thaiview  >>  เมลล์เด็ด ๆ

ยาที่ใช้.....มอมสาว ไม่มีรส ไม่มีกลิ่น โดนเข้าไปแล้วจะเคลิบ้เคลิ้ม...ไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น
   ได้อ่านข่าวเจอยาเสพติดชนิดใหม่ที่มีฤทธิ์รุนแรงและกำลังระบาดมากคือ
กลุ่มยา
“เสียตัว” พวกยาอี ยาเลิฟ ยาอัลปราโซแลม ยากลุ่มนี้เสพแล้วจะเคลิบเคลิ้ม
คุมสติไม่อยู่ ถูกชักจูงง่าย
อย่างผู้หญิงหากเสพยานี้ถ้าผู้ชายมาคุยด้วยเขาชวนไปโรงแรมก็ไปง่าย ๆ
ทำให้ถูกล่วงเกินทางเพศ นอกจากนี้ ยังพบว่า ยาแอลเอสดี
ระบาดมากในสหรัฐอเมริกา
ในรูปแบบของแสตมป์ ขณะที่ประเทศไทย
เริ่มพบการใช้แล้วในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น ในงานฟูลมูน ปาร์ตี้

สำหรับยาแอลเอสดี (LSD : Lysergic acid diethylamide)



เป็นสารสกัดจากกรดไลเซอจิก ที่มีในเชื้อราชนิดหนึ่ง
ชอบขึ้นในข้าวไรย์ มีลักษณะเป็นผง ละลายน้ำได้ อาจพบแอลเอสดีเป็นเม็ดยา
แคปซูล
หรือผสมในทอฟฟี่ ที่พบว่าแพร่ระบาดมากมีลักษณะเป็นแผ่นกระดาษชุบ
หรือเคลือบสารแอลเอสดี และปรุแบ่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ ลักษณะเดียวกับแสตมป์
บนแผ่นกระดาษที่เคลือบสารแอลเอสดีนั้น จะมีสัญลักษณ์หรือรูปภาพต่าง ๆ เช่น
รูปผลสตรอเบอร์รี่ รูปสัตว์สวยงาม
ยาแอลเอสดี มีความรุนแรงในการออกฤทธิ์ต่อสมองสูง คือ
ใช้ในปริมาณแค่ 25 ไมโครกรัม (25/1 ล้านส่วนของกรัม)
ออกฤทธิ์หลอนประสาทอย่างรุนแรง ไม่มีอาการเสพติดทางร่างกาย
มีอาการเสพติดทางจิตใจ ไม่มีอาการขาดยาทางร่างกาย ทำให้เคลิบเคลิ้ม
ฝันเฟื่อง
ความดันโลหิตสูง อุณหภูมิในร่างการสูง หายใจไม่สม่ำเสมอ
ฤทธิ์ของยาจะทำให้ผู้เสพเห็นภาพลวงตา หูแว่ว เพ้อฝัน
คิดว่าตนเองเป็นผู้วิเศษ
หรือคิดว่าเหาะได้ อาจมีอาการทางจิตประสาทอย่างรุนแรง มีอาการหวาดระแวง
เกิดอาการกลัวภาพหลอน จึงต้องหนีจากความหวาดกลัว เช่น
การขับรถหนีหรือเหาะหนี
หรือฆ่าตัวตายเพราะความหวาดกลัว

ส่วนยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี (Ecstasy)



เป็นยาเสพติดกลุ่มเดียวกัน
จะแตกต่างกันในด้านโครงสร้างทางเคมี
เท่าที่พบส่วนใหญ่จะมีองค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญ คือ 3,4 Methylenedioxy
methamphetamine (MDMA), 3,4 Methylenedioxy amphetamine (MDA) และ 3,4
Methylenedioxy ethamphetamine (MDE หรือ MDEA) ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี
เป็นยาที่แพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบเที่ยวกลางคืน ออกฤทธิ์ใน 2 ลักษณะ
คือ
ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทในระยะสั้น ๆ หลังจากนั้น
จะออกฤทธิ์หลอนประสาทอย่างรุนแรง ฤทธิ์ของยาจะทำให้ผู้เสพรู้สึกร้อน
เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง
การได้ยินเสียงและการมองเห็นแสงสีต่าง ๆ ผิดไปจากความเป็นจริง เคลิบเคลิ้ม
ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้
อันเป็นสาเหตุที่จะนำไปสู่พฤติกรรมเสื่อมเสียต่าง ๆ
จากการค้นคว้าวิจัยของแพทย์ พบว่ายาชนิดนี้มีอันตรายร้ายแรง
แม้จะเสพเพียง 1 – 2 ครั้ง ก็สามารถทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ส่งผลให้ผู้เสพมีโอกาสติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่าย
และยังทำลายเซลล์สมองส่วนที่ทำหน้าที่ส่งสารซีโรโทนิน
ซึ่งเป็นสารสำคัญในการควบคุมอารมณ์ให้มีความสุข ซึ่งผลจากการทำลายดังกล่าว
จะทำให้ผู้เสพเข้าสู่สภาวะของอารมณ์ที่เศร้าหมอง หดหู่อย่างมาก
และมีแนวโน้มการฆ่าตัวตายสูงกว่าคนปกติ



รู้ไว้ก็ดี... ผู้หญิงอย่างเราๆมีภัยรอบตัว
จะได้ไม่ต้องมาเสียตัวให้น้ำตาเช็ดหัวเข่า


ยาพวกนี้ละลายเร็วมากในเครื่องดื่มทุกชนิด ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น
ที่สำคัญไม่ขม เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าโดนมอมยา ระวังอันตรายมาก
เพื่อนเราคนนึงมันอัพยาเลยรู้ จะกินอะไรดูดีๆนะ ไว้ใจใครไม่ได้หรอก
โดย: พี่ปอง [23 พ.ค. 48 19:07] ( IP A:58.9.146.119 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน