หลวงพ่อฤาษี ลิงดำ เล่าถึงหลวงพ่อเขียน
   หลวงพ่อเขียนให้หวย

ท่านผู้ฟังทั้งหลาย วันนี้วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ. ศ. ๒๕๑๖ มีโอกาสคุยกับท่านผู้ฟังตามปกติ บางวันก็ไม่ได้เพราะว่ามีธุระ วันไหนมีธุระมากก็ไม่ได้มา ถ้ามีธุระน้อยพอจะปลีกเวลามาได้ก็มา ประกอบด้วยร่างกายก็ไม่ค่อยดี ก็ช่างมันเถอะ
วันนี้มาคุยกันถึงเรื่องให้หวยต่อไป เพราะว่าเมื่อวันก่อนได้คุยถึงหลวงพ่อจงให้หวย วันนี้ก็มาคุยถึง
หลวงพ่อเขียนให้หวยบ้าง เรื่องของการบอกเลขหวยนี้ ความรู้ทางพระพุทธศาสนามี แต่ว่าบรรดาท่านพุทธบริษัทส่วนใหญ่มักจะพูดและคิดกัน ว่าพระรู้หวยเองแล้วทำไมไม่เล่นเสียเองล่ะ เล่นเสียเองให้มันรวย เอาเงินมาสร้างวัดให้มันสวยไม่ดีรึ ความจริงก็น่าเป็นอย่างนั้น แต่ทว่ากฎของพระพุทธศาสนามีอยู่ว่า พระที่มีญาณพิเศษได้ต้องตัดจากความโลภ
ความโกรธ ความหลง นี่เรียกว่าต้องไม่คบกิเลส จึงจะมีญาณพิเศษเป็นเครื่องรู้ได้ ถ้าหากว่าจิตยังมั่วสุมอยู่ในความโลภ
ความโกรธ ความหลง ก็ไม่สามารถจะรู้อะไรได้ ตานี้เมื่อรู้แล้วจิตไม่มี ความโลภจะไปเล่นได้ยังไงหวย จะไปหวังประโยชน์ ในทางความร่ำรวยในการถูกหวยรวยไป มันจะมีประโยชน์อะไรกับพระ
แล้วทีนี้ท่านทั้งหลายก็สงสัยว่าพระไม่โลภแล้วทำไมจึงให้หวยชาวบ้าน แต่ความจริงพระที่จะให้
หากพระองค์นั้นรู้จริง ก็ต้องรู้ถึงบุญญาธิการของบุคคลที่จะรับ หมายความว่ารับเลขนะ ที่จะถูกหวยได้หรือไม่ถูก
ถ้าเขามีบุญพอที่จะถูกหวยได้ เมื่อเขาขอก็บอกได้เหมือนกัน แต่บอกไม่ตรงให้เอาไปคิดเอา ถ้าหากว่าเขามีบุญ มีลาภอยู่บ้าง เขาก็จะได้ไม่มากนัก ถ้าหากว่าเขาไม่มีลาภไม่มีบุญ ถ้าลาภสักการ คือบุญเก่าไม่ส่ง เขาก็คิดไม่ถูก นี่เป็นเรื่องของเขา นี่ฟังกันไว้เพียงแค่นี้นะ รู้ไว้แต่เพียงย่อ ๆ ว่าพระที่รู้หวยได้จริง ๆ น่ะ ท่านเล่นไม่ได้ เพราะว่าการเล่นถือว่า
เป็นการปล้นชาวบ้าน ถ้าเล่นแล้วญาณพิเศษจะเสื่อม แต่ว่าจะบอกคนให้ถูกหวยได้ก็ต้องรู้ว่าคนนั้นมีลาภหรือไม่มีลาภ
คือบุญญาธิการที่สร้างไว้สมควรได้รับหรือยัง ไม่ใช่ว่าให้ชาวบ้านถูกหวยดะไปเหมือนหลวงพ่อปิ่น ความจริงหลวงพ่อปิ่นนะ ไม่ใช่ให้ด้วยหลักญาณพิเศษ เป็นวิธีการอย่างหนึ่งในไสยศาสตร์ที่เรียกกันว่าทำน้ำมนต์ ดูดอกเทียน อย่างนี้ก็เป็นการสัพเพสัตตาเหมือนกัน แต่หลักพิเศษมีอยู่อย่างหนึ่ง การรู้หวยของพระ ถ้าขอตัวเดียวพระที่รู้ด้วยญาณพิเศษบอกได้เสมอ เรียกว่าบอกได้ไม่จำกัดตั้งแต่ ๒ ตัวขึ้นไป ต้องมีกำหนดเวลา และต้องรู้ลาภของบุคคลที่จะพึงได้ ถ้าหากว่าบุคคลนั้นไม่มีลาภบอกไม่ได้ รู้กันไว้เท่านี้นะ
เอาล่ะเข้าใจว่าท่านผู้ฟังคงจะพอเข้าใจบ้าง แล้วก็คงเข้าใจไม่มากนักแต่ก็ไม่อยากให้เข้าใจมาก ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่าเป็นเรื่องของคนที่จะต้องคิด จะพูดเท่าไหร่ก็ตามถ้าคนคิดว่าจะไม่เชื่อ ก็แล้วไป พูดเท่าไหร่ก็ไม่เชื่อคนที่เชื่อจะมีเหตุผล พูดแต่เพียงนิดเดียวไม่ต้องพูดมากอย่างนี้ก็เข้าใจ เป็นอันว่าเรื่องนี้ขอผ่านไปมาพูดกันต่อไปถึงเลขหวย
หลวงพ่อเขียนรู้เลขหวย หลวงพ่อเขียนนี่อยู่วัดสำนักอะไร ขุนเณร อำเภอบางมูลนาค จังหวัดพิจิตร
ในปี พ.ศ. ๒๔๙๔ ปีนั้นดูเหมือนว่าเลขท้าย ๓ ตัว เลขท้าย ๒ ตัว พึ่งจะระบาดมาในกรุงเทพ ฯ หรือว่าระบาดมานานแล้วเท่าไหร่ก็ไม่ทราบ แต่ว่าอาตมาผู้พูดพึ่งจะรู้ข่าว คือว่าเอาเรือยนต์ไปจอดที่ประตูน้ำเจ้าเจ็ด เห็นเขาพูดกันถึงเลขท้าย ๓ ตัว ของรางวัลที่ ๑ ถามพวกภรรยาของพวกที่ทำงานที่ประตูน้ำ เขาบอกว่าเขาไปซื้อรางวัลเลขท้าย ๓ ตัว รางวัลที่ ๑ ก็เลยบอกว่ารางวัลที่ ๑ มีเลข ๖ ตัว แล้วคุณจะซื้อยังไงได้ ๓ ตัว เขาก็บอกว่า เขียน มีเจ้ามือ เขารับ แล้วเขาจ่าย บาทละ ๖๐๐ บาท ไอ้นี่ก็น่าคิด แล้วเขาก็บอกว่าเขาไปขอหวยกับพระที่วัดสะแกในเขตอำเภอป่าโมกจังหวัดอ่างทอง ก็สงสัยว่าพระท่านให้หวยได้ยังไง
พอกลับมาถึงวัด ๒ – ๓ วัน ก็รวบรวมคนได้ ๓ คน ออกเดินทางด้วยเรือยนต์ส่วนตัว ความจริงเรือยนต์ส่วนตัวนี้ชาวบ้านเขาสร้างให้ไม่ได้สร้างเอง เขาสร้างไว้ให้ใช้เพราะเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ดูแลงานก่อสร้างถ้าเรือจ้างไป มันไม่ทันเวลา ไปตามวัดต่าง ๆ คราวนั้นลงทุนประมาณ ๓ – ๔ เดือน ไปขอหวยพระ บอกว่าไม่เล่น แต่ขอให้ท่านบอกเลขตรง ๆ ที่หลายวัดไม่เห็นตรงสักวัด บางวัดเลข ๓ ตัว แต่ให้มาถึง ๙ ตัว ๓ แถว ๓ ตัว ๓ แถว มันก็ ๙ ตัว บางวัดให้มาแถวเดียว ๓ ตัว แต่ไม่ตรง ไอ้ ๙ ตัวนี่ตรงแน่ แต่บังเอิญเลข ๐ ก็ขาดไปเสียอีก มันเป็นยังงั้น
หาพระที่รู้หวยจริง ๆ ไม่ได้ ก็เดินทางมาถึงอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ได้ยินเขาลือกันว่า หลวงพ่อเขียน
วัดสำนักขุนเณร อำเภอบางมูลนาค จังหวัดพิจิตร ท่านรู้หวยได้จริง ก็เลยพากันขึ้นร
โดย: [0 3] ( IP )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ถ คราวนี้ทิ้งเรือแล้วเอาเรือฝากเขาไว้
เดินทางไปอำเภอบางมูลนาคจังหวัดพิจิตร ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ทาง ไม่เคยไปสักที
พอลงที่อำเภอบางมูลนาค ก็มีรถมอเตอร์ไซด์ ๒ ล้อรับจ้างไปส่งถึงวัดของหลวงพ่อเขียน การไปคราวนั้นไปด้วยกัน ๓ คน มีฆราวาส ๒ คน แล้วก็พระคืออาตมาองค์หนึ่ง วันนั้นเป็นวันหวยออกพอดี มีวิทยุกระเป๋าหิ้วชนิดแบตเตอรี่ก้อนเบ้อเร่ออยู่ ๑ เครื่อง ถือไปด้วย หวังจะไปลองดีท่าน อยากจะรู้ตามความเป็นจริงว่าท่านจะจริงหรือไม่จริง
ในขณะที่ไปถึง ปรากฎว่ามีคนนั่งล้อมหลวงพ่อเขียนอยู่ประมาณสัก ๒๐๐ คน พวกนี้มาขอหวยทั้งนั้น เป็นเวลาบ่ายประมาณสัก ๔ โมงเศษ ๆ เวลานั้นหวยออกเวลา ๕ โมงเย็น พอขึ้นไปพ้นบันได หลวงพ่อเขียนมองมาท่านก็พูดดัง ๆ ท่านบอกวันนี้คนดี ๆ เขามาหาเราน่อ เขาจะลองดีเราน่อ แต่ว่าเราก็มีดีอวดเขาน่อ ท่านใช้คำลงท้ายว่าน่อ เข้าไปถึงก็กราบท่าน ท่านถามว่ามาธุระอะไร ก็กราบเรียนท่านว่าหลวงพ่อทราบแล้วใช่ไหม ท่านบอกว่ารู้ เมื่อบอกว่ารู้ ก็บอกมาตามนั้นแหละขอรับหลวงพ่อ กระผมอยากจะรู้นักว่าพระหนะรู้หวยได้ยังไง ท่านก็มองหน้าบอกว่าคุณอตีตังสญาณที่มาจาก ทิพยจักขุญาณสามารถให้รู้ได้ ถ้าเรามีจิตไม่โลภเสียอย่างเดียว แล้วมีสัจจะว่าเราจะไม่บอกใครตรง ๆ เว้นไว้แต่ว่าคนนั้นเขาจะมีลาภ พอท่านพูดขึ้นมาเท่านี้ก็เข้าใจ ความจริงพระองค์อื่นไม่เห็นพูดแบบนี้ มีหลวงพ่อเขียนองค์เดียว สมัยนั้น เรียกว่ามีเป็นองค์แรกที่รู้ว่ามีหวย ให้หวยกันได้ แล้วก้ต้องอาศัยอตีตังสญาณ หรือว่า
อนาคตังสญาณ อดีตตังสญาณหมายความว่าตรวจลาภของคนที่จะมารับเลขว่าเลขที่เขานำไปจะไปหาเงินนี่นะ เขามีบุญญาธิการพอหรือเปล่า แล้วต่อมาถ้าหวยมันยังไม่ออก ก็ใช้อนาคตังสญาณว่าเลขที่มันจะออกข้างหน้า นี่มันเป็นเลขอะไร อย่างนี้ของท่านตรงดี ฟังแล้วก็เลื่อมใส คุยกันไปได้ครู่หนึ่งเวลาก็ใกล้หวยจะออก ท่านถามว่าจะเอาเลขหรือยังละ บอกเอาขอรับ ท่านถามว่าจะเอาเลขรางวัลที่เท่าไหร่ ก็เลยกราบเรียนว่ารางวัลที่ ๑ ถามว่ากี่ตัว กราบเรียนท่านว่าเอา ๓ ตัว ท่านบอกว่ารางวัลที่ ๑ มันมี ๖ ตัว คุณเอา ๓ ตัวมันก็ไม่ครบ ก็เลยกราบเรียนท่านว่า ถ้าอย่างนั้นขอ ๖ ตัวเลยขอรับ แล้วท่านถามว่าเลขท้าย ๓ ตัวหมุน ๔ ครั้งเอาไหม ก็กราบเรียนท่านว่าถ้าให้ได้ก็ดีขอรับ ท่านก็เขียนท้าย ๓ ตัวหมุน ๔ ครั้ง เขียนมา ๔ ชุด ในที่สุดท่านก็บอกว่าแถมเลขท้าย ๒ ตัวให้อีกชุดหนึ่ง แล้วท่านก็ถือเลขไว้ ยังไม่กางออกมา ท่านถามชาวบ้านบอกว่าเวลานี้เล่นทันไหม ชาวบ้านบอกว่าใกล้แล้วขอรับ เจ้ามือเขาไม่รับซื้อ ท่านก็เลยประกาศว่าคนที่นั่งอยู่ที่นี่ทั้งหมดนะ ใครจะลุกไปที่อื่นไม่ได้ ถ้าลุกไปตาแตก เพียงเท่านี้ชาวบ้านก็นั่งนิ่งเพราะเกรงวาจาศักดิ์สิทธ์ ของท่าน

พอใกล้หวยจะออก ท่านก็ถามว่ามีวิทยุมาไม่ใช่หรือ ก็กราบเรียนท่านว่ามีมาขอรับ ท่านก็เอาแผ่นกระดาษวางลงกางเลขให้ดูว่านี่รางวัลที่ ๑ นี่เลขท้าย ๓ ตัว ๔ ครั้ง นี่เลขท้าย ๒ ตัว พอล๊อตเตอรี่ออก ปรากฎว่าเลขของท่านตรงเป๋งไม่ต้องกลับตัว ไม่มีพลาดเลยเมื่อเห็นจริงแบบนั้นก็กราบขอขมาท่าน เพราะเกรงว่าจะเป็นโทษ
ท่านก็บอกไม่ต้องกลัวหรอก ไม่มีโทษ คนต้องการความจริงแบบนี้ฉันต้องการ แล้วเธอก็ไม่เล่นหวยใช่ไหม ก็กราบเรียนหลวงพ่อตรวจดูซิขอรับว่าผมเล่นไหม ท่านบอกรู้แล้วไม่เล่นเป็นคนไม่โลภ ฉันจะเขียนให้ไปดูเล่นสัก ๒๐ งวดข้างหน้า แล้วถ้าเธออยากรวยละงวดที่ ๒๑ มาเอาจากฉันนะฉันจะให้ แล้วท่านก็เขียนอย่างไม่ต้องคิด หยิบกระดาษมาได้ก็เขียนเลย เขียน ๆ ๆ มาให้ก็พับส่งมาให้ บอกเอ็งอย่าดูของเขานะ เอ็งดูเมื่อไหร่ตาแตกเมื่อนั้น เอาเข้าอีกแล้ว แบบนี้ช้าวบ้านสะกิดเจ้าสองคนบอกว่า ดูไม่ได้ ดูไม่ได้หรอก ดูก็ตาแตก ท่านพูดแบบไรเป็นแบบนั้น เป็นอันว่าวันนั้นก็ต้องนอนค้างกับท่าน ๑ คืนเชื่อใจความสัตย์จริงของท่าน
เวลากลางคืนประมาณตี ๒ ท่านก็ออกมาหา ถามว่าไม่หลับรึ ก็กราบเรียนกับท่านว่าหลับไปพักหนึ่งขอรับ แต่เวลาตี ๒ เป็นเวลาเจริญพระกรรมฐานเกล้ากระผมทำเป็นปกติ ท่านบอกว่าแบบนี้ดีน่อ อย่าไปสนใจเลยนะ เรื่องหวยเรื่องโป บอกว่ากระผมไม่ได้สนใจ ที่มาก็ปรารถนาจะหาความเป็นจริง เพราะพระที่ให้หวยได้ พบมาหลายองค์แล้ว ๑๐ กว่าองค์ ไม่เห็นตรงสักองค์ ท่านก็หัวเราะชอบใจว่า นั้นเขาไม่ได้รู้เลขหรอก เขามีอุปทานเป็นเครื่องยึด ถือความฝันบ้าง มันไม่รู้จริง ก็เลยนั่งคุยกับท่านพักหนึ่ง ท่านถามว่าอยากจะรู้เรื่องอะไร ก็เลยกราบเรียนท่านว่าเรื่องหวย หมดสงสัยขอรับ กระผมก็ไม่สนใจจะเรียน ท่านก็บอกไม่ต้องเรียนหรอก ต่อไปข้างหน้าถ้าจิตเขาถึงก็รู้เอง
เรื่องนี้ไม่สำคัญ เลยกราบเรียนท่านว่าอะไรสำคัญ ท่านก็บอกว่าเรื่องที่สำคัญที่สุด นั้นก็คือ การสร้างสั่งสมบารมี ขอให้พยายามสั่งสมบารมีให้มาก ท่านถามว่าเธอปรารถนาพุทธภูมิใช่ไหม เวลานั้นกำลังปรารถนาพุทธภูมิอยู่ ท่านก็บอกให้ทราบว่าเธอบำเพ็ญบารมีมามาก แต่ก็สงสัยว่าจะลาจากพุทธภูมิเสียละน่อ ท่านว่ายังงั้น เวลานั้นกำลังใจยังดี ยังหนุ่มอยู่
จึงกราบเรียนถามท่านว่า ทำไมจึงจะลาขอรับ กระผมมีกำลังใจปรารถนาด้านพุทธภูมิเป็นพิเศษ ท่านบอกว่า ถ้าชาตินี้ไม่ลาก็เดินไปจนถึงที่สุดน่อ แต่เกรงว่าปลายมือชาตินี้จะลา ก็กราบเรียนถามว่าท่านว่าจะลาเพราะอะไร ท่านก็บอกว่าจะเจอะพระเน่าเข้าน่อ เมื่อเห็นพระเน่ามาก ๆ เธอก็เบื่อ ในที่สุดก็ลาพุทธภูมิปรารถนาไปเลย ก็ถามท่านว่าถ้าปรารถนาไปเลยนี่จะไปได้ไหม ท่านก็ยิ้ม บอกว่าไม่ยากเลยน่อเพราะกำลังมันเกินแล้ว ไปเมื่อไหร่ก็ได้ เป็นอันว่าฟังท่านไว้ แล้วท่านก็สอนอรรถธรมมแบบง่าย ๆ บอกว่าธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่มีอะไรเกินธรรมดา อะไรก็ตามเถอะ ถ้ามันเกิดขึ้นกับเรา มันเป็นธรรมดาของโลกทั้งนั้น ในเมื่อร่างกายเรามีอยู่ในโลกเท่านี้เอง เป็นคำสอนของท่านเป็นใจความแต่รู้สึกว่ามีความหมายดี พอตอนเช้าก่อนจะกลับ เจ้าสองคนที่ไปด้วยความจริงไม่ใช่ลูกศิษย์ที่เอามาจากวัด แต่ว่าเป็นเพื่อนกันสมัยเด็ก ๆ คนหนึ่งเป็นนายอำเภอ คนหนึ่งเป็นผู้บังคับกองตำรวจแต่ขอสงวนนาม เวลานี้เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ไปแล้วก็มี แล้วตายไปเสียคนหนึ่งแล้ว นายตำรวจทราบว่าไปเป็นผู้กำกับแล้วก็ตายเสียด้วย ตายเพราะอะไร เพราะว่าแกชอบเหล้ากับผู้หญิงมาก แล้วผู้หญิงกับเหล้าก็ไม่รังเกียจแก แกก็เป็นคนมีเมตตามาก แต่โรคที่เป็นไม่ใช่โรคผู้หญิง ไม่ใช่โรคกินเหล้าเมาตาย เป็นโรคตับแข็งตาย นี่เป็นอนิสงฆ์ เป็นเรื่องของแก ก่อนจะกลับ เจ้าสองคนก็เข้าไปกราบบอกลาหลวงพ่อขอรับ การเดินทางมาคราวนี้ผมต้องออกค่ารถค่าเรือทุกอย่างพระไม่ได้ออกเลย หลวงพ่อให้หวย แต่พระไม่ให้ผมบ้างก็แย่ ลูกเมียผมก็ยากจน ท่านก็มอง ๆ ดูไอ้สองคนนี้เป็นข้าราชการ แต่ความจริงเขาไม่ได้แต่งเครื่องแบบ คนนี้เป็นตำรวจคนนี้เป็นนายอำเภอใช่ไหม สองคนก็กราบเรียนท่านว่าใช่ ท่านบอกว่าเงินเดือนก็มีมากแล้วน่อ จะเอาไปทำไม เจ้าพวกนั้นก็บอกว่าเงินเดือนก็แค่ไม่ถึงเดือนขอรับ ผมโกงเขาก็ไม่เป็นก็เลยไม่ค่อยจะพอใช้ ท่านนั่งประเดี๋ยวบอกเอ้อจริงน่อ จริง โกงไม่เป็นนี่น่อ เมื่อโกงไม่เป็นพ่อจะสงเคราะห์ก็ได้ ให้สัญญากับพ่อนะ ให้เลขไปละก็เล่นกันอย่าให้เกินคนละ ๒๐ บาท ถ้าใครซื้อเกินคนละ ๒๐ บาท คนนั้นเป็นง่อยน่อ ท่านก็เขียนเลขรางวัลที่ ๑ ให้สามตัว บอกเอาไปเล่นได้ไม่ต้องกลับ พอกลับมาในรถไฟเจ้าสองคนก็นั่งบ่น ไอ้ความโลภของมันมาก มันก็บอกว่าเล่นกันคนละ ๒๐ บาท ๒๐ บาทก็ได้หมื่นสองพัน ความจริงเงินมันก็มากแต่มันบอกว่าไม่พอ ก็เลยบอกว่านี่เราเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่นะ คนนี้ก็เป็นร้อยตำรวจเอก เจ้านี่ก็เป็นข้าราชการชั้นโท เป็นนายอำเภอ ไอ้เจ้านี่เป็นผู้บังคับกอง
ทำไมมันถึงโง่บัดซบแบบนี้วะ ท่านบอกมาแต่เพียงว่าใครเล่นเกินคนละ ๒๐ บาท คนนั้นเป็นง่อย ตานี้เองไปถึงบ้านเอ็งก็เล่น ๒๐ บาท แล้วให้เมียเล่น ๒๐ บาท ลูกทุกคนคนละ ๒๐ บาท ท่านไม่ได้จำกัดมานี่ว่าให้เล่นคนเดียวแล้วก็ไม่เกิน ๒๐ บาท แหมเจ้า ๒ คนนั้นก็ดีใจใหญ่ บอกว่าเอ็งมันโง่แบบนี้ไม่ได้ฟังเสียงพระ พระพูดน่ะมีคำจำกัด เพราะว่าท่านบอกแต่เพียงว่า ถ้าใครเล่นเกินคนละ ๒๐ บาท คนนั้นเป็นง่อย แต่หวยอันนี้ เลขอันนี้จะให้คนภายนอกเขาเล่นไม่ได้นะ อย่าให้เขารู้เพราะว่าไม่ใช่เป็นเลขสาธาระณะ เขาก็รับคำ เป็นอันว่ามาถึงบ้านเขาก็ให้เมียเล่น ๒๐ บาท ลูกกี่คนคนละ ๒๐ บาท ตัวเขา ๒๐ บาท หวยงวดนั้นให้ผลจริง ๆ ออกตรงเป๋งไม่มีการกลับ เป็นอันว่าได้เงิน
ตานี้ต่อมาเขาก็มาถามเลขที่หลวงพ่อให้มาดูตอบว่าไม่ได้ ท่านให้มาดูอย่างเดียว จะบอกแกก็ไม่ได้ ฉันจะเล่นก็ไม่ได้ ถ้าใครลักไปก็หมายความว่าคนนั้นตาแตก เจ้าสองคนนั้นก็บอกว่าท่านแช่งทับแบบนี้ผมก็แย่ บอกว่าควรจะแย่เท่านั้นพอแล้ว
ต่อมาเมื่อข่าวนี้ปรากฎขึ้น อาตมามาป่วยอยู่ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ มานอนป่วยอยู่ที่กรมแพทย์ทหารเรือ หลังจากนั้นมาก็หลายปี มีชาวราชบุรี คือ นายแจ่ม เปาเล้ง นายสาลี่ เปาเล้ง นายเฉลิม คงทองมาเยี่ยม เอาเงินมาถวายคนละพันช่วยค่ารักษาตัว แล้วเขาก็ถามว่าอาจารย์มีหวยไหมผมขอหวย ตอบว่าหวยมี แต่หวยฉันเจ้ามือมันชอบกินอย่าเอาเลยทางที่ดีถ้าอยากได้หวย ให้ไปขอหลวงพ่อเขียนวัดบางขุนเณร อำเภอบางมูลนาค จังหวัดพิจิตร เวลาไปสังเกตุดูนะ ถ้าคนมาก ๆ อย่าพูดอะไรกับท่าน พูดปกติธรรมดาอย่าขอ ถ้าหากว่าคนไม่มี มีคนว่างละก็ถวายดอกไม่ธูปเทียน แล้วก็กราบเรียนท่านว่า ขอหวยสักครั้ง จะไม่รบกวนเป็นครั้งที่ ๒ เท่านี้พวกเธอจะถูกหวย จำไว้ให้ดี เขาก็จำไว้
รุ่งขึ้นเขาก็เดินทางมา แต่ไอ้คนที่ไม่มีวินัยไม่มีระเบียบมันมีอยู่ คือคนพ่อตา ได้แก่ นายแจ่ม เปาเล้ง พ่อตานายเฉลิม คงทอง พี่ชาย นายสาลี่ เปาเล้ง พอมาถึงแล้วคนมีหลายคนก็กราบเรียนท่านว่าจะมาขอเลขหวย ท่านก็เขียนให้สาม – สี่ชุด เขียนอย่างไม่ยากใครถามเขียนเลย ท่านบอกท่านชื่อเขียน ท่านชอบเขียน เขาจึงให้ชื่อเขียน ในที่สุดใครมาขอท่าน ท่านก็เขียน
ในเมื่อคนหมดแล้ว นายสาลี่กับนายเฉลิมเอาดอกไม้ธูปเทียนไปถวายท่าน บอกเกล้ากระผมจะมาขอเลขหวยขอรับ แต่จะรบกวนหลวงพ่องวดเดียว ไม่รบกวนเป็นวาระที่ ๒ ขอเอาไปตั้งตัว ท่านมองดูหน้ามองดูหลังเห็นไม่มีใครก็หยิบเศษกระดาษมาเขียนให้ ๔ ชุด ชุดละ ๓ ตัว ท่านบอกเก็บไว้นะ ถ้าชาวบ้านแถวนี้ขอดูละก็อย่าให้ เป็นอันว่าตอนเช้า ๓ คนนั้นก็เดินทางกลับ กลับเขาก็มาแวะที่อาตมาที่กรมแพทย์ทหารเรือ เขาถามว่าคราวนี้จะเล่นอะไร ก็มอง ๆ ดูเลขแล้วเห็นมันเลข ๔ ชุด อันนี้ถูก ๒ ชุดในใจมีความรู้สึกนะ ก็บอกเขาว่าไอ้ที่มีเลขท้าย ๓๐ นี่น่ะ งวดนี้ออก แต่ถึงเลขอื่นยังไม่ออกก็ควรจะกันไว้ แต่เชื่อฉันไม่ได้ ฉันก็ไม่แน่ใจในตัวฉัน แต่ฉันฝันว่าเห็นเลข ๐ มันอยู่ท้าย ฉันว่ายังงั้น เป็นอันว่าซื้อกัน นายทหารในนั้นก็ซื้อ แต่ก็มีนายทหารหลายคนไม่ชอบหลวงพ่อเขียน เขามีตัวเก็งของเขาเจ้าเรือโทสนั่นกับเจ้าเรือโทสอาด สองคนสงสารมันว่ามันพยาบาลดีมันช่วยสงเคราะห์อนุเคราะห์ในการจัดหาอาหารอะไรต่ออะไรก็ตามเถอะ ตอนที่ไปป่วยหนะเขาปฏิบัติดดี แต่มันไม่เล่นกัน ก็บอกว่าสองคนนี่เล่นตัวนี้ซักบาทซิ เอาสักบาทเดียวไม่ต้องมาก เป็นอันว่าเขาก็ยอมเล่นคนละกี่บาทไม่ทราบ เลขตัวนั้นออก ๓ ตัวตรง ๆ พอรุ่งขึ้นอีกงวดมันก็เหลือ ๓ ชุด ก็เลยบอกเขาว่า คราวนี้ฉันจะไม่บอกละว่าชุดไหนมันจะออกแต่ว่ามันจะถูกแค่ ๒ ตัว ให้ตัดตัวหน้าทิ้งไป ฉันรู้แค่นั้นนะหรือพวกเราจะเผื่อกันไว้บ้างก็ได้ เผื่อมันจะถูกทั้งหมด อย่างนี้ฉันรับรองไม่ได้เป็นอันว่างวดนั้นเขาถูกกันอีกคราวก็เลยบอกว่าเลยชุดนี้หมดไป ไม่ต้องเล่นอีกไม่ออก
แล้วต่อมาเด็กสาว ๆ อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุทธยา ๒ คน อายุประมาณ ๑๘ – ๑๙
กะ ๆ ดู ถามดูอายุไม่ถึง ๒๐ รูปร่างหน้าตาดีมาเยี่ยมที่กรมแพทย์ทหารเรือ คุยกันไปคุยกันมาก็บอกว่าแม่คนเดียวพ่อก็ไม่มี ไอ้ตัวเธอก็คนหนึ่ง มีน้องคนกำลังเรียน ยากจนอยากจะขอเลขหวย ไม่มีหรอกอีหนูไปหาหลวงพ่อเขียนซิ แนะนำให้ไปเธอก็ไปตามนั้น พอไปถึงแล้ว ท่านก็เขียนให้สี่ชุดเหมือนกัน แบบเดียวกันนะ บอกว่าจะขอคราวเดียว แต่อีกคนหนึ่งไม่มีลาภ ท่านก็บอกว่าคนที่ตามมานี่น่ะไม่มีลาภ แต่อีหนู ถ้าคนนี้เขาเล่นอะไรเอ็งเล่นตัวนั้นนะ เล่นตามเขา ถ้าเอ็งไม่เล่นตามเขาละก็เองจะไม่ได้อะไรเลย จะขาดทุนในการเดินทาง แล้วท่านก็บอกด้วยว่าคนที่จะถูกน่ะ มีลาภหมื่นเดียวหมื่นกว่า ๆ เรียกว่าเธอมีลาภ ๒๐ บาท ไอ้ตัวที่จะถูกน่ะ ๒๐ บาท แต่ว่าตัวไหนท่านไม่บอก ท่านบอกแต่เพียงว่าตัวที่เอ็งถูกหนะ แค่ ๒๐ บาทเท่านั้นแหละไม่ต้องไปเล่นเกินเล่นมันตัวละ ๒๐ บาท ถ้าตัวไหนเล่นเกิน ๒๐ บาท ตัวนั้นไม่ถูก แล้วก็คนนั้นที่ไปด้วยน่ะ เวลาเล่นจริง ๆ ปรากฎว่าไม่อยากเล่นไอ้ตัวที่ถูก เพื่อนก็เลยบอกว่า เอ้า
หลวงพ่อสั่งมาแล้วว่าฉันจะเล่นอะไรแกต้องเล่นตัวนั้น ก็เลยตามไอ้ตัวที่เขาถูกไป ๕ บาท ในที่สุดไอ้ตัวที่อีหนูคนนั้นเล่น ๒๐ บาท ก็ถูก เพื่อนก็เลยพลอยถูกด้วย ๕ บาท
นี่แหละ บรรดาท่านผู้ฟัง เรื่องหวยน่ะ พระรู้ได้จริง ๆ มี แต่เมื่อรู้หวยแล้วท่านก็รู้ลาภของคนรู้บุญของคนด้วย ฉะนั้น คนที่ถูกหวยหรือไม่ถูกหวย พระที่ได้ญาณพิเศษท่านรู้ แล้วโปรดอย่าเหมา อย่าคิดว่าพระเป็นโจรปล้นเจ้ามือเลยนะ พระรู้ได้แต่เล่นไม่ได้ เพราะความโลภถ้ามีอยู่เพียงใด เลขหวยก็มองไม่เห็นเพียงนั้น ถ้าเห็นก็เห็นเป็นหวยปลอม บางครั้งก็ถูกบางครั้งก็ผิด ถ้าหากว่าหวยจริง ๆ หวยดี ๆ ก็ต้องจิตบริสุทธิ์
เอาละ เรื่องของหวยพ่อเขียนก็ระงับกันแค่นี้นะ รู้กันว่าพระรู้หวยได้แล้วรู้ว่าคนจะรวยได้ หรือไม่ได้เหมือนกัน

หมายเหตุ
ประวัติของหลวงพ่อเขียนที่นำมาลงนี้ได้คัดลอกมาจากหนังสือ ที่หลวงพ่อฤาษี ลิงดำ ได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับพระอภิญญา เรื่องของพระให้หวยได้จริง



โดย: อ้วนพิจิตร [13 พ.ย. 50 17:38] ( IP A:203.113.17.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
    กราบนมัสการหลวงพ่อ - สุดยอดครับหลวงพ่อรู้หวยและรู้คนมีลาภขอกราบนมัสการหลวงพ่อดรับ - สุดยอดครับอาจารย์อ้วน
โดย: ดำรงค์ [11 มิ.ย. 52 17:34] ( IP A:124.120.169.68 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   กราบหลวงปู่เขียนครับ ชอบอ่านมากครับ ขอบคุณครับ
โดย: vasan99 [18 เม.ย. 54 14:22] ( IP A:223.206.236.155 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   กราบนมัสการหลวงพ่อเขียน
ขอบคุณข้อมูลดีๆๆนะครับ
ชอบอ่าน
โดย: lheeCivil [3 เม.ย. 56 21:43] ( IP A:180.183.61.45 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน