Jack-AF4-VarityHouse  >>  เผยแพร่ผลงานวิชาการ

บทคัดย่อ
   ชื่อเรื่อง จากทฤษฎีวัฒนธรรมเชิงสังคมของวีก็อทสกี้ สู่รูปแบบการเรียนการสอนแบบ
“การเป็นนั่งร้าน”
ผู้ศึกษา นายชินะพัฒน์ ชื่นแดชุ่ม
ปีที่พิมพ์ 2550
ทฤษฎีวัฒนธรรมเชิงสังคมของวีก็อทสกี้ อธิบายพัฒนาการทางสติปัญญา โดยมุ่งเน้นที่จิตสำนึกของมนุษย์ว่า พัฒนาการทางสติปัญญา เป็น คุณลักษณะที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น จากปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมภายนอก โดยมีสิ่งแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นส่วนสำคัญ กับองค์ประกอบภายในทั้งทางชีวภาพและจิตใจ โดยมีเครื่องมือของจิตใจ เป็นส่วนสำคัญ แนวคิดสำคัญของทฤษฎีนี้ คือ แนวคิดขอบเขตของการเรียนรู้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่เน้นความสำคัญของปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม ที่มีต่อการเรียนรู้ และพัฒนาการทางสติปัญญาของมนุษย์ เราสามารถวัดขอบเขตของการเรียนรู้ได้ โดยการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน โดยการสอนตามทฤษฎีนี้ คือ กระบวนการสอนแบบการเป็นนั่งร้าน ซึ่งเป็นกลุ่มกระบวนการที่ประกอบด้วย การชักจูง การลดทางเลือก การรักษาเส้นทาง การชี้จุดสำคัญ การป้องกันปัญหา และการสาธิต ผู้สอนควรประเมินปัญหาในการเรียนรู้ของผู้เรียนแล้วเลือกกระบวนการที่เหมาะสมมาใช้ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มตามศักยภาพ ด้วยตนเองในที่สุด
รูปแบบการเรียนการสอนแบบการเป็นนั่งร้าน มีองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ การเรียนการสอน การประเมินผล และการเป็นนั่งร้าน โดยทั้ง 3 ส่วนมีความสัมพันธ์กันในลักษณะวงจร โดยประสิทธิภาพของการเรียนการสอน จะขึ้นกับประสิทธิภาพขององค์ประกอบแต่ละส่วน การนำรูปแบบการเรียนการสอนนี้ ไปใช้ในการสอนในห้องเรียนทำได้โดย จัดทำเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ ที่มีองค์ประกอบ 7 ประการ ดังนี้ 1) จุดประสงค์ 2) เนื้อหา 3) กิจกรรมการเรียนการสอน 4) สื่อการสอน 5) การประเมินผล 6) การเป็นนั่งร้าน (วิธีการแก้ปัญหาในการเรียนที่เตรียมไว้) 7) ส่วนประกอบอื่น ๆ
..........................................................................................................................................................
Title : From Vygotsky's Sociocultural theory to An Instructional Scaffolding Model
Author : Chinaphat Chuendaechum
Year : 2007

Vygotsky's sociocultural theory describes the development of intelligence. Focusing on the conscious of mankind, the development of human intelligence is a feature created by interaction with the external environment, with emphasis on the social environment and culture.
The main concept of this theory is the ideal zone of proximal development, which focuses on social and cultural interaction of learning and development of human intelligence. We can measure the zone of proximal development by pre-tested and post-tested. An instructional process based on this theory is called Scaffolding. The teacher’s process includes Recruitment, Reduction in degrees of freedom, Directional maintenance, Marking critical features, Frustration control, and Demonstration.
Teacher’s should evaluate learning problem areas of students and then select the appropriate process to use.
An Instructional Scaffolding Model has three (3) elements: Instruction, Evaluation, and Scaffolding.
These elements are in the cycle characteristics. The effectiveness of this model depends on the performance of each component part.
Implementation by teaching in the classroom, utilizing lesson plans which contain seven (7) elements : Objectives, Content, Instructional activities, Instructional materials, Evaluation, Scaffolding process (How to solve problems in learning that was prepared), and etc..
โดย: เจ้าบ้าน [2 ธ.ค. 52 12:12] ( IP A:125.26.182.238 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 1
   ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาชุดการสอนบูรณาการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง
ฮีต 12 จารีตประเพณีทางพระพุทธศาสนาของชาวอีสาน
กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้ศึกษา นางกรรณิกา ชื่นแดชุ่ม
ปีที่พิมพ์ 2552
การศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดการสอนซึ่งประกอบด้วย คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง ฮีต 12 จารีตประเพณีทางพระพุทธศาสนาของชาวอีสาน ในกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) ศึกษาค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอนดังกล่าว 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดการสอนดังกล่าว ประชากร เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเขวาไร่ศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 3 ปีการศึกษา 2551 จำนวนทั้งหมด 236 คน กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียน 1 ห้องเรียน จำนวน 40 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ประกอบด้วย
1) แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง ฮีต 12 จารีตประเพณีทางพระพุทธศาสนาของชาวอีสาน จำนวน 12 แผน 2) เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง ฮีต 12 จารีตประเพณีทางพระพุทธศาสนาของชาวอีสาน จำนวน 12 เล่ม 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ 4) แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้และเอกสารประกอบการเรียนสำหรับผู้เชี่ยวชาญ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียน วิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1) หาประสิทธิภาพของชุดการสอน ตามเกณฑ์ 80/80 2) วิเคราะห์หาค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอน 3) เปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ก่อนและหลังเรียน โดยใช้ t-test (Dependent Samples) 4) สรุประดับความพึงพอใจของนักเรียนตามเกณฑ์ที่กำหนด สรุปผลได้ดังนี้
ชุดการสอนบูรณาการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง ฮีต 12 จารีตประเพณีทางพระพุทธศาสนาของชาวอีสาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพ 87.08/83.19 มีค่าดัชนีประสิทธิผล ร้อยละ66.29 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 และนักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนอยู่ในระดับ มาก
โดย: เจ้าบ้าน [3 ธ.ค. 52 10:24] ( IP A:125.26.182.238 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
วิธีการ upload รูปภาพแบบใหม่ วิธีการใส่ copy paste หรือ คัดลอกข้อความ ในแบบใหม่

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน