Gene-Pool-Aquarium  >>  สาระน่ารู้กับ RoF

หลักการใช้ยาและสารเคมีในการรักษาโรคปลา
   หลักการใช้ยาและสารเคมีในการรักษาโรคปลา (ตอนที่ 1)
สวัสดีครับเพื่อนๆชาวไทยครอสบรีดทุกๆคน มาพบกับ RoF ครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่ทราบนะครับ แต่รู้สึกว่าจะเขียนบทความเกี่ยวกับโรคต่างๆไปหลายโรคเหมือนกัน และค่อนข้างครอบคลุมกับโรคที่มักเกิดกับปลาหมอครอสบรีดของเรา แต่ปัญหาที่ผมเจอบ่อยๆ เกี่ยวกับการรักษาโรคปลาต่างๆ คือ ผู้เลี้ยงยังไม่กล้าตัดสินใจ หรือว่า ตัดสินใจเลือกวิธีการักษาโรคปลาผิดทาง ดังจะเห็นได้ว่า โรคปลาแต่ละโรคนั้น มีวิธีการรักษาให้เราเลือกมากมาย เช่น ชนิดของยา ปริมาณของยา วิธีการให้ยา ระยะเวลาการให้ยา ฯลฯ ซึ่งผมก็มักจะบอกเสมอๆว่า การจะเลือกใช้วิธีอะไรนั้น สถานการณ์ ประสบการณ์และความรู้ที่ถูกต้อง จะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจของเราครับ ดังนั้นในเล่มนี้ เราลองมาดูถึงหลักการกว้างๆ ในการตัดสินใจใช้วิธีการรักษาโรคปลากันนะครับ สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆทุกคนครับ
ข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญ
ในการที่เราจะตัดสินใจเลือกใช้วิธีการใดๆ หรือตัวยาใดๆในการรักษาปลานั้น สิ่งที่ต้องทำอย่างแรก คือการรวบรวมข้อมูลต่างๆให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนี้
- ชนิด สายพันธุ์
ปลาแต่ละชนิด แต่ละสายพันธุ์ ก็มีลักษณะนิสัยใจคอ ความทนทานต่อโรคและสภาพแวดล้อมต่างๆกันครับ เช่นปลาเทกซัสแดง ค่อนข้างกินอาหารยาก กินน้อยกว่าปลาสายพันธุ์อื่น ปลาฟลาเวอร์ฮอร์น กินเก่งและมักมีปัญหาเรื่องโรคขี้ขาวเป็นประจำ เป็นต้น
- อายุ ขนาดของปลา
ปลาที่มีอายุต่างกัน และขนาดต่างกัน ก็มีความแข็งแรง ทนทานต่างกันเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะเป็นปลาครอกเดียวกันก็ตาม และการบอกขนาดปลา ก็ควรบอกอายุปลาด้วยครับ เพราะว่า ขนาดของปลา ไม่จำเป็นต้องสัมพันธ์กับอายุเสมอไป ปลาบางตัวโตช้า อายุมากแต่ยังมีขนาดเล็กกว่าปลาอายุน้อยก็มี ซึ่งขนาดของปลาก็จะบ่งบอกว่าเราจะใช้วิธีการรักษาวิธีใด เช่น ปลาตัวเล็กเกินไป อาจใช้วิธีป้อนยา หรือ ฉีดยาไม่ได้ ปลาตัวโตเกินไป อาจแยกมาแช่ยาไม่สะดวกนัก เป็นต้น
- ข้อมูลของคุณภาพน้ำ
เช่น อุณหภูมิในรอบวัน pH ไนไตรท์ สีน้ำ ความเค็ม เป็นต้น ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อปลาและการรักษาปลาป่วยทั้งสิ้นครับ
- ระบบกรอง
ระบบกรองเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการเลี้ยงปลาทุกชนิด เปรียบเสมือนที่บำบัดของเสียต่างๆที่เกิดขึ้นจากการเลี้ยง ทำให้น้ำมีคุณสมบัติเหมาะสมในการดำรงชีวิตอยู่เสมอให้นานที่สุด เท่าที่ระบบเราจะรองรับได้ ดังนั้นมันจะเป็นตัวบอกเราคร่าวๆถึงคุณภาพน้ำ และสาเหตุการป่วยของปลาได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังบอกว่าเราควรใช้วิธีการรักษาแบบใดด้วยครับ
- การใช้ยาและสารเคมีอื่นๆ
เป็นข้อมูลสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ในระหว่างการเลี้ยงปลาของเรา เราได้ทำการใส่ยาและสารเคมีอะไรลงไปบ้าง เนื่องจากมันจะส่งผลไปถึงคุณภาพน้ำ และ สุขภาพปลาโดยตรง ปลาหลายชนิดแพ้สารเคมีบางตัวอย่างรุนแรง การให้ยาผิดจะยิ่งส่งผลร้ายกับปลาของเรา อีกทั้งยังเป็นข้อมูลเบื้องต้น ในการตัดสินใจทำการรักษาด้วยวิธีอื่นๆต่อไปครับ
- เทคนิควิธีการเลี้ยง
วิธีการเลี้ยงปลาของแต่ละคน ก็มีแปลกๆแตกต่างกันออกไปครับ ไม่เหมือนกันสักคน เช่น จำนวนปลา ขนาดตู้ การเปลี่ยนถ่ายน้ำ การล้างตู้ปลา ทำความสะอาดระบบกรอง การจัดแต่งตู้ด้วยหินหรือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีผลต่อปลาของเราเช่นกันและใช้เป็นข้อมูลในการสรุปหาสาเหตุการป่วยได้ด้วยครับ
- อาหาร และวิธีการให้อาหาร
อาหารปลาหมอนั้น มีมากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นอาหารสดชนิดต่างๆมากมาย กุ้งฝอยทำให้ปลาสีสวย หนอนนกทำให้ปลาโตเร็ว หัวโหนก หนอนแดง ไส้เดือนน้ำ ไรทะเล สำหรับลูกปลาเล็กๆ ฯลฯ อาหารสำเร็จรูปยี่ห้อต่างๆ เร่งสี เร่งมุก เร่งโต เร่งโหนก เร่งการวางไข่ฯลฯ อาหารคือสิ่งที่ปลากินเข้าไปในร่างกายทุกวันๆ ดังนั้น จึงเป็นสาเหตุหลักที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการเจ็บป่วย โดยเฉพาะอาหารสดชนิดต่างๆ ถ้าไม่มีความสดสะอาดเพียงพอ ก็มักมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคและเป็นพาหะของโรคต่างๆมากมาย ทั้งปรสิตและแบคทีเรีย นักเลี้ยงปลาหมอส่วนใหญ่มักให้ปลากินอาหารสด เพราะเชื่อว่า จะทำให้ปลาสีสวย โตเร็ว แข็งแรงสมบูรณ์ แต่ถ้าลืมเรื่องความสะอาด หรือไม่สามารถรับมือกับปัญหาเรื่องโรคที่จะเกิดตามมาได้อย่างถูกวิธีและทันการ ปลาของเราก็มักจะป่วย และตายก่อนที่จะแสดงความสวยงามออกมาให้เราได้เห็น เรียกได้ว่าไม่คุ้มค่ากันเลยครับ ดังนั้นการใช้อาหารสด เราก็ต้องแน่ใจในเรื่องความสดสะอาด การล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าหลายๆรอบ หรือด้วยสารเคมีบางอย่าง เช่น ด่างทับทิม หรือ อคริฟลาวิน ก็ช่วยได้เยอะครับ และแน่ใจว่า ถ้าเกิดปัญหาเรื่องโรค และความผิดปกติต่างๆเกิดขึ้นกับปลาของเรา เรารับมือได้อย่างถูกวิธีครับ ส่วนวิธีการให้อาหารก็เช่นกัน ต่างคนก็ต่างวิธี บางคนให้เมื่อปลาหิว บางคนให้เป็นมื้อๆแล้วแต่เราสะดวก บางคนให้เหลือเฟือมากมาย สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อปลาเราทั้งสิ้นครับ
- แหล่งที่มาของน้ำ
ปลาอาศัยอยู่ในน้ำตลอดเวลา สั
โดย: [0 3] ( IP )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 4
   สารเคมีได้ผลครับ หรือจะใช้การแช่ด้วยยาปฏิชีวนะชนิดต่างๆก็ได้เช่นเดียวกัน แต่ก็ต้องตรงกับโรคนะครับ
1.2 Internal Infection เป็นการติดเชื้อภายในเช่น ในทางเดินอาหาร ซึ่งเกิดจากปรสิต พยาธิ แบคทีเรีย และไวรัส เช่น อาการท้องบวม มีพยาธิและปรสิตในทางเดินอาหาร การติดเชื้อแบคทีเรียที่ไตและทางเดินอาหาร โรคเกล็ดตั้ง โรคหูดหรือเนื้องอกต่างๆ ลักษณะการติดเชื้อแบบนี้ การแช่ด้วยสารเคมีต่างๆ ส่วนใหญ่จะไม่ได้ผลครับ เพราะสารเคมีจะออกฤทธิ์ภายนอกร่างกายที่ได้สัมผัสยาโดยตรง เราควรใช้ยาปฏิชีวนะซึ่งสามารถเข้าไปออกฤทธิ์ในกระแสเลือดของปลาได้ ด้วยวิธีการแช่ หรือ การป้อน การฉีด หรือการผสมอาหารให้กิน แล้วแต่ว่า ปลาของเรามีขนาดเท่าไร ยังยอมกินอาหารอยู่หรือไม่ มีจำนวนมากน้อยแค่ไหนเพื่อสะดวกในการรักษา ไม่ใช่ ปลาป่วยทั้งครอก 500 ตัว จับมาป้อนยาทุกตัว ทุกวัน แบบนี้คงไม่ไหวครับ ใช้วิธีการแช่จะดีกว่า ใช้ความเข้มข้นสูงหน่อย เปลี่ยนถ่ายน้ำและยาบ่อยๆก็ช่วยได้เยอะครับ หรือมีปลาตัวเดียวในตู้ขนาดใหญ่ การแช่อาจเปลืองยาโดยใช่เหตุ ถ้ายังกินอาหารอยู่ก็ผสมยาในอาหารให้ปลากิน ป้อนยาโดยตรง ฉีดยา หรือแยกมาแช่ในตู้ใบเล็ก ด้วยความเข้มข้นสูงระยะเวลาสั้น หรือ ความเข้มข้นต่ำระยะเวลานาน ก็แล้วแต่ความสะดวกของเรานะครับ
2. การติดเชื้อประเภท Systemic Infection
จะมีการกระจายของเชื้อไปทั่วร่างกายโดยผ่านทางกระแสเลือด ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย อาการแบบนี้ก็เหมือนกับการติดเชื้อภายในร่างกายครับ เพียงแต่อาการติดเชื้อจะรุนแรงกว่า และเป็นไปทั่วร่างกายในหลายๆระบบ หลายๆอวัยวะ ส่วนใหญ่ปลาที่ป่วยด้วยการติดเชื้อภายในจะมีอาการในลักษณะนี้ครับ โดยการรักษาอาจใช้การแช่ด้วยยาปฏิชีวนะ หรือการผสมอาหาร การป้อน และการฉีดครับ
3. พิจารณาจากลำดับการติดเชื้อ
3.1 Primary Infection เป็นสภาพการติดเชื้อที่เกิดจากการทำอันตรายของเชื้อโรคชนิดแรก อาจมีความรุนแรงมากหรือน้อยแล้วแต่ชนิดของเชื้อโรคครับ
3.2 Secondary Infection สภาพการติดเชื้อซึ่งสืบเนื่องมาจาก Primary Infection ซึ่งทำให้ปลาอ่อนแอ และเพิ่มโอกาสการติดเชื้ออื่นได้ง่ายขึ้น เช่นการติดเชื้อซึ่งเกิดจากโปรโตซัว อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียง่ายขึ้น หรือการติดเชื้อไวรัส ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ง่ายต่อการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้นครับ เช่น ปลาที่เป็นโรคจุดขาว จะมีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียได้ง่ายขึ้น ดังนั้น นอกจากเราจะใช้ยารักษาโรคจุดขาวแล้ว เราก็อาจใส่ยาปฏิชีวนะ ในการป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียที่อาจจะตามมาด้วยก็ดีครับ
4. พิจารณาตามความรุนแรงของการติดเชื้อ
4.1 Acute Infection การติดเชื้อแบคทีเรียแบบเฉียบพลัน เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีความรุนแรงมาก ทำให้เกิดการตายจำนวนมาก มักเป็นการติดเชื้อที่มีสาเหตุเนื่องมาจากความเครียด เช่นการติดเชื้อหลังการขนย้ายปลา การติดเชื้อในลักษณะนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะช่วยไม่ทันครับ ปลาจะตายเสียก่อนเนื่องจากความอ่อนแอของตัวปลาเอง ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ควรแยกปลาที่ป่วยหนักออกโดยเร็วที่สุด พยายามฟื้นปลาให้ได้ ด้วยน้ำที่คุณภาพเหมาะสม และออกซิเจนเต็มที่ การใช้ยาอย่าพึ่งให้เต็มที่ครับ ให้เพียงเจือจาง เพราะเราต้องตระหนักว่า การเจ็บป่วยลักษณะนี้ อยู่ที่ความอ่อนแอของตัวปลาในขณะนั้นเป็นหลัก เชื้อโรคเป็นสิ่งรองลงมา การใช้ยาเข้มข้นในตอนนี้ เท่ากับเป็นการซ้ำเติมปลาให้อ่อนแอลง จากการต่อต้านยา เราต้องพยายามฟื้นปลาให้อยู่ในสภาพที่แข็งแรงมากขึ้นที่สุดก่อน แล้วค่อยทำการรักษาเต็มรูปแบบต่อไปครับ
4.2 Chronic Infection การติดเชื้อแบบเรื้อรั้ง เกิดอาการป่วยกับปลาเป็นระยะเวลานานๆแต่ไม่มีการตายในระยะเวลาอันสั้น หรือมีการตายประปรายเป็นระยะเวลานาน ลักษณะการติดเชื้อแบบนี้ แสดงว่าปลายังมีสุขภาพแข็งแรงพอที่จะต่อสู้กับโรคและมีชีวิตอยู่ได้ในระยะเวลาหนึ่ง ก็ควรเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะสมตามที่อธิบายมาข้างต้นครับ
สำหรับบทความในเล่มนี้ตอนแรก ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้นะครับ หวังว่าหลักการกว้างๆดังกล่าวที่ให้ไป คงจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆทุกคน ในการทำความเข้าใจโรค ยา และเข้าใจปลาได้ดีมากขึ้น ตลอดจนใช้วิธีการรักษาด้วยยาและสารเคมีได้อย่างมั่นใจมากขึ้นครับ มีอะไรผิดพลาดในบทความนี้ ก็ขออภัยไว้ ณ. ที่นี้ด้วยและยินดีรับคำแนะนำ และซักถามเพิ่มเติมได้ที่เวปไซด์ http://www.genepoolaquarium.com/ ส่วนตอนต่อไป พบกันใหม่ในเล่มหน้านะครับ สวัสดี มีความสุขกับการเลี้ยงปลาครับ
โดย: RoF (เจ้าบ้าน ) [23 ม.ค. 52 13:06] ( IP A:58.9.153.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
   ่ในเล่มหน้านะครับ ขอบคุณครับ

โดย: RoF (เจ้าบ้าน ) [23 ม.ค. 52 13:08] ( IP A:58.9.153.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
   สุดยอดครับพี่ต้น ขอบคุณที่ให้ความรู้ครับ กระจ่างขึ้นเยอะมากๆครับ
ขอบคุณครับ
โดย: mybonmyharo [23 ม.ค. 52 21:56] ( IP A:58.8.27.47 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
   ขอบคุนมากคับ

^^~

เริ่มเหนทางสว่างแล้ว

55+
โดย: boom [24 ม.ค. 52 20:21] ( IP A:118.174.28.68 X: )

ความคิดเห็นที่ 10
   แน่นเอี้ยดเรย หุหุ..

ขอบคุณสำหรับความรู้ (อีกแล้ว) ครับพี่
โดย: เอก (kaikem121 ) [2 ก.พ. 52 11:53] ( IP A:58.9.156.90 X: )

ความคิดเห็นที่ 11
   http://www.pantown.com/board.php?id=2888&area=4&name=board1&topic=6251&action=view

เพิ่มเติมครับฟ
โดย: RoF (เจ้าบ้าน ) [15 เม.ย. 52 23:21] ( IP A:125.24.91.6 X: )


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน