ขับร้องสรภัญญวันภาษาไทย
   บูชาพระรัตนตรัย
อิมินา สักกาเรนะ ( ซ้ำ ) ตัง พุทธัง อะภิปูชะยามะ
อิมินา สักกาเรนะ ( ซ้ำ ) ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามะ
อิมินา สักกาเรนะ ( ซ้ำ ) ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามะ

เศรษฐกิจพอเพียง
บัดนี้.......จักได้กล่าว เป็นเรื่องราวภาคภูมิใจ
ชาวไทยทุกหมู่เหล่า ขอน้อมเอาพระราชดำรัช
เศรษฐกิจอันพอเพียง เป็นปรัชญาของพระองค์
ประสงค์ให้คนไทย น้อมนำไปพัฒนา
ครอบครัวทั้งชุมชน จนถึงชั้นรัฐบาล
นำไปบริหารประเทศชาติ ทางสายกลาง
พอประมาณ มีเหตุผล รวมไปจนภูมิคุ้มกัน
ก้าวทันโลกาภิวัตน์ พัฒนาให้ยั่งยืน
ก่อนอื่นต้องรอบรู้ พร้อมควบคู่รอบคอบเอย
อย่าเฉยระมัดระวัง นำวิชาต่างๆใช้
วางแผนดำเนินการ ทุกขั้นตอนต้องเสริมสร้าง
พื้นฐานของจิตใจ ให้ชาวไทยได้ร่มเย็น
เป็นบุญของชาวไทย ได้อาศัยพระบาระมี
คุณธรรม ความซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน ทน
สติทั้งปัญญา เพื่อนำพาชีวาตน
สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ไห้สมดุล
มั่นคงและยั่งยืน ปลุกไทยตื่นสู่ๆคน
พอกิน พออยู่ ใช้ เหลือเก็บไว้เป็นทุนออม
น้อมนำพระราชดำรัช พัฒนาให้รุ่งเรือง
น้อมนำพระราชดำรัช พัฒนา รุ่งเรือง เอย.........
ประพันธ์กลอนและฝึกซ้อมโดย
พระแดง ปญฺญาวโร
รองเจ้าอาวาสวัดดอนยานาง ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
เมื่อ วันที่ 26 กรกฎาคม 2551

โดย: เจ้าบ้าน [29 ส.ค. 51 7:17] ( IP A:61.19.66.182 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ขับร้องโดย ๑.เด็กชาย ภูมิ แสนโยธา ม.๒ อายุ ๑๔ ปี
๒.เด็กชาย สมร กาพังเทียม ม.๒ อายุ ๑๔ ปี
๓.เด็กหญิง อารยา ภูชะวี ม.๒ อายุ ๑๔ ปี
๔.เด็กหญิง จันธิมาภร สำราญเที่ยง ม.๒ อายุ ๑๔ ปี
๕.เด็กหญิง ศศิวิมล ศรีวรรณา ม.๒ อายุ ๑๔ ปี
นักเรียน โรงเรียนดอนยานางศึกษา บ้านดอนยานาง ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
งานวันภาษาไทย วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑
ณ โรงเรียนยางตลาดวิทยาคาร ต.ยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
บ่สงวนลิขสิทธิ์ แต่ก่อนนำไปประกวดหรือจัดพิมพ์ควรแจ้งให้ทราบ
โทร.081-7492425 E-mail: dang74@hotmail.com

โดย: เจ้าบ้าน [29 ส.ค. 51 7:21] ( IP A:61.19.66.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   

โดย: เจ้าบ้าน [29 ส.ค. 51 7:22] ( IP A:61.19.66.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   

โดย: เจ้าบ้าน [29 ส.ค. 51 7:23] ( IP A:61.19.66.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   กลุ่มเมตตา-กรุณา-มุทิตา-อุเบกขา ร่วมแจม

โดย: เจ้าบ้าน [29 ส.ค. 51 7:24] ( IP A:61.19.66.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   

โดย: เจ้าบ้าน [29 ส.ค. 51 7:25] ( IP A:61.19.66.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   

โดย: เจ้าบ้าน [29 ส.ค. 51 7:26] ( IP A:61.19.66.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   

โดย: เจ้าบ้าน [29 ส.ค. 51 7:27] ( IP A:61.19.66.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   

โดย: เจ้าบ้าน [29 ส.ค. 51 7:27] ( IP A:61.19.66.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ทำนองการขับร้องสรภัญญ์หรือสารภัญญ์

๑. ทำนองนกเขาเหิร, ท่านว่าทำนองนี้เป็นทำนองที่มีเสียงสูงขึ้น สูงขึ้นเรื่อย ๆ เสียงค่อย ๆสูงขึ้นจนสุดเสียงแล้วค่อยแผ่วลงมา โดยอุปมาเหมือนนกเขาหรือนกตัวอื่น ๆ บินเล่นลมหรือแอ่นลมในเวลาเช้าหรือเวลากลางวันหรือเวลาเย็น โดยบินขึ้นในแนวตรง แล้วค่อย ๆบินลงในแนวท่าเนินคือกึ่งนอนกึ่งดิ่ง โดยปกติแล้วทำนองนี้จะเป็นทำนองเทศน์กุมารบั้นต้น – บั้นปลาย และเป็นทำนองการเทศน์มัทรีซึ่งเป็นทำนองเอกลักษณ์ของชาวจังหวัดอุบลราชธานี คนที่มีเสียงดีเท่านั้นจึงจะร้องได้ดีฟังดูไม่สะดุด เพราะถือว่าทำนองนี้ร้องยากเหมือนกัน
๒. ทำนองลมพัดพร้าว ทำนองนี้ท่านว่าเป็นทำนองยาวๆเอื้อนเสียงจะลงพร้อมๆกัน จากหัวแถว มาถึงปลายแถว ถ้าผู้ร้อง ร้องพร้อมกัน เสียงก็จะไพเราะเพราะพริ้งสนุกไปในตัวหรือบางครั้งการเอื้อนเสียงของคณะร้องจะลงไม่พร้อมกันเท่าไรนักโดยเสียงจะแบ่งจากหัวแถวแผ่วลงมาสู่ปลายแถวไม่พร้อมกันแต่ก็เป็นจังหวะต่อกันไปไม่ขาดตอน อุปมาเปรียบเหมือนลมพัดใบมะพร้าวไปหาปลายของก้านมะพร้าว จะต่อกันไม่ขาดสาย เราดูแล้วก็สวยงามดี ในการขับร้องสรภัญญ์ทำนองนี้ ก็จะจูงใจผู้ฟังให้คล้อยตาม ฟังแล้วสนุกดี จะเคลิบเคลิ้มไปตามทำนองของมันเราจะร้องสลับคู่บทหลังก็ได้ ฯ
๓. ทำนองลมพัดไผ่ ทำนองนี้ท่านว่าเป็นทำนองการขับร้องที่ใช้เสียงสั้นกว่าทำนองลมพัดพร้าว การร้องจะมีเสียงสั้น ขึ้น – ลง ได้พร้อม ๆ กัน ตั้งแต่หัวแถวถึงปลายแถว ทำนองนี้ก็สนุกเหมือนกัน ฟังแล้วก็คล้อยตามไพเราะเพราะพริ้งดี อุปมาเปรียบปานประหนึ่งว่า ลมพัดต้นไผ่ หรือกอไผ่ ใบไผ่ก็จะออ่นระทวยลู่ไปตามลมนั้นเราดูแล้วเย็นตาสวยงามดี เราจะร้องสลับคู่หลังก็ได้ฯ
๔. ทำนองช้างเทียมแม่ ทำนองนี้ท่านว่า เป็นทำนองที่ร้องแบบสลับลูกคู่ หรือร้องซ้ำอีกในบาทต้น แล้วลงบาทหลังได้โดยไม่ต้องร้องซ้ำอีก หรือร้องซ้ำอีกในบาทหลัง แต่บาทต้นไม่ต้องร้องซ้ำอีก เปรียบปานประหนึ่งว่า ลูกช้างในบางครั้งมันก็จะเดินเทียมข้างแม่มัน ในส่วนหน้า ในบางครั้งมันก็จะเดินเทียมข้างแม่มัน ในส่วนกลางลำตัวและหลังแม่มันสลับกันไป ฯ
๕. ทำนองช้างล่มบ๋า - กุลาพายย่าม ทำนองนี้ท่านว่าเป็นทำนองการร้องแบบใช้จังหวะเสียงหนักลงต่ำ ขึ้นช้าแต่ลงเร็ว ท่วงทำนองช้าไม่เร่งรีบ ไม่สั้น ไม่ยาว ไปเรื่อย ๆไม่ขาดสาย อุปมาเหมือนพลายสารช้างเดินในหล่มโคลนตมฉะนั้น ทำนองนี้ถ้าเป็นการเทศน์พระเวสสันดรในกัณฑ์ธรรมดาทั่วไปก็ได้อยู่พอฟังได้ถ้าจะร้องสรภัญญ์ในทำนองนี้คงไม่เหมาะสมแน่นอนมีหวังมิได้เข้ารอบแรกกับเขาอย่างแน่นอนฯ
๖. ทำนองปลาสร้อยเล่นหาด ท่านว่าเป็นทำนองปลาสร้อยเล่นน้ำที่หาดเรียบฝั่งซึ่งมีหาดทรายอยู่ ทำนองนี้เป็นทำนองเสียงสูง - ต่ำสลับกันไป และมักจะร้องซ้ำบาทหลังอีกครั้งจึงจะลงได้ เพื่อความไพเราะเพราะพริ้งของบทกลอนเปรียบเหมือนปลาสร้อยลอยน้ำไปเป็นหมู่ที่หาดน้ำตื้น และเล่นกันตามบทบาทของตัวเล็กตัวใหญ่สลับกันไปในหน้าเดือนสิบเอ็ดและสิบสองตอนน้ำลงนั้น แล้วจากนั้นปลาสร้อยก็จะพากันว่ายน้ำหนีไป เราก็จะมองเห็นตัวปลาสีขาว ๆ ก็น่าดูมากทีเดียว การร้องสรภัญญ์ทำนองนี้ไม่เหมาะสมที่จะร้องเข้าประกวด เพราะเป็นทำนองร้องเสียงสูงแล้วต่ำลง ว่ายาก แต่ถ้าจะร้องโชว์ในงานวัด บ้าน โรงเรียน ของตัวเองได้อยู่ เพื่อเป็นเกียรติในงานและเป็นการช่วยสนับสนุนงานนี้ให้สนุกสนานยิ่งขึ้น
๗. ทำนองแมงภู่ตอมดอก ทำนองนี้ท่านว่าเป็นทำนองเสียงโยน ๆ เสียงทุ่มเสียงใหญ่ เป็นเสียงเรียบเสมอต้นเสมอปลายฟังดูแล้วไพเราะเสียงนิ่มนวลเหมือนเราอยู่ใกล้ ๆ ทั้งที่เสียงนั้นบางครั้งอาจจะอยู่ไกล ๆ เสียงนี้ทำให้จิตใจของผู้ฟังเคลิบเคลิ้มไปในขณะที่ฟัง เพราะเมื่อฟังแล้วก็ไพเราะเพราะพริ้งสนุกดีอุปมาเสมือนหนึ่งว่าเสียงปีกแมลงภู่ตอมดอกไม้ต่าง ๆ ในขณะที่มันบินอยู่ก่อนจะโฉบถลาบินลงไปตอมและกินเกสรดอกไม้และมันก็โผบินไปเรื่อย ๆ ดอมชมกลิ่นเกสรดอกไม้นานาพันธุ์ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะอิ่มหนำสำราญดี พออกพอใจจึงจะกลับสู่รังนอนของมัน ทำนองนี้ คณะผู้ร้องสรภัญญ์ต้องมีเสียงดังพร้อมกัน เสียงดีเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เสียงต่ำ-สูง-แหลมคม แต่ต้องเสียงใหญ่ขนาดกลาง ๆ เป็นเสียงระดับผู้ใหญ่แล้ว
๘. ทำนองภูไทเลาะตูบ ท่านว่าทำนองนี้เป็นทำนองกลาง ๆ มีความไพเราะขนาดกลาง มีเนื้อหาสาระขนาดกลางทำนองไปเรื่อย ๆ วนไปเวียนมา ทำนองนี้ฟังแล้วก็ซึ้งดี อุปมาเปรียบเหมือนชาวภูไทเดินรอบกระท่อมหรือเลาะตูบ จะเข้าไปในกระท่อมหรือตูบก็ไม่เข้า จะนั่งพักเล่นนอกกระท่อมหรือตูบก็ไม่นั่ง เลาะตูบไปมาอยู่นั่นเอง ทำนองนี้ส่วนมากจะใช้แคน พิณ ซอ เป็นดนตรีใช้เป่า ดีด สี ใส่ในการร้องสรภัญญ์ ในการร้องเพลง และในการลำหมู่ ลำกลอนฯ
๙. ทำนองนกใส่บินข้ามทุ่ง – หงส์เหิน- แฮ้งเสิ่น- บ่าวติดลม ทำนองนี้ท่านว่าเป็นทำนองการขับร้องสรภัญญ์ก็ดี การลำ การร้องก็ดี การเทศน์เสียง หรือการเทศน์แหล่ก็ดี ซึ่งจัดว่าเป็นทำนองที่เร่งรีบในบางครั้ง สม่ำเสมอในบางครั้ง ไม่ค่อยสนใจต่อผู้ฟังเท่าไรในบางครั้ง และสนใจผู้ฟังบ้างในบางครั้ง ส่วนมากแล้วมักจะใช้ในการลำหมู่ – ลำกลอนของชาวจังหวัดขอนแก่นและชัยภูมิ แต่ก็ไพเราะซึ้งดี อุปมาเปรียบเหมือนนกใส่เร่งบินข้ามลงนาไปหากินอาหารตามที่ต่าง ๆ หรือเหมือนหงส์เหินฟ้ารีบบินไป หรือ แฮ้งเสิ่นไปหรือดุจบ่าวติดลมมันก็เสิ่นไปมา
๑๐. ทำนองกาเต้นก้อน ท่านว่าทำนองนี้เป็นทำนองแบบสั้น ๆ การขับร้องก็ร้องแบบสั้น ๆ จะเน้นที่จังหวะให้หนักแน่น เป็นจุดเด่น ไม่เน้นเสียงเท่าไร ถ้าร้องจังหวะดี เสียงก็ดีด้วย ผู้ร้องต้องเสียงดี ทำจังหวะให้ดี จึงจะจัดว่าร้องดี อุปมาเปรียบเหมือนกาเต้นไปตามก้อนขี้ไถ เพื่อหาเหยื่อกินในก้อนขี้ไถนั่นเอง มันจะเต้นไปหาเหยื่ออยู่เรื่อยร่ำไป เมื่อมันได้เหยื่อกินอิ่มหนำสำราญแล้ว ก็จะบินหนีไปสูงรังนอนของมันเหมือนเดิม
โดย: เจ้าบ้าน [29 ส.ค. 51 7:27] ( IP A:61.19.66.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ขอบคุณท่านกระทู้ที่ 9
ที่ท่านให้ความรู้เพิ่มเติมครับ แต่อยากทราบทำนองที่ท่านยกตัวอย่างมานี้ไม่ทราบจะหาฟังได้จากที่ไหนครับมีเป็น Mp 3 ให้โหลดมาฟังได้เปล่า ครับ ถ้ามีขอ ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
โดย: atty_atty11@hotmail.com [14 ก.ค. 52 10:35] ( IP A:118.175.217.171 X: )
* ขณะนี้พี้นที่เต็ม ไม่สามารถโพสต์กระทู้เพิ่มได้ *

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน