chaorai  >>  พระเครื่องหลวงปู่ดู่

พระที่ ผศ มานิตย์ เขียวดารา สร้าง
   หลังจากท่านฉันภัตตาหารเช้าแล้วท่านถามว่าพร้อมหรือยัง ผมตอบว่าพร้อมครับ หลวงลุงให้ผมจุดธูปเทียนบูชาพระท่หน้ากุฎีท่าน ให้รับศีล แล้วให้นั่งที่หน้าพระที่บูชา ให้ทำจิตให้นิ่งเป็นสมาธิ พอจิตเข้าที่ดีแล้วหลวงลุงบอกเอาละข้าขอยืมมือเอ็งกดนะ แล้วท่านก็ใชมือขวาของท่านจับที่ต้นขาซ้ายของผม(ท่านให้นั่งหันหน้าไปทางเดียวกับท่าน)เอ้า...กดพิมพ์ได้ (ขณะที่ท่านจับที่ต้นขาผม ผมมีความรู้สึกเหมือนมีพลังไหลเข้ามาในร่างกาย มีความปิติ ซาบซ่าน ขนลุกขนพอง ไปทั้งตัว) พอกดพิมพ์องค์แรกเสร็จ ท่านบอกสำเร็จแล้วนะ ต่อไปนี้ข้าอนุญาตให้ไปทำที่ไหนก็ได้ เสร็จแล้วเอามาให้ข้า ข้าจะเศกให้ ต่อจากนั้นผมก็ทำเรื่อยมาจนได้พระทั้งหมดประมาณ สองพันองค์ มีเนื้อ และสีแตกต่างกันพอสมควร จะถ่ายภาพมาให้ดูกันในโอกาสหน้า ผมเอาพระไปให้ท่านอธิษฐานจิตปลุกเศกเมื่อวันวิสาขะบูชาปี ๒๕๒๓และท่านก็แจกในวันนั้นไปจำนวนหนึ่งน่าจะเท่ากับจำนวนลูกศิษย์ที่ไปทำบุญในวันนั้น(วันคล้ายวันเกิดของท่าน) วันรุ่งขึ้นผมไปกราบท่านตอนเช้า พบกับท่าน ผศ.ชาญ อาภาสัตย์ (ต้องขออภัยที่เอ่ยนามและหากผมพิมพ์นามสกุลผิด)ได้มอบพระพิมพ์ทีสร้างให้อาจารย์ชาญสององค์ อาจารย์ถามผมว่าเป็นพิมพ์อะไรจะได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่าสร้างเมื่อไหร่ ใครสร้าง ชื่อพิม์อะไร ผมบอกว่ายังไม่ได้ตั้งชื่อว่าพิมพ์อะไรแต่วัตถุประสงค์ที่สร้างก็เพื่อใช้ทดแทน "พระรอดมหาวัน" อาจารย์ชาญหยิบองค์พระขึ้นพิจารณาสักครู่แล้วบอกว่า คนสร้างอยู่รามคำแหง งั้นตั้งชื่อพิมพ์ว่า "พิมพ์พ่อขุน" ก็แล้วกันนะครับหลวงลุง หลวงลุงนั่งยิ้ม พยักพน้าเห็นด้วย อาจารย์ชาญก็จัดการห่อองค์พระด้วยกระดาษที่เขียนชื่อพิมพ์พระไว้ นำไปเก็บที่ลังเก็บพระที่หลวงลุงปลุกทำประวัติทำเศกแล้ว เตรียมไว้ทำประวัติของหลวงลุงและพระที่อธิษฐานจิตปลุกเศก เสียดายที่หลังจากหลวงลุงมรณะภาพแล้วมีปัญหาเกิดขึ้นเราจึงไม่ได้เห็นหรือได้ทราบถึงพระและวัตถุมงคลที่หลวงลุงได้เมตตาอธิษฐานจิตปลุกเศกไว้จริงๆ มิใช่มีของไม่ได้เศกเข้ามาแอบอ้างกันมากมายอย่างทุกวันนี้ ด้วยความเคารพอย่างสูงของผมที่มีต่อหลวงลุงผมจะพยายามเขียนเรื่องจริง พระจริงของท่านมาให้ทราบกันต่อไป ทั้งนี้ต้องขออภัยทุกท่านที่ผมได้อ้างอิงนามของท่านด้วยความเคารพ จากที่ผมเขียนมาให้ทราบกันนี้ "พระรอดของหลวงลุงดู่" จึงเป็นพระพิมพ์ "พ่อขุน" นั่นเอง พระพิมพ์พ่อขุนนี้หลวงลุงได้แจกในวันคล้ายวันเกิดของท่านถึงสองปี (ปี 2523และ2524)ใครที่เคยได้รับแจกไปนำขึ้นติดตัวได้เลยครับ และท่านยังบอกอีกว่า "ข้าเศกเพิ่มพลังของว่านทั้งหมดให้สูงสุดแล้ว ไม่มีใครเขาทำกันอย่างนี้หรอก" พระพิมพ์นี้เก็บอยู่ในกุฎิหลวงลุงตั้งแต่ปี 2523 หลวงลุงให้หลวงพี่อ้วน(จำวัดอยู่กุฏิหลังหลวงพ่อขาว)นำออกมาให้ผมก่อนท่านละสังขารประมาณหนี่งเดือน และวันนั้นผมแกะกล่องออกถวายให้ท่านแจกบรรดาศิษย์ที่มาหาท่านในวันนั้นอีกจำนวนหนึ่งน่าจะประมาณ 100 คน ผมมอบพระพิมพ์นี้ให้กับญาติสนิทมิตรสหายและผู้ที่เคารพนับถือท่าน เรื่อยมาจนทุกวันนี้ copy จากhttp://manitpin.blogspot.com/2010/12/blog-post_17.html

โดย: ชาวไล่ (เจ้าบ้าน ) [4 พ.ค. 54 17:17] ( IP A:101.108.113.181 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 1
   

โดย: เจ้าบ้าน [4 พ.ค. 54 17:20] ( IP A:101.108.113.181 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
   

โดย: เจ้าบ้าน [4 พ.ค. 54 17:20] ( IP A:101.108.113.181 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
   หลังจากที่ผมสร้างพระพิมพ์พ่อขุน ซึ่งใช้แทนพระรอดมหาวันแล้ว ผมก็มีความคิดที่จะสร้างพระในชุดเบญจภาคีชุดเล็กจิ๋วขึ้นมาสักชุด(ผมชอบพระเล็กๆ)ผมก็คุยกับพี่ช้าง(ช้าง ราชดำเนิน)และพี่สาธร(สาธร ท่าพระจันทร์)ให้พี่เขาหาช่างฝีมือดีๆแกะพิมพ์ให้ที พี่ทั้งสองก็จัดการให้ ผมจำไม่ได้แล้วว่าช่างชื่ออะไร ช่างแกะแม่พิมพ์มาให้ดูก็เลือกได้พิมพ์ซุ้มกอเพียงพิมพ์เดียวเท่านั้น ผมก็นำมาทำโดยใช้มวลสารชุดเดิมที่เหลือจากการทำพระพิมพ์พ่อขุนนั่นเอง ในการทำครั้งนี้ก็เป็นการทำต่อเนื่องจากการทำพระพิมพ์พ่อขุนนั่นแหละครับแต่มาทำในปี2529 และครั้งนี้คุณสุธันว์ สุนทรเสวี เพื่อนซึ่งเป็นศิษย์วัดสะแกรุ่นหลังผมและเคยเป็นพ่อบ้านโรงพยาบาลลำปาง(ลูกศิษย์หลวงพ่อเกษม เขมโก)ได้ทำตราปั๊มเป็นยันต์นะซ่อนหาง ซึ่งเป็นยันต์ที่หลวงลุงท่านใช้จาร ลงที่องค์พระเสมอ มาให้ ผมก็เลยปั๊มลงที่หลังองค์พระซุ้มกอทุกองค์ที่ผมทำ พระชุดนี้ให้หลวงลุงอธิษฐานจิตปลุกเศกหลังจากพระพิมพ์พ่อขุน มีจำนวนประมาณ 500 องค์ หลังจากหลวงลุงละสังขารแล้วหลวงพี่ลำใย สัญญโม(ศิษย์ก้นกุฏิที่แท้จริงของหลวงลุง)ท่านถามถึงพระชุดนี้ผมจึงนำไปถวายท่านที่วัดสะแกประมาณ2-300 องค์ หลวงพี่ลำใยท่านก็เอาไปใส่กรอบแจกบรรดาลูกศิษย์ทั้งของหลวงลุงและของท่านที่ไปกราบท่านที่วัด มีอยู่วันหนึ่งผมไปกราบท่านแล้วนั่งคุยกับท่านอยู่ก็มีลูกศิษย์กลุ่มหนึ่งมากราบท่านแล้วบอกกับท่านว่า อยากรวยเหมือนคนอื่นบ้าง ท่านก็ถามว่าแล้วยังไงล่ะ ศิษย์คนนั้นก็ตอบว่อยากได้พระที่ท่านแจกไปแล้วเขารวยกันบ้างสักองค์ ท่านยิ้มแล้วบอกอ้อ..แล้วหันมาทางผม บอก นี่ๆเจ้าของ...คนทำพระเขาอยู่นี่ หมดแล้ว..ข้าแจกไปหมดแล้ว ผมมีปิติจนบอกไม่ถูกเลยครับ

โดย: เจ้าบ้าน [4 พ.ค. 54 17:25] ( IP A:101.108.113.181 X: )

ความคิดเห็นที่ 4
    พระปิดตาหลวงลุงดู่ พรหมปัญโญ พระปิดตานี้ผม(ผศ.มานิตย์ เขียวดารา)สร้างขึ้นให้หลวงลุงดู่ อธิษฐานจิตปลุกเศก ทำด้วยผงผสมว่านซึ่งเป็นเนื้อหาเดิมจากการสร้างพระพิมพ์พ่อขุน(พระรอด)นั่น เอง มีด้วยกันหลายพิมพ์หลายขนาด ผมแกะพิมพ์เองเกือบทุกพิมพ์ มีอยู่พิมพ์เดียวที่แกะพิมพ์ให้คล้ายพระปิดตาหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์โดย อาจารย์อนันต์ สวัสดิ์สวนีย์ เป็นผู้ทำพิมพ์มาให้ ผมทำพระชุดนี้เป็นแบบทำพิมพ์ละ 108 องค์ไปเรื่อยๆ พอทำได้ครบทุกพิมพ์ก็นำไปให้หลวงลุงอธิษฐานจิตปลุกเศก แล้วนำไปให้หลวงพี่ลำใย สัญญโม อธิษฐานจิตปลุกเศกอีก เสร็จแล้วนำไปฝากหลวงลุงไว้ในกุฏีของท่านอีก 5พรรษา จึงนำมาแจกกัน พระที่ผมสร้างทุกรุ่นทุกพิมพ์และทุกองค์เวลาผมทำผมใช้มือกดพิมพ์ทั้งสิ้น เวลาทำต้องไหว้พระ อาราธนาศีล อาราธนาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มาช่วย และผมจะต้องภาวนาจนจิตดีแล้วถึงลงมือทำนะครับ(ทำไปคุมจิตไปภาวนาไปทุกองค์) ภาพพระตามรูปนี้ครับ

โดย: เจ้าบ้าน [4 พ.ค. 54 17:27] ( IP A:101.108.113.181 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
   

โดย: เจ้าบ้าน [4 พ.ค. 54 17:27] ( IP A:101.108.113.181 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
   

โดย: เจ้าบ้าน [4 พ.ค. 54 17:27] ( IP A:101.108.113.181 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
   

โดย: เจ้าบ้าน [4 พ.ค. 54 17:28] ( IP A:101.108.113.181 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
   

โดย: เจ้าบ้าน [4 พ.ค. 54 17:28] ( IP A:101.108.113.181 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
   

โดย: เจ้าบ้าน [4 พ.ค. 54 17:29] ( IP A:101.108.113.181 X: )

ความคิดเห็นที่ 10
   

โดย: เจ้าบ้าน [4 พ.ค. 54 17:29] ( IP A:101.108.113.181 X: )

ความคิดเห็นที่ 11
   เหรียญหลวงลุงดู่ พรหมปัญโญ(รุ่นไม่มีห่วง)

เหรียญรุ่นนี้ผมต้องการสร้างเพื่อถวายแด่หลวงลุงเพื่อให้แจกกับลูกศิษย์ทั่วไป โดยให้ลูกศิษย์ทั้งหลายช่วยกันเป็นเจ้าภาพโดยการจองเหรียญ ทองแดง ราคา 5 บาท ต่อสองเหรียญ เอาถวายหลวงลุงหนึ่งเหรียญผู้จองเก็บไว้หนึ่งเหรียญ มีเหรียญเงินจำนวนหนึ่ง เหรียญทอง 79 เหรียญ ที่ถวายหลวงลุงมีแต่เหรียญทองแดงเท่านั้นครับ เหรียญชุดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 2529 ตอนหลวงลุงอธิฐานจิตเศก หลวงพี่ลำใย สัญญโม ได้ร่วมอธิฐานจิตด้วย การสร้างพระของหลวงลุงนั้นท่านจะให้สร้างแบบเต็มองค์เสมอ ท่านบอกว่า"เต็มองค์ก็เต็มใจ"และตั้งองค์พระง่ายเวลาเศก

โดย: เจ้าบ้าน [4 พ.ค. 54 17:32] ( IP A:101.108.113.181 X: )

ความคิดเห็นที่ 12
   เกี่ยวกับพรหมของหลวงปู่ดู่

กิจวัตรประจำของหลวงลุงดู่ พรหมปัญโญ คือหลังจากท่านฉันภัตตาหารเช้าแล้วท่านจะเข้ากุฎีแล้วเลยออกไปด้านหลังกุฎีเพื่อทำกิจส่วนตัวของท่าน หลังจากเรียบร้อยแล้วท่านจะจัดการแกะพระออกจากพิมพ์(สถานที่นี้คือชานนอกกุฎีระหว่างห้องและห้องน้ำ)ใส่ไว้ในถาดกลมๆแบบโบราณที่นิยมเอาใส่ถ้วยชามอาหารถวายพระ มีตะไบยาวประมาณศอกอยู่สองอันเอาไว้แต่งพระ แกะพระออกจากพิมพ์เสร็จท่านจะล้างแม่พิมพ์ซึ่งทำด้วยยางพาราจนสะอาดดีแล้ว ก็ผสมปูนซีเมนต์ขาวกับผงพระ แล้ว ใช้ช้อนตักหยอดลงในแม่พิมพ์จนเต็มทุกช่อง เสร็จจากนั้นท่านก็จะมาดูพระที่แกะออกจากแม่พิมพ์แล้ว องค์ที่มีเนื้อเกินก็ใช้ตะไบถูแต่งให้พอดี องค์ที่งามอยู่แล้วก็ไม่แต่ง ท่านจะคัดองค์ที่สมบูรณ์ งามๆ เอาแช่ในน้ำมนตร์ทำให้องค์พระเป็นสีขาว องค์ทั่วๆไปก็แช่ในน้ำน้ำมนตร์ปนกับน้ำชาที่เหลือจากการเลี้ยงแขกที่หน้ากุฎี องค์พระจะเป็นสีน้ำตาล ผมเองเวลาเข้าปฏิบัติหรือ"ทำงาน"ก็มักมา"ทำงาน"ที่ตรงนี้ หลวงลุงจะให้ช่วย"เทพระ"ในโอกาสวันสำคัญเสมอ หรือไม่ผมก็ขอท่าน"เทพระ"ในวันเกิดตนเองบ้างซึ่งท่านก็เมตตาให้"เทพระ"ทุกครั้ง และที่สำคัญคือท่านต้องให้วิรัตน์ศีล และทำสมาธิให้ดีเสียก่อน ผมช่วยท่านแต่งองค์พระเกือบทุกครั้งที่ไปค้างที่วัด เสร็จแล้วก็เลือกพระองค์สวยๆ(ส่วนใหญ่จะเป็นที่แช่ในน้ำมนตร์)ออกมาขอท่านให้ประสิทธิ์ประสาทให้โอกาสแรกที่ขอท่านถามว่า"เอ็งจะเอาไปทำไมหลายองค์" ผมตอบท่านว่าจะขอเก็บไว้แจกลูกศิษย์อื่นๆในโอกาสหน้า ท่านบอก"เออได้แต่ พรหมข้าห้ามแจกใครนะ ข้าแจกเอง ข้าไม่อยู่แล้วค่อยให้คนอื่นได้" ผมรับปากท่าน หลังจากนั้นผมก็นำพระพรหมที่เลือกแล้วมาขอให้ท่านประสิทธิ์ประสาทให้ทุกครั้งตอนก่อนกลับบ้าน ลูกศิษย์รุ่นเก่าที่มีพระคุณยิ่งของผมก็เก็บพระพรหมแบบเดียวกับผมเหมือนกันแต่ท่านไม้ได้เลือกองค์สวยๆอย่างผม นานพอควรในการนี้จนวันหนึ่งท่านเอ่ยปากว่า"เอ็งสองคนเขียนตัวพอเป็นหรือยัง" แล้วหัวเราะ ผมกราบท่านแล้วเรียนท่านว่า "ครับ เขียนเป็นแล้วครับ"หลังจากนั้นก็ไม่ขอพรหมจากท่านอีกเลย ผมเองได้รับพระพรหมองค์แรกจากท่านตั้งแต่วันแรกที่ไปกราบฝากตัวเป็นลูกศิษย์ครับ หลังจากหลวงลุงละสังขาร หลวงพี่ลำใย สัญญโม ศิษย์รูปสำคัญของหลวงลุงกับลูกศิษย์รุ่นหลังผมเกือบ 20 คน ไปที่บ้านผม ผมถวายพรหมให้ท่านไปจำนวนหนึ่งและแจกทุกคนที่ไปด้วยคนละองค์
ผมเล่าเรื่องย้อนหลังมาตั้งนาน มาเข้าเรื่อง"สุดยอดพระเครื่องของหลวงลุงดู่ พรหมปัญโญ"กันเสียที วันหนึ่งผมไปวัดพร้อมกับพี่ช้าง ราชดำเนิน พี่แอ๊ด อุทัย ได้นั่งสนทนากับท่าน พอดีได้คุยกันเรื่องพระสมเด็จ ซึ่งคุยกันว่าตอนนี้ราคาสูงมากถึงสิบล้านบาท ท่านก็บอกว่าของข้าก็มีองค์หนึ่ง ผมรีบถามทันทีว่ายังอยู่ไหมครับท่านบอกว่าข้าบดทำเป็นผงผสมไปในพระแล้ว พวกเราได้แต่บอกว่าเสียดายครับ ท่านยิ้มแล้วบอกว่า"พรหมของข้า ต่อไปสิบล้านมันก็หัวชนกันแย่งกัน พรหมของข้ากันปรมาณูได้"
ในอดีตที่หลวงลุงยังไม่ละสังขารนั้น พรหมหรือพระพรหม ของท่านเป็นที่ปรารถนาของลูกศิษย์อย่างยิ่ง เพราะท่านไม่ได้แจกให้กับทุกคน ท่านให้เฉพาะศิษย์ที่ท่านจะให้เท่านั้นและมีจำนวนไม่มากคนด้วยครับ ศิษย์ที่ได้จะได้ของเหมือนกันทุกคน หลายคนไปกราบท่านครั้งแรกก็ได้เลยบางคนทำดีปฏิบัติดีแล้วจึงได้แต่หลายคนไปเป็นสิบปีก็ไม่ได้ ใครได้พระพรหมจากท่านถือว่าสุดยอดครับ
พระพรหมองค์ที่ท่านเห็นในหน้าเวปนี้เป็นองค์ที่ผมแต่งเองด้วยกระดาษทรายต่อหน้าท่านที่หน้ากุฎีผมทำพิมพ์ใหญ่หนึ่งองค์ เศียรพรหมพิมพ์กลางสององค์ เศียรพรหมพิมพ์เล็กสององค์ พอทำเสร็จท่านถามว่าเสร็จหรือยัง ผมตอบท่านว่าเสร็จแล้วครับ จากท่านั่งเอนใช้ศอกท้าวบนไม้ขอนขื่อโบสถ์ ท่านนั่งตรงหยิบเหล็กจารออกมาแล้วบอก"เอามา ข้าจะทำให้ เอาให้เต็มที่ไปเลย" แล้วท่านก็จารอักขระลงที่ด้านหลังองค์พระให้ผมทั้งห้าองค์แล้วประสิทธิ์ประสาทให้ ผมนำไปเลี่ยมพลาสติกติดตัวมาแต่นั้นพอตอนหลังจะเอาใส่ตลับพระตอนแกะพลาสติกออก(ทำเอง)ขอบด้านบนขององค์พระหลุดเลยเป็นอย่างที่เห็น โอกาสหน้าจะถ่ายภาพชัดๆให้ดูกันนะครับ copyจาก
http://manitpin.blogspot.com/2011/01/blog-post.html


โดย: เจ้าบ้าน [4 พ.ค. 54 17:43] ( IP A:101.108.113.181 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
วิธีการ upload รูปภาพแบบใหม่ วิธีการใส่ copy paste หรือ คัดลอกข้อความ ในแบบใหม่

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน