Chompoo-Kitchen  >>  กระทู้เก่า2

เรียนถามวิธีทำขนมทอดชื่ออะไรก็มิรู้
   สมัยวัยรุ่นเคยช่วยพี่สาวทำขนมทอดชนิดนึง เอาไม้เสียบไส้กรอกชิ้นเล็กๆแล้วชุบแป้งลงไปทอดให้ลูกออกมากลมๆ จากนั้นต้องชุบซ้ำไปทอดอีกครั้งก็จะได้ลูกใหญ่ขึ้น ออกรสหวานนิดๆและมีเค็มหน่อยๆจากไส้กรอกครับ ไม่ทราบว่าจะเรียกชื่อขนมอะไร อยากได้สูตรทำขนมนี้น่ะครับ ท่านใดพอทราบ ขอรบกวนสูตรด้วยนะครับ
ถึงคุณชมพู่ ผมกลับจากโอมานหนีร้อนมาพึ่งฝนเมืองไทย ได้เดือนนึงแล้วครับ เดือนหน้าจะต้องกลับไปอีก ว่างๆเลยลงทุนให้กับพี่เลี้ยงลูกทำข้าวเหนียวหมูทอด กับข้าวเหนียวไก่ชุบแป้งทอดขาย หน้าโรงเรียนแถวบ้าน สนุกดีเหมือนกันครับ
โดย: R-LUCK [17 ก.ค. 55 8:52] ( IP A:115.87.154.120 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 1
   คุณชมพู่ครับ หากว่ามีสูตรทำไก่ป๊อบก็ขอด้วยนะครับ จะลองทำไปเสริมเมนูไก่ทอดน่ะครับ ขอบคุณครับ
โดย: R-LUCK [17 ก.ค. 55 9:31] ( IP A:58.9.19.221 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
   ...สวัสดีครับ เข้ามาทักทายครับ " ใส้กรอกชุบแป้งทอด " " ลูกชิ้นปลาชุบแป้งทอด " ครับใช้แป้งสาลีละลายน้ำให้ข้นๆครับ
โดย: จินจง [17 ก.ค. 55 11:26] ( IP A:113.53.139.208 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
   สวัสดีค่ะคุณ R-LUCK และคุณจินจง และขอบคุณ คุณจินจงมากๆสำหรับสูตรอร่อยๆที่มาฝากกันค่ะ

คุณR-LUCK ใส้กรอกชุบแป้งทอด เมนูนี้ ตอนเด็กๆหลังเลิกเรียน จะเดินไปเข้าแถวซื้อ ใส้กรอกชุบแป้งทอด เค้าจะเอาไสเกรอกชิ้นขนาดเท่าครึ่งของนิ้วก้อยของเรา แล้ว เอาไปชุบแป้งทอด ชุบทีละชึ้น พอสุกก็ชุบอีก ชุปจนแป้งเป็นลูกกลมๆ (ชุบแป้งทอดในราว 5 ชุ้น อร่อยมากๆ จะหอมกลิ่นวนิลาหน่อยๆด้วยค่ะ
ใช้สูตรแป้งวัฟเฟิล หรือขนมรวงผึ้งทำค่ะ แต่ให้เติมแป้งข้าวเจ้าลงไป หรือ ใส่น้ำปูนใสลงไป จะทำให้ขอมกรอบอร่อยมากขึ้นค่ะ
ลองเข้าไปดูรูปและสูตรจากเว็บข้างล่างนี้นะค่ะ และขอบคุณที่มาด้วยค่ะ

http://talk.mthai.com/topic/95834



ส่วนไก่ป๊อบ ลองกดเข้าไปดูที่ลิ้งค์ข้างล่างนี้นะค่ะ
http://baarnmk.exteen.com/20111223/kfc

ปล.ไก่ชุบเกล็ดขนมปังทอด จริงๆ ไม่ยากเลย(น้ำมันต้องใช้มากให้น้ำมันร้อนกำลังดี ถึงจะใส่ไก่ลงไปทอด ให้ลองทอดชิ้นเล็กๆไปก่อน ) แต่สำคัญที่การควบคุมอุณภูมิของไป ถ้าไฟ ร้อนไป เกล็ดขนมปังจะไหม้ และ ไก่จะไม่สุกค่ะ
ถ้าน้ำมันในกระทะไม่ร้อนพอ ไก่จะตกลงไปที่ก้นกระทะ และจะอมน้ำมัน ให้รีบตักไก่ขึ้นมาเลย และหมั่น ตักเศษเกล็ดขนมปังที่นอนที่ก้นกระทะออกทุกครั้ง ไม่งั้นน้ำมันจะดำเร็วกว่าปกติค่ะ

ลองกดเข้าไปดูที่ลิ้งค์ข้างล่างนะค่ะ และขอบคุณที่มาด้วยค่ะhttp://baarnmk.exteen.com/20111223/kfc

คุณR-LUCK ได้กลับไปตั้ง 2 เดือน โอย นึกภาพแล้วคงแฮบปี้มากๆ อยากจะกลับไปนานๆแบบนี้มั่งจัง แถมไปช่วยทำของขาย แบบนี้ชอบมากๆ เคยคิดเหมือนกันว่า (ตอนที่กลับไปไทย) จะลองทำขนมกิน แล้วแบ่งไปลองขายแถวๆหน้าปากซอยบ้าง น่าสนุกและ อิ่มอร่อย แถมได้กะตังอีก ไอเดียแบบนี้ ทำให้เค้ามีรายได้เข้ามา แถมมีอะไรทำที่เป็นประโยชน์แบบนี้ ชอบมากๆเลยค่ะ คุณR-LUCK ไปทานอาหารอร่อยๆที่เมืองไทย หรือทำอาหารที่บ้านทาน อย่าลืมเก็บรูปมาฝากเพื่อนๆด้วยนะค่ะ เที่ยวเผื่อกินเผื่อด้วยค่ะ

อีกสูตร ที่คุณจินจงเคยลงไว้ค่ะ
--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 5
...สวัสดีครับ "ขนมพิม"และ"ขนมรังผึ้ง" เป็นขนมคนละชนิดกันครับ "ขนมพิม" หน้าตาจะเหมือนกับวาลเฟิลครับ
"ขนมรังผึ้ง"หน้าตาคล้ายกับรังของผึ้งครับ สูตรก็ไม่มีอะไรมากครับ แป้งสาลี+น้ำตาลทราย+เกลือป่น+ไข่ไก่+น้ำ (ผสมให้ข้นอย่าให้เหลวจนเกินไป) ตั้งกะทะใส่น้ำมันสำหรับทอดให้มาก เร่งไฟแรงพอน้ำมันร้อนจัด เอาพิมพ์ทองเหลืองแช่ในน้ำมัน ให้ร้อน แล้วเอาไปจุ่มในแป้ง ยกขึ้นทอดในน้ำมันเขย่าเบาๆจนแป้งหลุดออกจากพิมพ์ เมื่อสุกเหลืองดีแล้ว ใช้ไม้แหลมๆยาวๆแทงขึ้นมา วางบนตะแกรงให้สะเด็จน้ำมัน
...ส่วนเรื่องครองแครงกรอบ ไม่มีข้อมูลครับ แต่อยากจะให้ข้อคิดเห็นสักเล็กน้อยครับ "น้ำปูนใส" เวลาผสมลงในแป้งจะทำให้แข็ง ครับ เวลาเคี้ยวเลยทำให้รู้สึกว่ากรอบ (กรอบกับแข็งคล้ายๆกันแต่ไม่เหมือนกัน) ส่วนจะทำให้กรอบนานๆนั้นไม่ทราบจริงๆครับ โดย: จินจง [12 พ.ค. 51 14:54>


รวมสูตร ขนมรังผึ้ง + ขนมวาฟเฟิล หลายๆสูตรที่เพื่อนๆได้มาลงไว้ที่ครัวชมพู่ค่ะ
กดเข้าไปเลือกสูตรได้ตามที่ต้องการค่ะ http://www.pantown.com/market.php?id=8521&name=market21&area=&topic=24&action=view
โดย: ชมพู่ [17 ก.ค. 55 13:19] ( IP A:81.227.32.80 X: )

ความคิดเห็นที่ 4
   ขอบคุณ คุณชมพู่ คุณจินจงครับ...ช่วงนี้อินทผาลัมสุกแล้ว ที่โอมานจะทานแบบครึ่งสุกครึ่งดิบอย่างในรูปครับ เพราะจะครึ่งมันครึ่งหวาน ถ้าสุกหมดแล้วจะหวานมากไม่นิยมเท่าไร....
ช่วงนี้ที่ตะวันออกกลางร้อนจัด โดนแดดแล้วจะคลั่งจริงๆนะ กลับมาไทยได้ก็กินๆๆๆๆ....แล้วมาหัดนึ่งข้าวเหนียวกะแม่บ้านที่เป็นคนลาว จากนั้นเลยชวนทำหมูทอด พาลไปถึงไก่ทอด เอาไปวางขายหน้าโรงเรียนริมทางรถไฟพึ่งขายเมื่อวานนี้เป็นวันแรกครับ หมูโลไก่โลข้าวเหนียว2โล ขายไม่หมดก็มาขายคนในโรงงานน้ำแข็งยังไงก็หมด หุหุ มีการบังคับซื้อด้วยนะ ปัญหาตอนนี้คือทอดไปตั้งกะ6โมงเช้าขายไปถึง8โมงก็นิ่มซะก่อนแล้ว ไม่ทราบวิธีทำให้กรอบนานๆจะทำไงดี????

โดย: R-LUCK [17 ก.ค. 55 14:45] ( IP A:110.168.177.184 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
   อ่านวิธีทำไก่ป๊อปแล้วมีสูตรกะวิธีทำ ไม่ทราบว่าคุณจินจง คุณชมพู่ คุณต้นโอ๊ก มีสัดส่วนของส่วนผสมบ้างไหมครับ...ขอบคุณครับ
โดย: R-LUCK [17 ก.ค. 55 15:13] ( IP A:110.168.177.184 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
   สวัสดีเจ้าบ้านและเพื่อนๆๆทุกคนค่ะ
รูปที่คุณ R-LUCK ส่งมาใน คคหที่ 4 เรียกว่า อินทผาลัม
แล้วรูปที่ ข่าหวานส่งมานี้ ภาษาไทย หรือ คนไทย เรียกว่า อะไรคะ ขอบอกว่า งงๆๆค่ะ ไม่แน่ใจน่ะ
แต่เท่่าที่ทราบ รูปที่ข่าหวานส่งมานั้น เรียกว่า " Persimmon "
ส่วนรูปที่คุณ R-LUCK เรียกว่า " Dates " ค่ะ หรือ พุืืทธาจีน ใช่ไม๊คะ
เพื่อนๆๆช่วยบอกค่ะ กำลังสับสน เหอๆๆ งง งง งง ค่ะ

โดย: ข่าหวาน [17 ก.ค. 55 17:09] ( IP A:125.237.162.191 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
   สวัสดีครับ คุณข่าหวาน อินทผาลัม เรียก Date แต่ไม่ใช่พุทราจีนครับ ในภาพเป็นแบบสด หากว่าปล่อยตากแดดให้แห้งจนสุกหมดเรียกว่า Karas Date เป็นอารบิคปนอังกฤษ คืออินทผาลัมที่สุกเสร็จแล้วทำนองนั้น ส่วนภาพของคุณข่าหวานเป็นลูกพลับจีน ผมเคยไปหมู่บ้านรักไทยที่แม่ฮ่องสอนก็มีปลูกได้เหมือนกันครับ
โดย: R-LUCK [17 ก.ค. 55 17:38] ( IP A:110.168.177.184 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
   สวัสดีค่ะพี่ณา และคุณR-LUCK
ลูกผลไม้ที่พี่ณาเอามาให้ดู สาก็กินอยู่ค่ะ นี่ยังเหลือในตู้เย็น สาขอถามคุณR-LUCK รูปที่พี่ณาส่งมาให้ดู มันคือลูกพลับใช่ไหมค่ะ? ปกติ สมัยเด็กๆจะชอบกินแบบแห้ง ที่เค้าจะทับให้แบนเก็บไว้กินได้นานเลยค่ะ
ปล. ถ้าจะให้ไก่ทอดกรอบนาน ตอนผสมแป้งให้ใส่น้ำปูนใสลงไปด้วยค่ะ กรอบนานเลยค่ะ (เอาน้ำเย็นแช่ในน้ำปูนที่เอาไว้กินหมาก คอยให้น้ำตกตะกอน แล้วเอาน้ำที่ตกตะกอนมาผสมกับแป้งที่จะเอาไว้ทอด (กล้วยทอดก็ใช้น้ำปูนแดงเหมือนกันค่ะ )
โดย: ชมพู่ [17 ก.ค. 55 21:53] ( IP A:81.227.32.80 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
   ขอบคุณครับ...คุณชมพู่ ตอนเด็กๆจะได้ยินว่าปูนกินหมากเอาแบบไม่ใส่สีเสียด ถ้าใส่สีเสียดแล้วเอามาทำน้ำปูนใสไม่ได้ จนปูนนี้ก็ยังไม่เคยถามใครว่าสีเสียดมันเป็นยังไง แล้วพอเอามาทำน้ำปูนใสมันต่างกันยังไงบ้างครับ อีกอย่างนึงคือที่อยากทราบคือ ผงปาปิก้า เราเอาพริกแห้งเม็ดใหญ่เอามาป่นเป็นปาปิก้าได้ไหมครับ? ต้องคั่วก่อนหรือป่าวหรือป่นได้เลยครับ?
โดย: R-LUCK [18 ก.ค. 55 7:23] ( IP A:58.9.189.62 X: )

ความคิดเห็นที่ 10
   วิธีการทำ ผงปาปิก้า คือการเอามาตากแห้ง หรือรมควัน แล้วมาบดให้ละเอียดค่ะ
ลองเข้าไปอ่านขอมูลข้างล่างนี้นะค่ะ

วิธีการถนอม อาหาร
โดยการตากแห้ง
เป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดมากที่สุด ใช้ได้กับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ โดยนำน้ำหรือความชื้นออกจากอาหารให้มากที่สุดเพื่อให้เอนไซม์ในอาหารไม่สามารถทำงานและบัตเตรีไม่สามารถที่เจริญเติบโตได้ในของแห้ง
สำหรับวิธีการตากแห้งอาจใช้ความร้อนหรือความร้อนจากแหล่งอื่น เช่น ตู้อบ เป็นต้นถ้าใช้แสงแดดควรมีฝาชีหรือตู้ที่เป็นมุ้งลวดป้องกันแมลงและฝุ่นละออง อาหารที่ผ่านวิธีการตากเเห้งแล้ว เช่น เนื้อเค็ม ปลาเค็ม กล้วยตาก เป็นต้น
จากลิ้งค์ข้างล่างนี้นะค่ะ และขอบคุณที่มาด้วยค่ะhttp://board.palungjit.com/f178/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3-67544.html

http://sv.wikipedia.org/wiki/Paprikapulver
โดย: ชมพู่ [18 ก.ค. 55 12:47] ( IP A:81.227.32.80 X: )

ความคิดเห็นที่ 11
   คุณR-LUCK ค่ะ เราเองตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยกินหมากเลยค่ะ ไปรวบรวมข้อมูลมาให้นะค่ะ

สาอ่านแล้ว เข้าใจว่า ปูนแดงบางชนิด เค้าอาจจะผสมสีเสียดลงไปให้เลย โดยผู้ที่รับประทาน(เคี้ยว) สะดวกขึ้นนะค่ะ ลองอ่านข้อมูลข้างล่างนี้นะค่ะ และขอบคุณที่มาทุกๆที่ด้วยนะค่ะ

จากหลักฐานที่พบที่ชุมชนบ้านเก่าบางกระบือ เต้าปูนทองแดง/สำริด แสดงให้เห็น ว่าคนในชุมชนบ้านเก่ามีการกินหมาก เป็นสำรับเรียกว่า “เชี่ยนหมาก” มีอุปกรณ์ประกอบด้วย ตลับใส่ยาเส้น ใส่หมากแห้ง สีผึ้ง สีเสียด เต้า ปูนใส่ปูนแดง ซองพลูใส่ใบพลู กรรไกรหนีบหมาก ครกหรือตะบันหมาก กระโถนบ้วนน้ำหมาก

ข้าวต้มมัดดอทคอม's
http://www.kaotommud.com/archiver/?tid-2447.html


http://www.myfirstbrain.com/main_view.aspx?ID=66071


พลู สำหรับเคี้ยวมีทั้งพลูสดและพลูหนึ้ง (พลูที่นึ่งสุกแล้ว) วิธีการบริโภคคือ คลี่ใบพลูออกแล้วป้ายปูน ใส่เครื่องประกอบ อาทิ สีเสียด หนังก่อ หมาก ยาเส้น เป็นต้น จากนั้นเอาใส่ปากเคี้ยว หรือผู้เฒ่าผู้แก่บางคนอาจใช้ตะบันหมากบดหมากเป็นคำก่อนเคี้ยว ทั้งนี้อาจเป็นการสงวนแรงฟันก็ได้ แต่มีบางท่านกล่าวว่าหมากที่ผ่านการตะบันนั้นมีรสชาติกลมกล่อม

http://www.thainews70.com/news/news-culture-sanon/view.php?topic=271


– สีเสียดมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Acacia catechu ( Linn. f. ) ... ผ้าหรือฟอกหนังสัตว์หรือใช้ผง ผสมกับปูนแดงเพื่อรับประทานกับหมากพลูเพื่อป้องกันไม่ให้ปูนแดงกัดปาก ...
http://bbznet.pukpik.com/scripts2/view.php?user=healthy&board=9&id=39&c=1&order=numview


---------------------------------------------
วิธีทำน้ำปูนใส

น้ำปูนใส ที่ใช้ทำขนมทำมาจากปูนแดง ที่ไม่ใส่สีเสียด ปูนแดงได้จากปูนขาวผสมกับขมิ้น
วิธีทำน้ำปูนใส คือ ใช้ปูนแดง 1 ส่วน น้ำสะอาด 20 ส่วน คนให้เข้ากัน รอสักครู่จะมีน้ำใสลอยขึ้นมา ส่วนที่เป็นปูนแดง จะตกตะกอนอยู่ข้างล่าง เวลานำไปใช้ตักเฉพาะน้ำใสๆ เรียกว่า น้ำปูนใส
อย่างไรก็ตาม น้ำปูนใสที่ทำใหม่ๆ จะมีคุณสมบัติดีกว่า น้ำปูนใส ที่ทำเก็บไว้นานแล้ว

http://baankhanom.blogspot.se/2011/03/blog-post_16.html
โดย: ชมพู่ [18 ก.ค. 55 13:01] ( IP A:81.227.32.80 X: )

ความคิดเห็นที่ 12
    สมุนไพรไทย - สีเสียด
ลักษณะ : ไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร กิ่งมีหนามเป็นคู่ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ยาว 9-17 ซม. ใบย่อยจำนวนมากรูปขอบขนาน ขนาดเล็ก ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอกตรง กลีบดอกสีนวล ผลเป็นฝัก แบนยาว สีน้ำตาล

ส่วนที่นำมาใช้ : แก่น

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acacia catechu (Linn.f.) Willd.

ชื่อวงศ์ : LEGUMINOSAE

ชื่อท้องถิ่น : สีเสียด สีเสียดแก่น สีเสียดเหลือง

สรรพคุณ : แก่น มีฤทธิ์ฝาดสมานเนื่องจากมีสารแทนนิน ตำรายาไทยใช้กินแก้ท้องร่วง ใช้ภายนอกรักษาบาดแผลและโรคผิวหนัง ถ้าสับแก่นให้เป็นชิ้นเล็ก ต้มเคี่ยวไฟอ่อนๆ กับน้ำ กรองเคี่ยวต่อจะได้ยางสีน้ำตาลดำ มีลักษณะเหนียว ปั้นเป็นก้อน ทิ้งไว้จนแห้งแข็ง เรียกว่าสีเสียดลาว มีรสฝาดมาก ใช้ปรุงยา หรือใช้ย้อมผ้าและฟอกหนังสัตว์
http://student.nu.ac.th/46313433/Thaiherb/sesead.htm

ปล.เข้าไปหาข้อมูลแล้วนั่งอ่านไปด้วย ก็ได้ความรู้มาประดับสมอง เรื่องสีเสียด และการกินหมาก ขอขอบคุณผู้พิมพ์ และ รูปภาพ และ รายละเอียดต่างๆค่ะ

โดย: ชมพู่ [18 ก.ค. 55 13:03] ( IP A:81.227.32.80 X: )

ความคิดเห็นที่ 13
   ลิ้งค์ที่มาของรูปหายไปแล้ว ขอขอบคุณ และขออนุญาติ เจ้าของรูปด้วยนะค่ะ เห็นว่ามีประโยชน์เลยเอามาแปะไว้ให้ เพื่อนๆ คนไทยได้อ่านกันด้วยค่ะ

โดย: ชมพู่ [18 ก.ค. 55 13:05] ( IP A:81.227.32.80 X: )

ความคิดเห็นที่ 14
   ลิ้งค์ที่มาของรูปหายไปแล้ว ขอขอบคุณ และขออนุญาติ เจ้าของรูปด้วยนะค่ะ เห็นว่ามีประโยชน์เลยเอามาแปะไว้ให้ เพื่อนๆ คนไทยได้อ่านกันด้วยค่ะ

โดย: ชมพู่ [18 ก.ค. 55 13:06] ( IP A:81.227.32.80 X: )

ความคิดเห็นที่ 15
   ในบรรดาชนชาติต่าง ๆ ในพม่า ชาวพม่าแท้ (Burman) เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่นิยมเคี้ยวหมากมากที่สุด

http://www.mscs.nu.ac.th/webmscs/index.php?name=news&file=readnews&id=41
โดย: ชมพู่ [18 ก.ค. 55 13:12] ( IP A:81.227.32.80 X: )

ความคิดเห็นที่ 16
   ขอบคุณ คุณสา ที่อุตส่าห์ค้นหาข้อมูลให้มากมาย ทำให้ได้ความรู้รอบตัวอีกหลายอย่าง และน่าจะเป็นประโยชน์กะเพื่อนๆสมาชิกคนอื่นๆด้วยนะเนี่ย...แต่ว่าอ่านเรื่องผงปาปิก้าไม่ออกอ่ะครับ มิใช่ภาษาปะกิตนี่นา...จะลองไปเดินตามห้างฯดูก่อนครับ ถ้ามีขายก็ง่ายหน่อย ที่โอมานมีขายทั้งผงปาปิก้าและกระเทียมผง แต่เมืองไทยไม่แน่ใจ เดินห้างฯไม่เคยสังเกต ส่วนตลาดแถวบ้านขืนไปถามเข้าให้คงโดนขว้างค้อนใส่แหงมๆ...
โดย: R-LUCK [18 ก.ค. 55 14:07] ( IP A:61.90.102.92 X: )

ความคิดเห็นที่ 17
   สวัสดีและขอบคุณทุกท่านครับ ได้อ่านเพลินดี ทำให้เกิดกิเลส อยากทำ ๓ อย่าง
๑) โป๊งเหน่ง
๒) ไก่ป๊อบ
๓) กินหมาก
โดยเฉพาะ ข้อ ๓ ช่วยบอกวิธีกินหน่อยซีครับ
ไปเจอวิธีแล้วในนี้เอง
http://www.youtube.com/watch?v=M0WAua5mWa0

ชาตินี้เราจะได้มีโอกาศได้กินหมากไม้เนี่ย???
โดย: Subu [18 ก.ค. 55 18:33] ( IP A:99.14.232.75 X: )

ความคิดเห็นที่ 18
   แอบมาอ่านตอนเมาไวน์
โดย: Job [18 ก.ค. 55 22:49] ( IP A:110.169.171.112 X: )

ความคิดเห็นที่ 19
   คุณR-LUCK ค่ะ ในห้างน่าจะมีขายค่ะ ถ้าหาไม่ได้ จะส่งไปให้ก็ได้นะค่ะ ว่าแต่จะทำเมนูอะไรเอ่ย คงจะค้องอร่อยแน่ๆ

คุณซูบูค่ะ กดเข้าไปดูแล้วค่ะ น่าสนใจมาก ว่าแต่รุ่นเรานี้ จะกินเป็นไหมเนี่ย ไว้จะลองกินดูเวลาไปเยี่ยมผู้สูงอายุค่ะ ขอบคุณค่ะ

คุณจ๊อบค่ะ ดื่มเผื่อด้วยนะค่ะ
โดย: ชมพู่ [19 ก.ค. 55 5:15] ( IP A:81.227.32.80 X: )

ความคิดเห็นที่ 20
   ไก่ป๊อปมาแล้วจ้า...า...
ผงปาปิก้าไม่มีก็เอาพริกแห้งมาแกะเอาแต่เปลือกมาปั่นในโถปั่นเม็ดกาแฟแล้วใส่ตะแกรงร่อน เพราะว่าเด็กๆไม่กินเผ็ด(แต่อยากใส่ปาปิก้า ไว้หลอกๆ) หน้าตาใกล้เคียงไหมเนี่ย หรือว่าต้องทอดให้สีเข้มกว่านี้อีกหรือเปล่าครับ...

โดย: R-LUCK [19 ก.ค. 55 11:54] ( IP A:58.9.159.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 21
   อีกแบบไม่ใส่ปาปิก้า เอาแป้งคลุกๆแล้วกลิ้งๆให้กลม จึงทอด ออกมาได้หน้าตาเรียบๆ

โดย: R-LUCK [19 ก.ค. 55 11:56] ( IP A:58.9.159.6 X: )

ความคิดเห็นที่ 22
   ไก่ป็อบ
ทำเช้า ราวๆ ๗ โมง
กินกันตอน ราวๆ เที่ยงวันเดียวกัน
จะมีคนชม หรือเงียบฉี่ครับ (หมายถึงเปลือกแป้ง จะแย่แค่ไหน!!!)
โดย: Subu [19 ก.ค. 55 19:00] ( IP A:99.14.232.75 X: )

ความคิดเห็นที่ 23
   ขอบคุณค่ะคุณ R-LUCK และคุณสา
อืม ไก่ป๊อป ที่นี่ เคเอฟซี มีเป็นช่วงๆๆๆ หรือเทศกาลเท่านั้นค่ะ แต่ที่นี่แพงค่ะ
โดย: ข่าหวาน [21 ก.ค. 55 10:39] ( IP A:125.237.162.191 X: )

ความคิดเห็นที่ 24
   พี่ณา ที่นั่นมี ค่าครองชีพสูงพอๆกับที่นี่ หรือ แพงว่าที่นี่ค่ะ เผื่อได้แวะไปเที่ยวแถวนั้น จะได้กะวงเงินได้ถูกนะค่ะ เค้าให้เปรียบเทียบราคา อาหาร เช่น พิซซ่า แผ่นละเท่าไหร่ ถูกสุด ที่นี่ ถูกสุด 59 หรือ 69 โครน ค่ะ ให้เปรียบเทียบ คูณ4 เป็นเงินไทยค่ะ
โดย: ชมพู่ [21 ก.ค. 55 13:50] ( IP A:81.227.32.80 X: )

ความคิดเห็นที่ 25
   หวัดดีค่ะคุณสา พี่คิดว่า ค่าครองชีพคงจะพอๆๆกันน่ะ แต่ของคุณสา อาจจะถุกกว่านิดหน่อย
พิซซ่า่ถาดหนึ่งก็ประมาณ 10 เหรียญของที่นี่เอา25คูณ ก็แล้วกัน
อาหารต่างๆ แล้วแต่น่ะ เคเอฟซี หรือ เบอร์เกอร์คิงส์ หรือ แม๊กโดนัล ก็มื้อหนึ่งก็เกือบ 20 เหรียญต่อคนน่ะ ก็คิดเองก็แล้วกันน่ะ เพราะว่า เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ เขาดูสถิติค่าครองชีพ เรียกว่า นิวซีแลนด์ อันดับหนึ่งถึงสามน่ะ แพงกว่าทั่วๆๆไป ว่า ญี่ปุ่น แล้วยังถูกกว่าที่นี่น่ะ แต่ก็ไม่ทั้งหมดค่ะ
โดย: ข่าหวาน [21 ก.ค. 55 14:22] ( IP A:125.237.162.191 X: )


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน