Baandek-kids  >>  รู้ไว้ใช่ว่า

อ่านหนังสือ กระตุ้นพัฒนาการสมอง
   ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่คนไหนๆ ก็ต่างรักลูก และต้องการให้ลูกฉลาดกันทุกคน ล่าสุดมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ขยายฐาน Bookstart เพื่อเพิ่มนิสัยรักการอ่านในวัยเยาว์ กระตุ้นพัฒนาการรอบด้านของเด็ก และสร้างสายสัมพันธ์รักในครอบครัว

นายเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป กรรมการผู้จัดการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ได้ออกมาบอกถึงปัญหาเริ่มแรกที่พบในกลุ่มครอบครัว ว่ามี 2 ประเด็นคือ

ครอบครัวคิดว่าเด็กวัย 6-9 เดือน เล็กเกินไปที่จะรับรู้ เข้าใจ เมื่ออ่านหนังสือหรือเล่านิทานให้ฟัง ช่วงวัยอนุบาลเป็นช่วงที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ จึงมักเริ่มอ่านหนังสือหรือเล่านิทานให้ลูกฟังในช่วงนั้น ซึ่งนั้นคือความคิดที่ผิด จากผลวิจัยทางการแพทย์พบว่า ช่วงที่สมองพัฒนามากที่สุด คือตั้งแต่แรกเกิดถึง 2 ขวบ ดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ดีในการกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยอย่างรอบด้าน

ประเด็นต่อมา พ่อแม่ส่วนใหญ่มักตั้งกำแพงก่อนลงมือทำ เช่น จะอ่านหนังสืออะไรให้ลูกฟังดี อ่านเมื่อไหร่ อ่านที่ไหน อ่านนานเท่าไหร่ถึงจะดี เล่านิทานไม่เก่ง เสียงไม่ดีลูกคงไม่ชอบฟัง ลูกยังเล็กเกินไปคงจะกัดฉีกหนังสือมากกว่า พ่อแม่งานยุ่งไม่มีเวลา ทัศนคติเหล่านี้คือตัวการสำคัญในการทำลายจินตนาการของลูกน้อย

"จริงๆ แล้วลูกต้องการเพียงได้ยินเสียงพ่อแม่ เพราะเป็นเสียงที่คุ้นเคยตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ขอเวลาเพียงไม่กี่นาทีในแต่ละวัน เลือกหนังสืออะไรก็ได้ที่พ่อหรือแม่ชอบ และคิดว่าลูกชอบ เด็กชอบดูภาพและฟังเสียงของพ่อแม่ เด็กจะเติบโตขึ้นพร้อมกับความรู้สึกที่ว่า หนังสือคือสิ่งที่น่าสนใจและมีคุณค่า"

พ่อแม่ที่อยากสร้างพัฒนาการการเรียนรู้ให้ลูกน้อย ต้องลองไปทำดูกัน

บันไดสู่การเป็นนักอ่าน

การอ่านเป็นทักษะซึ่งเพิ่มการเรียนรู้สามารถปลูกฝังได้ตั้งแต่ระยะขวบปีแรก ข้อแนะนำทั่วไปสำหรับคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองที่ต้องการให้บุตรหลานของท่านเป็นนักอ่าน
เริ่มอ่านหนังสือให้เด็กฟังตั้งแต่อายุ 6 เดือน การได้ยินเสียงจากการอ่านจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของสมอง
พยามยามทำให้การอ่านหรือการเล่านิทานเป็นบรรยากาศอันแสนสุขภายในบ้านของท่าน

วัยเด็กเล็ก (ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ปี)

ถึงแม้เด็กยังไม่สามารถเข้าใจเสียงของพ่อแม่ แต่จะเริ่มซึมซับภาษา และเรียนรู้ที่จะรักการอ่าน
เป็นเรื่องปกติถ้าเด็กวัยนี้จะทำสิ่งต่อไปนี้
กัดหนังสือ และถือแบบไม่ปราณีปราศัย เพราะเด็กเล็กจะปฏิบัติกับหนังสือเหมือนของเล่นชนิดหนึ่ง
ขณะที่คุณอ่านนิทานให้ลูกฟัง เด็กจะสนใจเพียงชั่วครู่ แล้วหันไปเล่นอย่างอื่นพยายามเปิดผ่านไปหน้าที่ลูกชอบ
มักจะเรียกร้องเรื่องเดิมหลายๆ รอบ เด็กจะเรียนรู้ได้โดยการฟังซ้ำๆ
ไม่ค่อยสนใจเมื่อเราอ่านหนังสือให้ฟัง อย่ากังวลลองใหม่ได้ในครั้งหน้า
คุณสามารถส่งเสริมการอ่านของลูกโดย
อ่านออกเสียงให้ลูกฟัง เริ่มจากช่วงสั้นๆ และนานขึ้นเมื่อเด็กเริ่มสนใจ
ชี้รูปภาพ และเรียกชื่อสิ่งของในภาพให้เด็กฟัง
จัดตารางการอ่านหนังสือ ให้คุ้นเคยเป็นกิจวัตรประจำวัน
เวลาอ่านนิทานเรื่องราวต่างๆ อย่าลืมอ่านโคลงกลอน หรือเพลง การใช้ท่วงทำนองมีส่วนช่วยพัฒนาการทางภาษาอย่างยิ่ง
จัดหาหนังสือที่มีสาระเหมาะสม ได้แก่
มีปกที่ทนทาน เช่น ปกผ้า กระดาษแข็ง
หนังสือรูปภาพสิ่งของที่เด็กคุ้นเคย
หนังสือนิทานสั้นๆ ง่ายๆ มีเรื่องราวกิจกรรมต่างๆที่เด็กเคยทำ
หนังสือเพลงกล่อมเด็ก
วัยเตรียมตัวเป็นนักอ่าน ( วัยอนุบาล )
เด็กวัยนี้สนใจตัวหนังสือทุกชนิดรอบตัว บางครั้งแกล้งทำเป็นอ่านหนังสือ ทั้งๆที่ยังคงอ่านไม่ได้ ความสนใจเหล่านี้ช่วยให้เด็กเป็นนักอ่านที่แท้จริงในอนาคตได้
เป็นเรื่องปกติถ้าเด็กจะทำสิ่งต่อไปนี้
ถามคำถามตลอดเวลาที่ฟังคุณเล่านิทาน เพราะเด็กจะเรียนรู้เมื่อได้พูดคุยเรื่องราวในหนังสือ
สนใจฟังเพียงชั่วครู่ เด็กบางคนฟังได้นานขึ้นถ้าได้วาดรูปหรือเล่นของเล่นไปพร้อมกัน
เขียนอักษรกลับหน้าหลัง " " เนื่องจากเด็กวัยนี้เพิ่งเริ่มพัฒนาทิศทางของสิ่งต่างๆ

คุณสามารถส่งเสริมการอ่านของลูกโดย
กระตุ้นให้เด็กมีส่วนร่วมขณะอ่าน หยุดเป็นช่วงๆ เพื่อให้เด็กเติมคำ เช่น ก.เอ๋ย ก.."ไก่" ข. ไข่อยู่ใน…"เล้า"
ถามคำถามให้เด็กตอบขณะเล่านิทาน เช่น"หนูคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปจ๊ะ"
อ่านไปชี้ไป เพื่อจะได้เชื่อมโยงคำอ่านกับตัวหนังสือ
เริ่มสอนตัวหนังสือให้รู้จัก โดยเริ่มจากพยัญชนะชื่อของเด็กก่อน
จัดหาหนังสือและอุปกรณ์ที่เหมาะสม
- หนังสือนับเลข กขค ABC - นิทานที่เข้าใจง่ายมีเนื้อหาที่คาดเดาได้
- หนังสือบอกเรื่องราวโดยมีภาพประกอบ
วัยนักอ่านเบื้องต้น (อนุบาลถึงประถม 2)
เด็กเริ่มพยายามอ่านออกเสียง เดาความหมายของคำที่ไม่รู้จัก การพัฒนา
โดย: [0 3] ( IP )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 1
   จะเกิดขึ้นเมื่อได้อ่านซ้ำๆ เด็กจะเรียนรู้คำมากขึ้น และอ่านได้ราบรื่นขึ้น
เป็นเรื่องปกติถ้าเด็กจะทำสิ่งต่อไปนี้
อ่านผิดๆ ถูกๆ
สะกดผิด โดยมักสะกดตามเสียงที่ได้ยิน
คุณสามารถส่งเสริมการอ่านของลูกโดย
ให้เด็กมีส่วนร่วมในการอ่าน
ถ้าอ่านบางคำไม่ได้ให้ผ่านไปก่อน และดูความหมายโดยรวม
เขียนหนังสือสื่อสารกับเด็กเพื่อให้เด็กหัดอ่าน เช่น ปิดข้อความไว้บนตู้เย็น
พาเข้าห้องสมุด ยืมหนังสือในนามของเด็กเอง
อ่านนิทานที่มีเนื้อหาซับซ้อนขึ้น
จัดหาหนังสืออ่านง่ายๆ เพื่อให้ฝึกอ่าน

วัยนักอ่านที่กำลังพัฒนา (ประถม 2-3)
เด็กอ่านหนังสือได้มากขึ้น สามารถหาศัพท์เหมือนกันแทนกันได้ หาคำผิดได้ ฝึกการอ่านในใจ และเขียนมากขึ้น
เป็นเรื่องปกติถ้าเด็กจะทำสิ่งต่อไปนี้
- ยังอ่านผิดๆ ถูกๆ การอ่านบ่อยๆ จะช่วยให้ดีขึ้น
- ยังสะกดผิดๆ ถูกๆ
- อ่านหนังสือที่ดูเหมือนจะง่ายกว่า ซึ่งเป็นการอ่านเพื่อฝึกความมั่นใจ

คุณสามารถส่งเสริมการอ่านของลูกโดย
เวลาเด็กอ่านออกเสียงผิด ลองตั้งคำถามชี้นำให้เด็กแก้ไขส่วนที่ผิดเอง
พูดถึงหนังสือที่ได้อ่านร่วมกัน
ไม่ต้องห้ามเมื่อเด็กอ่านออกเสียง
แนะให้พี่อ่านให้น้องฟังเพื่อเป็นการฝึกหัดและเด็กจะได้ภูมิใจ รวมถึงเป็นการกระตุ้นให้น้องรักการอ่านด้วย

นักอ่านตัวยง (ตั้งแต่ประถม 3 เป็นต้นไป)
เด็กเริ่มอ่านได้เองโดยไม่ต้องมีผู้ช่วย สามารถฝึกฝนและเรียนรู้จากการอ่านได้เอง รวมทั้งได้ฝึกฝนทักษะการแปลความหมาย และวิจารณ์สิ่งที่อ่านด้วย
เป็นเรื่องปกติถ้าเด็กจะทำสิ่งต่อไปนี้
ชอบการอ่านในใจ
ยังคงอ่านหนังสือรูปภาพ อย่าลืมว่าหนังสือรูปภาพบางเรื่องเนื้อหาซับซ้อนพอสมควร
ยังสะกดคำผิด ควรช่วยรวบรวมคำที่สะกดยากและเด็กชอบสะกดผิด
คุณสามารถส่งเสริมการอ่านของลูกโดย
อ่านออกเสียงให้เด็กฟังโดยที่เนื้อหายากขึ้น เป็นการฝึกทักษะการฟังและคิดตาม
จัดหาหนังสือให้อย่างสม่ำเสมอ และถามถึงเนื้อหาหนังสือเหล่านั้น
ส่งเสริมการเขียน เช่นหัดเขียนบันทึกรายการซื้อของ, เขียนข้อความสื่อสารถึงกัน, เขียนเรื่องสั้น หรือ ทำการ์ดอวยพร


ขอบคุณข้อมูล : หนังสือพิมพ์มติชน







โดย: เจ้าบ้าน [16 พ.ย. 54 12:05] ( IP A:58.9.201.238 X: )


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน