jaravee  >>  **มีเนื้อเพลงมาฝาก**

การเตรียมความพร้อมเด็ก
   การเตรียมความพร้อมเด็กหมายถึง การที่เด็กมี
พัฒนาการทางด้านต่าง ๆ ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ
สังคม และสติปัญญา เพียงพอที่จะรับรู้สิ่งต่าง ๆได้โดย
ไม่มีสิ่งใดเป็นอุปสรรค ก่อให้เกิดความพึงพอใจในการ
กระทำนั้น ๆ ยังให้บังเกิดผลตัวเองที่ดีต่อตัวเองและการ
เรียนรู้ ความพร้อมของเด็กในการเรียนมีความสัมพันธ์
อย่างยิ่งกับพัฒนาการ เด็กที่เจริญเติบโตยังไม่ถึงขั้นของ
การเรียนอย่างหนึ่ง จะบังคับให้เด็กเรียนย่อมไม่เกิด
ประโยชน์ ทั้งยังเป็นการสร้างความคับข้องใจให้กับเด็ก
ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาด้วย
การเตรียมความพร้อมเด็กก็เหมือนกับการเตรียมตัว
ของผู้ใหญ่ที่จะทำงานให้เสร็จลุล่วงไปด้วยดีนั่นเอง
เช่น การเข้าประชุม ก็ต้องเตรียมศึกษาเอกสารต่าง ๆ
การไปทัศนาจรก็ต้องมีเวลาเตรียมตัวสัก 1 หรือ 2 วัน
เป็นต้น ดังนั้น การที่เด็กเล็ก ๆ เพิ่งจะออกไปสู่สังคม
นอกบ้านเป็นครั้งแรกในชีวิต ต้องเรียนรู้หลายสิ่งหลาย
อย่างจะ ต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎเกณฑ์ของสังคมใหม่
ต้องเรียนรู้ภาษาพูดที่เป็นมาตรฐาน เด็กก็ต้องมีเวลา
เตรียมตัวหรือเตรียมพร้อมเช่นกัน เพื่อเป็นการสร้าง
ความมั่นใจในตนเอง สร้างทัศนคติที่ดีต่อการอยู่ใน
สังคมและการมาโรงเรียน ลดความล้มเหลวที่จะเกิด
ขึ้นกับเด็กในระยะแรกของการมาโรงเรียน โดยเฉพาะ
ในปัจจุบันการรับเด็กเข้าเรียนอายุน้อยลงจำเป็น
ต้องพยายามทำให้เกิดความพร้อมที่จะเรียนให้มากที่สุด
เพราะความพร้อมของเด็กช่วยให้เด็กมีพัฒนาการเจริญ
ตามวัยทุกด้านและเต็มศักยภาพ ถ้าเด็กเริ่มต้นชีวิตการ
เรียนรู้ด้วยดีจะ ลดความล้มเหลวของการเรียนและการ
ดำรงชีวิต ทำให้เด็กมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนและการอยู่
ร่วมกันในสังคม

หลักสำคัญในการเตรียมความพร้อม คือ ครูและ
ผู้ปกครองต้องสอนเมื่อเด็กมีความพร้อมและ จะต้อง
ยอมรับระดับความพร้อมของเด็กในปัจจุบัน
จะต้องพอใจในอัตราความก้าวหน้าด้านการเรียนรู้ของ
เด็กที่เรียนช้าและเป็นหน้าที่ของครูและผู้ปกครองที่
จะต้องจัดประสบการณ์หรือเนื้อหาให้เหมาะสม
กับความพร้อมนั้น ๆ อาจกล่าวได้ว่าเด็กที่มีอายุตั้งแต่
แรกเกิดจนถึงหกขวบเป็นช่วงอายุที่มีความสำคัญเป็นวัย
ทองของชีวิตเด็กจะเริ่มเรียนรู้ประสบการณ์
โลกกว้างและเป็นช่วงที่มีการพัฒนาโดยเฉพาะสติปัญญา
ความพร้อมในแต่ละขั้นจะเป็นพื้นฐานของการพัฒนาใน
ขั้นต่อไปในด้านต่างๆเช่นบุคลิกภาพ ค่านิยม ทัศนคติ
จริยธรรม



การเตรียมความพร้อมด้านร่างกายเด็กอายุ 3 ปี

พัฒนาการด้านร่างกาย กระโดดขึ้นลงอยู่กับที่ รับลูกบอลด้วย
มือและลำตัว เดินขึ้นบันไดสลับเท้าได้ เขียนรูปวงกลมตาม
แบบได้ ใช้กรรไกรมือเดียวได้

เป้าหมายด้านร่างกายสุขภาพอนามัย มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์
มีน้ำหนัก ส่วนสูงตามเกณฑ์ (การเคลื่อนไหว) การใช้กล้ามเนื้อ
ใหญ่ โยนลูกบอลระยะไกล 1 เมตรได้ เดินขึ้นบันไดสลับเท้าได้
เดินตามเส้นบนพื้นได้วิ่งตามลำพังได้ กระโดดขึ้น – ลงอยู่กับที่
ได้ การใช้กล้ามเนื้อเล็ก ตัดกระดาษให้ขาดได้ เขียนรูปวงกลม
ตามแบบได้ ร้อยลูกปัดขนาดใหญ่ได้

กิจกรรมเตรียมความพร้อมทางด้านร่างกาย
ประสบการณ์ที่จัดขึ้นเพื่อพัฒนาด้านร่างกายเด็กวัย 3 ปี ควร
ประกอบ ด้วยประสบการณ์ที่ช่วยส่งเสริมเด็กในเรื่องต่อไปนี้
สุขภาพอนามัย ประสบการณ์ที่จัดให้เด็กวัย 3 ปี จะต้องช่วย
ส่งเสริมและปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดีเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ
อนามัย เช่น การล้างมือก่อนรับประทานอาหาร หรือหลังจากเข้า
ส้วม การแปรงฟัน การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
เป็นต้น นอกจากนี้การจัดอาหารให้เด็กอย่างถูกต้อง
ตามหลักโภชนาการ การรักษาความสะอาดและปลอดภัยต่อ
สิ่งแวดล้อมรอบตัว เด็กล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์
ที่ควรจัดให้เด็กวัย 3 ปี ได้รับทั้งสิ้น การพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่
เด็กวัย 3 ปี ควรได้รับการฝึกการใช้แขน ขา ลำตัว เพื่อการ
เคลื่อนไหวและทรงตัว การให้โอกาสหรือประสบการณ์ในการ
เคลื่อนไหวแก่เด็กจะช่วยให้เด็กสามารถควบคุมการทำงานของ
กล้ามเนื้อใหญ่มากขึ้น มีความพร้อมในการทรงตัวอยู่กับที่และ
เคลื่อนที่ได้ดีขึ้น
การพัฒนากล้ามเนื้อเล็กและการฝึกตากับมือให้สัมพันธ์กัน โดย
จัดประสบการณ์ให้เด็กฝึกใช้มือ นิ้ว โดยการเล่นต่างๆ
เช่น การร้อยลูกปัด การปั้น การเล่นกับสี ด้วยวิธีต่างๆ การเล่น
ต่อภาพตัดต่อ การต่อแท่งไม้ เป็นต้น ซึ่งจะนำเด็กไปสู่
ความสามารถในการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อเล็ก รวมทั้ง
ช่วยฝึกตากับมือให้สัมพันธ์กันต่อไปด้วย


การเตรียมความพร้อมด้านสติปัญญาเด็กอายุ 3 ปี

พัฒนาการด้านสติปัญญาสำรวจสิ่งต่างๆ ที่เหมือนกันและต่างกันได้
บอกชื่อของตนเองได
โดย: [0 3] ( IP )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 4
   วกันแต่ต่างคนต่างเล่น) เล่น
สมมุติได้ รู้จักรอคอย
เป้าหมายด้านสังคม การช่วยเหลือตนเอง ล้างมือได้ ติดและถอด
กระดุมขนาดใหญ่ได้ รินน้ำดื่มเองได้ รับประทานอาหารได้ด้วย
ตนเอง เริ่มรู้จักใช้ห้องน้ำ ห้องส้วม การอยู่ร่วมกับผู้อื่นและการ
มีคุณธรรมจริยธรรม เริ่มเล่นกับเด็กคนอื่นได้ เริ่มรู้จักการขอ
โทษ เริ่มแบ่งปันสิ่งของ เริ่มปฏิบัติตามกฎ กติกาง่ายๆ รู้จักทำงาน
ที่ได้รับมอบหมายการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เริ่ม
รู้จักแสดงความเคารพ ทิ้งขยะให้ถูกที่ ไม่ทำลายสิ่งของเครื่องใช้

กิจกรรมเตรียมความพร้อมด้านอารมณ์- จิตใจ และสังคม
การพัฒนาด้านอารมณ์ จิตใจและสังคมของเด็กวัย 3 ปีนั้น จำเป็น
จะต้องจัดประสบการณ์ที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ที่จะออกจาก
บ้านมาสู่สังคมภายนอกได้อย่างรบรื่น ยอมรับสภาพการแยกจาก
พ่อแม่ชั่วคราว ฝึกให้เด็กรู้จักช่วยเหลือตนเอง ปลูกฝังลักษณะ
นิสัยที่ดี ซึ่งจะเป็นการปูพื้นฐานในการดำเนินชีวิตในสังคม และ
อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ประสบการณ์ที่จัดเพื่อพัฒนา
เด็ก 3 ปี ในด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคมจึงควรประกอบด้วย
การเล่นและการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เด็กเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากการเล่น
การเล่นจึงช่วยให้เกิดพัฒนาการทุกด้าน และเป็นวิธีที่เด็กสำรวจ
เพื่อทำความคุ้นเคยกับโลกรอบๆ ตัวเด็ก เด็กวัย 3 ปีมักจะเล่นเพื่อ
สนุก เด็กจะคิดการเล่นแบบจินตนาการและตามแบบอย่างที่เด็ก
เห็น การเล่นเลียนแบบของเด็กมักจะเกี่ยวกับสภาพหรือพื้นฐานที่
เด็กชอบและมีความสำคัญแก่ตัวเด็ก การเล่นที่ควรจัดให้เด็กวัย 3
ปี ควรมีดังนี้คือ การเล่นกลางแจ้งและเล่นเครื่องเล่นสนามการ
เล่นในร่ม เช่น การเล่นตามมุมเล่นต่างๆ ภายในห้องเรียน หรือเล่น
เครื่องเล่นสัมผัสต่างๆ เป็นต้น การเล่นสร้างสรรค์ เช่น เล่นทราย
น้ำ สี ไม้บล็อก เป็นต้น การเล่นจินตนาการ เช่น เล่นเป็นหมอ
เป็นตำรวจ เป็นต้นประสบการณ์การเล่นต่างๆ จะเปิดโอกาสให้
เด็กเรียนรู้การอยู่ร่วม กับผู้อื่น ในสังคม รู้จักรอคอย เอาใจเขามา
ใส่ใจเรา ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นในตนเองอีกด้วย การช่วยเหลือ
ตนเอง การจัดประสบการณ์ให้เด็กมีโอกาสช่วยตนเองในเรื่องการ
รับประทานอาหาร การขับถ่าย การพักผ่อน การแต่งกาย การทำ
ความสะอาดร่างกาย โดยครูและผู้เกี่ยวข้องในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก
จะต้องอดทนไม่รีบร้อน ให้เวลาเด็กได้ช่วยเหลือตนเอง ในการทำ
สิ่งต่างๆ ไม่แสดงอาการโมโหหรือลงโทษเด็ก ถ้าเด็กทำไม่ได้หรือ
ทำได้ไม่ดีตามที่คาดหวังไว้ ทั้งนี้ เพราะเด็กช่วงวัย 2 ปีครึ่ง
ถึง 3ปีครึ่ง มีพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกันมาก และเด็กวัย 3 ปีครึ่ง
บางครั้งก็เหมือนกับเด็กวัย 4 ปี การอบรมเลี้ยงดูเด็กวัยนี้ครูและ
ผู้เกี่ยวข้องจึงจำเป็นจะต้องเข้าใจพัฒนาการและลักษณะพิเศษ
เฉพาะตั้งแต่วัย 2-4 ปี เพื่อที่จะได้ไม่คาดหวังว่าเด็กจะทำได้มาก
หรือทำได้น้อยจนเกินไป และควรให้ความช่วยเหลือเมื่อเด็ก
ต้องการ การรู้จักควบคุมตนเอง เด็กเรียนรู้ที่จะควบคุมตนเองถ้า
ได้มีโอกาสที่จะปฏิสัมพันธ์กับเด็กอื่นและบุคคลที่อยู่แวดล้อม
การเปิดโอกาสให้เด็กได้ทำกิจกรรมหรือทำงานเป็นกลุ่มย่อยๆ
2-3 คน สำหรับเด็ก 3 ปี การเล่นบทบาทสมมุติหรือ การมี
โอกาสร่วมรับประทานอาหาร กับเพื่อนๆ ล้วนเป็นประสบการณ์ที่
ช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะควบคุมตนเองการรู้จักตนเอง บุคคลที่
ใกล้ชิด และสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว เช่น ชื่อตนเอง ชื่อพ่อแม่
บุคคลในบ้าน ครู เพื่อน โรงเรียน สิ่งมีชีวิต สิ่งไม่มีชีวิต รวมถึง
การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยจัดกิจกรรมให้
เหมาะสมกับวัย ความสนใจของเด็ก

โดย: เจ้าบ้าน [24 ม.ค. 51] ( IP A:221.128.68.119 X: )


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน
 s