กองวิชาการชมรมนักเรียนเก่าโรงเรียนสระแก้ว ม.6/1 พ.ศ.2542   <<  กลับไปหน้าแรก

ประวัติปราสาทหินพนมวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา
   
โดย: DEOZART [24 พ.ย. 51 17:10] ( IP A:58.9.41.220 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

ความคิดเห็นที่ 1
   ประวัติศาสตร์ปราสาทพนมวัน

ที่ตั้งของปราสาทพนมวัน
ปราสาทพนมวัน ตั้งอยู่ที่บ้านมะค่า ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา มีเนื้อที่ประมาณ 206 ไร่ 56 ตารางวา ตั้งอยู่ในที่ราบล้อมรอบไปด้วยทุ่งนา ในส่วนที่ตั้งตัวปราสาทจะอยู่บนเนินสูงกว่าบริเวณโดยรอบ ทางด้านทิศเหนือ เป็นที่ดอนสูง เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านมะค่า ถัดลงมาทางใต้ประมาณ 200 เมตร มีร่องรอยของแนวคันดินโบราณ ทางด้านทิศตะวันออก เป็นบารายขนาดใหญ่ขนาด 200 x 400 เมตร ชาวบ้านเรียกว่าสระเพลง ใกล้บารายมีเนินโบราณอีกแห่งหนึ่ง เรียกว่าเนินอรพิม ทางด้านทิศใต้มีแนวของลำน้ำธรรมชาติที่ชื่อว่าลำบริบูรณ์ไหลมาจากเทือกเขาในอำเภอปากช่อง ไหลไปที่อำเภอจักราช ทางด้านทิศตะวันตกเป็นแนวทุ่งนาล้อมรอบ มีลำน้ำสาขาของลำบริบูรณ์ตัดผ่าน ห่างออกไปจากลำน้ำสาขานี้ประมาณ 200 เมตร เป็นเนินดินขนาดใหญ่ ที่พบโบราณวัตถุจากเศษภาชนะดินเผาเป็นจำนวนมาก เรียกว่าเนินกระเบื้อง และเนินตาขันธ์
ประวัติการศึกษาและความเป็นมาของโครงการบูรณะปราสาทพนมวัน
โบราณสถานปราสาทพนมวัน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 53 ตอนที่ 34 หน้าที่ 1526-1535 ลงวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2479 และได้ประกาศกำหนดขอบเขตของโบราณสถานในปี พ.ศ. 2540
พ.ศ.2510-2511 หน่วยศิลปากรที่ 6 ได้ทำการขุดแต่ง ทางโบราณคดี เฉพาะส่วนที่อยู่ภายในระเบียงคด
พ.ศ. 2530 หน่วยศิลปากรที่ 6 ได้สำรวจเพื่อเตรียมการบูรณะปราสาทพนมวัน โดยมีทั้งการขุดแต่งอาคารโบราณสถาน การขุดสำรวจชั้นดิน การขุดทดสอบฐานรากอาคารและส่วนประกอบของอาคาร และการฝึกอบรมการบูรณะโบราณสถานประเภทหิน ซึ่งต่อมาได้เริ่มโครงการบูรณะปราสาทพนมวัน โดยหน่วยศิลปากรที่ 6 (ต่อมาเปลี่ยนเป็นสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่ 9) ดำเนินโครงการร่วมกับ สำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพาทิศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533-2542
พ.ศ.2542 –ปัจจุบัน กรมศิลปากรได้มีโครงการบูรณะเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยในปีงบประมาณ 2551 เป็นกิจกรรมสำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ ด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ปรางค์ประธาน ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท ฟีเนสส์ ซอยล์ เทสติ้ง จำกัด
โดย: DEOZART [24 พ.ย. 51 17:11] ( IP A:58.9.41.220 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
   ปราสาทพนมวันในสมัยประวัติศาสตร์
สมัยพุทธศตวรรษที่15
ปราสาทพนมวันในสมัยนี้พบหลักฐานที่สำคัญคือ จารึกปราสาทพนมวัน 1 หรือ นม.32 และรูปแบบทางศิลปะที่ทำให้สรุปได้ว่า ปราสาทพนมวันได้ปรับเปลี่ยนเป็น ศาสนสถานที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมเขมร ซึ่งในจารึกได้กล่าวถึงพระราชโองการของพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 และพระเจ้ายโศวรมัน โดยที่รูปแบบทางศิลปะของชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมและรูปเคารพศิลปะแบบบาแคง มีความสอดคล้องกันในการที่จะระบุว่าปราสาทพนมวันในยุค *** มีอายุราวสมัยพุทธศตวรรษที่ 15 ศาสน
สถานในสมัยนี้ เป็นอาคารที่ก่อสร้างด้วยอิฐเป็นหลัก โดยในระยะเวลาของช่วงสมัยได้มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมศาสนสถานเป็นระยะ และขยายขอบเขตของบริเวณเพิ่มเติมในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 หลักฐานที่ปรากฏให้เห็นคือ ซากฐานอาคารอิฐจำนวน 8 หลัง โดยมีจุดเด่นในการก่อสร้างโดยใช้เทคนิคการเข้าเข้าเดือยแบบอาคารเครื่องไม้ และเสาประดับและทับหลังที่เป็นศิลปะแบบบาแคง(ราวพ.ศ.1440-1470)
สมัยพุทธศตวรรษที่ 16-17
ปราสาทพนมวันในสมัยนี้ได้เปลี่ยนวัสดุหลักจากอิฐมาเป็นหินทรายเป็นหลัก ในการเปลี่ยนแปลงนี้มีความแตกต่างออกไปจากปราสาทพนมวันในสมัย พุทธศตวรรษที่15 ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบทางสถาปัตยกรรม การก่อสร้าง วัสดุ โดยที่ปราสาทพนมวันในสมัยนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับปราสาทพิมาย และปราสาทพนมรุ้ง โดยการสร้างปราสาทมุขทางด้านตะวันออกจะยื่นออกไปวิวัฒนาการเป็นมณฑป และสร้างระเบียงคดไว้โดยรอบ ซุ้มประตูมีขนาดแคบลงกว่าปราสาทพนมวันในสมัย *** โดยจะเห็นหลักฐานได้จากการสำรวจคือแนวระเบียงคดจะทับซ้อนอยู่บนฐานกำแพง(กำแพงแก้ว)
ระยะเวลาที่ปราสาทพนมวันสร้างขึ้นโดยกำหนดจากรูปแบบทางสถาปัตยกรรมและรูปแบบทางศิลปะจะพบว่า จะอยู่ในช่วงเดียวกับปราสาทพิมายและพนมรุ้ง รูปแบบทางด้านศิลปะถึงแม้จะมีมากกว่าหนึ่งสมัย เช่นส่วนทับหลังทางด้านทิศใต้เป็นศิลปะแบบคลัง(หรือศิลปะแบบประตูพระราชวังหลวงหรือแบบเคลียง (อายุราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่16) ทับหลังทางด้านทิศตะวันออก ตะวันตก และทิศเหนือ เสาติดผนังเป็นศิลปะแบบบาปวน(ครึ่ง *** ของพุทธศตวรรษที่17) แต่โดยรวมแล้วหลักฐานที่ปรากฏมากที่สุดระบุว่าประสาทพนมวันเป็นศิลปะแบบบาปวน ประกอบกับจารึกที่มีอายุใน
โดย: DEOZART [24 พ.ย. 51 17:12] ( IP A:58.9.41.220 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
   สมัยนี้ปรากฏบนผนังกรอบประตูภายในปราสาทประธาน ระบุศักราชในช่วง พุทธศตวรรษที่ 16-17 จารึกฐานเทวรูปมีอายุราวพุทธศตวรรษที่17 สรุปได้ว่า มีความเป็นไปได้ที่ ปราสาทพนมวันสมัยนี้เริ่มก่อสร้างศาสนสถานหลังใหญ่ขึ้น ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 และถูกทิ้งร้างไปในขณะที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ จนกระทั่งได้รับการฟื้นฟูเพื่อใช้เป็นที่บูชาเทพเจ้าอีกครั้งในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 (พ.ศ.1623-1650) แต่ก็มิได้มีการพบหลักฐานเพิ่มเติมว่า ในรัชสมัยของพระองค์มีการก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมให้ครบองค์อีกหรือไม่ จึงไม่สามารถอธิบายความต่อเนื่องของประวัติศาสตร์ของปราสาทพนมวันตั้งแต่ช่วงเวลาจากรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่6 ถึงช่วงการเปลี่ยนสถานะเป็นวัดในทางพระพุทธศาสนาในภายหลังจนถึงปัจจุบัน
ปราสาทพนมวันในปัจจุบันได้ยุติหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ของผู้ก่อสร้างลงไปหลังคติความเชื่อทางศาสนาได้เปลี่ยนแปลงไป ไม่แตกต่างจากปราสาทอื่นๆที่อยู่ในบทบาท หน้าที่ ยุคสมัยเดียวกันไม่ว่าจะเป็น ปราสาทพิมาย ปราสาทพนมรุ้ง และได้เปลี่ยนแปลงหน้าที่ตัวเองกลายไปเป็นคุณค่าที่วางตัวอยู่ในประวัติศาสตร์ เป็นหน้าที่ใหม่ที่อย่างน้อยก็ให้ข้อมูลถึงวัฒนธรรมของชุมชน สังคม บรรพบุรุษในอดีตกาลของพื้นที่ เมื่อโครงการบูรณะเสร็จสิ้นลง ปราสาทพนมวันก็จะยังทำหน้าที่ให้คุณค่าทางประวัติศาสตร์นี้ต่อไปพร้อมกับสุนทรียภาพที่แสดงถึงความภูมิฐานสมเกียรติของภูมิปัญญาบรรพบุรุษของมนุษย์และตัวปราสาทพนมวันเอง

เรียบเรียงจาก
“รายงานการบูรณะโบราณสถานปราสาทหินพนมวันอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา.” ปีงบประมาณ 2543,สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 9 นครราชสีมา.
“ปราสาทหินพนมวัน”อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา,สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 9 นครราชสีมา.2544.
โดยบุญประเสริฐ ศรีตะปัญญะ คณะทำงานบริษัท ฟีเนสส์ ซอยล์ เทสติ้ง จำกัด
โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ปราสาทพนมวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
งบประมาณปี2551 กิจกรรมสำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ ด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม
ปรางค์ประธาน ปราสาทพนมวัน
สำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
22 พฤศจิกายน 2551
โดย: DEOZART [24 พ.ย. 51 17:18] ( IP A:58.9.41.220 X: )

ความคิดเห็นที่ 4
   เก่าจริงๆนะเนี่ยน่าสนใจ
โดย: tor [28 พ.ย. 51 14:37] ( IP A:118.175.125.205 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
   ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน 27 กันยายน พ.ศ. 2519 เฟ้ย
โดย: wittawas@hotmail.com [28 ก.พ. 52 9:48] ( IP A:58.9.46.135 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
   ตกไรถูกกันแน่วะ
โดย: climaxcity [28 ก.พ. 52 10:01] ( IP A:58.9.46.135 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
   มหาเถรศรีศรัทธาฯ กรุงสุโขทัย "ธุดงค์" ไปปราสาทพนมวัน นครราชสีมา โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11266 มติชนรายวัน


มหาเถรศรีศรัทธาฯ กรุงสุโขทัย "ธุดงค์" ไปปราสาทพนมวัน นครราชสีมา

คอลัมน์ สยามประเทศไทย

โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ



เจ้า นายรัฐสุโขทัยอยู่ลุ่มน้ำยม-น่าน ไม่น่าจะไปเกี่ยวข้องกับบ้านเมืองทางลุ่มน้ำมูลแถบเทือกเขาพนมดงเร็กที่ นครราชสีมา, บุรีรัมย์, ฯลฯ

แต่มีร่องรอยและหลักฐานสนับสนุนว่ามหา เถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนี หลานพ่อขุนผาเมืองรัฐสุโขทัย เคยไปชนช้างกับท้าวอีจาน เจ้านายท้องถิ่นแห่ง ดงอีจาน ย่านต้นน้ำมูล เทือกเขาพนมดงเร็ก ทางอำเภอครบุรี-อำเภอเสิงสาง (นครราชสีมา) และอำเภอปะคำ (บุรีรัมย์) ดังเขียนอธิบายไว้แล้วฉบับเมื่อวานนี้

ไม่ได้มีแค่นั้น เพราะท่านมหาเถรฯแห่งรัฐสุโขทัยยังเกี่ยวข้องกับบ้านเมืองทางลุ่มน้ำมูลอีก ดังเห็นได้จากท่านออกบวชเมื่ออายุ 31 แล้วเสด็จธุดงด์ไปถึงปราสาทพนมวัน ที่จังหวัดนครราชสีมา มีบอกไว้ในจารึกวัดศรีชุม สมัยสุโขทัย ต่อมาจิตร ภูมิศักดิ์ ศึกษาแล้วเขียนอธิบายไว้ในหนังสือ สังคมไทยลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนสมัยศรีอยุธยา (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2526) จะขอสรุปคัดย่อมาดังนี้

มหา เถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนี เป็นหลานพ่อขุนผาเมือง รัฐสุโขทัย และเป็นผู้บูรณะพระปฐมเจดีย์เป็นยอดปรางค์ (ก่อนรัชกาลที่ 4 สร้างองค์ใหม่ทรงลังกาครอบไว้) มีประวัติอย่างละเอียดอยู่ในหนังสือ พระปฐมเจดีย์ ไม่ใช่เจดีย์แห่งแรกฯ ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2545


"พระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ออกบวชเมื่ออายุ 31 ปี "จึงพิเนสกรมออกจากรัตนภูมิสพายบาตร" (ด้าน 2 บรรทัดที่ 5). แล้วจาริกออกจากรัตนภูมิ"

ชื่อรัตนภูมินี้ เราได้พบในศิลาจารึกวัดพนมวัน ที่บ้านมะค่า ตำบลบ้านโพธิ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

จารึก วัดพนมวันมีหลายแห่งตามกรอบประตูปราสาทหิน แห่งที่พบชื่อรัตนภูมินี้ จารึกเมื่อ พ.ศ.1625, ห่างจากสมัยพระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ราว 150 ปี.

ข้อ ความจารึกนี้เป็นบัญชีระบุสิ่งของและข้าพระที่อุทิศถวายแด่เทวาศรมและเทวรูป ในเทวาศรมนั้น. เมื่อระบุรายการของสิ่งของที่ถวายเป็นประจำวันและอื่นๆ ในยามปรกติแล้ว ก็บอกกรณีพิเศษไว้ว่า :

"เวลา กัมรเตงชคัต (เทวาศรม) เสด็จไปรัตนภูมิ, ข้าวสาร 2 ถลวง หมูตัวหนึ่ง กระทำพลีกรรม ณ รัตนปุระ" (บรรทัด 31-32)

นั่น หมายถึงกรณีพิเศษที่แห่เทวรูปกัมรเตงชคัตเทวาศรมไปยังรัตนภูมิ, ให้ใช้ข้าวสาร 2 ถลวง กับหมูหนึ่งตัวกระทำพลีกรรม เทวสถานชื่อรัตนปุระ อันเป็นเทวสถานประจำเมืองหรือตำบลรัตนภูมิ.

คำจารึกที่ว่าแห่เทวรูป กัมรเตงชคัตเทวาศรมไปยังรัตนภูมิ และทำพลีกรรม ณ รัตนปุระ จึงหมายถึงทำพลีกรรมที่เทวสถานชื่อรัตนปุระ; มิได้หมายความว่ารัตนปุระเป็นอีกชื่อหนึ่งของรัตนภูมิ.

เรายังไม่ ทราบว่า รัตนภูมิอยู่ที่ไหน และเทวสถานรัตนปุระอยู่ที่ใด, การตรวจสอบต่อไปอาจจะทราบได้. แต่ถึงแม้ยังไม่ทราบ ก็เป็นหลักฐานอันหนึ่งแสดงว่า รัตนภูมิของพระมหาเถรศรีศรัทธาฯนั้น ต้องอยู่ในบริเวณจังหวัดนครราชสีมาปัจจุบันนี้, ไม่ไกลจากวัดพนมวันจนเกินไป."

สรุปแล้วเชื่อได้ว่ามหาเถรฯเสด็จ ธุดงค์จากรัฐสุโขทัยทางลุ่มน้ำยม-น่าน ไปนมัสการศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ชื่อ "รัตนภูมิ" ในเขตจังหวัดนครราชสีมา ต้นลำน้ำมูล เมื่อราว พ.ศ.1800-1900 หรือราว 600-700 ปีมาแล้ว

ประวัติศาสตร์แห่งชาติไม่มีเรื่องนี้ และผู้งมงายประวัติศาสตร์แห่งชาติ ไม่ยอมรับรู้เรื่องอย่างนี้ เพราะรัฐสุโขทัยเป็นรัฐในอุดมคติ เป็นรัฐไทยแท้ ต้องไม่เกี่ยวข้องกับอีสานที่เป็นลาว เป็นขมุ เป็นเขมร ฯลฯ

แต่หลัก ฐานประวัติศาสตร์โบราณคดียืนยันสอดคล้องกันว่า ตระกูลพ่อขุนผาเมืองและมหาเถรฯ เป็นเชื้อวงศ์เครือญาติของละโว้ (ลพบุรี) และเวียงจัน (ศรีโคตรบูร) ย่อมเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับบ้านเมืองทางลุ่มน้ำมูล มีปราสาทพิมาย, ปราสาทพนมวัน, ปราสาทพนมรุ้ง เป็นศูนย์กลาง

ขณะ เดียวกันก็เป็นเครือญาติกับวงศ์กษัตริย์กัมพูชาที่มีปราสาทนครวัด, นครธม เป็นศูนย์กลางด้วย ดังมีพยานว่าพ่อขุนผาเมืองเป็น "ลูกเขย" กษัตริย์กัมพูชาโดยผ่านลุ่มน้ำมูลและเมืองละโว้ (ลพบุรี)

หน้า 20 http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01pra03130152§ionid=0131&day=2009-01-13

โดย ป้านพ
โดย: johnny [28 ก.พ. 52 10:09] ( IP A:58.9.46.135 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
   บนฐานเชิงเทียน และขอบขันสำริดกล่าวถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงพระราชทานอโรคยาศาลาให้ที่สังโวก

· จารึกหินขอน เป็นภาษาสันสกฤตและภาษาขอม พบที่อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา จารึกที่กล่าวสดุดีพระราชา นฤเปนทรปติววรมัน ซึ่งเป็นราชภิกษุ ที่อาจจะครองราชย์ที่สโรพรา และการกล่าวพระนามของกษัตริย์ เช่น โสรยวรมัน และเมืองหลวง มฤและตํรง

· จารึกภูเขียว เป็นภาษาสันสกฤตพบที่จังหวัดชัยภูมิ ปรากฏพระนาม กษัตริย์ชื่อ ชัยสิงหวรมัน ไม่ระบุชื่อเมืองที่ครอง

· จารึกดอนเมืองเตย เป็นภาษาสันสกฤต พบที่บ้านสงเปือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสโร ปรากฏพระนามกษัตริย์ ปวรเสนะ มีพระโอรส พระนามว่า โกรญจพาหุ เป็นพระนัดดานามว่า ธรรมเสนะ และกล่าวถึง ชื่อเมืองศังขปุระ

· จารึกปราสาทหินพิมาย เป็นภาษาสันสกฤต พบที่เมืองพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ปรากฏพระนาม กษัตริย์ศรีเศารยวรมัน พระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะและ กล่าวถึง มุนีราทัศมะ ผู้มีศรัทธาที่มั่นคง

· จารึกศรีจนาศะ เป็นภาษาสันสกฤตและขอม เดิมนั้นพบที่เมืองเสมา จังหวัดนครราชสีมา มีความว่า พ.ศ.1480 มีอาณาจักรศรีจนาศะ มีกษัตริย์ปกครองหลายพระองค์ คือ พระเจ้าภคมทัตต์ พระเตจต้าสุนทร ปรากรม พระเจ้าสุนทรวรมัน พระเจ้านรปติหิงห์วรมัน พระเจ้ามงคลวรมัน เป็นพระนามกษัตริย์ที่ไม่มีในจารึกของอาณาจักรขอม เป็นต้น



ต่อมา อาณาจักรขอมได้ขยายอำนาจเข้าไปทางเหนือดินแดนพายัพ (ของไทย) ซึ่งเป็น หัวเมืองฝ่ายเหนือ

ที่ชนชาติอ้ายลาวได้อาศัยอยู่มาก่อน ครั้งนั้นเจ้าผู้ครองนครเมืองละโว้ ได้ส่งพระนางจามเทวีพระธิดาขึ้นไปครองเมืองหริภุญชัย (เมืองลำพูน) และเมืองนี้ได้เป็นเมืองลูกหลงของเมืองละโว้ โดยมีนางจามเทวีมีอำนาจปกครองพวกลาวทั้งปวง ในที่สุด ต่อมาจึงตั้งเมืองนครเขลางค์ (เมืองลำปาง) ขึ้นและให้ปกครองหัวเมืองฝ่ายเหนือร่วมกัน



ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12-17 เมื่ออาณาจักรขอมได้ขยายอำนาจไปถึงบริเวณใดก็รับเอาวัฒนธรรมของขอมและความเชื่อในศาสนา จึงทำให้มีการสร้างเทวบรรพต (ปราสาทหินบนภูเขา) และเทวสถาน (ปราสาทหินบนที่ราบ) ขึ้นมากมายเพื่อขยายอาณาจักร
โดย: johnny [28 ก.พ. 52 10:16] ( IP A:58.9.46.135 X: )

ความคิดเห็นที่ 11
   /www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php?action=printpage;topic=2183.0" target=_blank>http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php?action=printpage;topic=2183.0"
โดย: johnny [28 ก.พ. 52 10:21] ( IP A:58.9.46.135 X: )

ความคิดเห็นที่ 12
   ใครอยากดูจารึกปราสาทพนมวันและที่อื่นๆเชิญที่ http://www4.sac.or.th
โดย: johnny [28 ก.พ. 52 10:33] ( IP A:58.9.46.135 X: )

ความคิดเห็นที่ 13
   ควรช่วยกันอนุรักษ์

โดย: darunee@hotmail.com [9 มี.ค. 52 11:34] ( IP A:124.121.229.86 X: )

ความคิดเห็นที่ 14
   ก็ถูกเเล้วไง 27 กย ตานี่เพี้ยน เเต่เยี่ยมๆๆ เอามาต่อๆไว้งี้เเหละ เผื่อใครอยากอ่าน นะจอนนี่
โดย: REAL DEOZART [22 พ.ค. 52 9:24] ( IP A:125.24.5.0 X: )

ความคิดเห็นที่ 15
   ช่างมีความรู้อะไรอย่างนี้

โดย: พลาสเตอร์สีเขียว [7 ต.ค. 52 14:39] ( IP A:125.26.18.250 X: )


คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน