คุยกันสารพัดเรื่อง  <<  กลับไปหน้าแรก

นานาสาระน่ารู้ แนะนำหนังสือน่าสนใจ
    "สุดยอด-อมตะ ๑๐๙ เหรียญมงคล"
"หนังสือพิมพ์ข่าวสด" ในฐานะสื่อมวลชนซึ่งบุกเบิกหน้าพระเครื่องในหนังสือพิมพ์รายวันเป็นฉบับแรก นำเสนอข่าวพระและธรรมะมาอย่างต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลานานร่วม 20 ปี

โดยมีการนำเสนอข่าวซึ่งเป็นประเด็นสาธารณะหลายเรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกรณียันตระ อมโร กรณีภาวนาพุทโธ หรือกรณีธรรมกาย

ผลงานล่าสุดที่กองบรรณาธิการข่าวสดภูมิใจนำเสนอ หนังสือ "สุดยอด-อมตะ ๑๐๙ เหรียญมงคล" รวบรวมข้อมูลสุดยอดเหรียญมงคลชื่อดังของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเหรียญ ตำหนิ ประวัติ ประสบการณ์ความขลัง พร้อมปูมประวัติพระเกจิฯ พระเถระ ผู้สร้าง ตั้งแต่รุ่นคลาสสิค อายุมากกว่า 100 ปี

นอกจากข้อมูลประวัติความเป็นมาของเหรียญ ลักษณะองค์ประกอบต่างๆ ของเหรียญ ความรู้เรื่องพระอาจารย์รูปต่างๆ ที่โด่งดังแล้ว ยังมีข้อมูลจาก อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม นักประวัติศาสตร์คนสำคัญ มาอธิบายความเป็นมาของเหรียญพระ

"ต้น ท่าพระจันทร์" หรือ "ณัฐพงษ์ ชวาลรัตนสกุล" ผู้ชนะแฟนพันธุ์แท้พระเหรียญ มาเล่าถึงความน่าสนใจของพระเครื่องประเภทเหรียญพระพุทธและเหรียญพระคณาจารย์

และ "บอย ท่าพระจันทร์" หรือ "อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย" ผู้คร่ำหวอดในวงการเหรียญพระตัวจริง เผยถึงวิธีการตรวจสอบพระเครื่องประเภทเหรียญว่าองค์ใดเป็นของจริงของปลอม รวมไปถึงการเช่าหาบูชา การศึกษาสภาพเหรียญ การเก็บรักษาเหรียญ เป็นต้น

กล่าวได้ว่า หนังสือเล่มนี้เกิดจากการค้นคว้า รวบรวม และนำเสนอให้เข้าใจได้ง่าย ไม่ว่าผู้อ่านจะเป็นเซียนพระทั้งหลายในวงการ หรือนักสะสมหน้าใหม่ที่ต้องการจะได้ไว้เป็นคู่มือเบื้องต้น รวมไปถึงผู้ใฝ่รู้ที่ต้องการข้อมูลประดับความรู้

"สุดยอด-อมตะ ๑๐๙ เหรียญมงคล" ตีพิมพ์ 4 สีทั้งเล่มสีสันสวยงาม ราคา 250 บาท

โดย: อมตะ (amata ) [30 ธ.ค. 51 8:48] ( IP A:203.130.139.90 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 1
    "ไหว้พระประธาน ๗๖ จังหวัด"
ผลงานลำดับถัดมาจากกองบรรณาธิการข่าวสด คือ หนังสือ "ไหว้พระประธาน ๗๖ จังหวัด" อันมีแนวคิดเริ่มต้นที่เห็นว่าคนไทยในปัจจุบันนิยมเดินทางท่องเที่ยวในประเทศกันมากขึ้น แหล่งท่องเที่ยวส่วนมากจะเป็นธรรมชาติหรือโบราณสถาน ที่ขาดไม่ได้คือ วัดวาอาราม

มีไม่น้อยที่ถือเอาการเดินทางไปไหว้พระ เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นเป้าหมายหลักในการท่องเที่ยว

หนังสือ "ไหว้พระประธาน ๗๖ จังหวัด" ถือเป็นความพยายามในการรวบรวมพระพุทธรูปประธานและพระพุทธรูปสำคัญ อันเป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศมารวมไว้ในเล่มเดียวกัน

ในแต่ละวัดจะมีพระประธาน ถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญของวัดนั้น โดดเด่นสวยงามด้วยพุทธศิลป์ และมีตำนานความเชื่อและความเป็นมาที่น่าสนใจ

อาทิ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ที่ชาวไทยรู้จักกันดี ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

หลวงพ่อวัดไร่ขิง วัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม สมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) อัญเชิญมาจากวัดศาลาปูน จ.พระนครศรีอยุธยา ล่องแพมาทางน้ำ เชื่อว่าหลวงพ่อวัดไร่ขิงปัดเป่าโรคภัยทั้งปวงได้อย่างน่าอัศจรรย์

หนังสือ "ไหว้พระประธาน ๗๖ จังหวัด" ได้นำข้อมูลเปิดเผยประวัติ ตำนานและความศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับพระประธาน มีภาพสี่สีและข้อมูลประกอบอย่างครบครัน

ใช้เป็นคู่มือเบื้องต้นสำหรับผู้สนใจจะเดินทางไปนมัสการ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2552 อันใกล้จะมาถึง ที่ผู้คนส่วนใหญ่ออกเดินทางกลับต่างจังหวัดหรือท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ หรือจะอ่านเพื่อประดับความรู้ก็ได้เช่นกัน

นอกจากจะแสดงประวัติที่มาและความสำคัญของพระประธานและพระพุทธรูปสำคัญแต่ละองค์แล้ว ยังมีเกร็ดประวัติหรือความเชื่อของประชาชนในท้องถิ่น รวมทั้งวิธีการที่ชาวบ้านหรือชุมชนรอบวัดแสดงออกถึงความเคารพต่อพระประธานหรือพระพุทธรูปองค์นั้นด้วย

อย่างไรก็ตาม เพื่อมิให้หนังสือมีความหนามากเกินไป จนกลายเป็นอุปสรรคในการพกพาติดตัว และมิให้ราคาจำหน่าย 360 บาทสูงเกินความจำเป็น กองบรรณาธิการข่าวสดจึงได้พยายามคัดเลือกพระประธานและพระพุทธรูปซึ่งเป็นที่เคารพนับถือและเป็นที่รู้จักในแต่ละท้องถิ่นเป็นหลัก อีกทั้งกระจายให้ทั่วถึงครบทุกจังหวัดในประเทศไทย

โดย: Immortal (amata ) [30 ธ.ค. 51 8:51] ( IP A:203.130.139.90 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
    สุดยอดแห่งการเช่าปี ๒๕๕๑

ตลอดปี ๒๕๕๑ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด จำกัด ได้คาดการณ์ว่า กระแสเงินสะพัดในวงการพระเครื่องยังอยู่ในระดับ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ใกล้เคียงกับในปี ๒๕๕๐ เนื่องจากยังคงมีการเช่าพระเครื่องอื่นๆ ทั้งพระเกจิ และพระใหม่ โดยราคาของพระเครื่องยังคงมีการปรับตัวสูงขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นการเช่าบูชาทั้งพระเครื่องรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม ผู้จัดสร้างพระเครื่องก็ต้องมีการปรับตัว เนื่องจากต้องเผชิญกับต้นทุนการจัดสร้างที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจต่อเนื่องในวงการพระเครื่องซึ่งเคยได้รับอานิสงส์จากกระแสเฟื่องฟูขององค์จตุคาม-รามเทพก็ต้องมีการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางของธุรกิจพระเครื่องที่มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

ประเด็นที่น่าสนใจของตลาดพระเครื่องในปี ๒๕๕๑ ที่บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์ไว้ คือ อนาคตของวงการพระเครื่องนั้นคาดว่ายังคงมีแนวโน้มทรงตัวแต่ยังมีโอกาสที่จะกลับไปเติบโตได้ถ้ามีปัจจัยหนุนสำคัญที่สามารถสร้างกระแสความศรัทธาและความเชื่อได้ในวงกว้างเช่นเดียวกับในยุคขององค์จตุคาม-รามเทพ คาดว่าราคาพระเครื่องที่เป็นพระเก่า และพระเครื่องกลางเก่ากลางใหม่ของบรรดาพระเกจิยังคงมีการปรับตัวขึ้น แต่จะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับว่ารุ่นใดเป็นที่นิยมของตลาด ประเด็นที่น่าสนใจติดตามคือ การเติบโตของตลาดพระเครื่องในต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันความนิยมพระเครื่องจากไทยกระจายตัวอยู่ในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง หรือแม้แต่ในยุโรปและสหรัฐฯ

"การเช่าพระหลักแสนเป็นเรื่องธรรมดาของวงการพระ แต่ที่ไม่ธรรมดาคือ การเช่าพระในราคาหลักล้านบาท ที่เป็นข่าวการเช่าพระองค์หลักๆ ในรอบปีที่ผ่านมา เช่น พระสมเด็จองค์กำนันชาติค่านิยมกว่า ๑๐ ล้านบาท เหรียญหลวงปู่ไข่ อินุทสโร ที่มีการเช่าถึง ๔ ล้านบาท พระขุนแผนเคลือบเนื้อผง วัดใหญ่ชัยมงคล ที่มีการเช่าถึง ๓.๕ ล้านบาท พระนางพญาพิมพ์เข่าตรง เนื้อเขียว ที่มีการเช่าถึง กว่า ๒ ล้านบาท พระปิดตาหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว ที่มีการเช่าถึง กว่า ๑ ล้านบาท พระหลวงพ่อครน วัดบางแซะ ที่มีการเช่าถึง กว่า ๑ ล้านบาท" นี่คือบางส่วนของการเช่าซื้อพระในราคาหลักล้านบาทจากกคำบอกเล่าของนายวันชัย สอนมีทอง ประธานฝ่ายประสานงานสื่อมวลชนสมาคมพระเครื่องพระบูชาไทย

นายวันชัย ยังบอกด้วยว่า แม้ว่าเศรษฐกิจและสถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นเช่นไร ตลอดปี ๒๕๕๑ พระหลังที่เป็นพระเก่าที่มีสภาพสวยสมบูรณ์ราคาไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย สิ่งหนุ่งที่น่าสนใจ คือ ผู้เช่าส่วนใหญ่จะเช่าเพื่อเก็บเข้ารังมากกว่าเช่าเพื่อที่จะปล่อยเพื่อทำกำไร อย่างกรณีของการเช่า เหรียญหลวงปู่ไข่ อินุทสโร ที่มีการเช่าถึง ๔ ล้านบาท ถือว่าเป็นการเช่าเหรียญที่แพงสุดในรอบปี ส่วนการเช่าพระชุดเบญจภาคีนั้น เท่าที่ทราบมีการเช่าพระสมเด็จวัดระฆังในราคากว่า ๑๐ ล้านบาท ในขณะที่การเช่าพระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าหนุ่ม โดยมีการเช่าสูงกว่า ๓ ล้านบาท

สำหรับเหรียญพระเกจิอาจารย์ที่มาแรงต้องยกให้ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ด้วยเหตุที่ว่า เล่นง่ายและของมีจำนวนมาก เท่าที่ทราบในองค์ที่มีสภาพสวยสมบูรณ์ราคาขยับไปเกือบถึงหลักล้านบาท ส่วนจตุคามรามเทพ รปี ๒๕๓๐ ยังเป็นที่นิยมอยู่ แต่จะให้ราคาสูงถึงหลักล้านบาทเหมือนในยุคจตุคามฯ ขาขึ้นนั้นเป็นเรื่องยาก ปัจจุบันนี้ราคาต่ำกว่าหลักห้าแสนบาทแล้ว ในขณะที่จตุคามฯ สร้างใหม่ในช่วง ๒-๓ ปี ที่ผ่านมานั้นราคาไม่ขึ้นและของไม่เดินเลยสักรุ่น

"แม้ว่าเศรษฐกิจขอิงประเทศไม่ดี แต่เป็นเรื่องดีสำหรับวงการเช่าบูชาพระเครื่อง เพราะพระแท้มีค่าไม่ต่างจากทองคำ คนที่เช่าพระไว้มากๆ ทั้งพระหลัก พระกรุง พระเกจิ ก็นำพระมาเปลี่ยนเป็นเงิน ทำให้ตลาดพระเครื่องคึกคักพอสมควร ส่วนราคาเช่าว์อพระนั้นไม่ได้ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ เว้นแต่ว่าพระสร้างใหม่การตั้งราคาเช่าอาจจะอยู่ในหลักร้อยต้นๆ เท่านั้น" นายวันชัยกล่าว
โดย: Immortal (amata ) [30 ธ.ค. 51 9:07] ( IP A:203.130.139.90 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
    พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว
พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ จ.ปัตตานี ที่จัดสร้างขึ้นโดย พระอาจารย์ทิม (พระครูวิสัยโสภณ) ตั้งแต่ปี ๒๔๙๗ จนถึงรุ่นสุดท้ายปี ๒๕๑๑ นับได้ว่า ในทุกวันนี้ได้รับความศรัทธาสนใจจากนักสะสมพระเครื่อง และชาวบ้านทั่วไปอย่างกว้างขวาง ด้วยประสบการณ์ต่างๆ ที่ผู้ใช้ พระหลวงพ่อทวด ได้รับมาโดยตลอด โดยเฉพาะด้านแคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม นั้นได้รับการยืนยันจากทุกฝ่ายมาแล้วว่า มีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ พระหลวงพ่อทวด ที่ปลุกเสกโดย พระอาจารย์ทิม ได้รับความนิยมสูง และมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ

ขณะเดียวกัน ผู้ที่หาพระหลวงพ่อทวดของพระอาจารย์ทิม ไม่ได้ ก็ได้หันมาให้ความสนใจใน พระหลวงพ่อทวด ที่ปลุกเสกโดย พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว สหธรรมิกผู้น้องของพระอาจารย์ทิม มาใช้แทนกันแล้วอย่างกว้างขวาง
ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาในพระอาจารย์นอง ผู้เคยร่วมจัดสร้าง พระหลวงพ่อทวด ว่านรุ่นแรก ปี ๒๔๙๗ กับพระอาจารย์ทิม มาแล้ว รวมทั้งได้รับคำแนะนำในการใช้คาถาอาคม และวิธีปลุกเสกพระหลวงพ่อทวด จากพระอาจารย์ทิมมาแล้วอย่างใกล้ชิด

ผู้ที่มีพระหลวงพ่อทวด วัดทรายขาว ไว้สักการะบูชาจึงย่อมไม่แตกต่างไปพระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ แต่ประการใดเลย และยังมีราคาเช่าหาถูกกว่ากันเสียอีก

พระหลวงพ่อทวด วัดทรายขาว มีการจัดสร้างขึ้นมาหลายรุ่น ทั้งจากทางวัดโดยตรง และจากการสร้างถวายของลูกศิษย์ รวมทั้งหน่วยงานองค์กรต่างๆ เริ่มตั้งแต่รุ่นแรก ปี ๒๕๑๔ ถึงรุ่น ๒๕๔๒ มีหลายรุ่นที่เช่าหากันที่หลักหมื่นขึ้นไป และหลายรุ่นที่เช่าหากันที่หลักร้อยหลักพันก็มี จึงนับได้ว่าเป็นพระเครื่องประเภท "ของดีราคาถูก" ก็ว่าได้
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น ของถูก หรือ ของแพง ย่อมต้องมี ของปลอม ออกมาหลอกขายผู้ไม่รู้ ไม่เข้าใจในการดู ของแท้ อยู่ด้วยเสมอ พระหลวงพ่อทวด วัดทรายขาว หลายรุ่นจึงมี ของปลอม ออกมาแล้ว

เพื่อเป็นการรวบรวมเรื่องราวของ พระหลวงพ่อทวด และพระเครื่องรุ่นต่างๆ ของ พระอาจารย์นอง มาไว้ด้วยกัน ชัยนฤทธิ์ พันธุ์ทอง ผู้ประสบความสำเร็จจากการจัดทำหนังสือ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ มาแล้ว จึงได้จัดทำหนังสือ พระหลวงพ่อทวด วัดทรายขาว ฉบับสมบูรณ์ รวมภาพและข้อมูลของพระแต่ละรุ่นไว้อย่างครบถ้วน ขึ้นมาอีกเล่มหนึ่ง

นอกจากมีพระหลวงพ่อทวดครบทุกรุ่นแล้ว ก็ยังมีเรื่องราวและภาพของ ตะกรุดนารายณ์แปลงรูป ที่จัดสร้างขึ้นโดย พระอาจารย์นอง แต่เพียงผู้เดียว อีกด้วยและที่ขาดไม่ได้คือ ประวัติของพระอาจารย์นอง และภาพประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวกับท่านโดยตรง ซึ่งหลายภาพเป็นภาพหายาก ไม่เคยปรากฏที่ใดมาก่อนเลยก็มี

หนังสือเล่มนี้มีความหนา ๓๓๖ หน้า (๘.๕x๑๑.๕ นิ้ว) ปกแข็ง พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม ด้วยกระดาษอาร์ตอย่างดี เล่มละ ๑,๗๐๐ บาท มีจำหน่ายทั่วไป หรือสอบถามได้ที่สำนักงานนิตยสาร พระเครื่องล้ำค่า โทร 08-1446-0976 , 08-1941-4545 , 0-2887-0235

โดย: Immortal (amata ) [8 ม.ค. 52 10:13] ( IP A:203.130.139.90 X: )

ความคิดเห็นที่ 4
    ชาติกำเนิด

พระอาจารย์นอง ธมฺมภูโต เดิมชื่อ นอง หน่อทอง เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๔๖๒ ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีมะแม ณ บ้านนาประดู่ ต.บ้านกล้วย อ.มะกรูด จ.ปัตตานี (ปัจจุบัน คือ ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์) โยมบิดาชื่อ เรือง โยมมารดาชื่อ ทองเพ็ง อาชีพทำนา

พ.ศ.๒๔๘๑ ขณะมีอายุ ๑๙ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร และปีต่อมาได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๘๒ ณ พัทธสีมาวัดนาประดู่ โดยมี พระครูวิบูลย์สมณวัตร เจ้าคณะใหญ่อำเภอหนองจิก วัดมุจลินทวาปีวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์ (พระอุปัชฌาย์รูปเดียวกับ พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ซึ่งอุปสมบทก่อนหน้านี้ราว ๖ ปี) พระอธิการดำ ติสฺสโร วัดบุพพนิมิต (วัดนางโอ) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการแดง ธมฺมโชโต วัดนาประดู่ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ธมฺมภูโต"

หลังจากนั้นได้จำพรรษาที่วัดนาประดู่ โดยตั้งใจศึกษาปริยัติธรรม และประพฤติปฏิบัติตนในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด ต่อมาท่านได้สอบนักธรรมตรี นักธรรมโท นักธรรมเอก ตามลำดับ ขณะเดียวกันก็ได้เรียนวิชาการต่างๆ กับพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ อีกด้วย

หลังจากนั้นท่านได้ย้ายมาอยู่ที่วัดทรายขาว และได้เป็นเจ้าอาวาสวัดนี้ จนถึงวันมรณภาพ เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๒ สิริรวมอายุ ๘๐ ปี พรรษา ๖๐

สมณศักดิ์และตำแหน่งงาน เริ่มจากปี ๒๕๐๕ เป็นพระปลัดนอง ธมฺมภูโต / เป็นรองเจ้าอาวาสวัดช้างให้ / เป็นเจ้าอาวาสวัดทรายขาว (๑ มิถุนายน ๒๕๑๑) / รักษาการเจ้าอาวาสวัดช้างให้ (ช่วงที่พระอาจารย์ทิม มรณภาพ) / ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูธรรมกิจโกศล (๕ ธันวาคม ๒๕๑) / เป็นเจ้าคณะตำบลโคกโพธิ์ / เป็นพระอุปัชฌาย์ / และในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๗ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบลโคกโพธิ์ ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

พระอาจารย์นอง เป็นพระบริสุทธิสงฆ์ที่น่ากราบไหว้อย่างยิ่ง มีชีวิตอยู่อย่างสมถะ สันโดษ ไม่สะสม ไม่ติดในลาภสักการะใด นับเป็น พระแท้ ของชาวบ้านผู้ดำรงชีวิตอย่างชนิด ตีนติดดิน อย่างแท้จริง

ครึ่งหนึ่ง นานมาแล้ว มีผู้นำ ตู้เย็น ไปถวายท่านที่วัด ท่านให้เอากลับไป ไม่รับ โดยให้เหตุผลว่า ชาวบ้านที่ใส่บาตรท่าน ยังไม่มีตู้เย็นใช้กันเลย เป็นพระอาศัยข้าวชาวบ้านกิน จะอยู่ดีกว่าชาวบ้านก็น่าบัดสี

ต่อมาอีก มีผู้นำ รถยนต์ ไปให้ใช้เวลาจะไปมาไหน เพราะเห็นว่าวัดทรายขาวอยู่ห่างจากถนนสายโคกโพธิ์-ยะลา มากพอสมควร การเดินทางของท่านไม่ค่อยสะดวกดีนัก ท่านก็ตอบปฏิเสธ ด้วยเหตุผลเดียวกัน จนกระทั่งต่อมา เมื่อชาวบ้านทั่วไปมีรถใช้กันมากขึ้นแล้ว ผู้มีนำรถยนต์ไปถวาย อ้อนวอนอยู่นาน ท่านถึงยอมรับ เป็นรถจี๊ปเล็ก คันเก่าๆ ที่เหลือใช้จากสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒

จากสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย และชอบช่วยเหลือผู้ยากไร้อยู่เสมอ รวมการบริจาคสิ่งของต่างๆ ให้แก่โรงเรียน โรงพยาบาลหลายแห่ง วัดอื่นๆ การสงเคราะห์อนุเคราะห์แก่สังคมของท่านนั้น ไม่ใช่เฉพาะชาวพุทธเท่านั้น แม้แต่พี่น้องชาวมุสลิมที่อยู่รอบวัดทรายขาว ท่านก็ได้ให้ช่วยเหลืออยู่เสมอ จึงไม่น่าแปลกใจ เมื่อวันที่พระอาจารย์นองมรณภาพ มีพี่น้องชาวมุสลิมนับพันคนเข้าร่วมพิธีด้วย

พระอาจารย์นอง นอกจากจะเป็นพระเถราจารย์ผู้มีวัตรปฏิบัติอันน่าเคารพศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่งแล้ว ในด้านงานพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นภายในวัด หรือชุมชนสังคมโดยทั่วไป ท่านก็ได้ให้ความสนใจสร้างสรรค์ และให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด มีการประเมินวงเงินที่ท่านได้บริจาคช่วยเหลือสังคม และงานพัฒนาต่างๆ ระหว่างปี ๒๕๓๒-๒๕๔๐ เป็นตัวเลขถึง ๑๐๐ ล้านบาท

ส่วนใหญ่เป็นเงินที่ได้รับจากการบริจาค และจากการสร้างพระหลวงพ่อทวดให้ทำบุญบูชา โดยท่านได้แสดงหลักฐานที่มาที่ไปของจำนวนเงินต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน โปร่งใส หากเป็นเงินทำบุญเข้าวัด ท่านจะไม่ยอมแตะต้อง นำมาใช้จ่ายส่วนตัวเลย
โดย: Immortal (amata ) [8 ม.ค. 52 10:14] ( IP A:203.130.139.90 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
    สุดยอดหนังสือพระยอดนิยม - หนังสือพระที่มีคุณภาพ

บางเล่ม ผู้จัดทำเป็นที่ยอมรับของวงการพระเครื่อง และจำนวนการพิมพ์จำกัด นอกจากจะขายหมดภายในเวลาสั้นแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปราคาหนังสือจะสูงกว่าราคาปกด้วย เช่น หนังสืออมตะพระกรุของ ต้อย เมืองนนท์ ทุกวันนี้หนังสือที่มีคุณภาพส่วนใหญ่ราคาจะสูงกว่าราคาที่แจ้งไว้หน้าปกประมาณ ๓๐-๕๐%

ทั้งนี้หากจะแบ่งประเภทของหนังสือในวงการพระเครื่องและวัตถุมงคลแล้ว น่าจะแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ
๑. นิตยสารทั้งรายปักษ์และรายเดือน
๒. หนังสือสี่สีปกอ่อนเล่มบาง และ
๓. หนังสือสี่สีปกแข็งเล่มหนา

สำหรับหนังสือพระเครื่องประเภทนิตยสารนั้น ปัจจุบันนี้มีผู้พิมพ์หนังสือพระเครื่อง เพื่อการศึกษาและสะสมพระเครื่องออกมาจำหน่ายจำนวนมาก ตั้งแต่เล่มละไม่กี่บาท จนไปถึงเล่มละหลายพันบาท

ส่วนนิตยสารพระเครื่องนั้น ปัจจุบันออกมากว่า ๓๐ หัว ด้วยเหตุนี้เอง ตลาดหนังสือพระจึงมีการแข่งขันค่อนข้างสูง

“ตลาดหนังสือพระเครื่องเป็นไปตามกระแสและทิศทางของการเล่นพระเครื่องวัตถุมงคลในตลาด ในช่วงปี ๒๕๔๙ -๒๕๕๐ หนังสือที่เกี่ยวกับจตุคามรามเทพ ไม่ว่าจะเล่มเล็ก เล่มใหญ่ ใครพิมพ์ ใครทำ จะราคาหลักร้อยถึงหลักพัน พิมพ์ออกมาวางแผงเมื่อไรก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เมื่อจตุคามฯ ลง ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๐ ต่อเนื่องปี ๒๕๕๑ ขายไม่ได้เลยสักเล่ม ในที่สุดหนังสือที่เกี่ยวกับจตุคามฯ ก็ต้องเอาออกจากแผงแล้วเอาหนังสือพระเครื่องมาเสียบแทน”

นี่คือความเห็นของ นางสาวอรวรรณ แสนประเสริฐ หรือ ติ๋ม ท่าพระจันทร์ เจ้าของแผงขายหนังสือพระเครื่องและวัตถุมงคลที่เปิดดำเนินการมากว่า ๓๐ ปี

ติ๋ม ท่าพระจันทร์ บอกว่า แม้ว่าหนังสือทั้ง ๓ ชนิด มีกลุ่มผู้ซื้อเดียวกัน แต่หนังสือสี่สีปกอ่อนเล่มบางกลับขายดีกว่า ด้วยเหตุที่ว่าราคาขายเล่มละไม่เกิน ๒๐๐ บาท ในขณะที่มีเนื้อหาเฉพาะเรื่องสมบูรณ์ หนังสือพระเล่มหนาแม้ว่าจะได้ส่วนต่างของกำไรมากกว่า แต่กว่าจะขายได้สักเล่มใช้เวลานาน ส่วนหนังสือเล่มบางแม้ว่าส่วนต่างของกำไรจะน้อย แต่ขายออกได้เร็วกว่า เมื่อคำนวณแล้วจะได้เงินเร็วกว่า ขณะเดียวกันทุนก็ไม่จมด้วย

ส่วนหนังสือสี่สีปกแข็งเล่มหนา จะขายดีนั้นต้องเป็นเล่มที่ดีเลิศ แหวกแนวไม่ซ้ำรูปแบบใคร พิมพ์ออกมาแล้วไม่ซ้ำฉบับเดิมๆ ผู้จัดทำมีความน่าเชื่อถือในสังคมวงการพระเครื่อง แต่ในความเป็นจริงแล้ว หนังสือปกแข็งในระยะหลังนี้ มีการดึงภาพและข้อมูลจากเล่มอื่นๆ มารวมกัน ทำให้ไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะเล่ม เมื่อไม่เป็นเอกลักษณ์คนจึงไม่นิยมซื้อ

หนังสือพระอีกประเภทหนึ่งที่มีราคาแพง คือ หนังสือเก่า ราคาปกเขียนไว้ ๑ พันบาท แต่ราคาขายในปัจจุบันอาจจะขยับขึ้นไปที่ ๕-๖ พันบาท
โดย: Immortal (amata ) [15 ม.ค. 52 8:44] ( IP A:203.130.139.90 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
   อย่างไรก็ตาม ในปี ๒๕๕๑ ที่ผ่านมาปรากฏว่ามีหนังสือพระเครื่องอยู่ ๒ เล่ม ที่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อเป็นอย่างยิ่ง หนังสือเล่มแรกเป็น หนังสือพระหลวงปู่ทวด (ฉบับสมบูรณ์) ที่จัดพิมพ์โดย นายชัยนฤทธิ์ พันธุ์ทอง ผู้ชำนาญการพระหลวงพ่อปู่ทวด ราคาเปิดให้จอง ๒,๕๐๐ บาท ในขณะที่ราคาหน้าปกอยู่ที่ ๓,๕๐๐ บาท หลังจากวางจำหน่ายราคาก็ขยับขึ้นเรื่อยๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่า เพียงปีเดียวราคาจะขยับสูงถึง ๑๒,๕๐๐ บาท

ส่วนอีกเล่มหนึ่ง หนังสือ "เหรียญยอดนิยม อมตะแดนสยาม" ที่จัดทำโดย นายอรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย หรือ บอย ท่าพระจันทร์ ราคาเปิดจองครั้งแรก ๑,๘๐๐ บาท ในขณะที่ราคาหน้าปก ๒,๕๐๐ บาท หลังจากวางจำหน่ายได้ประมาณ ๑ สัปดาห์ ราคาก็ขยับขึ้นเรื่อยๆ จาก ๒,๕๐๐ บาท เป็น ๓,๐๐๐ บาท จากนั้นก็ขยับขึ้นทีละ ๕๐๐ บาท ทำให้ราคาปัจจุบันสูงถึง ๖,๕๐๐ บาท

“ราคาหนังสือมันแพงเลยไม่กล้าจองตัดมามากๆ โดยจองในหลักสิบเล่มเท่านั้น พอหนังสือหมด กลับไปถามผู้จัดพิมพ์ก็ไม่มีหนังสือให้ จึงต้องขึ้นราคา ขณะเดียวกันก็รับซื้อหนังสือ ๒ เล่มดังกล่าวกลับเข้ามาในราคาที่สูงมาก เพราะอย่างไรเสียราคาก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญคือผู้จัดพิมพ์ทั้ง ๒ ท่าน ประกาศว่าจะไม่มีการพิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่ ๒ อีก ยิ่งเป็นแรงโหมทำให้หนังสือแพงขึ้น” ติ๋ม ท่าพระจันทร์ กล่าว

พร้อมกันนี้ ติ๋ม ท่าพระจันทร์ ยังบอกด้วยว่า หนังสือที่เกี่ยวกับพระหลวงปู่ทวด ออกมานับร้อยเล่ม ในขณะที่หนังสือที่เกี่ยวข้องกับเหรียญต่างๆ ก็ออกมาจำนวนมากไม่แพ้กัน แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่ากับ หนังสือของนายชัยนฤทธิ์ และบอย ท่าพระจันทร์ เพราะผู้จัดทำมีความชำนาญโดยเฉพาะ ภาพสวย มีข้อมูลที่สมบูรณ์ครอบคลุมทุกๆ ด้าน

อย่างไรก็ตาม ติ๋ม ท่าพระจันทร์ ยังได้เปรียบเทียบข้อมูลของหนังสือใหม่กับหนังสือเก่าให้ฟังว่า ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีการพิมพ์สี่สีทันสมัยมาก ผู้ทำหนังสือส่วนใหญ่จะเน้นภาพพระเครื่อง ส่วนคำอธิบายนั้นน้อยมาก ส่วนหนังสือพระในอดีตนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นขาวดำ ดังนั้นจะเน้นคำอธิบายมากกว่า เพื่อให้คนอ่านมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เองหนังสือเก่าจึงได้รับความนิยมจากผู้อ่าน

"หนังสือพระเครื่องที่ออกมามากๆ มีผลต่อผู้เช่าพระโดยตรง ทำให้คนมีความรู้เรื่องพระมากขึ้น แทนที่จะปล่อยพระในราคาถูกก็ปล่อยในราคาแพง แต่ก็มีหนังสือพระหลายสิบเล่มที่ลงภาพพระปลอม บางเล่มเป็นพระปลอมทั้งเล่มก็ยังขายได้" ติ๋ม ท่าพระจันทร์ กล่าว

โดย: Immortal (amata ) [15 ม.ค. 52 8:46] ( IP A:203.130.139.90 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
    ในใจผู้จัดทำ

บอย ท่าพระจันทร์ บอกว่า ก่อนที่จะตัดสินใจพิมพ์หนังสือ ได้ติดต่อกับโรงพิมพ์และสายส่ง เพื่อหาข้อมูลว่าควรจะจัดพิมพ์เท่าไร โดยตั้งใจว่าจะพิมพ์ ๕,๐๐๐ เล่ม สายส่งได้ให้ข้อมูลว่า ถ้าพิมพ์ ๕,๐๐๐ เล่ม ต้องใช้เวลาประมาณ ๒ ปี จึงขายหมด แต่หลังจากเปิดให้จองปรากฏว่ามียอดจองสูงประมาณ ๔,๑๐๐ เล่ม ใจหนึ่งก็คิดว่า น่าจะพิมพ์เพิ่ม แต่สุดท้ายก็พิมพ์ ๕,๐๐๐ เล่มตามที่ประกาศไว้ ทั้งนี้ไม่คิดมาก่อนว่า ทันทีที่ออกวางแผงหนังสือหมด ขณะเดียวกัน ยอดจองที่เหลือก็มีคนมาเหมาในราคาตามหน้าปกจนหมด โดยไม่ต้องจำหน่ายผ่านสายส่งสักเล่มเดียว

สำหรับเหตุผลที่ทำให้ได้รับความนิยม น่าจะมีหลายๆ ส่วนประกอบกัน เป็นต้นว่า พิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ตหนา สี่สีทั้งเล่ม ปกแข็ง และมีกล่องใส่อีกชั้นหนึ่ง มีภาพขนาดใหญ่ของเหรียญต่างๆ ไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ เหรียญ โดยยึดหลักการ ตัดข้างขอบเหรียญ ไว้ ๓ ยุคด้วยกัน คือ
๑. ยุคประมาณ พ.ศ.๒๔๔๐-พ.ศ.๒๔๘๕
๒. ยุคประมาณ พ.ศ.๒๔๘๖-พ.ศ.๒๔๙๙ และ
๓. ยุคประมาณ พ.ศ.๒๕๐๐ ถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้แล้ว ในหนังสือเล่มนี้ได้อธิบายถึงวิวัฒนาการขั้นตอนการสร้างเหรียญปั๊มในแต่ละยุค เช่น ยุคแรกที่ยังไม่มีตัวตัดขอบเหรียญ ต้องใช้วิธีเลื่อยขอบที่เกินจากตัวเหรียญ ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ได้ลงภาพเหรียญต่างๆ มาให้ชมอย่างชัดเจน พร้อมทั้งชี้จุดสำคัญๆ ของเหรียญยอดนิยมแต่ละเหรียญ ว่ามีจุดสังเกตของ เหรียญแท้ ตรงไหน พร้อมกับ รอยตัดขอบเหรียญ ไว้อย่างละเอียด และชัดเจนอีกด้วย

เรื่อง - ภาพ.. "ไตรเทพ ไกรงู" คม-ชัด-ลึก
โดย: Immortal (amata ) [15 ม.ค. 52 8:49] ( IP A:203.130.139.90 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
    "ฝ่าวิกฤติด้วยธรรมะ"

“หวาดกลัว หวาดหวั่น หวาดระแวง หวาดผวา และหวาดเสียว" ความหวาดทั้งหมดนี้ เป็นสภาวะที่มีผลแห่งการดำเนินชีวิตทั้งในวันนี้ และวันข้างหน้า ซึ่งจะพิฆาตความสุขของคนทั้งโลก

เมื่ออยู่ด้วยความหวาดโรคประสาทก็ตามมา ความบันเทิงจึงเป็นเรื่องผ่อนคลาย

แต่ถ้าไม่มีความบันเทิงมนุษย์ก็เข้าหายาเสพติด ยากล่อมประสาท ยานอนหลับ ซึ่งเป็นเครื่องผ่อนคลาย ระงับ หยุดยั้งได้เพียงชั่วครู่ชั่วคราว โดยมิได้ทำให้สุขภาพจิตสุขภาพใจดีขึ้นมาแต่อย่างใด

จึงมีคำถามที่ตามมาว่าถ้าจะไม่ให้ทำอย่างที่ว่าแล้ว จะให้ทำอย่างไร คำตอบอาจจะดูเหมือนว่าเป็นการตอบแบบกำปั้นทุบดินที่ว่า ก็อยากให้ทำตามอย่างที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ว่า กัมมุนาวัตตะตี โลโก

ซึ่งหมายถึง สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกฎแห่งกรรม คือ กรรมของตนและกรรมของคนสัตว์ทั้งโลก เช่น

ถ้าแผ่นดินถล่มทลายคนสัตว์ต้องพากันตาย ไม่เราก่อนก็เขาก่อน จะโทษใครไม่ได้ ต้องคิดว่า เมื่อร่วมกันสร้างกรรม ก็ต้องร่วมกันรับกรรม อันมีเหตุมาจากทุกคนมีส่วนในการขุดเจาะแผ่นดิน สูบน้ำมันดิบใต้ดินขึ้นมาใช้กันอย่างเมามัน น้ำมันอันเป็นตัวหนุนหมดไป แผ่นดินถล่ม คนสัตว์ตาย ก็ต้องถือว่า ทุกคนมีส่วนร่วมในการใช้น้ำมัน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสอนให้พิจารณาเนืองๆอันจะสอดคล้องกับพุทธพจน์ที่ว่า กัมมุนาวัตตะตี โลโก ซึ่งหมายถึงสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกฎแห่งกรรม

คือให้พิจารณาว่าสัตว์ทั้งหมายมีกรรมเป็นของๆ ตน มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งพาอาศัย สัตว์เหล่าใดทำกรรมไว้ ดีหรือเลว ก็ต้องเป็นผู้รับมรดกแห่งกรรมนั้นๆ จะเลือกรับเฉพาะกรรมดีอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรับกรรมชั่วด้วยใจเป็นธรรม

ดังนั้นการยอมรับพระพุทธพจน์ว่า กัมมุนาวัตตะตี โลโก ซึ่งหมายถึงสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกฎแห่งกรรม จึงเท่ากับว่า เป็นการทำลายความหวาดกลัวทั้งหมด

พระพุทธพจน์นี้มีคำไทยๆที่พูดเอาไว้ อันน่าจะนำมาภาวนาแก้ความหวาดกลัว คำคำนั้นก็คือ อะไรจะเกิดมันต้องเกิดหรือเป็นอะไรก็เป็นวะภาวนาคำนี้ไว้มากๆแล้วจะได้สบายใจขึ้น คือ มองโลกในแง่มุมที่สว่างไสว จิตใจก็จะปลอดโปร่ง ในภาวการณ์ที่โลกไม่ปลอดภัย
โดย: Immortal (amata ) [27 ม.ค. 52 8:58] ( IP A:203.130.139.90 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
    มหามงคลแห่งแผ่นดิน
หนังสือที่รวบรวม ภาพวัตถุมงคลและภาพพระราชพิธีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินทรงเททองด้วยพระองค์เองทุกรุ่น

- เป็นหนังสือที่รวบรวมวัตถุมงคล ในพระองค์มากที่สุดในประวัติศาสตร์

- รวบรวมราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับศาสนพิธีครั้งสำคัญ มากที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึก

- รวบรวมพระราชประวัติของสมเด็จพระสังฆราชหลายๆพระองค์ในรัชกาลปัจจุบัน

- พิเศษคำสัมภาษณ์ของสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบันกล่าวถึงเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงผนวช

- เจาะลึกวัตถุมงคล "กริ่งปวเรศ" ปี ๓๐ เปรียบเทียบเก๊แท้ทุกตำแหน่ง รวมรายละเอียดมากกว่าเอกสารที่เคยเผยแพร่

- เจาะลึกวัตถุมงคลแต่ละรุ่นที่ทรงเสด็จเททองหรือทรงเป็นประธาน

- ภาพประวัติศาตร์ที่บางรูปไม่อาจหาดูได้ที่ไหน

ปกแข็งพิมพ์ 4 สี่อาบมันทุกหน้า

โดย: Immortal (amata ) [4 ก.พ. 52 10:29] ( IP A:203.130.139.90 X: )

ความคิดเห็นที่ 10
   อยากทราบว่าองค์นี้ใช่พระกริ่งปวเรศแท้หรือเปล่า

โดย: chpimer@hotmail.com [16 ส.ค. 52 14:38] ( IP A:117.47.130.60 X: )


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน
 s