อาหาร+6  <<  กลับไปหน้าแรก

บทบาทของนำมันมะพร้าวต่อสุขภาพ และความงาม
   การบรรยายประชุมวิชาการ เรื่อง บทบาทของน้ำมันมะพร้าวต่อสุขภาพ และความงาม
โดย : ดร. ณรงค์ โฉมเฉลา
สรุปการบรรยายประชุมวิชาการกรมพัฒน์ (วันพุธ)
เรื่อง "บทบาทของนำมันมะพร้าวต่อสุขภาพ และความงาม"
โดย ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2548 เวลา 10.00-12.00 น.
ณ ห้องประชุมเบญจกูล กรมพัฒน์ฯ
มะพร้าว เป็นพืชพื้นเมืองของไทย ซึ่งบรรพบุรุษได้นำมะพร้าวมาใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของต้น จนมะพร้าวได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้สารพัดประโยชน์ และเป็นพฤกษาชีวิน หรือ Tree of life เนื่องจากเป็นที่มาของปัจจัยสี่ ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่มห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัย มาตั้งแต่โบราณกาล โดยที่คนไทยไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ แต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง น้ำมันมะพร้าวและกะทิซึ่งเป็นไขมันประเภทอิ่มตัว (saturated fat) ถูกระบุว่าเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ เพราะมีคอเลสเตอรอลสูง และเมื่อบริโภคเข้าไป ร่างกายก็ไปเปลี่ยนเป็นคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในกระแสโลหิต อันเป็นสาเหตุของการอุดตันของหลอดเลือดทำให้หัวใจวายเพราะขาดเลือด จึงมีการรณรงค์ให้หันไปบริโภคน้ำมันพืชที่ ไม่อิ่มตัว(unsaturated fat) แทน เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพด เป็นต้น แต่ในปัจจุบันได้มีรายงานการวิจัยซึ่งนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกได้ตีพิมพ์ซึ่งชี้ให้เห็นว่า น้ำมันมะพร้าวที่เคยถูกระบุว่าเป็นสาเหตุของโรคหัวใจนั้นไม่เป็นความจริง เพราะผลการวิจัยสรุปได้ว่า น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุดในโลก แต่น้ำมันที่ไม่อิ่มตัวทั้งหลายกลับเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคข้อเสื่อมและโรคอื่นๆ ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ทำให้มนุษย์เสียชีวิตลงก่อนวัยอันควร เช่น คนอเมริกันกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ มีน้ำหนักเกินอัตราที่กำหนดซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลายชนิด เหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องมาจากทุกคนพากันบริโภคน้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันไม่อิ่มตัวชนิดอื่น ๆ ซึ่งเกิดจากความเข้าใจผิดมาเป็นเวลานาน
ด้วยเหตุนี้จึงควรหันมาให้ความสำคัญกับน้ำมันมะพร้าวเพราะมีประโยชน์ทั้งในแง่ต่อสุขภาพและความงาม ซึ่งถ้าย้อนไปในยุคสมัยบรรพบุรุษของไทย อาหารไทยทั้งคาวและหวานหลายชนิด ต้องใช้กะทิหรือน้ำมันมะพร้าวเป็นเครื่องปรุง นอกจากนั้นยังใช้บำรุงสุขภาพและความงาม เช่น ใช้น้ำมันมะพร้าวทานวดตัวเพื่อรักษาโรคกระดูก ปวดเมื่อย และรักษาผิวไม่ให้กร้านแดดและเ *** ่ยวย่น ตลอดจนใช้น้ำมันมะพร้าวชโลมผมให้ดกดำเป็นเงางาม แต่คนสมัยใหม่กลับพึ่งพาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เช่น อาหารเสริม เครื่องสำอาง ยากันแดด ครีม โลชั่น ซึ่งบางชนิดกลับเป็นผลเสียต่อสุขภาพ และความงามของผู้บริโภคอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นต้น
ชนชาติของประเทศทวีปเอเชีย เช่น ศรีสังกา อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ซึ่งบริโภคมะพร้าวเป็นอาหารหลักอย่างหนึ่ง โดยใช้กะทิหรือน้ำมันมะพร้าวเป็นส่วนประกอบของอาหาร คนกลุ่มนี้ก็มีสุขภาพแข็งแรง และไม่ค่อยมีคนอ้วนหรือเป็นโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจเป็นจำนวนมากเหมือนกับพวกชาวตะวันตก และในด้านความงามก็เช่นเดียวกัน คนพื้นเมืองในประเทศเหล่านี้แม้ว่าบางเชื้อชาติจะมีผิวคล้ำแต่มีผิวที่เนียนไม่แตกลายหรือเ *** ่ยวย่น แต่ผิวพรรณกลับดูอ่อนกว่าวัย เส้นผมสลวยดกดำเป็นเงางามอันเนื่องมาจากใช้น้ำมันมะพร้าวมาทาผิว และชโลมเส้นผมนั่นเอง
ประเภทของน้ำมันมะพร้าว
น้ำมันมะพร้าว แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามกระบวนการผลิตดังนี้
1. น้ำมันมะพร้าว RBD สกัดได้จากเนื้อมะพร้าวห้าวโดยการบีบ หรือใช้ตัวทำละลาย ผ่านความร้อนสูง และขบวนการทางเคมี RBD คือการทำให้บริสุทธิ์ (refining) ฟอกสี (bleaching) และกำจัดกลิ่น (deodorization) หลังจากที่สกัดได้ เพื่อให้เหมาะสำหรับการบริโภค ได้น้ำมันสีเหลืองอ่อนไม่มีกลิ่นและรส ปราศจากวิตามินอี (เพราะถูกขจัดออกไปโดยขบวนการทางเคมี) มีปริมาณกรดไขมันอิสระ (free fatty acid) ไม่เกิน 0.1 % ปัจจุบันไม่ค่อยมีจำหน่าย เพราะโรงงานสกัดน้ำมันมะพร้าวประเภทนี้ส่วนใหญ่เลิกดำเนินกิจการไปนานแล้ว
2. น้ำมันมะพร้าวบีบเย็น (cold-pressed coconut oil) โดยขบวนการบีบไม่ผ่านความร้อนสูง ผลิตจากเนื้อมะพร้าวสดเป็นน้ำมันมะพร้าวที่บริสุทธิ์ที่สุด สีใสเหมือนน้ำ มีวิตามินอี และไม่ผ่านขบวนการเติมออกซิเจน (oxidation) มีค่า peroxide และกรดไขมันอิสระต่ำมีกลิ่นมะพร้าวอย่างอ่อน ๆ ถึงแรง (ขึ้นอยู่กับขบวนการการผลิต) มีความชื้นไม่เกิน 0.1 % เรียกน้ำมันมะพร้าวชนิดนี้ว่า น้ำมันมะพร้าวพรหมจรรย์ (Virgin Coconut Oil) เป็นน้ำมันที่ผลิตโดยอุตสาหกรรมขนาดเล็ก หรือในครัวเรือน
เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวที่มีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันเป็นน้ำมันมะพร้าวประเภทพรหมจรรย์ จึงขออธิบายถึงองค์ประกอบเฉพาะของน้ำมันประเภทนี้ ซึ่งมีส่วนทำให้น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันพืชชนิดเดียว
โดย: [0 3] ( IP )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 2
   กายของมนุษย์สามารถเปลี่ยนน้ำมันมะพร้าวให้เป็นพลังงานอย่างรวดเร็ว เนื่องจากส่วนใหญ่ของกรดไขมันของน้ำมันมะพร้าวมีโมเลกุลขนาดกลาง (C8 – C14) เมื่อเราบริโภคเข้าไปมันจะผ่านจากกระเพาะอาหารไปยังลำไส้ แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ตับอย่างรวดเร็ว (ภายในหนึ่งชั่วโมง) ทำให้ไม่มีไขมันเหลือสะสมในร่างกาย ดังภาพที่ 1

โดย: โจ [12 มิ.ย. 51 18:56] ( IP A:58.10.6.165 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
   ภาพที่ 1 แสดงความแตกต่างของโมเลกุลไขมันในการเปลี่ยนเป็นพลังงาน
2.2 เพิ่มอัตราเมตาบอลิซึม : นอกจากจะเปลี่ยนเป็นพลังงานอย่างรวดเร็วดังได้กล่าวมาแล้ว น้ำมันมะพร้าวยังไปเร่งอัตราการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงาน หรือเมตาบอลิซึม (metabolism) เพราะมันมีผลทำให้เกิดความร้อนสูง (thermogenesis) โดยไปกระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้ทำงานเร็วขึ้น คล้ายกับบุคคลประเภทไฮเปอร์ไทรอยด์ (hyperthyroid) ที่ต่อมไทรอยด์ทำงานในอัตราที่สูงกว่าคนธรรมดา บุคคลพวกนี้จึงใช้พลังงานมาก ทำให้เป็นคนกระฉับกระเฉง (active) และไม่อ้วน เพราะน้ำมันมะพร้าวที่บริโภคเข้าไปถูกเผาผลาญเป็นพลังงานหมดไม่สะสมเป็นไขมันในร่างกาย ดังภาพที่ 2

โดย: โจ [12 มิ.ย. 51 18:58] ( IP A:58.10.6.165 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
   elasticity) ทนทานต่อการบิดงอและมีความเหนียว ส่วนในซึ่งประกอบด้วยโปรตีนที่เรียกว่า เคอราทิน (keratin) ที่มีประกอบด้วยเส้นเล็ก ๆ มัดรวมกัน โปรตีนของเส้นผมจะสูญเสียหรือสลายตัวไปตามอายุขัย แต่อาจเร็วขึ้นจากการไม่รักษาผมให้ดี และการทำร้ายเส้นผม เช่น จากการดัดผม การย้อมผมด้วยน้ำยาเคมี แม้กระทั่งการหวีผมที่ใช้หวีที่คม น้ำมันมะพร้าวจึงช่วยลดปริมาณการสูญเสียของเส้นผม เพราะน้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติยึดเกาะ (affinity) กับโปรตีนของเส้นผมได้ดี อีกทั้งยังมีขนาดเล็กจึงแทรกซึมเข้าไปในเส้นผมได้สะดวก ในขณะที่น้ำมันทานตะวันและน้ำมันแร่ (mineral oil) ซึ่งเป็นที่นิยมใช้เป็นส่วนประกอบในอุตสาหกรรมน้ำมันใส่ผม ไม่ได้มีส่วนช่วยแต่อย่างใด เพราะไม่สามารถซึมเข้าไปในเส้นผมได้เหมือนน้ำมะพร้าว
จากที่ได้กล่าวมาจะเห็นได้ว่า น้ำมันมะพร้าวมีบทบาทอย่างมากต่อสุขภาพ และความงามของมนุษย์ไม่ว่าจะใช้ในการบริโภคเป็นอาหาร หรืออาหารที่เป็นยาด้วย (nutraceutical หรือ functional food) และการใช้ภายนอกโดยการใช้ถูนวดตัว หรือชโลมผม เป็นต้น จากข้อมูลทั้งหมดหวังว่าจะจุดประกายกระตุ้นให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหันกลับมาทบทวนข้อมูลเชิงวิชาการเพื่อทำการวิจัยและพัฒนา น้ำมันมะพร้าวซึ่งมีบทบาทสำคัญในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เนื่องจากสภาพประเทศไทยมีแหล่งมะพร้าวที่สามารถตอบสนองความต้องการของคนในประเทศและต่างประเทศได้ จึงควรช่วยกันสนับสนุน ให้น้ำมันมะพร้าวกลับมาเป็นที่นิยมใช้และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่แพร่หลายในอนาคตต่อไป
เรียบเรียงโดย
กลุ่มงานพัฒนาวิชาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร
สถาบันการแพทย์แผนไทย
สร้างเมื่อ 08 - ก.พ.- 49
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
สรุปประชุมวิชาการ เรื่อง "บทบาทของน้ำมันมะพร้าวต่อสุขภาพและความงาม"

โดย: โจ [12 มิ.ย. 51 19:01] ( IP A:58.10.6.165 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
   ตั้งแต่หัวจรด....ทีน เค้าน่ะจ๋วยด้วนน้ำมันมะพร้าวทั้งนั้เลย แต่ไม่กินเนื้อม่ะพร้าวถ้าไมอ่อนจริงๆๆ เพราะเนื้อมะพร้าวมันไม่ย่อยจ้าเลยเกิดอาการเวียนหัวอยากเอาของเก่าออกน่ะเลยชอบกินแต่น้ำจ้าๆๆๆๆๆๆๆ
แทงค์กิ้วจ้า สำหรับข้อมูลเก่าที่เอามาขัดเกาให้ได้ความรู้ใหม่อีกครั้งเพราะบางที่เราก็ลืมบางส่วนไปว่ามันทำอะไรๆ ได้อีกตั้งเยอะเน้อๆๆๆๆๆ
โดย: ฟร้อน [12 มิ.ย. 51 19:33] ( IP A:124.82.90.66 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
   จ้า แม่คุณ ...เราเองก็เริ่มกลับมาใช้ได้ไม่นานเพราะว่าเครื่องสำอางค์มันล้างไม่ออก พอเอาสำลีชุบน้ำมันมะพร้าวเช็ดงี้ โห รู้งี้ใช้ตั้งแต่สาวๆแระ ไม่รอมาใช้ตอนอายุ 28 หรอก5555
โดย: โจ [12 มิ.ย. 51 20:44] ( IP A:203.209.96.99 X: )

ความคิดเห็นที่ 10
   I read about how good the coconut milk & oil many years ago and I agree with the researcher without doubt.

Eggs also are no harm. Can you tell everybody too.
Thank you.
โดย: Subu [12 มิ.ย. 51 20:44] ( IP A:125.25.146.206 X: )

ความคิดเห็นที่ 11
   สวัสดีค่ะคุณโจและเพื่อนๆ

ยืนยันด้วยคนค่ะว่าน้ำมันมะพร้าว (แบบเย็น) เช็ดหน้าได้สะอาดเกลี้ยงเกลาจริงๆ
พร้อมกันนี้บุหลันแรมมีวิธีทำน้ำมันมาฝากด้วยนะคะ
จากคุณวนเกษตร ขอขอบคุณอย่างสูงมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

http://www.pantown.com/board.php?id=15361&area=4&name=board20&topic=5&action=view

และลิงค์ล่างคือที่บุหลันแรมลองทำ ลองผิดลองถูกเพราะอ่านรายละเอียดและดูรูปแบบไม่ดีพอ ทำให้เข้าใจผิดไป อิ๊ อิ๊
จนป่านนี้ยังไม่ได้ลองใหม่เลยค่ะ หาวิธีดูดน้ำมันยังไม่เจอ..

http://www.pantown.com/board.php?id=15361&area=4&name=board20&topic=29&action=view
โดย: ♥ บุหลันแรม.. [13 มิ.ย. 51] ( IP A:125.27.76.48 X: )

ความคิดเห็นที่ 12
    สวัสดีค่ะคุณโจ คุณSubu หนูฟร้อน พี่บุหลันแรม

น่าสนใจจังเลย ขอก๊อปไปอ่านก่อนนอนนะจ๊ะ และขอบคุณมากๆจ๊ะ

พี่บุหลันแรม.. ที่บ้านสา มีกาใส่น้ำ แบบน้ำที่เราต้มไว้กิน สาจะเทใส่ในกาน้ำนี้ค่ะ จริงๆไม่เรียกว่ากา น่าจะเรียกว่า เหยือกน้ำพลาสติก
ตามจริงแล้ว เค้าเอาไว้ใส่น้ำซุป เพราะ น้ำซุปที่เทลงไปในเหยือกใบนี้ จะไปโผล่ที่ช่องเล็ก ตรง ช่องนั้น จะไม่มีไขมันเลยค่ะ มันจะเอาน้ำส่วนล่างขึ้นมา น้ำส่วนบน จะมีไขมัน มันจะไม่ใหลลงไป พอเราเทเหลือน้ำใกล้ๆก้นเหยือก เราก็ไม่เอา ก็จะได้น้ำซุปที่ใสมากินได้เลยค่ะ
สาก็เลยคิดว่า พี่น่าจะลองเอาเหยือกแบบนี้ไปใช้ดู เชื่อว่าเหมาะมากๆ
เหยือกใบนี้ สาซื้อที่ฮ่องกง คิดว่าที่เมืองไทย อาจจะมีขายนะค่ะ ตามห้างใหญ่ๆนะค่ะ ถ้าพี่อยากเห็นรูป สาจะไปถ่ายรูปเหยือกแยกไขมันมาให้ดูนะค่ะ
โดย: ชมพู่ [13 มิ.ย. 51 2:13] ( IP A:213.114.231.181 X: )

ความคิดเห็นที่ 13
   ขอบคุณค่ะคุณโจสำหรับข้อมูลดี ๆ

แล้วก็ขอบคุณ ๅ บุหลันแนมด้วยค่ะ เพราะยังงงว่าใช้ส่วนไหนของกะทิ เคยเห็นแต่เขาเอาไปเคี่ยวแล้วได้น้ำมันใส ๆ ลอยมา แต่แบบ Cold Press หรือเรียกว่าอะไรแบบเย็น ๆ นั่นเพิ่งทราบค่ะ

หนูฟร้อนแฝดเนื้องอก เหมีอนกันอีกแล้ว อิอิ แต่มาอยุ่ตรงนี้เลยขาดแคลนไปหน่อย ได้แค่กินน้ำมะพร้าวกระป๋องอย่างเดียว มะพร้าวอ่อนที่กินได้เป็นทลาย ๆ เลยค่ะ ชอบมาก ๆ ชอบมะพร้าวทุกส่วนของมันเลยค่ะ
โดย: ต้นโอ๊ค [13 มิ.ย. 51 2:40] ( IP A:71.252.223.48 X: )

ความคิดเห็นที่ 14
   ขออภัยค่ะ...จะเอาคุณบุหลันแรมไปแนมแล้วไหมล่ะ อิอิ ตัวอักษรบนแป้นมันเลือนแล้วขี้เกียจซ่อมน่ะค่ะ
โดย: ต้นโอ๊ค [13 มิ.ย. 51 2:41] ( IP A:71.252.223.48 X: )

ความคิดเห็นที่ 17
   ไขมัน MCTs
(เช่น ไขมันที่พบในน้ำมันมะพร้าว) จะรับประทานอาหารกลางวันน้อยลง ส่วนอาหาร
เย็นนั้นไม่พบความแตกต่าง การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าเมื่อรับประทานอาหาร MCTs
ในอาหารมื้อหนึ่งแล้ว ก็จะทำให้ความหิวในอาหารมื้อต่อไปลดลงและรับประทานน้อย
ลงนอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ผู้ที่รับประทานอาหารกลางวันน้อยกว่าก็ไม่ได
มารับประทานอาหารเย็นมากขึ้นเพื่อชดเชยด้วย ปริมาณอาหารที่รับประทานทั้งวันจึง ลดลง
เพิ่มเมตาโบลิซึ่มและควบคุมความอยากอาหาร
ผลในการเพิ่มเมตาโบลิซึ่มของ MCTs จะไม่มีผลยาวเพียงแค่หลังรับประทานอาหารไป 1 หรือ 2 ชั่วโมงเท่านั้น
การศึกษาหลายครั้งแสดงให้เห็นว่า MCTs ทำให้ระดับเมตาโบลิซึ่มเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
ระหว่างนี้คุณก็จะชื่นชมไปกับการมีพลังที่สูงขึ้น และการเผาผลาญไขมันในอัตราที่เพิ่มขึ้น
อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับน้ำมันมะพร้าว คือ ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มได้ดีกว่าไขมันชนิดอื่น เมื่อน้ำไปประกอบกับอาหาร และเมื่อเรารับประทานอาหารนั้น จะทำให้รับประทานได้น้อยลง และรู้สึกอิ่มได้นานกว่าอาหารที่ปรุงด้วยไขมันชนิดอื่น ในกรณีศึกษาครั้งหนึ่ง ได้แบ่งสตรีออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้เครื่องดื่มที่มี MCT (จากน้ำมันมะพร้าว) อีกกลุ่มได้เครื่องดื่มที่มี LCT หลังจากนั้น 30 นาที ก็ให้พวกเธอทานอาหารกลางวันและให้ทานมากเท่าที่ต้องการ พบว่าผู้ที่ได้
รับ MCT ก่อนอาหารจะรับประทานอาหารน้อยกว่า และผู้บันทึกการศึกษาครั้งนี้ระบบว่า “แคลอรีที่รับประทานเข้าไปในอาหารกลางวันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ”
เมื่อน้ำมันมะพร้าวมารวมกับอาหารดี ๆ ที่เหมาะสมแล้วน้ำมันมะพร้าวจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้สมดุลระหว่างกล้ามเนื้อ และขมันในร่างกายดีขึ้น แล้วยังเป็นน้ำมันสำหรับทำอาหารที่ดีที่สุด เพิ่มน้ำมันมะพร้าวเพียงเล็กน้อยในอาหารจะช่วยกระตุ้นเมตาโบลิซึ่มและทำให้หายหิวได้ แม้ว่าไขมันที่อยู่ในน้ำมันมะพร้าวจะมีแคลอรีมากกว่าโปรตีนหรือคาร์โบไฮเดรตก็ตาม แต่ผลจากเมตาโบลิซึ่มของไขมันและการป้องกันความอยากอาหารจะช่วยชดเชยแคลอรีที่มีมากนี้ลงได้


แปลและเรียบเรียงจากเรื่อง : Coconut Oil ; Nature's Fat-Burning Miracle โดย : Bruce Fife, N.D.
วารสาร : Let's Live เดือน มกราคม 2005
ผู้แปล : ฉัตรตระกูล เจียจันทร์พงษ์ , M.P.H.

ข้อมูลจาก : นิตยสาร อาหาร&สุขภาพ ปีที่ 18 ฉบับที่ 116 พ.ศ. 2548
โดย: โจ [13 มิ.ย. 51 12:43] ( IP A:58.10.6.163 X: )

ความคิดเห็นที่ 18
   อันนี้หน้าสนจัยยยยยมากเลย ลดน้ำหนักได้ด้วยงี้ต้องลองเสียแล้วๆๆๆๆๆๆๆๆ
โดย: ฟร้อน [13 มิ.ย. 51 14:08] ( IP A:124.82.92.205 X: )

ความคิดเห็นที่ 19
   ...สวัสดีทุกท่านครับ แวะเข้ามาทักทายครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
โดย: จินจง [13 มิ.ย. 51 14:25] ( IP A:125.24.161.33 X: )

ความคิดเห็นที่ 20
   สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
โดย: จิง....จัง [13 มิ.ย. 51 21:53] ( IP A:118.174.201.134 X: )

ความคิดเห็นที่ 21
   คุณโจจ๋าขอบพระคุณขนาดเลยเจ๊า เป็นความรู้เเต้ๆเลย ว่าเเต่เราจะหาซึ้อได้ที่ไหนละเจ๊า
โดย: เจ้าตุ้ย [14 มิ.ย. 51 1:34] ( IP A:68.201.41.93 X: )

ความคิดเห็นที่ 22
   เป็นความรู้ที่ดีมากคะ สามารถนำมาทำใช้เองได้ด้วย แล้วน้ำมันมะพร้าวที่ทำเอง จะหมดอายุเมื่อไร จะทราบได้อย่างไร แฟนเคยซื้อมาจากเมืองไทย ไม่กล้าใช้กลัวใส่สารกันบูดนะคะ อยู่ต่างประเทศเขาใช้อะไรขูดมะพร้าวกันคะ ถ้าไม่มีกระต่ายขูดมะพร้าวนะคะ
โดย: muay [14 มิ.ย. 51 17:25] ( IP A:81.246.148.193 X: )

ความคิดเห็นที่ 23
   คุณโจ เราเอาที่กรองน้ำมันมะพร้าวมาให้ดูด้วยจ๊ะ ต่อกระทู้บนนะ
หวัดดี คุณโจ คุณจินจง คุณจิงจัง ป้าตุ้ย คุณmuay

เรื่อง อยู่ต่างประเทศเขาใช้อะไรขูดมะพร้าวกัน ก็มีที่ขูดมะพร้าวนะค่ะ ซื้อมาจากไทยค่ะ
และลองแวะไปดูกระทู้ที่ขูดมะพร้าวนะค่ะ ลิ้งค์ข้างล่างนี้ค่ะ
http://www.pantown.com/board.php?id=11499&area=1&name=board31&topic=9&action=view

โดย: ชมพู่ (เจ้าบ้าน ) [15 มิ.ย. 51 1:26] ( IP A:213.114.231.187 X: )

ความคิดเห็นที่ 24
   ขอบคุณคุณชมพู่มากคะ ภาพบนเคยเห็น แต่ภาพล่างเพิ่งจะเคยเห็น คงหาซื้อได้ไม่ยากใช่ไหมคะ
โดย: muay [15 มิ.ย. 51 23:07] ( IP A:81.246.186.185 X: )

ความคิดเห็นที่ 25
   ขอบคุณมากนะคะที่เอากามาให้ดูในเมืองไยไม่รู้มรไหมเมื่อวานแวะโลตัสไม่เห็นมีเลยค่ะ ตอนนี้ไม่ค่อยมีปัญญาทำไรมากค่ะ เหนื่อยสุดๆ
โดย: โจ [17 มิ.ย. 51 19:52] ( IP A:203.209.97.146 X: )

ความคิดเห็นที่ 26
   ขอบคุณคุณโจมากค่ะ ทีให้ข้อมูลดีๆ อย่างนี้
โดย: เก๋ [27 มิ.ย. 51 16:48] ( IP A:61.19.236.76 X: )

ความคิดเห็นที่ 27
   http://chompoo-kitchen.pantown.com/ครัวชมพู่
โดย: เจ้าบ้าน [9 พ.ย. 51 12:02] ( IP A:213.114.231.186 X: )


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน