| ใครต้องการสร้างบ้านแบบไหน ตรงตามที่ spec คุณต้องการ ก็มาเลือกมาดูกันได้เลยค่ะ มีแบบบ้านเยอะแยะมากมายให้ได้ชมกันจ๊ะ^_^ | โดย: เจ้าบ้าน [23 ก.ค. 47 1:28] ( IP A:203.152.36.68 X: ) |  |  | |
ความคิดเห็นที่ 1 สไตล์บ้านทั้วโลก บ้านเม็กซิกันสไตล์(2)
ดังที่ได้เล่าไว้เมื่อคราวที่แล้วว่า เสน่ห์ของบ้านเม็กซิกันสไตล์นั้น อยู่ตรงที่มีการผสมผสานวัฒนธรรมของหลายชนชาติ และสภาพภูมิประเทศที่มีความแตกต่างกันให้มาหลอมรวมกันเป็นสไตล์ที่ดูแปลกตา และกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติที่มีสีสันน่าสนใจ
ผลพวงจากประวัติศาสตร์ในยุคล่าอาณานิคม ได้ทำให้งานสถาปัตยกรรมของเม็กซิโก ได้รับอิทธิพลจากประเทศมหาอำนาจทางยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศสและสเปน แต่จะนำมาผสมผสานกับลักษณะของบ้านเรือนพื้นถิ่นของตนเองอย่างมีเอกลักษณ์ เช่น การใช้ช่องโค้ง (arch) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมของสเปน มาใช้ประดับอาคาร โดยบ้านเม็กซิกันจะนิยมทำเพียงบางส่วน ส่วนที่เหลือยังคงลักษณะกำแพงสูง ที่บดบังสายตาจากคนภายนอกอาคารไว้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเม็กซิกัน
คอร์ตหรือลานโล่งกลางบ้าน เป็นเอกลักษณ์หนึ่งของบ้านเรือนที่เม็กซิโก เนื่องจากภูมิประเทศที่แห้งแล้ง ทำให้บ้านเรือนตั้งอยู่ในที่โล่งไร้พรรณไม้ปกคลุม ส่วนลานภายในบ้านจะถูกปิดล้อมด้วยตัวบ้านและประดับด้วยต้นไม้ ทำให้แตกต่างจากความร้อนอ้าวของภูมิประเทศภายนอกเป็นอย่างมาก ชาวเม็กซิกันนิยมความเป็นสัดส่วนและส่วนตัว คอร์ตกลางบ้านจึงเปรียบเสมือนที่ที่ให้ความเป็นส่วนตัวในพื้นที่โล่งภายนอกบ้านแต่ว่าอยู่ภายในบ้าน (คลิกที่ภาพเพื่อดูรายละเอียด)
ห้องครัวและห้องอาหาร ทั้งสอง เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ชาวเม็กซิกันจัดไว้เป็นสัดส่วน โต๊ะอาหารที่จัดไว้อย่างงดงามและเป็นระเบียบคือลักษณะของเม็กซิกัน เช่นเดียวกับห้องครัว
เครื่องประดับ ตกแต่งบ้านสไตล์เม็กซิกัน นิยมใช้สีสันและการทำผิวที่ผนังเป็นเครื่องประดับตกแต่ง ซึ่งแตกต่างจากบ้านเรือนในแถบยุโรปซึ่งเต็มไปด้วยลวดลายประดับของปูนปั้นที่อ่อนช้อยงดงาม สิ่งนี้เองที่ได้สร้างความมีสไตล์ของเม็กซิกันซึ่งไม่เคยจืดจางแม้กาลเวลาจะผ่านไปนับศตวรรษ ซึ่งมีผลให้สไตล์ของบ้านเรือนได้รับการผสมผสานกันเข้ากับวัฒนธรรมของยุโรปเกิดเป็น สไตล์เม็กซิกัน ที่ไม่ซ้ำแบบใคร
กระเบื้องเคลือบ ที่มีสีสันและลวดลายงดงาม ก็เป็นที่นิยมใช้ สำหรับประดับผนังบ้านทั้งภายนอกและภายในการใช้วัสดุพื้นถิ่น เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ปรากฏในงานสถาปัตยกรรมของเม็กซิโก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านเรือนที่อยู่ในแถบชนบท ซึ่งยังคงใช้อิฐที่ปั้นจากดินแล้วนำไปตากแดดที่เราเรียกว่า อโดบี้บริก (adobe brick) มาก่อสร้างบ้านเรือนในระบบไร้เสาและคาน
เครื่องปั้นดินเผา จัดเป็นเครื่องประดับที่นิยมและดูไม่จืดจาง ด้วยรูปทรงที่ไม่มีที่ใดเหมือน การใช้เหล็กดัดประดับหน้าต่างและลูกกรง เป็นลักษณะที่นิยมอย่างหนึ่งในสไตล์ของเม็กซิกัน มีทั้งแบบเรียบง่ายและลวดลายอ่อนหวาน ติดอยู่ด้านนอกของช่องหน้าต่างลวดลายเหล่านี้ มักจะกลมกลืนกันไปกับลวดลายของลูกกรงระเบียงซึ่งอยู่ชั้นบนของบ้าน
กำแพงและรั้วบ้าน มักจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ช่องประตูและหน้าต่างจะมีไม่มากที่กำแพงด้านนอก ช่องหน้าต่างถูกเจาะลึกเข้าไปในกำ แพงโดยปราศจากกันสาดบดบัง เนื่องจากดินแดนแถบนี้มีฝนตกน้อย กำแพงมักทาด้วยสีส้มแดง ชมพูอ่อน หรือบางครั้งก็เป็นสีส้มจางๆ ตัดขอบด้วยสีเหลือง และมักทำช่องโค้งเป็นโพรงเล็กๆที่เราเรียกว่านิช (niche) เพื่อบรรจุรูปบูชาอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของเม็กซิกัน กำแพงบ้านสร้างด้วยอิฐฉาบปูนเป็นเส้นตรง บดบังทิวทัศน์จากภายนอกโดยสิ้นเชิง บ้านเรือนของชาวเม็กซิกันจึงมีความเป็นส่วนตัวมาก สีสันและผิวกำแพงที่บางครั้งฉาบปูนเรียบและบางครั้งขรุขระ ช่วยสร้างความน่าสนใจใคร่รู้ให้กับผู้คนที่อยู่ภายนอก รวมทั้งความรู้สึกถึงความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยภายในบ้านได้เป็นอย่างดี
หลังคาบ้าน ลักษณะเด่นของเม็กซิกันสไตล์อีกอย่างหนึ่งก็คือ กระเบื้องมุงหลังคามักทำเป็นสีสันต่างๆสวยงาม กระเบื้องมุงหลังคาทั่วไปมักใช้สีแดงแบบเอิร์ธโทนเช่นเดียวกับบ้านในสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน
ในคราวหน้า เราจะได้มาพูดคุยกันต่อในรายละเอียดของบ้านเรือนในสไตล์เม็กซิกัน สำหรับในครั้งนี้ ลองคลิกไปเที่ยวชมภาพบ้านเมืองของดินแดนแห่งสีสันอันร้อนแรงนี้กันดูนะคะ
| โดย: เจ้าบ้าน [23 ก.ค. 47 1:30] ( IP A:203.152.36.68 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 9 สไตล์บ้านทั้วโลก บ้านเม็กซิกันสไตล์
เมื่อเอ่ยถึงเม็กซิโก เรามักจะนึกไปถึงภาพยนตร์คาวบอยจังโก้ ใส่เสื้อคลุมทรงสามเหลี่ยมขี่ม้าควงปืน ผู้คนที่อารมณ์ร้อนพอๆ กับสภาพภูมิอากาศและอาหารรสชาติร้อนแรง ความเป็นอยู่แบบง่ายๆ สไตล์ลูกทุ่ง รวมไปถึงสไตล์ของอาคารบ้านเรือนที่ดูแปลกตา มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วยรูปแบบทางสถาปัตยกรรม สีสันที่ตัดกัน และลวดลายที่ดูสนุกสนานมีชีวิตชีวา ดินแดนที่เป็นเบ้าหลอมรวมอารยธรรมของหลายๆ ชนชาติมาไว้รวมกัน และกลายเป็นเสน่ห์ประจำชาติสไตล์เม็กซิกัน ดังที่เรากำลังจะไปทำความรู้จักกันอยู่เดี๋ยวนี้
เสน่ห์เม็กซิโก
ใช่จะมีเพียงทะเลทราย
เม็กซิโก ในความคิดของหลายๆ คนนั้น คือดินแดนที่มีแต่ทะเลทราย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ดินแดนแห่งนี้ประกอบด้วยภูมิประเทศที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่ชายหาดที่อุดมสมบูรณ์ ไปจนถึงเขตแห้งแล้งแบบทะเลทรายกลางประเทศ และภูมิประเทศแบบป่าชื้นจนถึงภูเขาสูงทางตอนใต้ของประเทศ
ที่ตั้งของประเทศเม็กซิโก อยู่ติดต่อกับสหรัฐอเมริกาทางด้านมลรัฐแคลิฟอร์เนีย เม็กซิโกถูกขนาบด้วยทะเลทั้งสองด้าน แต่ภูมิอากาศเป็นแบบเขตแห้งแล้ง มีทั้งแบบทะเลทรายและแบบทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทราย
ดินแดนแห่งนี้ มีอารยธรรมที่เก่าแก่ ไม่แพ้อียิปต์โบราณ คือ อารยธรรมของพวก มายา (Maya) หรือพวกอินเดียนแดง ที่อาศัยอยู่ในอเมริกากลางในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งมีวิวัฒนาการทางด้านการก่อสร้างโดยใช้ดินเป็นวัสดุ เครื่องปั้นดินเผาที่ใช้ประดับอาคารจึงมีลักษณะแปลกตาไม่ซ้ำที่ใด
นอกจากอารยธรรมดั้งเดิมที่เป็นประวัติศาสตร์เหล่านี้แล้ว เม็กซิโกยังเคยถูกรุกรานจากประเทศมหาอำนาจทางยุโรป คือ ฝรั่งเศสและ สเปน ซึ่งมีผลให้สไตล์ของบ้านเรือนได้รับการผสมผสานกันเข้ากับวัฒนธรรมของยุโรปเกิดเป็น สไตล์เม็กซิกัน ที่ไม่ซ้ำแบบใคร
บ้านเรือนสไตล์เม็กซิกัน
อาจจะเรียกได้ว่า บ้านเรือนสไตล์เม็กซิกัน เป็นเบ้าหลอมที่รวมเอามรดกทางวัฒนธรรมของหลายชนชาติ มาผสมผสานกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศของประเทศ มีความแตกต่างกันอย่างมีเอกลักษณ์ สไตล์เม็กซิกันจึงเต็มไปด้วยสีสันที่แสดงความสง่างามของบ้านเรือน และสะท้อนถึงความไม่สมบูรณ์พูนสุขอันเป็นธรรม ชาติของประเทศในขณะเดียวกัน
ณ ดินแดนแห่งนี้ ท้องฟ้ากว้างคือส่วนประดับภายนอกของอาคารสไตล์เม็กซิกันสีสันของอาคาร ความแตกต่างหลากหลายของสรรพสิ่งในประเทศนี้ คือเครื่องชูรสของเม็กซิกัน
สีสันที่ผนังอาคารซึ่งมีมากกว่า 1 สีขึ้นไป เป็นเครื่องบ่งบอกถึงวิถีชีวิตที่มีทั้งความขัดแย้ง และกลมกลืนไปพร้อมๆกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมืองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง และขาดระเบียบ ภูมิประเทศที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในแต่ละส่วนของประเทศ วัฒนธรรมที่มีทั้งเก่าและใหม่ผสานกันไป ชีวิตที่มีทั้งหัวเราะและร้องไห้ อาหารที่รสจัดและกลมกล่อมชวนลิ้มลอง สีที่นิยมใช้มักเป็นสีโทนร้อน สิ่งเหล่านี้คือสีสันที่ทำให้เม็กซิกันเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยรสชาติ เป็นเสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวอยากไปเยือนอยู่เป็นนิจ
ในคราวหน้า เราจะได้มาพูดคุยกันต่อในรายละเอียดของบ้านเรือนในสไตล์เม็กซิกัน สำหรับในครั้งนี้ ลองคลิกไปเที่ยวชมภาพบ้านเมืองของดินแดนแห่งสีสันอันร้อนแรงนี้กันดูนะคะ
| โดย: เจ้าบ้าน [23 ก.ค. 47 1:37] ( IP A:203.152.36.68 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 16 สไตล์บ้านทั่วโลก กระท่อมน้อยในเมืองใหญ่
เรื่องราวของบ้านสไตล์กระท่อม หรือ Cottage Home ที่เราได้พูดคุยกันมาในสองตอนที่ผ่านมานั้นเชื่อว่าคงทำให้หลายๆ ท่านที่เริ่มที่จะหลงใหลในเสน่ห์ของ บ้านกระท่อม กันบ้างแล้ว ลีลาของบ้านทรงกระท่อมนั้นเป็นที่ประทับใจของชาวตะวันตกมาทุกยุคทุกสมัย รวมทั้งผู้คนในอีกซีกโลกหนึ่งที่ได้ยลโฉมของกระท่อมน้อย คงจะด้วยความน่ารักอบอุ่นที่แสดงออกมาในรูปแบบและสัดส่วนของตัวบ้าน ผสานกับไม้ดอกนานาชนิดที่แวดล้อมอยู่รอบอาณาบริเวณบ้าน จึงทำให้รูปแบบของบ้านสไตล์กระท่อมไม่เคยสูญหายไปจากใจของคนรักบ้านตราบจนกระทั่งถึงศตวรรษที่ 21
ด้วยพื้นฐานของบ้านทรงกระท่อมที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด ได้ทำให้บ้านกระท่อมมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ และสังคมในยุคปัจจุบันและได้กลายเป็นสไตล์บ้านที่ได้รับความนิยมมากสไตล์หนึ่ง บ้านทรงกระท่อมได้ถูกดัดแปลงมาสร้างอยู่ในเมือง เพราะความกะทัดรัดของบ้านช่วยในเรื่องการประหยัดพลังงานไฟฟ้า อีกทั้งยังประหยัดเงินค่าก่อสร้าง
บ้านกระท่อม สามารถจะสร้างสรรค์ให้มีเสน่ห์ดึงดูดใจได้ไม่รู้ลืมได้ไม่แพ้คฤหาสน์หลังใหญ่ๆ ด้วยการตกแต่งที่ปลุกเร้าความรู้สึกที่อบอุ่นเป็นกันเอง ตั้งแต่บรรยากาศของธรรมชาติภายนอกตัวบ้านมาจนถึงการตกแต่งภายใน
เมื่ออยากจะปลูกกระท่อมน้อยสักหลัง การออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายใน
ในยุคที่ผู้คนต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเร่งรีบ และต่อสู้ดิ้นรน การได้กลับมาบ้านอันแสนสุขในกลิ่นอายของธรรมชาติ เป็นบ้านหลังเล็กๆ อันอบอุ่น ที่เราสามารถดูแลทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง เป็นความใฝ่ฝันของหลายๆ คนในยุคปัจจุบัน ลองเริ่มต้นจุดประกายความฝันของคุณด้วยการชมภาพของบ้านอันอบอุ่นและน่าอยู่เหล่านี้ดูสิคะ
| โดย: เจ้าบ้าน [23 ก.ค. 47 2:00] ( IP A:203.152.36.68 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 20 สไตล์บ้านทั่วโลก บ้านสไตล์กระท่อม (Cottage Home)
เมื่อครั้งที่แล้วเราได้พูดคุยกันไปถึงลักษณะของบ้านทรงกระท่อมหรือบ้านสไตล์คอตเทชอย่างกว้างๆ กันไปบ้างแล้ว ด้วยเสน่ห์ของบ้านที่มีขนาดเล็กน่ารักนี้เอง ทำให้บ้านทรงกระท่อมเป็นบ้านที่ได้รับความนิยมของผู้คนนับแต่อดีตกาลเรื่อยมาจนถึงยุคปัจจุบัน
บ้านกระท่อมในยุคต้น เกิดขึ้นตั้งแต่มนุษย์เราเริ่มคิดที่จะสร้างที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง เริ่มจากกระท่อมไม้มุงด้วยหลังคาจาก หรือแฝก พัฒนามาเป็นกระท่อมของชาวนาที่เรียบง่ายอยู่สบาย และมีวิวัฒนาการข้ามศตวรรษมาสู่บ้านกระท่อมในยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีเสน่ห์น่ารักสำหรับ การมาใช้ชีวิตครอบครัวที่หลบจากความสับสนของชีวิตประจำวันมาสู่ความเงียบสงบ และอบอุ่นในกระท่อมน้อยนี้
จากศตวรรษหนึ่งสู่ศตวรรษหนึ่ง บ้านทรงกระท่อมก็ได้แปรเปลี่ยนรูปร่างไปหลายแบบตามอิทธิพลของวัฒนธรรม และสังคมในแต่ละสมัย จากกระท่อมหลังคาแฝกทรงอังกฤษ (English cottage) มาสู่ กระท่อมทรงคลาสสิกเคปคอต (Cape Cod cottage) และพัฒนามาเป็นบ้านทรงกระท่อมที่มีรูปแบบเป็นบ้านอยู่อาศัยอันทันสมัยของผู้คนในยุคปัจจุบัน
กระท่อมอังกฤษ (English cottage) รากฐานของบ้านทรงกระท่อมได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 16 จากการเป็นบ้านในสไตล์ระดับกลางที่คั่นระหว่างปราสาทราชวังอันหรูหราของเหล่าขุนน้ำขุนนาง และบ้านชาวนาที่ยากจน
คอตเทชเป็นบ้านของชาวชนบทที่มีฐานะปานกลาง มีขนาดพอเหมาะและมีการตกแต่งที่งดงามเหมาะกับฐานะ พื้นที่ใช้สอยเป็นบ้านขนาดสองชั้น ชั้นบนเป็นส่วนห้องนอนมีหลังคาสูงชัน และมีขนาดกว้างขวางกว่ากระท่อมมุงแฝก
ในช่วงปลายทศวรรษ ค.ศ. 1800 กระท่อมในอังกฤษก็ได้แปรรูปโฉมเป็นกระท่อมน้อยที่ได้รับการประดับตกแต่งราวกับภาพเขียน ด้วยเครื่องตกแต่งอย่างในยุคกลางคือ หน้าต่างกระจกแบ่งซอยเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน มีกันสาดเล็กๆ คลุมหน้าต่าง หลังคาสูงชัน เป็นบ้านที่ชวนฝันอย่างในเทพนิยาย
บ้านทรงกระท่อมในสหรัฐอเมริกา กระท่อมรุ่นแรกเริ่มจากการก่อสร้างของชาวอังกฤษที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่แมทซาชูเสทส์ และได้นำเอาวัฒนธรรม กับรูปแบบของบ้านทรงกระท่อมติดมาจากถิ่นฐานเดิมของตน จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เราพบว่าชาวอังกฤษมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่พลีมัทโดยสร้างกระท่อมที่มีขนาดพื้นที่ประมาณ 440 ตารางฟุตหรือประมาณ 40 ตารางเมตร บางครั้งก็น้อยกว่านั้นตามแต่ที่ครอบครัวของตนจะมีกำลังสร้างได้
รูปแบบของบ้านกระท่อมสร้างขึ้นจากไม้โอ๊ค และหิน หลังคาคลุมด้วยอ้อหรือฟาง ฝาทำด้วยไม้โอ๊คหรือไม้ขัดแตะและใช้แผ่นไม้ปิดอีกชั้นหนึ่ง บางครั้งฉาบผิวด้วยดินทรายและหญ้าเพื่อป้องกันน้ำซึมเมื่อฝนตกหนัก
กระท่อมทรงเคปคอต ช่วงระยะเวลา 10 ปีต่อจากนั้น ผู้คนที่มาตั้งถิ่นฐานใหม่ต่างยุ่งอยู่กับการสร้างบ้านเรือนของตน นับตั้งแต่บ้านที่เรียบง่ายสมถะจนถึงแบบบ้านที่งดงามหรูหราโดยมีรูปแบบพื้นฐานมาจากบ้านกระท่อมพื้นถิ่นของอังกฤษซึ่งเปรียบเสมือนกับแผ่นดินแม่ของตนนั่นเอง จนมาถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 18 บ้านทรงกระท่อมได้เริ่มปรากฏโฉมอย่างโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ในสหรัฐอเมริกา ด้วยรูปทรงบ้านที่มีหลังคาเดี่ยวทรงจั่วสูงชัน ซึ่งเป็นรูปแบบของบ้านกระท่อมทรงเคปคอตที่คงอยู่ในปัจจุบัน
ผู้สร้างกระท่อมที่เคปคอตเป็นกลุ่มแรก คงไม่คิดว่ากระท่อมหลังน้อยนี้ จะกลายเป็นต้นแบบของบ้านทรงกระท่อมในสหรัฐฯ เพราะในสมัยนั้นที่เคปคอตดูจะเป็นแห่งเดียวที่มีวัสดุก่อสร้างครบครัน ซึ่งแตกต่างจากมลรัฐอื่นๆ ในสหรัฐ กระท่อมเคปคอต ปรากฏโฉมออกมาได้อย่างน่ารักด้วยสัดส่วนที่พอเหมาะของช่วงเสา 10 ฟุต x 10 ฟุต ที่สามารถลากต่อกันลงบนพื้นทรายแสดงแปลนและนำไปสร้างณสถานที่ต่างๆได้โดยใช้แบบเดียวกัน กระท่อมเคปคอตจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานการสร้างบ้านในสหรัฐฯ
กระท่อมเคปคอต ประกอบด้วย โถงอเนกประสงค์ 1 ห้อง และเฉลียงทางเข้าเล็กๆพร้อมด้วยเตาผิง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวใจของบ้านเลยทีเดียว ส่วนฝาด้านนอกทำด้วยไม้ตีเกล็ดตามนอน หน้าต่างบานเลื่อนขึ้นลงแบ่งซอยเป็นลูกฟักเล็กๆมีสัดส่วนอยู่ที่ 12 ช่อง สำหรับบานล่างและ 8 ช่อง สำหรับบานบน มีกันสาดเล็กๆเหนือหน้าต่าง เพราะเนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้มีลมแรงหากมีกันสาดใหญ่ก็จะทำให้เกิดความเสียหายเวลามีพายุได้
เมื่อกระท่อมคลาสสิกหลังนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ และพันธุ์ไม้ที่เลื้อยพันอยู่โดยรอบไม่มีผู้ใดจะปฏิเสธได้ถึงความงามน่ารักมีเสน่ห์ของกระท่อม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้บ้านทรงกระท่อมได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
| โดย: เจ้าบ้าน [23 ก.ค. 47 2:03] ( IP A:203.152.36.68 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 26 สไตล์บ้านทั่วโลก บ้านสไตล์กระท่อม (Cottage Home)
บ้านสไตล์กระท่อม หรือ คอตเทช สไตล์ เป็นบ้านที่มีรูปทรงที่ดูอบอุ่น น่าสบาย กะทัดรัด ให้ความประทับใจทุกครั้งที่เห็น เหมาะที่จะเป็นบ้านพักผ่อนอันสุขสงบ บ้านซึ่งให้คุณหลีกลี้จากสภาพแวดล้อม ที่จำเจของชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็น กระท่อมน้อยริมทะเล บนภูเขา ในชนบท หรือแม้แต่กระท่อมน้อยกลางเมือง
มีหลายๆ ท่านที่ชอบไอเดียของบ้านสไตล์กระท่อม ได้นำมาสร้างเป็นบ้านสำหรับพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์ เป็นสถานที่ฟอกปอดให้ได้รับอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มที่ ได้นอนหลับสบายเต็ม อิ่ม นอนอ่านหนังสือ หรือชมนกชมไม้ได้ทั้งวัน ได้ขุดดินทำสวนอย่างเป็นอิสระ บ้านสไตล์กระท่อมจึงเป็นบ้านที่ไม่เน้นความใหญ่โตหรูหรา แต่เป็นบ้านที่คุณสามารถดูแลได้ด้วยตัวเอง เนื้อที่ไม่ต้องมากนัก มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน และประดับตกแต่งด้วยวัสดุที่คงทน ราคาไม่ต้องแพงแต่มีรายละเอียดและความประณีตพิถีพิถันของช่างผู้ชำนาญ บ้านทรงกระท่อมจะเป็นบ้านที่แสดงออกถึงบุคลิกลักษณะของตัวคุณเองอย่างเต็มที่ เพราะทุกอย่างของบ้านเป็นสิ่งที่คุณได้เลือกสรรให้เหมาะกับชีวิตและอารมณ์ของคุณอย่างละเมียดละไม
หลายท่านอาจรู้สึกว่าบ้านสไตล์กระท่อมนี้ ดูจะเหมือนๆ กับบ้านสไตล์คันทรีที่ได้เคยนำเสนอไปแล้ว ในความเป็นจริง ก็คงไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะรากฐานของบ้านทรงกระท่อมนี้ ก็มาจากบ้านสไตล์คันทรีนั่นเอง แต่สิ่งที่แตกต่างกัน ก็คือเรื่องขนาดของตัวบ้าน วัสดุและฝีมือของช่าง สไตล์คันทรีนิยมใช้วัสดุที่เป็นธรรมชาติ และหาได้ในท้องถิ่นแถบนั้น ส่วนฝีมือช่างก็อาจจะไม่ประณีตในรายละเอียดมากนัก ซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างได้พัฒนามากขึ้นและกลายเป็นระบบอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ บ้านสไตล์คันทรีที่แท้จริงจึงมักสูญหายไป และทดแทนด้วยสไตล์คันทรีที่ใช้วัสดุอย่างใหม่ แต่ยังคงไว้ด้วยการตกแต่งที่แสดงถึงจารีตประเพณีของท้องถิ่นนั้น
เรามาดูลักษณะรูปทรงบ้านทรงกระท่อมนั้น โดยสังเขปได้ที่นี่ค่ะ
| โดย: เจ้าบ้าน [23 ก.ค. 47 2:09] ( IP A:203.152.36.68 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 28 บ้านทรงกระท่อมที่งดงามด้วยรายละเอียดของวัสดุก่อสร้าง หินและไม้ที่สลักเสลางดงาม ทางเข้าเป็นประตูเล็กๆ น่ารัก ประดับด้วยต้นไม้โดยรอบ ภาพนี้ถ่ายโดยดารารุ่นคลาสสิก แครี่ แกรนท์ | โดย: เจ้าบ้าน [23 ก.ค. 47 2:10] ( IP A:203.152.36.68 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 35 บ้านสไตล์โมเดิร์น
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แทบทุกประเทศในแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา ได้ให้ความสำคัญต่อพัฒนาการของบ้านพักอาศัย และ ณ ช่วงเวลานั้นเองที่งานสถาปัตยกรรมได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง จากรูปแบบที่ดูหรูหรามีรายละเอียดตกแต่งที่วิจิตรบรรจงมาสู่รูปแบบที่ตรงไปตรงมา สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่ผันแปรไปเนื่องจากภาวะของสงคราม และให้ความสำคัญต่อเรื่องสุขอนามัยในการอยู่อาศัยแทน
บ้านเรือนได้ใช้ระบบการก่อสร้างและวัสดุที่ได้จากวิวัฒนาการทางอุตสาหกรรม เหล็กและกระจกได้ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง อาคารอพาร์ตเมนท์และบ้านแถวมีพื้นที่จำกัดและตอบสนองความต้องการแก่ผู้อยู่อาศัยได้น้อยกว่า จึงไม่ได้รับการยกย่องจากคนในยุคนั้นและกลับได้รับคำวิจารณ์ว่า เป็นสถาปัตยกรรมสำหรับคนจน เพราะไม่ได้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้มีฐานะได้ซึ่งต่างจากในปัจจุบัน รูปแบบของบ้านเดี่ยวจึงเป็นงานสถาปัตยกรรมที่ได้รับการพัฒนา ให้สอดคล้องกับความต้องการของครอบครัวที่มีฐานะดีและปานกลาง ซึ่งนำมาสู่บ้านสไตล์โมเดิร์น เริ่มตั้งแต่ช่วงปีค.ศ. 1900 จวบจนปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่า บ้านโมเดิร์นเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดของรูปแบบประเพณีนิยม
บ้านสไตล์โมเดิร์นได้ก้าวเข้ามาเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายและรู้จักกันในลักษณะของบ้าน ที่มีความแตกต่างหลุดออกไปจากบ้านตามแบบประเพณีนิยมอย่างสิ้นเชิง ใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างใหม่ๆ ที่ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการบ้านพักอาศัยภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง บ้านเดี่ยวที่งดงามถูกออกแบบไว้สำหรับครอบครัวขนาดเล็ก มีคนรับใช้ 1-2 คน และสามารถดูแลรักษาได้ง่าย สร้างด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักเบา
ความหมายของบ้านอันแสนสุขในยุคนี้ได้ถูกนำมาเรียงร้อยบรรจุลงในบ้านรูปทรงแปลกตา สร้างขึ้นจากคอนกรีตและเหล็กแทนบ้านก่ออิฐในแบบเดิม หน้าต่างกระจกที่เคยเล็กแคบบรรจุในวงกรอบไม้ก็ได้รับการเปลี่ยนแปลง เป็นหน้าต่างกระจกวงกรอบอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบากว่าและทนทานกว่า อีกทั้งยังขยายกรอบให้กว้างขึ้นเพื่อให้มีระบบระบายอากาศที่ดียิ่งขึ้นและรับแสงธรรมชาติได้มากขึ้น รวมทั้งเปิดรับมุมมองของธรรมชาติภายนอกบ้านได้กว้างขึ้น หลังคาแบน ผนังบ้านนิยมฉาบปูนเรียบและเซาะร่องเป็นเส้นตรงตามแนวนอน
ความเปลี่ยนแปลงนี้ยังได้ครอบคลุมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ได้พัฒนาให้มีรูปร่างที่น่าสบาย โปร่งเบากว่า และแสดงถึงความสามารถในการรับแรงของวัสดุที่ใช้ผลิต
จากโมเดิร์น สู่ความเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล สไตล์
แนวความคิดของบ้านสไตล์โมเดิร์นนั้น เริ่มจากประเทศที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรม และเป็นที่แพร่หลายในยุโรป เพราะสภาวะการขาดแคลนบ้านเรือนที่พักอาศัยอันเนื่องมาจากสงครามโลกอันโหดร้าย
ส่วนทางสหรัฐอเมริกาซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามน้อยกว่ายังคงชื่นชอบอยู่กับบ้านเรือน ในแนวพื้นถิ่นซึ่งนิยมใช้เครื่องประดับอาคารที่สะท้อนลักษณะวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ เช่น กรีกรีไวเวิล กอธิครีไวเวิล สแปนิชรีไวเวิล อิตาเลียนเรอเนซองส์ วิกตอเรียน บ้านในแนวนี้มีชื่อเรียกกันว่า บ้านสไตล์ร่วมสมัยหรือ Contemporary Style
จนกระทั่งปี ค.ศ.1900 -1920 บ้านสไตล์แพรรี่ (Prairie Style) ซึ่งนำโดยสถาปนิก แฟรงก์ ลอยด์ ไรท์ และ ซุลลิแวน ก็ได้เริ่มหันเหแนวทางออกจากบ้านในยุคประวัติศาสตร์ โดยยังคงใช้หลังคาที่มีความเอียงลาดเช่นทรงปั้นหยาและจั่วในรูปทรงของบ้าน แต่เริ่มนิยมเส้นนอนโดยใช้ขอบกันสาดบังบางส่วนของหลังคาไว้ยาวขนานไปตลอดแนวของหลังคา และยังคงเน้นมุขทางเข้าบ้าน
ในทศวรรษที่ 1930 แนวความคิดของบ้านสไตล์โมเดิร์นได้หลั่งไหลเข้าสู่สหรัฐอเมริกาโดยกลุ่มสถาปนิก ที่มีชื่อเสียงซึ่งได้ลี้ภัยสงครามจากยุโรปมาสู่สหรัฐฯ โดยแบบบ้านจะเน้นถึงประโยชน์ใช้สอยและความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัย การใช้วัสดุเน้นให้ได้ประโยชน์สูงสุด มีความชัดเจนของโครงสร้างและวัสดุที่นำมาใช้โดยไม่ต้องการ สิ่งประดับตกแต่งเพื่อปิดบังความงามในเนื้อแท้ของโครงสร้าง และวัสดุพื้นฐานที่ใช้คือ เหล็กและกระจก
แนวคิดดังกล่าวนี้เองได้กลายเป็นรากฐานแห่งรูปแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่ได้รับ ความนิยมอย่างรวดเร็วในสหรัฐอเมริกาและต่อมาก็ได้แพร่หลายไปทั่วโลกจนได้รับการขนานนามว่า อินเตอร์เนชั่นแนล สไตล์
ในคราวหน้า เราจะมาทำความรู้จักกับบ้านในแนวอินเตอร์เเนชั่นแนล สไตล์ กันต่อในรายละเอียดที่น่าสนใจหลายๆ อย่างซึ่งจะสะท้อนให้เห็นพัฒนาการของบ้านที่อยู่อาศัยที่เคลื่อนไหวไป พร้อมกับก้าวย่างของชีวิตในโลกยุคโลกาภิวัฒน์
| โดย: เจ้าบ้าน [23 ก.ค. 47 2:17] ( IP A:203.152.36.68 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 51 สไตล์บ้านทั่วโลก บ้านอินเตอร์เนชั่นแนลสไตล์
เมื่อครั้งที่แล้ว เราได้พูดคุยกันไปถึงบ้านในสไตล์โมเดิร์นซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น บ้านอินเตอร์เนชั่นแนลสไตล์ สืบเนื่องจากความนิยมที่แพร่หลายไปทั่วโลกและได้กลายมาเป็นรากฐานของงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยจวบจนปัจจุบัน ด้วยรูปแบบบ้านที่เน้นประโยชน์ใช้สอยและให้ความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยเป็นหลัก ภายใต้รูปทรงที่ดูทันสมัย เรียบง่ายตรงไปตรงมา
วัสดุก่อสร้างพื้นฐานที่มักใช้กับบ้านในสไตล์นี้ ได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้า อลูมิเนียม กระจกได้กลายมาเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีการนำมาใช้อย่างกว้างขวางไม่เฉพาะกับบ้านพักอาศัยเท่านั้น หากยังใช้กับอาคารสูงๆ อีกมากมาย ซึ่งได้พัฒนารูปแบบมาเป็นอาคารชุดพักอาศัยหรือคอนโดมิเนียมในปัจจุบันอีกด้วย
(คลิกที่ภาพเพื่อดูรายละเอียด)
จุดเด่นของบ้านอินเตอร์เนชั่นแนลสไตล์ แนวคิดของบ้านในแนวอินเตอร์เนชั่นแนลสไตล์ ได้ลงรากปักฐานอย่างเหนียวแน่นในสหรัฐอเมริกา ในช่วงทศวรรษ 1930 โดยมีจุดเริ่มต้นที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย มหานครลอสแองเจลิส ซึ่งมีภูมิอากาศสบายๆ แบบเมดิเตอร์เรเนียน และเป็นถิ่นของอเมริกันชนในระดับมหาเศรษฐีเนื่องจากการก่อสร้างบ้านในสไตล์น ี้มีต้นทุนสูงจากโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ คือ เหล็ก ซึ่งมีราคาแพง เหมาะสำหรับบ้านที่มีขนาดใหญ่ เพราะกำลังของเหล็กสามารถใช้พาดช่วงเสากว้างๆ ได้ บ้านสไตล์นี้จึงมักเป็นบ้านของชนชั้นแนวหน้าหรือผู้มีอันจะกินเป็นส่วนใหญ่ในยุคนั้น
บ้านในแนวอินเตอร์เนชั่นแนลสไตล์นั้น สะท้อนลักษณะของการใช้หลังคาแบน โดยรูปร่างหน้าตาของตัวบ้านจะเลี่ยงความสมมาตร หรือความเหมือนกันของด้านซ้ายและด้านขวา นั่นก็คือการออกแบบจัดแกนให้เป็นแบบอสมมาตร และแสดงโครงสร้างเหล็กหรือคอนกรีตชัดเจน ประตูหน้าต่างมักใช้วงกบและบานกรอบทำด้วยโลหะเช่นอลูมิเนียมหรือเหล็ก ผนังเกลี้ยงไร้เครื่องประดับและลวดบัวตกแต่ง ประตูทางเข้าก็ไม่ได้เน้นให้เด่นแต่อย่างใด ซึ่งเป็นรูปแบบที่แตกต่างจากบ้านเรือนในแบบประเพณีนิยมในศตวรรษที่ 19 อย่างสิ้นเชิง
โครงสร้างของบ้านในสไตล์นี้ ผนังภายนอกจะถูกออกแบบให้เป็นอิสระ ไม่ต้องรับน้ำหนักจากส่วนอื่นๆ ของโครงสร้าง และมักถูกแขวนหิ้วไว้ด้วยโครงสร้างเหล็กอย่างที่เรียกว่า ผนังม่าน หรือ curtain wall ทำให้มักมีช่องหน้าต่างกระจกเป็นแถบริบบิ้นวิ่งรอบผนังบ้านรวมทั้งตรงมุมของอาคารด้วยส่วนผนังภายในก็เป็นผนังเบาโครงสร้างอิสระทำหน้าที่เป็นเพียงฉากกั้นแบ่งพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นสัดส่วนตามความต้องการ หลังคาแบนมักมีส่วนยื่นเพื่อให้ดูผนังภายนอกเบาและลอย
| โดย: เจ้าบ้าน [23 ก.ค. 47 2:32] ( IP A:203.152.36.68 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 58 สไตล์บ้านทั่วโลกบ้านอินเตอร์เนชั่นแนล
แฟรงก์ ลอยด์ ไรท์ สถาปนิกชั้นแนวหน้าของสหรัฐอเมริกา เป็นผู้นำแนวคิดของบ้านในสไตล์นี้มาเผยแพร่ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย และต่อมา เลอร์ คอร์บูซิเอร์(Le Corbusier) สถาปนิกชาวฝรั่งเศสก็ได้นำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้ทั่วไป คอร์บูซิเอร์ ได้ประกาศแนวคิดของเขาว่า "บ้านเปรียบเสมือนเครื่องจักรสำหรับการอยู่อาศัย (The House As a Machine for Living)" บ้านในความหมายของเขาจึงสะท้อนออกมาในรูปแบบของการตัดเอาลวดลายประดับตกแต่งวิจิตรพิสดารแบบเก่าก่อนออกไป และบรรจุอุปกรณ์ที่ล้ำยุคด้วยเทคโนโลยีเข้าไปในบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ อันทันสมัย ห้องนั่งเล่นที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ให้ความบันเทิงในสมัยนั้น เช่น โทรทัศน์ วิทยุ
แนวความคิดของคอร์บูซิเอร์ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และได้ใช้เป็นแนวทางในการออกแบบบ้านต่อมาอีกหลายทศวรรษ จวบจนกระทั่งโลกได้ก้าวมาสู่ยุควิกฤตการณ์พลังงานและสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแนวทางการออกแบบบ้าน และอาคารมาสู่รูปแบบอื่นในเวลาต่อมา
(คลิกที่ภาพเพื่อดูรายละเอียด)
สไตล์โมเดิร์นและอินเตอร์เนชั่นแนล มิได้มีอิทธิพลเฉพาะกับการออกแบบบ้านเท่านั้น แต่ได้รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในบ้านดังที่กล่าวมาข้างต้น ในยุคนี้เองที่เป็นการเปิดศักราชใหม่ให้สินค้าอุตสาหกรรมได้เข้ามามีบทบาทภายในบ้านอย่างมาก และเป็นสิ่งที่สถาปนิก และนักออกแบบตกแต่งภายในจำเป็นต้องประยุกต์สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้เข้าไว้ในเนื้อหาของงานออกแบบอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ครัว โคมไฟประเภทต่างๆ และผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสารพัดชนิด
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ได้เกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปจากต้นศตวรรษที่ 20 เรื่อยมา จนถึงปัจจุบันอินเตอร์เนชั่น แนลสไตล์ก็ยังคงมีบทบาทอย่างต่อเนื่องและมีการพัฒนารูปแบบให้สอดรับกับการอยู่อาศัยในโลกยุคสหัสวรรษใหม่ซึ่งผู้ อยู่อาศัยต่างมีความตื่นตัวในเรื่องการสร้างคุณภาพชีวิต และความใส่ใจต่อสภาวะแวดล้อม การออกแบบบ้านสมัยใหม่ได้ หันมาใช้เทคโนโลยีไฮเทคเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาการอยู่อาศัย อาทิ การใช้กระจกตัดแสงเพื่อป้องกันความร้อน การติดตั้งอุปกรณ์ดูดควันภายในครัวเพื่อให้มีการระบายอากาศที่ดีภายในบ้าน การติดตั้งเครื่องตรวจควันภายในอาคารเพื่อป้องกันไฟไหม้ เป็นต้น
และเช่นเดียวกับกาลเวลาที่ผันผ่านไปไม่หยุดนิ่ง รูปแบบของบ้านเรือนก็มีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่มีสไตล์ใดที่จะคงอยู่จีรังยั่งยืน เฉกเช่นเดียวกับชีวิตหนึ่งจากไป อีกชีวิตหนึ่งก็เกิดขึ้นแทนที่ หมุนเวียนไปเป็นวัฎจักรในโลกของสถาปัตยกรรมก็เช่นเดียวกัน ในต้นศตวรรษที่ 21 นี้ ผู้คนได้หันมาตื่นตัวในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกันอย่างจริงจัง และให้ความสนใจในการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเรือน ที่เน้นความงามอันสอดคล้องกลมกลืนกับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราจะได้กล่าวถึงบ้านในแนวนี้ในโอกาสต่อไป
ตัวอย่างแบบบ้านโมเดิร์นสไตล์ญี่ปุ่น (คลิกที่ภาพเพื่อดูรายละเอียด)
| โดย: เจ้าบ้าน [23 ก.ค. 47 2:44] ( IP A:203.152.36.68 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 64 บ้าน Karuizawa สร้างเมื่อปีค.ศ.1963 บ้านสไตล์โมเดิร์น ที่ญี่ปุ่น ผลของสงครามโลกได้ทำให้บ้านเรือนพังทลาย ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นจำต้องเปิดรับอารยธรรมตะวันตก บ้านสไตล์โมเดิร์นได้เข้ามามีบทบาทต่ออาคารพักอาศัยอย่างมาก ญี่ปุ่นได้พยายามประสานอารยธรรมตะวันตกเข้าสู่วัฒนธรรมที่เรียกว่าชาตินิยม ได้เป็นอย่างดี ดังเช่นบ้านชนบทหลังนี้ ส่% | โดย: เจ้าบ้าน [23 ก.ค. 47 2:52] ( IP A:203.152.36.68 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 65 Matzukawa House โดย Mayumi Miyawaki Architect & Associates ปีค.ศ.1991 งดงามและสงบนิ่งในแบบวัฒนธรรมญี่ปุ่นและผสานกลมกลืนกับเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 20 | โดย: เจ้าบ้าน [23 ก.ค. 47 2:53] ( IP A:203.152.36.68 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 74 ขอบคุณครับ ให้ความรู้มากๆเลย ครับ | | โดย: ตึ๋ง [2 มี.ค. 53 1:33] ( IP A:122.154.25.100 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 75 %%%%สวยจังค่ะ ชอบแบบสไตล์คันทรี่ในเม็กซิกันดูกลมกลืนกับธรรมชาติดี^_^ | | โดย: patt [7 ก.ค. 53 13:15] ( IP A:118.172.208.165 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 76 อยากได้แบบเล็กๆ สร้างง่ายๆ จัง
| | โดย: kid_and_kan@hotmail.com [4 ส.ค. 53 12:01] ( IP A:117.47.92.204 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 77 สวยมากๆ ค่ะ และขอบคุณค่ะ | | โดย: อ๋อม [8 มิ.ย. 54 20:27] ( IP A:183.89.79.70 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 78 รับติดตั้งงานประตู-หน้าต่าง มุ้งลวด ระบบพิเศษ งานคุณภาพมาตรฐานยุโรป เป็นที่นิยมมากที่สุด ในวงการสถาปนิก และผู้รับเหมา ได้รับการจัดลำดับว่าเป็นผู้ผลิตที่ได้คุณภาพและสวยงามติดอับดับ 1 ใน website ของ Pantip สนใจติดต่อคุณก้อย 089-028-0275 | | โดย: pechjaa@hotmail.com [20 ต.ค. 54 17:16] ( IP A:110.168.97.142 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 79 รับติดตั้งงานประตู-หน้าต่าง มุ้งลวด ระบบพิเศษ งานคุณภาพได้มาตรฐานสนใจติดต่อคุณก้อย 089-028-0275
| | โดย: omahha_4@yahoo.com [20 ต.ค. 54 17:34] ( IP A:110.168.97.142 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 80 Home sweet home | | โดย: Srisuk _55@yahoo.co.th [7 ก.พ. 55 22:54] ( IP A:41.23.86.50 X: ) |  |
|