ความสามัคคี ความปรองดอง
    ปาฐกถาธรรมเรื่อง
ความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์
โดย พระราชญาณวิสิฐ วิ. (เสริมชัย ชยมงฺคโล ป.ธ.๖)
เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดราชบุรี (แห่งที่ ๑) โดยมติมหาเถรสมาคม
ผู้อำนวยการสถาบันพุทธภาวนา วัดหลวงพ่อสดฯ
สถาบันเครือข่ายของมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลก
เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี
ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
วันอาทิตย์ที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๙ เวลา ๐๘.๐๐ น.
_____________

วิวาทํ ภยโต ทิสฺวา อวิวาทญฺจ เขมโต
สมคฺคา สขิลา โหถ เอสา พุทฺธานุสาสนี
“ท่านทั้งหลาย จงเห็นความวิวาทโดยความเป็นภัย และเห็นความไม่วิวาท โดยความปลอดภัยแล้ว เป็นผู้พร้อมเพรียง มีความประนีประนอมกันเถิด นี้เป็นพระพุทธานุสาสนี”
พุทฺธ. ขุ. จริยา. ๓๓/๓๕/๕๙๕


“สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี”
“ความสามัคคีพร้อมเพรียงแห่งหมู่นำสุขมาให้”
ขุ. ธ. ๒๕/๒๔/๔๑.

เจริญสุข/เจริญพร ญาติโยมสาธุชนผู้ฟังทุกท่าน

วันนี้ อาตมภาพก็ได้มาพบกับท่านผู้ฟังอีกเช่นเคยในรายการปาฐกถาธรรม วันนี้จักได้กล่าวถึงเรื่องความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ ซึ่งสังคมตั้งแต่สังคมย่อย คือ สังคมในครอบครัว สังคมในวงงาน และถึงสังคมใหญ่ คือ ประเทศชาติของเรากำลังประสบปัญหาขาดความสามัคคี ปรองดอง และสมานฉันท์ กันอย่างมากในยุคปัจจุบัน ที่มีแต่ความเจริญทางด้านวัตถุและเทคโนโลยี แต่ขาดความเจริญทางด้านจิตใจด้วยคุณธรรมและจริยธรรม อันนับเป็นภยันตรายอย่างยิ่งต่อความเจริญมั่นคงทางสังคม เศรษฐกิจ และทางการเมือง ของประเทศชาติ ดังปรากฏเป็นข่าวความแตกแยกสามัคคีของสังคมทุกระดับ ทุกหมู่เหล่าอยู่ในทุกวันนี้

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายทุกยุคทุกสมัย ตระหนักถึงปัญหาความแตกแยกสามัคคีของหมู่คณะมาตั้งแต่อดีตจนถึงพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน และแม้ที่จะมีมาต่อไปในอนาคต จึงต่างสอนพระภิกษุสาวกทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลายจงเห็นความวิวาทโดยความเป็นภัย และเห็นความไม่วิวาทโดยความปลอดภัยแล้ว จงเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน มีความประนีประนอมกันเถิด นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย” และทรงสอนอีกว่า “ความสามัคคีพร้อมเพรียงแห่งหมู่คณะนำสุขมาให้”

จากพระพุทธานุสาสนี คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายนี้ มีประเด็นสำคัญอยู่ว่า

(๑) ความวิวาทเป็นภัย (๒) ความไม่วิวาทเป็นความปลอดภัย (๓) ภิกษุทั้งหลาย จงเห็นความวิวาทโดยความเป็นภัย และเห็นความไม่วิวาทโดยความปลอดภัยแล้ว จงเป็นผู้สามัคคีพร้อมเพรียงกัน (๔) จงมีความประนีประนอมกัน (๕) กับอีกพระคาถาว่า ความสามัคคีพร้อมเพรียงกันแห่งหมู่คณะนำมาซึ่งความสุข อธิบายว่า

ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถึง “ความวิวาท” ว่าเป็น “ภัย” นั้น อธิบายว่า ความทะเลาะเบาะแว้ง เริ่มแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนกลายเป็นการทะเลาะวิวาท เป็นปากเป็นเสียงกัน ทุ่มเถียงกัน โต้เถียงกันรุนแรง ด้วยความโกรธเคืองกัน ระหว่างบุคคลหรือคณะบุคคลตั้งแต่ ๒ ฝ่ายขึ้นไปนั้น ย่อมก่อให้เกิดความบาดหมางใจกัน ด้วยความโกรธและเกลียดชังกัน ถึงความพยาบาท ผูกใจเจ็บแค้นกัน นำไปสู่ความแตกสามัคคีกันระหว่างบุคคลและ/หรือหมู่คณะนั้น

บุคคลหรือคณะบุคคลที่แตกสามัคคีกัน นับตั้งแต่สังคมย่อย อย่างเช่น สังคมในครอบครัว ย่อมหาความสงบสุขมิได้ การที่จะปฏิบัติต่อกันด้วยความรัก ด้วยความเห็นอกเห็นใจและเอื้ออาทรต่อกันด้วยดี ก็ไม่มี ทำให้ขาดความปรองดองสมานฉันท์ที่จะร่วมแรงร่วมใจกันประกอบกิจการงานอาชีพ สร้างฐานะของครอบครัวให้เจริญเป็นปึกแผ่นมั่นคง ฐานะของครอบครัวเช่นนั้นย่อมถึงความเสื่อมและทรุดลง ถึงเป็นครอบครัวแตกแยก มีผลให้สมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกๆ ที่อยู่ในวัยเด็กขาดที่พึ่งอันอบอุ่น ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมาอีกนับนานาประการ ดังที่ได้ยินได้ฟังข่าวอย่างดกดื่นอยู่ในทุกวันนี้

ความเสื่อมเสียจากการทะเลาะวิวาทในระดับสังคมย่อย เช่น สังคมในครอบครัวเช่นนี้มี ฉันใด ความเสื่อมเสียจากการทะเลาะวิวาทในระดับสังคมใหญ่ขึ้นไป เช่น สังคมในวงงาน และสังคมประเทศชาติ ถึงสังคมโลกก็มี ก็เป็นฉันนั้น เหมือนกัน

และถ้ายิ่งการทะเลาะวิวาทนั้นรุนแรงยิ่งขึ้น ขยายวงเขตกว้างขวางออกไปยิ่งขึ้น ถึงทำลายทรัพย์สินและเกียรติคุณความดี ของฝ่ายตรงกันข้ามให้พินาศเสียหายด้วยประการต่างๆ และหนักเข้าถึงประทุษร้าย ประหัตประหารกัน และที่หนักยิ่งขึ้นถึงเกิดการจลาจล หรือการก่อความไม่สงบระหว่างบุคคลหรือคณะบุคคลภายในประเทศ และที่อาจมีเหตุปัจจัยโยงใยถึงส่วนได้ส่วนเสียของบุคคลหรือคณะบุคคลชาวต่างประเทศ ก็อาจเป็นชนวนให้ลุกลามใหญ่โตถึงเป็นสงครามระหว่างประเทศ อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อการเศรษฐกิจ สังคม และต่อการเมืองของประเทศชาติ ก่อให้เกิดความทุกข์เดื
โดย: [0 3] ( IP )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 4
   แยกสามัคคีในสังคมประเทศชาติอย่างหนักอยู่ในทุกวันนี้ เป็นเหตุให้ประเทศชาติเสื่อมเสียทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงทางการเมืองไปมากแล้ว

หากประชาชนในชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างผู้รู้สึกเป็นปฏิปักษ์ต่อกันและผู้หลงบ้าคลั่งตามกระแสที่เขาปลุกระดมนั้น ไม่ใช้สติสัมปชัญญะ ระงับยับยั้งชั่งใจด้วยปัญญาอันเห็นชอบ พิจารณาเหตุสังเกตผลดีของความสามัคคีปรองดอง ของคนในชาติด้วยกันเอง ไม่พิจารณาเห็นผลเสียของการขาดความสามัคคีปรองดอง ต่างคนต่างไม่ยอมลดมานะละทิฏฐิ ไม่ยอมลดราวาศอกแก่กันและกัน ด้วยมองเห็นแต่ความผิดความชั่วของคนอื่นหรือฝ่ายอื่น แต่ไม่เห็นความผิดความชั่วของตนหรือของพรรคพวกตน เหมือนกับการชี้นิ้วว่าผู้อื่นชั่ว แต่อีก ๓ นิ้ว คือ นิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อย กลับชี้เข้าหาตัวเองโดยไม่รู้ตัว และถ้าหากยังไม่ยอมหยุดทะเลาะวิวาทกันเสีย สังคมประเทศชาติของไทยเราย่อมจะถึงความระส่ำระส่ายอย่างหนัก เป็นเหตุให้การเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงทางการเมืองของประเทศชาติของเราต้องเสียหายอย่างหนัก ให้ประชาชนทั้งประเทศรวมทั้งคู่กรณีที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันนั้นเองด้วย จะต้องประสบกับความสูญเสียไปด้วยกันทุกฝ่าย ยากแก่การที่จะเยียวยาแก้ไขต่อกาลไม่นานนี้ และเมื่อเหตุการณ์บานปลายไปเช่นนี้ ก็อย่าได้หวังเลยว่า ฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายได้ชัยชนะและเป็นสุขได้ เพราะผลลัพธ์ก็คือ ประเทศชาติเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ คือเสียหายย่อยยับ แล้วยังจะมีฝ่ายไหนที่จะเป็นฝ่ายชนะและเป็นสุขได้อีกหรือ ?

จึงขอให้สาธุชนคนไทยทั้งชาติได้พิจารณา และตระหนักถึงภัยของการทะเลาะวิวาทกัน และได้พิจารณาเห็นการไม่ทะเลาะวิวาทกันเป็นความปลอดภัย ตามพระสัทธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านี้ แล้วช่วยเตือนสติผู้ที่รู้สึกขัดแย้งกันรุนแรงถึงกับเป็นปฏิปักษ์ต่อกันทุกฝ่าย ให้หยุดคิด และพยายามลดมานะละทิฏฐิลง หยุดทะเลาะวิวาททำลายกัน ด้วยกิริยาวาจาก้าวร้าวรุนแรงต่อกันเสีย โดยเร็วได้เท่าไรก็จะยิ่งเป็นผลดีเท่านั้น ก่อนที่จะสายเกินแก้ แล้วหันหน้าเข้าปรึกษาหารือกัน ตกลงประนีประนอมกัน ด้วยความปรารถนาดีต่อกัน เพื่อเห็นแก่ความสงบสุขของชาติบ้านเมือง และเห็นแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐและเป็นที่รักเทิดทูนของเราทั้งหลาย

จงนึกถึงความดีของกันและกันด้วยมุทิตาธรรม จะได้มีความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจกัน แล้วหันหน้าเข้ามาร่วมใจกันสร้างสรรค์ความสามัคคี ประนีประนอม ปรองดอง สมานฉันท์กัน ด้วยพรหมวิหารและด้วยสัปปุริสธรรม ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ดังที่ได้ชี้แจงแสดงมาแล้วนี้ จักได้ร่วมแรงร่วมใจกัน ช่วยกันพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองของไทยเรา ทั้งทางด้านการเศรษฐกิจ สังคม และทางการเมือง ให้เจริญก้าวหน้าและมั่นคง ให้ประเทศชาติบ้านเมืองของไทยเราได้พ้นจากความหายนะ กลับคืนสู่ความสงบสุข เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า รวมทั้งท่านที่เคยรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ต่อกันนั้นเองด้วย ให้ได้รับความเจริญและสันติสุขไปด้วยกันหมดทั้งประเทศ สมดังพุทธภาษิตว่า “สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี ความสามัคคีแห่งหมู่คณะ นำมาซึ่งความสุข” ด้วยประการฉะนี้

ก่อนจบรายการนี้ ขอทุกท่านจงตั้งใจให้สงบ เจริญพรหมวิหารธรรม แผ่เมตตาและกรุณาธรรมต่อกัน และตั้งจิตอธิษฐานถึงคุณพระรัตนตรัย ขอได้โปรดดลบันดาลประทานพร ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ จงทรงเกษมสำราญ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน สถิตสถาพรในสิริราชสมบัติ แผ่พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมพสกนิกรชาวไทยให้อยู่เย็นเป็นสุข และขอเดชานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ จงช่วยขจัดปัดเป่าปัญหาของประเทศชาติบ้านเมืองให้หมดสิ้นไป ยังความเจริญและสันติสุขให้เกิดมีแก่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศโดยพลัน เทอญ

ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ท่านผู้ฟังทุกท่าน เจริญพร

โดย: หน่อง UD Admin [20 ก.ค. 54 15:17] ( IP A:223.206.2.90 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
    อาจจะเป็นคำสอนที่ยาวมากจนไม่น่าอ่าน แต่ถ้าอ่านแล้วจะได้รับผลประโยชน์จากการอ่าน ถ้านำมาพิจารณาปฏิบัติตาม นับว่าเป็นข้อคิดสะกิดใจที่ดีมาก ในสังคมของคนในสภาพปัจจุบันที่เราๆท่านๆพบเห็นมา ทุกวันนี้ โลกเดือดร้อน วุ่นวายไม่ใช่เพราะกิเลสไฟสามกองคือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง หรอกหรือที่หลอกให้นำพาจิตใจเราหลงไปตามมันชี้นำ จนไม่รู้ว่าอะไร คือบุญ อะไรคือบาป น่าสงสารทิฐิของคนในสมัยนี้ อ่านแล้วย้อนมองตัวเองเลยเกิดความรู้สึกแบบนี้ ขึ้นมา น่าสลดสังเวชเมื่อไรจะฉลาดจากความโง่เป็นเหยื่อกิเลสพวกนี้เสียที มหาหน่อง
โดย: หน่อง UD Admin [20 ก.ค. 54 15:29] ( IP A:223.206.2.90 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
    เยี่ยมเสมอนะครับ
โดย: kriang33 [21 ก.ค. 54 8:37] ( IP A:124.120.199.96 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
    มีหลักธรรมอยู่ในใจบ้างไม่มากก็น้อยก็จะดำเนินชีวิตได้ถูกต้องและดีขึ้น....ขอบคุณครับพี่หน่อง
โดย: saknangsao [21 ก.ค. 54 19:25] ( IP A:125.27.239.168 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
   

โดย: เอ ส้มเสี้ยว เว็ปมาสเตอร์ [21 ก.ค. 54 19:53] ( IP A:223.204.173.62 X: )


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน