คออักเสบ (Pharyngitis) ต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis)
    การอักเสบภายในลำคอและต่อมทอนซิล มีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย
โดย: น้องนิต้า บีเทค [31 ธ.ค. 48 13:42] ( IP A:203.151.140.111 X: )

ความคิดเห็นที่ 1
   ทำให้มีไข้สูงและเจ็บคอ
คออักเสบที่เกิดจากไวรัส ที่พบได้บ่อย เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ พวกนี้มักจะมีน้ำมูกใสๆ ต่อมทอนซิลไม่แดงมาก และไม่มีหนอง
เมื่อพูดถึงต่อมทอนซิลอักเสบ เรามักจะหมายถึงการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เชื้อเบตาสเตรปโตค็อกคัส กลุ่มเอ ซึ่งอาจทำให้มีโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ โรคนี้พบได้บ่อยในกลุ่มเด็กวัยเรียน และพบได้เป็นครั้งคราวในผู้ใหญ่


สาเหตุ
เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ซึ่งมีอยู่หลายชนิด
ที่สำคัญ คือ เชื้อแบคที่เรียที่มีชื่อว่าเบตาสเตรปโตค็อกคัส กลุ่ม เอ (Beta Streptococcus group A) ซึ่งทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่สำคัญ คือ ไข้รูมาติก และหน่วยไตอักเสบ
ติดต่อโดยการหายใจ ไอหรือจามรดกัน เช่นเดียวกับไข้หวัด
ระยะฟักตัว ประมาณ 1-5 วัน


อาการ
ในรายที่เป็นเฉียบพลัน จะมีไข้สูงซึ่งเกิดขึ้นทันทีทันใด และมีอาการปวดศรีษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ครั่นเนื้อ ครั่นตัว หรือหนาวสะท้าน รู้สึกแห้งผากในลำคอ หรือเจ็บในคอมาก บางคนอาจเจ็บในคอมากจนกลืนน้ำและอาหารลำบาก
โดย: น้องนิต้า บีเทค [2 ม.ค. 49 13:37] ( IP A:203.113.61.104 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
    ในเด็กเล็กอาจมีอาการอาเจียน ไอ ปวดท้อง หรือท้องเดินร่วมด้วย เด็กบางคนอาจมีไข้สูงจนซัก หรือร้องกวนไม่ยอมนอน
บางครั้งอาจสังเกตเห็นมีก้อนบวมและเจ็บ (ก้อนลูกหนูหรือต่อมน้ำเหลืองอักเสบ) ที่บริเวณใต้คางข้างหนึ่ง ข้างใด หรือทั้งสองข้าง
ในรายที่เป็นเรื้อรัง จะมีอาการเจ็บคอบ่อยๆ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ไอแห้งๆ หรือมีเสมหะเล็กน้อย มักไม่มีไข้ หรือบางครั้งอาจมีไข้ต่ำๆ


สิ่งตรวจพบ
ไข้สูง (39-40 ซ.)
ในรายที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย มักจะพบต่อมทอนซิลบวมโต มีสีแดงจัด และมีหนองขาวๆเหลืองๆ เป็นจุดๆ อยู่บนต่อมทอนซิล ซึ่งเขี่ยออกง่าย
ถ้าพบเป็นแผ่นขาวปนเทา ซึ่งเขี่ยออกยาก และมีเลือดออก ควรนึกถึงคอตีบ
นอกจากนี้ อาจพบต่อมน้ำเหลืองที่ใต้คางบวมและเจ็บ
ในรายที่ต่อมทอนซิลโตมากๆ จนดันลิ้นไก่เบี้ยวไปอีกข้างหนึ่ง ควรนึกถึงโรคฝีของทอนซิล
ในรายที่เป็นเรื้อรัง พบว่าต่อมทอนซิลโต ผิวขรุขระ แต่ไม่แดงมาก และพบตุ่มน้ำเหลืองบนผนังคอเป็นลักษณะ แดงเรื่อและสะท้อนแสงไฟ ต่อมน้ำเหลืองที่ใต้คางมักจะโต และเจ็บเรื้อรัง


อาการแทรกซ้อน
1. เชื้ออาจลุกลามไปยังบริเวณใก้ลเคียงทำให้หูชั้นกลางอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองที่คออักเสบ จมูกอักเสบ ไซนัสอักเสบ ฝีของทอนซิล (peritonsillar abscess) ปอดอักเสบ
2. เชื้ออาจแพร่กระจายเข้ากระแสเลือด ทำให้เป็นข้ออักเสบเฉียบพลัน กระดูกอักเสบ (osteomyelitis) เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
3. โรคแทรกท่เกิดจากเบตาสเตรปโตค็อกคัส กลุ่มเอ ที่สำคัญ คือ ไข้รูมาติก และหน่วยไตอักเสบ ซึ่งมักจะเกิดหลังต่อมทอนซิลอักเสบ 1-4 สัปดาห์


การรักษา
1. แนะนำให้ผู้ป่วยพักผ่อน ดื่มน้ำมากๆ และใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวเวลามีไข้สูง ควรให้ผู้ป่วยกินอาหารอ่อน และดื่มน้ำหวานบ่อยๆ
ควรกลั้วคอด้วยน้ำเกลือ (ผสมเกลือป่นประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ในน้ำอุ่น 1 แก้ว) วันละ 2-3 ครั้ง
2. ให้ยาลดไข้ เด็กเล็กที่เคยซัก ให้ฟีโนบาร์บิทาล ร่วมด้วย
3. ในรายที่ต่อมทอนซิลอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งต่อมทอนซิลมักจะมีลักษณะสีแดงจัด หรือมีจุดหนอง หรือมีต่อมน้ำเหลืองที่ใต้คางบวมและเจ็บ ให้รักษาด้วยยาปฎิชีวนะ ตัวที่แนะนำ คือ เพนวี วันละ 4 ครั้งๆละ 200000-400000 ยูนิต ถ้าแพ้ยานี้ให้ใช้ อีริโทรมัยซินแทน ให้ยาซัก 3 วันดูก่อน ถ้าดีขึ้นควรให้ต่อจนครบ 10 วัน เพื่อป้องกันมิให้เกิด ไข้รูมาติก หรือ หน่วยไตอักเสบแทรกซ้อน
4. ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 3 วัน หรือ กินยาไม่ได้ หรือ สงสัยมีโรคแทรกซ้อน รุนแรง ให้แนะนำผู้ป่วยไปโรงพยาบาล
ในรายที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และไม่มีประวัติการแพ้เพนิซิลลิน อาจต้องใช้ยาฉีดประเภทเพนิซิลลิน ที่สะดวก ได้แก่ เบนซาทีนเพนิซิลลิน เพนาเดอร์ ซึ่งใช้ฉีดเพียงเข็มเดียวเท่านั้น
ถ้าเป็นฝีของทอนซิล อาจต้องผ่าหรือเจาะเอาหนองออก
5. ในรายที่เป็นเรื้อรัง ควรแนะนำไปโรงพยาบาล อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดต่อมทอนซิลออก (tonsillectomy) ถ้าเป็นปีละหลายครั้ง (มากกว่า 4 ครั้งขึ้นไป) จนเสียงานหรือหยุดเรียนบ่อย หรือมีอาการอักเสบของหูบ่อยๆ
นอกจากนี้ในรายที่เป็นฝีของทอนซิลแทรกซ้อน อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดทอนซิล เพราะถ้าทิ้งไว้ ก็อาจมีการอักเสบเรื้อรังได้
การผ่าตัดทอนซิลมักจะทำในช่วงอายุ 6-7 ปี


ข้อแนะนำ
1. โรคนี้พบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ เด็กบางคนอาจเป็นได้บ่อย แต่เมื่อโตขึ้น ร่างกายมีภูมิต้านทานดีขึ้น ก็อาจค่อยๆ เป็นห่างขึ้นได้
2. อาการเจ็บคอ อาจมีสาเหตุได้หลายประการ ไม่จำเป็นต้องเป็นต่อมทอนซิลอักเสบเสมอไป ดังนั้น ถ้าพบคนที่มีอาการเจ็บคอ ควรซักถามอาการอย่างละเอียดและตรวจดูคอทุกราย เพื่อแยกแยะสาเหตุ
3. ถ้าสงสัยว่าเกิดจากเชื้อเบตาสเตรปโตค็อกคัส กลุ่มเอ เช่น มีไข้สูงร่วมกับต่อมทอนซิลโตแดง หรือเป็นหนอง หรือมีต่อมน้ำเหลืองที่ใต้คางบวมและเจ็บ ควรให้เพนิซิลลิน หรือ อีริโทรมัยซิน ให้ได้ครบ 10 วันเป็นอย่างน้อย เพื่อป้องกันมิให้เกิดไข้รูมาติก หรือหน่วยไตอักเสบแทรกซ้อน
การรักษาอย่างผิดๆ หรือกินยาไม่ครบขนาด เช่น ซื้อยาชุดกินเอง ถึงแม้ว่าจะช่วยให้อาการทุเลา แต่ก็มีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนดังกล่าวได้
สำหรับไข้รูมาติก ซึ่งพบมากในช่วงอายุ 5-15 ปี ถ้าไม่ได้รักษาหรือปล่อยให้เป็นเรื้อรัง จะทำให้เกิดโรคหัวใจรูมาติก (Rheumatic heart disease) หรือลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบได้ บางรายอาจต้องลงเอยด้วยการผ่าตัดหัวใจ ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองเงินทองและเวลามาก
4. การป้องกัน โรคคออักเสบและต่อมทอนซิลอักเสบ ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับไข้หวัด
โดย: [0 3] ( IP )

ความคิดเห็นที่ 3
    และหมั่นรักษาสุขภาพฟันและช่องปาก


(เมื่อสงสัยต่อมทอนซิลอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ควรให้ยาปฏิชีวนะ อย่างน้อย 10 วัน)

โดย: น้องนิต้า บีเทค [3 ม.ค. 49 12:19] ( IP A:203.113.61.104 X: )

ความคิดเห็นที่ 4
   ทายสิรูปใครเอ่ย ใครเป็นคนถ่าย
โดย: น้องนิต้า บีเทค [3 ม.ค. 49 12:21] ( IP A:203.113.61.104 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
   ลาว
โดย: BB [9 พ.ย. 50 16:28] ( IP A:125.24.149.61 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
   เธกเธตเน„เธ‚เน‰เธ•เธณเน†เธกเธฒ5 เธงเธฑเธ™เนเธฅเน‰เธง เธฃเธนเน‰เธชเธถเธเน€เธˆเน‡เธšเธ„เธญ เธญเธฒเธšเธ™เธณเน€เธชเธฃเน‡เธˆเธซเธ™เธฒเธงเธกเธฒเธเน€เธฅเธขเธˆเธฐเน€เธ›เน‡เธ™เนˆเธญเธกเธ—เธญเธฅเธ‹เธดเธฅเธญเธฑเธเน€เธชเธšเธซเธฃเธทเธญเน€เธ›เธฅเนˆเธฒเธ„เนˆเธฐ
โดย: เน€เธฃเธ™ [12 มิ.ย. 51 10:56] ( IP A:119.42.66.33 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
   
โดย: vaw [12 มิ.ย. 51 10:58] ( IP A:118.173.227.136 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
   ลาว แม่นๆ 55+
โดย: คนไม่รุจัก [19 ม.ค. 52 20:05] ( IP A:118.172.25.139 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
   เมื่อก่อนผมเป็นโรคนี้ครับ ทรมานมากเวลาเจ็บคอ โชคดีที่ญาติผมแนะนำให้ใช้สมุนไพรสกัด อมบ้วนปาก กลั้วคอ เพียง 3 วัน ครับอาการหายเป็นปกติเลย สบายคอมากและไม่มีไข้ด้วย ใครสนใจโทรหาผมได้ครับ 081-4232405
โดย: ridnop@yahoo.com [3 ก.ค. 52 17:41] ( IP A:124.120.50.112 X: )

ความคิดเห็นที่ 10
   ขอคำแนะนำหน่อยนะคะลูกอายุสองขวบสี่เดือนพึ่งเข้ารพ.นอนรักษาสองคืนอาการทอลซิลอักเสบก็ดีขึ้นเพราะไข้ไม่มีแล้วก็ป้อนยาที่ทางรพ.ให้ต่อจนหมดประมาณหนึ่งอาทิตย์ตอนนี้น้องก็ไอและมีไข้อีกน้ำมูกยังไม่มี เวลานอนยังไม่มีเสียงกรนดังเหมือนคราวที่แล้ว แต่ก็ป้อนยาฆ่าเชื้อตัวที่ผสมน้ำอุ่นและพาราสำหรับเด็กแล้วไข้ก็ลดหมดฤทธิ์ยาก็มีไข้อีกวัดไข้อยู่ระหว่าง37-38ไม่รู้ว่าจะให้ยาอะไรอีกหรือควรทำอย่างไรต่อดีขอคำแนะนำด่วนนะคะ
โดย: ปุณยนุช [3 ส.ค. 52 8:56] ( IP A:58.147.116.174 X: )

ความคิดเห็นที่ 11
   ขอคำแนะนำหน่อยครับ ผมไปหาหมอที่คลินิค หมบอกว่าผมเป็นไซนัสอักเสบเลยทำให้คออักเสบด้วย เกี่ยวกันใหมครับ ผมกินยามาตัั้ง 2 เดือนแล้วมันยังไม่ดีขึ้นเลยครับ เหมือนมันเป็นหนักกว่าเดิมอีก ควรทำยังไงดีครับ
โดย: sree8326@hotmail.com [16 ส.ค. 52] ( IP A:222.123.119.77 X: )

ความคิดเห็นที่ 12
   ถ้าอักเสบบ่อย ลองอ่าน ใน http://www.brand-a.com/02Products/02antipyretic.html
หรือ http://www.brand-a.com/05tips/tonsillitis.html
โดย: med [21 ส.ค. 52 20:17] ( IP A:125.26.107.58 X: )

ความคิดเห็นที่ 13
   ขอบคุนมาก ค่าา เป็น มา 12 วันแล้ว ยังไม่หายเลย กลืนอะไรก็ลำบาก แต่ว่าฉีดยาไปแล้ว 1 เข็ม เมื่อ 2 วันที่แล้ว ทรมานมากก
โดย: Pimm [8 ต.ค. 52 19:19] ( IP A:117.47.40.17 X: )

ความคิดเห็นที่ 14
   ของคำแนนำค่ะ เป็นเหมือนกัน มันโตข้างหนึ่ง หมอให้ยาแก้บวม อักเสบ และก็แก้หวัด ไม่เจ็บแล้วแต่มันบวมโตไม่ยุบซักทีจะเป็นอะไรมั้ย เกือบอาทิตย์ละ
โดย: tip_yuenyong@hotmail.com [23 ธ.ค. 52 18:16] ( IP A:58.8.151.150 X: )

ความคิดเห็นที่ 15
   ทอมซิลแบบไม่มีไข้ใช่ทอมซิลป่ะค่ะ
โดย: เจน [27 ธ.ค. 52 21:01] ( IP A:58.8.39.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 16
   ตอนนี้เป็นมา 5 วันแล้วค่ะ ฉีดยาวันละเข็ม อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ไม่รู้จะทำไงแล้ว
ทรมานเหลือเกิน
โดย: แหวว/chatirose_waew@hotmail.com [2 ม.ค. 53 20:06] ( IP A:202.149.25.234 X: )

ความคิดเห็นที่ 17
   ทรมาณอะแสบคอสุด
กินยา2วันละT T
โดย: แนน/mark.2538@hotmail.com [20 ม.ค. 53 15:30] ( IP A:117.47.47.101 X: )

ความคิดเห็นที่ 18
   ผมพึ่งเป็นมาได้3วันแล้วครับอาการก็เหมือนกับโรคทอนซิลอับเสบน่ะครับคือเจ็บคอ กลืนน้ำลายไม่ได้เป็นไข้และปวดขาปวดหัวเขามากเลยครับตอนนี้ก็กินยาอยู่หมอบอกอีกสัก3วันก็หายเขาจัดยาให้กินแค่3วันเองครับ(น้อยไปไม)คือผมเป็นไข้สูงแล้วต่อมทอนซิลเป็นหนองแล้ว
และถ้าคนที่เป็นโรคไทรลอยร์อยู่แล้วคือคอเขาจะบวมเหมือนคนเป็นโรคคอพอกน่ะครับคือโรคนี้ติดต่อกันได้ไมและทางใด (ช่วยตอบหน่อยนะครับ)
โดย: Olae_komkong@hotmail.com [28 ม.ค. 53 8:47] ( IP A:110.164.232.123 X: )

รายละเอียด :
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
รูปประกอบ :
.jpg .bmp .gif < 100K
จัดตำแหน่งรูป :
ชิดซ้าย
กึ่งกลาง
ชิดขวา
เสียงประกอบ : .wav .mp3 .wma .ogg < 300K
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ