ตำราอายุวัฒนะ
   ตำราอายุวัฒน



">คำว่า อายุวัฒนะเป็นภาษาไทยที่ใช้เกี่ยวกับยาบำรุงร่างกายให้แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคภัยไข้เจ็บ มีอายุยืนยาว จะเป็นถ้อยคำโอ้อวดชวนเชื่อดุจที่เจ้าหน้าที่เก่ยวข้อกล่าวหาก็หามิได้ เพราะท่านใช้อย่างนี้มาแต่ดึกดำบรรพแล้ว เจ้าหน้าที่ว่าถ้าเป็นยาอายุวัฒนะกินแล้วก็ไม่รู้จักตายสิ จะเป็นถ้อยคำกล่าวแบบไหนวิญญูชนก็พิจารณาเอาเอง ผู้เขียนขอใช้ชื่อนี้กล่าวถึงตำรายาทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงร่างกาย ซึ่งมีมากมายในตำรายาไทยโบราณ ผู้อ่านสนใจตำรับไหนก็เชิญเอาไปปรุงรับประทานดู ข้าพเจ้ามีหน้าที่เผยแพร่ความรู้ให้ข้อมูลตามโบราณซึ่งท่านใช้สืบ ๆ กันมาว่าได้ผลดี บางตำราก็มีเรื่องเล่าความเป็นมาประกอบไว้ด้วย คนโบราณมีศีลธรรมประจำใจคงไม่โกหกหลอกลวง เพราะโบราณท่านมิได้หวังผลการค้าพาณิชย์อะไรเหมือนในสมัยนี้ ใครมีอะไรดีท่านก็จารึกลงในใบลานบ้าง ในแผ่นทองบ้าง ฝังไว้ในพระธาตุเจดีย์ก็มี ใส่พานไว้บูชาก็มี คนรุ่นหลังบางคนเห็นคุณค่าก็นำออกมาเผยแพร่ บางคนไม่เห็นคุณค่าเอาเผาไปกับผู้ตายด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็มี เรื่องแบบนี้ก็มีมาก เพราะบางแห่งก็เป็นประเพณีที่สืบต่อมาแต่โบราณ ดุจที่จารึกไว้ในกฎหมายของเมืองพะเยาอันว่าด้วยหลักเจริญเมือง คือหลักการทำความเจริญให้เกิดขึ้นกับบ้านเมือง อันเป็นข้อที่ 7 ความว่า คน 3 จำพวกนี้เขาตายอย่าสืบแทนเขา ลูกหลานเขามีก็ให้สืบแทนต่อ ๆกันไป หากไม่มีลูกหลานก็ให้เอาเผาไฟไหลน้ำเสีย แต่ก็เป็นในพื้นที่นั้น ๆ หรือใกล้เคียงที่ได้รับอิทธิพลมาจากเมืองพะเยาแต่โบราณ ตำราที่สืบทอดกันมาคงได้มาในสมัยหลัง หรือได้มาจากแหล่งอื่น ๆ จึงสามารถสืบทอดมาถึงรุ่นของพวกเราได้ จนถึงมือหมอเมืองที่จะนำมาเปิดเผยให้ท่านได้คัดลอกกันต่อไปอีก แต่มันมีที่มาจากหลายตำรา จึงไม่สะดวกที่จะกล่าวถึงที่มา เอาว่าเป็นของเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาเป็นใช้ได้ ผมนิยมยาอายุวัฒนะ เพราะเป็นยารักษาก่อนเป็น คือสร้างร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง มีภูมิต้านทานต่อโรคได้ดี สามารถรักษาอาการป่วยที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกายได้ดี ซึ่งส่วนมากจะเป็นโรคเรื้อรัง เช่นความดันสูง เบาหวาน อัมพฤกต์อัมพาต โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคผอมแห้ง อ้วนเกินไป ผอมเกินไป แก่เร็วเกินไป พวกนี้ล้วนเกิดจากร่างกายขาดความสมดุลย์ ธาตุไม่ปกติ ยาอายุวัฒนะนั้นสร้างธาตุให้ปกติ เมื่ออะไร ๆ มันปกติมันก็ดีเหมือนคนหนุ่มที่สมบูรณ์แข็งแรง ความรู้สึกอะไรที่คนหนุ่มเคยมีและหายไปมันก็กลับคืนมา ทีนี้ตำรับยานี้มันมีมากมาย เมื่อท่านอ่านดูแล้วมันก็มีสรรพคุณตรงกัน คือ กินได้ นอนหลับ ขับถ่ายคล่อง ท้องไม่ผูก ถ้ามีเหตุให้เป็นอย่างนี้มันก็เกิดผลขึ้นมา คือร่างกายอุดมสมบูรณ์แข็งแรงการหมุนเวียนโลหิตก็ดี น้ำเลือดน้ำเหลืองก็สมบูรณ์ดี ผิวพรรณสวยสดงดงาม แล้วจะเอาโรคภัยมาแต่ไหน ร่ายกายเรานี้เป็นโรงงานวิเศษ มันรู้จักคัดแยกดูดซึมเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ไปใช้ด้วยความเหมาะสม แต่ถ้าธาตุผิดปกติเสียแล้วก็เหมือนเครื่องจักรกลมันชำรุด ประสิทธิภาพในการคัดเลือกแจกจ่ายมันก็เสียหาย การฟื้นฟูสุขภาพจึงต้องฟื้นฟูธาตุให้สมดุล ยาอายุวัฒนะทุกขนานล้วนเป็นยาปรับธาตุทั้งนั้น แต่การจะใช้ตำรับไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวสมุนไพรที่จะใช้ว่าหาได้ยากหรือง่าย อันไหนมันยาก ไม่รู้จัก ก็ไม่ต้องหาต้องทำ เลือกเอาที่ง่าย ๆ ทดลองทำกินดูก่อน แต่บางขนานมันไม่เหมาะกับเราก็มี ตามที่เขาว่าลางเนื้อชอบลางยา ใช่ว่าเป็นอายุวัฒนะก็กินได้เหมือนกันทุกคน ขึ้นอยู่กับธาตุของแต่ละบุคคล เช่นธาตุไฟมากแล้วไปกินยาร้อน แทนที่จะดีกลับจะเจ็บป่วยเอา ทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับ เป็นคนหนุ่มแล้วไปกินยาคนแก่ แทนที่จะดีก็กลับจะแย่เอา ความจริงมันก็มีเรื่องละเอียดอ่อนอยู่เหมือนกัน การปรึกษาผู้รู้ก่อนใช้ก็เป็นทางเลือกที่ดีอย่างหนึ่ง หมอเมือง (อภิญญา สันยาสี บภ.)







ยาอายุวัฒนะขนานที่ 1
1. หัวกระชายแก่ 4 บาท 2. เหง้าขิง 4 บาท
3. หัวกะทือ 4 บาท 4.ดอกดีปลี 4 บาท
5. เนื้อสมอไทย 4 บาท 6.โด่ไม่รู้ล้ม 4 บาท
7. รากเจตมูลเพลิงแดง 4 บาท 8. พริกไทยล่อน 10 บาท
9. หรดาลกลีบทอง 8 บาท
สมุนไพรเหล่านี้ต้องล้างให้สะอาดแล้วฝานหรือสับตากแห้ง แล้วบดเป็นผง ผสมน้ำผึ้งปั้นลูกกลอน รับประทานวันละ 1 เม็ดพุทรา ท่านว่าจะไม่มีอาการอ่อนเพลีย เดินทางไกล หรือขึ้นเขาลงห้วยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย คนกินประจำแม้แก่เฒ่าก็จะกลับเหมือนคนหนุ่ม
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 2
ยาขนานนี้เป็นตำราเมืองเหนือ เกิดขึ้นในสมัยที่พม่าครองเมืองล้านนาถึง 200 กว่าปี (ตั้งแต่ พ.ศ.2094-2324) คนเมืองเหนือและคนพม่าก็มีความสนิทชิดใกล้กัน ไปมาหาสู่กันมิได้ขาด มีเรื่องเล่าว่า ยังมีกะทาชายนายหนึ่งอายุมากแล้ว เมื่อภรรยาถึงแก่กรรมลูกหลานก็ไม่เหลียวแล ร่างกายก็ซูบผอม กินไม่ได้นอนไม่หลับ หาเรี่ยวแรงมิได้ จึงระหกระเหินออกจากบ้านไปพบพระพม่ารูปหนึ่งก็ขออาศัยข้าวก้นบาตรท่านยังชีพ คอยรับใช้ท่านไปในตัว พระท่านเห็นร่างกายหาเรี่ยวแรงมิได้ก็ประกอบยาให้รับประทาน ผ่านไป 1 เดือนร่างกายก็กลับมีกำลังวังชาขึ้นมา โรคภัยที่เคยเป็นก็หายไป ต่อมาพระพม่าเดินทางกลับไปเยี่ยมญาติของท่านในประเทศพม่า ชายชราคนนี้ก็ติดตามไปด้วย และกินยานี้อยู่ประจำ อยู่พม่าได้ปีเศษ ร่างกายก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง ผมที่ขาวโพลนก็กลับดำ ผิวพรรณวรรณะก็เปล่งปลั่ง ผิวหนังเต่งตึงดูเหมือนคนอายุสามสิบเศษ เมื่อพระพม่าเดินทางกลับไทยก็ติดตามกลับมาด้วย แล้วกลับไปเยี่ยมลูก ๆ ญาติ ๆ ในหมู่บ้าน ใคร ๆ ก็จำแกไม่ได้ ดูก็คลับคล้าย คนทั้งหมู่บ้านแปลกใจพากันมาดู บ้างก็ว่าใช่ บ้างก็ว่าไม่ใช่ ทั้งนี้เพราะแกเปลี่ยนเป็นคนหนุ่มเร็วเกินไป อายุ 75 ปีกลับกลายเป็นดุจอายุสามสิบกว่าปีมันก็น่าฉงนอยู่ ต่อมาแกก็ได้เมียสาวคราวลูก มีลูกอีก 3 คน แล้วท่านก็ได้บอกตำรายาของพระพม่าไว้ให้คนทั้งหลายได้ปรุงกิน คนมีบุญทำกินก็ได้ประโยชน์ไปตามนั้น คนไม่มีบุญก็ไม่เชื่อ ก็หาทำกินกันไม่ ก็เป็นเช่นนี้มาทุกยุคสมัย ถ้าไม่เป็นดังนี้ คนเชื่อกันทั้งบ้านทั้งเมืองก็คงเป็นหนุ่ม อายุยืนยาวกันหมดแหละครับ ตำรายามีดังนี้
1. รากช้าพลู 1 ตำลึง 2. รากมะแว้งต้น 1 ตำลึง
3. รากมะแว้งเครือ 1 ตำลึง 4. รากมะเขือขื่น 1 ตำลึง
5. เถาบอระเพ็ด 1 ตำลึง 6. รากเจตมูลเพลิง 1/2 ตำลึง
เมื่อได้ตัวสมุนไพรมาครบแล้วต้องล้างให้สะอาด แล้วสับเป็นชิ้น ๆ ตากแดดให้แห้งดีแล้วจึงบดให้เป็นผง จากนั้นจึงนำขึ้นเครื่องชั่ง ไม่จำเป็นต้องให้ได้ 1 ตำลึง จะเป็น 100 กรัมก็ได้ ส่วนรากเจตมูลเพลิงใช้ครึ่งขีดก็พอ จากนั้นจึงผสมน้ำผึ้งให้เปียกแล้วใส่ภาชนะปิดฝาให้มิดชิด เก็บไว้ในที่ร่ม(ตำราว่าฝังในข้าวเปลือก 7 วัน)เป็นเวลา 7 วัน จึงนำออกรับประทานทุกวัน ๆ ละ 1 เม็ดพุทราดิบ ท่านว่าภายใน 6 เดือนร่างกายจะแปรเปลี่ยนอย่างอัศจรรย์ ผู้เขียนยังไม่ได้หาสมุนไพรมาทดลองปรุงกินดู สมุนไพรพวกนี้หาได้เองยิ่งดี เพราะได้สมุนไพรสดใหม่ สะอาด และของจริงแท้ ถ้าซื้อจากร้านยาสมุนไพรไม่แน่นอน ที่ไม่ค่อยเข้าท่าคือไม่สะอาด เราจะเอามาล้างตอนมันแห้งแล้วก็ไม่สะดวก จึงควรแสวงหาตามบ้านนอกคอกนานั่นแหละ หาได้ง่ายครับ
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 3
เรื่องฝอยตำราโบราณบางทีก็ฟังหูไว้หู เพราะท่านกล่าวไว้เพื่อแสดงให้เห็นคุณภาพของยาเท่านั้นว่าวิเศษจริง คนที่เอามาทำกินจริง ๆ ก็บอกว่าดีมาก แต่ไม่ถึงขนาดมีหูทิพย์ตาทิพย์หรอก นอกจากผู้ปฏิบัติศีล สมาธิ ปัญญา จนถึงขั้นได้ฌาน 4 ฌาน 8 โน่นแหละจึงจะได้ฤทธิ์เดชดังว่า แม้พระอินทร์ก็คงลงมาหาจริง ๆ เพราะพระอินทร์ท่านชอบทำบุญกับพระผู้วิเศษมีกิเลสอันเหือดแห้งแล้ว เรา ๆ ท่าน ๆ กินแล้วมีกำลังวังชา ไม่มีโรคภัยเบียดเบียนก็ดีถมไปแล้ว ตำรายามีดังนี้ครับ
1. มหาหิงคุ์ 1 บาท 2. การบูร 2 บาท
3. ดอกดีปลี 3 บาท 4. ขิงแห้ง 4 บาท
5. เทียนทั้งห้า สิ่งละ 1 บาท 6. ผักแพวแดง 6 บาท
7. สมอทั้งสามสิ่งละ 7 บาท 8. โกฏสอ 8 บาท
9. โกฏเขมา 8 บาท 10. ลูกจันทร์ 9 บาท
10. พริกไทยล่อน 10 บาท
ท่านให้ทำเป็นยาผงผสมน้ำผึ้ง รับประทานเช้า-เย็น ครั้งละ 1 เม็ดพุทรา เป็นยารักษาธาตุให้บริบูรณ์ สุขภาพแข็งแรง มีภูมิต้านทานต่อโรคภัยไข้เจ็บได้ดี รับประทานประจำจะทำให้มีอายุยืนยาว

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 4
ยาขนานนี้มีที่มาจากภาคใต้ของไทยเรา มีคนใช้กันเยอะ เพราะอยู่ในดงของอิสลามซึ่งชาย 1 คนสามารถมีภรรยาได้ 4 คน ภรรยาจึงต้องแข่งขันกันเพื่อให้สามีรักที่สุด ร.ต.อ.เปี่ยมได้นำมาเผยแพร่ แต่ผู้เขียนได้ตำรานี้จากน้องชายซึ่งเป็นลูกศิษย์พระอาจารย์อินทร์ วัดโขลงคูบัว ราชบุรี ท่านแนะนำให้คุณหญิงคุณนายที่สามีแอบไปมีเมียน้อยทำกิน สามีกลับมาหาทุกราย ผู้เขียนก็มียานี้ไว้ประจำสำหรับคนมีปัญหาดังว่า ตำรายามีดังนี้
1. หัวไพล 1 ขีด 2. ขมิ้นอ้อย 1 ขีด
3. ขมิ้นชัน 1 ขีด 4. หัวแห้วหมู 1 ขีด
5. หัวกระชาย 1 ขีด 6. พริกไทยล่อน 2 ขีด
ต้องทำเป็นยาผงก่อน แล้วผสมน้ำผึ้งปั้นลูกกลอน รับประทานก่อนนอนวันละไม่เกิน 2 เม็ดในพุทรา ถ้ารับประทานมากจะผายลมตลอด หรือถ้าเป็นคนธาตุร้อนหรือโรคไตไม่ควรกิน เพราะเป็นยาร้อน คนเฒ่าแก่กินดีมาก จะบำรุงธาตุไฟให้บริบูรณ์ และขับผายลมได้ดียิ่ง ตำราว่าแม้สตรีจะมีบุตรสัก 10 คนก็ยังเหมือนสาวน้อย

ยาอายุวัฒนะตำรับที่ 5 แก้กามตายด้าน
ยานี้แก้โรคกามตายด้านของผู้ชาย ที่เรียกว่านกเขาไม่ขัน ชื่อสมุนไพรบางตัวก็แปลก ๆ มีเฉพาะบางท้องถิ่น มีตัวยา 7 ตัวคือ
1. โด่ไม่รู้ล้ม 2. หญ้าไก่นกคุ่ม 3. หญ้าสามสิบสองราก 4. หนาดพา 5. นาคมีแลน 6. หญ้าปฐม 7.ตำสอ
สมุนไพรเหล่านี้ท่านไม่ได้บอกสัดส่วน ก็คงใช้แต่ละพอประมาณเท่า ๆ กัน ล้างสะอาดดีแล้วตากแดดให้แห้ง ดองด้วยสุรา 45 ดีกรี ใส่น้ำผึ้งพอสมควร รับประทานเช้า-เย็น ครั้งละ 1 จอก


ยาอายุวัฒนะขานที่ 6 แก้กามตายด้าน
1. เปลือกมะพลับ 2. เปลือกตะโกนา
เอายาทั้งสองอย่างนี้ปิ้งไฟให้กรอบดีแล้วชงน้ำร้อนรับประทานแทนน้ำชา ท่านว่าทำให้ทนทานดี



ยาอายุวัฒนะขนานที่ 7 แก้กามตายด้าน
1. บอระเพ็ดพุงช้าง 2. โด่ไม่รู้ล้ม 3. ม้ากระทืบโรง
ใช้สัดส่วนเท่ากัน ตากแห้งแล้วดองสุรา รับประทานเช้า-เย็น 3-4 อาทิตย์ก็เห็นผลดี

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 8 แก้กามตายด้าน
ท่านประพันธ์เป็นถ้อยคำคล้องจองกันว่า
อนึ่งราชาบุรุษ องคะชาติชำรุดปรำปรา ดูดีแต่ตาโสภาแต่ใจ
ยกดอขึ้นตั้งขดดังปลาไหล หางลากเข้ากองไฟแสนเวทนา
เอาหัวเข้าจดมันหดออกเอง ทำพองโตงเตงชั่วช้าสาธารณ์
อาจารย์ท่านรู้เอารากช้าพลูแลขิงแห้งมา หรดาลกลีบทอง ดีปลีต้องหา
อีกเถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิงนา ลูกจันท์ทั้งมวลล้วนแต่เป็นยา
เอาเสมอภาคตากแห้งสิ้นกระบวน โขลกตำเป็นผงร่อนลงละเอียด
คลุกเคล้าละเลียดด้วยน้ำผึ้งรวง กินเช้ากินเย็นเจ็ดวันไม่เว้นจึงตื่นขึ้นมา
แม้แก่ชราอายุแปดสิบเกี้ยวเมียสู้ยิบ ไม่เว้นแต่ละวัน แม่ม่ายหัวสั่นขอตัวแทบตาย

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 9 แก้กามตายด้าน
ตำรานี้เป็นของเมืองเหนือ
1. มะเขือแจ้เครือ 2. จงละอาง 3. ม้าแม่ก่ำ
เป็นยาผงละลายน้ำสุรารับประทานเช้า-เย็นทุกวัน ท่านว่าวิเศษจริง
ยาอายุวัฒนะขนานที่ 11 แก้กามตายด้าน
1. ให้เอากระโปกกระชาย (หัวกระชาย เอาทั้งหัวและรากนั่นแหละครับ)
2. ขัดมอญทั้งห้า ถอนขึ้นมาทั้งราก เอาทั้งหมดนั่นแหละ
ความหมายคือ เอารากหมากหมก รากอ้ายเหล็กนางยอง รากขลี รากทุ้งฟ้า รากน้ำเต้า ต้มกินทุกวัน

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 10 แก้กามตายด้าน
ท่านให้เอา ขันเพชร เล็ดหนู สำคัญคู่เป็นตัวยา เถาวัลย์พรรณพฤกษา ต้นมรณาปลายยังเป็น
สิทธิอาจารย์ว่าท่านให้เอาย่านเอ็น เส้นสายที่ตายเป็นจักคืนดี ถ้าต้มกินหม้อหนึ่งมิรำพึงถึงความตาย
เฒ่าชราฟันหาไม่ยังแค่นไปได้คืนละสามหน หมายความว่าเอาสมุนไพรดังต่อไปนี้คือ รากขันเพชร
รากเร็ดหนู ต้นฝอยทองที่อยู่ตามต้นไม้ ย่านเอ็น เอามาต้มกินต่างน้ำ
สัดส่วนเท่ากัน ใช้ตากแห้งบดเป็นผงผสมน้ำผึ้งปั้นลูกกลอนก็ได้ หรือเอามาต้มกินน้ำก็ได้ ใช้ดองสุราดื่มทุกวันก็ได้ รับประทาน เช้า-เย็น ยาขนานนี้เป็นของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ท่านบันทึกไว้แต่ปี 2409
เป็นตำรายาที่ขึ้นชื่อมาก ส่วนมากหมอยาในกรุงเทพ ฯ และภาคกลางล้วนรู้จักและปรุงกินกันมาก แต่ท่านว่าอายุหนุ่มน้อยกินไม่สู้ดี เพราะธาตุไฟแรงจะเผาร่างกายให้ผ่ายผอม เหมาะสำหรับคนอ้วนต้องการลดความอ้วนกินยานี้น่าจะดี ตัวยามีดังนี้
1. เปลือกทิ้งถ่อน 2. เปลือกตะโกนา 3. เถาบอระเพ็ด 4.เมล็ดข่อย
5. หัวแห้วหมู 6. หัวกระชาย 7.พริกไทยล่อน
ยาทั้งหมดสัดส่วนเท่ากัน ตากแห้งบดผงผสมน้ำผึ้งกินก่อนนอน วันละ 1-2 เม็ด ท่านว่ากินได้ 1 เดือนตัว
พยาธิ์ลำไส้ออกมาหมด หายจากอาการปวดเมื่อยอ่อนเพลียโดยไม่ต้องอาศัยหมอนวดบีบ การหมุนเวียนโลหิตดี เลือดลมไหลสะดวก เรื่องอย่างว่าก็สู้บ่ยั่นเหมือนกัน ถ้าเป็นพระทำฉันให้งดกระชายเสีย เพราะเป็นยาบำรุงกามารมณ์




ยาอายุวัฒนะขนานที่ 11 บำรุงร่างกาย
1. กล้วยน้ำสุก 2. เนื้อมะตูมสุก 3. พริกไทยล่อน
เอาตัวยาทั้งหมดมาตำเข้าด้วยกัน แล้วทำเป็นแผ่นตากให้แห้ง จากนั้นก็ใส่ขวดโหล ใส่น้ำผึ้งให้ท่วมยา ปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ 2 อาทิตย์จึงเอาออกมารับประทานวันละ 1 ช้อนกาแฟ ผ่านไปเพียง 15 วันกำลังวังชาจะกลับคืนมา กินต่อไปถึง 30 วัน ผิวพรรณจะผุดผ่องเต่งตึง ความรู้สึกทางเพศก็กลับคืนดี คนอายุ 60 จะกลับมีแรงเหมือนอายุ 30 ปี ถ้ากินประจำจะมีอายุถึง 120 ปี



ยาอายุวัฒนะขนานที่ 12 บำรุงร่างกาย
1. หัวขิง 2. หัวข่าเล็ก 3. หัวแห้วหมู 4.เถาบอระเพ็ด
5.ดอกดีปลี 6. กระเทียม 7. รากแจง 8.สมอเทศ
9. สมอไทย 10.สมอพิเภก 11.สมอดีงู 12.ลูกมะขามป้อม
สมุนไพรทั้งหมดนี้ใช้สัดส่วนเท่ากัน ตากแดดให้แห้งดีแล้วจึงทำเป็นยาผง ใช้ละลายน้ำร้อนรับประทานก่อนอาหารเย็น ทำให้นอนหลับสบาย ท้องไส้ทำงานดีไม่มีลมเบียดเบียน ร่างกายกลับแข็งแรง คนแก่ก็จะกลับเป็นหนุ่มสาว
เอายาทั้งหมดนี้มาตำเข้าด้วยกัน แล้วใส่โหลหรือกระปุกเก็บไว้รับประทานก่อนอาหาร หรือก่อนนอน เป็นยาขับถ่ายสิ่งโสโครกออกจากร่างกาย ถ้ารับประทานประจำโรคภัยหายหมด ผิวพรรณวรรณะก็ดีงาม กลิ่นตัวกลิ่นปากหรืออื่น ๆ จะหายไปหมด


ยาอายุวัฒนะขนานที่ 13 บำรุงร่างกาย
ยานี้ชื่อยากำลังราชสีห์ ตัวยามี 5 อย่างด้วยกันคือ
1. เถาบอระเพ็ด 2. หัวแห้วหมู 3. หัวกระชาย
4. พริกไทยล่อน 5.เกลือสะตุ
เอาตัวยาทั้งหมดมาตำเข้าด้วยกันแล้วใส่โหล ใส่สุราให้ท่วมยา ปิดให้สนิทแล้วนำไปฝังโคลนที่ชายน้ำในวันแรม 14 ค่ำ พอขึ้น 15 ค่ำของอีกเดือนหนึ่งจึงไปขุดขึ้นมารับประทาน ก่อนอาหารเย็นครั้งละ 1 ถ้วยตะไล จะแข็งแรง ปราศจากโรคภัยทั้งปวง จะมีกำลังดุจหนุมาน คำว่าแก่จะไม่มี ท่านว่าผู้มีบุญวาสนาเท่านั้นจึงได้รับประทาน แต่เรื่องการหมักโคลนนั้นมีเหตุผลทีต้องการความเย็น สมัยนี้ใส่ตู้เย็นย่อมเหมาะสมกว่า


ยาอายุวัฒนะขนานที่ 14 บำรุงร่างกาย
ยานี้ชื่อยาเปลี่ยนร่าง มีนิทานเล่าประกอบว่า นานมาแล้ว จะเป็นเมืองอะไรท่านไม่ได้บอกไว้ มีชายคนหนึ่งอายุมากแล้ว ไปทำงานเฝ้าสวนหลวง ซึ่งอยู่ไกลจากบ้านมาก แต่เมื่อไปหาได้เอาบุตรภรรยาไปด้วยไม่ เมื่อทำงานก็มักถูกผู้บังคับบัญชาดุด่าเสมอ เพราะเป็นคนสุขภาพไม่ดี เมื่อถูกดุด่าถูกทำโทษบ่อย ๆ ชายผู้นี้คืนหนึ่งนอนไม่หลับจึงเดินไปเรื่อย ๆ ไปพบต้นไม้ใหญ่จึงคิดว่าต้นไม้นี้ชะรอยจะมีเทวดาผู้มีศักดิ์สิงสถิตย์อยู่เป็นแน่ เขาจึงกราบที่โคนต้นไม้กล่าวขึ้นว่า ข้าพเจ้าเป็นคนสัตย์คนซื่อ แต่กำลังวังชาก็ลดน้อยถอยลงทุกที มีแต่ได้รับทุกข์โทษจากเจ้านายอยู่ทุกวัน ถ้าท่านเทพยดามีฤทธิ์พอจะช่วยกระทำให้ตัวข้าพเจ้านี้มีเรี่ยวแรงดุจคนหนุ่มแล้วไซร้โปรดช่วยข้าพเจ้าด้วยเถิด แล้วเขาก็นอนหลับไปที่ใต้ต้นไม้นั่นเอง เทวดาจึงมาเข้าฝันบอกว่า เจ้าจงไปหาต้นยาเหล่านี้มาทำยากินเถิด แล้วจะแข็งแรงดุจคนหนุ่ม แต่อย่าเอาไปทำขาย ควรบอกกล่าวแก่ผู้อื่นเป็นทานเพื่อจะได้มีผลานิสงส์ต่อตัวเองต่อไปในภพหน้า ตัวยามีทั้งหมด 9 ชนิดด้วยกันดังนี้
ยาทั้งหมดนี้เอาน้ำหนักเท่า ๆ กันทำเป็นยาผงผสมน้ำผึ้ง รับประทานก่อนเข้านอนขนาดปลายนิ้ว

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 15 แก้กามตายด้าน
ร.ต.อ.เปี่ยม บุณยะโชติได้มาจากเจ้าน้อย ณ เชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.2506 เจ้าของตำราเล่าว่ามีเพื่อนที่เครื่องสืบพันธุ์ตายแล้ว ใช้ยาฝรั่งฉีดก็ไม่ยอมลุกขึ้น กินยาสารพัดเป็นเวลาปีเศษ ๆ มันก็ยังนอนนิ่งทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวก็อายุเพียงสามสิบเศษ ๆ เท่านั้น มาวันหนึ่งเห็นพระธุดงค์กางกลดอยู่ริมป่าจึงนำข้าวปลาอาหารไปถวาย พระท่านเห็นสีหน้าหม่นหมองเหมือนมีทุกข์กังวลใจอะไรอยู่จึงสอบถาม ชายหนุ่มจึงเล่าความทุกข์ให้ฟัง ท่านฟังแล้วก็บอกว่าอย่าวิตกไปเลย อาตมามียาที่ช่วยเหลือคนแบบนี้มาหลายคนแล้ว ให้โยมเอาไปปรุงกินเถิด ตัวยามีดังนี้
ยานี้ชื่อเสาธงเหล็ก
1. หัวกระชายแก่ 2. หญ้าปากควาย
3. ต้นขัดมอญทั้งห้า 4. ข้าวเปลือก
สมุนไพรทุกตัวหนักเท่ากัน ให้เอายาเหล่านี้ใส่หม้อ ใส่น้ำให้ท่วมยา น้ำสี่ส่วน ต้มเคี่ยวจนเหลือ 1 ส่วน ให้รับประทานติดต่อกันให้ได้ 3 หม้อ หรือมากกว่านี้ก็ได้ เรื่องวิตกทุกข์ร้อนก็จะคลายไปสิ้น เมื่อชายหนุ่มทำยานี้กินก็ได้ผลดุจท่านบอกจริง ๆ

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 16 บำรุงร่างกาย
ชื่อยาลูกยอ เป็นตำรับยาที่หลวงพ่อโอภาษีได้มาจากพระครูนนท์ วัดใต้ปากพนังซึ่งมีอายุถึง 105 ปี เป็นผู้มอบให้ มีส่วนประกอบดังนี้
1. เถาบอระเพ็ด 6 บาท 2. หัวกระเทียม 3 บาท
3. พริกไทยล่อน 2 บาท 4. เหง้าขิงแห้ง 1 บาท
5. ยาดำ 3 บาท 6. ลูกยอหนักเท่ายาทั้งหมดรวมกัน
เอายาทั้งหมดตากแดดให้แห้ง แล้วบดเป็นผงรวมกัน ผสมกับน้ำผึ้ง กินก่อนอาหาร เช้า-เย็น ครั้งละ 2 เม็ดพุทรา หรือขนาดปลายนิ้วก้อย ผ่านไป 1 เดือนโรคภัยจะหายสิ้น ผิวพรรณวรรณะจะกลับดูเหมือนหนุ่มสาว

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 17 แก้กามตายด้าน
1. อังคุณะ 2. พริกไทยล่อน 3. หัวกะทือ 4. ว่านเสมา
5. พิลังกาสา 6. โลลุ 7.คนทีสอ 8. โคกกระสุน
9. ว่านน้ำ 10.เกาะดูรุเพทะ
สมุนไพรชนิดที่ 6 และ 10 ผุ้เขียนไม่รู้จัก แต่ลงไว้เผื่อคนรู้จักจะได้ไปหามาทำยากิน
ยาทั้งหมดนี้ให้บดเป็นผง ผสมน้ำผึ้งรวงรับประทานหลังอาหารเย็น จะทำให้เจริญอาหาร นอนหลับดี แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ แก้ปวดเมื่อยอ่อนเพลีย กินได้ 2 เดือนร่างกายจะกลับเป็นหนุ่ม

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 18 บำรุงร่างกาย
คัดจากตำรายาไทยจีนของ ร.ศ.พัฒน์ สุจำนงค์ คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ทั้งหมดบดผงผสมน้ำผึ้งรับประทานครั้งละลูกพุทรา รับประทานประจำแก้โรคกษัย โรคลม โรคในตัวทั้งปวง และทำให้กลับหนุ่มสาวเหมือนวัยรุ่น

1. เกสรบุญนาค หนัก 2 บาท 2. สมอพิเภก หนัก 3 บาท
3. สมอไทย หนัก 3 บาท 4. มะขามป้อม หนัก 3 บาท
5. ดอกดีปลี หนัก 3 บาท 6. ลูกเร่ว หนัก 4 บาท
7. ขิงแห้ง หนัก 3 บาท 8. ว่านน้ำ หนัก 3 บาท
9. ลูกราชดัด หนัก 2 บาท


ยาอายุวัฒนะขนานที่ 19 แก้กามตายด้าน
เอากระเทียมสดบดกับเนย รับประทานประจำทุกวัน วันละ 3 เวลาก่อนอาหาร กำลังดี ไม่ล่มปากอ่าว

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 20 บำรุงร่างกาย
1. พริกไทย 7 เม็ด 2. พริกขี้หนูแห้ง 7 เม็ด
3. ขิง 7 แว่น 4. ข่า 7 แว่น
5. ข้าวสาร 7 เม็ด 6. น้ำมันมะกอก 7 หยด
7. น้ำมันจันท์ 7 หยด 8. กล้วยน้ำว้าสุก 7 ลูก
เอามาตำให้แหลกจนเข้ากันดีแล้วผสมน้ำผึ้ง ให้ทำวันแรม 7 ค่ำ กินวันละ ลูกพุทรา กำลังดีมาก


ยาอายุวัฒนะขนานที่ 21 บำรุงร่างกาย
1. ขมิ้นอ้อย 2. ผักเสี้ยนผี 3.โคกกระสุน 4. หัวแห้วหมูตากแห้งบดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง กินก่อนนอนวันละ 1 เม็ดพุทรา ทำให้เจริญอาหาร แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 22 บำรุงสายตา
เอาหัวแห้วหมูมาล้างให้สะอาด แล้วคั่วไฟ แล้วทุบให้แตก นำมาชงดื่มแบบน้ำชา แก้ปวดเมื่อยอ่อนเพลีย ร่างกายแข็งแรง ตาสว่างดุจคนหนุ่ม ฟันทนแข็งแรง ร่างกายกลับเป็นหนุ่มสาว


ยาอายุวัฒนะขนานที่ 23 บำรุงร่างกาย
1. กำลังวัวเถลิง หนัก 3 บาท 2. เปลือกตะโกนา หนัก 3 บาท 3. เปลือกทิ้งถ่อน 3 บาท 4. เขากวางอ่อน 3 บาท 5. แสมทะเล 3 บาท 6. เมล็ดข่อย 3 บาท 7. รากส้มกุ้งใหญ่ 2 บาท 8. รากส้มกุ้งน้อย 2 บาท 9. หัวบัวขม 2 บาท 10.ฝางเสน 2 บาท
เอาตัวยาทั้งหมดมาตำพอแหลก แล้วห่อผ้าขาวดองสุราไว้ 7 วัน กินวันละ 1 จอก หลังอาทิตย์ตกดิน

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 24 บำรุงร่างกาย
1. เมล็ดข่อย 2. พริกไทยล่อน 3. หัวแห้วหมู 4. หัวบัวขม 5. หัวกระชายแก่ 6. ผักเสี้ยนผี 7. โคกกระสุน 8.เนื้อสมอทั้ง 3อย่างละ 10 เอามาทุบดองสุรา กินก่อนอาหารเย็น กินประจำอายุยืนถึง100 ปี แข็งแรงทำงานหนักได้ดุจคนหนุ่ม

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 25 แก้กามตายด้าน
1.ต้นกะเม็งทั้งห้า (ถอนขึ้นมาทั้งราก เอาทุกส่วน) เอามาสักหอบใหญ่ ๆ ล้างให้สะอาดแล้วสับเป็นชิ้น ๆ ตำหรือปั่นให้แหลก คั้นเอาแต่น้ำให้ได้น้ำหนัก 6 ขีด
2.เอาเกลือแกง 3 ขีด ตำให้แหลกแล้วผสมลงไป
3.เอายาตั้งไฟเคี่ยวจนน้ำแห้ง
4.ขูดเอาเกลือที่ผสมยานั้นแหละใส่กระปุกไว้
5.เกลือสะตุ (เอาเกลือใส่หม้อดินปิดฝาให้สนิทแล้วตั้งบนเตาถ่านประมาณ 30 นาที เกลือจะสุกจึงชื่อเกลือสะตุ
ตำยาทั้งหมดให้แหลกเป็นผงแล้วผสมน้ำผึ้งปั้นเม็ด หรือดองสุราก็ได้ กินก่อนอาหารเช้า ขนาดปลายนิ้วก้อย ท่านว่าจะมีพละกำลังดุจพญาราชสีห์

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 26 ยาเปลี่ยนร่าง
1. ลูกจันท์ 2. ดอกจันท์ 3. กระวาน 4.กานพลู 5. สมุลแว้ง 6. มหาหิงคุ์ 7. ชะเอมเทศ 8. หัศคุณเทศ 9.พริกไทยล่อน
ท่านให้ทำเป็นผงละลายน้ำผึ้ง กินหลังอาหารค่ำ หรือก่อนนอน กิน 1 เดือนโรคภัยจะหายสิ้น กิน 3เดือน จะแข็งแรง ผิวพรรณสวยงาม

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 27 แก้กามตายด้าน
1. โด่ไม่รู้ล้ม 2. หัวกระชาย 3. พริกไทยล่อน 4. โสมแดง 5. ลูกยอ 6. เหงือกปลาหมอแดง7ดอกดีปลี 8. ฟ้าทะลายโจร 9.หัวแห้วหมู

ทำเป็นยาผงผสมน้ำผึ้งปั้นเม็ดขนาดเม็ดพุทรา รับประทานวันละ 2 เม็ดก่อนอาหาร ร่างกายจะแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน ความรู้สึกทางเพศจะดีมาก

ยาอายุวัฒนะขนานที่ 28 ยากำลังวิเศษ
1. กำลังหนุมาน 2. กำลังวัวเถลิง 3. ขมิ้นอ้อย 4. เถาเอ็น 5. เถาบอระเพ็ด 6. หญ้าเอ็นยืด 7. ฟ้าทะลาย 8. หัวกระชาย 9. เหง้าขิงแห้ง 10.พริกไทยล่อน 11. อำพันทอง 12.โสม
ทำเป็นยาผงผสมน้ำผึ้ง รับประทานครั้งละปลายนิ้วชี้หลังอาหารเช้าหรือเย็น

29. ตำรายาจากผลงานวิจัยของการแพทย์แผนไทย
1. ยารักษามะเร็งเต้านม (ผู้วิจัย ดาลัด พรศิริประเสริฐ มหาวิทยาลัยมหิดล 2529) และ เกษรา ณ บางช้าง 2529)
ไฟเดือนห้า [Ludwigia hyssopifolia [G.Don> Ewell
หญ้าปีกไก่ดำ [ Polygala chinensis Linn>
พุทธรักษา [ Canna indica Linn>
ข้าวเย็นเหนือ) [Smilax corbularia Kunth C>
ลิ้นงูเห่า [ Climacanthus siamensis Brem
เกล็ดนิ่ม
ขนเม่น
กระดองเต่า
เงี่ยงกระเบน
อกตะพาบน้ำ
กรุตักน้ำ
ยาสมุนไพรตำรับนี้เชื่อกันว่าให้ผลในการรักษามะเร็งได้หลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม (พ.ศ.2525-2529 มีผู้ป่วยรักษาด้วยยาตำรับนี้ 3250 คน) ได้มีผู้ทำการศึกษาเบื้องต้นพบว่า น้ำสกัดจากส่วนประกอบที่ได้จากพืชแสดงผลยับยั้งการเจริญของมะเร็งเต้านมในสัตว์ทดลองได้ ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้จึงมีจุดประสงค์ที่จะศึกษาน้ำสกัดจากยาทั้งตำรับ ซึ่งประกอบด้วยพืชและสัตว์ ทำการศึกษาทั้งในห้องทดลอง และในสัตว์ทดลอง ผลการศึกษาได้ดังนี้
น้ำสกัดจากสมุนไพรทั้งตำรับสามารถยับยั้งการเจริญของเซลล์ KB ในหลอดทดลองได้ร้อยละ 50 { ED 50) เมื่อใช้น้ำสกัดที่มีความเข้มมากกว่า 100 มกก./มล. ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติของอเมริกากำหนดไว้ ส่วนผลการศึกษาในสัตว์ทดลองซึ่งทำให้หนูขาวเป็นมะเร็งเต้านมโดยการกินสารก่อมะเร็ง พบว่าเมื่อให้หนูทดลองกลุ่มหนึ่งได้กินน้ำสกัดยาสมุนไพรขนาด 1500 มก /กก. ของน้ำหนักตัวทุกวัน สามารถยับยั้งการเจริญของก้อนมะเร็งได้ในช่วง 4 สัปดาห์แรก และมีผลช่วยยืดอายุและเพิ่มอัตราการอยู่รอดของหนูทดลองได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเทียบกับหนูทดลองอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้กินน้ำสกัดยาสมุนไพร นอกจากนี้ยังได้ศึกษาพิษวิทยาจากสมุนไพรทั้งตำรับโดยให้สัตว์ทดลองกินน้ำสกัดสมุนไพรปริมาณ 1500 มก./กก. ของน้ำหนักตัวติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน ไม่พบการเกิดพิษทางโลหิต ทางพยาธิ์สภาพของเซลล์ และการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของเลือดของสัตว์ทดลอง การศึกษาพิษเฉียบพลันโดยการให้สัตว์ทดลองกินน้ำสกัดปริมาณ 15000 มก./กก. ของน้ำหนักตัวเพียงครั้งเดียวก็ไม่พบว่ามีสัตว์ทดลองตาย.
รวบรวม/เรียบเรียง โดยหมอเมือง สันยาสี
ตำราเล่มนี้ ต้นฉบับเดิมเป็นของนายเปลี่ยน กิติศรี เป็นผู้ค้นคว้าและเรียบเรียงเป็นภาษาไทย แต่คนพิมพ์เผยแพร่คนแรกคือหลวงอนุสารสุนทร คหบดีชาวเชียงใหม่ เมื่อผมนำเนื้อหาเหล่านี้ลงหนังสือแต่ละครั้งที่ผ่านมาก็อ้างว่าของหลวงอนุสารสุนทร จึงมีคนเอาไปพิมพ์ต่อและอ้างที่มาเดียวกัน ความจริงแล้วผมควรอ้างที่มาว่าฉบับนายเปลี่ยน กิติศรี จึงถูกต้อง
ผมเคยนำเรื่องยาหัวกวาวเครือลงนิตยสารมาหลายฉบับและหลายครั้ง คือ โลกทิพย์ โลกลี้ลับ ฤทธิ์อำนาจ ชีวิตต้องสู้ ทีวีพูล และ เครือข่ายดาราภาพยนต์ ในช่วงปี 2537 – 2543 แต่ที่เคยนำลงนั้นเป็นฉบับย่อซึ่งได้มาจาก พอ.ชม สุคันธรัตน์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไสยเวทย์และสมุนไพรไทย หาใช่ต้นฉบับจริงไม่ ฉบับนี้จึงเป็นของจริง ได้นำมาลงทุกข้อความ เพื่อรักษาไว้ซึ่งอรรถรสของตำราเดิม เพื่อเทอดทูนผู้ค้นคว้าและเรียบเรียง
ผมได้ตำราฉบับนี้มาจากคุณวัชรพงษ์และคุณธัญลักษณ์ เจ้าของห้างขาวละออเภสัช ท่านได้มาจากหลานสาวของคุณหลวงอนุสารสุนทรชื่อคุณยายแจ่มจิตต์ เลาหวัฒน์ ซึ่งมีอายุกว่าแปดสิบปีแล้ว ขอขอบพระคุณคุณวัชรพงษ์และภรรยา รวมทั้งคุณยายแจ่มจิตต์ ซึ่งเป็นเจ้าของด้วย ทำให้ผู้อ่านได้มีโชคร่วมไปกับกระผมด้วย ผมแสวงหาตำราเล่มนี้อยู่หลายปี ทราบว่าคงเหลือเพียง 2 เล่มเท่านั้น อยู่ที่คุณยายท่านนี้ และอีกเล่มหนึ่งอยู่กับอาจารย์ยุทธนา สมิตะศิริ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพราะเคยพบหน้าปกหนังสือที่ท่านนำมาแสดงในงานสมุนไพรแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อกลางปี 2540
ตำราเล่มนี้มีคุณค่ามหาศาลทีเดียว อยากนำมาเผยแพร่ให้ผู้อ่านได้อ่านกันมาก ๆ เพราะคนส่วนมากยังได้รับข้อมูลกวาวเครือไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความรู้สึกหวาดกลัวที่จะกินยาหัวกวาวเครือ ซึ่งเป็นสมุนไพรวิเศษของเรา กลัวไปตามข่าวลือว่าจะก่อให้เกิดโรคมะเร็งดุจที่สำนักงาน อย.ได้โฆษณาไว้ตามสื่อต่าง ๆ
กระผมในฐานะที่เป็นต้นเผยแพร่กวาวเครือมาก่อนในสมัยนี้ และเป็นผู้มีประสพการณ์ในการกินการใช้กวาวเครือมาด้วยตัวเองและญาติมิตร รู้แจ้งมาตลอดว่ากวาวเครือเป็นสมุนไพรที่ล้ำค่า ยากที่จะหาสมุนไพรใด ๆ มาเปรียบได้ จึงขอเสนอตำรายาหัวกวาวเครือให้ท่านได้ศึกษาให้รู้แจ้งชัดดังนี้
ตำรายาหัวกวาวเครือในเวลานี้ มหาชนทั้งปวงทั่วประเทศพม่า ทุกรูปทุกนาม ได้พากันนิยมนับถือยังยาขนานหนึ่ง ซึ่งภาษาพม่าเรียกว่า”เปาก์เซ” หมายความว่ายาหัวกวาวเครือ ในยาขนานนี้เรียกชื่อว่ายาอายุวัฒนะ เป็นยาที่ศักดิ์สิทธิ์ได้ จนหญิงชายที่แก่ชราแล้ว ถ้าได้รับประทานยานี้ ภาพที่แก่ชรานั้น จะกลับกลายเป็นภาพหนุ่มสาวคืน จะกระทำให้ลูกหลานเห็นประหลาดตาไปได้ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของยา คือยานี้มีมูลเหตุเกิดขึ้นในประเทศพม่า นั้นคือมีพระมหาเจดีย์แห่งหนึ่งเป็นที่ปูชนียสถานของชนชาวพม่า ได้ถูกฟ้าฝนลมพายุพัดหักพังลง เป็นเหตุให้ตำรายาที่ชนชาวโบราณได้เขียนจารึกลงในใบลานแลบรรจุไว้ในพระเจดีย์นั้นปรากฎขึ้นให้มหาชนทั้งหลายได้รู้เห็น ให้ได้ใช้ยานี้
จะกล่าวถึงลักษณะของต้นยานี้ และจะชี้แจงวิธีปรุงแลวิธีรับประทาน กันมิให้ไปเอาต้นยาผิด และกันมิให้รับประทานยาเกินขีด เกรงว่าจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เพราะยาขนานนี้เป็นยาที่มีฤทธิ์แรงเกินไป เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงได้คิดแปลจากตำราเดิมของพม่ามาเรียบเรียงเป็นสมุดตำรายา”เปาก์เซ”เล่มนี้ ออกแจกจ่ายให้มหาชนทั้งปวงผู้ฝักใฝ่ใจในตำรายานี้ จะได้เอาใจใส่ใช้ต้นยาให้ถูกต้องตามตำรา ให้ได้หัวยาที่แท้จริง และวิธีกินก็จะได้เอาใจใส่ให้ถูกต้องตามตำรา
ข้อสำคัญที่สุด ขอให้รู้จักต้นยาและลักษณะ เถา ใบ หัว ของต้นยาเสียก่อนจึงค่อยใช้ยานี้ ตำรานั้นหาได้ง่าย แต่ที่จะรู้จักลักษณะของต้นยานั้นยาก
มูลเหตุตำรายาที่ได้ปรากฏขึ้นคือราชธานีเก่าเมืองพุกามของประเทศพม่านั้น ยังมีพระมหาเจดีย์องค์หนึ่งล้มหักพังลง พระภิกษุทั้งหลายได้พบเห็นตำรายาซึ่งจารึกลงในใบลานประจุไว้ในเจดีย์นั้น มีใจความดังนี้
ให้เอาหัวกวาวเครือใบใหญ่ตำผงกินกับน้ำนมวัว จะมีหัวคิดสมองโปร่งทรงจำโหราศาสตร์ 3 คัมภีร์ได้ เนื้อหนังจะนิ่มนวลเสมอเด็กอายุ 6 ปี อายุจะยืนถึงพันกว่าปี โรคาพยาธิจะไม่มาเบียดเบียนเลย
รับประทานกับน้ำข้าวเช็ดที่รินทิ้งไว้ให้เปรี้ยว จะมีเนื้อหนังนิ่มนวลดุจเทพธิดา
รับประทานกับน้ำมันเนยหรือน้ำผึ้ง อายุจะยืน จะท่องโหราศาสตร์ 3 คัมภีร์ได้ตลอด จะรับรองมาตุคามได้ตลอดถึงพันคน
รับประทานกับน้ำนมเปรี้ยว อายุจะยืน ผมจะไม่ขาว ฟันจะไม่หลุด เนื้อหนังจะไม่ย่น
รับประทานกับมะขามป้อม สมอไทย สมอพิเภก จักษุที่มัวหรือมีฝ้าที่แลไม่เห็นนั้นจะเห็นคืน
เอาแช่นมควายทาผม ผมจะงอกขึ้นแรง ผมที่ขาวนั้นจะกลับกลายเป็นผมดำไปทาด้วยน้ำมันงา ผมจะไม่ขาว เนื้อหนังจะไม่ย่น โรคาพยาธิทุกจำพวกจะไม่มีเลย
แช่นมแพะทา คนที่เสียจักษุโดยมีฝ้าปิด 6 เดือน จะกลับเห็นดีคืนได้ ยานี้ เมื่อรับประทานก็รับประทานได้มื้อละเม็ดมะกล่ำ ห้ามมิให้รับประทานมากกว่าเม็ดมะกล่ำ ให้รับประทานก่อนเข้านอนทุก ๆ วัน เมื่อรับประทานยานี้ได้ 3-4 วัน จะปวดครั่นตามเนื้อตัว สะเอว ที่ข้อต่อทุก ๆ แห่ง เมื่อปวดเช่นนี้แล้วให้อาบน้ำเย็นเสียคงหายปวด
คุณประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อรับประทานยานี้ นอนกลางคืนจะหลับสนิทดี จะรับประทานอาหารมีรสชาติอร่อยดี การที่จะปวดครั่นดังที่กล่าวมาแล้วนั้นอย่าได้มีความวิตกเลย จะกระทำให้เราหายจากโรคาพยาธิ ถึงแม้ปวดครั่นก็อย่าได้งด ให้กินยาวันละเม็ดเสมอไป
อีกนัยหนึ่ง ต้องการจะรับประทานกับน้ำนมโค ให้เอานมโคสด 1 ขวดปั่นผสมกับยาพอจะปั้นเป็นลูกได้ ให้ปั้นเท่าลูกพุทราอ่อน ตากแดดให้แห้ง รับประทานก่อนเข้านอนวันละ 1 เม็ด ทุก ๆ วัน ถ้าต้องการรับประทานกับน้ำนมแพะก็ทำเช่นเดียวกัน ถ้าต้องการรับประทานกับน้ำนมควายให้ต้มนมควายให้สุก ผสมกับยา รับประทานเท่ากับเม็ดมะกล่ำใหญ่
บุคคลที่จำเริญยานี้จะต้องได้รับศีล 5 อย่าให้ศีลของตนมัวหมอง ต้องรักษาศีลให้บริสุทธิ์ แล้วจึงค่อยรับประทานยานี้
จบบันทึกใบลานเพียงเท่านี้





« Back



แพทย์ทางเลือก ฝังเข็ม นวด สะกิดจุด ระงับปวด สมุนไพร
สุดยอดหญ้าหมาบอก
หน้าที่หูเสื่อจัดการ
แก้ได้น่ะสมุนไพรฝาง
ครามรักษาได้
สมุนไพรหญ้าพันงูขาวสุดยอด
สมุนไพรเต่าร้าง
หญ้าหยาดน้ำค้าง
สุดยอดว่านค้างคาวดำ(*_*)
สมุนไพรแก้ช้ำ
กล้วยหอม สารพันสรรพคุณ
ครอบฟันสี
สรรพคุณนางแย้ม
เทียนบ้าน แก้ฝี แผล
ประโยชน์เถาวัลย์เปรียง
หนวดเหมี่่ยวแก้ได้
แสนหลายขมิ้นอ้อย
ขันทองพยาบาท
รางจืดแก้ได้
เด็ดว่านจระเข้แสนช่วย
ปัญจขันธ์ช่วยน่ะ
แพงพวยพืชทางยา
ช่วยได้น่ะผักปลังต้านมะเร็งหลายๆ
สุดยอดไพล
วิธีรักษา เล็บขบ
สมุนไพรพื้นบ้าน แก้คัน
แตงหนู เป็นยา
กะเจียน มีประโยขน์
สาวร้อยผัว เสริมความงาม
สารพัดประโยขน์ แก่นตะวัน
สามสี 1ดอก
เจ๋งจริง มะเขือจิ๋ว
เด็ดๆๆแปะก๊วย
วิธีหยุด เลือดกำเดา
สมุนไพรแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ธรรมชาติ บำบัด
ประโยชมากมี เก๋ากี้
ผักข้างรั้วผักหนองบกหรือกระถินบ้านเรา
รักษาชั่วทองคันชั่งใบรสเบื่อเมา เป็นยาเย็นดับพิษไข้
ต้านได้ฮว่านง็อกรักษาตัวคุณได้ดี
จอกบ่วาย ใช้รักษาโรคท้องมานจากโรคตับแข็ง มะเร็งตับ มาลาเรีย
กินไดหายเร็วแก้อาการบำรุงโลหิต บำรุงหัวใจ บำรุงประสาท ขับระดู แก้ดีพิการ
สมุนไพรผักผลไม้ทุกๆอย่างช่วยคุณได้หมด
ชุมเห็ดเทศ สมุนไพรแก้กลากเกลื้อน และผิวหนังโรคต่างๆๆ
พลูคาวสมุนไพรมหัศจรรย์
สมุนไพรสาบเสือรักษาอาการต่างๆ
สมุนไพร ขยุ้มตีนหมาระงับพิษสุนัขบ้า แก้ไอ และโรคท้องมาน
ผักผลไม้หลากสีช่วยรักษาตัวคุณได้
พลับพลึงรักษาอาการเจ็บข้อเท้าจากการพลิก หรือลื่นล้ม ต่างๆๆ
กระบองเพชร ช่วยคุณ
ผักเสี้ยนขาว แก้โรคต่างๆเริม งูสวัด
ลำไยอบแห้ง บำรุงม้าม บำรุงกำลัง ขี้หลง ขี้ลืม
พริกขี้หนู ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
น้ำมัลเบอรี่ น้ำลูกหม่อน ผลไม้อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ อาทิ กรดโฟลิกพิการทางสมองและประสาท ไขสันหลัง
ลูกหม่อน ยารักษาโรคต่างๆ
พญาวานร รักษาคนสูงอายุ อาการคอพอก มะเร็งปอด ทุกโรค
ตะลิงปลิงแก้เสมหะเหนียว ฟอกโลหิต ยาบำรุงแก้ปวดมดลูก แก้ไอ บรรเทาโรดริดสีดวงทวาร แก้ลักปิดลักเปิด
ขมิ้นอ้อย รักษาฝี แก้ฝีในมดลูก ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ดอกแคขาว ดอกแคแดง แก้ท้องเดิน ท้องร่วง แก้ไข้หัวลม ต่างๆ
ผักผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพ
จำปา ช่วยบำรุงหัวใจ แก้ธาตุที่ไม่ปกติ ช่วยบำรุงธาตุ ระงับอาการเกร็ง โรคลำไส้ใหญ่อักเสบหลายโรค
ใบชะพลูมีประโยชน์ช่วยตัวคุณได้
สมุนไพรลดน้ำหนัก
สมุนไพรรักษาสิว
ผักโขมรักษาแผลพุพอง แก้อาการแน่นหน้าอกและไอหอบ ถอนพิษไข้ขับถ่ายปัสสาวะ
ข้าวโพดม่วงต้านมะเร็งชะลอความแก่ได้
มะระช่วยรักษาเสริมได้ด้วย
มะรุมช่วยคุณด้าย
สะเดารักษาโรครักษาอาการมากมาย
สธ.เตือนภัย คนไข้โรคไต กินน้ำลูกยอมีสิทธิ์ถึงตาย
น้ำลูกยอและองุ่นดำ
น้ำลูกยอ ดีจริงหรือ
บำรุงให้ถูกหลักห่างไกล “สมองเสื่อม”
เตยหอมมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ลดอัตราการเต้นของหัวใจ ขับปัสสาวะ
ต้นหอมรักษาได้
บอระเพ็ดรักษาโรค
ประโยชน์ของเกลือที่ใช้รักษา
กะหล่ำปลี ช่วยในระบบย่อยอาหารและกระตุ้นการทำงานของลำใส้ใหญ่
น้ำผึ้ง ยาดีไม่มีขม
ประโยชนํของมะกรูด
ใบบัวบกมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
สูตรรักษาผมร่วง ด้วยขิง
ยาสมุนไพรแก้โรคกระเพาะอาหาร
ประโยชน์ของ "น้ำมะพร้าว"
ชาสมุนไพรเพื่อแม่หลังคลอด
ป่วย "อัลไซเมอร์" ดูแลอย่างไร?
ความมืดมีประโยชน์ ต้านมะเร็ง-ลดน้ำหนัก
ย่านาง สมุนไพรชลอความแก่
“หอมหัวใหญ่” ยาครอบจักรวาลประจำบ้าน
น้ำมะเขือเทศ ป้องกันโรคกระดูกพรุน
หลากสูตรมะขามป้อม แก้ไอขับเสมหะ
หายปวดฟันทันใจ 'เกลือสมุทร-สารส้ม'
กินผักผลไม้ป้องกันโรค
กระเจี๊ยบเขียว
น้ำตะไคร้
แครอท ผักรักษาสารพัดโรค
รักษาสิวด้วยขมิ้น
สมุนไพรสำหรับต่อมลูกหมากโต
สมุนไพรแก้คัน
มะเขือเปราะผักพื้นบ้านต้านมะเร็ง บำรุงหัวใจ
เมล็ดงาและน้ำมันงาบำรุงกำลัง บำรุงผม บำรุงน้ำนม ดีต่อผิวหนัง
น้ำมันเมล็ดชา น้ำมันดีที่ไม่ธรรมดา
ดอกคำฝอย ทำได้มากกว่าลดน้ำหนัก(สลายลิ่มเลือด)
สมุนไพรแก้คัน
วิธีการแก้ไขภาวะไม่สมดุล
ย่านาง สมุนไพรมหัศจรรย์
กินน้ำมันปลาป้องกันโรคหัวใจ
การเพิ่มพลังระบบกล้ามเนื้อด้วยมวยไท้เก๊ก
ล้างพิษตับและถุงน้ำดี
หากคุณปวดท้องบ่อย อ่านทางนี้
หลากสูตรมะขามป้อม แก้ไอขับเสมหะ
ข้อแนะนำวิธีดูแลตัวเองของผู้ป่วยเบาหวาน?
โกจิเบอร์รี่
ตะไคร้สมุนไพรใกล้ตัวแก้เวียนหัว
3กลุ่มผลไม้ไทย อุดมสารต้านมะเร็ง
กินแอปเปิ้ล ลดไข้
'หอยนางรม' บำรุงตับ-ไต สุขภาพเพศ
"สะเดา" ประโยชน์จากความขม
วิธีป้องกันไม่ให้เป็นร้อนใน
“แก้เจ็บคอ”อย่างได้ผลด้วยมะนาว-มะขาม
3กลุ่มผลไทย อุดมสารต้านมะเร็ง
สมุนไพรรักษาสิว
สมุนไพรสลายไขมัน
ชาใบมะม่วง ต้านเบาหวาน
หัวผักกาดแดงปราบความดันโลหิตสูง
ประโยชน์ของลำไย
รักษาโรคน้ำกัดเท้าด้วยมังคุด
มีแผลในลำไส้'แครอต-กะหล่ำปลี'ช่วยแก้
ใบพลู สูตรยาแก้“น้ำกัดเท้า”เวอร์ชั่นง่าย
25 วิธีที่จะทำให้ คุณมีสุขภาพดี
หัวหอม ไล่หวัด-ลดน้ำมูก
ประคบพลับพลึง แก้เคล็ดขัดยอก
7 ชาสมุนไพร แก้ปัญหาสุขภาพ
รักษาโรคน้ำกัดเท้าด้วยมังคุด
ตะไคร้หอม สมุนไพรไล่ยุง
ปวดส้นเท้า ทำไงดี?
บริหารกล้ามเนื้อด้วยการหายใจ
คุณกำลังเป็นโรคเซ็งเรื้อรังอยู่หรือเปล่า?
ชุมเห็ดไทย แก้อาการท้องผูก
ข่า แก้ท้องอืด ท้อง เฟ้อและปวดท้อง
กล้วยน้ำว้า รักษาอาการท้องเดิน
วุ้นว่านหางฯ แก้แผลในปาก
สมุนไพรลดคอเลสเตอรอล ดีและอร่อย
เตยหอม บำรุงหัวใจ
กระหล่ำปลี สมุนไพรต้านมะเร็ง
ดูแลสุขภาพด้วย “สมุนไพรไทย”สู้พิบัติภัยน้ำท่วม
ขิงปราบมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยต่อต้านการอักเสบลง
ประโยชน์มากมายจากขนุน
แผลในกระเพาะและลำไส้ ใช้น้ำผักรักษา
ใบยอช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวหน้า
ราก ชะอมแก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ่อ ขับลมในลำใส้
ช้าพลู
มะขามป้อม แก้หวัด
ประโยชน์ของมะเฟือง
หุ่นดีผิวสวยปิ๊ง ด้วยแอปเปิ้ลเขียว+องุ่นขาว
ลดการอักเสบจากสิว ด้วยน้ำแข็ง
7 ชาสมุนไพร แก้ปัญหาสุขภาพ
‘ตรีผลา’ สูตรสมุนไพรต้านชรายับยั้งมะเร็ง
ประโยชน์ของตะขบ
เทคนิคการหายใจอย่างถูกต้องเพื่อสร้างชีวิตให้ยาวนาน
อัศจรรย์เคี้ยว มะนาว เลิกบุหรี่ใน 2 สัปดาห์
โด่ไม่รู้ล้ม แก้ปัสสาวะ และบำรุงความกำหนัด
มะแว้งต้น เจริญอาหาร แก้ไอ และแก้โรคหอบหืด
คำแสด ยาบำรุงเลือด แก้โลหิตจาง
ปีกแมลงสาบ แก้อาเจียนเป็นโลหิต หนองใน ตกขาว บิด
ตะไคร้สมุนไพรใกล้ตัวแก้เวียนหัว
ลดไข้มันในเลือด น้ำกระเจี๊ยบแดง+พุทราจีน
สรรพคุณ และ ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์
กินดี ‘บลูเบอร์รี่โยเกิร์ต’ สูตรอร่อยกันมะเร็งลำไส้
กินฝรั่งวันละผล ไม่ต้องดิ้นรนไปหาหมอ
มัสตาร์ดปราบมะเร็ง เหยาะใส่ผักเพิ่มพลังต่อต้านโรคร้าย
ประโยชน์ของเปลือกผลไม้ ผัก
สรรพคุณ และ ประโยชน์ของชาสมุนไพร
สรรพคุณ และ ประโยชน์ของลูกพรุน
"ซุปเห็ด 3 สหายสลายพิษ" กันดีกว่า
สมุนไพร ไกล้ตัว พืชผักสวนครัว พืชรั่วกินได้...!
เรื่องน่ารู้ ใบมะกรูดแก้เครียด
ชาเขียวป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
ใบบัว​บกพัฒนาเป็นชา​เพื่​อสุขภาพ
ถั่วช่วยลดไขมันในเลือด
ฟักช่วยย่อยอาหารและบำรุงร่างกาย
ข้าวสมุนไพรหลากสี
ปลาบำบัด (Fish Pedicures)
ขิง บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ
การแพทย์ทางเลือก : คุณค่าของผักพื้นบ้าน
"ไข่ลวก" มื้อเช้า แก้ปัญหาท้องผูก
ทองพันชั่ง
"มะเขือเปราะ" อร่อย ต้านมะเร็ง บำรุงหัวใจ
สรรพคุณและประโยชน์ของแก้วมังกร
กลุ่มยาแก้ปวดฟัน
“ขึ้นฉ่าย”สยบเกาต์
ลบรอยตีนกาด้วยน้ำใบบัวบก
ใบมะกรูด มหัศจรรย์กำจัดแมลงในข้าวสาร
ผ่าปอดคนสูบบุหรี่
“กระเจี๊ยบแดง”ยาดีลดความดัน
ปากดำทำไงดี
วิธีแก้ รักแร้ดำ
6 สมุนไพรที่ลำไส้ต้องการ
รักษาแผลด้วยว่านหางจระเข้
แคนตาลูปช่วยบำรุงสายตา
ป้องกันริดสีดวงทวาร-ไตอักเสบ ด้วย "ฟักเขียว"
ผักกุยช่ายสมุนไพรรักษาโรค
สมุนไพรน้ำลูกยอรักษาโรค
โรคต่อมลูกหมาก ใครไม่ป่วย
ต่อมลูกหมากโต part 1 // หมอแดง ดิ อโรคยา
“ขี้เหล็ก”ทานแล้วหลับสบาย
บริโภคผักผลไม้ให้มากช่วยชะลอวัย
"กำจัด หวัดตัวร้าย"
กิน"ส้มเขียวหวาน" ลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ
ทานผักโขมลดอาการเสื่อมของจอประสาทตา
10 ผลไม้ไทยที่มีสารต้านมะเร็งสูง
บรรเทาโรคเข่าเสื่อมด้วยโหระพา
มังคุดช่วยทำลายเซลล์มะเร็ง
“มะระขี้นก”ช่วยเจริญอาหาร
เรื่องน่ารู้ของผักกาดน้ำ
ความรู้เรื่องโรค"ต่อมลูกหมากโต"รักษาได้ไม่ต้องผ่าตัด
ชาเขียวมีประโยชน์ต้องชงดื่ม ไม่ใช่ดื่มจากขวด
เห็ดฟางอาหารสวรรค์ ของคนความดันสูง
5สุดยอดผักบำรุงสายตา
'บัวบก' บำรุงสมอง
น่ารู้! สมุนไพรช่วยย่อยอาหาร
น้ำมะพร้าวอ่อนชะลอเกิดโรคอัลไซเมอร์
สรรพคุณของฝรั่ง "แก้อาการท้องเสีย
กิน'เห็ดหอมทรงเครื่อง'แก้ไข้คลายเครียด
สตรอว์เบอร์รี่-ส้ม จับคู่ช่วย-หายเมา
"มะแขว่น"ใบลดอาการปวดฟัน
อาหารที่สามารถเป็นยาแก้ปวดได้
แก้ท้องผูกด้วย“เมล็ดแมงลัก”
กระเพาะอักเสบ!แก้ได้ด้วยอาหาร
มะกรูด!สารพัดสรรพคุณ
สรรพคุณ และ ประโยชน์ของมะกอก
สรรคุณ และ ประโยชน์ของเมล็ดกาแฟ
สรรพคุณ และ ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต
ถั่วลันเตารักษาโรคตับทรุด ตับพิการ และชักตับ
ผักชีฝรั่งดับกลิ่นคาว
มะเขือยาว ยาแก้บิดเรื้อรัง บิดอุจจาระเป็นเลือด
เห็ดหลินจือกับระบบการย่อยและดูดซึมอาหาร(ม้าม)
เห็ดหลินจือกับระบบเผาผลาญสารอาหาร(ตับ กล้ามเนื้อ กระดูก)
เห็ดหลินจือกับระบบการเผาผลาญสารอาหาร(ถุงน้ำดี ตับอ่อน)
เห็ดหลินจือกับระบบการขับถ่าย (ไต กระเพาะปัสสาวะ)
เห็ดหลินจือกับระบบการสืบพันธุ์ (อวัยวะเพศ ผม)
สมุนไพรไทย สร้างคุณค่ามรดก สู่ตลาดโลก
“ฟักข้าว”ต้านชรา
ประโยชน์ของฟักทอง สรรพคุณทางยาเพื่อสุขภาพ
สมุนไพร ใบเตย
สรรพคุณ และ ประโยชน์ของลูกเดือย
สรรพคุณ และ ประโยชน์ของมะตูม
สมุนไพรมหัศจรรย์ สมานแผล ลดการอักเสบ และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
12 สูตรสวยด้วยผักและผลไม้
มะกรูดสมุนไพรบำรุงผม
"หมามุ่ย"ทำยากระตุ้นทางเพศ
การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
นวดกดจุด ดัดตน คลายเครียดด้วยตนเอง
โยคะแก้ปวดหลัง
แก่นตะวัน สุดยอดพืชมหัศจรรย์สารพัดประโยชน์
ประโยชน์ของลำไย
สัญญาณอันตรายของคนปวดหลัง
น้ำสมุนไพร สูตรล้างพิษ บำรุงตับ
สมุนไพรไทย
สมุนไพรรักษากลาก เกลื้อน
สมุนไพรบำบัดโรค นิ่วในถุงน้ำดี
สมุนไพรไทยสู้ภัยหวัด 2009
น้ำมันมะพร้าว ช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ
5 เคล็ดลับสมุนไพรไทยคลายร้อน
สมุนไพรไทย 22 ชนิด ขึ้นบัญชียาหลักแห่งชาติ
กินน้อยหน่า อย่าทิ้งเมล็ด
ดูแลรักษาหน้าใสด้วยสมุนไพร
สมุนไพรตาเสือ
สมุนไพรลูกยอ
กระเทียม-ข่า ของในครัวแก้เกลื้อน
สู้มะเร็งด้วยแพทย์ทางเลือก
สรรพคุณของแห้ว
สรรพคุณของใบเตยที่คนรักสุขภาพไม่ควรมองข้าม
สรรพคุณสมุนไพรของมะขาม
ดอกอัญชันสร้างสุขภาพผม
สมุนไพรสร้างสีผิวขาว
สมุนไพรรักษาริมฝีปากแห้งแตก
มะขามป้อม สมุนไพรเพื่อสุขภาพ
กระเจี๊ยบแดง ชาลดไขมันและความดันโลหิต
ประโยชน์ของมะเฟือง
กล้วยหอมเป็นยา รักษาโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
ดูแลผมสวยด้วยมะนาว
‘เจ็บคอทุกเช้า’ รู้สาเหตุป้องกันได้
น้ำเลมอนกำจัดรังแค
‘หัวใจเต้นผิดจังหวะ’แค่ตื่นเต้นหรือป่วย
น้ำซาวข้าวลดสารพิษในผักผลไม้
5 กลยุทธ์พิชิตโรคร้าย หยุด ′มะเร็ง′ ด้วยตัวเอง
ตำลึง ยาถอนพิษ
มะกอกแก้เลือดออกตามไรฟัน
มะรุม ลดไข้ป้องกันมะเร็ง
3 นาที ออกกำลังกายหน้าจอ สำหรับคนใช้คอมฯ
กะเพรากลิ่นหอมลดน้ำตาลและไขมันได้
มะม่วงป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม
น้ำมะเขือเทศ ป้องกันโรคกระดูกพรุน
กินหอมแดงป้องกันโรคหัวใจ
ผักโขม ช่วยชะลอสมองเสื่อม
อึ้ง!ผู้ป่วยอินโดนอนรางรถไฟบำบัดโรค
เผย 28 เคล็ดลับยาสมุนไพรรักษาโรค
หมอแนะวิธีจัดการให้ห่างจากโรคหัวใจ!
โยคะเพื่อชีวิต
๓ สมุนไพร พิชิต โรคเบาหวาน
"รางจืด" คุณค่าที่มากกว่าสมุนไพรล้างพิษ
10 สมุนไพรคลายเครียด
หัวไชเท้าแก้ฝ้า น่าอัศจรรย์
รู้ไหมทับทิมช่วยขจัดไขมันส่วนเกินและมีคุณประโยช์นอื่นๆอีกมากมาย
วิธีรักษาสิวให้หายสนิท
สูตรสาวหน้าใสน้ำผึ้งผสมมะนาว
สูตรเด็ดแก้กระหายเพิ่มน้ำในร่างกาย
น้ำใบบัวบก? ทำตาใสปิ๊ง!
12 สูตรสวย ด้วยผักและผลไม้ใกล้ตัว
ประโยชน์ของขมิ้นชัน
กระชายดำกับตำนานสรรพคุณ
10 วิธีการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี
อาหารต้านมะเร็ง
ถุงเท้ามีกลิ่นลดแพร่ระบาดมาลาเรีย
ขั้นตอนการสระผมอย่างถูกวิธี
ทำแยมมังคุดง่ายๆ ไว้ทาน
แอปเปิ้ลหลากสีหลากประโยชน์
แพทย์แผ่นจีน ชู "ฝังเข็ม"
กินผักผลไม้แบบไหน ได้ประโยชน์ / เอมอร คชเสนี
รางจืด
อาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
วิธีเพิ่มความจดจำให้สมอง
ทำไงดีล่ะ … เมื่ออาหารที่เราทานส่วนใหญ่มีสารเคมีตกค้าง
ดนตรีบำบัด
การฝังเข็มรักษาโรคอะไรได้บ้าง ?
การนวด กดจุด
เห็ดหลินจือ
โดย: อ.ต้อ [16 มิ.ย. 55 23:48] ( IP A:49.48.128.206 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   น้ำสมุนไพรหมอเส็งhttp://www.thai-herbal.com/product.detail_531937_th_2400122
โดย: เจ้น้อย 0864785912 [17 มิ.ย. 55 19:37] ( IP A:101.109.117.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   
โดย: afon220815@hotmail.com [31 มี.ค. 56 23:35] ( IP A:61.4.72.106 X: )
* ขณะนี้พี้นที่เต็ม ไม่สามารถโพสต์กระทู้เพิ่มได้ *

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน