ถามทุกคนครับ+คุนbow boyด้วยครับ
   คือผมอยากทรายว่าในไทยมีร้านไวโอลินร้านไหนที่ขายของเก่าหรือของคุณภาพมั่งครับหรือร้านที่เปงร้านขายเครื่องสายจริงน่ะครับแล้วก็อยากถามคุณvow boy ว่าในเวบไซต์ http://www.westcountryviolin.comที่คุณbow boyให้ไว้น่ะครับ ทำไมไวโอลินเก่า แล่วดูจากรูปก็น่าจะมีคุณภาพที่ดีที่เดียวบางตัวราคา30000บาทซึ่งในราคาเท่านี้ผมสามารถจะซื้อได้น่ะครับเพราะผมเห็นไวโอลินเก่าน่ะแพงมากที่เดียวแล้วในเมืองไทยมีอย่างในเวบไซต์รึปล่าวครับ
โดย: nor [12 เม.ย. 48 18:40] ( IP A:58.8.248.111 X: )

ความคิดเห็นที่ 1
   ขอตอบอย่างนี้ครับ ความเห็นส่วนตัวนะครับถือเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้น ขอให้ผู้อ่านพิจารณาด้วยก่อนเชื่อนะครับ

ทำไมยกตัวอย่างเวปนี้
• สาเหตุที่นำเวปนี้ขึ้นมาเป็นตัวอย่างก็เนื่องจากว่าเป็นเวปที่เขาเชี่ยวชาญเฉพาะไวโอลินฝรั่งเศส ที่ทำในช่วงศตวรรษที่ 19 และ 20 ซึ่งไวโอลินประเภทนี้คนรักไวโอลินในบ้านเราบางกลุ่ม อาจสามารถหาซื้อได้ในราคาที่พอจ่ายไหว
• เวปนี้มีภาพให้ดูชัดเจนเพราะเวลาเขาประเมินค่าและฝีมือการทำของไวโอลินตัวนั้น ๆ คนเลือกของเป็นเขาจะดูที่แผ่นหลัง,varnish, ff holes, scroll, button, purfling, crack repair etc. แล้วค่อยฟังเสียง แถมที่นีมีคำอธิบายชัดเจนพอสมควร และบอกราคาให้รู้กันเลยจะ ๆ ไม่อุบไว้เปิดราคากันตรง ๆ แถมมีเสียงให้ลองฟังดูด้วย มันม้วนเดียวจบครับ เจ้าของร้านเขาใจป้ำน่าดู ทำให้เราดูพอเป็นตัวอย่างง่ายครบเครื่อง
• ความรับผิดชอบต่อลูกค้ามีสูงเพราะเราจ่ายผ่าน worldpay เขารับเงินจาก worldpay มีกฎหมายป้องกันการโกงทางอินเตอร์เน็ตควบคุมอยู่ ไม่ชอบส่งคืนได้ หักแค่ค่าส่งและค่าประกันภัย ขายคืนเพื่อซื้อตัวใหม่หัก 30% (อัตราธรรมดาครับ มาตรฐาน)
• ราคาไวโอลินในเวปนี้เมื่อเทียบกันกับร้านอื่น ๆ ที่อยู่ในเมืองใหญ่ เป็นร้านใหญ่ของเขาราคาที่นี่จะถูกกว่าสัก 30% เห็นจะได้ อาจเป็นเพราะเขาคุ้นเคยดีมากกับ dealer ในฝรั่งเศสเจ้าที่ส่งของให้เขาเป็นประจำก็ได้ทำให้ต้นทุนไม่สูงนัก แถมร้านไม่ได้เป็นร้านใหญ่เป็นธุรกิจครอบครัวเล็ก ๆ มีลูกจ้างสองคนมั๊ง แล้วก็ไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่ มียุทธวิธีการค้าขายแบบขายของคุณภาพใช้ได้ให้ได้จำนวนมาก ขายให้ได้เร็ว ทำกำไรต่อชิ้นไม่สูงโต่งก็เป็นได้ หวังมีลูกค้าใหม่มาก ๆ รักษาลูกค้าเก่าไว้ให้ได้ตลอด ประเภท volume game ครับ ไม่ใช่ margin game
• แล้วใครสนใจก็สอบถามกับร้านเขาเองได้เลย ผมไม่มีส่วนได้เสียด้วย

ทำไมราคาไวโอลินในยุโรปถึงถูกกว่าบ้านเรามากก็เพราะ ยกตัวอย่างเช่น
• ประเทศอังกฤษเป็นแหล่งซื้อขายไวโอลินที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก มีของดี ๆ หมุนเวียนในตลาดมาก ของหมุนเร็ว มี auction house ใหญ่ ๆ หลายแห่ง มีของดีให้เลือกเยอะ
• ราคาของไวโอลินจากอังกฤษไปขายในสหรัฐ ราคาคงต้องคูณสองเท่า ขายในเอเซียโดยเฉพาะที่ญี่ปุ่นคงต้องคูณสี่เท่า ส่วนประเทศอื่น ๆ ในเอเชียต้องคูณสักสามเท่า ลองคิดดูครับ ความแตกต่างของค่าเงิน demand & supply การแข่งขันกันในระหว่างร้าน ภาษีนำเข้า ระยะเวลาการเก็บสต๊อกในร้านก่อนขายได้ อัตราดอกเบี้ย ฯลฯ พวกนี้แหละครับที่ทำให้ไวโอลินมีราคาสูงในตลาดเอเซีย และที่อเมริกาเหนือ เดี๋ยวนี้ antique European violin ที่ขายในจีนก็ขายในราคาที่คนชั้นกลางในจีนที่มีสตางค์ยังร้องจ๊ากเหมือนกันนะ เพราะนักเล่นที่จีนเก่ง ๆ เขาก็ไม่ได้อยากใช้ของจีนดี ๆ อยู่นั่นเอง
• ราคาไวโอลินในบ้านเราสูงอาจเป็นไปได้ว่าร้านที่ขายอยู่นี้ การทำธุรกิจยังจัดว่าเล็กมาก ยังไม่ถึงระดับร้านในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในด้านปริมาณสินค้าในร้านและ แหล่งที่ป้อนสินค้าให้ก็จำกัดเพราะไม่ได้มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับ dealer ต่าง ๆ การให้บริการในด้านต่าง ๆ ก็ยังไม่ครบวงจร การจะเปิดร้านขายworkshopไวโอลินเก่าที่คุณภาพดีสักร้าน คงต้องมีของสักประมาณ 50 ตัวเป็นอย่างต่ำ แล้วถ้าหากต้นทุนของราคากลาง ๆ อยู่ที่สัก 60,000 บาทต่อตัว คุณลองคิดเล่น ๆ ดูสิครับว่าต้องลงทุนเท่าไหร่ นี่ยังไม่นับภาษีนำเข้า ค่าส่ง ค่าประกันภัย ค่าเช่าร้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ดอกเบี้ยเลยครับ แล้วต้องพยายามขายกันให้ได้เท่าใหร่ต่อเดือนถึงพอมีกำไร พวกเราเองก็อยากได้ของดีแต่ไม่แพงกันทุกคนครับร้านขายได้เดือนละตัวก็จัดว่าเก่งแล้วนะผมว่า เมื่อสิบปีมาแล้วผมซื้อไวโอลินตัวแรกที่กรุงเทพฯ นี่ราคา 8,000 บาท ยังคิดว่าแพงหนักหนาเลย ตอนนั้นยังไม่รู้อิโหน่ อิเหน่อะไรเลย แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าโดยบวกจนอ่วมกับของเยอรมันห่วย ๆ เดี๋ยวนี้ workshopไวโอลินเก่าคุณภาพกลาง ๆ ซื้อมาแล้วขายต่อราคามันไม่ตก ถ้าซื้อที่อังกฤษคงต้องจ่ายสักอย่างน้อยก็ 40,000 บาท ที่อังกฤษของสำหรับ professional เขาจะอยู่ที่ระดับราคา 1,800 - 2,000 ปอนด์ขึ้นไปถึงจะเรียกว่าพอถูไถใช้หากินได้ ถ้าราคาในช่วง 700 – 1,500 ปอนด์ ก็จัดว่าอยู่ในระดับนักเรียนระดับกลาง ถึงระดับสูงครับ เหมาะกับนักเรียน college ต่ำกว่า 500 ปอนด์ก็จัดเป็นของนักเรียนโตระดับต้นถึงกลาง หรือมือสมัครเล่นที่ต้องการมีของ antique ราคาไม่แพงไว้ใช้ครับ คิดว่าที่บอกนี้ไม่ผิดจากความจริงเท่าไหร่ (ราคาพวกนี้ไม่เกี่ยวกับเสียงนะครับ) อีกอย่างนะครับยกตัวอย่างคนอังกฤษอยู่ชานเมืองนั่งรถเมล์เข้าเมืองอาจเสียค่ารถเมล์ถึง 8 ปอนด์ สองเที่ยวก็ 16 ปอนด์ กินนอกบ้านสามมื้อเอาแบบอาหารชุดธรรมดาราคาตามปกติก็มื้อละ 10 ปอนด์ ยังไม่รวมกาแฟสักถ้วยเลย ฉะนั้นถ้ามองอย่างนี้คนอังกฤษจ่ายเงินแบบธรรมดาเลยวันละ 50 ปอนด์ หรือ ประมาณ 3,500 บาท ฉะนั้นราคาไวโอลินตัวละ 70,000 บาทนี่ไม่สูงมากนะครับสำหรับพว
โดย: [0 3] ( IP )

ความคิดเห็นที่ 2
   กเขา

ในต่างประเทศเขาตั้งราคาไวโอลินเก่ากันโดยใช้หลักอะไร
แน่นอนครับ dealer ในต่างประเทศเป็นตัวกำหนดราคาตลาดของสินค้าในตลาดโลก เพราะคนซื้อต้องง้อเขา แถมราคาประเมินมันก็เกี่ยวพันไปถึงว่าไวโอลินแพงค่าประเมินราคาก็แพงตามไปด้วย และธุรกิจการทำประกันภัยไวโอลินก็ได้ผลพลอยได้ไปอีกด้วย ฉะนั้นส่วนใหญ่แล้วเขาตั้งราคา antique workshop violin คงทำแบบประมาณนี้
• ร้านใหญ่มาก มีชื่อเสียงมาก ให้บริการครบวงจร ราคาเขาจะสูงมากตามความรับผิดชอบตามชื่อเสียง ตามงบโฆษณา ฯลฯ
• ไม้ดีมีคุณภาพ ฝีมือทำมาดี workshopดี makerดัง สภาพดีไม่มีแตก ไม่มีซ่อม supply น้อย demand มาก และ พวก collector ชอบหาเก็บไว้เป็นของสะสม ของพวกนี้จะแพงมาก ๆ แต่เสียงอาจไม่ค่อยเท่าไหร่ก็มีเยอะ คุณจ่ายค่าความเป็นของเก่าของมันรวมไปด้วยไงครับ
• ส่วนเรื่องเสียงไวโอลินเก่าในการตั้งราคานั้นเขามองเป็นอันดับสุดท้ายครับ ฉะนั้นในด้านคนซื้อที่อยู่ในต่างประเทศเขาจะหาไวโอลินเสียงดี ราคาไม่แพงได้ง่ายกว่าในบ้านเรา แต่ผมก็ไม่เถียงนะครับว่าถ้าเสียงดีด้วยแล้วละก้อราคากระฉูดเชียว ผิดกับคนซื้อครับอยากได้เสียงดี ประสิทธิภาพสมใจ และก็อยากได้แบบไม่แพง หายากครับผม อาจหาได้แต่ใช้เวลาหน่อย ถ้าพวกเราเป็นคนยุโรปละก้อมีโอกาสอีกเยอะ
• เวลาเขาหาซื้อไวโอลินเก่ากันเขาก็จะหาแบบ workshop made เสียส่วนใหญ่ ส่วน German Factory ส่วนใหญ่ราคาไม่แพงเลยสำหรับคนเมืองเขาครับ ของมันเกลื่อนไปหมดโดยเฉพาะในสหรัฐฯ เขาอาจซื้อไว้เล่นแค่ไม่นานพอเก่งขี้นแล้วเขาก็จะเปลี่ยนไวโอลินใหม่เอาแบบที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เหมาะกับการฝึกหัดการเล่นเทคนิคต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เขาใช้คำพูดที่ว่า ความสามารถคนเล่นมันเกินประสิทธิภาพของอุปกรณ์น่ะครับ ดังนั้นถ้าไม่เปลี่ยนอุปกรณ์ให้ดีขึ้นตามความสามารถ ความก้าวหน้าในการเล่นมันก็อาจจะมาช้าไปด้วย เสียเวลาครับสำหรับคนที่จะเอาจริงเอาจังกับการเล่นไวโอลิน ขนาดผมเล่นไม่เอาไหนผมยังทนเสียงไวโอลินแย่ ๆ ไม่ได้เลยครับต้องจำใจซื้อไอ้ที่เสียงดีพอใช้ได้หน่อย ไม่งั้นคงหมดกำลังใจซ้อมไปนานแล้ว ตอนผมเริ่มฝึกแบบจริงจัง ผมซื้อไวโอลินจากจีนที่ขายในบ้านเรามาตัวหนึ่งคิดแค่ว่าเอาแบบประมาณนี้ละแพงจัง ร้านเขาเก็บผมตั้ง 12,000 มีคันชักแย่ ๆ กับกล่องสี่เหลี่ยมคุณภาพไม่ดีแถมมาให้ด้วย ผมทนเล่นได้แค่ 18 วันก็ต้องเลิกใช้ ต้องขายขาดทุนให้เพื่อน ผมทนเสียงมันไม่ไหว ต้องซื้อคันชักใหม่อีกต่างหาก แต่พอมีของเสียงดีเข้าหน่อย โอ๊ยคุณเอ๊ย ซ้อมเช้า ซ้อมเย็น เป็นบ้าไปเลย งานการไม่สนใจ หลงหัวปักหัวปำ ช่วงนั้นเพื่อน ๆ นี่ผมละเลิกคบไปชั่วคราวเลยจนเขาหาว่าบ้าไปแล้ว
• ไวโอลินใหม่ก็มักจะมีราคาถูกมาก ถ้าทำจาก factory โดยเฉพาะจากจีนและราคาสูงโต่งถ้าทำจาก maker ที่มีชื่อเสียงมาก ๆ ไม่ว่าจะชาติไหน จะว่าไปแล้วแพงกว่าไวโอลินเก่าที่ดี ๆ (ระดับกลาง) เสียอีกนะครับ อีกแหละครับอานุภาพของการปั่นราคากัน maker ในร้านไหนขายไวโอลินใหม่ให้กับ soloist ชื่อดังได้ ราคาไวโอลินของ maker คนนั้นมันก็จะกระฉูดตามไปด้วยครับ เช่น 20,000 – 40,000 US$

ร้านใดในเมืองไทยขายของแบบนั้นบ้าง
คำถามนี้จนใจครับตอบไม่ได้ครับ ไม่เคยจับ ไม่เคยลองทุกตัว ทุกร้านครับ คนซื้อต้องเสียเวลาไปสำรวจร้าน และลองเล่นดูเองจะดีที่สุด ในประเทศไทยผมเข้าใจว่าไม่มี Professional appraiser ครับและผมเคยถาม dealer/appraiser ฝรั่งว่าทำไมยูถึงยืนยัน authenticity ของไวโอลินตัวนั้น ๆ ได้ เขาตอบผมว่า “ตอบไปก็ยาวแถมยูก็ไม่เข้าใจหรอกถ้ายูไม่เคยจับไวโอลินมาสัก 6,000 ตัว แบบไอ” เออ! ต้องยอมแพ้มันครับ เอาเป็นว่าถ้าคนไทยไปซื้อเองที่เมืองนอกไม่ได้ ก็คงต้องหาในบ้านเราละครับน่าจะมองประมาณว่า ไวโอลินเสียงดีถูกใจไหม สภาพดีไหม ราคาถูกใจไหม พอจ่ายไหวไหมดีกว่าครับ ทางเลือกของเราน้อยกว่าฝรั่ง และถ้าเลี่ยง old German factory violin ได้ก็ดีครับแต่ถ้าเสียงดีถูกใจก็อีกเรื่อง พิจารณาดูครับเพราะตามมาตรฐานแล้ว resale value มันต่ำ อีกทีก็หาซื้อไวโอลินจีนคุณภาพเสียงดี ๆ ไว้เล่นก็ดีนะครับ ผมพึ่งซื้อมาใหม่ตัวหนึ่งแล้วจะโพสท์ให้ดูว่าเป็นไง พอผมเปลี่ยน สาย หย่อง ลูกบิด หางปลา รองคาง แล้วถูกใจผมมาก ฝีมือทำผมว่าเนี๊ยบดีมากเกลี้ยงเกลาทั้งภายนอก ภายใน ไม้สวยด้วย เสียงและการตอบสนองก็คุ้มค่ากับราคาเฉียดสองหมื่น (เผอิญไม่ได้ซื้อที่ร้านในกรุงเทพฯ) คุณ nor และเพื่อน ๆ ในบอร์ดมีความเห็นว่าไงกันบ้างครับ?
โดย: Bow Boy [13 เม.ย. 48 16:32] ( IP A:203.146.30.206 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
   เอาไวโอลินจีนตัวใหม่มาให้ดูครับไม้สวย ทำมาได้ดีแล้วก็มาปรับอีกเล็กน้อยก็สมราคาครับ

โดย: BB [13 เม.ย. 48 16:41] ( IP A:203.146.30.206 X: )

ความคิดเห็นที่ 4
   นี่เป็น F hole ครับ สังเกตุดูลายไม้แผ่นหน้าจัดว่ารับได้ถึงแม้จะไม่ถี่เท่าไหร่

โดย: BB [13 เม.ย. 48 16:43] ( IP A:203.146.30.206 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
   Scroll ครับ ลูกบิดเดิมเป็น Ebony เกรดต่ำแถมทาสีดำทับมาอีกทำให้บิดไม่ค่อยอยู่ สายตกอยู่เรื่อยเพราะสีดำมันไปทับเสี้ยนไม้หมด ผมเลยต้องทำ Boxwood ใหม่ใส่เข้าไป เดี๋ยวนี้เวลาบิดนิ่มดี มีเสียง ตึ๊บ ๆ ๆ แน่สนิท

โดย: BB [13 เม.ย. 48 16:47] ( IP A:203.146.30.206 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
   หางปลา และ ที่รองคางของเดิมเป็นไม้เกรดต่ำทาสีดำทับมาด้วย เวลาเล่นเหงื่อออกมาก ๆ เล่นเอาสีตกทำให้คอผมดำเชียว เลยต้องเปลี่ยนใหม่ พอใช้ Boxwood ก็ดูแจ่มขึ้นเยอะ และ หางปลา Boxwood ก็ช่วยให้ไวโอลินตัวนี้มีความสั่นสะเทือนดีขึ้นอีกนิดหน่อยด้วย

โดย: BB [13 เม.ย. 48 16:52] ( IP A:203.146.30.206 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
   หย่องใหม่ครับ เพราะของเดิมที่ติดมาถึงแม้สัดส่วนถูกต้องแต่หนาไปนิดหน่อย และไม่ได้ทำการปรับแต่งเสียงมาเลยต้องทำใหม่ พร้อมปรับ soundpost เลยออกมาอย่างที่เห็น ทำให้เสียงดีขึ้นแยะครับ เสียงดังดี เสียงชัดใส กังวาล ส่งเสียงไปได้ไกลทดลองยืนฟังห่างไปสัก 20 กว่าเมตรก็ยังคมชัดดี พอแล้วครับ ราคาเท่านี้ใด้อย่างนี้พอใจแล้ว

โดย: BB [13 เม.ย. 48 17:00] ( IP A:203.146.30.206 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
   ภาพสุดท้ายครับ เป็นภาพ ของเดิมที่ติดมากับตัวไวโอลิน หางปลาที่เห็นในภาพ สั้นกว่าปกติไป 0.5 cm สีดำที่เห็นทั้งหมดจะดูแล้วรู้ว่ามันถูกทาสีดำทับมาเพราะมันดำแบบตุ่น ๆ ด้าน ๆ นี่แหละครับผมถึงว่าไวโอลินจีนส่วนใหญ่ร้านเขาไม่ค่อยให้ความสนใจในเรืองพวกนี้เท่าไหร่ ก่อนนำมาใช้เล่นผมถึงต้องมาเสียเวลาทำ ปรับแต่งของพวกนี้ใหม่ แต่ราคานี้ คุณภาพนี้ คุ้มครับ

หวังว่าอาจารย์สุวรรณ และสมาชิกบอร์ดทุกท่านจะมีความสุขในวันปีใหม่ไทยนะครับ ออกต่างจังหวัด ใช้รถใช้ถนนระมัดระวังด้วย ขอให้สนุกและปลอดภัยทุกท่านครับ

โดย: BB [13 เม.ย. 48 17:07] ( IP A:203.146.30.206 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
   คุณ Bow Boy ครับ อยากทราบว่าสัดส่วนที่ถูกต้องของ Bridge นั้นควรจะเป็นเท่าไร เช่น ความสูงจากขาจนถึงปลายมนด้านบน ความหนาของหย่องด้านที่รองรับสาย และถ้าจะแต่งให้ได้เสียงที่ดีควรทำอย่างไรครับ

อยากทราบว่าไวโอลินที่คุณนำภาพมาให้ชมยี่ห้ออะไรครับ หาซื้อบ้านเราในกรุงเทพได้หรือเปล่าครับ

ขอบคุณครับ
โดย: วิทย์ [14 เม.ย. 48] ( IP A:203.172.88.148 X: )

ความคิดเห็นที่ 10
   ลองยกไวโอลินจีนของลุง มาเปรียบเทียบกับของคุณ Bow Boy มันเหมือนจะเป็นคู่แฝด ของลุงยิ่งสียิ่งดัง จนถึงกับต้องเอาอีแก่ ตัวเก่าอายุ 60-70 ปีไปวางบนหิ้ง แล้วสีไวโอลินจากจีนแทน เล่นบ่อยเข้า สีดำบน finger board เริ่มจางเป็นสีเนื้อไม้แล้วครับ ช่วยตั้งราคาให้ที ตัวที่ลุงซื้อ ราคา marking price 32,000 เนื่องจากเป็นคนวงใน จึงลดครึ่ง สำหรับคนสูงอายุ จ่ายจริงไปหมื่นครึ่งฝ่า ๆ...แฮะ ๆ ๆ
โดย: ลุงโอภาส [14 เม.ย. 48 9:24] ( IP A:202.129.18.190 X: )

ความคิดเห็นที่ 11
   ขอบคุนมากครับสำหรับคำตอบ และ ไวโอลิน คุน bow boy สวยมากเรยครับผมเห็นลายไม้ด้านหลังสวยมากมากครับไม่น่าเชื่อว่า20000บาทครับ
โดย: nor [14 เม.ย. 48 18:06] ( IP A:58.8.246.180 X: )

ความคิดเห็นที่ 12
   สัดส่วนหย่องที่คุณวิทย์ถามครับ

ตามภาพที่เห็นนี้เป็นแค่ guideline นะครับมันจะต่างกันไปแล้วแต่ไวโอลินในกรณีที่ทำ tuning จริง ๆ ถ้าเป็นไวโอลินนักเรียนตัดประมาณสัดส่วนตามตัวอย่างก็น่าจะใช้ได้แล้วครับ ส่วนด้านส่วนโค้งความหนาส่วนตัวผมชอบแค่ 1.0 mm ยกเว้นเมื่อต้องพยายามแก้เสียงไวโอลินทีมันมีเสียงดังกรี๊ดกร๊าดมากไปหน่อยก็อาจจะเพิ่มความหนาขึ้นเล็กน้อย แต่พยายามไม่เกิน 1.2 mm ส่วน bridge foot ความหนาผมชอบไม่เกิน 1.2 mm แต่ส่วนใหญ่จะชอบให้ใกล้ 1.00 mm และจะไม่บางกว่านั้น หากต้องการที่จะทดลองตัด และ tune เองดูบ้างก็น่าจะเพลินนะครับ ถ้าได้ฝึกทักษะในการใช้มีดมาก่อนบ้างนิดหน่อยก็จะช่วยได้มากจะทำได้เร็ว และส่วนบอบบางของหย่องจะได้ไม่ชำรุด ส่วนการตกแต่งหย่องบางจุดเพื่อความสวยงาม จะต่างกันไปแล้วแต่คนทำครับ เพราะแต่ละคนก็จะพยายามให้มีเอกลักษณ์ของตัวเอง

ส่วนความสูงของสายเหนือ fingerboard ถ้าเป็นไวโอลินใหม่ หรือมีไม้แผ่นหน้าหนาจะให้ความสูงที่สาย G อยู่ประมาณ 6 หรือ 7 mm ส่วนด้านสาย E จะให้ความสูงอยู่ประมาณ 4 หรือ 5 mm ถ้าเป็นไวโอลินเก่า ไม้แห้งมากแล้ว ตัวไวโอลินมีน้ำหนักเบา จะทอนความสูงลงนิด สาย G=5mm และ สาย E=3mm แต่คนเล่นบางคนก็ชอบต่างจากนี้ครับ อาจสูงกว่านี้นิดหรือต่ำกว่านี้หน่อย

ลุงโอภาส - คุณ nor และท่านอื่น ๆ จะซื้อไวโอลินลักษณะอย่างนี้ในกรุงเทพฯ ได้ที่ไหนบ้างขอข้อมูลให้คุณวิทย์ด้วยนะครับ ผมก็จะได้พลอยรู้ไปด้วยคนครับ

โดย: BB [15 เม.ย. 48] ( IP A:203.146.30.206 X: )

ความคิดเห็นที่ 13
   แถมอีกภาพครับ เท่าที่เห็นเวลาเขาทำ tuning กันเขาจะทำกันบริเวณที่เป็นสีแดงครับ แล้วแต่ว่าจะจุดใดมากจุดใดน้อย ส่วนสีเขียวก็เป็นรอยปาดตกแต่ง หรือเพื่อทอนน้ำหนักของหย่องลงไป แต่ที่สุดแล้วก็ขึ้นอยู่กับความสามารถ และความชำนาญของคนทำแต่ละคนครับ

โดย: BB [15 เม.ย. 48] ( IP A:203.146.30.206 X: )

ความคิดเห็นที่ 14
   ลืมพูดถึงไวโอลินลุงโอภาส ผมอ่านแล้วต้องหัวเราะเลยที่ลุงโอภาสเรียกไวโอลินตัวเก่าว่าอีแก่ ส่วนตัวใหม่เดี๋ยวคงชื่อเจ๊หมวย และของผมคงต้องเรียก ตี๋เล็ก

ที่ว่ามันเหมือนแฝดเนี่ย เดาว่าพูดถูกจริง ๆ เลย ผมละคิดไม่ออกจริง ๆ บรรดาไวโอลินจีนไอ้ที่ดูใช้ได้หน่อยก็มักชอบทำเป็น oil varnish ที่งง ๆ ก็คือทำไม๊ มันชอบทำสีออกมาโทนเดียวกันหมด เมืองจีนนี่ถ้าไม่เหลืองทับด้วยแดงหรือแดงก่ำ หรือไม่ก็จะเหลืองทับด้วยน้ำตาลเข้มหรือน้ำตาลสว่าง ไม่รู้เมืองนี้เขาทำวานิชกันอยู่แค่สามสีนี่หรือไง แม้ว่าฝีมือลงวานิชจะใช้ใด้ ขอให้ปรับปรุงไปใช้สีที่มันดีกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไงกันน๊า ถ้าไวโอลินจีนทำดี ๆ นะทำสีชั้นกลางด้วยสี golden amber ปูทับด้วยสี warm walnut brown หรือ warm red นะจะยอมซื้ออีกตัวหนึ่งเลย แต่ห้ามแพง......เดี๋ยวครอบครัวแตกแยก...แฮ่ ๆ
โดย: BB [15 เม.ย. 48 1:17] ( IP A:203.146.30.206 X: )

ความคิดเห็นที่ 15
   ผมไม่ทราบครับว่าเขาซื้อกันที่ใหน ในกทม. สำหรับไวโอลินตัวที่ผมซื้อนั้นตัวแทนของผู้นำเข้า เขาทำ Road Show (เรียกให้โก้มีศักดิ์ศรีหน่อย) เอาไวโอลินจีนไปเปิดตลาดลูกค้าทางปักษ์ใต้ ในจังหวัดที่ผมอยู่ เขาเอาไวโอลินมาโชว์ผม 2 ตัว เหมือนกันเป๊ะ ราคาเท่ากัน สำหรับให้เลือก ผมเรียกบรรดาเซียนไวโอลินมาชม ให้ทุกคนเอาไวโอลินติดตัวมาด้วย...วันนั้นมากับ 10 เซียน เราวางไวโอลินทั้ง 10 บนโซฟาร์ มีทั้งของฝรั่งเศษ เชคโก และเยอรมัน แล้วลองสีเปรียบเทียบกับหมวยทั้งสอง 10 เซียนลงความเห็นว่า หมวย 1 เสียงดังดีกว่าเพื่อน สำหรับผมเมื่อสีเปรียบเทียบกับอีแก่ จะเป็นด้วยอุปาทาน หรือยังไงไม่ทราบ เห็นด้วยว่า หมวยเสียงดังดีกว่าอีแก่ แต่น้ำเสียงหมวยกระเดียดแหลมไปทางซออู้ที่ศิลปินจีน สีประกอบเพลงงิ้วบนเวที ส่วนอีแก่ของผมเสียงทุ้มแบบฝรั่งเยอรมันอันเป็นแหล่งที่มาของอีแก่ เสียงเอนเอียงไปทางไวโอล่า ผมตกลงซื้อทันที หมวยอีกตัวที่เหลือ หลังจากทัวร์ถึงหาดใหญ่แล้วกลับกทม. ทราบต่อมาว่า อ. สุกรี เจริญสุข แห่งมหิดล ฉวยหมับเอาไป เท็จจริงอยู่ที่ผู้มาเล่าให้ฟังครับผม
โดย: ลุงโอภาส [15 เม.ย. 48 5:38] ( IP A:61.19.180.77 X: )

ความคิดเห็นที่ 16
   ผมว่าไวโอลินจีนคุณภาพเทียบเยอรมันได้แต่ไวโอลีนไม้ไผ่ก็สุดยอดเหมีอนกันน่ะผมยังเอาไปเล่นกับวงของวิทยาล้ยราชพัดกำแพงเลย

โดย: violin_china@hotmail.com [29 ต.ค. 51 11:59] ( IP A:117.47.138.34 X: )

* ขณะนี้พี้นที่เต็ม ไม่สามารถโพสต์กระทู้เพิ่มได้ *