ความคิดเห็นที่
6 ผมเข้ามาชมภาพหลายครั้งแล้วล่ะครับ แต่ไม่ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอะไรไว้ จริง ๆ แล้วอยากเรียกว่าขออนุญาติเข้ามาคุย และทักทายคุณเมธีดูจะเหมาะสมกว่า เพราะว่าผมแสดงความคิดเห็นแล้วอาจจะผิดพลาดแล้วหน้าแตกเสียเองน่ะครับ
ได้อ่านเรื่องราวแล้วสะดุดอยู่อย่างหนึ่งเกี่ยวกับการที่หน่วยงานที่ดูแลไม่ได้ให้ความสำคัญในมุมกว้างมากนัก ไปมองและให้ความสำคัญด้านที่ดูจะดีอยู่แล้ว หากมองเห็นอะไรอย่างที่คุณเมธีเขียนบอกไว้ และหาทางที่จะพัฒนาส่วนอื่น ๆ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยว แบบค่อยเป็นค่อยไปเรื่อย ๆ ในระยะแรก ๆ และต่อเนื่องแล้วทุ่มเททำไปเรื่อย ๆ .. ที่นี่น่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้อีกที่หนึ่ง และไม่เป็นแค่เพียงทางผ่านเลยนะครับ
คนลำปางคงดีใจกันทุกคนแน่เลยครับ
ผมขอเข้ามาอ่าน และชมภาพไปเรื่อย ๆ นะครับ เหมือนที่เคยเข้าไปอ่านที่บ้าน(เว็ปบล็อก)หลังอื่น ๆ ของคุณเมธีอยู่บ้างน่ะครับ
ขอบคุณคุณเมธีที่เปิดที่นี่ไว้ และได้นำภาพ และเรื่องราวมาแบ่งปันครับ
| | โดย: นิ พ น ธ์ [11 ม.ค. 52 15:50] ( IP A:222.123.122.132 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่
8 สวัสดีครับคุณนิพนธ์
ผมดูพิพิธภัณฑ์ไทยแล้วผิดหวังเสมอ มีแต่ของเก่ามาวางสุมไว้โดยไม่รู้ที่มาที่ไป เวลาผมไปเดินในเมืองเก่าในประเทศที่เจริญแล้วเขาจะมีแผ่นป้ายบอกเล่าความเป็นมาติดไว้ตามอาคาร เมืองทั้งเมืองบอกได้ว่าส่วนไหนเกิดก่อนหลังเพราะมันมีลำดับของ chronology อยู่ ขนาดที่ lonely planet สามารถจัดทำแผนที่ walking tour ได้ กาดกองต้าเป็นสถานที่น่าผิดหวังที่เทศบาลจ้องจะเปิดตลาดขายของมากกว่าขายมรดกวัฒนธรรม และเมื่อเริ่มติดตลาดมันจะไม่แตกต่างจากตลาดน้ำอัมพวา ปาย หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆเลยที่นายทุนจากถิ่นอื่นเข้ามาซื้ออาคารและเปลี่ยนเป็นร้านอาหาร ทำเป็นเกสต์เฮาส์ บ้้าง ร้านขายของที่ระลึกซึ่งไม่ใช่สินค้าของถิ่นนั้นๆ มันไม่แตกต่างกันเลยสำหรับชนิดของสินค้าและบริการ เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่เดินซื้อของเท่านั้นเอง ผมมองไม่เห็นความต่างของขนมที่ซื้อจากตลาดสามชุก ตลาดคลองสวน ตลาดดอนหวาย ตลาดบ้านใหม่ ตลาดน้ำอัมพวาและตลาดนัดจตุจักร ทุกแห่งขายแต่ขนมเป็นหลัก และมีเสื้อผ้าวัยรุ่นสกรีนลายแปลกๆหลุดออกมาบ้าง ผมทำนายไว้เลยว่าอีกไม่นานแม่แจ่มจะเดินตามรอยเท้าของเมืองปายที่เน่าสนิทไปแล้ว มันไม่ใช่สังคมของปายแท้ๆอีกต่อไปแต่มันคือถนนข้าวสารที่เจ้าของธุรกิจไม่ใช่ชาวปาย ท่องเที่ยวก็ส่งเสริมกันไปแต่ระบบของโยธา ระบายน้ำ ประปา ไฟฟ้า การสื่อสารโทรคมนาคม ฝีมือแรงงาน โอทอป สาธารณสุขจังหวัด ไม่ได้มีแผนงานสอดคล้องเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวให้พร้อมกับการพัฒนาเมืองเลย และสุดท้ายทิ้งความระทมให้กับคนในชุมชนนั้นๆด้วยปัญหาร้อยแปด สิ่งที่อยากได้กลับไม่ได้แต่กลับต้องทนอยู่กับสิ่งที่เขาไม่อยากได้
เรามักได้ผู้ปกครองที่คิดแต่ว่าจะพัฒนาชุมชนให้เจริญและดึงเงินจากการท่องเที่ยวโดยที่ผู้บริหารมีปัญญานึกแค่คำจำกัดความของคำว่าเจริญคือวัตถุ เขาลืมไปว่าหากได้อะไรมาต้องยอมเสียอะไรไปและนึกไม่ออกด้วยว่าได้คุ้มเสียหรือเปล่า ผมกลับมาจากแม่สอดเห็นอาคารมูลค่าหยียบร้อยล้านบาทเป็นศูนย์แสดงสินค้า ผมว่าขนาดของอาคารและฐานรากเป็นศาลากลางจังหวัดใหญ่ๆได้สบาย งบประมาณรั่วไหลไปกับสิ่งปลูกสร้างที่รับประกันได้เลยว่าจะไม่ได้ใช้งาน ศูนย์แสดงสินค้าหรือ Messe ในเมืองใหญ่ๆเขายังใช้วัสดุโครงเบากันเลย อย่างว่านะคนสร้างไม่เคยทำงานมีแต่รีดภาษี เอกชนเขาจะสร้างธุรกิจเขาจะลงทุนแต่พอดีเพราะดอกเบี้ยเงินกู้มันแพง เราลงทุนสิ่งปลูกสร้างมหึมาที่ไม่ได้ใช้งานโดยที่ยังไม่รู้เลยว่าสินค้าและบริการของชุมชนนั้นคืออะไร มูลค่าเท่าใด มีอะไรบ้างที่มีโอกาสทางธุรกิจ มีอะไรที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมก่อนปล่อยออกมา หากจะขายธรรมชาติ ขายวัฒนธรรมให้กินได้นานก็ตั้องตั้งกำแพงให้แน่นหนา อย่าปล่อยให้นายทุนข้ามถิ่นเข้ามากอบโกยและชักนำสิ่งแปลกปลอมเข้ามาเจือปน ของอย่างนี้ต้องค่อยๆทำ ทุกหน่วยของรัฐและชุมชนต้องมีบทบาทและมีน้ำหนักในการคานอำนาจกัน รัฐต้องถามชุมชนเลยว่าจะเอาหรือเปล่า ถ้าจะเอามีขอบเขตที่จะเปิดแค่ไหน มีอะไรจะเป็นสินค้าได้ สินค้าที่ไม่มีคุณภาพจะยกคุณภาพได้อย่างไร ตัวอย่างที่ผมเห็นว่าทำได้ค่อนข้างดีคือที่ตลาดคลองสวน ผมเห็นว่าที่นั่นมีส่วนผสมที่กลมกลืนระหว่างตลาดของชุมชนที่ยังมีชีวิตอยู่ทุกวันและแทรกไว้ด้วยตลาดที่รับนักท่องเที่ยว คลองสวนจึงเป็นตลาดเดียวที่ผมเห็นว่ามีชีวิตและมีครบรส มีสินค้าที่หลากหลาย มีมรดกวัฒนธรรมที่เหลือให้เห็น
ผมบ่นมากเกินไปแล้ว แต่ดีใจครับที่คุณนิพนธ์แวะมาแม้ว่าจะพูดน้อยไปนิด ผมมองได้ไม่รอบด้านดอกครับ หากไม่มีคนช่วยกันชี้และเปิดมุมมองก็จะทำให้หลงไปได้มากเช่นกัน | โดย: เมธี (เจ้าบ้าน ) [12 ม.ค. 52 15:37] ( IP A:58.10.158.211 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่
9 ผู้นำสังคมส่วนหนึ่งมักจะมีนโยบาย หรือความคิดในการจัดการเพื่อเอาใจคนในสังคมของตนไม่ว่าจะในระดับใด ส่วนหนึ่งมีวิสัยทัศน์ อาจกล้าตัดสินใจที่จะทำในสิ่งที่คนในสังคมของตนยังมองเห็นไม่เห็น หรือเล็งเห็นผลในระยะสั้น ๆ และในการตัดสินใจตามวิสัยทัศน์ของตนนั้น อาจถูกวิพากษ์ หรือถึงขั้นต่อต้านจนไม่สามารถทำในสิ่งที่คิดหรือวางแนวทางไว้ได้
ทางออกที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับผู้นำสังคมจึงอยู่ที่จะทำสิ่งที่ถูกใจคนในสังคมของตนที่เรียกร้องและพอใจอย่างไร คนในสังคมส่วนหนึ่งมีความรู้ และมองการณ์ไกล แต่รู้สึกเหมือนต้องยอมรับว่าความคิดส่วนมากของสังคมของเรานั้นยังขาดอะไรอีกมากมายที่จะพัฒนาความคิดที่จะมองอนาคตในระยะไกลออกไป คนในสังคมส่วนมากอาจยังมองอยู่เพียงว่าในอนาคตใกล้ ๆ นี้ จะทำอย่างไรให้มีชีวิตที่ดีขึ้น เนื่องมาจากความเป็นอยู่ของเขา หรือการได้รับการปลูกฝังให้คิดแบบนั้นติดตัวเขาเหล่านั้นมาก่อน และการกล่าวถึงในส่วนที่มองนั้น "วัตถุ" ยังคงเป็นสิ่งที่ฝังลึกจนเป็นค่านิยมที่ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในระยะเวลาสั้น ๆ
สังคมของเรานั้น ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ยังคงมองสิ่งที่ใกล้ตัวไว้ก่อน จนสิ่งนี้ดูเหมือนเป็นธรรมชาติของพฤติกรรมของคนสังคมของเรา เปรียบกับคำพังเพยอย่างหนึ่งที่มีการสั่งสอน หรือกล่าวไว้ว่าคือ อย่าหวังน้ำบ่อหน้า ความคิดที่ไม่หวังน้ำบ่อหน้า ก็อาจฟังดูแล้วเป็นไปได้
การเปรียบเทียบแบบนี้ผมเพียงเปรียบเทียบให้มองง่าย ๆ เท่านั้น เพราะถ้ามองให้ลึกซึ้งถึงความหมายที่แท้จริง ก็ยังไม่ถูกต้องนัก
การพัฒนาสังคม ยิ่งเป็นสังคมที่มีขนาดเล็ก หรือผู้นำสังคมใกล้ชิดกับคนในสังคมมากที่สุดก็คือท้องถิ่น ผู้นำสังคมมีความคิดที่จะพัฒนาสังคม ตามรูปแบบความต้องการของคนในสังคมนั้น ๆ โดยยึดหลักการในความคิดในการพัฒนาสังคมว่านี่คือความต้องการของพวกเขา สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ "ผิด" ไปเสียทั้งหมด แต่อาจพูดได้ว่าเป็นสิ่งที่ "ผิดพลาด" อยู่บ้าง
คุณภาพของคนในสังคมก็ดูจะเป็นตัวแปรให้ผู้นำสังคมนั้นคิดหาหนทางแก้ไข หรือพัฒนา ดูเพียงเท่านี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นความถูกต้องแล้วกับสิ่งที่ผู้นำสังคมกระทำเช่นนั้น
ผมมองตัวแปรตัวนี้ที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการมองวิสัยทัศน์ของผู้นำสังคม ในความคิดของผมคิดว่าเราจะทำอย่างไรให้คนในสังคมมองอีกด้านหนึ่งที่ไกลออกไปได้เช่นไรด้วย
สิ่งนี้เป็นกรณีที่ผู้นำสังคมทำ หรือตอบสนองความต้องการของคนในสังคมนั้น
แต่ถ้าไม่ใช่แบบนั้น ถ้าคนในสังคมมีความต้องการอีกแบบหนึ่ง แต่ผู้นำสังคมกระทำ หรือพัฒนาไปในอีกรูปแบบ หรือทิศทางหนึ่ง ก็คงไม่ใช่สิ่งที่ผมเขียนไว้ข้างต้น
ผู้นำสังคมของเราที่ผ่านมา สามารถทำบางสิ่งบางอย่างได้ดีกว่าผู้นำในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่เรียกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่สิ่งที่ไม่น่าเชื่อนั้น กลับเหลือเชื่อมากกว่าคือเรากลับด้อยกว่า หรือสู้ไม่ได้เมื่อเปรียบเที่ยบกับประเทศเพื่อนบ้านของเราที่อยู่ติดกัน
การแสดงความคิดเห็นของผม ถ้ามีอะไรไม่สมควร หรือดูไม่ดี ขอให้คุณเมธีพิจารณาลบออกได้เลยนะครับ
ผมก็เลยเขียนซะยาวเลย กระทู้ต่อไป ชมภาพ กับอ่าน และแสดงความคิดเห็นสั้น ๆ นะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นการเมืองไป... | | โดย: นิ พ น ธ์ [12 ม.ค. 52 19:00] ( IP A:222.123.122.117 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่
10 ผมมองว่าโครงการต่างๆมีทั้งที่เป็นระยะสั้นและระยะยาว โครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างเช่นระบบสาธารณูปโภคและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาควรเป็นแผนแห่งชาติที่ดำเนินต่อเนื่องยาวนานายใต้การกำกับดูแลภของข้าราชการประจำ ไม่ควรปล่อยให้อยู่ในมือของผู้บริหารฝ่ายการเมืองที่มาตามวาระหนึ่งสมัยหรืออย่างมากก็สองสมัย โครงการในมือผู้บริหารแบบนี้ควรเป็นโครงการระยะสั้น หน้าที่หลักของผู้บริหารฝ่ายการเมืองควรจะเร่งรัด, ประสานและคอยแผ้วถางอุปสรรคต่างๆเพื่อให้แผนระยะยาวดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพตามกำหนดของเวลา
ข้อจำกัดต่างๆท้ายสุดก็มาลงที่คน ถ้าปากท้องอิ่ม สมองจึงจะเริ่มทำงานและพัฒนาต่อไปได้ ประเทศเราคงล้มลุกคลุกคลานกันอีกนานเลยครับ
ตามสบายนะครับคุณนิพนธ์ เพราะคุณนิพนธ์มีประสพการณ์และความรู้การเมืองท้องถิ่นมากกว่าผม
| โดย: เมธี (เจ้าบ้าน ) [22 ม.ค. 52 16:52] ( IP A:125.25.76.146 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่
19 บ้านแม่แดง อาคารสามห้องปัจจุบันปิดเงียบสงบ ผมไม่มีประวัติความเป็นมาของบ้านแม่แดง ภาพบ้านแม่แดงอยู่ในคห3 | โดย: เมธี (เจ้าบ้าน ) [22 เม.ย. 52 14:24] ( IP A:58.10.158.226 X: ) |  |
|