก ) ธาตุน้ำ
พระธาตุประจำปีเกิด คือ
พระเจดีย์ศรีมหาโพธิ ที่พุทธคยา
หรือไหว้ต้นโพธิ์ วัดโพ ธารามมหาวิหาร

พระศรีมหาโพธิ เป็นต้นไม้สำคัญในพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นที่ประทับและตรัสรู้สัมโพธิญาณของพระพุทธเจ้า ณ พุทธคยา สำหรับชาวล้านนา
ยังมีความเชื่อว่าต้นโพธิ์เป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ช่วยขจัดความทุกข์ได้ จึงมีประเพณีถวายไม้ค้ำโพธิ์ และเครื่องประกอบพิธีกรรมใต้ต้นโพธิ์
สำหรับผู้ที่เกิดปีมะเส็ง ที่มีพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยา เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำปีเกิด สามารถบูชาต้นโพธิ์ตามวัดแทนได้
โดยที่วัดโพธารามมหาวิหาร เชียงใหม่นี้ เป็นวัดสำคัญที่มีการสังคยานาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ของโลก และพระเจ้าติโลกราชผู้สร้างวัด ทรงให้นำต้นโพธิ์จากลังกามาปลูก พร้อมทั้งจำลองสัตตมหาสถาน คือสถานที่ ๗ แห่งที่พระพุทธเจ้า ได้เสวยวิมุตติสุขก่อนเผยแผ่ศาสนา




7. คนเกิดปีสะง้า ( ปีมะเมียหรือปีม้า ) ธาตุไฟ
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุย่างกุ้ง (พระธาตุตะโก้ง) หรือพระธาตุเจดีย์ชเวดากอง ประเทศพม่า หรือวัดพระบรมธาตุ อ.บ้านตาก จ.ตาก แทน


สำหรับผู้ที่เกิดปีมะเมีย สามารถเดินทางไปมนัสการพระบรมธาตุเมืองตาก แทนพระธาตุชเวดากองที่ประเทศพม่าได้ เนื่องจากเป็นเจดีย์ที่พระครูพิทักษ์ (ทองอยู่) ได้จำลองแบบมา จากพระธาตุชเวดากอง โดยครอบพระธาตุเจดีย์องค์เดิมไว้ ในตำนานพระเจ้าเลียบโลก ได้กล่าวถึงความเป็นมาของพระบรมธาตุเจดีย์ที่วัดนี้ว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาเมืองตาก จนมาถึงดอยมหิยังคะที่ร่มรื่น และทรงมอบพระเกศาธาตุ ให้พระอรหันต์ พร้อมทั้งรับสั่งว่า หลังจากที่เสด็จปรินิพาน แล้วให้นำพระเกศาธาตุมาบรรจุไว้ที่นี่ พระบรมธาตุเจดีย์เมืองตาก จึงเป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุ ในวันขึ้น ๑๔ และ ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ (ปลายเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน) ของทุกปี จะมีงานพิธีสมโภชและสักการะพระบรมธาตุ เรียกว่า งานประเพณีขึ้นพระธาตุเดือนเก้า




8. คนเกิดปีเม็ด ( ปีมะแมหรือปีแพะ ) ธาตุดิน
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่


พระธาตุดอยสุเทพ ตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพ การประดิษฐานพระบรมธาตุ เจดีย์บนเขาศักดิ์สิทธิ์ ของเมืองมีขึ้นราวปี พ.ศ.๑๙๑๖ สมัยพญากือนา (พ.ศ.๑๘๙๘-๑๙๒๘) ในยุคทองของล้านนา พระองค์ได้อาราธนาพระสุมนเถระ จากสุโขทัย มาเชียงใหม่ พระสุมนเถระ จึงอัญเชิญพระบรมธาตุที่พบเมืองปางจามาด้วย พระบรมธาตุนี้ได้ทำปาฏิหาริย์แยกเป็นสององค์ องค์หนึ่งประดิษฐานที่วัดบุปผาราม อีกองค์หนึ่งพญากือนา ได้อาราธนาสถิตเหนือช้างมงคล เพื่อเสี่ยงทายที่ประดิษฐาน ช้างมงคลเดินขึ้นมาถึงยอดดอยสุเทพ แล้วร้องสามครั้งทำทักษิณา วรรตสามรอบ และส้ม (ตาย) ลง ภายหลังอัญเชิญพระบรมธาตุลงมา พญากือนาให้ขุดหลุมประดิษฐานพระบรมธาตุ และก่อพระเจดีย์สูง ๕ วา ต่อมาปี พ.ศ.๒๐๘๑ สมัยพระเจ้าเกษเกล้า ได้ก่อเป็นพระเจดีย์สูงใหญ่สีทอง เช่นทุกวันนี้ มีความเชื่อว่าหากบูชาพระธาตุ ในทิศทั้งสี่แล้วจะทำให้มีสติปัญญาดี สมัยก่อนในวันวิสาขบูชามีประเพณีการขึ้นพระธาตุ โดยชาวบ้าน จะเดินลัดเลาะป่าขึ้นสู่องค์พระธาตุ


9.คนเกิดปีสัน ( ปีวอกหรือปีลิง ) ธาตุดิน
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
พระธาตุพนม พระบรมธาตุเจดีย์องค์สำคัญ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนสองฝั่งโขง บรรจุพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระมหากัสสปะเถระ ได้นำมาประดิษฐานไว้บนภูกำพร้า ตามตำนานว่าก่อสร้างโดยกษัตริย์ห้าองค์คือ พระยาจุฬณีพรหมทัต พระยานันทเสน พระยาอินทปัด พระยาคำแดง และพระยาสุวรรณภิงคาร พร้อมไพร่พล ในส่วนลวดลายที่เรือนธาตุนั้น ตำนานเล่าว่า ตกแต่งโดยพระอินทร์และเหล่าเทวดา มีแผ่นอิฐที่จำหลักลวดลายเป็นภาพกษัตริย์โบราณ ฝีมือช่างพื้นบ้าน ศิลปะทวารวดี หรือพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๕ นับว่าเป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่เก่าแก่ ของภาคอีสาน พระธาตุพนมได้รับการบูรณะ และอุปถัมภ์โดยกษัตริย์แห่งล้านช้าง ในสมัย พ.ศ.๒๒๒๓-๒๒๒๕ พระครูโพนเสม็ด (ญาคูขี้หอม) นำราษฎรจากเวียงจันทน์ ๓,๐๐๐ คนมาปฏิสังขรณ์พระธาตุให้สูงขึ้น และเป็นรูปแบบที่นิยมในอีสาน ต่อมารัฐบาลได้บูรณะให้สูงขึ้นอีกเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๓ แต่ในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๑๘ เกิดฝนตกหนัก และพระธาตุพนมได้ทรุดพังทลายลง แต่ก็ได้รับการบูรณะโดยภาครัฐ และเอกชนเสร็จสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๒ ในเขตวัดมีบ่อน้ำพระอินทร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ด ของบ่อน้ำที่ใช้น้ำมาเสกน้ำพระพุทธมนต์ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๖ จนถึงรัชกาลปัจจุบันงานมนัสการพระธาตุพนม จัดขึ้นทุกปีในวันขึ้น ๑๐ ค่ำ ถึงวันแรก ๑ ค่ำ เดือน ๓

10. คนเกิดปีเร้า ( ปีระกาหรือปีไก่ ) ธาตุเหล็ก
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุหริภุญชัย อ.เมือง จ.ลำพูน

พระบรมธาตุหริภุญชัย เป็นพระธาตุคู่เมืองลำพูนมาแต่โบราณ มีตำนานเล่าว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้า เสด็จมายังชัยภูมิของชาวเม็ง ทรงหยุดประทับนั่ง ณ สถานที่หนึ่ง พระยาชมพูนาคราช และพระยากาเผือกได้มาอุปัฏฐาก และมีชาวลัวะผู้หนึ่ง นำลูสมอมาถวายพระองค์ ทรงมีพุทธพยากรณ์ว่าที่นี่ในอนาคตจะเป็น " นครหริภุญชัยบุรี " เป็นที่ประดิษฐาน " พระสุวรรณเจดีย์ " ซึ่งบรรจุกระหม่อม ธาตุกระดูก ธาตุกระดูกนิ้วมือ และธาตุย่อยอีกเต็มบาตรหนึ่ง ในครั้งนั้นพระยาทั้งสองได้ทูล ขอพระเกศาธาตุนำไปบรรจุในกระบอกไม้รวก และโกศแก้วใหญ่ ไว้ในถ้ำใต้ที่ประทับ ต่อมาในสมัยพระยาอาทิตยราช ผู้ครองเมืองหริภุญชัย (ราว พ.ศ.๑๔๒๐) ได้เสด็จลงห้องพระบรรทม แต่มีการขัดขวาง มิให้เข้าภายหลัง ทรงทราบว่าที่แห่งนั้นเป็นที่บรรจุพระบรมธาตุ จึงทรงให้รื้อวัง และขุดพระบรมธาตุมาบรรจุโกศทองคำ และสร้างมณฑปปราสาท เพื่อเป็นที่ประดิษฐาน พระธาตุหริภุญชัย ได้รับการบูรณะเรื่อยมา โดยพระเจดีย์องค์ปัจจุบันบูรณะ ในสมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งเชียงใหม่ เมื่อ ๕๐๐ กว่าปีมาแล้ว ภายในวัดยังมีพระสุวรรณเจดีย์ เจดีย์ยุคแรกในศิลปะหริภุญชัย เจดีย์เชียงยัน เจดีย์เก่าแก่ทรงปราสาทห้ายอด และหอระฆัง ที่แขวนกังสดาลใหญ่เป็นต้น ในวันขึ้น ๑๓ ค่ำเดือน ๖ ของทุกปีจะมีงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย น้ำที่นำมาสรงองค์พระธาตุนี้ จะต้องนำมาจากบ่อน้ำทิพย์ บนยอดดอยขะม้อที่อยู่นอกเมือง ตามธรรมเนียมปฏิบัติแต่โบราณ




11.คนเกิดปีเส็ด ( ปีจอหรือปีหมา ) ธาตุดิน
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุเกศแก้วจุฬามณี บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ สามารถบูชา รูป หรือไปไหว้พระเจดีย์ที่วัดเกตการาม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ แทน
สำหรับผู้ที่เกิดปีจอ พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระเกศแก้วจุฬามณีเจดีย์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ตามพุทธประวัติกล่าวไว้ว่า ประดิษฐานพระทันตธาตุ ที่พระอินทร์นำมาจากพระบรมธาตุที่ โทณพราหมณ์ได้แอบซ่อนไว้ เมื่อครั้งมีการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า ให้แก่เจ้าเมืองต่างๆ ด้วยเหตุที่พระธาตุเจดีย์องค์นี้ มนุษย์ไม่สามารถเดินทางไปถึงได้ ดังนั้น นอกจากนมัสการด้วยการบูชารูปแล้ว ยังสามารถบูชาพระเจดีย์ที่วัดเกตการาม เชียงใหม่ ซึ่งมีชื่อพ้องกับพระเกศแก้วจุฬามณีเจดีย์ วัดนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง ในเขตย่านการค้าของชาวต่างชาติ ตามประวัติว่า สร้างโดยพญาสามฝั่งแกน เมื่อ พ.ศ.๑๙๗๑ แต่พระเจดีย์ได้พังทลายลงในปี พ.ศ.๒๑๒๑ พระสุโธรับสั่งให้สร้างขึ้งใหม่ เป็นเจดีย์ทรงลังกาแบบล้านนา นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีพระวิหารใหญ่ ที่สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ และพิพิธภัณฑ์เก็บของใช้พื้นบ้านให้ชม (เปิด ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น.)



12.คนเกิดปีใค้ ( ปีกุนหรือปีหมู บางตำราเป็นช้าง ) ธาตุน้ำ
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุดอยตุง อ.แม่สาย จ.เชียงราย


พระบรมธาตุดอยตุง ตั้งอยู่บนดอยสูง ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเขา ตามตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอชุตราช ผู้ครองเมืองโยนกนาคพันธุ์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) ดังที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้ ก่อนที่จะสร้างพระอชุตราชให้ทำทุง (ตุง) มีความยาว ๑,๐๐๐ วาปักบนยอดเขา หากทุงปลิวไปถึงที่ใด ก็กำหนดให้เป็นฐานของพระเจดีย์ ทั้งนี้พระองค์ได้พระราชทานทองคำ ให้พวกลาวจกเป็นค่าที่ดิน และให้พวกมิลักขุ ๕๐๐ ครอบครัวดูแลรักษาพระธาตุ ต่อมาในสมัยพญามังราย พระมหาวชิรโพธิเถระ ได้นำพระบรมสารีริกธาตุมาถวาย ๕๐ องค์ พญามังรายจึงให้สร้างพระเจดีย์อีกองค์ ใกล้กับเจดีย์องค์เดิม บางตำนานว่าที่มาชื่อดอยตุง เนื่องมาจาก พระมหากัสสปะได้อธิษฐานตุงยาว ๗,๐๐๐ วา ไว้ที่ยอดดอยแห่งนี้ พระบรมธาตุดอยตุง ได้รับการบูรณะหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๓ ได้บูรณะเป็นเจดีย์ทรงปราสาท องค์ปัจจุบัน พระบรมธาตุดอยตุง เป็นที่เคารพสักการะของชาวล้านนา ไทใหญ่ หลวงพระบาง และเวียงจันทน์ ทุกปีจะมีงานนมัสการพระบรมธาตุในวันพ็ญเดือน ๓




โดย: พระธาตุประจำปีเกิด [24 ก.ย. 51] ( IP A:118.172.100.45 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   http://www.radompon.com/
http://www.newschool.in.th
โดย: dd [24 ต.ค. 51 1:46] ( IP A:118.172.100.208 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   "มุมเพื่อใจวัยรุ่น" ให้คำปรึกษา แนะนำ และเป็นที่เสนอข้อมูลข่าวสารต่างๆ มีกิจกรรม ปัญหาบุคลิกภาพ ปัญหาการนอน เพศศึกษา โรคจิตเภท โรคประสาท คลีนิครัก.คอม ให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา การใช้ชีวิตคู่ คอลัมน์โจ๊ก โรคติคต่อทางเพศสัมพันธ์ บทความ ห้องสนทนา ฯลฯ คลีนิค ดร.เอ็กซ์โดยทีมงานของหมอนพพรและคณะผู้เชี่ยวชาญ จาก นสพ.เดลินิวส์ ตอบปัญหาด้านสุขภาพ ความงามและเพศศึกษา มุมเพศศึกษาของ Simplemag.com ปรึกษาปัญหากับนพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ เจ้าของคอลัมน์เซ็กซ์ศึกษาอ่านบทความน่ารู้ และกระทู้เด่นประจำสัปดาห์ สมุนไพร ภูมิปัญญาไทย สู่ภูมิปัญญาโลกด้วยค่ะ เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยวันนี้ thaiyouths - เว็บไซต์แนะนำความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษา อนามัย การเจริญพันธ์ การวางแผนครอบครัว โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษา การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาที่น่าสนใจ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร นอกจากนี้ภายในเว็บไซต์ยังเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน http://www.thaiyouths.org จิตใจ - จิตใจดอทคอม มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษา การปฏิบัติตน เพศศึกษา และความรู้ด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตแก่เยาวชน เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยสมาคมสุขภาพจิตแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ http://www.jitjai.com/ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเพศศาสตรศึกษา - แนะนำชมรมเพศศาสตรศึกษา บริการตอบปัญหาทางเพศ ศูนย์ปรึกษาคุณภาพชีวิต ปัญหาเรื่องเพศที่พบบ่อย กิจกรรมของชมรม และนานาสาระเรื่องเพศ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเพศศาสตรศึกษา http://www.thaisexuality.ihr.chula.ac.th/ Teen Path - คู่มือการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขสำหรับวัยรุ่น เพื่อให้สามารถเข้าใจพัฒนาการ มีความรู้เรื่องเพศอย่างถูกต้อง และแก้ปัญหาได้อย่างถูกวิธี ให้ความรู้อย่างเข้าใจธรรมชาติของวัยรุ่น และสาระน่าอ่านมากมาย http://www.teenpath.net ดอกเตอร์โอคลินิค - เว็บไซต์สำหรับการถามปัญหาทางเพศ แนะนำหนังสือเรื่องเพศที่น่าอ่าน คำถามยอดนิยม บทความ และรวมคำถามที่ตอบในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ http://www.thaidoctoro.com/ คลินิกนายแพทย์นพพร - บริการตอบปัญหาทางด้านเพศศึกษา โดยนายแพทย์นพพร รวมทั้งมีเรื่องน่ารู้ คำถามประจำวัน ยาบำรุงสุขภาพ หนังสือน่าอ่าน ประวัติคุณหมอ และสามารถจดหมายถึงคุณหมอได้ด้วย http://www.clinicdrnopporn.com/ ดอกเตอร์เอ็กซ์ - คลินิกหมอนพพร รับปรึกษาปัญหาและถามตอบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเพศ ให้คำแนะนำและคำปรึกษาต่างๆ พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ มากมาย http://www.doctorx.ksc.net/ วัยรุ่นดอทคอม - เว็บไซต์ที่นำเสนอบทความเกี่ยวกับเพศศึกษาและวัยรุ่น สดใสใส่สาระ การสำรวจตัวเอง การรู้จักตนเอง และบริการรับปรึกษาปัญหาวัยรุ่น http://www.wiroon.com/ รายการคลินิกรัก - หากคุณมีข้อสงสัย คำถามเกี่ยวกับเพศศึกษา พบกันได้ที่เว็บไซต์แห่งนี้ ที่ ๆ รวบรวมคำถามคาใจเกี่ยวกับสุขภาพเซ็กส์ บทความเกี่ยวกับเซ็กส์หรือเซ็กส์สามัญประจำบ้าน รวมถึงสามารถสมัครเข้าชมรมคลินิกรักเพื่อรับสิทธิพิเศษจากบริการต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ด้วย http://www.lovesexclinic.com/ วัยรุ่นกับเพศสัมพันธ์ - ให้ความรู้เกี่ยวการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของวัยรุ่น กระดานถาม-ตอบปัญหาทางเพศ อีกทั้งยังให้ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของหนุ่มสาว http://www.bu.chan.rit.ac.th/saowana/work_work/ Sex Must Say - เว็บไซต์ที่เสนอเรื่องที่อยากรู้ ควรรู้ และต้องรู้ที่เกี่ยวกับเพศศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เซ็กส์สตอรี่ ข่าวเด่นประเด็นดัง คำถามและคำตอบ รวมถึงข่าวคราวเกี่ยวกับ SMS Club http://www.eotoday.com/sexmustsay/ เพศศึกษาวาไรตี้ - เว็บเพศศึกษาวาไรตี้ที่ครบรส ทั้งประเด็นยอดฮิตเรื่องเด่น กระทู้เด่น gossip ดารา รวมลิ้งค์ความเซ็กซี่ รูปภาพสาว ๆ เซ็กซี่ บทความเรื่องเพศศึกษาในมุมมองทั้งของผู้ชายและผู้หญิง รวมถึงเรื่องขำขันและภาพโจ๊กเก็บตก http://www.sexy.co.th/ กองอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

โดย: hpc (เจ้าบ้าน ) [24 ต.ค. 51 2:08] ( IP A:118.172.100.208 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   http://cont.obec.go.th/หองสมดดจตอล/tabid/36/Default.aspx
โดย: con (เจ้าบ้าน ) [24 ต.ค. 51 2:32] ( IP A:118.172.100.208 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   http://postcode.narak.com/
โดย: คำขวัญ 76 จังหวัด [15 ม.ค. 52] ( IP A:118.172.91.235 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   http://www.kruaklaibaan.com ครัวไกลบ้าน
สูตรอาหารที่ต้องการด้วยวิธีง่ายๆ เช่น ไก่ทอด ต้มยำ พล่า ขนมจีน ข้าวผัด เป็นต้น ถ้าไม่พบสูตรที่ต้องการ ลองไปดูที่คลังสำรับต่างๆนะคะ สูตรอาหารที่จัดเก็บแล้ว จะแยกตามลักษณะของอาหารชนิดนั้นๆ เช่น แกงเผ็ด แกงจืด จานผัด จานทอด ขนมไทย ขนมฝรั่ง เป็นต้น

โดย: อาหารไทย [17 ม.ค. 52 15:51] ( IP A:118.172.54.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   http://www.tumsrivichai.com/
เช่าพระ พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง วัตถุมงคล จตุคามรามเทพ
โดย: วัตถุมงคล [5 ก.พ. 52 22:08] ( IP A:118.172.7.100 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)

พิมพ์เพื่อยืนยันตัวตนว่าไม่ใช่ คอมพิวเตอร์


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน