ความคิดเห็นที่ 1 
| | โดย: นายนีออน [14 ส.ค. 49 22:34] ( IP A:124.121.4.108 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 2 
| | โดย: นายนีออน [14 ส.ค. 49 22:35] ( IP A:124.121.4.108 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 3 เป็นโรคจุดขาวครับ เกิดจากการที่ปลาปรับสภาพไม่ทัน หรือ สภาพน้ำไม่เหมาะสม อุณหภูมิไม่เหมาะ ถ้าปล่อยไปนานๆ อาจตายได้นะครับ
การรักษา ใช้ ยาเหลือง-อะไค้ท์ฟลาวิน 10 cc / น้ำ4 ลิตร ผสมแช่ นาน 3 วัน ถ้ายังไม่หาย ให้ผสมยาใหม่แล้วแช่ต่อไปอีก 3 วัน (ยานี้ใช้ในการรักษาเชื้อที่ครีบและหาง ) อาจหายช้าหน่อยแต่ได้ผลดี หรือ จะใช่ยา ควินนินไฮโดคลอไรด์ 4 cc ต่อ น้ำ 1 ลิตร แช่ปลา 1 วัน
และในตู้ปลาควรใส่ ด่างทับทิม เพื่อทำการฆ่าเชื้อด้วยนะครับ
จาก เด็กสัตวแพทย์ ครับ อิอิ | | โดย: panthai2009@hotmail.con [14 ส.ค. 49 23:51] ( IP A:124.120.63.90 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 4 ลืมบอกไป ถ้าหายาไม่ได้ ก็ง่ายโดย เอาเกลือผสมน้ำแล้วแช่ปลาสัก 30 วินาที แล้วเอาปลา มาแช่ น้ำด่างทับทิม ใช้เกลือป่น ประมาณ 2 ช้อน ต่อน้ำ 1/2 ลิตร แช่นะครับ แล้วก็ใช้ด่างทับทิมประมาณ 5 กรัม/ น้ำ 5 ลิตร สีน้ำอาจจะม่วงหน่อยแต่อย่าตกใจนะ แช่ปลานาน 1 วัน มันจะช่วยฆ่าเชื้อได่นะครับ | | โดย: เด็ก สัตวแพทย์ [14 ส.ค. 49 23:58] ( IP A:124.120.63.90 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 5 ใส่ลงไปในตู้เลย หรือว่าแยกเฉพาะปลาตัวทีเป็นโรคออกมาทำด้านนอกครับ หรือว่าควรจะทำกับปลาทั้งตู้รึเปล่า ปล.ขอบคุณคับสำหรับทุกๆคำตอบ | | โดย: นายนีออน [15 ส.ค. 49] ( IP A:124.121.1.157 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 6 ตอนนี้ผมไม่มีเกลือ ใส่ด่างทับทิมไปก่อนได้รึเปล่าคับ ตอนนี้กลัวมันตายมากเลย รู้สึกว่าจุดขาวๆจะลามไปมากแล้ว | | โดย: นายนีออนT_T [15 ส.ค. 49] ( IP A:124.121.1.157 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 7 สถานการณ์ล่าสุด นายพลจุดขาวส่งกองทัพระเบิดจุดขาวลงพื้นที่เข้าโจมตีกับพลทหารนีออนอย่างดุเดือด ได้รับบาดเจ็บสาหัสกันอย่างถ้วนหน้า และเป็นที่น่าเศร้าเสียใจที่พลทหารนีออนน้อยๆผู้น่าสงสารได้เสียชีวิตไปแล้ว 3 ตัวT^T ขณะนี้ทั่นนายพลได้มีคำสั่งให้ส่งกองทัพเสริมด่างทับทิมเข้าไปช่วย ขณะนี้กองกำลังเสริมกำลังต่อสู้กับกองทัพจุดขาวอย่างดุเดือด ผลการสู้รบจะเป็นอย่างไร จะต้องส่งกองกำลังเสริมเข้าไปร่วมต่อสู้อีกหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป | | โดย: ซี.เห็น.เห็น รายงานTT [15 ส.ค. 49 2:32] ( IP A:124.121.1.157 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 8 พี่นีออน ครับ จากการที่พี่เอา ด่างทับทิมไปแช่เจ้านีออนเป็นหลักการที่ไม่ถูกต้องสักที่เดียวครับ เพราะปลาที่ดูจากอาการแล้วไม่ใช่จุดขาวครับ แต่เป็นอาการเปลือย(จากรูปนะครับ) ถ้าอาการจุดขาว จะเห็นเป็นเกล็ดหิมะตามตัว ได้ ชัดเจนกว่านี้ครับ นี้เป็นเพียงอาการเปลือยเท่านั้นครับ ไม่ควรแช่ด่างทับทิม ควรนำปลาที่ป่วยแยก อย่ารวดเร็ว เปลี่ยนถ่ายนำทุกวัน และเจ้าโคนี้ควรใส่เป็นยาที่เรียกว่า "ออกซีเต๊ตร้า" หรือเรียกกันทั่วไปว่ายาเหลืองปลาทองครับ แช่แล้ว เปลี่ยนถ่ายนำทุกวัน ดูจนอาการดีขึ้น แล้ว ควรงดอาหารนเพราะการให้ อาหารแล้ว ปลาไม่ทานจะเกิดเป็นการหมักหมมขจองเชื่อโรคครับ ส่วนตอนนี้ พี่นีออน อย่าได้คิดนำปลาใดๆ มาลงตู้นะครับ เพราะว่าในตู้ของพี่ยังมีเชื่อโรคชนิดนี้อยู่ ควรเปลี่ยนถ่ายนำในตู้ 20% ทุกวัน จนอาการปลาเริ่มแข็งแรงครับ แล้วงดการให้อาหารก่อนเช่นกัน หรือไม่ให้ได้ เพียงเล็กน้อยครับ ถ้าปลาพี่มีอากาของ"จุดขาว"จิง ให้พี่นีออน ทำการแยกปลาออกมา เช่นกัน แต่เรา จะใช้ยาที่เรียกว่า "ซุปเปอร์อิก" แทน เจ้าตัวนี้จะไม่เหมาะกับไม้นำนะคับ ควรใส่ในปริมาณที่น้อย แต่บ่อยครับ ส่วนเจ้า ตัวที่แยกออกมา ให้ใส่ตามอัตราส่วน ของข้างขวด เลย แล้วดูอาการปลาเช่นกัน แต่ผมบอกพี่นีออนได้เลย ครับปลานีออน เนี้ยใจเซาะนะคือปลาพวกนี้จะตายง่ายครับ ทามใจไว้นิดนึงครับ | | โดย: ลูกชาวเรือ [15 ส.ค. 49 9:14] ( IP A:158.108.12.70 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 9 แนะนำยา รักษา จุดขาวของ aquafarm ครับ ผมใช้มาแล้วได้ผลดี แต่ราคาค่อนข้างจะแพงหน่อย ใส่กับไม้น้ำได้ อย่างเพิ่งใส่เกลือหรือเปลี่ยนน้ำมากนักนะครับ ส่วนยารักษา จุดขาวตามท้องตลาด แนะนำอย่าเพิ่งใช้เลยครับ มันเสี่ยง ถ้าปลาออกอาการเปื่อย ก็แยกปลามารักษา และเปลี่ยนน้ำวันละ 10-20 % อย่างที่คุณลุกชาวเรือ บอกไว้นะครับ | | โดย: pakorn [15 ส.ค. 49 9:23] ( IP A:202.149.100.64 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 10 ก่อนอื่นต้องขออธิบาย เรื่องจุดขาวให้ชัดก่อน อาการ ปลาจะมีจุดสีขาวขุ่นขนาดเท่าหัวเข็มหมุด กระจายอยู่ตามลำตัวและครีบ สาเหตุ เกิดจากเชื้อโปรโตซัว ที่กินเซลล์ผิวหนัง การป้องกันและรักษา เนื่องจากปรสิตชนิดนี้จะฝังตัวอยู่ใต้ผิวหนัง การกำจัดได้ผลไม่เต็มที่ วิธีที่ดีที่สุด คือการทำลายตัวอ่อนในน้ำ หรือทำลายตัวแก่ขณะว่ายน้ำอิสระ พยายามรักษาระดับอุณหภูมิของน้ำให้สม่ำเสมอ อย่าให้อุณหภูมิน้ำเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน การใช้ ออกซีเต๊ตร้า มันเป็นยาในกลุ่มantybiotic มันฆ่าปรสิต หรือโปโตซัวมะได้ แต่มันจะช่วยในการไม่ทำให้แผลของปลาติดเชื้อซึ่งเป็นอาการแทรกสอด ของปรสิตนะครับ ลองดูแล้วกัน ถ้าในกลุ่มปลาที่ไม่ใช่ปลาสวยงาม เค้าจะใช้ ฟอร์มาลีน ใส่ลงบ่อ แต่นี่มันปลานีออนชึ่งปลาชนิดนี้ ค่อนข้างไวกับสารเคมี ฟอร์มาลีนอาจแรงเกินไป ดังนั้นก้อยู่กะดุลพินิจของผู้เลี้ยง ผู้ให้ความคิดเห็นไม่ได้เห็นอาการของปลา เพียงแต่ให้การวิเคราะห์อาการและการรักษาเท่านั้น เพิ่มเติมจากความคิดเห็นแรก เมื่อคืนดึกไปหน่อยรายละเอียดอาจไม่ครบอาจเกิดความขัดแย้งกับความคิดเห็นอื่นก็แล้วแต่ผู้ทำการรักษา หรือจะใช้ยา ซุปเปอร์อิก ก็ได้เพราะมันเป็นยาที่ผสมมาเพื่อการรักษาโรคจุดขาวอยู่แล้วไม่ต้องคำนึงอะไรมากใช้ตามคำแนะนำจากฉลากยา | | โดย: ความคิดเห็นที่ 3 [15 ส.ค. 49 13:25] ( IP A:124.120.60.162 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 11 ลักษณะแผลเป็นขุยปุยสีขาวขึ้น ผมว่าไม่น่าใช่โรคจุดขาวนะครับ โรคจุดขาวจะเป็น จุดเล็กๆขึ้นตามตัวเต็มไปหมดนะครับ อาการแบบนี้ผมว่าเป็นโรคเชื้อรามากกว่า ลองอ่านบทความนี้นะครับ โรคจากเชื้อรา โดยทั่วไปโรดทื่เกิดจากเชื้อรามักจะเกิดร่วมกับโรดอื่น ๆ หลังจากที่ปลา เกิดเป็นแผลแบบเรื้อรังแล้วมักพบเชื้อราเข้ามาร่วมทำให้แผลลุกลามไป โดยจะเห็น บริเวณแผลมีเชื้อราเกิดเป็นปุยขาวๆ ปนเทาคล้ายสำลีปกดลุมจอยู่ ในการเพาะปลา ถ้าหากมีไข่เสียมากก็จะพบราเข้าเกาะกินไข่เสียเหล่านั้นก่อน และลุกลามไปทำลาย ไข่ดีต่อไป ถ้าหากไม่ได้ทำการรักษาอย่างทันท่วงที
การปัองกันและรักษา
1 . สำหรับปลาป่วยในโรงเพาะปักใช้มาลาได้ท์กรีน จำนวน 0.1- 0.15 กรัมต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่นาน 24 ชม.
2. กรณีของปลาป่วยในบ่อดินมักพบต้นเหตุทื่ทำให้ปลาป่วยเป็นเชื้อรา เนื่องมาจากคุณภาพของน้ำในบ่อไม่ดี ให้ปรับด้วยปูนทวในอัตรา 60 กิโลกรัม/ไร่ ในเวปนี้นะครับ http://web.ku.ac.th/agri/fishdec/outworm.html#9 ก่อนที่จะใส่ยาอะไรลงไปอยากให้รู้ให้แน่นอนก่อนนะครับว่าปลาเป็นโรคอะไรแน่ เพราะการใส่ยาต่างๆลงไปอาจทำให้ปลามีอาการแย่ลงอีกและอาจทำให้ตายได้นะครับ ส่วนการรักษา ในตู้ต้นไม้น้ำนั้นการใส่ยาอย่างใดอย่างหนึ่งลงไปอาจทำให้ระบบของตู้ ล่ม สิ่งมีชีวิตบางชนิดจะตายไป วิธีรักษาที่ดีก็คือต้องแยกปลาออกมารักษาจะดีกว่าครับ แต่อย่างไรก็ดีถ้าปลามีอาการหนักแล้วก็อาจจะทำให้รักษาได้ไม่ทัน เป็นความเห็นส่วนหนึ่งนะครับ | | โดย: JJ [15 ส.ค. 49 22:21] ( IP A:124.121.165.104 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 12 ส่วนนี่ก็โรคจุดขาวนะครับ โรคจุดขาว เขียนโดย คุณ นณณ์ ผาณิตวงศ์
หน้าหนาวกำลังจะมาเยือนอีกแล้วนะครับ ตอนนี้ที่เว็บบอร์ดต่างๆก็เริ่มมีการแปะถามเรื่องวิธีการรักษา โรคจุดขาวกันแล้ว ถือเป็นของคู่กันจริงๆครับ อากาศเปลี่ยนทำให้ปลาอ่อนแอลง เชื้อโรคก็เล่นงานปลาไ ด้ง่ายๆ โรคนี้จะว่าน่ากลัวก็น่ากลัว จะว่ารักษาง่ายก็ไม่ยาก สรุปตามซุนวู ว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะ ร้อยครา วันนี้เรามารู้จักโรคจุดขาวและวิธีการรักษากันให้ถึงกึ๊นดีกว่าครับ โรคจุดขาวเกิดจากเชื้อโรคที่มีชื่อว่า Ichthyophthirius multifiliis (Ich หรือ อิ๊ค) ซึ่งอาการของโรค นี้จะสังเกตุได้ง่ายๆ โดยปลาที่เป็นโรคนี้จะมีจุดสีขาวๆ ซึ่งมีขนาดประมาณ 0.5-1 มิลลิเมตร ขึ้นอยู่ ตามครีบและลำตัว โดยจุดบางจุดอาจจะขึ้นติดกันจนมีลักษณะเป็นแถบสีขาว ปลาที่เป็นโรคนี้ในช่วง เริ่มแรกจะสามารถสังเกตุได้จากการที่ปลาซึมลงไปและมีอาการครีบและหางหุบอยู่ตลอดเวลา ในกรณีที่เป็นหนักปลาจะมีอาการหายใจแรงและหยุดกินอาหารด้วยครับ เชื้อโรคชนิดนี้มีวงจรชีวิตแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนด้วยกัน โดยเริ่มแรกนั้นเชื้อโรคจุดขาวอาจจะติดเข้ามากับ น้ำ หรือปลาที่นำมาเลี้ยงใหม่ ตัวโตเต็มวัยของเชื้อโรคจะแทรกซึมอยู่ในผิวหนังของปลาและไป รบกวนระบบต่างๆในร่างกาย นอกจากนั้นแผลที่เกิดจากการแทรกซึมจะเป็นจุดที่ทำให้เกิดการติด เชื้อ (Secondary infection) อื่นๆด้วย หลังจากนั้นตัวเต็มวัยก็จะทำการแตกตัวออกมาเป็นช่วงที่ เรียกว่า Trophozoite และพัฒนาเป็นช่วงต่อไปซึ่งเรียกว่า Cyst ช้วงนี้เองเชื้อโรคจะทำการปล่อย Tomite ออกมาโดย Cyst แต่ละอันนั้นจะปล่อย Tomite ออกมาได้มากถึง 300 ตัว ทีเดียว ซึ่งช่วง Tomite นี้แหละครับเป็นช่วงเดียวที่เราสามารถ จัดการกับเชื้อโรคชนิดนี้ได้ โดยวงจรชีวิตนั้นจะครบ รอบในระยะเวลาประมาณ 12-16 วันซึ่งจะแบ่งเป็น 4 ช่วงเท่าๆกัน เท่ากับว่าเรามีเวลาในการกำจัดเชื้อ โรคตัวนี้เพียง 3-4 วัน และเว้นไปอีก 3-4 วันถึงจะทำการรักษาได้อีกครั้ง ต้องให้ยาเว้นช่วงไปแบบนี้ ถึง 4 ครั้งหรือ 12-16 วันเราถึงจะแน่ใจได้ว่าเราได้กำจัดเชื้ออิ๊คออกไปจากตู้หมดแล้ว วิธีรักษา 1. ทำการเปลี่ยนน้ำประมาณ 50 % โดยพยายามดูดเอาเศษอาหารและตะกอนต่างๆออกให้มาก ที่สุด ถ้ามีระบบกรองใต้ชั้นกรวดควรจะดึงสายอ๊อกซิเจนออกจากท่อส่งน้ำและนำสายมาต่อกับหัวทราย โดยตรง นอกจากนั้นถ้าระบบกรองของท่านมี คาร์บอนเป็นส่วนประกอบ ควรนำคาร์บอนออกมาจากตู้ ก่อนครับ สาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้เพราะว่าสิ่งสกปรกและคาร์บอนจะดูดซับเอายาออกไปจากน้ำ ในช่วงที่ให้ยานี้ควรจะใช้แต่ลมจากปั๊มหรือหัวทรายเท่านั้นครับ 2. ยาที่ใช้ได้ผลกับโรคชนิดนี้มักจะมีส่วนผสมของ มาลาไคท์ กรีน (Malachite Green) และ ฟอร์มาลีน หรือไม่ก็อย่างใดอย่างหนึ่งล้วนๆครับ เวลาเลือกซื้อยาระวังยาซึ่งใช้ มาลาไคท์ กรีนเกรด ไม่ดีซึ่งจะมีส่วนผสมของสาร สังกะสี (Zinc หรือ Zine cloride) ซึ่งจะเป็นพิษต่อปลาได้ ระวังอย่าให้ มาลาไคท์ กรีน โดนมือด้วยนะครับเพราะพวกนี้เป็นสารก่อมะเร็ง ความเข้มข้นของยาแต่ละยี่ห้อจะไม่ เท่ากัน ดังนั้นก่อนใช้ควรอ่านฉลากให้ชัดเจน การใส่ยาก็ใส่ไปในปริมาณตามที่ฉลากกำหนดครับ แต่อย่าไปเชื่อฉลากเรื่องที่ให้ใช้ติดต่อกันเป็นเวลาไม่นานนะครับ การรักษาโรคจุดขาวที่ถูกต้อง คุณต้องให้ยาเป็นเวลาประมาณ 3-4 วันเว้น 3-4 วันรวมแล้วเป็นเวลาประมาณ 12-16 วัน ไม่เช่นนั้น เชื้อโรคก็จะกลับมาอีก 3. นอกจากใส่ยาแล้วการเพิ่มอุณหภูมิน้ำให้อยู่ที่ประมาณ 30-32 องศาเซลเซียสในช่วงที่รักษา โรคอยู่ก็จะเป็นการเร่งอัตราเติบโตของเชื้อโรคทำให้เกิด Tomite เยอะขึ้นโดยเชื้อโรคพวกนี้เมื่อไม่มี ปลาให้เกาะ (Host) ก็จะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ทำให้เราสามารถกำจัดได้เร็วขึ้นครับ 4. ใส่เกลือประมาณ 2-3 ช้อนชาต่อน้ำ 5 ลิตร โดยเกลือที่ใช้นั้นต้องเป็นเกลือทะเลที่สะอาด ไม่ควรใช้เกลือราคาแพง (Table salt)ซึ่งมีการเติมสารไอโอดีนและสารขจัดความชื้นซึ่งไม่เป็นผลดี ต่อปลาเลย การใส่นั้นควรจะค่อยๆใส่จนครบตามสัดส่วน การใส่ลงไปคราวเดียวเลยอาจทำให้ปลา ช๊อคได้ครับ เกลือจะทำให้ระบบหมุนเวียนของเหลวในร่างกายของปลาดีขึ้นและทำให้น้ำกระด้างขึ้น เป็นผลให้เชื้อโรคอ่อนแอลง นอกจากนั้นเกลือยังทำให้ปลาขับเมือกออกมามากขึ้นทำให้เชื่อโรคจุด ขาวเกาะติดกับตัวปลาได้ยากขึ้นครับ 5. ก่อนการให้ยาทุกครั้งควรทำการเปลี่ยนน้ำทั้งหมดออกและทำการขัดตู้เพื่อให้เชื้อโรคหลุด ออกไป หรือย้ายปลาไปสู่ตู้ใหม่ที่สะอาดเพื่อเป็นการตัดตอนวงจรอีกครั้งหนึ่งก็จะทำให้ปลาหายเร็ว ขึ้นครับ 6. เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคติดต่อที่ปลาค่อนข้างจะติดกันได้ง่าย อุปกรณ์ที่ใช้กับตู้ปลาที่เป็นโรค นี้อยู่จึงควรทำความสะอาดให้ดี และไม่ควรนำไปใช้รวมกับตู้อื่นๆครับ 7. ส | | โดย: [0 3] ( IP ) |  |
ความคิดเห็นที่ 13 ำหรับเรื่องอดอาหารระหว่างการรักษาซึ่งบางตำราแนะนำเนื่องจากสมมุติฐานว่าระบบอ่อน แอกินไปก็ไม่ย่อยจะตายซ่ะเปล่า โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยเชื่อถ้าปลายังยอมกินอยู่ผมจะให้กิน ตลอดครับ ขอให้รักษาปลาหายกันถ้วนหน้านะครับ มัจฉ อโรคยา ปรมา ลาภา ปลาไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ อิ อิ เอกสารอ้างอิง: Fish health, the manual, 1988, Dr. Chris Andrews, Adrian Exell, Dr. Neveille Carrington, Salamander Books Ltd., Tetra Press, Virginia http://www.siamensis.org/article/a004.asp
ส่วนนี่เป็นเวป คุณ รอฟ ที่ให้ความรู้ในเรื่องปลาที่ดีเวปหนึ่งนะครับลองเข้าไปถามดูได้ครับ http://www.genepoolaquarium.com/ | | โดย: JJ [15 ส.ค. 49 22:38] ( IP A:124.121.165.104 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 14 ใช่แล้วครับ ผมก็ว่าน่าจะเป็นเชื้อรานะ ไม่ใช่จุดขาว เอาปลาออกจากตู้ไม้น้ำมารักษาโลดครับ | โดย: Mhee [15 ส.ค. 49 22:44] ( IP A:58.8.22.166 X: ) |  |
ความคิดเห็นที่ 15 ขอบคุณคับสำหรับทุกๆคำตอบ ตอนนี้ผมได้ทำการรักษาตามคำแนะนำไปบ้างแล้ว อาการปลาดีขึ้นมากครับ จุดขาวๆที่เห็นอยู่ก็น้อยลง ปล.ขอขอบคุณทุกๆคนอย่างมากอีกครั้งครับ ขอบคุณ^^ | | โดย: นายนีออน^^ [17 ส.ค. 49 20:24] ( IP A:124.121.11.38 X: ) |  |
|