Luangputee  >>  ข่าวสาร

ตระกรุดทุกอย่างการสร้างต้องมีความหมายมีจุดประสงค์อย่างไร
   ตระกรุดแต่ละอย่าง การสร้างต้องมีจุดประสงค์ เช่นเมื่อจะสร้างตระกรุด จะต้องหา แผ่นทองคำ แผ่นเงิน - ทองเหลือง -ทองแดง -ตระกั่ว - แป๊ะตัง - อลูมิเนียม - ฝาบาตร - นวะ อีกหลายอย่าง ก็แล้วแต่เราจะสรรญหา เมื่อหาแผ่นต่างๆได้แล้ว เราก็จะต้องดูว่าเราจะเอายันต์อะไรวาง ให้สมกับชื่อยันต์และ ดีในด้านไหน คุณสมบัติ์เป้นอย่างไร ไม่ใช้ว่า จารณ์ สอง สาม ตัว แล้วทำแผ่นใหญ่ๆ แล้วนำมาตั้งชื่อว่า ตระกรุดมหาจักกะพัต อะไรทำนองนี้ครับ ดังนั้น ยันต์ก็เป้นส่วนหนึ่งของยันต์ เมื่อวางยันต์ ก็ต้องหาฤกษ์ ที่ดีที่สุด เพื่อจัดทำการบรวงสรวงครับ และ จึงได้ฤกษวางยันต์ครับ ว่า 1 วัน มีฤกษ์จารณ์ได้อีกชั่วโมง เมื่อจารณ์ ท่านจะต้องจารณ์ตระกรุด ในฤกษ์นั้นๆ เท่านั้น เมื่อเกินฤกษ์ไปแล้ว ห้ามจารณ์ ให้หยุดจารณ์ทันที เมื่อจารณ์แล้วเสร็จ เมื่อจารณเรียบร้อยแล้ว ให้นำวิชาของคาถาที่ใส่ไปนั้นๆ ให้ได้เสกเท่าที่ตำรากำหนดครับ เมื่อทำพิธีเราต้องบอกจุดประสงค์ เพื่ออะไร และ จะทำอะไรต่อไป ดังนั้น เมื่อลงมือจารณ์ ก็ต้องเรียกยันต์ เรียกอักขระ เรียกสูตรยันต์ และ กรึงยันต์ พินธุ ใส่พญามนต์ คุณมนต์ จ่ามนต์ และ ใส่กุญแจมนต์ เมื่อไม่ให้มนต์คาย ไม่ให้มนต์หนี หรือ ไปไหนครับ เมื่อม้วนเสร็จ เราก็ทำไปถาถเชือก หรือ จะปล่อยเปลื่ยว่างเปล่า ตีโค้ด และ ทำพิธีเสก สวด ให้ครบสูตร ของตำราวิชานั้นๆครับ เมื่อเราตั้งปฏิธานเอาไว้ ว่าเราจะนำเงินไปทำอะไร และ สวดเสก จนได้ที่แล้ว เราก็นำไปลอง เท่าที่เราจะต้องเข้าใจ ดังนั้น การจารณ์ต้องเรียกหลักสูตรด้วย จึงจะถูกต้อง ตามตำรา เมื่อทุกอย่างได้ที่ เราก็บอก เจตณา และ วัตถุประสงค์เรา และ ทำจริงจนทุกอย่างลงตัวครับ ดังนั้น เราก็จะเห็นได้ว่า การจารณ์ตระกรุดนั้น ไม่อยากอย่างที่คิด และ ไม่ง่ายดังที่บอกไป เพราะนอกจากเกจิอาจารณ์นั้น จะเก่งด้านวิชาแล้ว ต้องเก่งฤกษ์ เก่งยันต์ เก่งจารณ์ เก่งปลุกเสก เก่งหลายๆด้าน จึงจะทำตรงนี้สำเร็จ การทำให้สำเร็จเราจะเห็นได้ว่า ไม่ง่ายนัก เพราะการทำเป็น และ ทำได้นั้น ไม่ง่ายนัก เพราะบางที 1 ปี จะได้รุ่น หรือ สองรุ่นเท่านั้น และ รุ่นหนึ่ง รุ่นหนึ่ง จะได้ตระกรุด ไม่เกินรุ่นละ 200 ดอก เป็นเก่งครับ เพราะวันหนึ่ง เก่งๆได้ไม่เกิน 10 ดอกครับ กว่าจะได้ครบและ กว่าจะทำได้มา ก็ต้องบอกได้ว่าเหนื่อยครับ เพราะการที่จะบอกว่าเราทำได้นั้น ทุกคนเห็น นำมาคี่ออก แล้วเขียนตามเฉยๆ นั้นก็หมายถึงท่านทำได้ และ แท้จริง ต้องใช้คำว่า ทำได้ และทำเป็น แบบนี้ครับ ต้องมีคุณสมบัติ์ตามที่บอก หากไม่เป็นไปตามที่บอกไปแล้วนั้น ก็หาได้มีประโยชน์อะไรกับ ตระกรุดดอกนั้นเลย เพราะจะทำได้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำได้ และ ทำเป็น รู้อักขระ รู้วิธีวางยันต์ รู้พิธุ รู้เรียกสูตร รู้วางฤกษ์ วางยันต์ วางหัวใจต่างๆกำกับครับ ดังนั้นจึงเรียกได้ว่า การทำตระกรุดนั้น ไม่ง่ายอย่างที่คิดครับ และ ก็น้อยเกจินัก ที่จะกล้าเปิดเผยในเรื่องตระกรุดนี้ ว่าแท้จริงแล้ว ต้องทำแบบไหน ทำอย่างไร และ มีความเป้นมาอย่างไร ตำราเป็นอย่างไร และ เปิดเผยได้ แต่ปิดเอาไว้ที่เราสงวนไว้ คือจุดเด็ดๆเท่านั้น ก็จะรู้ทักที เพราะเท่าที่บอกมานี้ ก็ไม่ง่ายครับ และ ขอให้ทุกคน ใช้สติ ใช้วิจารณญาณ ใช้ดุจพินิจ แล้วเราจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว อะไรเป็นอะไร แล้ว น่าสนใจมากน้อยเพียงใดครับ ขอให้ตั้งข้อสังเกตุ และ ดูให้แท้ ต้องแน่ใจ ว่าแท้จริงแล้ว อะไรเป็นอะไร แล้วก็ให้ใช้สติ ค่อยตัดสินใจครับ เท่านี้ เราก้จะรู้ ทันทีว่าใครก็แล้วแต่ โกหกเราไม่ได้แน่ จริงๆนะครับ
..

โดย: มหาตู่ (เจ้าบ้าน ) [28 พ.ค. 56 6:24] ( IP A:115.87.39.34 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 1
    ตระกรุดเมตตา การจารณ์ตระกรุดเมตตานั้น วิธีการก็เหมือนๆทุกๆตระกรุดครับ คือ ต้องมีฤกษ์ และให้ใช้ฤกษ์ ฝผ..ฝป นี้เป็นฤกษ์จารณ์ แล้ว วางเครื่องบรวงสรวง ด้วยค่าครูที่ตำรานั้นๆกำหนดครับ เมื่อทุกอย่างเตรียมไว้แล้ว ก็ให้หายันต์เมตานั้นๆเตรียมเอาไว้ลง และ เตรียมวิชาปลุกเสก การวางยันต์นี้ ไปปลุกเสกยันต์โน้น วิชานี้ ก็หาได้มีประโยชน์อะไรไม่ เพราะการเขียนยันต์ ต้องเอาวิชาที่มีอยู่ในยันต์นำมาปลุกเสก ให้เข้ากันด้วย ให้ครบหลักสูตร และ เตรียมคาถาที่เข้ากันครับ ตระกรุดมีคุณสมบัติ์ หลักๆ ดังนี้ครับ
** 1..ตระกรุดคงกระพันธ์ชาตรี
** 2.ตระกรุด เมตตา -มหานิยม
**3..ตระกรุด เมตตา - มหาเสน่ห์
** 4. ตระกรุด กัน ภูตผี - ปีศาจ - กันสิ่งอัปมงคล
** 5.. ตระกรุดเพรชหลีก
** 6 ..ตระกรุดมหาระงับ
**7 ..ตระกรุด คุ้มกัน คุ้มครองป้องกัน
**8..ตระกรุด ตะบะ - จังงัง
**9.. ตระกรุด มหาอุจ
**10..ตระกรุดเสน่ห์ -เมตตา - มหานิยม

ครับนอกนั้น ยังมีวิชาต่างๆ ตามแต่ฉะเพราะที่วาง ที่เราจะใช้ แล้วแต่อาจารย?นั้นๆ อยากจะให้ ก็แล้วแต่จะตกลงขอกัน แต่จุดหลักๆ ก็จะหนีไม่พ้น ตามที่ผมได้บอกไปครับ แต่ที่สำคัญ ๆๆ นั้น คงต้องประกอบการจารณ์อีกมาก หมาย หลายอย่าง ที่บอกไม่ได้ครับ ดังนั้น คงต้องมาเรียนกันเอง และ การเรียนต้องเปิด เป็นรุ่นๆ และ ก็จะได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น อาจให้เท่าที่จะให้ได้ บางท่านสนิจ สนิท ก็จะได้มากนิด เพราะสนใจและ ฝักใฝ่ในการเรียนครับ เป็นเพราะคนมากกว่า ที่อยากจะได้มาก ก็ต้องไปมาหากันบ่อยๆ เราก็จะได้ เคล็ดต่างๆ และ วิชาต่างๆ ที่มีเคล็ดการใช้ครับ คนเรียนจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว มันมีเคล็ดในการใช้ และ วิชาต่างๆนั้น มีทั้งยาว และ สั้นครับ และ ยังต้องมาเรียนรู้ด้วยตัวเองครับ เพราะแท้จริงแล้ว ศิษย์แต่ละคนนั้น เก่งไม่เหมือน ชอบไม่เหนือนกัน และ ก็ได้วิชานั้นๆไม่เหมือนกันครับ ดังนั้น จึงถนัดแต่ละอย่าง ก็ได้วิชาอย่างที่คนนั้นๆถนัด ครับ ก็ขอให้ศิษย์ทุกคนเข้าใจ และ ทุกๆคนที่อยากจะเรียนนั้น ก็ขอให้ทุกคนรอคอยไปก่อน โชคดีจริงๆ อาจเปิดอีกครั้ง ปี 2559 โน้นครับ

โดย: มหาตู่ (เจ้าบ้าน ) [28 พ.ค. 56 6:49] ( IP A:115.87.39.34 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
   ขอสมัครเรียน ปี2559 ล่วงหน้าคนแรกเลยนะครับ
โดย: หนุมาน (หนุมาน ) [28 พ.ค. 56 16:39] ( IP A:122.0.3.206 X: )


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน