inchrist  >>  บทความ: การรักษา

คนง่อยสี่คนหาม - มธ. ๙:๑-๘
    คนง่อยสี่คนหาม

แต่เพื่อท่านทั้งหลายจะได้รู้ว่า บุตรมนุษย์มีสิทธิอำนาจในโลกที่จะโปรดยกความผิดบาปได้" พระองค์จึงตรัสสั่งคนง่อยว่า "จงลุกขึ้นยกที่นอนกลับไปบ้านเถิด" เขาจึงลุกขึ้นไปบ้าน – มธ. ๙:๖-๗

เรื่องคนง่อยสี่คนหามบันทึกอยู่ใน มัทธิว ๙:๑-๘, มาระโก ๙:๑-๑๒, ลูกา ๕:๑๗-๒๖

ฝ่ายพระเยซูก็เสด็จลงเรือข้ามฟากไปยังเมืองคาเปอรนาอุม ซึ่งเป็นเมืองของพระองค์ การที่พระคัมภีร์เรียกเมืองคาเปอรนาอุมว่าเป็นเมืองของพระองค์ย่อมหมายความว่าพระองค์ทรงมีบ้านอยู่ในเมืองนี้ คนทั้งหลายได้ยินว่าพระองค์ประทับที่บ้าน และคนเป็นอันมากมาชุมนุมกันจนไม่มีที่จะรับ จะเข้าใกล้ประตูก็ไม่ได้ พระองค์จึงเทศนาข่าวนั้นให้เขาฟัง มีพวกฟาริสีและพวกบาเรียนนั่งอยู่ด้วย เป็นผู้มาจากทุกหมู่บ้านในแคว้นกาลิลี แคว้นยูเดียและจากกรุงเยรูซาเล็ม ฤทธิ์เดชของพระเป็นเจ้าก็อยู่ในพระองค์ เพื่อจะรักษาเขาให้หายโรค

ฤทธิ์เดชของพระเป็นเจ้าก็อยู่ในพระองค์ เพื่อจะรักษาเขาให้หายโรค “เขา” ในทีนี้หมายถึงพวกฟาริสีและพวกบาเรียนที่มาจากทุกหมู่บ้านในแคว้นกาลิลี แคว้นยูเดียและจากกรุงเยรูซาเล็ม

พระเจ้ามีพระประสงค์รักษาพวกเขาแม้พวกเขาจะไม่ได้รับการรักษาก็ตาม เช่นกันกับในทุกวันนี้การที่ใครสักคนไม่ได้รับการรักษา ไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าไม่ทรงมีพระประสงค์รักษาคนนั้น เช่นกันกับในทุกวันนี้การที่ผู้รับใช้พระเจ้า รู้พระคัมภีร์เป็นอย่างดี รับใช้มาตลอดชีวิต ดำเนินชีวิตอย่างเคร่งครัด ไม่ได้รับการรักษา ไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าไม่ทรงมีพระประสงค์รักษาคนนั้น
โดย: เจ้าบ้าน [5 ธ.ค. 50 11:28] ( IP A:124.120.154.253 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 1
   แล้วมีคนนำคนง่อยคนหนึ่งมาหาพระองค์ มีสี่คนหามบนที่นอน เมื่อเขาเข้าไปให้ถึงพระองค์ไม่ได้เพราะคนมาก เขาจึงหาช่องที่จะหามคนง่อยนั้นเข้ามาวางลงตรงพระพักตร์ของพระองค์ เมื่อหาช่องเอาเข้ามาไม่ได้เพราะคนมาก เขาจึงขึ้นไปบนดาดฟ้าหลังคาตึก เขารื้อดาดฟ้าหลังคาตรงที่พระองค์ประทับนั้น และเมื่อรื้อเป็นช่องแล้ว เขาก็หย่อนแคร่ที่คนง่อยนอนอยู่ หย่อนคนง่อยลงมาทั้งที่นอน ตามช่องกระเบื้องตรงกลางหมู่คน ต่อพระพักตร์พระเยซู เมื่อพระเยซูทรงเห็นความเชื่อของเขาทั้งหลาย

พระเยซูทรงเห็นความเชื่อของทั้งห้าคน ถ้าคนใดคนหนึ่งไม่เชื่อคงล้มเลิกเสียแต่หน้าประตูบ้านแล้ว
พระเยซูทรงเห็นความเชื่อ ความเชื่อที่ปราศจากการประพฤติตามก็ไร้ผล

จึงตรัสกับคนง่อยว่า "ลูกเอ๋ย จงชื่นใจเถิด บาปของเจ้าได้รับอภัยแล้ว"
คนง่อยไม่ได้มาสารภาพบาป คนง่อยมารับการรักษา พระองค์ทรงจัดการกับอุปสรรคขัดขวางการรับการรักษา
การที่คุณไม่ทราบว่าพระเจ้าอภัยคุณแล้ว จะเป็นอุปสรรคขัดขวางความเชื่อคุณ ความเชื่อของคุณจะไม่ทำงาน

เมื่อได้ยินตรัสดังนั้น พวกธรรมาจารย์บางคนนั่งอยู่ที่นั่นคิดในใจว่า "ทำไมคนนี้พูดเช่นนี้ คนนี้พูดหมิ่นประมาทพระเจ้านี่ คนนี้เป็นผู้ใดเล่า ใครจะยกความผิดบาปได้เว้นแต่พระเจ้าเท่านั้น" และในทันใดนั้น พระเยซูทรงทราบในพระทัยว่าเขาคิดในใจอย่างนั้น จึงตรัสว่า "เหตุไฉนท่านทั้งหลายคิดชั่วอยู่ในใจอย่างนี้เล่า

พระเจ้าทรงทราบทุกความคิดของคุณ ความคิดของนักศาสนาขัดขวางตนเองไม่ให้ได้รับการอภัยและการรักษาจากพระองค์
โดย: เจ้าบ้าน [5 ธ.ค. 50 11:29] ( IP A:124.120.154.253 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
   ที่จะว่ากับคนง่อยว่า 'บาปทั้งปวงของเจ้าได้รับอภัยแล้ว' และจะว่า 'จงลุกขึ้นยกแคร่เดินไปเถิด' นั้นข้างไหนจะง่ายกว่ากัน แต่เพื่อท่านทั้งหลายจะได้รู้ว่า บุตรมนุษย์มีสิทธิอำนาจในโลกที่จะโปรดยกความผิดบาปได้" พระองค์จึงตรัสสั่งคนง่อยว่า "เราสั่งเจ้าว่า จงลุกขึ้นยกแคร่กลับไปบ้านของเจ้าเถิด"

พระองค์ทรงสำแดงแก่พวกเขา ถ้าชายคนนี้ทำตามคำสั่งของพระองค์ได้ พระองค์ก็ทรงอภัยบาปได้
สำหรับพระองค์แล้ว การอภัยบาปและการรักษาง่ายเท่ากัน
เป็นน้ำพระทัยของพระองค์ที่จะทรงอภัยคุณเท่ากับที่เป็นน้ำพระทัยที่จะทรงรักษาคุณ

คนง่อยจึงลุกขึ้นต่อหน้าคนทั้งปวง แล้วก็ยกแคร่ของตนเดินออกไป กลับไปบ้านของตน

พระเยซูตรัสสั่งให้คนง่อยทำสิ่งที่เขาทำไม่ได้ คนง่อยไม่หายโดยอัตโนมัติ คนง่อยหายเมื่อแสดงความเชื่ออีกครั้งเป็นการกระทำ คือกระทำตามพระวจนะ ทั้งๆ ที่ขัดแย้งกับสภาพของตนโดยสิ้นเชิง
คนง่อยไม่ได้หายเพราะการวางมือ แม้การวางมือจะเป็นวิธีหลักในการรักษา เป็นวิธีหลักที่พระองค์บัญชาให้เราช่วยเหลือคนเจ็บคนป่วย แต่คนสามารถหายได้โดยเพียงเชื่อพระวจนะของพระเจ้าโดยที่ไม่ต้องมีใครวางมือ

วันนี้คุณสามารถหายได้โดยพระวจนะเช่นกัน คุณสามารถขอบคุณพระเจ้าเพราะวจนะกล่าวว่าด้วยบาดแผลของพระเยซู คุณได้รับการรักษาแล้ว และรับการรักษาระหว่างที่กล่าวถ้อยคำเหล่านี้

พลางร้องสรรเสริญพระเจ้า เมื่อประชาชนเห็นดังนั้นเขาก็ตระหนกตกใจ ประหลาดใจนัก อัศจรรย์ใจมากยิ่งนัก แล้วพากันสรรเสริญพระเจ้าผู้ได้ทรงประทานสิทธิอำนาจเช่นนั้นแก่มนุษย์ ต่างเต็มไปด้วยความกลัว และพูดว่า “เราไม่เคยเห็นเช่นนี้เลย”

บางคนพูดถึงความเจ็บป่วยของตนว่า “พระเจ้าทรงอนุญาตให้ฉันป่วยเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระองค์”
แต่ความเจ็บป่วยไม่เคยทำให้พระเจ้าได้รับเกียรติ การหายโรคต่างหากที่ทำให้พระเจ้าได้รับเกียรติ
ชายคนนี้ไม่ได้ร้องสรรเสริญเพราะยังป่วยอยู่ แต่ร้องสรรเสริญพระเจ้าเพราะได้รับการรักษา

คำกล่าวด้วยความเชื่อ: ข้าพเจ้าเชื่อว่าพระเจ้าทรงมีพระประสงค์รักษาข้าพเจ้าในเวลานี้ พระองค์ทรงเห็นความเชื่อของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามั่นใจว่าพระองค์ได้ทรงอภัยบาปทั้งสิ้นให้กับข้าพเจ้า เท่ากับที่พระองค์ได้ทรงรักษาข้าพเจ้าให้พ้นจากทุกโรคแล้วในเวลานี้ การรักษาโรคเป็นเรื่องง่ายสำหรับพระองค์เช่นเดียวกับการอภัยบาป ดังนั้นข้าพเจ้าได้รับการรักษาแล้ว ในพระนามของพระเยซูคริสต์

โดย: เจ้าบ้าน [5 ธ.ค. 50 11:38] ( IP A:124.120.154.253 X: )


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน